RSS

Monthly Archives: มิถุนายน 2017

พฤติกรรม..ก๊วนจีนปั่น like! คำบอกเล่า..จากผู้ให้คนจีนเช่าบ้าน คดีซิมโทรศัพท์ปริศนา 3.47 แสนเบอร์ ตัวการหลักยังหนีลอยนวล 

18 มิถุนายน 2560 

ผู้เขียน : ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าว”Thai PBS” 

พฤติกรรม..ก๊วนจีนปั่น like! คำบอกเล่า..จากผู้ให้คนจีนเช่าบ้าน คดีซิมของกลางปริศนา 3.47 แสนเบอร์ ตัวการหลักยังหนีลอยนวล เผยบ้านเช่าคนจีนใช้ไฟเดือนละ 4,500 บาท นอนกลางวัน ทำงานกลางคืน มีหญิงคนไทยจัดหาบ้านเช่าให้..ใช้เป็นฐานปฏิบัติการปั่นยอดวิว ..

ไทยพีบีเอส..พูดคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง..ดูแลหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่กลุ่มชาวจีนไปเช่าบ้านอยู่ ทีมข่าวสอบถามที่มาที่ไปของกลุ่มคนจีนเหล่านี้ 

– เริ่มเข้ามาเช่าได้อย่างไร ..? 

ตอบ : มีผู้หญิงไทย เป็นข้าราชการ ในจัดหวัดสระแก้ว สอบถามและว่าจะมีคนจีนมาเช่า ซึ่งปกติ ที่นี่ ก็ให้คนต่างชาติเช่าอยู่บ้าง เลยไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะเราทำตามกฎของ ตม.ชัดเจน ว่า ถ้ามีต่างชาติมาอยู่ ให้แจ้งภายใน 24 ชั่วโมง เอาหลักฐานพาสปอร์ต วีซ่า เดินทางไปแสดงให้ ตม.รับทราบ 

– เริ่มเข้าอยู่ในบ้านเมื่อไหร่ ..? 

ตอบ : เขาก็มากัน เดือนกุมภาพันธ์ 2560 คนจีน ตอนแรกมาคนเดียว ยังไม่มีเพื่อนคนจีน แล้วก็หญิงไทย ซึ่งทำงานแถวนี้ เราก็เอาบัตรปชช. ผู้หญิง แล้วก็พาสปอร์ตคนจีนมา เพราะเขาเป็นผู้เช่า ตอนมาก็เห็นว่า หิ้วกระเป๋ามาใบเดียว ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ  มีพักหลัง ที่มีเพื่อนชาวจีนเขามาเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้อะไรแจ้งตม. แล้วก็ไม่ได้สนใจ เพราะเขาอยู่บ้านเดียวกัน เขาพูดจีน เราสื่อสารไม่ได้ มีอะไรที่จะต้องติดต่อ ก็โทรผ่านผู้หญิงคนนี้ เขาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับคนจีน

– กำหนดสัญญาเช่าอย่างไรบ้าง เหมือนกับคนอื่นไหม

ตอบ : ปกติเราทำสัญญา 1 ปี ทั่วไปอยู่แล้ว แต่กรณีนี้ เขาเจรจา ขอเช่าอยู่ 6 เดือน มีต่อรองกัน เขาให้เหตุผลว่า จะอยู่ระยะสั้น แป๊ปเดียวเดี๋ยวจะย้ายไปที่อื่นแล้ว เราก็ตกลง ให้เช่าบ้าน เป็นบ้าน 2 ชั้น ราคาเดือนละ 15,000 บาท มัดจำล่วงหน้า 2 เดือน 

