RSS

Monthly Archives: มีนาคม 2015

ฉบับทางการ! ศาลปกครอง..ออกคำชี้แจง กรณี ก.ศป.มีมติให้พักราชการ ประธานศาลปกครองสูงสุด / ให้ทำคำฟ้องโต้แย้งได้ใน 90 วัน รายละเอียดังนี้..

wpid-screenshot_2015-03-29-12-56-03-1.png

(โพสต์ 31 มีนาคม 2558)

วันนี้ สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลปกครองเผยแพร่เอกสาร ดังนี้…

กรณี ก.ศป.มีมติให้พักราชการประธานศาลปกครองสูงสุด ก.ศป. มีมติสั่งพักราชการประธานศาลปกครองสูงสุดระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการสอบสวน ตามมาตรา ๒๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้ง
ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ครั้งที่ ๒๘/๒๕๕๘

คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) มีคำสั่งที่ ๘/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘ เรื่อง ให้พักราชการนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด

นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง ได้ลงนามในคำสั่ง ก.ศป. ที่ ๘/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘ ซึ่งมีเนื้อความดังนี้

ตามที่ ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ ๑๗๐-๕/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้พิจารณากรณีที่ตุลาการศาลปกครองได้เข้าชื่อกันเพื่อให้ ก.ศป.ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่า นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ได้จัดทำหนังสือจำนวน ๒ ฉบับ  ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามลำดับ โดยอ้างว่า นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด มีความประสงค์ที่จะสนับสนุน พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงกุล รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก ซึ่งเป็นเพื่อนกับหลานชายให้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับการแล้ว เห็นว่า หากเป็นความจริงดังที่นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ได้กล่าวอ้างไว้ในหนังสือทั้งสองฉบับดังกล่าว กรณีอาจเข้าข่ายตามที่กำหนดในข้อ ๓(๑) แห่งระเบียบ ก.ศป.
ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง

ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔ สมควรสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่า มีมูลความจริงดังที่นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ได้กล่าวอ้างไว้ในหนังสือทั้งสองฉบับดังกล่าวหรือไม่ จึงมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ประกอบด้วย นายนพดล เฮงเจริญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานกรรมการ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และนายวราวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ

ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ได้รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวต่อ ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ ๑๘๑-๒/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๘ ซึ่ง ก.ศป. ได้มีมติรับทราบ และมอบหมายให้สำนักงานศาลปกครอง ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ก.ศป. ขอข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากนั้น ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ ๑๘๒-๓/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ได้พิจารณารายงานผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักงานศาลปกครองได้นำเสนอต่อ ก.ศป.แล้ว ก.ศป.เสียงข้างมากเห็นพ้องด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฝ่ายข้างมาก โดยเห็นว่าเป็นกรณีมีมูลที่อาจเข้าข่ายตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓(๑) แห่งระเบียบ ก.ศป.ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง

ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔ และถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง จึงมีมติให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๕ วรรคสอง และข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งระเบียบ ก.ศป.ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔ และได้มีคำสั่ง ก.ศป. ลับ ที่ ๙/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๘ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว

ต่อมา ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ ๑๘๔-๕/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘ เสียงข้างมากเห็นว่า ปรากฏพยานหลักฐานเป็นที่ชัดแจ้งว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด

ซึ่งมีอำนาจหน้าที่บริหารงานของศาลปกครองและพิจารณาพิพากษาอรรถคดี การให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ย่อมเป็นการไม่เหมาะสม ทำให้ประชาชนเสื่อมความเชื่อถือและศรัทธา รวมทั้งเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของศาลปกครองซึ่งเป็นองค์กรตุลาการ การให้นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจึงเป็นการเสียหายแก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก.ศป. จึงมีมติให้พักราชการนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่า ก.ศป.
จะพิจารณากรณีที่นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ถูกกล่าวหาแล้วเสร็จ

หากนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อ
ศาลปกครองกลาง หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองกลาง ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนี้

อนึ่ง ก.ศป. มีมติให้ นายปิยะ ปะตังทา รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานศาลปกครองสูงสุด ในระหว่างที่นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ถูกสั่งพักราชการ

จึงเรียนเพื่อโปรดทราบ

สำนักงานศาลปกครอง
วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘

 

ป้ายกำกับ: , , ,

แถลงผลิวิจัย พรุ่งนี้! ม.เกษตร เรื่อง”แนวทางการสร้างเสถียรภาพ อุตสาหกรรมยางพาราอย่างยั่งยืน” @ม.เกษตร (มีกำหนดการ)

ม.เกษตร

ม.เกษตร 2

 

ป้ายกำกับ: , ,

1 เม.ย.58! กสทช. เสวนา”โทรทัศน์ยุคดิจิตอล กลไกหลักการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์” @ม.กรุงเทพ (มีกำหนดการ)

(โพสต์ข้อมูล 31 มีนาคม 2558)

ขอเชิญร่วมงาน
เสวนาและการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย
เพื่อการติดตามผลการดำเนินงานและบริหารงานของ กสทช.

เรื่อง โทรทัศน์ยุคดิจิตอล กลไกหลักการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)
สู่เศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy)

โดย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกับ กตป. ด้านกิจการกระจายเสียงและด้านกิจการโทรทัศน์
ณ โรงละคร อาคาร ดร.เจริญ คันธวงศ์ ชั้น 16 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท

วันพุธที่ 1 เมษายน 2558

…………………………………………..

08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน

09.00 – 09.10 น. กล่าวเปิดการเสวนาฯ โดย นายพิชัย อุตมาภินันท์
กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. (กตป.)

