RSS

Monthly Archives: ธันวาคม 2012

กสทช. เปิดผลงาน 1 ปี ด้านกฎหมาย โทรคมนาคม ดันยุทธศาสตร์ให้เป็น ปีทองแห่งการคุ้มครองผู้บริโภคไทย

 

ดาวน์โหลด IMG_2905.JPG (542.4 กิโลไบต์)

 

28 ธ.ค.55- ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ  กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  ด้านกฎหมาย  และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบูรณาการและปรับปรุงกฎหมายและระเบียบด้านโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ผ่านพ้นไปแล้ว 1 ปี กับบทบาทการทำหน้าที่ของกสทช. ด้านกฎหมาย ที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนา กฎ กติกา ระเบียบต่างๆ ในกิจการโทรคมนาคมให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ซึ่งถือเป็นความโชคดีอย่างยิ่งของ กสทช. ที่ได้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายโทรคมนาคม หลายท่าน กรุณาสละเวลาอันมีค่าเข้ามาร่วมกันทำงานระดมความคิดเห็นกันในคณะอนุกรรมการฯชุดนี้  ส่งผลทำให้การปรับปรุงและพัฒนา กฎ กติกา ตลอดจนกฎหมายต่างๆในกิจการโทรคมนาคมมีความคืบหน้าและมีประสิทธิภาพ และที่น่ายินดี คือ กฎ กติกา ที่มีการปรับปรุงโดยคณะอนุกรรมการฯชุดนี้สามารถปฎิบัติได้จริง และเป็นกฎ กติกาที่มีชีวิตอย่างแท้จริง  

                        โดยในปี 2555 คณะอนุกรรมการบูรณาการฯ มีการประชุมทั้งสิ้น 21 ครั้ง พิจารณายกร่างปรับปรุงและเสนอความเห็นเกี่ยวกับประกาศและระเบียบ รวม 19 ฉบับ  มีเรื่องที่ดำเนินการแล้วเสร็จเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ กทค. และ กสทช. จนได้ข้อยุติเป็นผลให้มีการวางแนวปฏิบัติใหม่ หรือออกเป็นประกาศหรือระเบียบในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับแล้ว รวม 6  เรื่อง นอกจากนี้มีร่างประกาศและร่างระเบียบที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการบูรณาการฯ เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการนำเสนอที่ประชุม กทค. และ กสทช. จำนวน 8 ฉบับ รวมทั้งมีเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและศึกษาแนวทางจัดทำร่างประกาศและร่างระเบียบที่ผ่านความเห็นในเบื้องต้นของคณะอนุกรรมการบูรณาการฯ แล้ว จำนวน 5 ฉบับ

                        ทั้งนี้สามารถจำแนกผลการดำเนินการที่สำคัญของคณะอนุกรรมการบูรณาการฯ ในปี 2555 ในด้านต่างๆดังนี้  ด้านการพัฒนาและส่งเสริมการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม   มีการปรับปรุงประกาศ  กสทช. เรื่อง การกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าวฯ  ซึ่งมีผลบังคับใช้  เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2555  ส่งผลให้เกิดความชัดเจน ลดความหวาดระแวงและทำให้ประกาศดังกล่าวไม่เป็นอุปสรรคต่อการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี  นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงประกาศ กทช. เรื่อง นิยามของตลาด และขอบเขตตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 25551  ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นในเบื้องต้น และมอบให้สำนักงาน กสทช. หารือกับคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อดำเนินการแก้ไขปรับปรุงร่างประกาศฯ และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการฯ อีกครั้งหนึ่ง  

                        ด้านการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และการอนุญาตให้ประกอบกิจการ  ได้พิจารณาร่างประกาศ กสทช. เรื่อง ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. …. เสร็จเรียบร้อยแล้วมีการนำเสนอต่อที่ประชุม กทค. และ กสทช. จนที่ประชุม กสทช.เห็นชอบแล้วขณะนี้อยู่ในกระบวนการส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา  นอกจากนี้ได้เสนอหลักการกรณีดำเนินการตามประกาศ กทช. เรื่อง การขอความเห็นชอบสัญญาอันเกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ทำกับรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ หรือบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ พ.ศ. 2549 ต่อที่ประชุม กทค. พิจารณาหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบสัญญาอันเกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ทำกับรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ หรือบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ   รวมทั้งได้ดำเนินการปรับปรุงประกาศ กทช. เรื่อง การเปิดเสรีการให้บริการวงจรเช่าส่วนบุคคลระหว่างประเทศ (International Private Leased Circuit : IPLC) ที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเสนอต่อที่ประชุม กทค. และ กสทช.เพื่อขออนุมัติหลักการต่อไป