– พฤติกรรมการใช้ชีวิตของชาวจีนในบ้านเป็นอย่างไร

ตอบ : ก็เห็นและได้ยินคนในหมู่บ้าน ใกล้ๆ บ้านเขาบอกว่า นอนกันตอนกลางวัน และทำงานกันตอนกลางคืน แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า เขาทำอะไรกันในบ้าน จนวันที่ตำรวจไปจับ ถึงรู้ว่า มีซิมโทรศัพท์มากมาย และมีอุปกรณ์มือถือ เครื่องโทรศัพท์จำนวนมาก ก็เพิ่งมาเห็นตอนเป็นข่าวแล้ว อย่างที่บอก เราไม่ได้สนใจรายละเอียดในบ้านเขา ก็เหมือนผู้เช่ารายอื่น ที่เมื่อให้เช่าแล้ว เราก็ไม่ได้สนใจอะไร 

– เคยให้เขาส่งของ พัสดุ หรือ มีพัสดุ สิ่งของมาส่งบ้างหรือไม่ 

ตอบ : เคยเห็นค่ะ เป็นกล่องๆ มาส่งเป็นระยะ และช่วงแรกๆ เขายังมาขอชื่อและที่อยู่บ้านเราไปด้วย เพื่อให้เรารับของพัสดุแทนเขา รับมาก็เอาไปให้เขา 2 ครั้ง หลังจากนั้น ก็โทรบอกผู้หญิงไทยให้เขาทราบว่า เราจะไม่รับฝากของอีกแล้ว ไม่ใช่อะไร เราแค่รู้สึกว่า ไม่สบายใจ เพราะไม่รู้ว่า ของที่รับแทนมาเป็นอะไร 

ใจเราก็ไม่อยากยุ่งกับเรื่องแบบนี้แต่แรกแล้ว เพราะหนึ่งเขาเป็นต่างชาติ ยิ่งเป็นคนจีนพูดก็ไม่รู้เรื่องกันอยู่แล้ว เคยได้ยินมาเหมือนกันว่า คนจีนไปเช่าบ้านในประเทศไทย ทำโน่น..ทำนี่ แต่เราก็ไม่ได้คิดว่า บ้านเราที่ให้เช่าจะมีปัญหา

หลังจากนั้น ก็แจ้งผ่านผู้หญิงไทย ให้คนจีนติดต่อรับส่งพัสดุเอง เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น เราก็ไม่อยากไปมีส่วนร่วมรับผิดด้วย 

– ตอนรับพัสดุ..ได้สังเกตไหมว่าเป็นอย่างไร ส่งผ่านมาทางไหน 

ตอบ :  ไม่ได้สังเกตมากค่ะ แต่ตอนรับจะมีรถขนส่งสินค้าของเอกชนทั่วไปเป็นผู้ขนส่งมาให้ รับมาแล้ว ก็ไม่เคยเขย่า เพราะกลัวว่าของๆ เขาจะแตก หรือ เสียหาย เดาไม่ได้ด้วยว่า เป็นซิมโทรศัพท์หรือไม่ เพราะเป็นกล่องสีน้ำตาลทึบแบบกล่องใส่ของปกติ

– คนจีนเคยฝากส่งของไหม..?

ตอบ : ไม่เคยค่ะ 

–  อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ อื่นๆ เข้ามาอยู่ในบ้านคนจีนได้อย่างไร ..?  ( ตำรวจยึดของกลางคดีนี้ไว้ คดีแรกรวม 21 รายการ คดีสองรวม 17 รายการ รวมซิมมือถือกว่า 3.47 เบอร์) 

ตอบ : (หัวเราะ) ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ อย่างที่บอก เหมือนคนเช่าบ้านทั่วไป ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เราทำแค่ที่ ตม.บอก คือรายงานใน 24 ชม. เมื่อเขามาเช่สบ้านจากนั้นก็จบ ถ้าเขาไม่ได้ต้องการอะไร ก็ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับเขา  วันที่ตำรวจจับ เจอแผงโทรศัพท์ ก็ไม่ได้อยุ่ด้วย แต่ทางตำรวจโทรตามให้ไปช่วยชี้ตัว เอาจริงๆ นะยังตกใจเลยตอนเห็นข่าว เห็นภาพแผงมือถือ อุปกรณ์อะไรมากมายขนาดนั้น ก็ยังสงสัยว่า เขาไปขนเข้าบ้านกันมาตอนไหน


