RSS

Monthly Archives: กรกฎาคม 2012

เปิดรายชื่อ 72 คน..ชิงเก้าอี้”กก.ตรวจสอบฯ กสทช.” พบอายุกว่า 50-70ปี สมัครเพียบ

 

เปิดรายชื่อ 72 คน ชิงเก้าอี้”กก.ตรวจสอบฯ กสทช.” พบอายุกว่า 50-70 ปี สมัครเพียบ  รอวุฒิฯ คัดให้เหลือ 5คน 5 ด้าน คาดอีก 2 เดือนได้ตัวจริง

31ก.ค.2555- วันนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สรุปรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก เป็นผู้มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งเป็น”คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงาน” เพื่อตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ชุดปัจจุบันทั้ง 11 คน

ซึ่งปรากฏว่า มีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 72 คน ใน 5 สาขาที่เปิดรับสมัคร ได้แก่ ด้านกระจายเสียง 1 คน ด้านกิจการโทรทัศน์ 1 คน ด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน 1 คน ด้าน แลด้านการคุ้มครองผู้บริโภค 1 คน

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ประกาศรับสมัครระหว่างวันที่ 24 -30 กรกฏาคม 2555 ที่อาคารสุขประพฤติ ตามที่กำหนดไว้ในหมวดที่ 6 พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553

ทั้งนี้มีรายละเอียดการรับสมัคร ดังต่อไปนี้ 1.มีสัญชาติไทยโดยการเกิด 2.มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์ สำหรับคุณสมบัติ 1.เป็นผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านกิจการกระจายเสียง, ด้านกิจการโทรทัศน์ 2.เป็นผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านกิจการโทรคมนาคม, 3.เป็นผู้ที่มีผลงานและประสบการณ์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และ 4.เป็นผู้ที่มีผลงานและประสบการณ์ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

ทั้งนี้บุคคลที่จะเข้ารับสมัคร ต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ไม่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองใด, ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ, ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต, ไม่เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายของศาล, ไม่เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำผิดใด เว้นแต่เป็นความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท

นอกจากนี้ต้องไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ, ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ, ไม่เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง, ไม่เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา พนักงาน หรือผู้ถือหุ้นที่ประกอบกิจการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ในระยะเวลา 1 ปีก่อนการรับการเสนอชื่อ หรือ คัดเลือก และไม่อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

นอกจากนี้ ต้องไม่เป็น กสทช. กสท. กทค. อนุกรรมการ เลขาธิการ กสทช.พนักงาน หรือลูกจ้างของสำนักงาน กสทช. ตามมาตร 71 พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ

อำนาจหน้าที่

ให้ติดตามการและเมินผลการปฏบัติงาน ของ กสทช. กสท. กทค. สำนักงานกสทช. และเลขาธิการกสทช. แล้วแจ้งผลให้กสทช.ทราบภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี และให้ กสทช.นำรายงานดังกล่าวเสนอต่อรัฐสภา พร้อมรายงานผลการปฏบัติงานประจำปีของกสทช. ตามมาตร 76 และเปิดเผยรายงานดังกล่าวส ให้ประชาชนทราบทางระบบเครื่อข่ายสารสนเทศของสำนักงานกสทช. หรือวิธีการอื่นที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ การประเมิน จะต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง และต้องรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียประกอบด้วย

ซึ่งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบฯ อาจมอบหมายให้หน่วยงาน หรือองค์กร ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และประเมินผลเพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงาน  ซึ่งการรายงานผลจะต้องมีเนื้อหาผลการปฎิบัติงาน, รายงานข้อเท็จจริง หรือ ข้อสังเกต, รวมถึงข้อเสนอแนะด้วย

สำหรับรายชื่อ ผู้สมัคร ทั้ง 72 คน หลายคนเคยลงสมัคร เป็น กรรมการ กสทช.  อีกหลายคนเป็นนายทหารเกษ๊ยณราชการ, สมาชิกวุฒิสภา, อดีตคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  และบางคนทำงานอยู่สำนักงานกสทช.ในปัจจุบัน  และเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้สมัครหลายราย มีอายุมากกว่า 50-70 ปี

ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ วุฒิสภา จะตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครประมาณ 30 วัน จากนั้นจะเสนอรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกต่อประธานวุฒิสภา เพื่อเปิดประชุมให้สมาชิกวุฒิสภาคัดเลือกรอบแรก ให้ได้ 10 คน หรือ 2 เท่าของจำนวนที่ต้องการ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงประมาณกลางเดือน กันยายน 2555 จากนั้น จะเสนอรายชื่อทั้ง 10 ต่อประธานวุฒิฯ อีกครั้ง เพื่อเปิดประชุมให้วุฒิสภาคัดเลือกให้ได้บุคคลที่เหมาะสมจำนวน 5 คน โดยใช้เวลาตรวจสอบประวัติผู้ผ่านการคัดเลือกอีกประมาณ 30 วันจึงจะรับรอง ซึ่งคาดว่า กว่าจะได้บุคคลที่เหมาะสมทั้ง 5 คน จะอยู่ประมาณกลางเดือนตุลาคม 2555

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 31, 2012 in กสทช.