                ด้านการใช้ทรัพยากรโทรคมนาคมอย่างมีประสิทธิภาพ  ได้ริเริ่มให้มีการปรับปรุงประกาศ กทช. ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2549  ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาในการบังคับใช้  สำหรับการปรับปรุงประกาศนี้ ขณะนี้มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยมีการยกร่างประกาศใหม่เรียบร้อยแล้ว นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งได้ให้ข้อสังเกตเพื่อให้สำนักงาน กสทช. ไปปรับปรุงต่อไป นอกจากนี้ยังได้เสนอให้มีการออกประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับจัดสรรคลื่นความถี่ในกิจการวิทยุคมนาคม  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับจัดสรรคลื่นความถี่ในกิจการวิทยุคมนาคม เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม กทค. และ กสทช.

                        สำหรับด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมนั้น เป็นเรื่องที่คณะอนุกรรมการฯให้ความสำคัญอย่างมาก โดยมีการผลักดันให้มีการพัฒนากฎ กติกา เรื่องการไกล่เกลี่ยในด้านโทรคมนาคมเพื่อเพิ่มทางเลือกในการระงับข้อพิพาทให้กับผู้บริโภค ถือเป็นการบุกเบิกระบบไกล่เกลี่ยให้เกิดขึ้นในวงการโทรคมนาคมของไทย จนเป็นผลให้มีการออกระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ร้องเรียน และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2555  นอกจากนี้ได้ดำเนินการให้มีการออกประกาศ กสทช. เรื่อง อัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคมสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงภายในประเทศ พ.ศ. 2555  โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 3  เมษายน 2555  รวมทั้งได้ริเริ่มให้มีการยกร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลักษณะที่เรียกเก็บเงินล่วงหน้า โดยมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กทค. และ กสทช. แล้ว   

           นอกจากนี้คณะอนุกรรมการฯ ยังได้ทำการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาทางกฎหมายและปัญหาการบังคับใช้ประกาศ กทช. เรื่อง กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ จนนำไปสู่ความเห็นที่เป็นเอกฉันท์ว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงประกาศดังกล่าวอย่างเร่งด่วนเพื่อมิให้เป็นอุปสรรคต่อการคุ้มครองผู้บริโภค โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาและศึกษาแนวทางการแก้ไขปรับปรุงประกาศ กทช. เรื่อง กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อรองรับปริมาณข้อพิพาทที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการให้บริการ 3 จี เต็มรูปแบบ

         ดร.สุทธิพล กล่าวอีกว่า  ปี 2556  จะเป็นปีทองแห่งการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมอย่างแท้จริง  โดยยุทธศาสตร์การดำเนินการที่ตั้งใจไว้ คือ เร่งสังคายนากฎกติกาด้านโทรคมนาคมที่เป็นอุปสรรคต่อการคุ้มครองผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการเพิ่มการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยจะนำมาปรับปรุงให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้เพื่อรองรับกับปริมาณเรื่องร้องเรียนที่จะปรับตัวสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการเปิดให้บริการ 3 จี  ดังนั้นหาก กสทช.เตรียมระบบในเรื่องนี้ไว้อย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาที่ต้นน้ำ ก็จะบริหารจัดการเรื่องร้องในกิจการโทรคมนาคมให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นธรรมได้ 

          “หมดยุคที่จะไปมุ่งโจมตี วิพากษ์วิจารณ์ว่าคนโน้นคนนี้ไม่ดีแล้ว เราจะเน้นการทำงานอย่างสร้างสรรค์ ต้องทำมากกว่าพูดให้เห็นผลอย่างจริงจัง ยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องที่จะไปจ้องจับผิดคนโน้นคนนี้รายวันในประเด็นปลีกย่อย แต่ต้องเน้นการป้องปรามปัญหาและเยียวยาปัญหาควบคู่กัน มิใช่เน้นเรื่องการสร้างปัญหา ผมเชื่อว่าทุกปัญหาย่อมมีคำตอบ แต่เราจะต้องมีความจริงใจในการจัดการกับปัญหา ด้วยยุทธศาสตร์ใหม่นี้ ผมจึงมั่นใจว่าปี 2556  จะเป็นปีทองแห่งการคุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคมอย่างแท้จริง”  ดร.สุทธิพล กล่าวทิ้งท้าย

