RSS

Monthly Archives: มีนาคม 2014

คำชี้แจง! ปปช. 5 ข้อ แจง นายกฯ เข้าใจคลาดเคลื่อน ปมเข้าชี้แจง คดี ทุจริตจำนำข้าว ดังนี้

image

31 มีนาคม 2557 – เวลาประมาณ  11:40น. วันนี้.. สำนักงาน ป.ป.ช. ออกคำชี้แจง การไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีร้องขอถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกรณีกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว  

ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสาธารณะเกี่ยวกับการทำหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีร้องขอถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกรณีกล่าวหา ว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว นั้น  สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียนชี้แจง ดังนี้    

1. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร เป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วยความเร่งรีบใช้เวลาเพียง 21 วันก็มีการแจ้งข้อกล่าวหานั้น ขอเรียนว่าเรื่องนี้ เดิมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน กรณีกล่าวหานายบุญทรง  เตริยาภิรมณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว

ซึ่งจากการไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวปรากฏข้อเท็จจริงว่า นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ได้กำหนดให้มีนโยบายโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของประเทศ จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ คณะอนุกรรมการไต่สวนจึงได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาและมีมติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะ เป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง

โดยนำไปรวมดำเนินการกับกรณีร้องขอให้ถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว  

ดังนั้น ในการไต่สวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้นับตั้งแต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงจนกระทั่งให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มารับทราบข้อกล่าวหา รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 1ปี  10เดือน ดังนั้นในการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหานางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร จึงไม่ได้ใช้เวลาไต่สวนเพียง 21 วัน แต่อย่างใด   

2. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ระบุว่าการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้ามาเป็นผู้กล่าวหาในคดีนี้ทำให้กลายเป็นคู่กรณีกับผู้ถูกกล่าวหาเสียเอง แทนที่จะเป็นคนกลางที่จะอำนวยความยุติธรรมนั้น ขอเรียนว่าตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 66  บัญญัติว่า ในกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีผู้กล่าวหาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือข้าราชการการเมืองอื่นร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยเร็ว

ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับรายงานจากการไต่สวนข้อเท็จจริงว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่านางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามข้อ 1. จึงต้องดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว

ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.สามารถหยิบยกเรื่องขึ้นไต่สวนข้อเท็จจริงได้เอง เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ อย่างไรก็ดีแม้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเป็นผู้กล่าวหาเอง แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็จะต้องดำเนินการไต่สวนให้เป็นไปตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542
และที่แก้ไขเพิ่มเติม  โดยไม่ได้มีการยกเว้นในเรื่องหนึ่งเรื่องใดทั้งสิ้น

ดังนั้นผู้ถูกกล่าวหาทุกรายรวมถึงนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจึงได้รับการอำนวยความยุติธรรมที่เท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายดังกล่าว   

3. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ระบุว่าเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกกล่าวหาจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริง  ก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณานั้น

ขอเรียนว่าตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ คณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถที่จะดำเนินการไต่สวนทั้งคณะ หรือแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน หรือมอบหมายพนักงานไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนแทนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้  โดยจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับฐานะ ระดับของตำแหน่ง และการคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาตามสมควร  

ซึ่งในกรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อคำนึงระดับตำแหน่งของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเป็นการคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาตามสมควร จึงได้กำหนดให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง  ดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจว่าจะต้องมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนนั้น จึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

และการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริงนั้น เป็นการคุ้มครองและให้เป็นธรรมแก่นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีตามกฎหมาย   

4. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ระบุว่าประสงค์จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อขอตรวจสอบพยานหลักฐานในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง ว่ามีพยานหลักฐานใดที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ใช้ในการกล่าวหา หรือกรณีมีข้อสงสัยที่ยังไม่ชัดเจนเพื่อที่จะได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ถูกต้องนั้น

ขอเรียนว่าการขอตรวจพยานหลักฐานในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงนั้น ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเข้าตรวจพยานหลักฐานด้วยตนเอง และตรวจได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำของผู้ถูกกล่าวหา โดยต้องไม่กระทบต่อรูปคดีหรือการคุ้มครองบุคคลที่เกี่ยวข้อง สิทธิดังกล่าวได้มีการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบแล้วตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา

ซึ่งในกรณีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เคยอนุญาตให้ทนายความของผู้ถูกกล่าวหาเข้าตรวจพยานหลักฐานแทนผู้ถูกกล่าวหาเนื่องจากมีพฤติการณ์พิเศษ และได้คัดถ่ายเอกสารหลักฐานในสำนวนการไต่สวนให้ไปจำนวน 49 แผ่น ซึ่งได้ครอบคลุมการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาตามที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว

ส่วนที่ผู้ถูกกล่าวหาได้มีหนังสือขอตรวจพยานลักฐานเพิ่มเติมจำนวน 19 รายการ นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เนื้อหาของเอกสารทั้ง 19 รายการดังกล่าวเป็นเอกสารประกอบเรื่องตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เคยให้ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตรวจดูและคัดถ่ายให้แล้ว จำนวน 49 แผ่น ยกเว้นเอกสารบางรายการซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปและมีอยู่ที่ตัวผู้ถูกกล่าวหาแล้วหรือหน่วยงานที่ผู้ถูกกล่าวหาบังคับบัญชาอยู่ เช่น รายงานการวิจัยคณะกรรมการ ป.ป.ช. โครงการศึกษามาตรการแทรกแซงตลาดข้าวเพื่อป้องกันการทุจริต เอกสารของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่มีไปถึงผู้ถูกกล่าวหา คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เป็นต้น

ซึ่งเอกสารดังกล่าวไม่ใช่เอกสารสำคัญที่จะต้องใช้ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงอนุญาตให้ทนายความของผู้ถูกกล่าวหาเข้าตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ และคัดถ่ายไปจำนวน 280 แผ่น ก่อนที่จะถึงกำหนดยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 3 วัน ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความประสงค์ของผู้ถูกกล่าวหาเอง และไม่ทำให้รูปของคดีเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด ที่นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ระบุว่าเพิ่มได้รับเอกสารเพียง 3 วัน ทำให้ไม่อาจชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ทันนั้น จึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน   

5. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ระบุว่าการขอเลื่อนคดีของผู้ถูกกล่าวจะมีความสมเหตุสมผลหรือไม่ และการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีจะมีเหตุผลมากน้อยเพียงใด นั้น  

ขอเรียนว่า นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ได้เคยขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามาแล้วครั้งหนึ่ง โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปอีก 15 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 31 มีนาคม 2557 หากนับจากวันรับทราบข้อกล่าวหาถึงวันที่อนุญาตให้ขยายรวมแล้วเป็นเวลา 32 วัน

ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าระยะเวลาดังกล่าว รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่อนุญาตให้คัดถ่ายไปครั้งแรกจำนวน 49 แผ่นครอบคลุมข้อเท็จจริง ที่จะใช้ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว จึงมีมติไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไม่ว่าจะทำเป็นหนังสือหรือชี้แจงด้วยวาจาภายใ นกำหนดเดิม คือ วันที่ 31 มีนาคม 2557

ทั้งนี้หากผู้ถูกกล่าวหาประสงค์จะเพิ่มเติมพยานหลักฐานในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาก็สามารถกระทำได้โดยให้ระบุมาในคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

***********

ข้อมูลเพิ่มเติม

คำชี้แจงนี้..เกิดขึ้น หลังจาก ช่วงเช้าวันนี้ คณะกรรมการ ปปช. ประชุมกัน เนื่องจากวันนี้(31 มีนาคม)  เป็นวันสุดท้าย ที่ปปช. กำหนด ให้นายกฯ ต้องเดินทางมาชี้แจง”ด้วยตัวเอง” หลังโดนร้องเกี่ยวข้องในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว/

จนนาทีนี้… ปปช.ยังไม่ได้รับการติดต่อจากฝั่งนายกฯ ว่าจะเอาอย่างไร…

จะมาเอง หรือ จะให้ทนายความมา

แต่ตามหลักการแล้ว… ปปช. เคย ขยายเวลาให้นายกฯ ชี้แจงข้อกล่าวหาแล้ว.. แต่หากวันนี้ นายกฯ ไม่มาด้วยตัวเอง .. ปปช. ก็จะไม่ขยายเวลาต่อให้ และสามารถพิจารณา ตามหลักฐาน และเอกสาร บุคคล ที่มีได้อยู่แล้ว… ตามขั้นตอน

หากนายกฯ ไม่มาด้วยตัวเอง.. /ทาง ปปช. เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า ถือว่า  นายกฯ ไม่ประสงค์จะชี้แจงเอง.. และแต่ตามกระบวนการสอบสวน ยังเดินหน้าได้ไม่มีผลกระทบ หรือ ไม่เป็นกลางแต่อย่างใด เพราะเปิดโอกาสให้มา แต่ไม่มาเอง

แต่หากมาชี้แจงด้วยตัวเอง.. นายกฯ ก็จะมีสิทธิ์ ชี้แจง..ยื่นเอกสาร หลักฐานต่างๆ จนเป็นที่พอใจได้ และปปช.เปิดโอกาสให้ยื่น และชี้แจงได้เต็มที่ ..แต่มีเงื่อนไขเดียว คือ นายกฯ ต้องมาแสดงตัวในวันนี้ก่อนเท่านั้น..

