RSS

Monthly Archives: ธันวาคม 2014

ฉบับ 6! แอร์ เอชีย ยืนยัน พบชิ้นส่วน QZ8501 / ผู้บริหาร เสียใจ ยังเดินหน้าค้นหาต่อ

30 ธันวาคม 2557

ข้อมูลชี้แจงฉบับที่ 6
เที่ยวบินของสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย QZ8501

สุราบายา – สายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซียขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งให้ทราบว่าหน่วยค้นหาและกู้ภัยแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (The National Search and Rescue Agency Republic of Indonesia หรือ BASARNAS) ยืนยันแล้วว่าชิ้นส่วนวัตถุที่พบเมื่อช่วงเช้าของวันนี้เป็นชิ้นส่วนของเที่ยวบิน QZ8501 ซึ่งขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศเมื่อเช้าวันที่ 28 ธันวาคม 2557
ชิ้นส่วนของเครื่องบินถูกค้นพบใกล้ช่องแคบการีมาตา ห่างจากเมืองพังกาลันบันไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 110 ไมล์ทะเล

เครื่องที่ให้บริการในเที่ยวบินนี้ คือ เครื่องบินแอร์บัส เอ320-200 หมายเลขเครื่อง PK-AXC มีผู้โดยสารทั้งหมด 155 คน โดยเป็นผู้ใหญ่ 137 คน เด็ก 17 คน และทารก 1 คน ทั้งนี้ยังมีนักบิน 2 คน ลูกเรือ 4 คน และวิศกรอากาศยานอีก 1 คนบนเที่ยวบินนี้

ขณะนี้ หน่วยค้นหาและกู้ภัยยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องและอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาชิ้นส่วนที่พบในบริเวณนั้นเพิ่มเติม

แอร์เอเชียอินโดนีเซียยังได้ส่งพนักงานไปยังที่เกิดเหตุเพื่อทำงานร่วมกับหน่วยค้นหาและกู้ภัยแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ (National Transportation Safety Committee หรือ NTSC) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบสวนเหตุการณ์นี้

นายซูนุ วิยาโมโก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย กล่าวว่า “เราเสียใจอย่างที่สุดต่อเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจนี้ เราขอแสดงความเสียใจอย่างจริงใจต่อครอบครัวและเพื่อนของผู้โดยสารบนเที่ยวบิน QZ8501 รวมทั้งครอบครัวและเพื่อนของพนักงานของเราด้วย”

นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย กล่าวว่า “ผมเสียใจที่สุดต่อเหตุการณ์นี้ เป็นช่วงเวลาที่ยากมากสำหรับพวกเราชาวแอร์เอเชียในการรอคอยความคืบหน้าของการค้นหาและกู้ภัยครั้งนี้ แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุดตอนนี้คือความรู้สึกและการช่วยเหลือครอบครัวและเพื่อนของผู้โดยสารบนเที่ยวบิน QZ8501
แอร์เอเชียอินโดนีเซียจะพาครอบครัวของผู้โดยสารไปยังเมืองสุราบายา ซึ่งเราได้จัดเตรียมทีมงานเพื่อดูแลทุกๆ ครอบครัวให้แน่ใจว่าพวกเขาได้รับสิ่งที่ต้องการอย่างครบถ้วน เรายังได้เชิญที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและศาสนามายังศูนย์ประสานงานครอบครัวและญาติเพื่อให้การดูแลเรื่องสภาพจิตใจ
ทันทีที่แอร์เอเชียอินโดนีเซียมีข้อมูลเพิ่มเติม เราจะแจ้งให้ทราบโดยทันที

สายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซียยังได้จัดเตรียมหมายเลขฉุกเฉินสำหรับครอบครัวและญาติของผู้โดยสารบนเที่ยวบินดังกล่าวเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบิน  QZ8501 โดยติดต่อได้ที่
• มาเลเซีย: +60 3 21795959
• อินโดนีเซีย: +62 2129270811
• สิงคโปร์: +65 63077688
• เกาหลีใต้: 007 98142069940