– บ้านหลังนี้ มีข้อมูลไหมว่า การจ่ายค่าไฟ คนจีนจ่ายค่าไฟเดือนละเท่าไหร่ ( ถามประเด็นนี้ เพราะเห็นจากแผงวางมือถือ ตามรูปนะคะ มีการชาร์ตไฟ..เสียบแบตกัน อุปกรณ์ไอทีทั้งนั้น ถ้าจะใช้งานแบบนี้ ค่าไฟน่าจะเป็นตัวบอกข้อมูลอะไรได้บ้าง) 
ตอบ : ทราบค่ะ ค่าไฟบ้านนี้พุ่งสูงกว่า บ้านหลังอื่นๆ ค่าไฟเฉลี่ยรวมก็ตกเดือนละ 4,000 บาท – 5,000 บาท ถ้าเปรียบเทียบกับค่าไฟบ้านหลังอื่นๆ ก็ประมาณ 1,000 บาท

– เหตุเกิดขณะนี้ เขาโดนจับกันแล้ว มีใครจ่ายค่าเช่าบ้านหรือยัง

ตอบ : โอ้ยยย ..ยังไม่จ่ายเลยค่ะ เขาติดค่าเช่าของเดือนพฤษภาคมอยู่งวดนึงด้วย ของมิถุนา เดือนนี้ ไม่ต้องคิดถึงเลย แต่ก็จะไม่ทวงนะ ไม่เอา ยอมปล่อยไม่อยากมีปัญหา 

– จากนี้ จะมีแนวทางให้คนต่างชาติเช่าบ้านอีกหรือไม่ 

ตอบ : (หัวเราะ) ไม่เอาแล้ว เข็ดแล้วค่ะ ชาติไหนก็ไม่เอาแล้ว ให้คนไทยเช่าดีกว่า อย่างน้อยก็ยังคุยสื่อสารกันรู้เรื่อง นี่ยังดีนะว่าไม่โดนไปด้วย แต่เราก็แสดงความบริสุทธิ์ใจแต่แรกแล้ว อย่างเขามาเช่า เราก็รีบบอก ตม. ไม่ได้ปกปิดอะไร ..ตำรวจถามอะไร ก็บอก ก็ให้ความร่วมมือ ..ขนาดนักข่าวมาถามเรายังบอกเลยนี่ ไม่อยากปิด ไม่มีประโยชน์อะไร 

 – คดีนี ตำรวจเชิญไปสอบปากคำอย่างไรบ้างแล้ว..?

ตอบ : ก็มีช่วงแรก อ่อแล้วก็เมื่อคืนนี้ ตำรวจโทรมาเชิญไปให้ปากคำเมื่อ 3 ทุ่ม และชี้ตัวบุคคลที่เป็นคนจีนอีกคนหนึ่ง เพราะตำรวจยังจับไม่ได้อีกคนหนึ่ง  ด้วยการดูรูปผ่านสำเนาพาสปอร์ตว่าตรงตัวกันหรือไม่ ก็ยืนยันไปว่าใช่ เพราะเป็นคนหลักที่มาขอเช่าบ้าน เป็นคนที่ยื่นพาสปอร์ตมาตอนเข้าอยู่ แต่ตอนนี้ ตำรวจว่ายังหลบหนีอยู่

************

หมายเหตุ : ..พูดคุยกันราวๆ เกือบ ครึ่งชั่วโมง ที่ศาลารอรถ ข้างทาง ใกล้ๆ หมู่บ้านที่เกิดเหตุ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว


Advertisements
 

อัพเดท 5 วันผ่าน..!  คดี ซิมโทรศัพท์ปริศนา 347,000 เบอร์ หลังจาก ตร.อรัญฯ สระแก้ว จับ 3 คนจีน พร้อมอุปกรณ์คอมพ์-ไอโฟน 500 เครื่อง

17 มิถุนายน พ.ศ.2560 
5 วันผ่าน!  คดี ซิมโทรศัพท์ปริศนา 347,000 เบอร์ หลังจาก ตร.อรัญฯ สระแก้ว จับ 3 คนจีน พร้อมอุปกรณ์คอมพ์-ไอโฟน 500 เครื่อง

…ขอสรุปคร่าวๆ นะคะในประเด็นเหล่านี้..