โฆษณา
 

อ่านแถลงการณ์! รวมบรรยากาศ คปท. ประกาศเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ต้านระบอบทักษิณ @อนุสาวรีย์ปชต.

image

30 มีนาคม 2557 …  ตอนนี้..ที่อนุสาวรีย์ปชต. ” อุทัย ยอดมณี” แกนนำคปท. อ่านแถลงการณ์ คปท. ระบุว่า

“.. รบ.หมดความชอบธรรม ระบอบทักษฺณ ทำลาย ระบอบ ประชาธิปไตย จนทำให้คนออกมารวมตัวชุมนุมต่อต้าน จนถึงวันนี้..

ทำให้ ปชช. ต้องลงมือปฏิรูปประชาธิปไตย ..รักษาไว้ซึ่งระบอบความมั่นคงของประเทศ.. ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ..

ประชาธิปไตย.. ไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง… แต่ยังรวมถึง ความผิด ถูก ดี ชั่ว มีเหตุผล ยึดหลักสิทธิเสรีภาพ และหากใครจะกล่าวอ้างหลัก ปชต. ก็ต้องยอมรับหลักนิติธรรมด้วย..

หาก รบ.ใด ทำลายหลักการนี้ ก็แปลว่า เป็นระบอบเผด็จการ ทำลาย ปชต.

และเพื่อให้ ปชต. เป็น ปชต.อันสมบูรณ์แบบ ทรงมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข… ทาง คปท. จึงต้องออกมาใช้อำนาจอธิปไตยของตัวเองเรียกร้องอย่างจริงจัง และเพื่อให้การปฏิรูป สำเร็จ จึงจะต้องทำให้เกิดสภาปชช. และ กำจัดระบอบทักษิณ

การต่อสู้ครั้งนี้ จะเป็นบททดสอบที่แท้จริง และเป็นการ ก่อกำเนิดใหม่ของปชต. ที่สวยงาม ชัยชนะต้องเป็นของ ปชช.”

อ่านจบแล้ว / ขบวนตั้ง กำลังเดินเท้ากลับ เวทีหลัก ทำเนียบฯ (12:17)

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

 

เนื้อหาเต็ม! คปท.หอบเอกสาร หนาเตอะ สรุปสาระสำคัญ ซัด รบ.ทุจริต-แก้กม.-บริหารล้มเหลว จี้กองทัพ ร่วมสู้ข้าง ปชช. ดังนี้

image

26 มีนาคม 2557 เนื้อหา..รายละเอียด จดหมาย ที่ เอกสาร ที่ทาง คปท. จัดทำ รวบรวม เพื่อยื่นให้ เหล่าทัพวันนี้ ทั้ง กองทัพอากาศ , กองบัญชาการกองทัพไทย, กองทัพเรือ และปิดท้าย กองทัพบก

รายละเอียด..หนาเท่านี้.. แต่เพื่อย่อยข้อมูล..ให้บรรดาเหล่าทัพดข้าใจง่ายขึ้น .. คปท. จัดทำเอกสารอีกชุด ยาว 4 หน้า.. สรุป สาระสำคัญที่รัฐบาล มีพฤติกรรม ไม่โปร่งใส ,ประพฤติมิชอบ, แก้กม.เอื้อประโพยชน์ พวกพ้อง -บริหารล้มเหลว มอบให้เหล่าทัพด้วย

โดยให้เหตุผลว่า.. สิ่งต่างๆ ที่รบ. กำลังทำนั้น.. กระทบต่อความมั่นคง.. และเป็นเรื่องที่ทาง กองทัพ ไม่ควรนิ่งนอนใจ  และขอให้ออกมาร่วมต่อสู้ข้าง ปชช. ดังนี้ 

นอกจากนี้.. ยังได้ไรท์ แผ่นซีดี.. ที่เกี่ยวกับการจาบจ้วง หมิ่นเบื้องสูง และการแบ่งแยกดินแดน..มอบให้ทั้ง 4 หน่วยงานด้วย  ดังนี้…..

image

***********************
เรื่อง 
1. ขอส่งข้อมูลพฤติกรรมทุจริต และผิดกฎหมายของนายกรัฐมนตรีและคณะ รวมทั้งพรรคเพื่อไทย

2. ขอให้ปฏิเสธอำนาจรัฐบาลเถื่อนยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และประกาศสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปประเทศเชิงปฏิวัติโดยประชาชน