Advertisements
 

รายงาน สถานการณ์สื่อวิทยุและโทรทัศน์ ในรอบปี 2555 โดย : สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

รายงานสถานการณ์สื่อวิทยุและโทรทัศน์  ในรอบปี 2555
จัดทำโดย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
 
 
 
“ภาพสะท้อนสื่อไทยปี 2555…. ปีแห่งการถูกตรวจสอบทางจริยธรรม และปีแห่งความยากลำบากในการทำหน้าที่สื่อมวลชนท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้ง”
 
ตลอดปี 2555 ที่ผ่านมา แม้สังคมไทยจะผ่านพ้นจากช่วงวิกฤตความแตกแยกทางความคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองขั้นรุนแรงมาแล้ว แต่สภาพสังคมก็ยังไม่อาจก้าวข้ามความขัดแย้งและความเห็นต่าง จึงเป็นความยากลำบากของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวสารให้เป็นที่พอใจแก่ทุกฝ่าย จนบางครั้งสื่อมวลชนก็ตกเป็นจำเลยของสังคม
 
การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในยุคปัจจุบันมักจะถูกตั้งคำถาม ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกตรวจสอบและเผชิญกับข้อท้าทายอย่างหนักในเรื่องจริยธรรมของสื่อมวลชนจากสังคม ภาคประชาชนและเอกชนอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นยิ่งขึ้น จนเกิดเป็นเสียงเรียกร้องว่า เสรีภาพของสื่อต้องมาควบคู่กับจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
 
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึงมีการรวบรวมสถานการณ์ต่างๆในรอบปี 2555 ที่สะท้อนให้เห็นภาพรวมสถานการณ์สื่อไว้ดังนี้
 
1. ปี 2555 เป็นปีที่สื่อ ถูกตรวจสอบและท้าทายทางจริยธรรมปฏิเสธไม่ได้ว่าในรอบปีที่ผ่านมา สื่อมวลชนตกเป็นข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมที่มีความท้าทายทางจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นข่าวสื่อมวลชนเดินทางไปดูงานทวีปยุโรปกับประธานรัฐสภา และกรณีของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด และนายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคม เมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกขององค์กรวิชาชีพสื่อ ทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับกลไกและมาตรฐานการตรวจสอบจริยธรรมโดยองค์กรวิชาชีพสื่อว่ายังมีประสิทธิภาพอยู่หรือไม่
 
2. สถานการณ์แทรกแซงและละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อยังคงมีให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปี เมื่อสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือไปยังประธานโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  (ทีวีพูล) เพื่อขอลดจำนวนช่างภาพ และผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7  ที่ถูกวางตัวไว้เป็นทีมล่วงหน้า เพื่อรายงานข่าวการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติและแทรกแซงการทำหน้าที่สื่อ
 
ต่อมาผู้สื่อข่าวหญิงของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 คนเดียวกันนี้ ได้เกิดการกระทบกระทั่งกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ จนทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหากมีผู้สื่อข่าวหญิงคนดังกล่าวรวมอยู่ในกลุ่มด้วย ซึ่งถือเป็นรูปแบบหนึ่งในการกดดันสื่อ ให้ไม่ได้รับความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
 
นอกจากนี้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในระหว่างการสลายการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ก็มีการทำร้ายร่างกายของช่างภาพสื่อมวลชนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ มีการใช้กำลัง ใช้ความรุนแรงในการควบคุมตัวช่างภาพสื่อมวลชนขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการติดตามตรวจสอบหรือชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
3.แม้ความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงถึงขั้นเกิดสงครามกลางเมืองจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความแตกแยกในสังคมไทยอันเนื่องมาจากอุดมการณ์และความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกันยังคงอยู่   การสร้าง “สื่อการเมือง”  ที่มีจุดยืน “เลือกข้างเลือกสี”ทางการเมืองอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นวิทยุชุมชน ทีวีดาวเทียม และอื่น ๆ เพื่อมุ่งหวังการสร้างมวลชนของตนเองมีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ เห็นว่า ยังมีความจำเป็นที่สื่อมวลชนจะต้องยืนหยัดต่อสู้ในการทำหน้าที่อย่างยึดมั่นในความถูกต้อง นำเสนอข้อมูลที่รอบด้านอย่างเที่ยงธรรม ตามหลักจริยธรรมวิชาชีพและปราศจากอคติ ต้องคำนึงถึงความถูกต้อง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และรักษาความเป็นมืออาชีพในการค้นหาความจริง ต้องทำหน้าที่เพื่อรักษาไว้ ซึ่งประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
 