09.10 – 09.40 น. การบรรยายพิเศษ หัวข้อ “บริบทในภาคของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกีฬามีความ
สอดคล้องอย่างไร และต้องการอะไรในยุค Digital Economy ผ่าน Digital TV”
โดย นายขจร วีระใจ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานปลัดกระทรวง
การท่องเที่ยวและกีฬา

09.๔0 – 09.50 น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม

10.00 – 12.00 น. การเสวนาเรื่อง “แนวทางปฏิรูปกฎหมายจาก สนช. สู่ World Digital Economy ด้วยกลไกโทรทัศน์ดิจิตอล” โดย

1. นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์
: กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
(กสทช.)

๒. นายสมชาย แสวงการ
: สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

๓. รองศาสตราจารย์ ดร. พนา ทองมีอาคม
: ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาบุคลากรและ
วิชาชีพสื่อ โทรทัศน์, สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

๔. ดร. ศิริกุล เลากัยกุล
: กรรมการกลยุทธ์องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย, ที่ปรึกษาอนุกรรมการ
ประชาสัมพันธ์สภาปฏิรูปแห่งชาติ, ประธานบริหาร บริษัท แบรนด์บีอิ้ง จำกัด

ผู้ดำเนินรายการ : นายดิเรก เจริญผล
: อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

12.00 – 12.20 น. การแสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมเสวนา

12.20 – 12.30 น. การสรุปปิดการเสวนา เรื่อง “โทรทัศน์ยุคดิจิตอล กลไกหลักการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) สู่เศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy)”
โดย : นายดิเรก เจริญผล

12.30 – 12.40 น. ปิดการเสวนา โดย นายพิชัย อุตมาภินันท์
: กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. (กตป.)

 

รายละเอียด..เต็มๆ! แผน ประมูล 4 จี กสทช. ใช้ทั้งคลื่น 1800 และ 900 MHz เคาะราคา ปลายปี 58 / ราคาเริ่่มต้น ยังไม่เคาะ รอ ITU สรุปอีก 2 เดือน.. ดูแผนเต็ม ตามนี้..

ดีเดย์ 4G ! กสทช.ใช้ 100 ลบ. จัดประมูล 4 จี พ.ย. และ ธ.ค. 58  ใช้ทั้งคลื่น 1800 และ 900MHz แต่เคาะราคาประมูลไม่พร้อมกัน มอบ ITU ทบทวนราคาเริ่มต้นประมูลใหม่ สรุปในมิ.ย.58

image

30 มี.ค.2558

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงว่า สำนักงาน กสทช. พร้อมจัดประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 4 จี ตามกรอบเวลาที่ได้เสนอคณะรัฐมนตรีสัญจร เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2558 โดยจะเริ่มกระบวนการประมูลตั้งแต่วันที่ 17 กรกฏาคม 2558 เป็นต้นไป เพื่อเตรียมจัดการประมูล โดยมีข้อสรุปว่าจะใช้คลื่น 1800 เมกกะเฮิร์ต และ  คลื่น 900 เมกกะเฮิร์ตประมูล โดยทั้ง 2 คลื่น กำหนดวันเคาะราคาประมูลไม่พร้อมกัน

สำหรับ คลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตนั้น สำนักงาน กสทช.กำหนดวันเคาะราคาการประมูลคลื่น 1800 เมกกะเฮิร์ต ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 จำนวน 2 ใบอนุญาต รวมความกว้างคลื่นคลื่นความถี่ 25 เมกกะเฮิร์ต  แบ่งเป็นใบอนุญาตละ 12.5 เมกกะเฮิรต์ โดยจะเริ่มนำร่างประกาศประมูลคลื่นควมถี่ไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะระหว่างวันที่ 17 กรกฏาคม 2558 – 17 สิงหาคม 2558 และคาดว่าจะสามารถนำไปประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาได้ ไม่เกินวันที่ 26 สิงหาคม 2558 จากนั้นจะสามารถประกาศเชิญชวน ผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่มารับเอกสารประกอบในการเตรียมการประมูล (รับซองประมูล)  ได้ประมาณวันที่ 28 สิงหาคม – 28 กันยายน 2558 และกำหนดให้ผู้สนใจสามารถยื่นเอกสารเพื่อร่วมประมูล (ยื่นซองประมูล) วันที่ 30 กันยายน 2558

จากนั้น จะสามารถพิจารราคุณสบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมประมูลภายในช่วงระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 21ตุลาคม 2558  และประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติวันที่ 21 ตุลาคม 2558  จากนั้น จะผู้เข้าร่วมประมูลซักซ้อมความเข้าใจ กฏกติกาการประมูล ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม – 10 พฤศจิกายน 2558  โดยคาดว่าจะออกใบอนุญาตให้ได้ในปลายเดือนธันวาคม 2558

สำหรับคลื่นความถี่ 900 เมกกะเฮิร์ต  สำนักงาน กสทช.กำหนดวันเคาะราคาการประมูล 15 ธันวาคม 2558 จำนวน 2 ใบอนุญาต รวมความกว้างคลื่นคลื่น 20 เมกกะเฮิร์ต  แบ่งเป็นใบอนุญาตละ 10 เมกกะเฮิรต์  โดยจะเริ่มนำร่างประกาศประมูลคลื่นควมถี่ไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม – 9 กันยายน 2558 และคาดว่าจะสามารถประกาศราชกิจจานุเบกษา ไม่เกิน 23 กันยายน 2558

จากนั้น จะประกาศเชิญชวน ผู้สนใจร่วมประมูล (รับซอง) ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 28 ตุลาคม 2558 และกำหนดให้ผู้สนใจยื่นซองประมูล วันที่ 30 ตุลาคม จากนั้นจะพิจารณาคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมการประมูลระหว่างวันที่ 2 – 20 พฤศจิกายน 2558 และจะประกาศผลผู้ผ่านคุณสมบัติ 20 พฤศจิกายน จากนั้นจะอยู่ในขั้นสร้างความเข้าใจกระบวนการประมูลสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติ 23 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2558 ก่อนจะประมูลแข่งเคาะราคาวันที่ 15 ธันวาคม และออกใบอนุญาตให้ผู้ชนะได้ต้นเดือนมกราคม 2559