เรียน (ในเอกสาร ระบุชื่อ ผบ. แต่ละเหล่าทัพ)
เอกสารแนบพิเศษ: คำบรรยายสรุป

1. “พฤติกรรมความชั่วร้ายระบอบทักษิณ” และ “ความสำคัญและจำเป็นในการปฏิรูปใหญ่ประเทศ” ในทุกๆ ด้าน

2. “ความผิดและการสิ้นสภาพของรัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์” ทั้งในทางการเมืองและทางกฎหมาย

3. “เหตุผลและความจำเป็น” ที่กองทัพอากาศต้องสนับสนุน “กระบวนการปฏิรูปประเทศเชิงปฏิวัติโดยประชาชน” เพื่อนำไปสู่ “การปฏิรูปใหญ่ประเทศในทุกๆ ด้าน” 

image

image

image

image

“..นับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เป็นวันที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และได้รวมกับ พรรคการเมืองต่างๆ ในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 23 สิงหาคม 2555 สาระสำคัญของนโยบายล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่ดีงามหลายอย่าง เช่น นโยบายรับจำนำข้าว นโยบายในการปราบปรามการทุจริต นโยบายในการไม่เลือกปฏิบัติ                   

ซึ่งรายละเอียดปรากฏในคำแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี แต่ระยะเวลา 2 ปี ที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้บริหารราชการแผ่นดินโดยไร้ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง พฤติกรรมทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับนโยบายที่ตนได้แถลงไว้ ไม่สนใจใยดีหลักกฎหมายของบ้านเมือง ไม่ให้การเคารพย้ำเกรงต่ออำนาจตุลาการ ใช้เสียงข้างมากไปในทางที่ผิดโดยการสบคบกันในการผลักดันกฎหมายออกจากรัฐสภาหลายฉบับ ซึ่งกล่าวรายละเอียดได้ดังนี้ข้อ

1. รัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เกิดการกระทำที่ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงในหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าว โครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งขณะนี้มีอยู่หลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เช่น

1.1 คดีทุจริตโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้พระราชกฤษฎีกาให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท นายกรัฐมนตรีและคณะผู้ถูกร้อง หมายเลขคดีดำที่573030017 

1.2 คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว นายกรัฐมนตรีและคณะผู้ถูกร้อง หมายเลขคดีดำที่  5660030122 

1.3 คดีทุจริตของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กนอ.)  นายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้ถูกร้อง หมายเลขคดีดำที่ 5730030017 

image

image

image

1.4 คดีทำผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ที่ให้ความสำคัญกับการประกาศราคากลางเพื่อป้องกันการร่วมกันทุจริต ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ถูกร้อง หมายเลขคดีดำที่5630032388 

1.5 คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อนุญาตให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยแพร่ภาพและเสียง รายการมวยไทยซึ่งจัดที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า โดยมีเจตนาแพร่ภาพการกล่าวเปิดงานของ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หมายเลขคดีดำที่ 5660030498

1.6 คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในการตราพระราชกำหนด และลงมติเห็นชอบพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศไทย พ.ศ.2555 จำนวน 350,000 บาท หมายเลขคดีดำที่ 5660031462 

1.7 คดีไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 กรณีนายกรัฐมนตรีไปสั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ถูกร้อง หมายเลขคดีดำที่5630030315

image

image

image

1.8 คดีทุจริตต่อหน้าที่หรืกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542มาตรา 66 และ มาตรา 88 ในการกักเก็บ  ควบคุม ระบาย หรือบริหารจัดการน้ำ เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัย ในปี พ.ศ.2554 หมายเลขคดีดำที่ 5560080373 

1.9 คดีกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กระทำการโดยทุจริต และใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย กรณีไม่ได้กระทำการเปิดเผยราคากลางและรายละเอียดการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ถูกร้อง หมายเลขคดีดำที่ 5630032388 

1.10 คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ประจำปี พ.ศ.2555 นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ถูกร้อง หมายเลขคดีดำที่ 5660030533 

นอกจากนี้ยังมีคดีอื่นๆ อีกหลายคดี ที่ชี้ให้เห็นได้ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการกระทำที่ทุจริตมากมายหลายคดี อย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ข้อ

2 ส่วนกรณีของรัฐสภา ซึ่งเสียงข้างมากเป็นของรัฐบาล และของพรรคเพื่อไทย แต่กระบวนการวิธีการในการปฏิบัติหน้าที่ในวิธีนิติบัญญัติผิดไปจากหลักรัฐธรรมนูญโดยรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่วมมือกันกับเสียงข้างมากกระทำการในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ไม่ใช่เป็นการกล่าวอ้างโดยไร้เหตุผล แต่องค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการ ปปช. ได้วินิจฉัยไว้แล้ว        

2.1 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขที่มาสมาชิกวุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มีการกดบัตรแทนกันของ ส.ส.        

