RSS

รวมภาพ..” ครม.ประยุทธ์ 1/5″  ใครเป็นใคร..ก็สำคัญ.. แต่ยังไม่สำคัญกับว่า.. อยู่ในอำนาจแล้ว จะทำอะไรกัน? 


ประกาศแล้ว! ครม.ใหม่ “ประยุทธ์ 5” /  “ลุงป้อม” ยังเหนียว/ รมต.หลุด 9 คน / ส่วนกลุ่มที่เป็น รมต.ใหม่มี 10 คน

กลุ่มรมต.หลุด…มี 9 คน 

– พล.อ.ธนะศักดิ์ (รองนายกฯ) 

– พล.ร.อ.ณรงค์  (รองนายกฯ)

– พล.อ.อุดมเดช (รมช.กลาโหม)

– นายออมสิน (รมต.ประจำสำนักนายก)

– นางกอบกาจน์ (รมว.ท่องเที่ยว)

– นายพิชิต (รมช.คมนาคม)

– นาย อภิรดี (รมว.พาณิชย์)

– นาง อรรชกา (รมว.วิทย์ฯ)  

– ม.ล.ปนัดดา (รมช.ศึกษาฯ)

*************

กลุ่ม..ที่เป็น รมต. ใหม่ 10 คน 

– พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล (รมช.กลาโหม) 

– นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ( รมว.ท่องเที่ยวฯ)

– นายกฤษฎา บุญราช ( รมว.เกษตร) 

– นายลักษณ์ วจนานวัช (รมช.เกษตร)

– นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ( รมช.เกษตร) 

– นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ( รมช.คมนาคม) 

– นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ( รมว.พลังงาน) 

– นายอุดม คชินทร ( รมช.ศึกษาฯ)

– นายสมชาย หาญหิรัญ ( รมช.อุตสาหกรรม)

– กอบศักดิ์ ภูตระกูล ( รมต.ประจำสำนักนายกฯ)

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 24, 2017 in ทั่วไป

 

​กทม.ชี้แจง..สถานการณ์น้ำ! ยืนยันพร้อมรับมือ-ป้องกัน-แก้ปัญหา

27 ตุลาคม 2560

กทม.ชี้แจง..สถานการณ์น้ำ! กทม. ยืนยันพร้อมรับมือ-ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำในพื้นที่

นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้ นายณรงค์ เรืองศรี รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ชี้แจงประเด็น ความกังวลต่อสถานการณ์น้ำ เนื่องจากโซเชียลมีเดียจำนวนมากแสดงความคิดเห็นในเชิงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในขณะนี้ โดยมองว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดสถานการณ์น้ำท่วมเหมือนเมื่อปี 2554 อีกทั้งแสดงความไม่เชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลสรุปสถานการณ์น้ำที่ชัดเจน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ว่าน้ำท่วมหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวขนย้ายสิ่งของได้ทันสถานการณ์นั้น 

ประเมินสถานการณ์แล้ว กทม. ยังสามารถรับมือน้ำในปัจจุบันได้

สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้ประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ จาก 3 องค์ประกอบ ได้แก่ น้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันของ 3 น้ำ ณ วันที่ 25 ต.ค. 60 เป็นดังนี้ 

1.ข้อมูลจากกรมชลประทาน แจ้งปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,702 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

2.ระดับน้ำทะเลหนุน โดยเมื่อ 25 ต.ค.60 น้ำทะเลหนุนสูงสุด เมื่อเวลา 09.52 น. ระดับน้ำอยู่ที่ 1.08 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองตลาดอยู่ที่ระดับ 1.96 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครอยู่ประมาณ 0.84 เมตร ทั้งนี้ ระดับแนวคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครมีระดับ 2.80 – 3.50 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง 

3.สถานการณ์ฝน ปัจจุบันปริมาณฝนรวมในกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ 2,167.6 มิลลิเมตร ซึ่งจากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่านับจากวันที่ 25 ต.ค. 60 ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงและเข้าสู่ฤดูหนาวต่อไป ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ทั้ง 3 น้ำ จึงสรุปได้ว่ากรุงเทพมหานครยังสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ 

สภาพพื้นที่ลุ่มต่ำเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงมีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาน้ำท่วม ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ของ 3 น้ำ ประกอบด้วย น้ำฝนตกหนักในพื้นที่ น้ำเหนือไหลบ่า และน้ำทะเลหนุนสูง กรุงเทพมหานครจึงได้เตรียมการและวางแผนบริหารจัดการน้ำ สร้างระบบป้องกันน้ำท่วม และระบบระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ได้แก่ 

1.การป้องกันน้ำท่วมตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ความยาวรวม 77 กิโลเมตร สามารถป้องกันน้ำไหลบ่าจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าท่วมในพื้นที่ ได้ถึงระดับ 3.00 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือรองรับน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาไม่เกิน 3,000 ลบ.ม./วินาที 

แต่หากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณมาก ชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ จะได้รับผลกระทบจำนวน 18 ชุมชน ในพื้นที่ 10 เขต รวม 430 หลังคาเรือน ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มีการเตรียมการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไว้แล้ว เช่น วางกระสอบทรายในแนวฟันหลอ การสร้างสะพานไม้เป็นทางเดินเข้าออกชุมชน และแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง เป็นต้น 

2.การป้องกันน้ำท่วมด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร โดยการก่อสร้างคันกั้นน้ำพระราชดำริ เพื่อป้องกันน้ำไหลจากพื้นที่ด้านตะวันออกเข้าท่วมพื้นที่ชั้นใน ความยาว 72 กิโลเมตร สามารถป้องกันน้ำไหลบ่าจากพื้นที่ด้านนอกได้ที่ระดับความสูง 2.50 – 3.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 

3.การระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานครผ่านคลองสายหลัก สำหรับน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนนทบุรีบางส่วนจะไหลเข้าสู่คลองมหาสวัสดิ์และระบายออกสู่แม่น้ำท่าจีน ส่วนน้ำที่ระบายผ่านพื้นที่ของกรุงเทพฯ จะระบายผ่านคลองทวีวัฒนา คลองซอย คลองขุนศรีฯ และคลองควาย และน้ำบางส่วนจะระบายผ่านคลองบางกอกน้อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา น้ำส่วนที่เหลือจะระบายลงสู่แก้มลิงคลองสนามชัย – มหาชัย ซึ่งอยู่ทางตอนล่างของพื้นที่และจะระบายสู่ทะเลต่อไป 

เตรียมพร้อมมาตรการหากเกิดน้ำทะเลหนุนริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 สำหรับกรณีเกิดน้ำเหนือหลากและน้ำทะเลหนุนตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานครมีมาตรการเตรียมความพร้อม ดังนี้ 

1.ตรวจสอบความแข็งแรงจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และเรียงกระสอบทรายในบริเวณที่แนวป้องกันน้ำท่วมมีระดับต่ำ 

2.ติดตามสถานการณ์น้ำเหนือ และการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานทุกวัน 

3.ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง และส่งเจ้าหน้าที่ตรวจตราจุดที่คาดว่าจะมีปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าท่วมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 

4.ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำให้พร้อมทำงานตลอดเวลา รวมถึงดำเนินการขุดลอกคลอง เตรียมความพร้อมสถานีสูบน้ำ เตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มประสิทธิภาพในพื้นที่จุดเฝ้าระวังมากขึ้น เตรียมความพร้อมหน่วยสนับสนุน ช่วยเหลือประชาชน และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ตลอดเวลาด้วย

มีแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินกรณีน้ำหลากในพื้นที่

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินกรณีน้ำหลากเข้ามาในพื้นที่ โดยปฏิบัติตาม 9 ขั้นตอน ดังนี้ 

1.ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

2.เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ตามจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำท่วม 

3.ควบคุมและลดระดับน้ำในคลอง บ่อสูบน้ำ และแก้มลิงให้อยู่ในระดับต่ำ 

4.แจ้งเตือนสถานการณ์ฝนตกให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานภาคสนามผ่านระบบวิทยุสื่อสาร Trunked Radio แจ้งเตือนสำนักงานเขตผ่านวิทยุสื่อสารเครือข่าย “อัมรินทร์” แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านกลุ่ม Line “เตือนภัยน้ำท่วม กทม.” (ปภ. ทหาร ตำรวจ สื่อมวลชน) 

5.ส่งหน่วยปฏิบัติการเร่งด่วน (BEST) ประจำจุดเสี่ยงและจุดสำคัญ เพื่อเร่งระบายน้ำ และแก้ปัญหาด้านการการจราจร 

6.หน่วยงานภาคสนาม (ผู้บริหาร สนน./หน.หน่วยฯ ) ลงพื้นที่ตามจุดต่างๆ และรายงานสถานการณ์น้ำท่วมให้ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมทราบ 

7.ประสานงานขอการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกการจราจร การปิดเส้นทางที่น้ำท่วม ทหารช่วยเหลือประชาชน หากมีระดับน้ำท่วมสูงรถเล็กไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านได้ เป็นต้น 

8.เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจุดที่วิกฤติ ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำชนิดเคลื่อนที่เพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิม 

9.ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สรุปสถานการณ์เพื่อแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนและทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งหากเกิดเหตุน้ำท่วมในพื้นที่จะจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยมีผู้อำนวยการเขตพื้นที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
    

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 27, 2017 in ทั่วไป

 

สาเหตุ..น้ำท่วม กทม.! ฝนตกหนักถึง 200มล.จากปกติตกเต็มที่ 70มล./น้ำทะเลหนุน +ขยะอุปสรรค ระบายช้า

สาเหตุ..น้ำท่วม กทม.! เช้านี้..สอบถามกับ นายจักกพันธุ์ ผิว งาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ เกี่ยวกับน้ำท่วมในกทม. กว่า 50 เส้นทาง 

***สรุปเบื้องต้น****

– พบข้อมูลฝนตกหนักตั้งแต่ 5 ทุ่มของวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ถึง ตี 5 ของวันนี้ (14ตุลา)  และ หยุดตกเมื่อช่วง 6 โมงเช้า

– ปริมาณน้ำฝนตกมากสุดเป็นประวัติการณ์ ในกทม. ประมาณ 203 มล. (รองจักกพันธุ์ จำไม่ได้ว่าในรอบกี่ปี)  ซึ่งแตกต่างจากปริมาณฝนที่ตกเต็มในกทม.แบบหนักเต็มที่อยู่ที่ประมาณ 60-70 มล. 

– เมื่อคืนช่วง ตี 3 – ตี 4 ยังเจอสถานการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตรเศษ ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า

– สภาพน้ำท่วมถนนในกทม. กว่า 50 เส้นทางในกรุงเทพเช้าวันนี้ รองผู้ว่าฯ บอกว่า ไม่เกี่ยวกับน้ำเหนือ จากอยุธยา ที่ไหลเข้า กทม. แต่มาจากฝนตกหนักมากเมื่อคืนต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง 

– สภาพคลอง..แม้ก่อนหน้านี้ขุดลอกคลองไปแล้ว.. แต่ขยะ ที่อยู่บนถนน..และท่อระบายน้ำ เป็นอุปสรรค ที่ทำให้น้ำระบายได้ช้า

– จะพยายามระบายน้ำท่วมหลายเส้นทางให้แห้งก่อน 12:00น.วันนี้  ยกเว้นเส้นทาง ถ.วิภาฯ และ ถ.รัชดา ยังไม่แน่ใจว่า จะระบายได้แห้งเมื่อได้ แต่จะพยายามให้เร็วที่สุด

(10:00)

 

เข็มที่ระลึก! สนง.ปลัดสำนักนายกฯ จำหน่ายรอบแรก 40,000 เข็ม เริ่มวันแรก 22ต.ค.2560  

(เขียนบล็อก : 12 ตุลาคม 2560)

เข็มที่ระลึก! พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จำหน่ายเข็มที่ระลึกราคาเข็มละ 300 บาท

วันแรก 22 ตุลาคม 2560 จำหน่ายรอบแรก 40,000 เข็ม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงาน ก.พ. (เดิม) ถนนพิษณุโลก กรุงเทพมหานคร (จำกัดคนละไม่เกิน 2 เข็ม)  

วันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2560 จำหน่ายที่ งานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ ท้องสนามหลวง (จำกัดคนละไม่เกิน 2 เข็ม)  

และยังเปิดให้สั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป โดยสั่งจองได้ที่   กองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล (ในเวลาราชการ) โทร. 022834301, 022834319-24

ส่วนภูมิภาค สั่งจองได้ที่ สำนักงานจังหวัดทุกจังหวัด

ทั้งนี้ สามารถรับเข็มได้ ณ สถานที่ที่สั่งจอง ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2561 เป็นต้นไป

สงสัย / สอบถามข้อมูล โทร. 022834301, 022834319-24 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 12, 2017 in ทั่วไป

 

10สาย! ขสมก.แจ้ง ปรับเส้นทาง 14-15 ต.ค.60 /มีปิดการจราจร ซักซ้อมริ้วขบวนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ  


(เขียนบล็อก : 12 ตุลาคม 2560)