นายฐากร ระบุว่า ระหว่างนี้ มีประเด็นที่ สำนักงาน กสทช.ต้องปรับปรุงตามข้อเสนอของ คณะรัฐมนตรี ได้แก่ 1.แก้ไขแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ โดยกสทช.ได้นำการ์ดแบนด์ จำนวน 2.5 เมกกะเฮิร์ต ของคลื่นย่าน 900 เมกฯ ไปรวมกับคลื่นที่มีอยู่เดิมจำนวน 17.5 เมกฯ เพื่อให้นำไปประมูลคลื่น 900 เมกฯ รวมทั้งสิ้น 20 เมกฯ โดยส่วนนี้คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 3 เดือน หรือแล้วเสร็จในเดือน กรกฏาคม 2558

2. ราคาเริ่มต้นการประมูล ซึ่งแต่เดิมสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู)  เคยศึกษาราคาเริ่มต้นการประมูลไว้เมื่อปี 2557 โดยคลื่น 1800 เมกกะเฮิร์ต มีราคาเริ่มต้นที่ 11,600 ล้านบาทต่อ 1 ใบอนุญาต   ส่วนคลื่นความถี่ 900 เมกกะเฮิร์ต ราคาเริ่ม 11,260 ล้านบาท ต่อ 1 ใบอนุญาต แต่การประมูลที่จะเกิดในปลายปี 2558  นั้น ขณะนี้ สำนักงาน กสทช.ได้ทำหนังสือให้ไอทียู พิจารณาทบทวนราคาเริ่มต้นการประมูลคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกกะเฮิร์ตภายใน 2 เดือนนี้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนมิถุนายน 2558

3. ปรับปรุงเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และรัฐต้องได้ประโยชน์สูงสุด โดยให้แยกการประมูลไม่พร้อมกัน ให้ทำครั้งละ 2 ใบอนุญาตและให้เพิ่มเงื่อนไขการประมูลว่า หากมีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมการประมูลเท่ากับ หรือ จำนวนน้อยกว่าใบอนุญาต จะต้องกำหนดให้มีการยกเลิกการประมูลในครั้งนั้น และกำหนดแนวทางการประมูลใหม่ หรือ กำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลขึ้นใหม่ให้เหมาะสม  ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน คาดจะแล้วเสร็จในช่วงเดือน กรกฏาคม 2558 ซึ่งประเด็นนี้ กสทช.อาจใช้วีธีกำหนดราคาตั้งต้นการประมูลเต็ม 100%  จากปกติ 70% ของราคาที่ประเมินมูลค่าคลื่น

4.  กสทช.จะจ้างผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลาง มาเป็นผู้บริหารจัดการประมูลคลื่นความถี่ให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรม โดยจะใช้เวลาส่วนนี้ประมาณ  3 เดือน หรือคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน กรกฏาคม 2558

สำหรับคลื่นความถี่ย่านอื่นๆ  สำนักงาน กสทช.อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการนำคลื่นไปใช้ ทั้ง 2300 และ 2600 เมกกะเฮิร์ต โดยจะตั้งคณะกรรมทำงานเตรียมการเพื่อเจรจาขอคืนคลื่นความถี่ ที่สามารถเจรจาได้ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งจัดตั้งกองทุนเพื่อชดเชยการเรียกคืนคลื่นความถี่ด้วย

พรุ่งนี้ สนง.เสนอแผนทั้งหมด ให้ที่ประชุมคณะกรรมการ โทรคมนาคม (กทค.) ของ กสทช. รับทราบ

ปล. ราคาตั้งต้น ตามตารางที่ สำนักงาน กสทช.ทำไว้ ที่ว่าเริ่มต้น 11,600 ล้านบาทนั้น เป็นราคา ที่เคยศึกษาไว้ปี 2557 เท่านั้น และ ความกว้างของคลื่นก็ไม่เท่ากับปัจจุบันที่เคาะมาล่าสุด กสทช.จึงให้ ITU ไปทบทวนใหม่ว่า จะปรับราคาหรือไม่ โดยจะได้ผลสรุปอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า หรือ มิถุายน 2558 ตามที่ กสทช.กำหนด ดังนั้น จึงยังไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิง หรือ สรุปได้ว่า กสทช.จะใช้ราคานี้เป็นราคาตั้งต้น

(กดคลิกที่ภาพ เพื่อขยายใหญ่)

Screenshot_2015-03-30-12-57-35-1[1]

Screenshot_2015-03-30-12-57-45-1[1]

Screenshot_2015-03-30-12-57-57-1[1]

Screenshot_2015-03-30-12-58-11-1[1]

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

มติ ตุลาการศาลปกครองทั่วประเทศ! เอกฉันท์ ไม่เห็นด้วย ร่างรธน. กำหนดให้การบังคับตามคำสั่ง และคำพิพากษา ศาลปกครอง ไปสังกัดศาลยุติธรรม ดังนี้

image

๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ 

ที่ประชุมสัมมนาตุลาการศาลปกครองทั่วประเทศมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เห็นด้วยกับ ร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้การบังคับเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งและคำพิพากษาของ ศาลปกครอง ดำเนินการโดยหน่วยงานบังคับคดีที่อยู่ในสังกัดศาลยุติธรรม     

วันนี้ ( ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘) ที่ประชุมสัมมนาตุลาการศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครองชั้นต้นทั่วประเทศ มีมติเป็นเอกฉันท์  ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้การบังคับเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งและคำพิพากษาของศาลปกครอง ดำเนินการโดยหน่วยงานบังคับคดีที่อยู่ในสังกัดศาลยุติธรรม  