2.2 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข มาตรา 190 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มีการใช้เสียงข้างมากปิดการอภิปรายตัดสิทธิ์สมาชิกรัฐสภา มีการกดบัตรแทนกันของ ส.ส.        

2.3 ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่มีการอ้างกฎหมายเพื่อล้างผิดให้กับคนที่กระทำการทุจริตและมีเจตนาที่จะออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร         

2.4 ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้าน ศาลรัฐธรรมนูญ ก็วินิจฉัยว่า กระบวนการตรากฎหมายและข้อความของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ที่เกิดขึ้นในรัฐสภาล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากการกระทำของรัฐบาลและเสียงข้างมากของพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น  

3  เมื่อความผิดของรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะได้ปรากฏ ต่อมาเมื่อมีคำวินิจฉัย ขององค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็น ศาลรัฐธรรมนูญ  ปปช.  กกต.  หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทยไม่เคยยอมรับ ไม่เคารพการตัดสินขององค์กรอิสระต่างๆ โดยเฉพาะอำนาจตุลาการ นอกจากไม่ให้ความเคารพยำเกรงแล้ว ยังส่งกลุ่มคนของรัฐบาลไป ข่มขู่ คุกคราม กดดัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เลวร้าย ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย       

image

image

image

4 กรณีที่มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลในคณะรัฐมนตรี เช่น นายจารุพงศ์ เรือง-สุวรรณ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และบุคคลอื่นๆ กระทำการตระเตรียมการระดมคนเพื่อดำเนินการแบ่งแยกประเทศอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและขัดต่อรัฐธรรมนูญ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ไม่เคยดำเนินการเอาผิดกับบุคคลต่างๆ เหล่านี้

5 พฤติกรรมและการกระทำของ นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร เป็นพฤติกรรมเฉกเช่นเดียวกันกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เรียกกันว่าระบอบทักษิณ ที่ผ่านมามีคำตัดสินจากอำนาจตุลาการแล้วแต่ก็ไม่มีการยอมรับอำนาจตุลาการซึ่งอ้างว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งๆที่สิทธิในการต่อสู้คดีมีอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ยังมีอีกหลายคดีที่ยังค้างการพิจารณาของศาลเนื่องจากจำเลย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลบหนีไปต่างประเทศ       พฤติกรรมต่างๆ ของรัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะ และเสียงข้างมากพรรคเพื่อไทยย่อมหมดความชอบธรรมที่จะบริหารราชการแผ่นดินต่อไป

ด้วยเหตุนี้ คปท. และมวลมหาประชาชนจึงขอเรียกร้องให้กองทัพอากาศปฏิเสธอำนาจรัฐบาลเถื่อนยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และประกาศสนับสนุน “กระบวนการปฏิรูปประเทศเชิงปฏิวัติโดยประชาชน” เพื่อนำไปสู่ “การปฏิรูปใหญ่ประเทศในทุกๆ ด้าน” 

จึงเรียกร้องมายังท่าน (ชื่อ ผบ.แต่ละเหล่าทัพ) ขอให้ประกาศยืนเคียงข้างประชาชนและประเทศชาติไม่ยอมรับอำนาจรัฐบาลเถื่อนยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอีกต่อไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าความชอบธรรมของรัฐบาลหมดไปแล้ว

และประการสำคัญด้วยฐานะของท่านจะเป็นหลักที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมืองได้  

อนึ่ง คปท. และมวลมหาประชาชนจะนำหนังสือฉบับนี้พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานไปมอบให้กับ    ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ปลัดกระทรวงทั้ง 13 กระทรวง เพื่อขอให้ “ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ได้ออกมายืนเคียงข้างประชาชนและประเทศชาติร่วมกันผ่าทางตันประเทศด้วยการปฏิรูปใหญ่ประเทศในทุกๆ ด้าน จึงแจ้งมาเพื่อโปรดทราบและเป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป ขอแสดงความนับถือ                        

นิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.
อุทัย ยอดมณี  ผู้ประสานงาน คปท.

image

image

image

image

image

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 26, 2014 in ทั่วไป

 

