RSS

ถอดโมเดล..การสร้างละคร “น้ำดี”! 18 เม.ย.61 ม.ธรรมศาสตร์ จัดเสวนา ไขรหัสลับ ละครบุพเพสันนิวาส 09.00 – 13.00 น. มธ.ท่าพระจันทร์

เขียนบล็อก : 15 เม.ย.2561

ถอดโมเดล..การสร้างละคร “น้ำดี”! 18 เม.ย.61 ม.ธรรมศาสตร์ จัดเสวนา ไขรหัสลับ ละครบุพเพสันนิวาส ละครดังแห่งปี ร่วมวิเคราะห์บทละคร“น้ำดี” เพื่อเป็นโมเดลการสร้างละครและสื่อสร้างสรรค์ เวลา 09.00 – 13.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 4 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

+++++++
กำหนดการสำหรับสื่อมวลชน

09.00 – 09.30 น. สื่อมวลชนลงทะเบียน

09.30 – 09.35 น.คุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวรายงาน

09.35 – 10.00 น. คุณวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวบรรยายพิเศษ และเปิดงาน

10.00 – 12.55 น. เสวนา “ไขรหัสลับ ละครบุพเพสันนิวาส” โดย

– อาจารย์ศัลยา สุขะนิวัตติ์ นักเขียนบทโทรทัศน์

– คุณภวัต พนังคศิริ ผู้กำกับละคร

– คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะทำงานสายกิจการองค์กรสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

– คุณนิมิต พิพิธกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรม

– รศ. นฤมล ปิ่นโต หัวหน้ากลุ่มวิชาและโทรทัศน์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มธ.

– ผศ.ดร. วิไลวรรณ จงวิไลเกษม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวารสารศาสตร์และสื่อมวลชน มธ.

1. แนวทางการสร้างละคร “น้ำดี” ที่มีสาระและได้รับความนิยมจากสังคม

2. การนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทยในสื่อวิทยุและโทรทัศน์

3. การประชาสัมพันธ์ละครเพื่อให้เป็นกระแสสังคม

12.55 – 13.00 น.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดี คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มธ. กล่าวปิดการเสวนา

13.00 น.เสร็จสิ้นกิจกรรม

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 15, 2018 in ทั่วไป

 

เริ่มตั้งฉากวันนี้! สดร. เผยช่วงเวลาดวงอาทิตย์ตั้งฉากประเทศไทย จากใต้ขึ้นเหนือ เริ่ม 4 เมษายนนี้ที่เบตง ย้ำอาจไม่ใช่วันร้อนที่สุด

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ของไทย เริ่มใต้สุดของประเทศ ณ อ.เบตง จ.ยะลา ตรงวันนี้ (4 เมษายน 2561)

จากนั้นจะไล่ขึ้นเหนือเรื่อย ๆ สำหรับปีนี้กรุงเทพมหานคร ตรงกับวันที่ 27 เมษายน ดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในแนวตั้งฉากจะอยู่ในตำแหน่งเหนือศีรษะพอดี หากยืนกลางแดด เงาของร่างกายจะตกอยู่ใต้เท้าพอดี และอาจไม่ใช่วันที่ร้อนที่สุดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับประเทศไทย เริ่มจากทางใต้ ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ตรงกับวันที่ 4 เมษายน 2561 เวลาประมาณ 12:18 น. จากนั้นดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ในแนวตั้งฉากกับพื้นที่ต่าง ๆ ของไทยไล่ลำดับขึ้นเหนือมาเรื่อยๆ สำหรับปีนี้ดวงอาทิตย์จะโคจรตั้งฉากกับกรุงเทพมหานครในวันที่ 27 เมษายน 2561 เวลาประมาณ 12:16 น. จนกระทั่ง วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 ดวงอาทิตย์จะตั้งฉากกับพื้นที่เหนือสุดของประเทศไทย ณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เวลาประมาณ 12:17 น.

เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน ระหว่างแนวละติจูด 5-20 องศาเหนือ ประเทศที่อยู่ในบริเวณนี้จะมีวันที่ดวงอาทิตย์ผ่านใกล้จุดเหนือศีรษะมากที่สุดปีละ 2 วัน โดยจะมีคาบการโคจรพาดผ่านแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดของประเทศไทยจึงเห็นดวงอาทิตย์ผ่านเหนือศีรษะไม่พร้อมกันและในครั้งต่อไปดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่มาอยู่ในแนวตั้งฉากกับกรุงเทพฯ อีกครั้งช่วงฤดูฝนในวันที่ 16 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 12.22 น.