 4.ตลอดปี 2555 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการออกใบอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์  โดยมีผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและใหม่ทยอยยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์และวิทยุชุมชน ซึ่งนับเป็นการจัดระเบียบการประกอบกิจการอย่างเป็นรูปธรรม ในรอบ 10-15 ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาคุณภาพของสื่อมวลชนและปฏิบัติหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบต่อประชาชน นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ กสทช. ยังจะนำระบบโทรทัศน์ดิจิตอลมาใช้ในการแพร่ภาพและสัญญาณอีกด้วย
 
5.สื่อมวลชนไทยมีความตื่นตัวในการเตรียมก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน มีความพยายามนำเสนอข่าวประชาคมอาเซียนที่แพร่หลายมากขึ้น โดยเน้นในเรื่องมิติทางเศรษฐกิจค่อนข้างมากกว่าด้านอื่นๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากประชาคมอาเซียนครอบคลุมไปถึงมิติด้านสังคมวัฒนธรรม การเมืองและความมั่นคง  ดังนั้นสื่อมวลชนต้องให้ความสำคัญในการนำเสนอข่าวในมิติเหล่านี้ด้วย
 
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นว่าในปี 2555 ที่ผ่านมา แม้ว่าสื่อต้องทำงานท่ามกลางแรงกดดันหลายอย่าง แต่สื่อมวลชนก็จะต้องยืนหยัดทำหน้าที่อย่างถูกต้อง พัฒนาการทำงานของสื่อให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ทำหน้าที่รักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ภายใต้ปณิธานเสรีภาพสื่อที่มีความรับผิดชอบทั้งต่อสังคมและต่อวิชาชีพควบคู่กัน
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
27 ธันวาคม 2555
 
 

ฟรี! มอร์เตอร์เวย์บางนาถึง 3 ม.ค.56 กทพ.ประกาศลดค่าทางด่วนในกทม. อีก5-10บาท #ปีใหม่2556 ดังนี้..

28ธ.ค.2555- นายอัยยณัฐ  ถินอภัย  ผู้ว่าการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระบุว่า เส้นทางด่วนที่ขยายระยะเวลาการให้ส่วนลด    ค่าผ่านทาง ได้แก่่ ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษอาจณรงค์ 1 (ไปบางนา) 10 บาท/คัน สำหรับรถทุกประเภท        

ด่านฯ พระราม 9-1  (ศรีรัช) ลด 5 บาท/คัน สำหรับรถทุกประเภท ออกไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2556

ด่านฯ พระราม 9-1 (ฉลองรัช) ลด 10 บาท/คัน สำหรับรถทุกประเภท

ด่านฯ ลาดพร้าว และด่านฯ พระราม 9-2 10 บาท/คัน สำหรับรถทุกประเภทออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556

นอกจาก กทพ. จะมอบของขวัญ    ปีใหม่ 2556 แก่ประชาชนผู้ใช้รถด้วยการยกเว้นค่าผ่านทางของทางพิเศษบูรพาวิถี ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2555 เวลา 00.01 น. จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2556 เวลา 24.00 น.

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 28, 2012 in คมนาคม

 

เปิดธุรกิจ..10อันดับ ดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 2556 โดย ม.หอการค้าไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

image

 

(20ธ.ค.2555 ) วันนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย ได้เปิดเผย 10 ธุรกิจดีเด่น และ ดาวร่วง ปี 2556  รวมทั้งปัจจัยสนับสนุน และปัจจัยเสี่ยงของธุรกิจเด่นทั้ง 10 ประเภท ดังนี้ 

 

image

 

 

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

 

จันทร์นี้! กสทช.จัดเสวนา“1 ปี กสทช. กับความสมหวัง หรือไม่สมหวังของสังคมไทย” (กำหนดการ)

สำนักงาน กสทช. ขอเชิญผู้สนใจร่วมงานเวทีเสวนา NBTC Public Forum ครั้งที่ 11 หัวข้อ “1 ปี กสทช. กับความสมหวังหรือไม่สมหวังของสังคมไทย”

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค (Century Park Hotel)