สืบเนื่องจากกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการประชุมครั้งที่ ๕๒ วันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา (๔/๑/๒) ๑ (๖) โดยกำหนดให้มีกลไกในการบังคับคดีทางแพ่งและคดีปกครอง ในสังกัดศาลยุติธรรม ทำหน้าที่บังคับให้เป็นไปตามคำสั่ง คำพิพากษาของศาลยุติธรรม และศาลปกครองตามที่กฎหมายบัญญัติ (ปรากฏตามเอกสารแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๔๗ วันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘)

ที่ประชุมสัมมนาตุลาการศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครองชั้นต้นทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๒๗ ถึงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ที่โรงแรมรอยัล พลา คลิฟบีช อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้ร่วมกันพิจารณาข้อมูลและเอกสารที่ใช้ประกอบการสัมมนาร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นที่กำหนดให้มีกลไกในการบังคับคดีทางแพ่งและคดีปกครอง ในสังกัดศาลยุติธรรม ทำหน้าที่บังคับให้เป็นไปตามคำสั่ง คำพิพากษาของศาลยุติธรรมและศาลปกครองแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เห็นพ้องกับการที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยกร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว   เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ บัญญัติให้มีการจัดตั้งศาลปกครองเป็นศาลคู่ แยกต่างหากจากศาลยุติธรรม เพื่อให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่มีข้อพิพาททางปกครอง

ทั้งนี้ เพราะหน่วยงานทางปกครองและประชาชนไม่มีความเท่าเทียมกันในการค้นหาพยานหลักฐานเพื่อประกอบการฟ้องหรือต่อสู้คดี ศาลปกครองจึงกำหนดวิธีพิจารณาโดยใช้ระบบไต่สวน โดยศาลหรือตุลาการศาลปกครองจะมีบทบาทสำคัญในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างสูงสุด

ด้วยเหตุนี้ การบังคับให้เป็นไปตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลปกครอง ทั้งในการบังคับคดีปกครองทั่วไปและการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของคู่กรณีฝ่ายที่แพ้คดี ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาคดีปกครองภายหลังจากที่ศาลได้คำพิพากษาแล้ว จึงสมควรที่จะต้องดำเนินการโดยหน่วยงานบังคับคดีที่อยู่ในศาลปกครอง มิใช่สังกัดศาลยุติธรรม ตามร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว

 นอกจากนี้ ในการบังคับคดีปกครองเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลปกครอง จำเป็นต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างตุลาการศาลปกครองและบุคลากรของศาลปกครอง ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็วและประโยชน์ของคู่กรณีในการบังคับคดีเป็นสำคัญ สำหรับในส่วนของบุคลากรของศาลปกครองที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการบังคับคดีปกครองตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของ ศาลปกครอง ก็จำต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับหลักกฎหมายมหาชนและวิธีพิจารณาคดีปกครองเป็นสำคัญ

ซึ่งในการนี้ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองได้มีการพัฒนาบุคลากรในเรื่องดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะอยู่แล้ว และในการดำเนินงานที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาข้อขัดข้องที่จะทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาในการบังคับคดีได้แต่อย่างใด ดังนั้น การกำหนดให้ใช้กลไกการบังคับคดีของศาลที่มีวิธีพิจารณาที่แตกต่างกันย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง  

 

27 -28 มี.ค.58! กมธ.ยกร่างรธน. ร่วม สปช.-ส.พระปกเกล้า จัดเวทีประชาเสวนาหาทางออก “สานพลังประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย” (มีกำหนดการ)

(โพสต์บล็อก 25 มีนาคม 2558)

สถาบันพระปกเกล้าร่วม กับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สภาปฏิรูปแห่งชาติ  จัดเวทีประชาเสวนาหาทางออก“สานพลังประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย” ครั้งที่ 10

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม และ วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2558

ณ ห้องวายุภักษ์ ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

กำหนดการ
เวทีประชาเสวนาหาทางออก “สานพลังประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย”
จัดโดย คณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมกับ สภาปฏิรูปแห่งชาติ และสถาบันพระปกเกล้า
ระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม และวันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๘
ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ
________________________________________
วันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘

เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๔.๑๕ น. พิธีเปิด

พิธีกรกล่าวแนะนำ สปช./กรรมาธิการ/อนุกรรมาธิการ
ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ประธานอนุกรรมาธิการ กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี
กล่าวเปิดการเสวนา และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ”
โดย ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

เวลา ๑๔.๑๕ – ๑๔.๓๐ น. พักรับประทานอาหารว่าง
และรับป้ายชื่อบริเวณหน้าห้องประชุม

เวลา ๑๔.๓๐ – ๑๕.๓๐ น. บรรยายเรื่อง “แนวคิดหลักการประชาเสวนาหาทางออก”
โดย

ศาสตราจารย์ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์
ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

ดร.ถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
และประธานอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

เวลา ๑๕.๓๐ – ๑๗.๐๐ น. อภิปรายเรื่อง “กฎ กติกา การสร้างฉันทามติ กิจกรรมสัมพันธ์
และมอบโจทย์การเลือกประธานรุ่น” โดย

ศาสตราจารย์ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์
ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

ดร.ถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
และประธานอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

วิทยากรประจำกลุ่มย่อยพาผู้เข้าร่วมสัมมนาดูห้องประชุมกลุ่มย่อย

เวลา ๑๗.๐๐ – ๑๘.๐๐ น. รับประทานอาหารเย็น
(นั่งตามกลุ่มจังหวัดเพื่อพูดคุยหาผู้ประสานงานจังหวัด)

เวลา ๑๘.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ประชาเสวนาหาทางออก ๘ กลุ่ม เรื่อง “ภาพอนาคตประเทศไทย”โดย วิทยากรประจำกลุ่มย่อย

เวลา ๒๐.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. อภิปรายผลการประชุมกลุ่มย่อย (กลุ่มย่อยละ ๕ นาที)

โดย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ

เวลา ๒๑.๐๐ – ๒๑.๑๕ น. พักรับประทานอาหารว่าง

เวลา ๒๑.๑๕ น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๘

เวลา ๐๖.๓๐ – ๐๗.๓๐ น. รับประทานอาหารเช้า

เวลา ๐๗.๓๐ – ๐๘.๐๐ น. ลงทะเบียน และตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ-นามสกุล
เพื่อจัดทำเกียรติบัตร

เวลา ๐๘.๐๐ – ๐๙.๐๐ น. อภิปรายเพื่อทบทวนกระบวนการ และมอบโจทย์การเสวนา
โดย ศาสตราจารย์ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ /ดร.ถวิลวดี บุรีกุล/
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ

เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ประชาเสวนาหาทางออกตามโจทย์ที่แต่ละกลุ่มได้รับเพื่อหาคำตอบว่า

– เราจะทำอย่างไรให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นจริงได้
– ใครควรเข้ามาร่วมรับผิดชอบบ้าง
– เราแต่ละคนจะมีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง

*** รับประทานอาหารว่างในห้องประชุมย่อย ***
ทำแบบสอบถาม“หลัง”การประชาเสวนา และแบบประเมินความพึงพอใจ

เวลา ๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน

เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๔.๓๐ น. อภิปรายผลการประชุมกลุ่มย่อย (กลุ่มย่อยละ ๕ นาที)
และสรุปผลการสานพลังประชาชนเพื่อเสนอกรรมาธิการ
ยกร่างรัฐธรรมนูญ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ

โดย ศาสตราจารย์ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ /ดร.ถวิลวดี บุรีกุล

เวลา ๑๔.๓๐ – ๑๕.๐๐ น. พิธีมอบเกียรติบัตร และปิดการประชุม
โดย รองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
—————————————————————-

 

ป้ายกำกับ: , ,

30 มี.ค.58! ป.ป.ช. แถลง ชวนส่งผลงานเข้ารับการพิจารณารางวัลองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 5 (มีกำหนดการ)

wpid-screenshot_2015-01-19-12-12-53-1.png

(โพสต์บล็อก 25 มีนาคม 2558)

กำหนดการ แถลงข่าวเชิญชวนส่งผลงานเข้ารับการพิจารณารางวัลองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 5

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2558 เวลา 13.00 – 15.30 น.

ณ ห้องนนทบุรี 2 อาคาร 4 สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนนนทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี …………………………………………………………………………………………………….

13.00 น. สื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติลงทะเบียน รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม ชมนิทรรศการของสำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานที่ได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใสในปีที่ผ่านมา

13.30 น. พิธีกรแนะนำการจัดกิจกรรม รับชมวีดิทัศน์การมอบรางวัลองค์กรโปร่งใสในปีที่ผ่านมา

13.50 น. การแถลงข่าว โดย

– นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความสำคัญ วัตถุประสงค์ ระยะเวลาในการเปิดรับส่งข้อมูลสำหรับการพิจารณามอบรางวัลองค์กรโปร่งใส

– ดร. สมภพ อมาตยกุล ผู้แทนของคณะอนุกรรมการมอบรางวัลองค์กรโปร่งใส กล่าวถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณารางวัลองค์กรโปร่งใส – ผู้บริหารหน่วยงานที่ได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 4 กล่าวถึงความรู้สึกในการได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใส

15.10 น. สื่อมวลชนซักถาม

15.30 น. ถ่ายภาพร่วมกัน / เสร็จพิธี

 

จ่อแจงประมูล 4G! เลขา กสทช. แจ้งจะแถลงวีคหน้า ขอคิดรอบคอบ-กระทบหลายหน่วย หลังมีข้อเสนอจาก รบ. ให้ดูคลื่นอื่นด้วยร่วมด้วย

image

เตรียมแจงประมูล 4G! นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขา กสทช. แจ้งว่า สัปดาห์หน้า จะแถลงความคืบหน้าจัดการประมูล 4G  หากได้รับเอกสารเป็นทางการ เกี่ยวกับ ผลประชุมคณะกรรมการด้านเตรียมความพร้อมดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นปธ. อย่างเป็นทางการ 

ทั้งนี้ เพื่อความถูกต้องและชัดเจน  เนื่องจาก คำนึงว่าเป็นประเด็นสำคัญที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน  
และมีผลต่อเศรษฐกิจ และความต้องการใช้บริการของประชาชนในระดับสูง

********
ขออธิบายข้อมูลสั้นๆ เพิ่มเติมนะคะ..
เผื่อท่านใดสนใจเกี่ยวกับทิศทางการประมูล 4G

– ภาพแรก.. เป็นข้อมูล ตามแผนงานที่ “กสทช.” จะทำ คือ คลื่น 1800 ที่หมดสัมปทานไปแล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว ..แผนปี 2557   กสทช. คาดว่า จะเอาคลื่น 1800 ซึ่ง เป็นเครือข่าย “ทรูมูฟ”เฉยๆ กับ “ดีพีซี” (เครือข่ายเอไอเอส 2จี ) ซึ่งกสทช. ทำแผนศึกษาไว้แล้ว

– แต่เกิดเหตุยึดอำนาจ โดยคสช. ต่อมา มีการร้องเรียนไป คสช.ว่า การประมูล รวมถึงการทำหน้าที่ของ กสทช.  ทางคสช. จึงออกคำสั่ง ฉบับ 94/2557  ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2557 ระงับการประมูลคลื่นความถี่ ออกไป 1 ปี (ทำให้คำสั่งมีผลถึง 17 ก.ค.ที่จะถึงนี้)

– เมื่อคำสั่งใกล้สิ้นสุด.. ประกอบกับ ช่วงนี้ รบ.โหมความเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้ กสทช. หารือ + เสนอแผนประมูลให้ คสช.ดูเป็นระยะตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

และล่าสุด  กสทช. ก็เห็นแนวโน้มว่า การประมูลจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ หรือ ต้นปีหน้าแน่ หลังคำสั่งคสช.สิ้นสุด จึงเสนอขอให้ ยกเลิกคำสั่ง คสช.ฉ.94

และกสทช.เองก็ตัดสินใจว่าจะเพิ่มคลื่น 900MHz ที่จะหมดสัมปทานในสิ้นปีนี้ เข้ามาประมูลร่วมด้วย (ส่วนจะประมูลพร้อมกับ 1800 หรือ ประมูลคนละวัน หรือ วันเดียวกัน รวมกัน ประเด็นเหล่านี้ ยังไม่เคาะ)

..ประเด็นที่เป็นจุดเปลี่ยน…คือ

– 18 มี.ค.2558 มีประชุมคณะกรรมการเตรียมความพร้อมด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (นายกฯ ปธ.) นัดแรก มีวาระประมูล 4 G พิจารณา โดยเสนอแผนประมูล คลื่น 1800 และ 900Mhz

image

– ภายหลังประชุม กก.เตรียมความพร้อมฯ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร รองนายกฯ แถลงว่า กก.ฯ ไฟเขียวให้ กสทช. จัดประมูล 4 จี โดยเร่งให้เร็วขึ้นเป็นเดือนสิงหาคม 2558

แต่ไม่อยากให้ กสทช. หมกมุ่นที่จะเอาแค่คลื่นเดิมที่กสทช.คิดไว้มาทำ แต่อยากให้มองคลื่นทุกคลื่นที่เห็นว่า น่าจะมีประโยชน์ มาประมูลด้วย เช่น คลื่น 2300 หรือ 2600 MHz

– ประเด็นดังกล่าว… นำไปสู่ ภาพ ที่ 2 ..

image

image

– หลังการแถลง.. จนถึงขณะนี้ ทำให้.. เห็นภาพชัดขึ้นว่า.. การประมูล 4G ที่กำลังจะเกิดขึ้น มีประเด็นน่าสนใจ ที่ต้องติดตามกันต่อไป

1. อำนาจ ระหว่าง กสทช. กับ กก.เตรียมความพร้อมดิจิทัล

2. คลื่นที่จะนำมาใช้ประมูล เดิม มี 1800 และ 900 ของฝ่ายกสทช. แต่ตอนนี้ มีคลื่น 2300 และ 2600 ตามการยกตัวอย่างของ กก.เตรียมความพร้อมฯ

3. กรอบเวลาเดือน ส.ค.58 ที่จะต้องประมูล กสทช.จะทำกระบวนการทันหรือไม่

4. นักวิชาการ – นักกม.ที่จับตามประเด็น 4 จีมาต่อเนื่อง มองว่า การใช้คลื่น 2300 หรือ 2600 ตามที่คณะกก.เตรียมความพร้อมฯ เสนอ อาจต้องเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ เพราะยังไม่เคยศึกษา และยังมีปัญหาที่อาจต้องตีความทางกม. เกี่ยวกับ การเป็นเจ้าของคลื่น

5. ระหว่างนี้ เป็นที่รับทราบกันว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันแก้ กม.เศรษฐกิจดิจิทัล 10 ฉบับ และถูกสังคมจับตาถึงความโปร่งใส หนึ่งในนั้น คือ แก้ร่าง พรบ.กสทช. ทำให้มีการประเมินว่า อาจเกิดจุดพลิกผันขึ้นได้กับการประมูล 4 จี และอำนาจ บทบาทของ กสทช.

6. รูปนี้… ทำข้อมูลเปรียบเทียบให้เห็นว่า ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น หากจะมีการประมูลเกิดขึ้น จะต้องศึกษาเรื่องอะไรบ้าง

image

โปรด…ติดตาม..ตอนต่อไปพร้อมๆ กัน..

 

เสวนา น่าสน! 19-20มี.ค.58 แพทย์ พยาบาล จุดเสวนา“ดวงตาในยุคเทคโนโลยี (มีกำหนดการ)

“ดวงตาในยุคเทคโนโลยี  (Eye in High Technology Era)”

พฤ.19-ศ.20มีค.58 โรงแรมเอเซียแอร์พอร์ต
โดย ศูนย์ตาธรรมศาสตร์
แพทย์ พยาบาล ผู้เข้าอบรมประมาณ 250 คน

พฤหัสบดี 19 มีนาคม 2558
9-9.30น. – พิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษ : พณฯนพ.ดร.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

9.30-10น. – Morning Break

10-10.30น.- Technology and the Eye : Pro and Con ผศ.ดร.จีราภรณ์  กรรมบุตร Moderator
* ฝ่ายสนับสนุน : อ.นพ.วรนาถ ทัตติยกุล
* ฝ่ายคัดค้าน : รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์

10.30-11.30น. – เทคโนโลยี 2015 ในการรักษาต้อกระจก
* Laser Cataract Surgery ฝันที่เป็นจริง : ผศ.พญ.วิมลวรรณ ตั้งปกาศิต (30 นาที)
* เลนส์แก้วตาเทียมในอุดมคติ : รศ.พญ.มัญชิมา มะกรวัฒนะ (30 นาที)

11.30-12น. ไขข้อสงสัย”นวดตารักษาสารพัดโรคตา” : รศ.พญ.มัญชิมา มะกรวัฒนะ

12-13น. TRB Chemedica Lunch Symposium “The Big Role of Lid Hygiene in Eye Patient” : อ.นพ.ดำรงค์ วิวัฒน์วงศ์วนา รพ. มหาราชนครเชียงใหม่

13-14.30น. – เทคโนโลยี 2015 กับศัลยกรรมตกแต่งดวงตา : อ.นพ.ดวงมนตรี โรจน์ดำรงวัฒนา Moderator

* ตาสวยด้วยแพทย์ : อ.พญ.กาญจณา ลีลาภัทรานุรักษ์ รพ.เมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) (30 นาที)

* ใครๆก็อยากรู้..ยากินวิเศษบำรุงดวงตา?? : ผศ.พญ.พรระวี เพียรผดุงรัตน์ (30 นาที)

* ฉีดฟิลเลอร์ตาบอดได้อย่างไร : อ.นพ.ดวงมนตรี โรจน์ดำรงวัฒนา (30 นาที)

14.30-15น. AFTA Afternoon Break Symposium : Practical Point for DR.Screening for Ophthalmic Nurse ผศ.นพ.กิตติชัย อัครพิพัฒน์กุล

15-16.30น. – ยาใหม่ๆเลือกใช้อย่างไรดี

* น้ำตาเทียม 50 ยี่ห้อ??? : อ.นพ.วรนาถ ทัตติยกุล (30 นาที)

* AntiVEGF ยาวิเศษสำหรับโรคจอตา ผศ.นพ.ไพบูลย์ บวรวัฒนดิลก (30 นาที)

* ยาต้อหิน ยุคหน้าไม่ต้องผ่าต้อหินแล้ว : อ.พญ.ทิพย์นภา พัฒนธำรงเกษม (30 นาที)

ศุกร์ 20 มีนาคม 2558

8.30-9.30น. – ไขข้อสงสัยข่าวลือเรื่องตาในโซเชี่ยลเน็ตเวิลค์ : รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ Moderator

* แสงสีฟ้าจากจอมือถือทำให้ตาบอด : อ.ธนาธร ทะนานทอง
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต (30 นาที)

* เด็กเล่น Smart Phone ทำให้สายตาสั้น??? : อ.นพ.วรากร เทียมทัต รพ.เลิดสิน (30 นาที)

9.30-10น. – ปัญหากฎหมายกับเทคโนโลยีสารสนเทศกับการพยาบาล : อ.ดร.นพ.ศักดา อาจองค์ วัลลิภากร รพ.รามาธิบดี

10-10.30น. – กฏหมายกับการทำงานของพยาบาลเวชปฏิบัติทางตา : ผศ.จงรักษ์ ศุภกิจเจริญ

10.30-11น. Novartis Morning Break Symposium : เทคโนโลยีใหม่ในการรักษาโรคจอตา : ผศ.นพ.ณวพล กาญจนารัณย์

11-12น. – การกำหนดกรอบตำแหน่งข้าราชการพยาบาลในกระทรวงสาธารณสุข : Moderator พว.ฐิติรัตน์  แสงรัศมีเพ็ญ : ดร. กาญจนา จันทร์ไทย ผอ. สำนักการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

12-13น. – Alcon Lunch Symposium  Topic: IOLs selection for cataract patients : อ.พญ.อัจฉรียา วิวัฒน์วงศ์วนา รพ. มหาราชนครเชียงใหม่

12:00 -12:15 Material and design of IOLs.

12.15 – 12.30 Why should we correct astigmatism in cataract patients?

12.30 -12.40 Q&A

12.40 – 13.00 Astigmatism Simulation Station Alcon Staffs

13.00-14.20น. – งานวิจัยสู่นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง : พว.ปริศนา  ปทุมอนันต์ Moderator

* iPad Color Vision Test : รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ (20 นาที)

* Sak Chart ดีกว่า Snellen Chart อย่างไร : รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ (20 นาที)

* นวัตกรรมจากหอผู้ป่วยใน : พว.กษมา เสวราภี (20 นาที)
* นวัตกรรมจากรพ.เด็ก : พว.ณัฐสุดา เสมทรัพย์ (20 นาที)
14.00-14.30น. – Modernized Operative Room พว.นวชล จงเปรมกิจไพศาล
14.30-16.00น. – Smart Phone สู่การเป็นพยาบาลตาล้ำยุค : พว.อารมณ์ทอง ทองโต Moderator
* การใช้ Smart Phone ถ่ายภาพตา : ผศ.นพ.ณวพล กาญจนารัณย์ (30 นาที)
* Applications ที่ใช้ได้จริงและ Technology เพื่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยตา : อ.นพ.ธนาพงษ์ สมกิจรุ่งโรจน์ จุฬาลงกรณ์ (1 ชั่วโมง)
16.00น.ปิดการประชุม

 

[บทความพิเศษ] นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล กับการจัดสรรคลื่น 4G ของรัฐบาลประยุทธ์ โดย อ.สมเกียรติ ตั้งกิจวนิชย์ TDRI

image

16 มีนาคม 2558

นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล กับการจัดสรรคลื่น 4G ของรัฐบาลประยุทธ์

สมเกียรติ ตั้งกิจวนิชย์

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

เศรษฐกิจดิจิทัลคือ เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภาคการผลิตต่างๆ อย่างเข้มข้น ทำให้ประเทศไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความสามารถในการแข่งขันได้   เศรษฐกิจดิจิทัลแบบใหม่ (New Digital Economy) ในปัจจุบัน แตกต่างจากเศรษฐกิจดิจิทัลแบบเดิม (Old Digital Economy) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2 ทศวรรษแล้ว กล่าวคือ ในขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลแบบเดิมเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  เศรษฐกิจดิจิทัลแบบใหม่เกิดจากการใช้สมาร์ทดีไวซ์ (smart device) เช่น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต  ซึ่งติดต่อสื่อสารกันผ่านเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง (wireless broadband) เช่น 3G