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

งานช้าง! บิ๊กเจ้าสัว-นักธุรกิจ-นักเศรษฐศาสตร์ ลงขันตั้งเว็บThailand Future วิพากษ์เศรษฐกิจร้อนๆ เปิดตัวพรุ่งนี้พร้อมสัมมนา“อนาคตไทย :เราเลือกได้”

 งานช้าง! บิ๊กเจ้าสัว-นักธุรกิจ-นักเศรษฐศาสตร์ ลงขันตั้งเว็บThailand Future วิพากย์เศรษฐกิจร้อนๆ เปิดตัวพรุ่งนี้พร้อมสัมมนา “Thailand at the Crossroads : อนาคตไทย….เรา เลือกได้”

pic.twitter.com/WvxvAxhd

30ก.ค.55 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการสถาบันอนาคตไทยศึกษา ระบุว่า จุดประสงค์คือ ต้องการสื่อสารรายงานการวิเคราะห์ วิจัยที่ทำมานาน เพื่อสื่อสารไปถึงรัฐบาล เอกชน และภาครัฐ ที่อยู่ในมุมที่กลุ่มนี้ต้องการสื่อสารไปถึงไทย เป็นเหมือนการยกระดับการดีเบต เช่น หากไม่ลงทุนเมกกะโปรเจกท์ ประเทศเราจะแข่งขันได้หรืไม หรือการโยกย้ายผู้ว่าบ่อยๆ จะส่งผลอะไรบ้าง ส่วนกระแสอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับรากฐานอนาคตของประเทศไทย เราจะไม่เกาะกระแสแบบนี้  ซึ่งการรวมตัวนี้ จะไม่เหมือนหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือ สภาอุตสาหกรรมไทย  คล้ายๆ คอนเฟอร์เร้นท์บอร์ดของอเมริกา เพื่อสะท้อนความต้องการไปสู่ภาครัฐ

ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ เกิดขึ้นจากภาคเอกชนที่เป็นห่วงอนาคตประเทศไทย เพราะหลายๆ ที่ไทยโตอยู่ คือ โตจากความกัดกร่อนของไทย เช่น จีดีพีไทยโต ปันผลตลาดหุ้นก็มาก แต่ไม่ลงทุนเผื่ออนาคต ซึ่งพื้นฐานที่เห็นว่าสวยหรูจะส่งผลให้เกิดการกัดกร่อนในอนาคต เราจึงก่อตั้งสถาบันและเว็บไซท์นี้ขึ้นมา

“หลังจากงานสัมมนาแล้ว จะเปิดตัวแล้วจะมีเว็บไซท์ ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฯ ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักธุรกิจรุ่นใหม่ เครือข่ายนักคิดรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากให้หมุนเวียนมาออกความเห็นที่เป็นกลาง ซึ่งจะต้องหาคนมาคิดมาเขียนแบบเป็นกลาง ซึ่งหลักการทำงาน เราจะเน้นเปิดกว้างแหล่งข่าว ซึ่งเราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง แต่เราจะเป็นตัวกลางให้คนเก่งๆ เข้ามาร่วมในเว็บของสถาบัน แต่สถาบันจะทำเพียงดัชนีชี้วัดอนาคตประเทศไทยเท่านั้น เราจะเน้นทำงานเชิงวิเคราะห์ร้อยละ20 และผลักดันให้เกิดผลร้อยละ 80 ซึ่งจะเป็นประเด็นร้อนๆ ที่สื่อไปถึงอนาคตได้ ใครอยากร่วมในเครื่อข่ายนี้เราก็เปิดพื้นที่ให้ได้ร่วม”นายนิตินัย กล่าว

ชมคลิป.. สัมภาษณ์  อ.นิตินัย ศิริสมรรถการ

http://www.youtube.com/watch?v=PLnEYKuI3Ao

สำหรับกำหนดการจัดเสวนานั้น ทางสถาบันอนาคตไทยศึกษา ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งร่วมก่อตั้งโดยความตั้งใจของกลุ่มนักธุรกิจ นักวิชาการ และผู้นำความคิดจากหลายสาขาที่มีความห่วงใยอนาคตของประเทศไทย จะจัดสัมมนาหัวข้อ “Thailand at the Crossroads : อนาคตไทย…เราเลือกได้” ขึ้นในวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ ห้อง Grand Hall 1 ชั้น 2 โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถ.วิทยุ

โดยจัดให้มี Press Briefing สำหรับสื่อมวลชน เวลา 11.00 – 12.00 น. ณ ห้อง London 1

 กำหนดการดังนี้

11.00 – 12.00 Press Briefing โดยดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ และดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการสถาบันฯ

12.00- 13.00 รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 – 13.30 ลงทะเบียน

13.30 – 13.45 ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ กล่าวเปิดงาน

13.45 – 14.30 การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “อนาคตเรา : KPI ของไทยควรเป็นอะไร? ” โดย ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ และดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการสถาบันฯ

14.30 – 16.30 การเสวนาพิเศษในหัวข้อ “สิ่งที่ต้องตัดสินใจวันนี้ เพื่ออนาคตของไทย” ” โดย

– ศาสตราพิชาน ดร.ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

– คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด

– คุณศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

– คุณทศ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด

– คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)

– ดร.อุตตม สาวนายน ผู้ดำเนินการอภิปราย

16.30 – 17.00 ศาสตราพิชาน ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวสรุป

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 30, 2012 in ทั่วไป

 

คำชี้แจง..จาก”ทรูคอร์ป”ยัน ยังไม่เคยหารือทำสัญญา 3G ฉบับใหม่กับ”แคท” เพราะทำถูกต้องแล้ว แต่พร้อมปรับแก้ให้ถูกมากขึ้นตามมติกสทช.