พวกเราขอส่งให้กำลังใจครอบครัวและญาติของผู้โดยสารและลูกเรือบนเที่ยวบิน QZ8501 และเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อดูแลทุกคนในทุกทางที่เราจะทำได้

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย
แอร์เอเชียอินโดนีเซียเป็นสายการบินสัญชาติอินโดนีเซียภายใต้ชื่อบริษัท PT Indonesia AirAsia โดยเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง AirAsia International Ltd และ PT Awair International ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2548 ให้บริการมาแล้ว 10 ปี โดยมีฐานปฏิบัติการบินในจาการ์ตา บันดุง บาหลี สุราบายา และเมดาน ด้วยฝูงบินแอร์บัส เอ320-200 จำนวน 30 ลำ ปัจจุบันแอร์เอเชียอินโดนีเซียให้บริการผู้โดยสารไปแล้วกว่า 40 ล้านคน ใน 33 เส้นทาง สู่ 21 ปลายทางในต่างประเทศและ 12 ปลายทางภายในประเทศ

************************
AIRASIA INDONESIA flight QZ8501
AS OF 30 DECEMBER 2014 18:00 HRS LT (GMT+7)

SURABAYA, 30TH DECEMBER 2014 – AirAsia Indonesia regrets to inform that The National Search and Rescue Agency Republic of Indonesia (BASARNAS) today confirmed that the debris found earlier today is indeed from QZ8501, the flight that had lost contact with air traffic control on the morning of 28th December 2014. 

The debris of the aircraft was found in the Karimata Strait around 110 nautical miles south west from Pangkalan Bun.

The aircraft was an Airbus A320-200 with the registration number PK-AXC. There were 155 passengers on board, with 137 adults, 17 children and 1 infant. Also on board were 2 pilots, 4 cabin crews and one engineer.

At the present time, search and rescue operations are still in progress and further investigation of the debris found at the location is still underway. AirAsia Indonesia employees have been sent to the site and will be fully cooperating with BASARNAS, National Transportation Safety Committee (NTSC), and relevant authorities on the investigation.

Sunu Widyatmoko, Chief Executive Officer of AirAsia Indonesia said: “We are sorry to be here today under these tragic circumstances. We would like to extend our sincere sympathies to the family and friends of those on board QZ8501. Our sympathies also go out to the families of our dear colleagues.”

Tony Fernandes, Group Chief Executive Officer of AirAsia added: “I am absolutely devastated. This is a very difficult moment for all of us at AirAsia as we await further developments of the search and rescue operations but our first priority now is the wellbeing of the family members of those onboard QZ8501.”

AirAsia Indonesia will be inviting family members to Surabaya, where a dedicated team of care providers will be assigned to each family to ensure that all of their needs are met. Counsellors, religious and spiritual personnel have also been invited to the family center to provide any necessary services.

Further information will be released as soon as it becomes available. An emergency call centre has been established and available for families seeking information.  Family members of QZ8501, please contact:
• Malaysia: +60 3 21795959
• Indonesia: +62 2129270811
• Singapore: +65 63077688
• Korea: 007 98142069940

Our thoughts and prayers remain with the families and friends of our passengers and colleagues on board QZ8501.

*************

About AirAsia Indonesia
AirAsia Indonesia operates in Indonesia under the company PT Indonesia AirAsia. It was established through a joint venture between AirAsia International Ltd and PT Awair International. Established in December 2004, the airline has been operating for 10 years with hubs in Jakarta, Bandung, Bali, Surabaya and Medan. It has a fleet of 30 Airbus A320-200. To date, AirAsia Indonesia has carried over 40 million passengers and currently operates 33 routes of which 21 are international and 12 domestic.

 

ให้กำลังใจ! ไปรษณีย์ไทย  เปิด 16 ปณ. ชวนคนไทย ส่งฟรีของขวัญปีใหม่ ส่งน้ำใจ ถึงทหารไทยชายแดนใต้

image

30 ธันวาคม 2557

ไปรษณีย์ไทย  เปิด 16 ปณ.  ชวนคนไทย ส่งฟรึ ของขวัญปีใหม่ ส่งน้ำใจ ถึงทหารไทยชายแดน

นางปริษา ปานะนนท์  ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตระหนักถึงความเสียสละของทหารหรือตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ราชการในหน่วยทหาร รวมถึงทหารพราน พลเรือนและอาสาสมัครในสังกัดกองทัพต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในหน่วยสนามชายแดน เพื่อรักษาความสงบสุข ความปลอดภัยให้แก่ประชาชนชาวไทย

อีกทั้งใกล้ถึงเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2558 ไปรษณีย์ไทย จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ทหารสนามชายแดน โดยเปิดบริการรับฝากส่งไปรษณียภัณฑ์และพัสดุไปรษณีย์ถึงพื้นที่ปลายทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 16 พื้นที่ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ทั้งตำรวจ ทหาร และผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน
รวมถึงเพื่ออำนวยความสะดวก และแสดงออกถึงน้ำใจตลอดจนความห่วงใยที่คนไทยมีให้แก่กันอยู่เสมอ
โดยบริการดังกล่าวได้รับความร่วมมือกับกรมกิจการพลเรือนทหารกองบัญชาการทหารสูงสุด และกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ สิ่งของที่รับฝากส่ง หรือสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ได้แก่  ข้าวสาร อาหารแห้ง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ตลอดจนของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ ยาสีฟัน แป้งโรยเท้าป้องกันการอับชื้นถุงเท้า  เสื้อยืดทหาร  หรือสิ่งของ ที่เห็นว่าจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอื่นๆ

สำหรับขั้นตอนการฝากส่ง ไม่มึจำกัดช่วงระยะ สามารถส่งได้ทุกวัน  โดยจ่าหน้าถึงปลายทาง ทั้ง 16 แห่ง ได้แก่

1.ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส 96000

2.ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160

3.ค่ายอิงคชัยยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94178

4.ฐานปฏิบัติการ ตชด.ธรณิศ ศรีสุข ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา 95130

5.ฐานปฏิบัติการ บ้านสายสุราษฎร์ ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา 95130

6.ฐานปฏิบัติการ ตชด.444 ต.โต๊ะตีเต อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 94150

7.หน่วยเฉพาะกิจที่ 21 ที่ว่าการอ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160

8.หน่วยเฉพาะกิจที่ 22 วัดควนนอก อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี 94190

9.หน่วยเฉพาะกิจที่ 23 วัดหลักเมือง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000

10.หน่วยเฉพาะกิจที่ 24 ศูนย์ฝึกอาชีพช้างไห้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 94180

11.หน่วยเฉพาะกิจที่ 25 สำนักงานสงฆ์ทุ่งยางแดง อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี 94220

12.  กองร้อยทหารพรานที่ 4907 กรมทหารพรานที่ 49 วัดเวฬุวัน บ้านป่าไผ่ ม.2 ต.กาหลง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

13.กรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 94170

14.กองร้อยทหารพรานที่ 4214 วัดโชติรส อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี 94220

15. หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 37 วัดศรีสาคร ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส 96210

16. หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 23 วัดหลักเมือง ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000

พร้อมวงเล็บที่มุมกล่องบนขวาว่า “ทบ.สนามชายแดน”  จำกัดกล่องละไม่เกิน 5 กิโลกรัม ฝากส่งได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ทั่วประเทศไทยยกเว้นที่ทำการไปรษณีย์อนุญาต  ที่ทำการไปรษณีย์เอกชนข้อมูล

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545 หรือ www.thailandpost.co.th

 

ศาลปกครอง เปิดศาลใหม่! ที่ จ.เพชรบุรี ดีเดย์ 19 ม.ค.58 ครอบคลุม 4 จังหวัด เพชรบุรี ประจวบฯ ราชบุรี สมุทรสงคราม  

