RSS

Monthly Archives: เมษายน 2013

ส่องโมเดล! กก. 2เสียงข้างน้อย ชงเกณฑ์กลาง ให้คะแนน”บิวตี้คอนเทสต์” สู้ 3เสียงข้างมาก ตั้งกก.พิเศษร่วม-เปิดเผยคะแนนต่อสาธารณะ

image

30 เมษายน 56- วันนี้ กรรมการกิจการกระจายเสียงฯ กสทช. ซึ่งอยู่ฝ่ายเสียงข้างน้อย 2 คน ได้แก่ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ และนายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำร่าง”หลักเกณฑ์พิจารณาการคัดเลือกผู้ขอรับใบอนุญาตทีวีดิจิตอลประเภทกิจการบริการสาธารณะ”โดยมีนักวิชาการ และภาคสังคมร่วมด้วย

ซึ่งร่างนี้ จะใช้เป็นกติกากลาง ในการพิจารณาให้คะแนน ของผู้สนใจขอรับใบอนุญาตทีวีดิจิตอล กลุ่มบริการสาธารณะ ในรูปแบบ”บิวตี้คอนเทสต์” หรือ การพิจารณาให้คะแนนตามศักยภาพของผู้ประกอบการ แบ่งโครสร้างออกเป็น 5 ด้าน โครงสร้างการบริหารองค์กร มีสัดส่วนคะแนนร้อยละ 30 / ความพร้อมด้านเนื้อหารายการ สัดส่วนคะแนนร้อยละ 25 / แผนการเงิน-แผนลงทุน และรายได้ ร้อยละ 20/ ด้านธรรมาภิบาล ร้อยละ 20 และความพร้อมการผลิตระบบดิจิตอล ร้อยละ 10 ซึ่งร่างหลักเณฑ์ทั้งหมด จะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศนื ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้

สำหรับการให้คะแนนจริง อาจแบ่งเป็น 1 พันคะแนน แต่จะใช้สัดส่วนตามโครงสร้างที่กำหนด ซึ่งการเร่งเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดสัปดาห์หน้า เป็นเพราะต้นเดือนพฤษภาคมนี้ อาจมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับแผนการประมูลทีวีดิจิตอล กลุ่มช่องธุรกิจ 24 ช่อง เพราะผลการศึกษาราคาประมูล และราคาตั้งต้นใกล้เสร็จแล้ว โดยเกณฑ์กลางของ”บิวตี้คอนเทสต์”ที่ออกมา มั่นใจว่าจะมีประโยชน์ และทำให้การใช้ดุลพินิจน้อยลง

ทั้งนี้ หากที่ประชุมบอร์ดวันที่ 7 เห็นชอบ ก็จะทำให้ใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ และจะตั้งกรรมการคณะพิเศษ 1 ชุด เพื่อช่วยตรวจสข้อสอบและรายละเอียดของผู้สนใจยื่นประกอบกิจการ

image


“เหตุผลที่ต้องเรียกร้องให้มีเกณฑ์ในการพิจารณา เพราะขณะนี้เห็นว่าหากเกิดการออกแบบที่ผิดพลาด ก็จะส่งผลต่องการประกอบกิจการของช่องธุรกิจด้วย เพราะอาจส่งผลให้ผู้สนใจเข้าประมูลซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายกลางๆ ตัดสินใจวิ่งเข้าหาหน่วยราชการ เพื่อขอเช่าช่วง หรือผลิตรายการให้หน่วยราชการ แทนการร่วมประมูล เพราะไม่ต้องทนแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดจากการประมูล ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นความล้มเหลวของการปฏิรูปสื่อ เพราะหน่วยงานรัฐจะเป็นเจ้าของสื่อเดิม และจะครอบครองได้มากขึ้นถึง 12 ช่อง จากปัจจุบันมีสื่อของรัฐอยู่ 2 ช่อง คือ ช่อง 5 และ ช่อง 7 และยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของเอกชน ที่จะประมูลช่องธุรกิจ 24 ช่องด้วย เพราะจะบีบให้รายเล็กและรายกลาง ไม่อยากเข้าประมูล ซึ่งสุดท้ายผู้ประกอบการรายใหญ่ก็จะได้ช่องธุรกิจไปครอบครอง จึงไม่เป็นการตอบโจทย์การปฏิรูปสื่อที่แท้จริง เป็นการปิดกั้นขาดโอกาส ขาดการส่งเสริมตามหลักการแข่งขันอย่างเสรี เป็นธรรม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเสียงข้างน้อยจึงต้องต่อสู้อย่างเต็มที่

แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว บอร์ดไม่รับร่างนี้ อาจต้องเป็นโยนไปให้ภาคสังคมช่วยกันตรวจสอบ หรือฟ้องร้องต่อศาล แต่หากจะให้ตัวเองทำหน้าที่ฟ้องศาลแทน ก็ขอให้โลกแตก หรือไม่มีทางเลือกจริงๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก หากจะให้บอร์ดเสียงข้างน้อย 2 คน ฟ้องร้องเสียงข้างมากที่มี 3 คน แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากทำเช่นนั้น แต่รอดูองค์กรอื่นๆ”

กสท2

กสท3

กสท4

กสท5

กสท6

image

Advertisements
 

สุวรรณภูมิ แจ้ง เปลี่ยนทางเข้าอาคารจอดรถเชั่วคราว หลังศาลปกครองไม่รับฟ้อง ข้อพิพาทกับบ.ปาร์คกิ้งฯ

สุวรรณภูมิ แจ้งปรับเส้นทางเข้าอาคารจอดรถยนต์เชั่วคราว หลังศาลปกครองไม่รับฟ้อง ข้อพิพาทกับบ.ปาร์คกิ้งฯ

 30 เมษายน 2556 – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จะมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถเพื่อเข้าสู่อาคารและลานจอดรถยนต์เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2556 เป็นต้นไป เพื่อให้การบริการจอดรถเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่าตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2556 ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาในคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองระหว่าง ทอท. กับบริษัท ปาร์คกิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด นั้น  ทำให้ ทอท. จำเป็นต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตู้จ่ายบัตรจอดรถตรงช่องทางขาเข้าของลานจอดรถและอาคารจอดรถ ณ ทสภ. แทนบริษัท ปาร์คกิ้งฯ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2556 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการอาคารและลานจอดรถเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทสภ. จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเข้าอาคารและลานจอดรถใหม่ โดยขอให้ผู้ใช้บริการใช้ทางเข้าจอดรถยนต์ได้ที่บริเวณถนนด้านหน้าอาคารผู้โดยสารชั้น 1 เท่านั้น

สำหรับช่องทางออกของอาคารและลานจอดรถยังคงใช้ได้ตามปกติ ซึ่ง ทสภ. ได้จัดเจ้าหน้าที่จราจรคอยอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งมีป้ายบอกทางเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ทสภ. ต้องขออภัยในความไม่สะดวกในครั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายบริหารการขนส่ง หมายเลขโทรศัพท์ 02-132-9511

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 30, 2013 in ทั่วไป

 
รูปภาพ

ระอุ! 2 กสทช.เสียงข้างน้อย สู้นอกห้องประชุม จัดเวทีระดมความเห็นภาคสังคม พรุ่งนี้ ดัน”ร่างบิวตี้คอนเทสต์” TVดิจิตอลสาธาณะ ชงบอร์ด 7พ.ค.56

wpid-20130429_144746.jpg

29 เมษายน 2556 – วันพรุ่งนี้ สำนักงาน กสทช. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง)“หลักเกณฑ์พิจารณาการคัดเลือกผู้ขอรับใบอนุญาตทีวีดิจิตอลประเภทกิจการบริการสาธารณะ”
เวลา 9.30 น.-13.00น.ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 2 สำนักงาน กสทช. การการจัดทำร่างหลักเกณฑ์นี้ เป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เสียงข้างน้อย 2 คน คือ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ และนายธวัชชัย จิตภาษ์นันทน์ ที่เห็นว่าก่อนการพิจารณาให้ใบอนุญาต บอร์ดกระจายเสียงฯ ควรมีความชัดเจนเกี่ยวกับร่างหลักเกณฑ์การพิจารณาความเหมาะสม หรือ”บิวตี้คอนเทสต์” ก่อนจะให้ใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ประเภทสาธารณะ 12 ช่อง หลังที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปการทำหลักเกณฑ์ตามข้อเสนอภาคประชาสังคม และนักวิชาการ