การที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นโลกทำให้ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่อุณหภูมิจะสูงที่สุดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ปริมาณฝน เมฆ อิทธิพลจากมรสุม ความร้อนสะสมในบรรยากาศ ฯลฯ ก็อาจส่งผลต่ออุณหภูมิได้

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 4, 2018 in ทั่วไป

 

พบเต่าทะเลวางไข่ 79ฟอง! เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ / ชาวบ้านไม่พบเต่าวางไข่นานกว่า 30ปี

เขียนบล็อก : 3 เม.ย.2561

พบเต่าทะเลวางไข่ 79ฟอง! เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร พร้อมด้วยนายรุ่งโรจน์ อัศวกุลธารินท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้าตรวจสอบการวางไข่ของเต่าทะเล เมื่อวานนี้ (2 เม.ย.61) บริเวณหน้าโรงแรมบราเซีย บีช โฮเต็ล อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยได้รับแจ้งจากนายอิฐธิรัตน์ จันทร เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรสามร้อยยอด หลังจากเข้าตรวจสอบพบไข่เต่าทะเลจำนวน 79 ฟอง สภาพสมบูรณ์ถูกฝังในหลุมทรายลึก 1 ฟุต ขนาดความกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร ซึ่งไข่เต่าทะเลดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นไข่เต่าทะเลสายพันธ์ใด เนื่องจากต้องรอลูกเต่าฟักเป็นตัวก่อน

เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จึงได้ทำการขนย้ายไข่เต่าทะเลไปไว้บริเวณหาดแหลมศาลา บ้านบางปู อ.สามร้อยยอด ซึ่งเป็นเขตพื้นที่อุทยานฯ ด้วยการขุดหลุมทำร้วล้อมกั้นป้องกันอันตรายจากสัตว์ พร้อมได้จัดเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานดูแลตลอด 24 ชั่วโมงแทนการย้ายไข่เต่าไปฟักที่ศูนย์วิจัย จ.ชุมพร เนื่องจากต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัดอาจทำให้ไข่เต่ามีปัญหา

สำหรับไข่เต่าทะเลที่พบนั้น ยืนยันว่าระบบนิเวศชายฝั่งในพื้นที่ อ.สามร้อยยอดยังคงมีสภาพสมบูรณ์ หลังจากหลายหน่วยงานร่วมกันฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าไม่พบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่นานกว่า 30 ปี

 

ขอรับเลือด AB ด่วน! พีอาร์ สตช.แจ้ง ตำรวจโคราช ขอรับบริจาคเลือด หมู่เลือด AB ช่วยชีวิต ผู้หมวดถูกยิงบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่

23 มีนาคม 2561

ขอรับเลือด AB ด่วน! พีอาร์ สตช.แจ้ง ตำรวจโคราช ขอรับบริจาคเลือด หมู่เลือด AB ช่วยชีวิต ผู้หมวดถูกยิง ได้รับบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่

ภายหลัง ร.ต.ต.เศวต บุญประสม ตำรวจ สภ.คง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง ในการเข้าระงับเหตุผู้ต้องหาข่มขู่และทำร้ายครอบครัว (เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561) เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา

ล่าสุด ในวันนี้(23 มีนาคม 2561) สตช.ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ขอรับบริจาคโลหิตเพิ่ม กรุ๊ป AB จำนวนมาก เนื่องจาก ร.ต.ต.เศวตฯ มีเกล็ดเลือดต่ำ ต้องให้เกล็ดเลือดจำนวนมาก เพื่อช่วยชีวิต จึงขอความช่วยเหลือจากท่านทีมีกรุ๊ปเลือด AB และมีความพร้อมของร่างกาย ติดต่อขอบริจาคเลือด กรุ๊ป AB ได้ที่ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา

สอบถามข้อมูล ..ที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมาโทรศัพท์ : 0-4423-5000

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 23, 2018 in ทั่วไป

 

แพทย์ผิวหนังชี้ โรคเพมฟิกัส “ไม่ใช่โรคติดต่อ”ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน สามารถสัมผัส-ใกล้ชิดผู้ป่วยได้ปกติ