(โพสต์ 30ธันวาคม 2557)

ศาลปกครอง เปิดศาลใหม่ ที่ จ.เพชรบุรี 19 ม.ค.58 ครอบคลุม 4 จังหวัด เพชรบุรี ประจวบฯ ราชบุรี และสมุทรสงคราม  

ศาลปกครอง ประกาศเปิดทำการศาลปกครองเพชรบุรี ตั้งอยู่ที่เลขที่ ๙๘๐/๙๘ ถนนเพชรเกษม ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กำหนดเปิดทำการเป็นวันแรก ในวันจันทร์ที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๘ โดยมีเขตอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีปกครองครอบคลุมพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม    

นายดิเรกฤทธิ์  เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เปิดเผยว่า  ศาลปกครองเป็นองค์กรฝ่ายตุลาการมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมี ๒ ชั้นศาล คือ 1. ศาลปกครองสูงสุด มีเขตอำนาจทั่วราชอาณาจักร ตั้งอยู่ ณ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เปิดทำการตั้งแต่เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔

2. ศาลปกครองชั้นต้น ซึ่งประกอบด้วย ศาลปกครองกลาง (ตั้งอยู่ภายในอาคารเดียวกันกับอาคารที่ทำการศาลปกครองสูงสุด มีเขตอำนาจครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร และอีก ๗ จังหวัดใกล้เคียง รวมถึงจังหวัดอื่นที่ไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองในภูมิภาคแห่งใด แห่งหนึ่ง เปิดทำการเป็นวันแรกเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔) และศาลปกครองในภูมิภาค (ปัจจุบัน ได้มีการเปิดทำการศาลปกครองในภูมิภาคแล้วจำนวน ๙ แห่ง ได้แก่ ศาลปกครองเชียงใหม่ ศาลปกครองสงขลา ศาลปกครองนครราชสีมา ศาลปกครองขอนแก่น ศาลปกครองพิษณุโลก ศาลปกครองระยอง  ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ศาลปกครองอุดรธานี และศาลปกครองอุบลราชธานี)    

ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินการพิจารณาพิพากษาคดีในศาลปกครองชั้นต้นเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการรักษาผลประโยชน์แก่ประชาชน หน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเสริมสร้างโอกาสการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางปกครองของประชาชนได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง ดร.หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด จึงกำหนดให้มีการเปิดทำการ ศาลปกครองในภูมิภาคเพิ่มเติมอีก ๑ แห่ง คือ ศาลปกครองเพชรบุรี โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ออกประกาศกำหนด สถานที่ตั้ง และวันเปิดทำการของศาลปกครองเพชรบุรี ดังนี้   
(๑) ศาลปกครองเพชรบุรี ตั้งอยู่เลขที่ ๙๘๐/๙๘ ถนนเพชรเกษม ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี   

(๒) ให้เปิดทำการศาลปกครองเพชรบุรี ตั้งแต่วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป  

ทั้งนี้ ศาลปกครองเพชรบุรี มีเขตอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองเพชรบุรี พ.ศ. ๒๕๕๕ ครอบคลุมพื้นที่ ๔ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม     

ในการนี้ การเปิดทำการศาลปกครองเพชรบุรีดังกล่าว จะส่งผลให้เขตอำนาจของศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง) เปลี่ยนแปลงไป 

 

Test

Test

 

คำชี้แจง..ฉบับ 2! แอร์เอเชีย แจง QZ8501 ถูกขอให้เบี่ยงออกจากเส้นทางฯ เนื่องจากสภาพอากาศ ก่อนขาดการสื่อสาร/ เปิดข้อมูลเที่ยวบิน ดังนี้

(โพสต์ 28 ธันวาคม 2557 / เวลา 13:05 น. )

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สายการบินแร์เอเชีย ออกคำชี้แจง ฉบับ 2 ดังนี้..