การที่สมาร์ทดีไวซ์ใช้งานได้ง่ายกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมาก ทำให้เกิดการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวในวงกว้าง แม้กระทั่งในหมู่ของผู้ที่ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ตมาก่อน  และทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ มากมายในแทบทุกสาขาเศรษฐกิจ แม้กระทั่งบริการแท็กซี่ ดังตัวอย่างของ Uber และบริการในลักษณะเดียวกัน    

มีการประมาณการกว่า ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีสมาร์ทดีไวซ์ประมาณ 30-33 ล้านเครื่อง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 65 ล้านเครื่องหรือประมาณ 2 เท่าในอีก 4 ปีหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการใช้คลื่นความถี่เพิ่มขึ้นอีกมาก จนเกินกว่าบริการ 3G จะรองรับได้     การใช้สมาร์ทดีไวซ์ในระดับสูงดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่า คนไทยมีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลแบบใหม่มากพอสมควร   

การที่รัฐบาลประยุทธ์ประกาศนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลจึงเป็นการส่งสัญญาณที่ดีมากและเป็นการประกาศนโยบายที่ออกมาถูกที่และถูกเวลา    อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือ มาตรการส่วนใหญ่ของรัฐบาลที่กำหนดขึ้นมา ไม่ได้ช่วยส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะมุ่งใช้กลไกภาครัฐซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน ในขณะที่ละเลยกลไกตลาด ตลอดจนไม่มีมาตรการลดอุปสรรคต่างๆ ในการประกอบธุรกิจ      นอกจากนี้ ท่าทีของคสช. และรัฐบาลต่อการจัดสรรคลื่น 4G ยังสวนทางกับการมุ่งสู่เศรษฐกิจดิจิทัลแบบใหม่ โดย คสช. มีคำสั่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2557 ให้ กสทช. ชะลอการประมูลคลื่น 4G ออกไปถึง 1 ปี โดยไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนในการมีคำสั่งดังกล่าว

ย้อนหลังไปเมื่อปี 2555  กสทช. ได้เคยเตรียมการประมูล 4G  โดยเตรียมนำเอาคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ของบริษัท True Move ที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานมาประมูล  แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ประมูล เพราะ กสทช. มีมติให้ขยายเวลาการให้บริการของ True Move ตามสัมปทานออกไป โดยอ้างว่าไม่สามารถจัดการประมูลได้ทัน ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์มากมาย    การประมูลคลื่น 4G ยังล่าช้าออกไปอีกครั้งเมื่อ คสช. มีคำสั่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2557 ให้ชะลอการประมูลออกไปอีก 1 ปีดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น    แม้ในเดือนธันวาคม 2557 กสทช. ได้ขออนุญาตให้มีการประมูลคลื่น ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจาก คสช.  และประชาชนไม่เคยทราบเหตุผลของการที่ คสช. ยังไม่อนุญาตใหัมีการประมูลคลื่น 4G ซึ่งก่อให้เกิดการคาดเดาต่างๆ

การประมูลคลื่น 4G ล่าช้า ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการในตลาดโทรคมนาคมไทย ดังปรากฏว่า นักวิเคราะห์หลักทรัพย์เคยวิเคราะห์ว่า ผู้ประกอบการที่ได้ประโยชน์จากการประมูลที่ล่าช้าออกไปคือ True Move  ในขณะที่คู่แข่งอีก 2 รายเสียประโยชน์   ที่สำคัญ การประมูลคลื่นที่ล่าช้าก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อคนไทย ที่เสียโอกาสในการได้ใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จนล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและกัมพูชา และทำให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศต้องล่าช้าออกไป ซึ่งขัดขวางนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

นอกจากนี้ ในระหว่างเวลาที่ คสช. ให้ชะลอการประมูลคลื่น 4G ออกไปนั้น ไม่ปรากฏว่า รัฐบาล และ คสช. ได้ดำเนินการอะไรเพื่อแก้ไขปัญหาของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ซึ่งเกิดจากการแข่งขันที่จำกัดของผู้ประกอบการเพียง 3 รายคือ AIS, DTAC และ True Move เช่น ไม่ได้แก้ไขกฎหมายให้มีการเปิดเสรีตลาดโทรคมนาคมเพื่อให้มีผู้ประกอบการรายใหม่  และไม่ได้แก้ปัญหาธรรมาภิบาลของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. เลย   มีแต่การเร่งผลักดันกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งก็ไม่ได้ตอบโจทย์ในเรื่องดังกล่าว และเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิของประชาชนเกินสมควร   นอกจากนี้ คำสัมภาษณ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องในคณะรัฐมนตรีก็ยังเพิ่มความสับสนและความสงสัยให้มากขึ้นต่อเจตนาของรัฐบาล    

ผู้เขียนทราบจากข่าวว่า จะมีการประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัลชุดชั่วคราว ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 18 มีนาคมนี้   ผู้เขียนหวังว่า จะเกิดความชัดเจนในการประมูล 4G ในวันนั้น โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช. จะใช้โอกาสดังกล่าวในการประกาศเลิกคำสั่งให้ชะลอการประมูลคลื่น 4G และส่งสัญญาณให้ กสทช. ดำเนินการจัดประมูลคลื่นโดยเร็ว   ในกรณีที่ยังไม่อนุญาตให้มีการประมูล 4G  ผู้เขียนก็หวังว่า ประชาชนจะได้ทราบเหตุผลอย่างชัดเจนว่า การประมูล 4G โดยเร็วนั้น จะก่อให้เกิดผลเสียต่อประเทศอย่างไร จึงสมควรต้องชะลอต่อไป