โพสต์บล็อก : 22 มีนาคม พ.ศ.2560

แพทย์ผิวหนังชี้ โรคเพมฟิกัส “ไม่ใช่โรคติดต่อ”โรคเพมฟิกัสยังไม่ทราบสาเหตุของโรคที่ชัดเจน แต่ไม่ใช่โรคติดต่อสามารถสัมผัสและอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยได้ตามปกติ แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะวิธีดูแลป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีการเสนอข่าวชายวัย 68 ปีจากจังหวัดนครราชสีมา ป่วยเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีอาการผิวหนังพุพอง เลือดออก และคันทั้งตัว

ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสาธารณสุขอำเภอพร้อมด้วยสหวิชาชีพลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยรายดังกล่าวและนำเข้ารักษาที่โรงพยาบาลจักราช

จากข้อมูลในพื้นที่พบว่าผู้ป่วยมีอาการของโรคในกลุ่มตุ่มน้ำพองเรื้อรังซึ่งเกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้มีการสร้างแอนติบอดีมาทำลายการยึดเกาะของเซลล์ผิวหนัง ผิวหนังจึงหลุดลอกออกจากกันได้ง่าย

ประกอบกับปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมมีส่วนในการกระตุ้นโรคด้วย โรคนี้พบไม่บ่อยแต่จัดเป็นโรคผิวหนังที่มีความรุนแรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 50-60 ปี

โรคนี้เกิดได้กับทุกวัย รวมถึงในเด็ก เพศชายและหญิงมีโอกาสเกิดโรคเท่ากัน ที่สำคัญไม่ใช่ใรคติดต่อ สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนในครอบครัวหรือสังคมได้

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคผิวหนังในผู้ป่วยรายดังกล่าว พบว่าเป็นโรคเพมฟิกัส ซึ่งจะมีแผลถลอกเรื้อรังที่บริเวณเยื่อบุในปาก เหงือก กระพุ้งแก้ม และมีตุ่มพองหรือแผลถลอกบริเวณผิวหนัง ขยายออกกลายเป็นแผ่นใหญ่ มีอาการปวดแสบมาก แผลถลอกอาจมีสะเก็ดน้ำเหลือง หากมีการติดเชื้อแทรกซ้อน จะทำให้แผลลุกลามและควบคุมได้ยาก

ผู้ป่วยโรคเพมฟิกัสแต่ละรายมีความรุนแรงของโรคแตกต่างกัน การรักษาจะให้ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน โดยใช้ในขนาดสูง 0.5-1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคมาก หรือมีผื่นในบริเวณกว้าง จำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันร่วมด้วย

การรักษามีจุดประสงค์ในการลดการเกิด
ตุ่มน้ำใหม่และเร่งการสมานแผลให้เร็วที่สุด ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ แผลจะสมานหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน และหลังจากนั้น แพทย์จะปรับลดยา โดยใช้ยาที่น้อยที่สุดที่จะควบคุมโรคได้ ผู้ป่วยบางรายอาจเข้าสู่ระยะโรคสงบหลังรักษา 3 – 5 ปี โดยอาจมีอาการโรคกำเริบและสงบสลับกันไป

ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาด คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ควรทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ บริเวณที่เป็นแผลให้ใช้น้ำเกลือทำความสะอาด ไม่แกะเกาผื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ผู้ป่วยที่มีแผลในปาก ควรงดอาหารรสจัด งดรับประทานอาหารแข็ง เช่น ถั่ว ของขบเคี้ยว เนื่องจากอาจกระตุ้นการหลุดลอกของเยื่อบุในช่องปาก

หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ ไม่ควรใส่เสื้อผ้ารัดคับ เพื่อลดการถลอกที่ผิวหนัง หลีกเลี่ยงแสงแดด และความเครียด เป็นปัจจัยกระตุ้นโรคที่สำคัญ ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องมารักษาอย่างต่อเนื่อง ตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ อย่าลดหรือเพิ่มยาเอง การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไปไม่มีรอยโรคใหม่เกิดขึ้น

 

รวมภาพ..” ครม.ประยุทธ์ 1/5″  ใครเป็นใคร..ก็สำคัญ.. แต่ยังไม่สำคัญกับว่า.. อยู่ในอำนาจแล้ว จะทำอะไรกัน? 