“กรณีเที่ยวบินของสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย QZ8501 สายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องยืนยันว่าเที่ยวบิน QZ8501 ซึ่งออกเดินทางจากสุราบายา สู่ สิงคโปร์ได้ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน เมื่อเวลา 7.24 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองสุราบายา) เช้าวันนี้ (28ธ.ค. 2557) 

เที่ยวบินดังกล่าวออกเดินทางจากสนามบินจูอันดา เมืองสุราบายา เมื่อเวลา 05.35น. ตามเวลาท้องถิ่นเครื่องบินที่ให้บริการเที่ยวบินนี้คือ แอร์บัส เอ320-200 หมายเลขเครื่อง PK-AXC โดยมีนักบินจำนวน 2 คน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน4 คน และวิศกรอากาศยาน 1 คน

กัปตันผู้ควบคุมเครื่องบินมีชั่วโมงบินทั้งสิ้น 6,100 ชั่วโมง ส่วนนักบินผู้ช่วยมีชั่วโมงบินทั้งสิ้น2,275 ชั่วโมง            เที่ยวบินนี้มีผู้โดยสารทิ้งสิ้น 155 คน แบ่งเป็นผู้ใหญ่ 138 คน เด็ก 16 คน และทารก1 คน รวมทั้งนักบิน 2 คนและลูกเรือ 5 คน           

ผู้โดยสารบนเที่ยวบินนี้ ประกอบด้วย ชาวสิงคโปร์ 1 คน
ชาวมาเลเซีย 1 คน
ชาวเกาหลีใต้ 3 คน
ชาวฝรั่งเศส 1 คน และชาวอินโดนีเซีย 156 คน

ขณะนี้ ทีมค้นหาและช่วยเหลือกำลังเร่งทำงานภายใต้คำแนะนำจากสถาบันการบินพลเรือนของอินโดนีเซีย (Indonesia of Civil Aviation Authority หรือ CAA) และแอร์เอเชียอินโดนีเซียได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในทุกทางเครื่องบินทำการบินตามเส้นทางที่ได้แจ้งไว้ ก่อนจะถูกขอให้เบี่ยงออกจากเส้นทางระหว่างทางเนื่องจากสภาพอากาศ ก่อนจะขาดการสื่อสารกับหอบังคับการบิน ขณะนั้นยังอยู่ในการควบคุมของหอบังคับการบินอินโดนีเซีย (Indonesian Air Traffic Control หรือ ATC)

ทันทีที่แอร์เอเชียอินโดนีเซียมีข้อมูลเพิ่มเติม เราจะแจ้งให้ทราบโดยทันที โดยสามารถติดตามได้ที่ www.airasia.com

 

คำชี้แจง แอร์เอเชีย! กรณี เที่ยวบิน QZ8501 แอร์เอเชีย อินโดนีเซีย ขาดการติดต่อ เช้าวันนี้..ดังนี้

28 ธันวาคม 2557 คำชี้แจง แอร์เอเชีย! ข้อมูลชี้แจงกรณีเที่ยวบิน QZ8501 ของสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย สายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องยืนยันว่าเที่ยวบิน QZ8501 ออกเดินทางจากสุราบายาสู่สิงคโปร์ได้ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน เมื่อเวลา 7.24 น. เช้าวันนี้ (28 ธ.ค. 2557)

ขณะนี้ แอร์เอเชียอินโดนีเซีย ต้องขออภัยอย่างยิ่งว่ายังไม่ทราบสถานะของผู้โดยสารและลูกเรือบนเที่ยวบินนี้ แต่เราจะแจ้งข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนทราบทันทีที่เรามีข้อมูลเพิ่มเติม เครื่องบินที่ให้บริการเที่ยวบินนี้คือ แอร์บัส เอ320-200 หมายเลขเครื่องคือ PK-AXC

ทั้งนี้ ทีมค้นหาและช่วยเหลือกำลังเร่งทำงานและแอร์เอเชียอินโดนีเซียได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อส่งความช่วยเหลือไปให้

สายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซียได้จัดเตรียมหมายเลขฉุกเฉินสำหรับครอบครัวแลญาติของผู้โดยสารบนเที่ยวบินดังกล่าว คือ หมายเลข : +622129850801

แอร์เอเชียอินโดนีเซีย จะแจ้งข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมทันทีที่เรามีข้อมูล โดยสามารถติดตามได้ที่ http://www.airasia.com

หมายเหตุ: เราขอสงวนเบอร์สายด่วนแอร์เอเชียฉุกเฉินไว้ สำหรับเฉพาะให้ครอบครัวและญาติมิตรของผู้โดยสารเท่านั้น

 

“หมอลี่”กสทช. ขานรับ สปช. หนุนค่ายมือถือ คิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาที แทนปัดเศษ/ ช่วยประหยัดได้ 3,000 ล้านบาทต่อเดือน

wpid-Screenshot_2014-04-04-17-33-25.png

26 ธันวาคม 2557

ตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงขอให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สั่งผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม คิดค่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงตามจริงเป็นวินาที พร้อมทั้งผลักดันให้เรื่องนี้ เป็นวาระเร่งด่วนเข้าที่ประชุมใหญ่ สปช. เพื่อพิจารณาในวันที่ 5 มกราคม 2558 ที่จะถึงนี้ โดยระบุถึงเหตุผลว่า เนื่องจากทุกวันนี้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมใช้วิธีการปัดเศษวินาทีเป็นหนึ่งนาทีในทุกๆ การใช้งานแต่ละครั้ง ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยคาดว่าหาก กสทช. บังคับใช้กฎหมายในการกำกับดูแลการคิดค่าบริการในเรื่องนี้ จะช่วยผู้บริโภคประหยัดค่าโทรศัพท์ได้ถึง 3,000 ล้านบาทต่อเดือน

แม้ปัจจุบัน กสทช. ยังไม่มีหลักเกณฑ์การกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมต้องคิดค่าบริการตามระยะเวลาก็ตาม แต่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 31 วรรคสอง ก็ได้กำหนดห้ามผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้บริโภคและค้ากำไรเกินควร ซึ่ง กสทช. มีอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์ นอกจากนี้ ยังอ้างถึงมาตรา 27 (9) และ (13) ซึ่งมาตราดังกล่าวระบุให้ กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมและโครงสร้างอัตราค่าบริการให้เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการโดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการ

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา หรือ “หมอลี่” กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่า เมื่อวันอังคาร 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพิ่งมีมติเห็นชอบกับร่างประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมฯ ที่สำนักงาน กสทช. ยกร่างขึ้น โดยกระบวนการถัดไป จะเป็นการนำร่างประกาศดังกล่าวไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน อย่างไรก็ตาม ในร่างประกาศฉบับนี้ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์เรื่องการบังคับให้ผู้ประกอบกิจการต้องคิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาทีเอาไว้ด้วย ซึ่งหากจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้ก็สามารถทำได้โดยไม่ยุ่งยาก เพราะก็อยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคจึงมีคุณค่าอย่างมากที่สำนักงาน กสทช. ต้องรับฟัง และนำไปปรับปรุงประกาศให้สมบูรณ์ขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ

“ในต่างประเทศที่ตลาดโทรคมนาคมมีการแข่งขันกันสูง ผู้ให้บริการก็มักกำหนดโปรโมชั่นในลักษณะที่คิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาที เพราะเป็นวิธีคิดค่าบริการที่เป็นธรรมกับผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกใช้บริการของผู้ให้บริการที่ตนคิดว่าเป็นธรรมและไม่เอาเปรียบ แต่สำหรับประเทศไทยที่ตลาดโทรคมนาคมมีการแข่งขันไม่สมบูรณ์ โดยมีผู้ให้บริการไม่กี่รายที่ผูกขาดตลาด จึงเป็นหน้าที่ของ กสทช. ที่ต้องเข้าไปกำกับดูแลเพื่อไม่ให้มีการคิดค่าบริการในลักษณะที่เป็นการเอาเปรียบ” นายประวิทย์กล่าว