คำชี้แจง..จาก”ทรูคอร์ป”ยัน ยังไม่เคยหารือทำสัญญา 3G ฉบับใหม่กับ”แคท” เพราะทำถูกต้องแล้ว แต่พร้อมปรับแก้ให้ถูกมากขึ้นตามมติกสทช.
 
27 กรกฎาคม 2555 – บมจ. ทรูคอร์ปอเรชั่น ขอแสดงเจตจำนงในการดำเนินการแก้ไขสัญญา
3G ระบบ HSPA ระหว่าง บมจ. กสท โทรคมนาคม และกลุ่มทรูให้เป็นไปตามมติของคณะ
กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) แต่ในกรณีเรื่องการทำสัญญาฉบับใหม่ บริษัทยังมิ
ได้รับทราบอย่างเป็นทางการ และไม่เคยมีการหารือกันในกรณีนี้มาก่อน บริษัทในฐานะ
คู่สัญญาเห็นว่าไม่ควรทำ เพราะว่าสัญญาที่ได้ตกลงร่วมกันมานั้นได้ดำเนินการ
ผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างถูกต้อง และผ่านการตรวจสอบจากหลายหน่วยงานอย่างครบถ้วน
แล้ว รวมทั้ง กทค. เองได้มีความเห็นให้ปรับแก้ในสัญญา 6 ประเด็นเท่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทมีความต้องการที่จะเป็นคู่ค้าที่ดีกับ กสท ในการประกอบธุรกิจ 3G
กับ กสท ต่อไป และจะมุ่งมั่นดำเนินการตามสัญญาที่ได้ตกลงไว้แล้วกับ กสท อย่าง
ต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ของประเทศ และต่อ กสท ตลอดจนลูกค้าที่บริษัทให้บริการ
อยู่

บริษัทมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับ กสท ในการแก้ไขสัญญาทั้ง 6 ข้อ ตามที่
กทค. มีมติให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 27, 2012 in ทั่วไป

 

แถลงการณ์ ฉ.3..สภาทนายความ ติงนิติราษฎร์ ยุติแสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยของศาลรธน.

17ก.ค.2555 นายเจษฎา อนุจารี อุปนายก ฝ่ายนโยบายและแผนงาน รักษาการประธานกรรมการสำนักวิจัย และ พัฒนากฎหมายสภาทนายความ ออกแถลงการณ์สภาทนายความ ฉบับที่ 3/2555 เรียกร้องให้นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ ยุติการแสดงความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะได้ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้องครบถ้วนเป็นที่ยุติเสียก่อน
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2555 ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยกรณีมีบุคคลยื่นคำร้องเพื่อใช้สิทธิในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ซึ่งมีนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ได้ออกแถลงการณ์ให้ความเห็นในลักษณะไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญและจัดตั้งคณะตุลาการพิทักษ์รัฐธรรมนูญขึ้น เพื่อทำหน้าที่ให้เป็นไปตามระบอบรัฐธรรมนูญและหลักนิติรัฐประชาธิปไตย

นายเจษฎา กล่าวว่า สภาทนายความยังคงยืนยันว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายตามที่บัญญัติในมาตรา ๔๕ ของรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะนักกฎหมายการที่จะแสดง ความคิดเห็นในทางวิชาการ ควรได้รับข้อเท็จจริงที่ถูกต้องครบถ้วนเป็นที่ยุติเสียก่อน จึงจะนำตัวบทกฎหมาย มาปรับใช้กับข้อเท็จจริงอันเป็นที่ยุติ นั้น หากข้อเท็จจริงนั้นไม่ถูกต้อง ครบถ้วนและไม่เป็นที่ยุติ ตัวบท กฎหมายที่นำมาปรับใช้นั้นย่อมคลาดเคลื่อนไปด้วย ทั้งนี้ ตามหลักวิชาข้อเท็จจริงของวิชาชีพทนายความ ที่สั่งสมกันมา

สภาทนายความเห็นว่า การแสดงความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยยังมิได้ ตรวจสอบคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ยังมิได้มีการเผยแพร่ คำวินิจฉัยดังกล่าว ย่อมอาจก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้