1.สรุปความคืบหน้า  

2.ผลตรวจสอบ 

3.ปมที่มา..พบซิมไทยส่วนหนึ่งมาจากกัมพูชา..?

4. กสทช.ยังไงต่อ..?

5. ตำรวจ..รออะไร..? 

6. เชื่อ-ไม่เชื่อ ปัญหาคาใจ? 

7. คนเราจะซื้อซิมจำนวนมากๆ ได้หรือไม่ ?


 1.สรุปความคืบหน้า

– ช่วงเวลานี้ 4-5 วันมานี้.. เป็นบรรยากาศแห่งการสแกนบาร์โค้ทของค่ายมือถือ ทั้ง AIS / Dtac และ True ที่ สถานีตำรวจ (สภ.อรัญประเทศ) ห่างชายแดน ราวๆ 5-6 กม. (โรงเกลือ- ปอยเปต) 

– วันๆ .. ก็จะได้ยินเสียง …ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด….ติ๊ดๆๆๆๆๆ ระรัว..มือเป็นระวิง..  ภายใต้ระยะเวลา ที่ต้องเร่งสแกนบาร์โค้ทซิมกว่า 347,000 ซิม.. ให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด



– AIS ระดมทีม 30 คน .. ใช้เวลา ..วันเดียวจบ สแกน 105,485 เบอร์ 

– Dtac มาวันแรกเมื่อ 2 วันก่อน..มาถึงก็ครึ่งบ่ายแล้ว งานไม่จบ.. สแกนได้ 16,000 เบอร์ … วันต่อมา (เมื่อวาน) เพิ่มคน..เพิ่มเครื่องสแกน เพิ่มคนช่วย เริ่มตั้งแต่เช้า จนถึง 5 ทุ่ม ปิดจ็อบสแกนสำเร็จ 104,439 เบอร์ วันนี้เจอทีมดีแทค ตาโหลไปตามๆ กัน

– Truemove จริงๆ มาถึง สภ.อรัญฯ ค่ายแรกช่วงหลังเกิดเหตุแรกๆ แต่ใช้วิธีสุ่มสแกนบาร์โค้ทซิม ทำไปได้ 7,000 เบอร์ แล้วทิ้งไป 2 วัน เข้าใจว่า .. ทาง ตำรวจ หรือ กสทช. แจ้งว่าการสแกนต้องทำทุกชิ้นที่เป็นของกลาง … 

มาวันนี้เลยงานงอก เพราะ อีก 2 ค่าย AIS กับ Dtac ทำเสร็จไปแล้ว .. แต่ True ยังต้องสแกนที่เหลืออีกนับแสนเบอร์ เพราะของ True โดนยึดเป็นของกลางมากที่สุด 131,000 เบอร์ วันนี้ จึงได้ยินเสียง ติ๊ดๆๆๆๆ ตั้งแต่เช้า 


– แล้วข้อกำหนด กสทช. คือ ทั้ง 3 ค่าย ต้องส่งรายงานเบอร์ ให้ กสทช. ทราบภายในวันนี้ … คือ ต้องทราบว่า ของกลางเหล่านี้.. ใช้เบอร์อะไร
– เพื่อ กสทช.จะสรุปรายงานส่งให้ตำรวจ

2. ผลตรวจสอบ (ยังไม่สรุป..แต่มีอัพเดท)

– การสแกนบาร์โค้ทซิมโทรศัพท์ ของทั้ง 2 ค่ายมือถือที่แล้วเสร็จไปแล้ว ทำให้ กสทช.ได้รับแจ้งเบื้องต้นว่า บางเบอร์ พบว่า มาจากกัมพูชา และภาคกลางของไทย

เบื้องต้น..บางซิมที่ตรวจสอบพบว่าถูกเปิดใช้งานแล้ว…. และลงทะเบียนซิม ..แต่ ยังไม่มีใครบอกได้ว่า… ลงทะเบียนโดยใคร  

3.ปมที่มา..พบซิมไทยส่วนหนึ่งมาจากกัมพูชา..?

– พูดคุยสอบถามกับแหล่งข่าวหลายคน สันนิษฐานคล้ายๆ กันว่า เป็นการใช้งานบริเวณชายแดน และบางส่วนเป็นข้อสันนิษฐานจาก กสทช. ว่า อาจมีกลุ่มทัวร์ ที่ไปเที่ยวในปอยเปตแล้ว แจกซิมฟรีของค่ายมือถือ รวมในแพคเกจท่องเที่ยว และแพคเกจเข้ากาสิโน 

– โดยคาดเดาว่า ผู้จัดแพคเกจ เป็นผู้จัดหาซิมฟรีของไทย จะจัดเตรียมไว้ให้ใช้ระยะสั้นๆ ในแพคเกจกิน-นอน-เที่ยว-โทร พอเข้าไปฝั่งปอยเปตได้  แต่ถ้าไม่มีใครใช้ ก็ทิ้งๆ ไป..ขายส่งแบบเหมาเข่ง หรือ เป็นถุง ก็มีความเป็นได้ แต่จะไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นล็อตของกลาง 3.47 แสนซิมแน่นอน

4.กสทช.ยังไงต่อ..?
– นำไปสู่การรอตรวจสอบ..ของ 3 ค่ายมือถือที่จะรายงาน…หลังรู้เบอร์..ก็จะรู้แหล่งที่มาของซิม.. เมื่อรู้แหล่งที่มาแล้ว ..ที่มานั้นจะเป็นตัวบอกข้อมูลอะไรได้หลายๆ อย่างในตัวซิมมันเอง เช่น 

ซิมนี้มาจากภูมิภาคไหน / จังหวัด / เขต / อำเภออะไร / 

ลงทะเบียน..ด้วยบัตรประชาชน.. มีหรือไม่ 

ถ้าไม่…ค่ายมือถือก็งานเข้าเต็มๆ … (ต้องไปเจอคำสั่งลงโทษจาก กสทช.) 


แต่ถ้ามีลงทะเบียน..คือใคร .. เป็นคนไทย หรือ ต่างชาติ

การลงทะเบียนเป็นตัวบุคคล หรือ ในนามตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) 

– ข้อมูล จาก กสทช.เท่าที่เคยทำข่าว กสทช. มาหลายประเด็น ข้อมูลดิบๆ ภาพรวมเบอร์โทรฯ ในตลาดอุตสาหกรรมซิมโทรศัพท์ ขณะนี้มี 120 ล้านเบอร์ 

ในจำนวนนี้ เป็นเบอร์ระบบเติมเงิน 90% 

และมีประมาณ 20% ของจำนวนซิมทั้งหมด.. เป็นการลงทะเบียนในนามตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) 


5. ตำรวจ..รออะไร..? 
-หลังจากฝากขังผู้ต้องหา คนจีน 3 คนไปแล้ว … ตอนนี้ รอข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น…จาก ค่ายมือถือ และ กสทช. ซึ่งต้องสรุปเป็นเอกสารรายงานส่งให้ตำรวจ เพื่อนำมาขยายประเด็นการสอบสวน

6. เชื่อ-ไม่เชื่อ ปัญหาคาใจ? 
– ข้อกล่าวอ้างของคนจีน..เอาซิมกว่า 3.47 แสนซิมไป สมัครสมาชิกวีแชท 

– ด้วยการเอาซิม ใส่เครื่องอ่านเบอร์ (แอคซิม) โดยไม่หักเบอร์ออกมา คือ ไม่ได้ใช้งานโทรศัพท์ แต่อยากรู้เบอร์โทรอย่างเดียว เพื่อเอาเบอร์ไปลงทะเบียนสมัคร”วีแชท” แอพยอดฮิตของคนจีน (ฮิตแบบไหน.. ก็ฮิตแบบคนไทย เล่น Facebook อารมณ์ประมาณนั้น) 

– เพื่อเอาไอดี วีแชท ไปสมัคร เพจออนไลน์ของจีน เพื่อปั่นสินค้า ยอดวิว ยอดไลค์ ยอดแชร์

– ทำกันที่สระแก้ว แต่อ้างว่า บริษัทแม่ที่ประเทศจีน เป็นคนสั่ง และเป็นผู้จัดหาซิมมือถือมาให้ โดยมีการส่งกันในประเทศไทย ตร.บอก ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า มาเป็นกล่องบ้างๆ ลังบ้าง มาครั้งละมากๆ 

7. คนเราจะซื้อซิมจำนวนมากๆ ได้หรือไม่ ?

ได้ อยากซื้อเท่าไหร่ก็ได้…ไม่มีกฎหมายห้าม ..ต้องลงทะเบียนด้วยบัตร ปชช. 

ว่าแต่ว่า..คนๆ หนึ่ง… หรือ คน 3 คน..ถ้ามีซิม 3 แสน 4 หมื่น 7 พันเบอร์ อยู่ในครอบครอง… 

..เป็นคุณจะเอาซิมเหล่านี้..ไปทำอะไรได้บ้าง..?  

 

แถลงการณ์! มูลนิธิกระจกเงา ต่อ สตช. สืบเนื่องจากพบศพเด็กหญิง ถูกฆาตกรรมมัดถ่วงน้ำ จ.สมุทรปราการ 


แถลงการณ์! มูลนิธิกระจกเงา ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สืบเนื่องจากกรณี พบศพเด็กหญิงอายุประมาณช่วงวัยรุ่นตอนต้น ถูกฆาตกรรมมัดถ่วงน้ำในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จนถึงบัดนี้ยังไม่ทราบว่าเด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นใคร  มูลนิธิกระจกเงาในฐานะหน่วยงานรับแจ้งเหตุคนหาย มีข้อเรียนเสนอแนะต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรยกระดับศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม ให้มีโครงสร้างและผู้ปฏิบัติงาตประจำ ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลคนหาย วิเคราะห์ ประสานงาน ประชาสัมพันธ์ และติดตามคนหาย ในลักษณะกองบังคับการ ที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทั่วประเทศ

2.พัฒนาระบบการรับแจ้งเหตุคนหาย ให้มีฐานข้อมูลออนไลน์ได้ทั่วประเทศ เพื่อให้การรับแจ้งเหตุและรวบรวมข้อมูล ทำได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูล และช่วยเหลือคนหายได้อย่างทันท่วงที

3.สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มีทัศนคติที่ดีต่อการบริหารจัดการคนหายในแต่ละประเภท  โดยเฉพาะกลุ่มเด็กหายที่สมัครหนีออกจากบ้าน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในคนหายทุกประเภท เนื่องจากหลายกรณีพบว่า เด็กสมัครใจหนีออกจากบ้าน ถูกกระทำความรุนแรงหรือถูกก่ออาชญากรรมภายหลังหายออกจากบ้าน ซึ่งการช่วยเหลือติดตามอย่างทันท่วงที จะเป็นการลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ

4.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรออกหนังสือเวียนย้ำกับทุกสถานีตำรวจและประชาสัมพันธ์ต่อสังคม ว่า ปัจจุบันสามารถแจ้งความคนหายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้หายครบ 24 ชม.  

5.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรจัดให้มีการทบทวน และอบรมความรู้ในการสืบสวนติดตามคนหายประเภทต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน และสร้างความรู้ความเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันของปัญหาคนหาย  สำหรับการทำงานช่วยเหลือและป้องกันต่อไป  

ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา 

13 มิถุนายน 2560