RSS

Monthly Archives: กรกฎาคม 2015

จุดยืน! คณะทำงานเพื่อการปฏิรูปสื่อ ต่อร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ฉบับ สปช.

image

จุดยืนคณะทำงานเพื่อการปฏิรูปสื่อ ต่อร่าง พ.ร.บ. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ฉบับ สปช.
 
คณะทำงานเพื่อการปฏิรูปสื่อ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทน 4 องค์กรสื่อ  คือ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย  และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอเรียกร้องให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.  ทบทวนเรื่อง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. …. ซึ่งสภาปฏิรูปฯ ให้ความเห็นชอบไป เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม และกำลังเปิดให้สมาชิก สปช. ที่ไม่เห็นด้วยเสนอญัตติแก้ไข ก่อนที่จะส่งร่างให้คณะรัฐมนตรีภายใน 7  วัน

คณะทำงานเพื่อการปฏิรูปสื่อ มีความเห็นว่า ข้อท้วงติงของสมาชิก สปช. เสียงข้างน้อย  ซึ่งระบุว่า ร่างดังกล่าวมีข้อบกพร่องหลายประการ เช่น การตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติขึ้นโดยกำหนดให้รัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนกำหนดให้องค์กรนี้มีรายได้และทรัพย์สิน จากเงินที่รัฐจ่ายให้เป็นทุนประเดิม และรายได้ 5% หรือไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท  จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ต้องส่งคืนให้รัฐจะทำให้วิชาชีพสื่ออยู่ภายใต้การกำกับของรัฐนั้น ฯลฯ เป็นข้อท้วงติงที่มีเหตุผลและเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องกังวล
 
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังมีความบกพร่องอื่นอีกหลายประการ  เช่น ความเหมาะสมของการออกใบรับรองผู้ประกอบวิชาชีพโดยอ้อม ซึ่งเท่ากับเป็นการใช้อำนาจควบคุมคนที่จะเข้ามาประกอบวิชาชีพนี้ตั้งแต่ต้น ให้อำนาจองค์กรควบคุมสื่อใหม่อย่างกว้างขวาง แต่ขาดกลไกด้านกระบวนการและวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมที่ต้องโปร่งใส ชัดเจน ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่จะทำให้การกำกับดูแลจริยธรรมสื่อมีประสิทธิภาพ บางมาตราส่อลักษณะว่าจะขัดต่อหลักการของกฎหมายทั่วไป เช่น ถ้าผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทำผิดให้ถือว่า เจ้าของกิจการสื่อมวลชนหรือผู้บังคับบัญชาของผู้ประกอบวิชาชีพผู้นั้นกระทำการฝ่าฝืนและต้องร่วมรับผิดชอบด้วย  ซึ่งเป็นการกำหนดความรับผิดแบบเคร่งครัด มีหลายกรณีที่มีการตรากฎหมายเช่นนี้แล้วเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญปรากฏว่า ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเป็นการตรากฎหมายที่มิชอบ ฯลฯ
 
คณะทำงานเพื่อการปฏิรูปสื่อ มีความเห็นว่า โดยเนื้อแท้ของร่างกฎหมายฉบับนี้ มิได้เอื้ออำนวยให้เกิดการปฏิรูปสื่อแต่อย่างใด การออกแบบองค์กรสื่อที่จะมาทำหน้าที่ในการกำกับดูแลสื่อก็ทำโครงสร้างคล้ายกับระบบราชการคือ มีทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เมื่อมีปัญหาก็ไม่มีกระบวนการพิจารณาที่โปร่งใส พึ่งพิงทุนและอำนาจรัฐจนทำให้สูญเสียหลักการความเป็นอิสระของการทำหน้าที่ กลไกที่คิดขึ้นไม่มีการถ่วงดุลหรือมีกลไกความรับผิดรับชอบ ไม่มีมาตรการในการปกป้องสื่อมวลชนเมื่อถูกคุกคาม ฯลฯ
 