นางสาวสุภิญญาฯ กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมได้นำวาระข้อเสนอด้านนิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ ที่ได้จากเวทีวิชาการ ทีวีดิจิตอล…จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ตอน ทีวีดิจิตอลสาธารณะ ที่ได้เสนอไป มอบหมายให้สำนักงานกสทช.ฝ่ายกฎหมาย นำไปพิจารณาก่อนนำกลับเข้าเสนอบอร์ดกสท.อีกครั้ง ทั้ง 3 ข้อ ได้แก่ 1. กสท. เร่งจัดทำประกาศ หลักเกณฑ์พิจารณาการคัดเลือกผู้ขอรับใบอนุญาตทีวีดิจิตอลประเภทกิจการบริการสาธารณะ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องตามกระบวนการศาลปกครองจากผู้ที่เสียผลประโยชน์ หรือไม่ได้รับใบอนุญาตจาก กสท. 2. คำนึงถึงหลักการทีวีบริการสาธารณะตามมาตรฐานสากล (Public Service Broadcasting) คำนึงถึงผู้ชมในฐานะที่เป็นพลเมือง การนำเสนอเนื้อหาสาระต้องเป็นการเปิดพื้นที่สาธารณะให้แก่พลเมืองให้มีความเห็นที่หลากหลาย ควรมีการศึกษาวิจัยเพื่อวิเคราะห์ความต้องการของประชาชน และวิเคราะห์ผลกระทบจากการกำกับดูแลในมาตรการสำคัญ โดยพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ อย่างเหมาะสมรอบด้าน และเปิดให้ภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมมีส่วนร่วม ก่อนที่จะพิจารณาให้ใบอนุญาตในการประกอบกิจการทีวีดิจิตอลสาธารณะ และ 3. คำนึงถึงด้านเศรษฐศาสตร์ในทีวีดิจิตอลสาธารณะ ได้แก่ ต้นทุนโครงข่ายที่เหมาะสม ศักยภาพผู้ขอรับใบอนุญาตในการผลิตรายการตลอดจนการจัดทำตัวชี้วัดเพื่อประเมินวัตถุประสงค์โดยรวมของการให้ใบอนุญาต เพื่อไม่ให้ทรัพยากรคลื่นความถี่ถูกนำไปใช้อย่างไม่คุ้มค่า แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป

ซึ่งในวันพรุ่งนี้ จะร่วมกับ นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการณ์เพื่อระดมความคิดเห็น “หลักเกณฑ์พิจารณาการคัดเลือกผู้ขอรับใบอนุญาตทีวีดิจิตอลประเภทกิจการบริการสาธารณะ” เวลา 9.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 2 สำนักงาน กสทช. เพื่อรวบรวมข้อเสนอและข้อคิดเห็นต่อ (ร่าง)หลักเกณฑ์บิวตี้คอนเทสต์ และจะเตรียมเสนอต่อกสท. ในการประชุมวันอังคารที่ 7 พ.ค. นี้.

สำหรับ ร่างหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้เหมาะสมให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์สำหรับ การประกอบกิจการบริการสาธารณะ มีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้
เกณฑ์การคัดเลือกผู้เหมาะสมให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์สำหรับ การประกอบกิจการบริการสาธารณะ
1) การประกาศเชิญชวนในการคัดเลือกแต่ละคราว คณะกรรมการจะจัดให้มีประกาศเชิญชวนโดยมี รายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) แผนความถี่วิทยุ คลื่นความถี่ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
(2) คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมการคัดเลือก และเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการอนุญาตใช้คลื่นความถี่
(3) ขั้นตอน วิธีการ และกำหนดระยะเวลาการคัดเลือก
(4) เงื่อนไขสำหรับการคัดเลือก
(5) กำหนดการและสถานที่สำหรับยื่นข้อมูลและเอกสารหลักฐานสำหรับขอรับการคัดเลือก
(6) เงื่อนไขการชำระค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่
(7) เงื่อนไขก่อนรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่
(8) ระยะเวลา ขอบเขตและเงื่อนไขในการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่
(9) รายละเอียดอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

2) การยื่นข้อเสนอ
ในการยื่นความประสงค์ขอรับการคัดเลือก ผู้ที่มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกจะต้องแสดงข้อมูลและเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่สอดคล้องกับประกาศเชิญชวนของคณะกรรมการ โดยอย่างน้อยจะต้องแสดงข้อมูลดังต่อไปนี้
(1) ลักษณะองค์กรและหน้าที่ตามกฎหมายหรือความจำเป็นต่อการประกอบกิจการ
(2) ประเภทของบริการที่มีความประสงค์จะให้บริการ
(3) แผนหรือแนวทางในการผลิตเนื้อหารายการและ/หรือที่มาของเนื้อหารายการ
(4) แผนหรือแนวทางในการให้บริการเพื่อให้ผู้รับชมหรือรับฟังรายการสามารถรับบริการได้อย่างทั่วถึงในมิติทางภูมิศาสตร์และมิติทางสังคม
(5) แผนหรือแนวทางในการจัดหาแหล่งเงินทุนหรือเงินสนับสนุนการดำเนินการ โดยจะต้องระบุที่มาถึงแหล่งเงินทุนหรือแหล่งเงินสนับสนุนการดำเนินการ
(6) แนวทางหรือกลไกในการตรวจสอบ การประเมินความมีประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของการประกอบกิจการ
(7) แผนหรือแนวทางคุ้มครองผู้บริโภค การรับเรื่องร้องเรียนและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
(8) ข้อมูลหรือเอกสารอื่นที่คณะกรรมการร้องขอ

3) การพิจารณาของคณะกรรมการ
ผู้ที่มีความเหมาะสมต่อการใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์สำหรับการประกอบกิจการบริการสาธารณะ อย่างน้อยจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไข โดยมีเกณฑ์ในการพิจารณาและให้คะแนน ดังต่อไปนี้
(1) แผนหรือแนวทางในการผลิตเนื้อหารายการและ/หรือที่มาของเนื้อหารายการ โดยพิจารณาจากเงื่อนไข ดังนี้
– เนื้อหาของรายการจะต้องมีความหลากหลายสอดคล้องความสนใจของสาธารณะ โดยมุ่งเน้นถึงคุณภาพของรายการมากกว่าความต้องการของจำนวนผู้ชม
– มีการนำเสนอรายการเพื่อบริการและให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
– ให้ความสำคัญกับคนพิการ เด็ก คนชรา และคนด้อยโอกาส
– มีบทบาทในการพัฒนาประชาธิปไตย
– มีการผลิตรายการด้วยตนเอง (In – House Production)
– มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ผลิตรายการกรณีที่ไม่ได้ผลิตรายการด้วยตนเอง

(2) แผนหรือแนวทางในการให้บริการเพื่อให้ผู้รับชมหรือรับฟังรายการสามารถรับบริการได้อย่างทั่วถึงในมิติทางภูมิศาสตร์และมิติทางสังคม พิจารณาจากเงื่อนไข ดังนี้
– สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกพื้นที่
– ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนที่ถูกละเลยจากสื่อเชิงพาณิชย์ เช่น กลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มี
รายได้น้อย เป็นต้น

(3) แผนหรือแนวทางในการจัดหาแหล่งเงินทุนหรือเงินสนับสนุนการดำเนินการ โดยจะต้องระบุที่มาถึงแหล่งเงินทุนหรือแหล่งเงินสนับสนุนการดำเนินการ พิจารณาจากเงื่อนไข ดังนี้
– ระบุแหล่งที่มาเงินทุน แผนการจัดหาเงินทุน และการประมาณการฐานะการเงินในอนาคต
– หากเป็นองค์กรที่สามารถมีโฆษณาได้ จะต้องมีขั้นตอนและแนวทางในการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการแสวงหารายได้จากการโฆษณา ทั้งนี้ จะต้องไม่เป็นการแสวงหากำไรทางธุรกิจ

(4) แนวทางหรือกลไกในการตรวจสอบ การประเมินความมีประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของการประกอบกิจการ พิจารณาจากเงื่อนไข ดังนี้
– มีแนวทางและกลไกลในการตรวจสอบการดำเนินการขององค์กร เช่น มีคณะกรรมการติดตามประเมินผลขององค์กร มีการจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อ กสทช. และ สาธารณะ
– มีแนวทางในการประเมินประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของการประกอบกิจการ
– มีแนวปฏิบัติในการปฏิบัติงานขององค์กรที่มีความชัดเจน เช่น แนวปฏิบัติทางด้านจริยธรรม และข้อปฏิบัติต่างๆ ที่ กสทช. กำหนด

(5) แผนหรือแนวทางคุ้มครองผู้บริโภค การรับเรื่องร้องเรียนและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสาธารณะ พิจารณาจากเงื่อนไข ดังนี้
– มีแนวทางและกลไกในการรับเรื่องร้องเรียน และแก้ไขเรื่องร้องเรียนที่เป็นระบบและมีความชัดเจน
– มีแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตรายการ หรือการแสดงความคิดเห็น
– มีการตั้งสภาผู้ชมหรือผู้ฟัง เพื่อให้เกิดความมีส่วนร่วมของสาธารณะ

4) การกำหนดเงื่อนไขภายหลังการคัดเลือก
ภายหลังจากที่คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกผู้เหมาะสมให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์สำหรับการประกอบกิจการบริการสาธารณะเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการจะต้องกำหนดเงื่อนไขในการกำกับดูแล ดังนี้
(1) มีการทดลองการประกอบกิจการ 1 ปี โดยยึดหลักในการพิจารณาจากแผนการประกอบกิจการที่ผู้ประกอบกิจการได้ยื่นขอเสนอเพื่อการประกอบกิจการว่าได้ดำเนินการตามที่ได้ยื่นเสนอไว้หรือไม่
(2) พิจารณาจากเรื่องร้องเรียนขององค์กรในระยะเวลา 1 ปี ภายหลังจากที่ได้รับอนุญาตว่ามีแนวทางพิจารณาเรื่องร้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
(3) มีคณะอนุกรรมการติดตามประเมินผลการและกำกับดูแลผู้ที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. เพื่อทำหน้าที่ในการติดตามประเมินผลการกำกับดูแลการประกอบกิจการต่างๆ ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่

คลิกที่ภาพ..จะมีขนาดใหญ่ขึ้น

ร่างเกณฑ์บินตี้คอนเทส1

ร่างเกณฑ์บินตี้คอนเทส2

ร่างเกณฑ์บินตี้คอนเทส3

ร่างเกณฑ์บินตี้คอนเทส4

 

สะพานใหม่! ทช.ทุ่ม 157ลบ. สร้างสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำป่าสัก ยาว 555เมตร เชื่อมขนส่งบก-น้ำ อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา เสร็จปี57

สะพานใหม่! กรมทางหลวงชนบท ทุ่มงบ 157ลบ. สร้างสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำป่าสัก ยาว 555เมตร เชื่อมขนส่งบก-น้ำ อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา เสร็จปี57

สะพานคอนกรีต1สะพานใหม่! ทช.ทุ่ม 157ลบ. สร้างสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำป่าสัก 555เมตร เชื่อมขนส่งบก-น้ำ อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา เสร็จปี57

29 เมษายน 2556- กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก ตำบลจำปา อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพัฒนาระบบขนส่งในเขตเทศบาลตำบลท่าเรือ ลดปัญหาการจราจรที่หนาแน่นในเขตเทศบาล ยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ กรมทางหลวงชนบท ทำโครงการก่อสร้างถนนตามผังเมืองรวมถนน”สาย ข2″ ผังเมืองรวมเมืองท่าเรือ เพื่อพัฒนาระบบขนส่งในเขตเทศบาลตำบลท่าเรือ รองรับการเจริญเติบโตของเมืองในอนาคต ซึ่งอำเภอท่าเรือ เป็นเมืองท่าที่มีแม่น้ำป่าสักไหลผ่านเชื่อมโยงระบบขนส่งทางน้ำกับทางบกและเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเป็นถนนตามแนวการพัฒนาเมือง อันจะส่งผลให้เกิดความเจริญเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อไป