สำหรับข้อเสนอให้ยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญและจัดตั้งคณะตุลาการพิทักษ์ระบอบรัฐธรรมนูญ ขึ้นนั้น สภาทนายความเห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพรรคการเมืองที่มี เสียงข้างมากและได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรีด้วย ซึ่งเท่ากับเสียงข้างมากของคณะตุลาการพิทักษ์ ระบอบรัฐธรรมนูญเป็นของพรรคการเมืองเสียงข้างมากจำนวนถึง ๖ คน ในจำนวนตุลาการทั้งหมด ๘ คน อันอาจทำให้คณะตุลาการพิทักษ์ระบอบรัฐธรรมนูญขาดความเที่ยงธรรมได้ และขัดกับบทความเรื่อง “โครงสร้างและกลไกในรัฐธรรมนูญกับอำนาจของนายกฯ ทักษิณ” ซึ่งนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ได้เขียนลง ตีพิมพ์ในหนังสือ “รู้ทันทักษิณ ๒” เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๔๗ โดยในขณะนั้น รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้สร้างกลไกการตรวจสอบอำนาจรัฐขึ้นมากมาย นายวรเจตน์ พบว่า มีปัญหาทั้งในแง่ของขั้นตอน และ กระบวนการในการตรวจสอบ และในแง่ของการคัดเลือกบุคคลเข้าสวมตำแหน่งในองค์กรที่เป็นกลไกการ ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระในสมัยนั้น ไม่อาจทำหน้าที่ ตรวจสอบการอำนาจรัฐได้เลย การเสนอให้ยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญและจัดตั้งคณะตุลาการพิทักษ์ระบอบ รัฐธรรมนูญ จึงเป็นการสร้างปัญหาการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐขึ้นอีก ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญนี้ ได้มี คำวินิจฉัยคดีที่พิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชนหลายคดี เช่น การเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดย นำเงินได้ภริยารวมกับเงินได้ของสามี ทำให้ภริยาต้องเสียภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น เป็นการเลือกปฏิบัติมีปัญหา เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ และพระราชบัญญัติขายตรงและการ ตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๕๔ ที่กำหนดให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงาน ของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตน มิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น เป็นข้อสันนิษฐานให้จำเลยมีความผิดและต้องรับโทษ ทางอาญาขัดต่อหลักนิติธรรมและขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ วรรคสอง และพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) ที่บัญญัติให้ผู้สมัคร สอบคัดเลือกผู้สมัครทดสอบความรู้ หรือผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกพิเศษ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการ ตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาต้องไม่เป็นผู้มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็น ข้าราชการตุลาการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ วรรคสาม

สภาทนายความขอเรียกร้องให้กลุ่มนักวิชาการกฎหมายยุติการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้น จนกว่าจะได้ตรวจสอบคำวินิจฉัยกลาง และคำวินิจฉัยส่วนตน ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยถูกต้องครบถ้วนก่อน และการนำเสนอความคิดเห็นของนักวิชาการด้าน กฎหมายต้องเป็นความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์ ไม่มุ่งร้ายทำลายบุคคลใดด้วยอารมณ์ หรือมีเจตนา แอบแฝงอื่น

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 17, 2012 in ทั่วไป

 

ป้ายกำกับ: , , ,

เป๊ะ! ผลสุ่มตรวจแท็บเล็ตป. 1 ต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี

การตรวจสอบคุณภาพ”แท็บเล็ตป.1″ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสุ่มตรวจ 500 เครื่อง จาก 59,000 เครื่อง เพียงแค่ 2 วัน จากกำหนดเดิม 5 วัน พบต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี พร้อมส่งผลรายงานให้คณะกรรมการตรวจรับฟันธงเอาไว้ หรือ ส่งคืนทั้งล็อต ด้านสตง.ตั้งข้อสังเกตเร่งรัดสุ่มตรวจ เด็กๆได้ใช้เครื่องไม่มีคุณภาพ-รัฐสูญงบ ส่วนศธ.ประกาศเลื่อนส่งมอบ 45,000 เครื่อง จากกำหนดเดิมวันพรุ่งนี้ ออกไปไม่มีกำหนด


 
 
15ก.ค.55-  มีรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพแท็บเล็ตป.1 ที่เจ้าหน้าที่บริษัททีโอที ซึ่งเข้ามาช่วยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีสุ่มตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคเครื่องแท็บจำนวน 500 เครื่องจากจำนวนทั้งหมดที่ได้รับมอบมาแล้ว 5 หมื่น 9 พันเครื่องพบว่ามีจำนวน 7 เครื่องที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐานเกี่ยวกับตัวเครื่องเช่นหน้าจอมีระบบสัมผัสหรือทัชสกรีนช้าและเกิดปัญหาหน้าจอติดๆ

ดับๆ  ซึ่งผลการสุ่มตรวจพบว่า ต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า จากนี้ต้องดูว่าคณะกรรมการตรวจรับ ของไอซีที  ที่มีนายสมบูรณ์เมฆไพบูลย์วัฒนาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เป็นประธาน จะตัดสินใจอย่างไรว่า ยอมให้ผ่านไป หรือ ต้องส่งคืนทั้งหมดประมาณ 59,000 เครื่อง คืนให้บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ  ตามที่มีการสุ่มตรวจ 

ส่วนการตรวจสอบคุณภาพอุปกรณ์เสริมเช่นหูฟังและที่ชาร์ตแบตพบว่า มีไม่ได้มาตรฐาน 3 ชิ้น  ส่วนการสุ่มตรวจสอบล็อตสอง ยังไม่เริ่มต้นในขณะนี้ เพราะอยู่ระหว่างการรอส่งมอบล็อตให้ครบจำนวน 35,000 เครื่องก่อนจึงจะเริ่มสุ่มตรวจได้
 