โดยรวมแล้วเป็นการทำให้กระบวนการกำกับดูแลสื่อถอยหลังไปยิ่งกว่า ที่ทำมาร่วม 2 ทศวรรษเสียด้วยซ้ำ และสภาปฏิรูปแห่งชาติมีมติเช่นนี้ เท่ากับออกกฎหมายให้มีการควบคุมสื่อทั้งระบบอย่างเบ็ดเสร็จ จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงอานุภาพหากมีรัฐบาลที่ไม่มีความประสงค์ดีเพราะรัฐบาลที่มีลักษณะเช่นนั้นจะใช้ทุนและอำนาจตามกฎหมายเข้ามาครอบงำสื่อได้โดยตรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสังคม
 
คณะทำงานเพื่อการปฏิรูปสื่อ มีความเห็นว่า การปฏิรูปสื่อเป็นงานละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยความรอบคอบและความเห็นรอบด้าน สภาปฏิรูปแห่งชาติไม่ควรรวบรัดสร้างผลงานก่อนที่จะหมดอายุ เพราะจะเป็นการก่อปัญหาใหญ่เอาไว้โดยไม่มีผู้รับผิดชอบ และเมื่อมีสมาชิกสปช. ทักท้วงว่าร่างมีข้อบกพร่องและที่ประชุมเปิดให้มีการเสนอญัตติแก้ไข ก็ควรจะมีการแก้ไขทบทวน หากระยะเวลาที่มีอยู่ไม่เพียงพอก็อาจจะเสนอเป็นหลักการใหญ่ๆ โดยไม่ต้องเสนอร่างประกอบเพื่อให้เป็นปัญหาก็ได้ อีกทั้งเรื่องนี้ก็เกี่ยวพันโดยตรงกับเนื้อหาหลักในรัฐธรรมนูญซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่ดำเนินการไม่เสร็จสิ้น
 
คณะทำงานเพื่อการปฏิรูปสื่อ เห็นว่า ควรจะมีการปฏิรูปสื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ต่างๆ อยู่เสมอ โดยคำนึงถึงความเป็นจริง คำนึงถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาและสภาพของสังคมด้วย รวมทั้งหลักการที่พัฒนามาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ด้วย คณะทำงานเพื่อการปฏิรูปสื่อสนับสนุนให้มีการปฏิรูปสื่อตามหลักการดังกล่าวและสนับสนุนการรวมตัวกันเป็นสภาวิชาชีพและมีกลไกที่จะทำให้สื่อมวลชนมีความรับผิดชอบและถูกตรวจสอบโดยสังคมได้มากขึ้น แต่ต้องเป็นกลไกที่เป็นอิสระและไม่สามารถถูกแทรกแซงได้ แต่ร่างกฎหมายที่ สปช. เห็นชอบไป มิใช่เป็นการปฏิรูปสื่อแต่เป็นการควบคุมสื่อของประเทศนี้อย่างเบ็ดเสร็จ จึงอยากให้ สปช. ควรทบทวนแก้ไขโดยด่วน และคณะทำงานจะเร่งทำข้อเสนอและข้อทักท้วงถึงคณะกรรมาธิการฯ ต่อไป
 
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย 
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
 
21 กรกฎาคม 2558

Advertisements
 

{บทวิเคราะห์} “ทีดีอาร์ไอ” เตือน รับมือเศรษฐกิจซบยาว‏ โดย ดร.นณริฏ พิศลยบุตร

ดร.นณริฏ พิศลยบุตร

(โพสต์บล็อก 20 กรกฎาคม 2558)

ทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังอยู่ในช่วงอ่อนแรง สิ้นปีอาจโตเพียง 2.75-3.25 และจะค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ในปีหน้า เหตุจากปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกือบทุกตัวมีปัญหา ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ แนะเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐช่วยค้ำยันเศรษฐกิจ สร้างความชัดเจน เร่งการเบิกจ่าย เยียวยารากหญ้า และเรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2558 โดยระบุว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในจุดต่ำสุดของวัฏจักรเศรษฐกิจน็น

เนื่องจากมีปัญหาทั้งภายในและภายนอกที่เข้ามากระทบเครื่องจักรทางเศรษฐกิจแทบจะทุกตัว ทั้งปัจจัย การบริโภคภายในประเทศ การลงทุนของภาคเอกชน ข้อจำกัดด้านรายจ่ายภาครัฐ และ ภาคการส่งออก ภาคการบริโภคมีปัญหาหนี้ครัวเรือนปรับตัวอยู่ในระดับสูงมากถึงร้อยละ 85-90 (ตามนิยามเดิม) และสูงสุดติดหนึ่งใน 15 ของโลก จนก่อให้เกิดความกังวลว่า หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวได้

ปัญหาดังกล่าว ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำและมีความเป็นไปได้ว่าจะตกต่ำยาวอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นจากราคาน้ำมันที่ตกลงและความต้องการสินค้าเกษตรที่ลดลงอันเนื่องมาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง

เช่นเดียวกันนี้เอง ภาคการส่งออกของไทยก็อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากและมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวต่อไป เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ประกอบกันปัญหาเชิงโครงสร้างภายในที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนหนีจากกิจกรรมการผลิตมูลค่าเพิ่มต่ำไปยังกิจกรรมการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มได้ดีเพียงพอ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังตกขบวนในการเจรจาการค้าต่างๆ เช่น FTA ไทย-ยุโรปที่ล่าช้า และการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement : TPP) ที่ไทยไม่ได้เข้าร่วมเจรจาด้วย ทำให้กรอบการใช้สิทธิ์ในระดับพหุภาคีของไทยยังมีไม่เต็มที่มากนัก โดยกรอบการเจรจาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการเปิดตลาดการค้าสินค้า บริการและการลงทุน ทำให้การสร้างความสอดคล้องในกฎระเบียบทางเศรษฐกิจลดลงไปด้วย

ขณะที่ในส่วนของสินค้าประเภทชิ้นส่วนยานยนต์ แม้ยังมีการเติบโตได้ดี แต่ต้องระวังเทคโนโลยีการผลิตหรือการออกแบบที่ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตไทยจึงต้องมองเกมให้กว้างด้วยการวางแผนการผลิตที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบโจทย์ตลาดให้มากยิ่งขึ้น

ทางด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เอกชนบางส่วนยังคงรอสัญญาณการผลักดันนโยบายที่แน่ชัดและมีผลประโยชน์ที่ดีจริงๆ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจคต่าง ๆ ที่ภาคเอกชนหรือนักลงทุนยังคงมีความไม่แน่ชัดในหลายๆด้าน ขึ้นกับว่าภาครัฐจะสามารถดำเนินโครงการได้ตามเป้าหมาย และโครงการดังกล่าวสามารถตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด ในส่วนรายจ่ายภาครัฐในส่วนของรายจ่ายประจำ ยังมีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณค่อนข้างมาก และไม่น่าจะสามารถเป็นกลจักรใหญ่ในการผลักดันเศรษฐกิจได้

ปัจจัยบวกด้านการท่องเที่ยว แม้ว่าจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ขนาดของผลกระทบยังหวังพึ่งให้เป็นกลจักรใหญ่ไม่ได้มากนัก

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการทีดีอาร์ไอได้ให้ข้อเสนอแนะว่า จากสถานการณ์ที่เครื่องจักรเกือบทุกตัวอยู่ในสภาวะที่ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ สิ่งที่ภาครัฐต้องคำนึงและดำเนินการคือควรใช้มาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคเกษตรอย่างเร่งด่วน แต่ต้องเล็งให้ตรงเป้าไม่ใช่การเยียวยาแบบหว่านอย่างที่ผ่านๆมา เพราะสถานการณ์ตอนนี้ภาคเกษตรกำลังน่าเป็นห่วงที่สุด

กล่าวโดยสรุป เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ โดยตัวเลขอัตราเจริญเติบโตที่เป็นบวก มาจากความโชคดีที่ปีที่แล้วอัตราเจริญเติบโตอยู่ในระดับต่ำมาก คือแค่ร้อยละ 0.7 เรียกได้ว่าเป็นความโตทางการคำนวณทางคณิตศาสตร์จากฐานที่ต่ำ มากกว่าจะเป็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