สะพานคอนกรีต2

สะพานคอนกรีต3

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ให้รายละเอียดว่า สะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก เป็นสะพานที่อยู่บนถนนสาย ข2 ผังเมืองรวมท่าเรือ เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาว 555.00 เมตร จำนวน 2 ช่องจราจร ไป-กลับ ข้างละ 4.00 เมตร ทางเดินเท้ากว้างข้างละ 1.00 เมตร และถนนต่อเชื่อมผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 12.00 เมตร (รวมไหล่ทาง) ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 157.172 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2557 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตอกเสาเข็มและดำเนินการก่อสร้างช่วงฐานรากของสะพาน

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 29, 2013 in คมนาคม, ทั่วไป

 

ถกสัญญาบริการ 3G! บ่ายนี้ บอร์ดโทรคม กสทช.ถกบริษัทลูก AIS-DTAC-TRUE สัญญาให้บริการ 3G / แถลงบ่าย 3

29 เมษายน 2556- คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) จัดการประชุม การพิจารณาแบบสัญญาให้บริการโทรคมนาคมของ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ตามประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ (สัญญาให้บริการ ๒.๑ GHz) ขึ้น ในวันนี้ และจะแถลงข่าวขึ้น เวลา ๑๕.00 น. ณ ห้องประชุม ๓ ชั้น ๒ อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. ถนนพหลโยธิน ๘ (ซอยสายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

ก่อนหน้านี้ น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ระบุว่า มีประเด็นที่เข้าข่ายไม่เห็นชอบกับข้อสัญญาของผู้ให้บริการ 7 ประเด็น ที่เป็นข้อสัญญาเอาเปรียบหรือละเมิดสิทธิผู้บริโภค ได้แก่

1. การสร้างภาระผูกพันต่อผู้บริโภคด้วยการเสนออุปกรณ์โทรคมนาคมในราคาถูก ซึ่งตามกฎหมายอนุญาตให้เสนออุปกรณ์ได้ แต่ห้ามกำหนดเงื่อนไขให้เกิดภาระแก่ผู้บริโภค หากผู้บริโภคต้องการเลิกสัญญาก่อนกำหนดก็ย่อมทำได้โดยมีหน้าที่ต้องคืนอุปกรณ์ให้บริษัท และถ้าทำอุปกรณ์เสียหายก็ชดใช้ตามราคาตลาด แต่ไม่ต้องเสียเงินค่าปรับหรือค่าเสียหายจากการไม่ใช้บริการต่อ อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าสัญญาของบางบริษัทระบุเฉพาะหน้าที่ของผู้บริโภค แต่ไม่บอกว่าบริษัทไม่มีสิทธิผูกมัดผู้บริโภค

2. เรื่องการให้บริการเสริม สัญญาที่บางบริษัทเสนอระบุชัดว่า ผู้ให้บริการจะเป็นผู้เรียกเก็บเงินค่าบริการแทนผู้ให้บริการเสริมต่างๆ แต่ไม่พูดถึงว่ามีหน้าที่ต้องร่วมกับผู้ให้บริการเสริมในการรับผิดชอบต่อผู้บริโภคในกรณีเกิดปัญหาด้วย

3. เรื่องการคืนเงินแก่ผู้บริโภคเมื่อมีการเลิกสัญญา ซึ่งบางบริษัทมีการใช้คำว่าจะคืน “เงินสุทธิ” หลังหักค่าใช้จ่าย ดังนั้นจึงขัดกับที่กฎหมายกำหนดว่าจะต้องคืนเต็มจำนวน

4. เรื่องการจำกัดวงเงินใช้บริการ ซึ่งข้อสัญญาที่ผู้ให้บริการเสนอเข้ามามีการระบุว่า ผู้ให้บริการอาจพิจารณาขยายวงเงินนั้นได้เอง โดยผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบในค่าบริการที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งที่ตามกฎหมายกำหนดว่าสัญญาต้องเกิดจากการตกลงของสองฝ่าย หรือที่เรียกว่า “เสนอสนองตรงกัน”

5. เรื่องการเปลี่ยนแปลงสิทธิตามรายการส่งเสริมการขาย หรือสิทธิอื่นๆ ที่ผู้ใช้บริการได้สมัครไว้ โดยข้อสัญญาของบางบริษัทกำหนดว่าเป็นสิทธิของผู้ให้บริการที่จะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ที่ถูกคือต้องให้ผู้ใช้บริการยินยอมด้วย

6. เรื่องระยะเวลาขั้นสูงในการระงับบริการชั่วคราว ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2543 ข้อ 3 (4) ได้ให้สิทธิผู้ใช้บริการระงับบริการชั่วคราวได้สูงสุดถึง 6 เดือน แต่สัญญาของ 3 รายที่เสนอมา ส่วนใหญ่เพียงระบุว่าเป็นสิทธิของบริษัทที่จะกำหนดเวลาดังกล่าวโดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบภายหลัง และบางรายก็กำหนดให้ขอระงับบริการได้เพียงคราวละ 30 วัน

7. เรื่องการแจ้งรายละเอียดค่าบริการและการใช้บริการ ซึ่งมีสัญญาของบางบริษัทระบุว่าจะแจ้งข้อมูลรายละเอียดการใช้บริการเฉพาะใน “พื้นที่เดียวกัน” รวมทั้งมีการกำหนดว่า หากผู้ใช้บริการต้องการรับรายละเอียดของค่าใช้บริการในรอบนั้นซ้ำอีก ก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่บริษัทกำหนด ซึ่งเป็นการเปิดกว้างให้เป็นเรื่องตามอำเภอใจของบริษัทเกินไป

 

9 เดือน พังถล่ม! รวมภาพ.. สะพานเคเบิ้ลข้ามแม่น้ำป่าสัก มูลค่า 8.29ล้าน ยาว 111เมตร พังถล่ม หมดการรับประกันก.ค.ปี 57

29 เม.ย.55 -บรรยากาศล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 8 นาฬิกา จุดเกิดเหตุสะพานเคเบิ้ล มูลค่า  8.29 ล้านบาท ข้ามแม่น้ำป่าสัก จ.อยุธยา พังถล่ม ระหว่างที่มีคนใช้สัญจร เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน -บาดเจ็บจำนวนมาก  เมื่อเวลาประมาณ 18 นาฬิกา 28 เมษายน 2556

ขณะนี้ มีทหารจากกองพลทหารม้าที่2 รักษาพระองค์ ซึ่งลงพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวาน อยู่ตรงจุดเกิดเหตุขณะนี้ และมีรายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะลงพื้นที่วันนี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับโครงการนี้ ใช้ชื่อ”โครงการก่อสร้างสะพานสมโภชน์ กรุงรัตนโกสินทร์ 200ปี” มูลค่า 8.29 ล้านบาท เป็นสะพานเคเบิ้ล กว้าง 2.20 เมตร ความยาว 111 เมตร ปีงบประมาณ 2554 วันเริ่มต้นการรับประกัน 23 กรกฏาคม 2555 สิ้นสุดการรับประกัน 23 กรกฏาคม 2557 เป็นงบประมาณของเทศบาลตำบลท่าหลวง ร่วมกับ อบจ.พระนครศรีอยุธยา ..

image

image

image

image

image

image

 
1 ความเห็น

Posted by บน เมษายน 29, 2013 in ทั่วไป

 

รวมภาพ! สะพานเคเบิ้ล 8.2ล้านบาท ข้ามแม่น้ำป่าสักฯ จ.อยุธยา พังถล่มระหว่างคนใช้สัญจร เสียชีวิต-เจ็บมาก เพิ่งสร้างปี55

สะพานเคเบิ้ลพัง! ภาพเหตุการณ์สะพานเคเบิ้ล ข้ามแม่น้ำป่าสักฯ  ข้างวัดสะตือ หมู่ 6 ต. ท่าหลวง อ. ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา พังถล่มมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อเวลาประมาณ 18 นาฬิกา 28 เมษายน 2556

สำหรับโครงการนี้ มีสัญญาก่อสร้าง 8.29 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญา 23 กรกฏาคม 2555 สิ้นสุดสัญญารับประกัน 23 กรกฏาคม 2557 เป็นงบประมาณของเทศบาลตำบลท่าหลวง ร่วมกับ อบจ.พระนครศรีอยุธยา

image

image

image

image

image

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 29, 2013 in คมนาคม, ทั่วไป