————————————————————————

โครงการ NBTC Public Forum เกิดขึ้นจากดำริของ กสทช.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ กสทช.สุภิญญา กลางณรงค์ ในฐานะ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อจัดให้มีการเสวนาหรือสัมมนาเป็นประจำทุกเดือนในช่วงปี 2555 อันจะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเปิดเผยข้อมูล รับฟังความคิดเห็น ตลอดจนแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่าง กสทช. กับประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ กสทช. ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีการดำเนินการจัดเวทีเสวนาตามวัตถุประสงค์ข้างต้นในประเด็นที่หลากหลายและครอบคลุมกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม โดยได้เชิญประชาชนจากกลุ่มต่างๆ ที่มีความหลากหลายในด้านผลประโยชน์ ทั้งกลุ่มผู้ดำเนินกิจการ กลุ่มเครือข่ายผู้บริโภคทั้งในส่วนกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กลุ่มผู้พิการด้านต่างๆ กลุ่มชาติพันธุ์ เป็นต้น ในวาระโอกาสที่ กสทช. ได้ถือกำเนิดขึ้นและปฏิบัติหน้าที่มาครบระยะเวลา 1 ปี

ดังนั้น กสทช. ประวิทย์ฯ และ กสทช. สุภิญญาฯ จึงเห็นควรให้จัดเวทีเสวนา NBTC Public Forum ครั้งที่ 11 โดยมีการเปิดโอกาสให้ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ได้สะท้อนข้อคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ในอนาคตต่อไป จึงขอเรียนเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด โดยลงทะเบียนส่งแบบตอบรับมาที่ ส่วนงานเลขานุการ กสทช.ประวิทย์ฯ ทางโทรสารหมายเลข 0-2290 5224 ภายในวันที่ 19 ธันวาคม 2555

กำหนดการ NBTC Public Forum ครั้งที่ 11 หัวข้อ “1 ปี กสทช. กับความสมหวังหรือไม่สมหวังของสังคมไทย” วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค (Century Park Hotel)

09.00 – 09.30 น. ลงทะเบียน

09.30 – 09.45 น. กล่าวเปิดและกล่าววัตถุประสงค์การจัดเวทีเสวนา โดย กสทช.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ กสทช.สุภิญญา กลางณรงค์

09.45 – 12.00 น. เสวนาเรื่อง “1 ปี กสทช. กับความสมหวังหรือไม่สมหวังของสังคมไทย”

09.45 – 10.45 น. มุมมองด้านกิจการด้านโทรคมนาคม ดร.อนุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระ คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท สยามอินเทลลิเจนต์ยูนิต จำกัด

10.45 – 11.00 น. รับประทานอาหารว่าง

11.00 – 12.00 น. มุมมองด้านวิทยุและโทรทัศน์ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล สื่อมวลชนอาวุโส ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูตร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดำเนินรายการโดย คุณอดิศักดิ์ ศรีสม

12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 – 16.15 น. เสวนาเรื่อง “1 ปี กสทช. กับความสมหวังหรือไม่สมหวังของสังคมไทย” ดำเนินรายการโดย คุณจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

13.00 – 14.30 น. มุมมองด้านเศรษฐศาสตร์ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ผศ.ดร.ภูรี สิรสุนทร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มุมมองด้านกฎหมาย รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ดร. เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

14.30 – 14.45 น. รับประทานอาหารว่าง

14.45 – 16.15 น.มุมมองด้านงานคุ้มครองผู้บริโภค

คุณสารี อ๋องสมหวัง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

คุณจอห์น วิญญู SpokeDark.TV

มุมมองด้านสิทธิและเสรีภาพ(สาธารณะ) ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คุณจีรนุช เปรมชัยพร ประชาไท

ดำเนินรายการโดย คุณจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

16.15 – 16.30 น. สรุปและปิดการจัดเวทีเสวนา

 

“ไทยคม” แจง เฝ้าระวังระบบดาวเทียมสื่อสาร รับมือพายุสุริยะ 21 ธ.ค.55

“ไทยคม” แจง เฝ้าระวังระบบดาวเทียมสื่อสาร รับมือพายุสุริยะ  21 ธ.ค.55

19 ธันวาคม 2555 –บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลกรณีที่มีกระแสข่าวการเกิดเหตุพายุสุริยะ (Solar Flares) ครั้งรุนแรงขึ้นในวันที่ 21 ธ.ค. 2555 ที่จะถึงนี้ว่า ทีมวิศวกรผู้ชำนาญการของบริษัทฯ ได้เฝ้าติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจะมีพายุสุริยะที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงเกิดขึ้นในวันดังกล่าวแต่อย่างใด

ดาวน์โหลด K.Paiboon-CTO.JPG (699.3 กิโลไบต์)

นายไพบูลย์  ภานุวัฒนวงศ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคนิค  บมจ.ไทยคม กล่าวว่า  จากการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลของทีมวิศวกรอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดพายุสุริยะครั้งรุนแรงในช่วงเวลาตามที่มีกระแสข่าว แต่บริษัทฯ ก็ได้เตรียมความพร้อม โดยจัดให้มีการเฝ้าระวังตามมาตรการและกระบวนการจัดการตามมาตรฐานวิศวกรรม และเพิ่มความถี่ในการติดตามตรวจสอบสถานะของระบบดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง และด้วยประสบการณ์ของไทยคมซึ่งเป็นผู้นำด้านการให้บริการดาวเทียมมากว่า 20 ปี บริษัทฯ จึงมั่นใจว่า แม้จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นก็จะสามารถรับมือได้ และพร้อมให้บริการที่ดีที่สุด

ทั้งนี้ ปรากฎการณ์พายุสุริยะ เป็นปรากฎการณ์ทางดาราศาสตร์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นทุกๆ ช่วงเวลาประมาณ 11 ปี แต่เนื่องจากเป็นปรากฎการณ์ที่มีข้อมูลเชิงสถิติของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ดาวเทียมสื่อสารในอวกาศจึงได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับผลกระทบจากพายุสุริยะได้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

เกี่ยวกับ พายุสุริยะ (Solar Flares)

พายุสุริยะ คือ พลังงานอันมหาศาลที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยออกมา ณ บริเวณที่มีความเข้มของสนามแม่เหล็กสูงบนดวงอาทิตย์ โดยพลังงานที่ปล่อยออกมานั้นส่วนหนึ่งจะอยู่ในรูปของพลังงานแสงที่มองเห็น ดังนั้น จึงสามารถสังเกตเห็นแสงที่มีความเข้มสูงบริเวณผิวหน้าของดวงอาทิตย์ในขณะที่เกิดพายุสุริยะได้ โดยพลังงานอีกส่วนหนึ่งจะอยู่ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น รังสีเอ็กส์, รังสีแกมม่า, และรังสียูวี ซึ่งจะส่งออกมาพร้อมกับอนุภาคเล็กๆ โดยพลังงานเหล่านี้จะถูกลดทอนลงเมื่อเข้าใกล้บรรยากาศของโลก เนื่องจากสนามแม่เหล็กของโลกช่วยต้านไว้

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 19, 2012 in ดาวเทียม

 

แถลงการณ์…สภาทนายความ จี้ผู้เกี่ยวข้อง เร่งคลี่คลายคดีทำร้าย”ราเมศ รัตนะเชวง”

สภาทนายความ ออกแถลงการณ์ จี้ผู้เกี่ยวข้องเร่งคลี่คลายคดีทำร้ายทนายความ

19 ธันวาคม 2555 – ตามที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวกรณี นายราเมศ รัตนะเชวง ทนายความใบอนุญาตเลขที่ ๒๑๖๘/๒๕๔๖ ถูกคนร้ายใช้ของแข็งตีเข้าที่ศีรษะ และแทงด้วยของมีคมขณะลงจากรถยนต์ จนศีรษะร้าวได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ ๒๒.๓๐ น. วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ในบริเวณอาคารชุดที่พักย่านบางนา กรุงเทพมหานคร นั้น 

นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ แถลงว่า ในนามคณะกรรมการสภาทนายความ ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความทั่วประเทศซึ่งเป็นองค์กรผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย มีส่วนสำคัญในกระบวนการยุติธรรม เห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามข้อเท็จจริงอันปรากฏว่า คนร้ายได้ทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมและหมายเอาชีวิตของทนายความ ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพรักษากฎหมายและความเป็นธรรมในสังคม การกระทำของคนร้ายมิได้มีความเกรงกลัวหรือหวั่นเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง แต่อย่างใด

 

สภาทนายความ จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจควร ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดและผู้ที่ เกี่ยวข้องมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ โดยเร็ว ด้านกระทรวงยุติธรรมซึ่งมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ควรให้ความช่วยเหลือตามภารกิจในด้านการให้ความคุ้มครองและชดใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าสินไหมทดแทน ตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

ทั้งนี้ สภาทนายความพร้อมที่จะส่งทนายความผู้เชี่ยวชาญในคดีไปร่วมให้ความช่วยเหลือ เสนอแนะ และแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด.