RSS

Monthly Archives: เมษายน 2015

รวม 5 ค่ายมือถือ! Ais-Dtac-True-Cat- TOT แจ้ง ให้บริการพิเศษ เชื่อม เนปาล-ไทย #PrayForNepal

image

รวม 5 ค่ายมือถือ! Ais-Dtac-True-Cat- TOT แจ้ง การให้บริการเชื่อม เนปาล-ไทย เปิดเบอร์พิเศษ สายตรงสถานทูต #PrayForNepal

AIS แจ้งว่า ลูกค้าทั้งระบบ เติมเงิน และรายเดือน ที่เดินทางอยู่ในประเทศเนปาลขณะนี้ (ที่เปิดบริการข้ามแดนอัตโนมัติ หรือ IR)
สามารถโทรกลับไทย และรับสายได้ฟรี  ตั้งแต่ อาทิตย์ที่ 26–จันทร์ 27 เมษายน 2558

และรับส่วนลดค่าโทรกลับประเทศไทย และรับสายในอัตรา 50% ตั้งแต่วันอังคารที่ 28 เมษายน ถึงวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 (ตามเวลาประเทศเนปาล)

******
ทรูมูฟ เอช แจ้ง  ไม่คิดค่าบริการโทรออก รับสาย ส่งข้อความ และรับข้อความ ดาต้า สำหรับการใช้งานโรมมิ่งในประเทศเนปาล ตั้งแต่วันนี้ถึง 30เมษายน2558 

******
ดีแทค แจ้ง ว่า  ลูกค้าที่อยู่เนปาล โทรกลับ รับสาย  SMS  MMS Data roaming ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ 25-28 เมษายน 2558

*******
บมจ. กสท โทรคมนาคม (CAT)  อำนวยความสะดวกในการโทรฟรีไปยังเนปาล  โดยเปิดเบอร์พิเศษ Hot Line  001 800 977 977 สายตรงสถานเอกอัครราชทูตไทย ในเนปาล ให้ประชาชนโทรฟรีได้ จากทุกเครื่อง ทุกค่าย  ตั้งแต่วันนี้ – 1 พฤษภาคม นี้

–  เปิดให้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ “my”  โทรฟรีไปยังประเทศเนปาล โดยกด 009 977 ตามด้วยหมายเลขปลายทาง   และสำหรับผู้ใช้บริการ  my แบบรายเดือนที่เปิดบริการโรมมิ่ง ในเนปาล  สามารถรับสายและโทรกลับไทยฟรี   ตั้งแต่วันนี้ – 1 พฤษภาคมนี้

********

ทีโอที เปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารพิเศษทางไกลระหว่างประเทศฟรี 008 (008+รหัสประเทศ+เลขหมายปลายทางสถานเอกอัครราชทูตฯ) ให้ประชาชนโทรสายตรงไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศเนปาลที่หมายเลข  008 977 980 106 9233 และ
008  977 984 124 2094 ได้จากทุกเครื่องทุกเครือข่าย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมถึงการโทรจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ TOT3G ตั้งแต่วันนี้ – 2 พฤกษาคม 2558 นี้

 

24 เม.ย.58! กอสส.จัดเสวนา“กระบวนการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ : ควรมีการปฏิรูปในเรื่องใดบ้าง” (มีกำหนดการ)

image

(โพสต์ 23 เมษายน 2558)

สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม มีความเห็นร่วมกันในการจัดเสวนา เรื่อง “กระบวนการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ : ควรมีการปฏิรูปในเรื่องใดบ้าง” เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการปฏิรูประบบการจัดทำรายงาน EIA และ EHIA เพื่อใช้เป็นแนวทางให้สภาปฏิรูปแห่งชาตินำไปพิจารณา ประกอบการปฏิรูปในเรื่องดังกล่าวต่อไป โดยมีกำหนดจัดงานเสวนาในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2558 ณ ห้องกมลพร ชั้น 1 โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพ 

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 บัญญัติให้มีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่างๆ รวมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ   การปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญและมีการเรียกร้องจากภาคส่วนต่างๆ ให้มีการเร่งปฏิรูป คือ การปฏิรูประบบการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA: Environmental Impact Assessment) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA: Environmental and Health Impact Assessment) แม้ว่าประเทศไทยมีการใช้ระบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาแล้วกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบการจัดทำรายงาน EIAและ EHIA ของประเทศไทยที่ผ่านมายังมีเรื่องที่ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วนของสังคม ดังนั้น เพื่อลดความขัดแย้งทางสังคมจากโครงการพัฒนาต่างๆ และเป็นการคุ้มครองสิทธิของชุมชนให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง รวมถึงเสริมสร้างให้เกิดความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมในสังคมไทย ตลอดจนให้ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยมีความอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น การปฏิรูปกระบวนการจัดทำรายงาน EIA และ EHIA ควรครอบคลุมทุกมิติของข้อบกพร่องต่างๆ ที่ผ่านมาของประเทศ  บทบาทและภารกิจของ สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม มีความเห็นร่วมกันในการจัดเสวนา
เรื่อง “กระบวนการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ : ควรมีการปฏิรูปในเรื่องใดบ้าง” 

เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการปฏิรูประบบการจัดทำรายงาน EIA และ EHIA เพื่อใช้เป็นแนวทางให้สภาปฏิรูปแห่งชาตินำไปพิจารณา ประกอบการปฏิรูปในเรื่องดังกล่าวต่อไป โดยมีกำหนดจัดงานเสวนา

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2558 ณ ห้องกมลพร ชั้น 1 โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพ 

 

สั่งอายัด 19 ล้านบาท! ป.ป.ช.สั่ง อายัดทรัพย์ มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์”สุวัฒน์ จารุมณีโรจน์” อดีตนักวิชาการสรรพากร และคู่สมรส ร่ำรวยผิดปกติ รายละเอียด ดังนี้

image

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินของนายสุวัฒน์  จารุมณีโรจน์ อดีตนักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 27

วันนี้ (19 เมษายน 2558) เวลา 10.00 น. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ชี้แจงข้อมูลว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายสุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ อดีตนักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 27 กรมสรรพากร ร่ำรวยผิดปกติ และได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน    ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 โดยมีนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน นั้น  

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตรวจพบว่า นายสุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะมีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินดังกล่าว จึงได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของนายสุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ และผู้ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นการชั่วคราว ได้แก่ เงินฝาก เงินลงทุน ทรัพย์สินในตู้นิรภัยกับธนาคาร และยานพาหนะ  รวมมูลค่าประมาณ 19 ล้านบาทเศษ ดังนี้  

1. ทรัพย์สินของนายสุวัฒน์  จารุมณีโรจน์  ได้แก่

1.1  เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซี บางปะกอก เลขที่บัญชี 636-2-11790-7             

1.2  เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาวัดไทร เลขที่บัญชี 704-2-44369-1             

1.3  เงินฝากในบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาสำนักงานใหญ่สีลม เลขที่บัญชี 101-0-84704-2                            

1.4  หลักทรัพย์ เงินฝาก และหลักประกันในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

1.5  หลักทรัพย์ NPARK  ที่ฝากไว้กับบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด                          

1.6  เงินคงเหลืออยู่ในบัญชี กับบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)                          

1.7  เงินวางประกัน กับบริษัทหลักทรัพย์ เคเคเทรด จำกัด                          

1.8  เงินฝากหลักประกันในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินลงทุนในบัญชีซื้อขายสัญญา  ซื้อขายล่วงหน้า กับบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด

1.9  เงินคงเหลืออยู่ในบัญชี กับบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)  

1.10 หุ้นในบริษัท ซีดีซี อิฐ จำกัด  จำนวน 40 หุ้น                           

1.11 หุ้นในบริษัท ซีดีซี ดินดี จำกัด  จำนวน 40 หุ้น                           

1.12 หุ้นในบริษัท โฉลกดอทคอม จำกัด  จำนวน 40 หุ้น  

2. ทรัพย์สินของนางฐิติรัตน์  จารุมณีโรจน์  ได้แก่  

2.1  เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซี บางปะกอก เลขที่บัญชี 636-2-16233-3                          

2.2 ทรัพย์สินที่อยู่ในตู้นิรภัยธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ณ โรงแรม โซฟิเทล โซแบงคอก                         

2.3  เงินฝากในบัญชีธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)  สาขาสำนักเพชรบุรี เลขที่บัญชี 084-6-01415-2                          

2.4  หน่วยลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด จำนวน 2 กองทุน ดังนี้

กองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ  ๓  เดือน U เลขที่บัญชี กองทุน 0000-743-5-17494-3/01

กองทุนเปิดเค หุ้นทุนบริพัตรเพื่อการเลี้ยงชีพ เลขที่บัญชีกองทุน 0000-636-5-06399-9/03  

3. ทรัพย์สินของนางสาวนพรดี  จารุมณีโรจน์ ได้แก่   

3.1  เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสยามพารากอน เลขที่บัญชี 738-2-70448-1    

3.2   เงินลงทุน เงินประกัน และผลประโยชน์อื่นใดจากการลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์     เออีซี จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 002185-2                            

3.3  รถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA ลักษณะเก๋งสองตอน เลขทะเบียน ฆช – 6049 กรุงเทพมหานคร  

4. ทรัพย์สินของนางสาวชนาภา  จารุมณีโรจน์ ได้แก่                          

4.1  เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซี บางปะกอก เลขที่บัญชี 636-2-22447-9  

5. ทรัพย์สินของนายธนัช  ปฏิมาวดี ได้แก่  

5.1  เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบางมด เลขที่บัญชี 090-2-63515-7                          

5.2  เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาติวานนท์ 8 เลขที่บัญชี 465-2-14791-2           

5.3  เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เลขที่บัญชี 697-2-22228-1           

5.4  เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซี บางปะกอก เลขที่บัญชี 636-2-23723-6                          

5.5  เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาโลตัส รัตนาธิเบศร์ เลขที่บัญชี 582-2-08553-0                          

5.6  เงินฝากในบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบางบอน เลขที่บัญชี 089-2-21933-8                          

5.7  เงินฝากในบัญชีธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)  สาขาสำนักเพชรบุรี เลขที่บัญชี  271-2-08164-5                          

5.8  เงินฝากในบัญชีธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)  สาขาสำนักเพชรบุรี เลขที่บัญชี  271-2-07072-5                          

5.9  รถยนต์ ยี่ห้อ VOLVO ลักษณะเก๋งสองตอน เลขทะเบียน 3ศ – 1349 กรุงเทพมหานคร                        

5.10  รถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA ลักษณะนั่งสามตอน เลขทะเบียน 1กว – 1289 กรุงเทพมหานคร                        

5.11  รถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA ลักษณะเก๋งสองตอน เลขทะเบียน ฎค – 2013 กรุงเทพมหานคร    

นอกจากนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังได้มีคำสั่งให้ นายสุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง และคู่สมรส และบุคคลอื่นที่ถือทรัพย์สินไว้แทน ภายใน ๓๐ วัน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 79 ด้วย

 

ป.ป.ช.สั่งอายัดทรัพย์ กว่า 40ลบ.! “ธาริต  เพ็งดิษฐ์-ภรรยา” ทั้ง เงินฝาก ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะ ขณะเป็น อธิบดี DSI ดังนี้..

image

 
มติ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของ”ธาริต  เพ็งดิษฐ์” เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ      

วันนี้ (19 เมษายน 2558) เวลา 10.00 น. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ได้แถลงถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งที่ 631/2557  ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2557 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายธาริต  เพ็งดิษฐ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีนายปรีชา  เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน นั้น   คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตรวจพบว่า นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะมีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติ จึงได้มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินของ    นายธาริต  เพ็งดิษฐ์ และนางวรรษมล  เพ็งดิษฐ์ ไว้เป็นการชั่วคราวตามมาตรา 78  แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ได้แก่เงินฝาก ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ  รวมมูลค่า  40,954,720.58 บาท  ดังต่อไปนี้     

1. รายการทรัพย์สินของ นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  มูลค่ารวม 1,706,441.63 บาท  ดังนี้    

1.1  เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  จำนวน 1 บัญชี    

1.2  เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)  จำนวน 4 บัญชี    

1.3  เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)   จำนวน 1 บัญชี  

1.4  ที่ดินในอำเภอมโนรมย์  จังหวัดชัยนาท  จำนวน 1 แปลง  เนื้อที่ 2 ไร่ 38 ตารางวา    

1.5  ทรัพย์สินในตู้นิรภัยของธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) สาขาสำนักธุรกิจรัชดาภิเษก  ตู้นิรภัยเลขที่ 047  ตามสัญญาเช่าตู้นิรภัยลงวันที่ 20 ธันวาคม 2555     

2. รายการทรัพย์สินของ นางวรรษมล  เพ็งดิษฐ์  มูลค่ารวม 39,248,278.95 บาท  ดังนี้    

2.1  เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  จำนวน 1 บัญชี    

2.2  เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  จำนวน 1 บัญชี    

2.3  เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)  จำนวน 4 บัญชี    

2.4  เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)  จำนวน 1 บัญชี  

2.5  ที่ดินอำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี  จำนวน 1 แปลง  เนื้อที่ 3 งาน 84 ตารางวา      

2.6  ที่ดินอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา  จำนวน 3 แปลง  เนื้อที่ 4 ไร่ 50 ตารางวา  

2.7  บ้านเลขที่ 414 ตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี  จำนวน 1 หลัง    

2.7  บ้านคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น เลขที่ 444 และสิ่งปลูกสร้างไม่มีเลขที่ จำนวน 5 หลัง   หมู่ที่ 11 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา    

2.9  รถยนต์ยี่ห้อ MERCEDES BENZ รุ่น E 250  เลขทะเบียน ญฉ 414 กรุงเทพมหานคร

2.10  รถยนต์ยี่ห้อ  TOYOTA  รุ่น ALPHARD  เลขทะเบียน ฆฐ 515 กรุงเทพมหานคร    

นอกจากนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังได้มีคำสั่งให้ นายธาริต  เพ็งดิษฐ์ แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ภายใน ๓๐ วัน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542  มาตรา 79 ด้วย  

 

พร้อมรับ! ศาลปกครอง เตรียมการเพื่อรองรับการยกร่างรธน. ส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้

ศาลปกครองเตรียมการเพื่อรองรับการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่บัญญัติให้มีแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณขึ้นในศาลปกครอง โดยมีวิธีพิจารณาคดีเป็นพิเศษ

นายไพโรจน์  มินเด็น ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด โฆษกศาลปกครอง เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๓๔ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๘ ระบุว่า ได้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา (๓/๑/๔) ๓ โดยบัญญัติให้มีแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณในศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด นั้น

ศาลปกครองได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ หากมีการจัดตั้งแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณในศาลปกครองขึ้นจะทำให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน เพราะศาลปกครอง ซึ่งเป็นองค์กรตุลาการจะทำหน้าที่ตรวจสอบการกระทำทางปกครองเกี่ยวกับเงินแผ่นดิน การจัดทำงบประมาณว่าเป็นไปตามวินัยการคลังและการงบประมาณของประเทศหรือไม่ เนื่องจากการทำหน้าที่ของศาลปกครองในเรื่องดังกล่าวถือเป็นการควบคุมการใช้จ่ายเงินของแผ่นดินเพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติได้  

ดังนั้น ศาลปกครองจึงได้มีคำสั่งประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ ๔๑/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๘ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาเตรียมการจัดตั้งแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณในศาลปกครอง ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดทิศทางนโยบาย แผนงาน และโครงการที่จำเป็นสำหรับการรองรับการจัดตั้งแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณใน ศาลปกครอง ศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะเกี่ยวกับรูปแบบ วิธีการ รวมทั้งลักษณะพิเศษเฉพาะของ คดีปกครองที่เกี่ยวกับวินัยการคลังและการงบประมาณ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณในศาลปกครองต่อไป  ตลอดจนศึกษาเกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีและการบังคับคดีของ ศาลที่เหมาะสม   

นอกจากนี้ ศาลปกครองยังได้จัดเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ดังนี้   

๑. เชิญวิทยากรผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับวินัยการคลังและงบประมาณมาบรรยาย ให้ความรู้แก่บุคลากรของศาลปกครอง

๒. จัดทำคู่มือเกี่ยวกับประเภทคดีวินัยการคลังและการงบประมาณเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   ทั้งนี้ โดยในส่วนของแนวทางการดำเนินคดีของแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณนั้น ศาลปกครองเห็นว่า คดีปกครองเกี่ยวกับวินัยการคลังและการงบประมาณมีผลต่อการบริหารราชการของรัฐบาลหรือฝ่ายปกครอง เพราะหากมีการพิจารณาคดีล่าช้าจะทำให้มีผลกระทบต่อการบริหารราชการของรัฐบาลหรือฝ่ายปกครองได้  ดังนั้น จึงได้กำหนดวิธีพิจารณาเกี่ยวกับคดีวินัยการคลังและการงบประมาณเป็นพิเศษ โดยลดขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริงให้สั้นลงกว่าวิธีพิจารณาคดีปกครองทั่วไป และเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่มีข้อเท็จจริงเพียงพอ                                               

สำนักงานศาลปกครอง
๘  เมษายน  ๒๕๕๘