เป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ร่นเวลาตรวจสอบเหลือแค่ 2 วันจากกำหนดเดิมที่ต้องใช้เวลา 5 วันและขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งรายงานสรุปผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการตรวจรับตังแต่วันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว
 

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รักษาการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งข้อสังเกตว่าการร่นเวลาสุ่มตรวจสอบเครื่องจะส่งผลให้เกิดโอกาสที่เครื่องที่ไม่มีคุณภาพจะหลุดรอดไปถึงมือเด็กๆได้ง่ายขึ้น เห็นว่าในการบริหารต้องการให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่หน่วยราชการจะได้รับ เพราะต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมากในการใช้จ่าย และทุกฝ่ายคาดหวังว่าจะต้องได้ขอที่มีคุณภาพตามคุณสมบัติตามที่พรรณากันไว้  หากไม่ตรวจรับให้เข้มงวด และปล่อยผ่านออกไปจะกลายเป็นภาระใหญ่มาก โดยเฉพาะการซ่อมบำรุงที่จะเกิดขึ้นมาภายหลัง เพราะหากใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ ก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียประโยชน์ ขาดประสิทธิภาพ สิ้นเปลืองงบประมาณเกินกว่าเหตุ ไม่จำเป็นต้องมีโครงการนี้ก็ได้
 
“การเร่งรัดเวลาอยากให้ทบทวนดูว่า หากเร่งไปแล้วได้ขอไม่มีคุณภาพ แต่ได้ของไปทันเวลาแล้วจะมีประโยชน์อะไรหากใช้ไม่ได้ อยากให้คำนึงถึงตรงนี้มากๆ โดยเฉพาะเจตนารมย์การใช้ประโยชน์เป็นสำคัญ เพราะโครงการนี้ไม่ใช่ถูกๆ ยิ่งต้องคำนึงว่าเป็นเงินภาษี เงินแผ่นดิน เงินของประชาชนทั้งประเทศ คนที่ดูแลโครงการนี้ต้องตระหนักกันให้มากๆ ซึ่งการเร่งรัดเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่เร่งรัดอยู่แล้ว การเร่งรัดก่อให้เกิดผลเสีย ความไม่สมบูรณ์ อยากให้ระวังอยู่เรื่องว่าการเร่งรัดแบบนี้ ทางฝ่ายราชการของเราไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร แต่ฝ่ายที่ได้ประโยชน์คือใคร และเค้าสมควรได้รับประโยชน์อย่างนี้หรือไม่ หากการเร่งรัดทำห้คนขายสินค้า ส่งมอบสินค้าได้ที่คุณภาพยังไม่พร้อม แต่ปล่อยให้การตรวจรับผ่านไปได้ แต่เอาไปใช้ก็เกิดปัญหาต้องส่งกลับมาซ่อมใหม่ มันเป็นความเสียหายที่ต้องคำนึงถึง อยากฝากทุกฝ่ายให้คำนึงถึงคุณภาพเป็นสำคัญ ถามว่ามันสำคัญอย่างไร ต้องส่งมอบกันวันที่ 16 ทำพิธีกันไปแล้ว แต่ของไม่ได้คุณภาพ มันควรจะรอบคอบกันก่อน หรือ เจตนารมย์เราต้องการให้ออกไปลวกๆ แบบนี้หรือไม่”นายพิศิษฐ์ กล่าว

 

นายพิศิษฐ์ กล่าวด้วยว่า แม้โครงการนี้จะมีเจตนาดีให้เยาวชนได้ใช้เครื่องมีที่มีความทันสมัย แต่ก็มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่ได้ศึกษาวิจัยแล้วว่า การนำเครื่องมาใช้กับเด็กป.1 นั้น ไม่เหมาะสม เท่ากับชั้นป.4 ซึ่งสตง.อยู่ระหว่างการทำข้อศึกษาเรื่องนี้ด้วยเพื่อเสนอแนะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีและผู้เกี่ยวข้องเร็วๆ นี้
 
 

มีความชัดเจนว่ากระบวนการตรวจรับเครื่องแท็บเล็ตป.1 ของกระทรวงไอซีทียังไม่เสร็จสิ้นตามขั้นตอนจึงส่งผลกระทรวงศึกษาธิการต้องเลื่อนส่งมอบเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรกจากกำหนดเดิมในวันพรุ่งนี้จำนวน 45,000 เครื่องไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสพป.ตามลำดับตัวอักษรได้แก่กระบี่ , กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, กาฬสินธิ์, กำแพงเพชรและขอนแก่นต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

สำหรับโครงการนี้ พรรคเพื่อไทยชูเป็นหนึ่งในนโยบายที่ใช้หาเสียงการเลือกตั้งปี 2554 และเริ่มต้นโครงการจริงจังเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เมื่อคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการแท็บเล็ตจำนวน 14 คน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีไอซีทีร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยให้ใช้วิธีดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐจัดหาจำนวน 9 แสนเครื่อง วงเงินงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ 1 พัน 900 ล้านบาท ตั้งเป้าส่งมอบให้เด็กๆ 8 แสนคนได้ทันในช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม 2555

แต่ต่อมา คณะกรรมการแท็บเล็ต ได้ตั้งคณะทำงานอีก 2 ชุดเพื่อพิจารณาคุณสมบัติเครื่องแท็บเล็ตให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ส่วนอีกชุดพิจารณาการจัดซื้อจัดหาโดยกระทรวงไอซีทีผู้รับผิดชอบ

ระหว่างนั้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวงและคณะกรรมการแท็บเล็ต ต่างไม่มีใครเปิดเผยรายละเอียดแบบเป็นทางการ เกี่ยวกับรายละเอียดโครงการ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ท่ามกลางกระแสข่าวปัญหาความไม่ลงรอยกันระหว่างรัฐมนตรีไอซีทีและศึกษาธิการ

 

 

(ภาพจาก คุณredfrog53 เว็บบอร์ดขบวนการเสรีไทย)

จนกระทั่ง ปลายเดือนปลายเดือน 21 มีนาคม 2555 คณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดภูเก็ต มีมติอนุมัติโครงการนี้อีกครั้ง โดยปรับเพิ่มการจัดซื้อจาก 9 แสนเครื่องเป็น 1 ล้านเครื่องและอนุมัติวงเงินจัดซื้อจาก 1 พัน 900 ล้านบาทเป็นไม่เกิน 3 พันล้านาท และให้กระทรวงไอซีทีเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการจัดซื้อ  โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การปรับเปลี่ยนจากจีทูจี มาเป็นเป็นจีทูจีในรูปแบบทำสัญญาโดยตรงกับบริษัทเสิ่นเจิ้นสโคปซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนรับรอง ซึ่งเอ็มโอยูแบบนี้ นายพิศิษฐ์ รักษาการผู้ว่าการสำนักตรวจเงินแผ่นดิน ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นวิธีที่แปลกประหลาด และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย

ส่วนแผนความคืบหน้าโครงการ หรือ รายละเอียดที่ชัดเจนต่างๆ นั้น ไอซีทีเปิดเผยแค่เรื่องการกำหนดคุณสมบัติหรือทีโออาร์เท่านั้น ส่วนรายละเอียดการทำสัญญาที่ชัดเจนนั้นแม้สื่อมวลชนได้เรียกร้องให้เปิดเผยแต่ก็ฝ่ายเกี่ยวข้องต่างก็ปฎิเสธต่อเนื่อง

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 15, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

เปล่าโดนยิงขู่! “บางกอกแอร์”แจงอากาศปิด เหตุทำ 2ไฟท์ บินวนเหนือน่านฟ้านานกัมพูชา เป็นสายการบินของไทยแห่งเดียวลงเสียมราบ

12 ก.ค.2555- กรณีเกิดกระแสข่าววันนี้ ว่า มีการยิงขู่เครื่องบิน ซึ่งเป็นเครื่องบินพาณิชย์ของไทย บริเวณน่านฟ้าชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว นั้น เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สายการบินบางกอก แอร์ เวยส์ ชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สายการบินบางกอกแอร์ เวย์ส ซึ่งเป็นเพียงสายการบินพาณิชย์ของไทยสายเดียว ที่ให้บริการที่สนามบินเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดกระแสข่าว อาจเป็นความเข้าใจผิด เนื่องจาก มีเที่ยวบิน 2 ไฟท์ของบางกอกแอร์ ได้แก่ PG 903 บรรทุกผู้โดยสารเต็มลำ 70 คน ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 9.00น. ไม่สามารถลงสนามบินเสียมเรียบได้ เนื่องจากสภาพอากาศปิด ทำให้ต้องบินวนประมาณ 20 นาที จึงจะลงได้

และอีกไฟท์ PG 913 ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 14.00น. ก็ต้องบินวนจากสภาพอากาศปิดเช่นกัน ประมาณ 20 นาที แต่สภาพอากาศแย่มาก ทำให้ต้องบินกลับมาที่สนามบินสุวรรณภูมิใหม่ และออกเดินทางอีกครั้งในอีกชั่วโมงถัดมา ซึ่งก็สามารถลงที่สนามบินเสียมเรียบได้ตามปกติ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักบินทั้ง 2 ลำ ไม่ได้แจ้งบันทึกข้อความว่า มีเหตุการณ์ผิดปกติ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 12, 2012 in ทั่วไป

 

โปรดทราบ! “ทรูวิชั่นส์”แจ้ง พัฒนาระบบ อาจเกิด”จอดำ” 15-16 ก.ค.55

โปรดทราบ! “ทรูวิชั่นส์”แจ้ง พัฒนาระบบ อาจเกิด”จอดำ” 15-16 ก.ค.55 ทุ่ม 2 พันล้านบาท พัฒนาระบบควบคุมการออกอากาศ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด พร้อมเพิ่มเอชดีรวมเป็น 17 ช่อง มากสุดในไทย