กังขา! ญาติมือปืนป๊อปคอร์น ร้อง แกนนำ คปท. ช่วยคดี หลังมือปืนโดนซ้อม-สั่งให้พูดตามโพย / “นิติธร”ส่งทนายช่วยดูแลแล้ว ยันคาใจหลายปม

image

25 มีนาคม 2557 – นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำ คปท. ให้สัมภาษณ์ว่า

“..ขณะนี้ ฝ่ายกฏหมาย ได้รับการร้องขอ จาก แม่บุญธรรม ของ นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ (มือปืนป๊อปคอน)  ในเหตุปะทะแยกหลักสี่ ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557

เบื้องต้น มอบหมาย ให้นางสาวพวงทิพย์ บุญ  สนอง ทนายความ คปท. เป็นผู้รวบรวม ข้อเท็จจริง

และส่วนตัวผม ก็มีตำแหน่ง อยู่ในสภาทนายความด้วย จึงเป็นเรื่องที่เราเห็นว่า หากคดีไหนที่ได้รับการร้องขอ หรือ ไม่เป็นธรรม ก็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยดูแล

ส่วนตัวมองว่า คดีนี้ มีข้อน่าสงสัยหลายประเด็น เช่น การไปเป็นการ์ด ที่เวทีแจ้งวัฒนะ ได้รับ ค่าใช้จ่ายก่อการ 300 บาท ต่อวัน จะกระทำในลักษณะเช่นนี้หรือไม่

อีกประเด็น คือ ประเภทของอาวุธ (ตามข้อมูลตำรวจ บอกว่า ใช้อาวุธสงคราม) ที่ใช้ก่อการ  ผู้ใช้จะต้องมีความรู้เฉพาะด้านการใช้อาวุธ .. ประกอบกับในพื้นที่ชุมนุม มีทั้งสื่อมวลชน / สายข่าว/ การข่าวสันติบาล /ทหาร / ตำรวจ แทรกซึมตลอด ก็ไม่พบว่า มีการฝึกใช้อาวุธตามที่เป็นข่าว

จากนี้ คาดว่า จะใช้เวลาไม่นานในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็จะเสร็จครบถ้วน  จะมีการสอบถามที่ตัวผู้ต้องหา และพยานข้างเคียงแวดล้อมที่เกิดเหตุด้วย

ข้อสังเกต ยังพบว่า คดีนี้ ขณะก่อเหตุมีการใส่เครื่องปกปิดใบหน้า ซึ่งคดีอาญา การเปรียบเทียบเพื่อดำเนินคดีทางอาญา จะต้องมีความชัดเจน จะใช้วิธีคาดว่า หรือ เห็นลักษณะใกล้เคียงไม่ได้ แค่เห็นแววตา จะบอกไม่ได้ แม้จะรับสารภาพก็ตาม ยังต้องพิสูจน์กัน

เรื่องนี้ ทางญาติ ไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และส่วนตัวคิดว่า การแถลงก็น่าสงสัย
เช่น สภาพของตัวผู้ถูกกล่าวหา มีการเดินไม่ปกติ / การจับกุมมีข้อสงสัย / การเรียบเรียงประเด็นพูด คำให้การ เป็นจริงหรือไม่ หลายอย่างขัดแย้งกัน

จากนี้ รับทราบว่า กระบวนการกาชาดสากล เข้ามาดูแลเอง.. เป็นองค์กรระหว่างประเทศ จะเข้ามาดู หากพบว่ามีข้อสงสัย..

คดีนี้ คปท. เป็นผู้รับผิดชอบเบื้องต้น แต่หละงจากนี้ หากคดีไม่ชอบธรรม อาจส่งต่อให้ สภาทนายความ หรือ กรรมการสิทธิฯ รับผิดชอบให้ความช่วยเหลือต่อ..”

image

       
(ภาพจาก เฟสบุ๊ค ทนายมิ้นท์ พวงทิพย์ บุญสนอง ระหว่าง ไปเยี่ยมมือปืนป๊อปคอร์น เมื่อวานนี้)

ด้านนางสาวพวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ คปท. เปิดเผยว่า ” ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายวิวัฒน์ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อวานนี้ และวันนี้
นายวิวัฒน์ ยังไม่ได้ยอมรับ หรือ ปฏิเสธว่า เป็นมือปืนป๊อปคอร์นหรือไม่

แต่ที่รับสารภาพเพราะ หลังถูกจับ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ก็โดนจับขึ้นรถตู้ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ถูกใช้ผ้าปิดตา จากนั้นถูกรุมต่อย ทุบตี มีการใช้เบาะรองที่ท้องแล้วต่อยท้อง จำนวนหลายครั้งตลอดทาง ทำให้ไม่มีร่องรอย รวมทั้งคอถูกเชือกรัด แต่ใช้ผ้ารองไว้ ทำให้ไม่มีร่องรอยเช่นกัน

จากนั้น ถูกบังคับให้รับสารภาพว่า เป็นมือปืนป๊อปคอร์น ถูกบังคับให้รับสารภาพ 3 ครั้ง จนกระทั่งมาถึง ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)  เมื่อเดินขึ้นบันได จึงเปิดตา และถูกนำเข้าไปภายในห้องสอบสวน

มีพนักงานสอบสวนรวม 5 คน เข้าสอบสวน แต่นายวิวัฒน์ ไม่ได้ให้การใดๆ  จนเจ้าหน้าที่ข่มขู่ว่า หากไม่รับสารภาพจะถูกซ้อมเช่นในรถอีก จึงยอมรับสารภาพ
โดยไม่มีโอกาสได้อ่านคำให้การใดๆเลย

จนท.ใช้เวลาสอบสวนตั้งแต่เวลา 23.00 น. ถึง 03.00 น.
และในระหว่างแถลงข่าว มีการนำกระดาษคำให้การมาให้นายวิวัฒน์อ่านและให้แถลงข่าวไปตามที่เขียนมา

เบื้องต้น จากการพูดคุยกับนายวิวัฒน์ นายวิวัฒน์ยอมรับว่ามาร่วมชุมนุมกับ กปปส. จริง แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเอง เป็นมือปืนป้อปคอร์นหรือไม่ แต่พูดถึงเรื่องที่ถูกทำร้ายจนยอมรับสารภาพ

ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือ ขณะนี้หลักฐานการถูกทำร้ายและทรมานตามร่างกายได้หายไปหมดแล้ว เท่าที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช ได้ให้ความรู้ว่า ผู้กระทำการเป็นมืออาชีพ มีการเตรียมการเพื่อให้หลักฐานร่องรอยต่างๆตามร่างกายหายไปโดยเร็ว ไม่สามารถพิสูจน์ในศาลได้ว่าถูกทำร้าย วันนี้จึงทำเรื่องขอเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ให้นำตัวนายวิวัฒน์ไปตรวจร่างกาย รวมถึงขอเอกสารการตรวจร่างกายในวันแรกเข้าฝากขังด้วย

ส่วนประเด็นการทรมาน นายวิวัฒน์  วันนี้ ส่วนตัวได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่กาชาดระหว่างประเทศ หรือ กาชาดสากล ซึ่งตอบรับมาแล้วว่า จะเข้าเยี่ยมนายวิวัฒน์ภายในสัปดาห์นี้ รวมถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่รับปากว่าจะเข้ามาช่วยเหลือต่อไป

ขั้นตอนหลังจากนี้ จะรวบรวมเอกสาร หลักฐานต่างๆ เพื่อใช้ประกอบในการขอประกันตัว แม้จะต้องยื่นหลายครั้งจนกว่าศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวก็ตาม..”

 

จิ๊บจ๊อย! ผู้ใช้สิทธิ์ เลือกตั้งล่วงหน้า สว. ใน กทม. วันนี้ ลงทะเบียน 896,610 คน มาใช้สิทธิ์ 33,280 คน เท่ากับ 3.71% เท่านั้น

จิ๊บจ๊อย! ผู้ใช้สิทธิ์ เลือกตั้งล่วงหน้า สว. ใน กทม. วันนี้  ลงทะเบียน 896,610 คน มาใช้สิทธิ์ 33,280 คน เท่ากับ 3.71% เท่านั้น

image

image

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 23, 2014 in ทั่วไป

 

ฉบับเต็ม! มติ ปปช.เอกฉันท์ ถอดถอน”นิคม ไวยรัชพานิช ” ปธ.วุฒิฯ จงใจใช้อำนาจรวบรัดลงมติ ขัดรธน.  ดังนี้..