ปรับเส้นทาง 10สาย! ขสมก.แจ้ง เนื่องจากมีการปิดการจราจร เพื่อซักซ้อมริ้วขบวนในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ในวันที่ 14 – 15 ตุลาคม 2560 จึงปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถบางเส้นทางตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 15 ตุลาคม 2560  โดยเส้นทางที่มีการปรับเปลี่ยนมี ดังนี้

1. สาย 53 (วนขวา) 

เที่ยวไป เดินรถตามปกติ เที่ยวกลับ จากเทเวศร์ ไปตามเส้นทางปกติถึงแยกปากคลองตลาด แยกขวาไปตามถนนอัษฎางค์ แยกขวาไปตามถนนพระพิทักษ์ แยกซ้ายไปตามถนนตรีเพชร ถนนตีทอง แยกขวาไปตามถนนบำรุงเมือง แยกซ้ายไปตาถนนจักรพรรดิพงษ์ ถึงแยก จปร.เข้าเส้นทางเดิม
2. สาย 2, 59, 503, A4 และรถ Shuttle Bus 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางอนุสาวรีย์ชัย ฯ – สนามหลวง และ เส้นทางฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต – สนามหลวง เดินรถป้ายสุดท้ายที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ แล้วตรงไปขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า กลับรถที่แยกอรุณอมรินทร์ และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เข้าเส้นทางปกติ
3. สาย 82  และรถ Shuttle Bus จำนวน 2 เส้นทาง คือ วงเวียนใหญ่ – สนามหลวง และ เซ็นทรัลพระราม 2 – สนามหลวง  วิ่งตามเส้นทางปกติถึงปากคลองตลาด แยกขวาไปตามถนนอัษฏางค์ แยกขวาไปตามถนนพระพิทักษ์ ต่อเนื่องถนนพาหุรัด กลับเข้าเส้นทางปกติ
4. สาย 15 

เที่ยวไป จากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ไปตามเส้นทางปกติ ถึงแยกผ่านฟ้าแยกขวาไปตามถนนพระสุเมรุ แยกซ้ายไปตามถนนสิบสามห้าง กลับรถวัดบวร ฯ

เที่ยวกลับ จากวัดบวรฯ แยกขวาไปตามถนนพระสุเมรุ แยกซ้ายเข้าถนนหลานหลวง เข้าเส้นทางเดิม
5. สาย 3, 65 จากต้นทางไปสนามหลวง เดินรถไปตามเส้นทางปกติ ถึงแยกนิวเวิลด์ แยกซ้ายไปตามถนนพระสุเมรุ แยกซ้ายไปตามถนนประชาธิปไตยแยกซ้ายไปตามถนนวิสุทธิกษัตริย์ แยกขวาเข้าถนนสามเสน เข้าเส้นทางเที่ยวกลับ จนถึงท่าต้นทาง
6. สาย 60 เดินรถตามเส้นทางปกติ ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกขวาไปตามถนนดินสอ แยกซ้ายไปตามถนนพระสุเมรุ แยกซ้ายไปตามถนนบวรนิเวศน์ ถนนตะนาว  แยกซ้ายไปตามถนนราชดำเนินกลางเข้าเส้นทางเที่ยวกลับ จนสุดเส้นทางที่สวนสยาม
7. สาย 1 

เที่ยวไป จากถนนตก เดินรถไปตามเส้นทางปกติสุดเส้นทางที่ พาหุรัด 

เที่ยวกลับ จากพาหุรัด แยกขวาไปตามถนนตรีเพชร แยกขวาไปตามถนนเจริญกรุง เข้าเส้นทางเดิมจนสุดเส้นทางที่ ถนนตก
8. สาย 12 

เที่ยวไป จากห้วยขวางไปตามเส้นทางปกติ ถึงถนนตีทอง สุดเส้นทางที่แยกเฉลิมกรุง 

เที่ยวกลับ จากแยกเฉลิมกรุง แยกขวาไปตามถนนเจริญกรุง แยกขวาไปตามถนนเฟื่อนคร แยกขวาไปตามถนนบำรุงเมือง แยกซ้ายไปตามถนนดินสอเข้าเส้นทางเดิมจนสุดเส้นทางที่ห้วยขวาง
9. สาย 47 และรถ Shuttle Bus หัวลำโพง – สนามหลวง

เที่ยวไป จากท่าเรือคลองเตย ไปตามเส้นทางปกติ ถึงถนนหลวงแยกซ้ายไปตามถนนวรจักร แยกต่อเนื่องถนนจักรวรรดิ แยกขวาไปตามถนนเยาวราช แยกขวาไปตามมหาไชย สุดเส้นทางที่แยกเมอร์รี่คิงส์

เที่ยวกลับ จากแยกเมอร์รี่คิงส์ แยกขวาไปตามถนนเจริญกรุง แยกซ้ายไปตามถนนวรจักร แยกขวาไปตามถนนบำรุงเมือง เข้าเส้นทางเดิมจนสุดเส้นทางที่ท่าเรือคลองเตย

10. รถ Shuttle Bus หัวลำโพง – สนามหลวง 

เที่ยวไป จากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปตามเส้นทางปกติ ถึงถนนหลวงแยกซ้ายไปตามถนนวรจักร แยกต่อเนื่องถนนจักรวรรดิ แยกขวาไปตามถนนเยาวราช แยกขวาไปตามมหาไชย สุดเส้นทางที่แยกเมอร์รี่คิงส์

เที่ยวกลับ จากแยกเมอร์รี่คิงส์ แยกขวาไปตามถนนเจริญกรุง แยกซ้ายไปตามถนนวรจักร แยกขวาไปตามถนนบำรุงเมือง เข้าเส้นทางเดิมจนสุดเส้นทางที่สถานีรถไฟหัวลำโพง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ขสมก. 1348

 

โอ้ววว..! กรมวิทย์ฯ เผยทดสอบค่าแถบสีธงชาติไทย คัดเลือกธงต้นแบบจาก 3แหล่ง พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ/ พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย /ธงจากราชนาวี  ประกาศราชกิจจาแล้ว 30ก.ย.60 ให้หน่วยงานยึดเป็นเกณฑ์สีธงมาตรฐาน

เขียนบล็อก : 11 ตุลาคม 2560

ตามที่มติคณะกรรมการจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 100 ปี การประกาศใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานกรรมการ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ เป็นรองประธานกรรมการ ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการกำหนดมาตรฐานแถบสีธงชาติไทย เพื่อให้มีมาตรฐานสีและเป็นมาตรฐานสีตามหน่วยสากล โดยกำหนดในลักษณะของค่าแนะนำทางราชการ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้กำหนดจัดการประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 9 หน่วยงาน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เป็นหนึ่งในหน่วยงาน ที่สำนักนายกรัฐมนตรี เชิญให้เข้าร่วมประชุมหารือการพิจารณากำหนดมาตรฐานแถบสีธงชาติไทย ร่วมกับ  9 หน่วยงาน ได้แก่

กระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรม

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

กรมวิทยาศาสตร์บริการ

สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

สำนักงานกฎระเบียบกลาง

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

และหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง

เพื่อคัดเลือกธงต้นแบบ ที่จะกำหนดสี ด้วยวิธีการวัดสีธงต้นแบบ (แดง-ขาว-น้ำเงินแก่) จากแหล่งดังนี้

1.ธงชาติจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จากธง 2 ประเภท ได้แก่ ธงชัยเฉลิมพล และ ธงไตรรงค์

2.ธงชาติจากพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย

และ 3.ธงจากราชนาวี

โดยที่กรมวิทยาศาสตร์บริการได้รับมอบหมายให้พิจารณาคัดเลือกธงจากทั้ง 3 แหล่ง โดยดูจากลักษณะปรากฏ และการวัดค่าสีด้วยเครื่อง Colorimetric spectrophotometer แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อกำหนดค่าสีของธงต้นแบบ และได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 245 ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 ให้เป็นเกณฑ์ลักษณะของค่าแนะนำของธงชาติไทย

จากการทดสอบค่าแถบสีธงชาติไทย (สีน้ำเงินแก่ สีขาว และสีแดง) ด้วยเครื่อง Colorimetric spectrophotomete ซึ่งผลของการทดสอบที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมได้กำหนดค่า CIELAB D65 สีแดง ค่า L* = 36.4 , a* = 55.47 , b* = 25.42  สีขาว ค่า L* = 96.61 , a* = -0.15 , b* = -1.48 และสีน้ำเงิน ค่า L* = 18.63 , a* = 7.89 , b* = -19.45 โดยได้กำหนดค่า ∆E* (delta E) ไม่เกิน 1.5

และได้ประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 245 ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 ให้เป็นเกณฑ์ลักษณะของค่าแนะนำทางราชการ

 

รวมเส้นทาง! ก.คมนาคมทาง รวมเส้นทาง-จุดบริการ ทางบก ราง น้ำ..อำนวยความสะดวกปชช.เดินทางร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ 


ข้อมูล 10 ตุลาคม 2560 


 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 10, 2017 in ทั่วไป