กลจักรสำคัญในปีนี้ จะขึ้นอยู่กับการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ ว่าสามารถทำได้ตามเป้าหมายมากน้อยเพียงใด และภาครัฐจะมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วนเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดคาดว่าอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้น่าจะอยู่ในช่วง 2.75-3.25 เปอร์เซ็นต์

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปีหน้าคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากหนี้ครัวเรือนซึ่งเกิดขึ้นจากนโยบายรถคันแรกน่าจะเริ่มครบกำหนด และการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ที่จะเข้ามาในขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ปัจจัยสำคัญที่ชี้บ่งอนาคตของเศรษฐกิจในปีหน้าต้องจับตาดูว่าการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์จะสามารถดึงดูดทำให้เกิดการลงทุนภาคเอกชนได้มากน้อยเพียงใด

 

22 ก.ค.58! กลุ่มผู้บริโภค แถลง “ติดตามแก้ปัญหายาแพง และนโยบายฉุกเฉินของรัฐบาลฯ” (กำหนดการ)

(โพสต์ 20 กรกฎาคม 2558)

ยาแพง

คณะอนุกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค แถลง “ ติดตามการแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลแพง และ นโยบายฉุกเฉินของรัฐบาล พร้อมติดตามความคืบหน้า พรบ. คุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์ พ.ศ……..”

วันที่ 22 กรกฎาคม 25558
ห้องประชุม 2 ชั้น 6 สภาคริสจักรในประเทศไทย สะพานหัวช้าง ราชเทวี กรุงเทพฯ

****************************************************

09.00 – 09.30 ลงทะเบียน

09.30 – 10.30 คณะอนุกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านบริการสุขภาพและสาธารณสุข เครือข่ายผู้ป่วย และเครือข่ายผู้บริโภค สรุปการติดตามคณะกรรมการทำงานพิเศษเรื่องการแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลแพง

10.30 – 12.00 แถลงข่าว

 

พรุ่งนี้ 10โมง! ส.นักข่าวฯ-ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม จัดเสวนา”แบนประมงผิดกฎหมายเด็ดขาด..คนทั้งชาติยังมีปลากิน?” (กำหนดการ)

image

image

โพสต์บล็อก : 12 กรกฎาคม 2558

“แบนประมงผิดกฎหมายเด็ดขาด …คนทั้งชาติยังมีปลากิน?” พรุ่งนี้ 10โมง  ส.นักข่าวฯ-ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม-สถาบันอิศรา- มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดเสวนา  “แบนประมงผิดกฎหมายเด็ดขาด …คนทั้งชาติยังมีปลากิน?”
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2558 เวลา 10.00-12.30 น.

ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น3 (ตรงข้ามโรงพยาบาลวชิระ ถนนสามเสน)

09.30-10.00 น.     ลงทะเบียน

10.00-12.00 น.     งานเสวนาหัวข้อ “แบนประมงผิดกฎหมายเด็ดขาด …คนทั้งชาติยังมีปลากิน?”
             
• ศักยภาพทะเลไทย-ประมงทำลายล้าง
วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี กรรมการสมาคมรักษ์ทะเลไทย

                       
• ศักยภาพประมงพื้นบ้าน ขีดความสามารถที่แท้จริง
สะมะแอ เจะมูดอ นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย

• จากท้องทะเลถึงท้องของเรา
สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ ผู้จัดการโครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำ มูลนิธิสายใยแผ่นดิน
                                               
• ประมงพานิชย์-ประมงพื้นบ้าน ต้องแก้ไขทั้งระบบ
นิธิวัฒน์ ธีระนันทกุล ที่ปรึกษาสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย
 
• อนาคตทะเลไทย กฎหมายต้องเด็ดขาด
วรพงศ์ สาระรัตน์ ตัวแทนกรมประมง 

ดำเนินรายการโดย ณรรธราวุธ เมืองสุข บรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมกรีนนิวส์ และกรรมการชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม

12.00-12.30 น.     ผู้เข้าร่วมเสวนาอภิปราย-ซักถาม