image

20 มีนาคม 2557 – รายงานความคืบหน้าการร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง กรณีเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ….  
นายประสาท  พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกกรรมการ ป.ป.ช. ได้แถลงถึงผลการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และกรณีร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง กรณีเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม    (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ….  ในประเด็นเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภาในส่วนของนายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา   กรณี นายนิคม ไวยรัชพานิช ได้ร่วมลงชื่อในญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จำนวน  ๒ ฉบับ คือ ฉบับที่ (๑) ซึ่งเสนอโดย นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกวุฒิสภา และคณะ และฉบับที่ (๒) ซึ่งเสนอโดย นายประสิทธิ์ โพธสุธน สมาชิกวุฒิสภา และคณะเป็นผู้เสนอ   กรณีนายนิคม ไวยรัชพานิช ซึ่งเป็นประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่รองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้จัดให้มีการลงมติเพื่อวินิจฉัยตัดสิทธิสมาชิก ผู้แปรญัตติ ผู้สงวนคำแปรญัตติ และผู้สงวนความเห็น จำนวน ๕๗ คน โดยอ้างเหตุว่าคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภาขัดต่อหลักการ    กรณีรวบรัดให้มีการลงมติปิดอภิปราย ทั้งที่มีผู้แปรญัตติ ผู้สงวนคำแปรญัตติ และผู้สงวนความเห็น ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์อภิปรายจำนวนมาก ในมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๑/๑ และมาตรา ๑๒  โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของสมาชิก

และกรณีนายนิคม ไวยรัชพานิช ได้ให้สัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภาหลายครั้ง โดยแสดงความเห็นในเชิงลบต่อกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาว่าไม่ตรงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ  

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเอกฉันท์ว่าการกระทำของนายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภาผู้ทำหน้าที่ประธานในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (สมัยสามัญทั่วไป)        ครั้งที่ ๖ วันพุธที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๖ ครั้งที่ ๗ เมื่อวันศุกร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๖ ครั้งที่ ๘ เมื่อวันจันทร์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๖ และครั้งที่ ๑๐ เมื่อวันพุธที่ ๑๑ และ วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม นายนิคม ไวยรัชพานิช ได้รับญัตติให้ปิดอภิปรายทั้งที่มีผู้ขอแปรญัตติ ผู้สงวนคำแปรญัตติ และผู้สงวนความเห็นรออภิปรายอยู่ จึงเป็นการตัดสิทธิผู้ขอแปรญัตติ ผู้สงวนคำแปรญัตติ และผู้สงวนความเห็น โดยได้ใช้เสียงข้างมากในที่ประชุมปิดการอภิปราย การกระทำของนายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภา  จึงมีมูลความผิดฐานส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓ วรรคสอง และมาตรา ๒๙๑ อันเป็นมูลเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๐ และมาตรา ๒๗๔ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๕๖ มาตรา ๕๘  มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๒ เห็นควรให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติส่งรายงานและเอกสารที่มีอยู่พร้อมทั้งความเห็นไปยังประธานวุฒิสภาเพื่อดำเนินการตามมาตรา ๒๗๓ และมาตรา ๒๗๔ ต่อไป ส่วนข้อกล่าวหาอื่นไม่มีมูลความผิด ให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

 

สอบอีกคดี! มติปปช.ตั้งองค์คณะไต่สวน ปม นายกฯ-จารุพงศ์-ณัฐวุฒิ พร้อมพวก 14 คน ละเลย นปช.เขาใหญ่ ยุยงให้ใช้ความรุนแรง

image

18 มีนาคม 2557 – ป.ป.ช. ตั้งองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ร้องเรียนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายจารุพงศ์  เรืองสุวรรณ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ  รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จากการปราศรัยในลักษณะยุยงให้ใช้ ความรุนแรง                 

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า เนื่องด้วยได้มีผู้กล่าวหาร้องเรียนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายจารุพงศ์  เรืองสุวรรณ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ  รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกับพวก รวม 14 คน ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 กรณีเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์  2557

ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด (ยกเว้นนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร) ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  ได้ร่วมกันจัดเวทีปราศรัยที่อาคารลิปตพัลลภฮอลล์ ในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้ชื่อว่า “นปช. ลั่นกลองรบ” ได้กล่าวปราศรัยในลักษณะยุยงให้ใช้ความรุนแรง ให้จัดตั้งกองกำลังของกลุ่มคนเสื้อแดง ข่มขู่องค์กรอิสระ ศาล ยุยงให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ให้มีการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทยออกเป็นสองส่วน จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ ประชาชน และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ส่วนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา มีอำนาจสั่งยับยั้งและสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการได้ แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามสื่อมวลชนว่ามีการกระทำการดังกล่าวอันเป็นความผิดต่อกฎหมายเกิดขึ้น นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี กลับไม่ดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงใดๆ นอกจากนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาและรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายของกระทรวงกลาโหมให้ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักร จากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายในประเทศ แต่กลับนิ่งเฉยไม่ยอมดำเนินการใดๆ จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติหรือประชาชน หรือกระทรวงกลาโหม  คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติให้รับเรื่องกล่าวหาดังกล่าวไว้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง ตามหมวด 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. และนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง