RSS

Monthly Archives: มิถุนายน 2019

เมื่อต้องเข้าถ้ำหลวง..! ประสบการณ์.. ทำให้รู้ว่า.. ถ้าจะเข้า”ถ้ำน้ำ..” แบบ ถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ต้อง… #เรื่องเล่าถ้ำหลวง

เขียนบล็อก : 29 มิถุนายน 2562

ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าว ThaiPBS

เมื่อต้องเข้าถ้ำหลวง..! ประสบการณ์.. ทำให้รู้ว่า.. ถ้าจะเข้า”ถ้ำน้ำ..” แบบ ถ้ำหลวง และ ถ้ำทรายทอง ในวนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน หรือถ้าจะขึ้นเขาไปแถวจุดน้ำมุด.. ดูเส้นทางน้ำเหนือถ้ำ..จุดที่น้ำมุดลงสู่ถ้ำหลวง.. อ.แม่สาย จ.เชียงราย..

รองเท้า..แบบ..มีขายนี้แถวตลาดแม่สาย.. คู่ละ 140 -180 บาท (ขึ้นกับความสามารถในการเจรจาต่อราคา) เหมาะใส่เข้าไปทำข่าว..ภายในถ้ำมากที่สุด..ทำให้ทรงตัวดี..เกาะยึดพื้นที่มีสภาพเป็นน้ำ..โคลน.. หิน..ได้ดี..

“..ถ้ำน้ำ..” คือ ถ้ำที่นักสำรวจบอกว่าเป็นถ้ำที่ยังมีชีวิต.. มีระบบนิเวศน์สมบูรณ์ .. ทุกสรรพสิ่งเกื้อกูลกัน..ทั้งถ้ำ..น้ำ..สัตว์ถ้ำ.. และระบบนิเวศน์..

ถ้ำน้ำ..เป็นถ้ำที่มีน้ำไหลหลากในหน้าน้ำ..ตั้งแต่ปลายมิถุนายน / กรกฏาคมเป็นต้นไป..น้ำท่วมขังยาวนานจนข้ามปี และจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเข้าหน้าร้อน..

ส่วนหน้าร้อน..กว่าระดับน้ำจะลดลง..แต่ก็ยัง มีโคลนเคลือบผนังถ้ำ..น้ำขัง.. น้ำฉ่ำๆ แฉะๆ.. อย่างในช่วง เมษายน – พฤษภาคม ..

.. เราจึงเข้ากันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2562..พร้อมทีมสำรวจธรณี เป็นช่วงที่ไม่มีฝนตก.. อุณหภูมิข้างนอกถ้ำ ร้อนมาก..ร้อนระอุทะลุ 40 องศาฯ ด้วยซ้ำ …

แต่พอเข้ามาในตัวถ้ำหลวง.. เหมือนคนละโลก.. ความฉ่ำเย็น.. มีลมพัดเย็นสบายในหลายช่วง.. มีโครงสร้างธรณีที่น่าสนใจหลายประเด็น…

.. ThaiPBS..สำรวจจากปากถ้ำ.. ไปถึง “จุดพบเด็ก” 13 หมูป่า.. ตอนนี้ ได้คำตอบชัดเจนแล้วว่า จุดที่เด็กๆ อยู่กันเพื่อรอการช่วยเหลือ ไม่ใช่ “เนินนมสาว” ..แต่ผู้เชี่ยวชาญที่เคยสำรวจถ้ำหลวงมาหลายครั้งอย่าง “พี่รัก” กมล คุณงามความดี อดีต จนท.วนอุทยานถ้ำหลวงฯ เรียกว่า โซน “พัทยา บีช”

การสำรวจจุดนี้.. ทีมธรณีวัดระยะทางได้ 2,297 เมตร ห่างจากปากถ้ำ เกือบ 3 กิโลเมตร.. ซึ่งตามข่าวช่วงแรกๆ มีการสื่อสารกันว่า จุดที่เด็กติดถ้ำอยู่ห่างจากปากถ้ำ 6-7 กิโลเมตร .. บางแห่งบอกว่า กว่า 10 กิโลเมตร.. ตอนนี้ ได้ชุดข้อมูลที่ชัดเจนด้วยการวัดระยะทางโครงสร้างได้แน่ชัดแล้ว..

ทีมข่าว..เดินเลยจากจุดพบเด็ก..ออกไปอีกเพื่อติดตามทีมธรณีสำรวจต่อไปอีก.. แต่ไปไกลได้อีกแค่ราวๆ 700 เมตร ..ก็เจอแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ขวางตรงหน้า.. ทีมธรณีวางพิกัดสุดท้ายไว้ที่นี่…

ไปต่อไม่ได้แล้ว.. เพราะอุปสรรคน้ำขวางหน้า.. ก็ถอยมาสำรวจ เก็บข้อมูล ลงรายละเอียดมากขี้น..ในจุดที่สำรวจได้

เป้าหมาย … ผลิต “แผนที่ถ้ำหลวง”.. ฉบับทางการ..

โจทย์ใหญ่และโจทย์ยาก..จากเหตุการณ์เด็กติดถ้ำ.. ที่ไม่มีใครเคยรู้ว่า โครงสร้างถ้ำภายในที่แท้จริงเป็นอย่างไร.. งานนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรธรณี จึงจับมือทำงานร่วมกัน.. เพื่อเดินหน้าสู่การเรียนรู้ของสาธารณะ..

รออีก 3 เดือน..นับจากนี้การประมวลข้อมูลต่างๆ ของทีมธรณี หลังจากเก็บข้อมูลในถ้ำหลวง.. อาจได้เห็นความชัดเจนมากขึ้นอีก..

#เรื่องเล่าถ้ำหลวง

โฆษณา
 

ป้ายกำกับ: , , , ,

วิกฤตสุดๆ..วันฐานทัพแตก! หลายคนอาจไม่รู้ #เรื่องเล่าถ้ำหลวง ย้อนความทรงจำ 28 มิ.ย.61 วันน้ำถาโถมทะลักปากถ้ำ ช่วงค้นหา 13ชีวิตติดถ้ำ

เขียนบล็อก : 27 มิ.ย.2561

ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าว ThaiPBS

วิกฤตสุดๆ..วันฐานทัพแตก! เรื่องเล่า..ย้อนเหตุการณ์ถ้ำหลวง..หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ..ช่วงเวลาหนึ่ง.. ที่ทุกฝ่ายระดมกำลังค้นหาเด็กๆ กันเต็มกำลังภายในตัวถ้ำหลวง แต่มวลน้ำที่ไหลหลากถาโถมจากด้านในถ้ำทะลักมาถึง โถง 3 .. ฐานปฏิบัติการของซีลไทย จนทั้งซีล และทุกคนที่อยู่ในถ้ำขณะนั้นทั้งหมดต้องถอยออกมาจากถ้ำ.. และเรียกกันว่า “วันฐานทัพแตก” แต่ยังลุยปรับแผนงานการค้นหาและช่วยเหลือเด็กๆ กันรอบใหม่ โดยทุกฝ่ายไม่สิ้นความหวัง และไม่ละความพยายาม

****************************

คำถาม : เหตุการณ์ถ้ำหลวง ในช่วงนั้นยังต้องค้นหาเด็กๆ ทั้ง 13 ชีวิต.. อะไรคือช่วงความวิกฤตที่สุดในสถานการณ์ ที่พี่รักเผชิญคะ ?

ช่วงหนึ่ง ของการสัมภาษณ์ “พี่รัก”กมล คุณงามความดี ชายชุดแดง บัดดี้ข้างกาย มิสเตอร์ เวอร์นอน อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ..

พี่รัก : “… วันที่ 28 มิ.ย.2561 ครับ.. เวลาประมาณตีหนึ่งครึ่ง ย้อนไปตอนนั้นมีคุณจอห์น/ คุณริค / คุณโรเบิร์ต (นักดำน้ำถ้ำชาวอังกฤษ) มิสเตอร์เวอร์ ผม ทหารอีก 2 นาย … ผมจำนายทหารได้ว่าชื่อ พี่เกมส์กับน้องโอทั้งหมด 7 คน เราเข้าตัวถ้ำหลวงเวลาประมาณ 3 ทุ่มนะครับ นักดำน้ำต่างชาติเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำอังกฤษที่เชิญตัวมา

..วิกฤตที่สุดคือ คุณจอห์น/ คุณริค/ คุณโรเบิร์ต เริ่มดำจากจุด 900 เมตร เขาเรียกว่า “จุดลงรู” ถ้าผู้ปฏิบัติงานจะทราบดีว่า ความกว้างแค่ 2 ฟุต นะครับ เขาเริ่มดำผ่านไปประมาณซัก 2-3 ชั่วโมง ราวๆ เที่ยงคืนแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากเขาดำกลับมาพร้อมกับมวลน้ำมหาศาลที่ตามเขามาฟองอากาศบุ๋มๆๆ วันนั้นเป็นวันที่วิกฤตที่สุดคือน้ำขึ้น 10 นาที 1 ฟุต …. 10 นาทีฟุตนึง… 10 นาทีฟุตนึง…

พวกผมยอมรับว่าแบกถังออกซิเจนทุกคนน่ะ แบกถังออกซิเจนหนีออกมาหน้าปากถ้ำนะครับ จากจุด 900 เมตรเราไม่ได้วิ่งดุ่ยๆ เราต้องข้ามเขา..ข้ามเหว…ข้ามหินครับ เราวิ่งออกมาถึงปากถ้ำ วันนั้นน่ะถ้าผู้ปฏิบัติงานจะทราบ เค้าเรียกว่า “วันฐานทัพแตก”นะครับ ฐานทัพแตกข้างหน้านี่อยู่กันไม่ได้ มิสเตอร์เวอร์เตือนแล้ว คุณเวอร์เขาแจ้งแล้วว่าให้รีบออกไป ผมก็แจ้งต่อท่านทั้งหลายว่ามวลน้ำตามหลังผมมานะครับ ให้ท่านรีบเคลื่อนย้ายเพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าหน้าโถงท่วมแน่นอน มีโอกาสช็อตสูง

แล้วเป็นไปดังที่ผมแจ้ง และมิสเตอร์เวอร์แจ้ง ก็คือช่วงตีหนึ่งครึ่งถึงตีสองที่ผมออกมากันนะครับ วันนั้นเป็นวันที่วิกฤตที่สุดและผมได้รับบาดเจ็บ ก็คือผมล้มนะครับ ก่อนที่ผมจะแบกถังออกซิเจนเข้าไปดำน้ำกับทีมอังกฤษ ผมเพิ่งลงมาจากยอดเขาดอยจ้อง ลงมาปุ๊บผมก็มาสแตนด์บายรอ เพราะ มิสเตอร์เวอร์แจ้งแล้วว่า ทีมนักดำถ้ำชาวอังกฤษจะมาถึงแล้วนะรัก เดี๋ยวนำทีมอังกฤษเข้าไปนะ วันนั้นผมล้มนะครับตอนที่เข้าไปช่วยค้นหาเด็กๆ ด้วยใจเป็นห่วง ถึงขนาดต้องไปทำแผลที่คลินิกที่โรงพยาบาลนะครับ คือมันเป็นความรู้สึกที่แย่มากที่ว่าทำไมตัวผมถึงมีกำลังแค่นี้ที่จะช่วยเหลือเด็กนะผมพยามแล้วนะครับ..”

“.. หลังจากนั้น มีการถอนกำลังก่อนครับ หลังจากที่น้ำทะลุทะลักออกปากถ้ำ มีการถอนกำลังทั้งหมดถอดเครื่องมือทั้งหมดมาปรับเปลี่ยนรูปแบบแบบแผนใหม่ ซึ่งทางผบ.นรข. อันนี้ผมทราบข้อมูลมาแล้ว ก็คือท่านจะเริ่มวางถังออกซิเจนวางไกด์ไลน์วางอะไรคือท่านไม่ท้อครับ ผมแจ้งท่านแล้วว่าผมเห็นทุกอย่างตอนที่เค้ากำลังออกมา แม้แต่ทางคุณจอห์น คุณริคแล้วก็คุณโรเบิร์ตเองเขาก็ไม่ท้อครับ แม้ว่าน้ำทะลักออกมาแล้วนะ แต่วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็ดำน้ำต่อของเขา เขาก็ไปของเขา ไม่ต้องวางแผนเขาเข้าไปเลย นับถือใจท่านจริงๆ เลย ว่าท่านทำได้อย่างไรครับ เขาทำให้คนไทยทั้งโลกทราบแล้วว่าเขาสามารถดำน้ำไปจนพบเด็กๆ ได้ ท่านเก่งมากครับ..”

#เรื่องเล่าถ้ำหลวง