ประกาศแล้ว! ครม.ใหม่ “ประยุทธ์ 5” /  “ลุงป้อม” ยังเหนียว/ รมต.หลุด 9 คน / ส่วนกลุ่มที่เป็น รมต.ใหม่มี 10 คน

กลุ่มรมต.หลุด…มี 9 คน 

– พล.อ.ธนะศักดิ์ (รองนายกฯ) 

– พล.ร.อ.ณรงค์  (รองนายกฯ)

– พล.อ.อุดมเดช (รมช.กลาโหม)

– นายออมสิน (รมต.ประจำสำนักนายก)

– นางกอบกาจน์ (รมว.ท่องเที่ยว)

– นายพิชิต (รมช.คมนาคม)

– นาย อภิรดี (รมว.พาณิชย์)

– นาง อรรชกา (รมว.วิทย์ฯ)  

– ม.ล.ปนัดดา (รมช.ศึกษาฯ)

*************

กลุ่ม..ที่เป็น รมต. ใหม่ 10 คน 

– พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล (รมช.กลาโหม) 

– นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ( รมว.ท่องเที่ยวฯ)

– นายกฤษฎา บุญราช ( รมว.เกษตร) 

– นายลักษณ์ วจนานวัช (รมช.เกษตร)

– นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ( รมช.เกษตร) 

– นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ( รมช.คมนาคม) 

– นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ( รมว.พลังงาน) 

– นายอุดม คชินทร ( รมช.ศึกษาฯ)

– นายสมชาย หาญหิรัญ ( รมช.อุตสาหกรรม)

– กอบศักดิ์ ภูตระกูล ( รมต.ประจำสำนักนายกฯ)

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 24, 2017 in ทั่วไป

 

​กทม.ชี้แจง..สถานการณ์น้ำ! ยืนยันพร้อมรับมือ-ป้องกัน-แก้ปัญหา

27 ตุลาคม 2560

กทม.ชี้แจง..สถานการณ์น้ำ! กทม. ยืนยันพร้อมรับมือ-ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำในพื้นที่

นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้ นายณรงค์ เรืองศรี รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ชี้แจงประเด็น ความกังวลต่อสถานการณ์น้ำ เนื่องจากโซเชียลมีเดียจำนวนมากแสดงความคิดเห็นในเชิงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในขณะนี้ โดยมองว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดสถานการณ์น้ำท่วมเหมือนเมื่อปี 2554 อีกทั้งแสดงความไม่เชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลสรุปสถานการณ์น้ำที่ชัดเจน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ว่าน้ำท่วมหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวขนย้ายสิ่งของได้ทันสถานการณ์นั้น 

ประเมินสถานการณ์แล้ว กทม. ยังสามารถรับมือน้ำในปัจจุบันได้

สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้ประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ จาก 3 องค์ประกอบ ได้แก่ น้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันของ 3 น้ำ ณ วันที่ 25 ต.ค. 60 เป็นดังนี้ 

1.ข้อมูลจากกรมชลประทาน แจ้งปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,702 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

2.ระดับน้ำทะเลหนุน โดยเมื่อ 25 ต.ค.60 น้ำทะเลหนุนสูงสุด เมื่อเวลา 09.52 น. ระดับน้ำอยู่ที่ 1.08 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองตลาดอยู่ที่ระดับ 1.96 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครอยู่ประมาณ 0.84 เมตร ทั้งนี้ ระดับแนวคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครมีระดับ 2.80 – 3.50 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง 

3.สถานการณ์ฝน ปัจจุบันปริมาณฝนรวมในกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ 2,167.6 มิลลิเมตร ซึ่งจากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่านับจากวันที่ 25 ต.ค. 60 ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงและเข้าสู่ฤดูหนาวต่อไป ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ทั้ง 3 น้ำ จึงสรุปได้ว่ากรุงเทพมหานครยังสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ 

สภาพพื้นที่ลุ่มต่ำเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงมีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาน้ำท่วม ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ของ 3 น้ำ ประกอบด้วย น้ำฝนตกหนักในพื้นที่ น้ำเหนือไหลบ่า และน้ำทะเลหนุนสูง กรุงเทพมหานครจึงได้เตรียมการและวางแผนบริหารจัดการน้ำ สร้างระบบป้องกันน้ำท่วม และระบบระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ได้แก่ 

1.การป้องกันน้ำท่วมตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ความยาวรวม 77 กิโลเมตร สามารถป้องกันน้ำไหลบ่าจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าท่วมในพื้นที่ ได้ถึงระดับ 3.00 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือรองรับน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาไม่เกิน 3,000 ลบ.ม./วินาที 

แต่หากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณมาก ชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ จะได้รับผลกระทบจำนวน 18 ชุมชน ในพื้นที่ 10 เขต รวม 430 หลังคาเรือน ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มีการเตรียมการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไว้แล้ว เช่น วางกระสอบทรายในแนวฟันหลอ การสร้างสะพานไม้เป็นทางเดินเข้าออกชุมชน และแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง เป็นต้น 

2.การป้องกันน้ำท่วมด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร โดยการก่อสร้างคันกั้นน้ำพระราชดำริ เพื่อป้องกันน้ำไหลจากพื้นที่ด้านตะวันออกเข้าท่วมพื้นที่ชั้นใน ความยาว 72 กิโลเมตร สามารถป้องกันน้ำไหลบ่าจากพื้นที่ด้านนอกได้ที่ระดับความสูง 2.50 – 3.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 

3.การระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานครผ่านคลองสายหลัก สำหรับน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนนทบุรีบางส่วนจะไหลเข้าสู่คลองมหาสวัสดิ์และระบายออกสู่แม่น้ำท่าจีน ส่วนน้ำที่ระบายผ่านพื้นที่ของกรุงเทพฯ จะระบายผ่านคลองทวีวัฒนา คลองซอย คลองขุนศรีฯ และคลองควาย และน้ำบางส่วนจะระบายผ่านคลองบางกอกน้อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา น้ำส่วนที่เหลือจะระบายลงสู่แก้มลิงคลองสนามชัย – มหาชัย ซึ่งอยู่ทางตอนล่างของพื้นที่และจะระบายสู่ทะเลต่อไป 

เตรียมพร้อมมาตรการหากเกิดน้ำทะเลหนุนริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 สำหรับกรณีเกิดน้ำเหนือหลากและน้ำทะเลหนุนตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานครมีมาตรการเตรียมความพร้อม ดังนี้ 

1.ตรวจสอบความแข็งแรงจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และเรียงกระสอบทรายในบริเวณที่แนวป้องกันน้ำท่วมมีระดับต่ำ 

2.ติดตามสถานการณ์น้ำเหนือ และการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานทุกวัน 

3.ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง และส่งเจ้าหน้าที่ตรวจตราจุดที่คาดว่าจะมีปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าท่วมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 

4.ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำให้พร้อมทำงานตลอดเวลา รวมถึงดำเนินการขุดลอกคลอง เตรียมความพร้อมสถานีสูบน้ำ เตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มประสิทธิภาพในพื้นที่จุดเฝ้าระวังมากขึ้น เตรียมความพร้อมหน่วยสนับสนุน ช่วยเหลือประชาชน และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ตลอดเวลาด้วย

มีแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินกรณีน้ำหลากในพื้นที่

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินกรณีน้ำหลากเข้ามาในพื้นที่ โดยปฏิบัติตาม 9 ขั้นตอน ดังนี้ 

1.ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

2.เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ตามจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำท่วม 

3.ควบคุมและลดระดับน้ำในคลอง บ่อสูบน้ำ และแก้มลิงให้อยู่ในระดับต่ำ 

4.แจ้งเตือนสถานการณ์ฝนตกให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานภาคสนามผ่านระบบวิทยุสื่อสาร Trunked Radio แจ้งเตือนสำนักงานเขตผ่านวิทยุสื่อสารเครือข่าย “อัมรินทร์” แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านกลุ่ม Line “เตือนภัยน้ำท่วม กทม.” (ปภ. ทหาร ตำรวจ สื่อมวลชน) 

5.ส่งหน่วยปฏิบัติการเร่งด่วน (BEST) ประจำจุดเสี่ยงและจุดสำคัญ เพื่อเร่งระบายน้ำ และแก้ปัญหาด้านการการจราจร 

6.หน่วยงานภาคสนาม (ผู้บริหาร สนน./หน.หน่วยฯ ) ลงพื้นที่ตามจุดต่างๆ และรายงานสถานการณ์น้ำท่วมให้ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมทราบ 

7.ประสานงานขอการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกการจราจร การปิดเส้นทางที่น้ำท่วม ทหารช่วยเหลือประชาชน หากมีระดับน้ำท่วมสูงรถเล็กไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านได้ เป็นต้น 

8.เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจุดที่วิกฤติ ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำชนิดเคลื่อนที่เพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิม 

9.ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สรุปสถานการณ์เพื่อแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนและทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งหากเกิดเหตุน้ำท่วมในพื้นที่จะจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยมีผู้อำนวยการเขตพื้นที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
    

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 27, 2017 in ทั่วไป