12 ก.ค.2555- ทรูวิชั่นส์จะดำเนินการพัฒนาระบบควบคุมการออกอากาศ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในคืนวันที่ 15 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 23.00 น. จนถึง วันที่ 16 กรกฎาคม เวลา 9.00 น. เพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการให้บริการของทรูวิชั่นส์ อีกทั้งเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์สำหรับผู้ใช้บริการที่ซึ่งติดตั้งเครื่องรับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการรับรายการแบบบอกรับสมาชิกที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ทำให้ทรูวิชั่นส์สามารถเพิ่มเติมช่องรายการ HD ระดับคุณภาพ รวมทั้งหมดเป็น 17 ช่อง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับสมาชิกทั้งในระบบเคเบิลใยแก้ว และ ระบบจานดาวเทียม 

โดยในการพัฒนาระบบการออกอากาศครั้งนี้ ด้วยเหตุผลทางเทคนิคจะส่งผลให้สมาชิกไม่สามารถรับสัญญาณจากทรูวิชั่นส์ได้ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งทางทรูวิชั่นส์ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นช่วงเวลาที่จะมีผลกระทบต่อสมาชิกโดยรวมน้อยที่สุด ทั้งนี้ สมาชิกจะสามารถรับสัญญาณได้ตามปกติ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 16 กรกฎาคม เป็นต้นไป 

สำหรับเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการให้บริการของทรูวิชั่นส์ อีกทั้งเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์สำหรับผู้ใช้บริการที่ซึ่งติดตั้งเครื่องรับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการรับรายการแบบบอกรับสมาชิกที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ทำให้ทรูวิชั่นส์สามารถเพิ่มเติมช่องรายการ HD ระดับคุณภาพ รวมทั้งหมดเป็น 17 ช่อง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับสมาชิกทั้งในระบบเคเบิลใยแก้ว และ ระบบจานดาวเทียม ได้แก่ History HD, Sundance HD, ESPN HD, KBS World HD, HD SHowcase, Reality HD, HBO HD, TrueSport HD, TrueSport HD 2, Natioanal Geographic HD, Discovery HD World, Fox Movies Premium HD, Fox Family Movies HD, AXN HD, KMTV HD, iConcerts HD และ TNN 24 HD

โดยในการพัฒนาระบบการออกอากาศครั้งนี้ ด้วยเหตุผลทางเทคนิคจะส่งผลให้สมาชิกไม่สามารถรับสัญญาณจากทรูวิชั่นส์ได้ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งทางทรูวิชั่นส์ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นช่วงเวลาที่จะมีผลกระทบต่อสมาชิกโดยรวมน้อยที่สุด ทั้งนี้ สมาชิกจะสามารถรับสัญญาณได้ตามปกติ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 16 กรกฎาคม เป็นต้นไป

ประโยชน์จากการดำเนินการในครั้งนี้ สมาชิกทรูวิชั่นส์ในแพ็กเกจ แพลทินัม จะได้รับชม ช่องรายการคุณภาพเพิ่มเติมในระบบเอชดี 17 ช่อง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ได้แก่ History HD, Sundance HD, ESPN HD, KBS World HD, HD SHowcase, Reality HD, HBO HD, TrueSport HD, TrueSport HD 2, Natioanal Geographic HD, Discovery HD World, Fox Movies Premium HD, Fox Family Movies HD, AXN HD, KMTV HD, iConcerts HD และ TNN 24 HD

ส่วนสมาชิกทรูวิชั่นส์ในแพ็กเกจโกลด์ โกลด์ไลท์ และ ซิลเวอร์ จะได้รับชมช่องรายการคุณภาพเพิ่มเติมในระบบเอชดี 3 ช่อง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ได้แก่  Reality HD, TNN24 HD และ HD SHOWCASE เพื่อเพิ่มอรรถรสและความหลากหลายในการรับชมช่องรายการคุณภาพใหม่ๆ ให้กับสมาชิกซึ่งรายการสำคัญที่สมาชิกจะได้รับชมหลังจากการดำเนินการครั้งนี้ด้วยคือ มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2012 ในรูปแบบเอชดี ครั้งแรกในเมืองไทย (ผ่านทาง ช่อง HD SHOWCASE ซึ่งเป็น 1 ใน 9 ช่องของทรูวิชั่นส์ที่ถ่ายทอดสดกีฬาโอลิมปิค 2012)

สำหรับสมาชิกทรูวิชั่นส์ในแพ็กเกจอื่นนอกจากข้างต้น จะได้รับชมช่องรายการใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ช่อง คือ Channel 10 ซึ่งเป็นช่องรายการที่รวมรายการดังๆ ทั้งข่าว ภาพยนตร์ และบันเทิงอื่นๆ อีกมาก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

อนึ่ง ด้วยเทคโนโลยีของระบบการออกอากาศใหม่ พร้อมกับช่อง HD ที่เพิ่มขึ้น ทรูวิชั่นส์มีความจำเป็นต้องดำเนินการเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณใหม่เป็น ทรูวิชั่นส์ รุ่น HD PLUS ให้แก่สมาชิก เนื่องจากกล่องรับสัญญาณเดิมจะไม่สามารถรับชมช่องรายการของทรูวิชั่นส์ทั้งในส่วนรายการเดิมและในส่วนที่เพิ่มเติมให้ใหม่ ทั้งในระบบปกติและระบบ HD ได้ โดยทรูวิชั่นส์ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทราบอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ เดือน ตุลาคม 2554 เป็นต้นมาแล้ว เพื่อเชิญชวนให้สมาชิก ในแพ็กเกจ แพลทินัม โกลด์ โกลด์ไลท์ และ ซิลเวอร์ (ในระบบชุดเช่า) ขอรับการบริการเปลี่ยนกล่อง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ซึ่ง ณ ปัจจุบันสมาชิกส่วนใหญ่ได้รับการเปลี่ยนกล่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังคงเหลือสมาชิกอีกเพียง เล็กน้อยเท่านั้น ที่ทรูวิชั่นส์ได้ประสานงานไปยังผู้ใช้บริการแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการติดต่อเข้าดำเนินการเปลี่ยนกล่อง ทั้งนี้ ทรูวิชั่นส์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ติดต่อสมาชิกยังที่พักอาศัยโดยตรงเพื่อทำการเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณ รวมทั้งได้เพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณให้กับสมาชิกเหล่านี้อย่างทั่วถึง โดยสมาชิกในแพ็กเกจ  แพลทินัม โกลด์ โกลด์ไลท์ และ ซิลเวอร์ (ในระบบชุดเช่า) ที่ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนเป็นกล่องรับสัญญาณ ทรูวิชั่นส์ รุ่น HD PLUS สามารถติดต่อเพื่อขอรับบริการ ได้ที่ ทรูวิชั่นส์ แคร์ 02-725-2525

ทรูวิชั่นส์ จึงใคร่ขอเรียนให้ท่านทราบถึงขั้นตอนการเตรียมการดำเนินการดังกล่าว ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกได้ทราบมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเจตนารมณ์ที่จะปรับปรุงพัฒนาคุณภาพในการรับชม เพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับสมาชิก โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกจะได้รับความพึงพอใจกับคุณภาพ ประสิทธิภาพในการรับชม รวมทั้งช่องรายการใหม่ที่เพิ่มขึ้น จากการดำเนินการในครั้งนี้

(เพิ่มเติม)

  • การติดตามรายการต่างๆ ที่ออกอากาศในช่วงเวลาที่ไม่สามารถรับสัญญาณได้

ทรูวิชั่นส์ได้มีการตรวจสอบผังรายการในช่วงเวลาปรับปรุงระบบ และเพื่อไม่ให้สมาชิกพลาดชมรายการถ่ายทอดสด Golf PGA และ Tennis WTA ทางทรูวิชั่นส์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเปิดให้สมาชิกได้รับชมสดผ่านทางเฟซบุ๊คของทรูวิชั่นส์ www.facebook.com/truevisions และสำหรับรายการอื่นๆ สมาชิกสามารถเช็คผังออกอากาศซ้ำ (RE-RUN) ทาง ในนิตยสาร ทรูวิชั่นส์ พรีเมียร์ ทีวีไกด์ ฉบับเดือน ก.ค. เพื่อสามารถติดตามรับชมได้เช่นเดียวกัน

 

  • ช่องทางการประชาสัมพันธ์เพื่อให้สมาชิกในแพ็กเกจ แพลทินัม โกลด์ โกลด์ไลท์ และ ซิลเวอร์ (ในระบบชุดเช่า) เข้ารับการบริการเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณ

ทรูวิชั่นส์ได้มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อเชิญชวนให้สมาชิก ในแพ็กเกจข้างต้น ให้เข้ารับบริการเปลี่ยนกล่อง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2554 เป็นต้นมา ผ่านหลากหลายช่องทาง ได้แก่ โฆษณาผ่านทางหนังสือพิมพ์, นิตยสาร, ช่องรายการต่าง ๆ ของ ทรูวิชั่นส์, ตัววิ่งในรายการต่าง ๆ ในช่องของ ทรูวิชั่นส์, ข่าวประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางของทรูวิชั่นส์ ได้แก่ รายการสด เว็บไซต์ เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และ ตัววิ่ง หน้าจอ เป็นต้น

 

  • ช่องทางการสื่อสารรายละเอียดการดำเนินการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาระบบควบคุมการออกอากาศ รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

สมาชิกสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง เอกสารวิธีแก้ไขปัญหา ซึ่งแทรกไปกับนิตยสาร พรีเมียร์ ทีวีไกด์ ฉบับเดือน กรกฎาคม รวมถึงทรูวิชั่นส์ได้มีการสื่อสารและชี้แจงรายละเอียดให้กับสมาชิกผ่านทุกช่องทางของทรูวิชั่นส์

หลังจากเสร็จสิ้นการดำเนินการแล้ว หากสมาชิกท่านใดมีปัญหาขัดข้องในการใช้บริการ สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นด้วยตนเอง โดยศึกษาจากข้อมูลที่ได้เตรียมไว้ตามช่องทางต่างๆ ดังต่อไปนี้ เอกสารแนบใน ทรูวิชั่นส์ พรีเมียร์ ทีวีไกด์ ฉบับเดือน กรกฎาคม, ศูนย์บริการสมาชิก ทรูวิชั่นส์แคร์  โทร. 0-2725-2525 กด 1 แล้ว กด 4,  ทรูวิชั่นส์ช่อง 12, www.truevisionstv.com หรือ เฟสบุ๊ค www.facebook.com/truevisions

 

ป้ายกำกับ: