RSS

Author Archives: PatNews

About PatNews

(ปัทม์) ภัทราพร ตั๊นงาม Hot News - Cool News ฝุ่น-ฟ้า-ฝน / บก-เรือ-อากาศ /เศรษฐกิจ-การเมือง /WAR & PEACE /RED - YELLOW

พฤติกรรม..ก๊วนจีนปั่น like! คำบอกเล่า..จากผู้ให้คนจีนเช่าบ้าน คดีซิมโทรศัพท์ปริศนา 3.47 แสนเบอร์ ตัวการหลักยังหนีลอยนวล 

18 มิถุนายน 2560 

ผู้เขียน : ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าว”Thai PBS” 

พฤติกรรม..ก๊วนจีนปั่น like! คำบอกเล่า..จากผู้ให้คนจีนเช่าบ้าน คดีซิมของกลางปริศนา 3.47 แสนเบอร์ ตัวการหลักยังหนีลอยนวล เผยบ้านเช่าคนจีนใช้ไฟเดือนละ 4,500 บาท นอนกลางวัน ทำงานกลางคืน มีหญิงคนไทยจัดหาบ้านเช่าให้..ใช้เป็นฐานปฏิบัติการปั่นยอดวิว ..

ไทยพีบีเอส..พูดคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง..ดูแลหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่กลุ่มชาวจีนไปเช่าบ้านอยู่ ทีมข่าวสอบถามที่มาที่ไปของกลุ่มคนจีนเหล่านี้ 

– เริ่มเข้ามาเช่าได้อย่างไร ..? 

ตอบ : มีผู้หญิงไทย เป็นข้าราชการ ในจัดหวัดสระแก้ว สอบถามและว่าจะมีคนจีนมาเช่า ซึ่งปกติ ที่นี่ ก็ให้คนต่างชาติเช่าอยู่บ้าง เลยไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะเราทำตามกฎของ ตม.ชัดเจน ว่า ถ้ามีต่างชาติมาอยู่ ให้แจ้งภายใน 24 ชั่วโมง เอาหลักฐานพาสปอร์ต วีซ่า เดินทางไปแสดงให้ ตม.รับทราบ 

– เริ่มเข้าอยู่ในบ้านเมื่อไหร่ ..? 

ตอบ : เขาก็มากัน เดือนกุมภาพันธ์ 2560 คนจีน ตอนแรกมาคนเดียว ยังไม่มีเพื่อนคนจีน แล้วก็หญิงไทย ซึ่งทำงานแถวนี้ เราก็เอาบัตรปชช. ผู้หญิง แล้วก็พาสปอร์ตคนจีนมา เพราะเขาเป็นผู้เช่า ตอนมาก็เห็นว่า หิ้วกระเป๋ามาใบเดียว ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ  มีพักหลัง ที่มีเพื่อนชาวจีนเขามาเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้อะไรแจ้งตม. แล้วก็ไม่ได้สนใจ เพราะเขาอยู่บ้านเดียวกัน เขาพูดจีน เราสื่อสารไม่ได้ มีอะไรที่จะต้องติดต่อ ก็โทรผ่านผู้หญิงคนนี้ เขาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับคนจีน

– กำหนดสัญญาเช่าอย่างไรบ้าง เหมือนกับคนอื่นไหม

ตอบ : ปกติเราทำสัญญา 1 ปี ทั่วไปอยู่แล้ว แต่กรณีนี้ เขาเจรจา ขอเช่าอยู่ 6 เดือน มีต่อรองกัน เขาให้เหตุผลว่า จะอยู่ระยะสั้น แป๊ปเดียวเดี๋ยวจะย้ายไปที่อื่นแล้ว เราก็ตกลง ให้เช่าบ้าน เป็นบ้าน 2 ชั้น ราคาเดือนละ 15,000 บาท มัดจำล่วงหน้า 2 เดือน 

– พฤติกรรมการใช้ชีวิตของชาวจีนในบ้านเป็นอย่างไร

ตอบ : ก็เห็นและได้ยินคนในหมู่บ้าน ใกล้ๆ บ้านเขาบอกว่า นอนกันตอนกลางวัน และทำงานกันตอนกลางคืน แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า เขาทำอะไรกันในบ้าน จนวันที่ตำรวจไปจับ ถึงรู้ว่า มีซิมโทรศัพท์มากมาย และมีอุปกรณ์มือถือ เครื่องโทรศัพท์จำนวนมาก ก็เพิ่งมาเห็นตอนเป็นข่าวแล้ว อย่างที่บอก เราไม่ได้สนใจรายละเอียดในบ้านเขา ก็เหมือนผู้เช่ารายอื่น ที่เมื่อให้เช่าแล้ว เราก็ไม่ได้สนใจอะไร 

– เคยให้เขาส่งของ พัสดุ หรือ มีพัสดุ สิ่งของมาส่งบ้างหรือไม่ 

ตอบ : เคยเห็นค่ะ เป็นกล่องๆ มาส่งเป็นระยะ และช่วงแรกๆ เขายังมาขอชื่อและที่อยู่บ้านเราไปด้วย เพื่อให้เรารับของพัสดุแทนเขา รับมาก็เอาไปให้เขา 2 ครั้ง หลังจากนั้น ก็โทรบอกผู้หญิงไทยให้เขาทราบว่า เราจะไม่รับฝากของอีกแล้ว ไม่ใช่อะไร เราแค่รู้สึกว่า ไม่สบายใจ เพราะไม่รู้ว่า ของที่รับแทนมาเป็นอะไร 

ใจเราก็ไม่อยากยุ่งกับเรื่องแบบนี้แต่แรกแล้ว เพราะหนึ่งเขาเป็นต่างชาติ ยิ่งเป็นคนจีนพูดก็ไม่รู้เรื่องกันอยู่แล้ว เคยได้ยินมาเหมือนกันว่า คนจีนไปเช่าบ้านในประเทศไทย ทำโน่น..ทำนี่ แต่เราก็ไม่ได้คิดว่า บ้านเราที่ให้เช่าจะมีปัญหา

หลังจากนั้น ก็แจ้งผ่านผู้หญิงไทย ให้คนจีนติดต่อรับส่งพัสดุเอง เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น เราก็ไม่อยากไปมีส่วนร่วมรับผิดด้วย 

– ตอนรับพัสดุ..ได้สังเกตไหมว่าเป็นอย่างไร ส่งผ่านมาทางไหน 

ตอบ :  ไม่ได้สังเกตมากค่ะ แต่ตอนรับจะมีรถขนส่งสินค้าของเอกชนทั่วไปเป็นผู้ขนส่งมาให้ รับมาแล้ว ก็ไม่เคยเขย่า เพราะกลัวว่าของๆ เขาจะแตก หรือ เสียหาย เดาไม่ได้ด้วยว่า เป็นซิมโทรศัพท์หรือไม่ เพราะเป็นกล่องสีน้ำตาลทึบแบบกล่องใส่ของปกติ

– คนจีนเคยฝากส่งของไหม..?

ตอบ : ไม่เคยค่ะ 

–  อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ อื่นๆ เข้ามาอยู่ในบ้านคนจีนได้อย่างไร ..?  ( ตำรวจยึดของกลางคดีนี้ไว้ คดีแรกรวม 21 รายการ คดีสองรวม 17 รายการ รวมซิมมือถือกว่า 3.47 เบอร์) 

ตอบ : (หัวเราะ) ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ อย่างที่บอก เหมือนคนเช่าบ้านทั่วไป ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เราทำแค่ที่ ตม.บอก คือรายงานใน 24 ชม. เมื่อเขามาเช่สบ้านจากนั้นก็จบ ถ้าเขาไม่ได้ต้องการอะไร ก็ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับเขา  วันที่ตำรวจจับ เจอแผงโทรศัพท์ ก็ไม่ได้อยุ่ด้วย แต่ทางตำรวจโทรตามให้ไปช่วยชี้ตัว เอาจริงๆ นะยังตกใจเลยตอนเห็นข่าว เห็นภาพแผงมือถือ อุปกรณ์อะไรมากมายขนาดนั้น ก็ยังสงสัยว่า เขาไปขนเข้าบ้านกันมาตอนไหน


– บ้านหลังนี้ มีข้อมูลไหมว่า การจ่ายค่าไฟ คนจีนจ่ายค่าไฟเดือนละเท่าไหร่ ( ถามประเด็นนี้ เพราะเห็นจากแผงวางมือถือ ตามรูปนะคะ มีการชาร์ตไฟ..เสียบแบตกัน อุปกรณ์ไอทีทั้งนั้น ถ้าจะใช้งานแบบนี้ ค่าไฟน่าจะเป็นตัวบอกข้อมูลอะไรได้บ้าง) 
ตอบ : ทราบค่ะ ค่าไฟบ้านนี้พุ่งสูงกว่า บ้านหลังอื่นๆ ค่าไฟเฉลี่ยรวมก็ตกเดือนละ 4,000 บาท – 5,000 บาท ถ้าเปรียบเทียบกับค่าไฟบ้านหลังอื่นๆ ก็ประมาณ 1,000 บาท

– เหตุเกิดขณะนี้ เขาโดนจับกันแล้ว มีใครจ่ายค่าเช่าบ้านหรือยัง

ตอบ : โอ้ยยย ..ยังไม่จ่ายเลยค่ะ เขาติดค่าเช่าของเดือนพฤษภาคมอยู่งวดนึงด้วย ของมิถุนา เดือนนี้ ไม่ต้องคิดถึงเลย แต่ก็จะไม่ทวงนะ ไม่เอา ยอมปล่อยไม่อยากมีปัญหา 

– จากนี้ จะมีแนวทางให้คนต่างชาติเช่าบ้านอีกหรือไม่ 

ตอบ : (หัวเราะ) ไม่เอาแล้ว เข็ดแล้วค่ะ ชาติไหนก็ไม่เอาแล้ว ให้คนไทยเช่าดีกว่า อย่างน้อยก็ยังคุยสื่อสารกันรู้เรื่อง นี่ยังดีนะว่าไม่โดนไปด้วย แต่เราก็แสดงความบริสุทธิ์ใจแต่แรกแล้ว อย่างเขามาเช่า เราก็รีบบอก ตม. ไม่ได้ปกปิดอะไร ..ตำรวจถามอะไร ก็บอก ก็ให้ความร่วมมือ ..ขนาดนักข่าวมาถามเรายังบอกเลยนี่ ไม่อยากปิด ไม่มีประโยชน์อะไร 

 – คดีนี ตำรวจเชิญไปสอบปากคำอย่างไรบ้างแล้ว..?

ตอบ : ก็มีช่วงแรก อ่อแล้วก็เมื่อคืนนี้ ตำรวจโทรมาเชิญไปให้ปากคำเมื่อ 3 ทุ่ม และชี้ตัวบุคคลที่เป็นคนจีนอีกคนหนึ่ง เพราะตำรวจยังจับไม่ได้อีกคนหนึ่ง  ด้วยการดูรูปผ่านสำเนาพาสปอร์ตว่าตรงตัวกันหรือไม่ ก็ยืนยันไปว่าใช่ เพราะเป็นคนหลักที่มาขอเช่าบ้าน เป็นคนที่ยื่นพาสปอร์ตมาตอนเข้าอยู่ แต่ตอนนี้ ตำรวจว่ายังหลบหนีอยู่

************

หมายเหตุ : ..พูดคุยกันราวๆ เกือบ ครึ่งชั่วโมง ที่ศาลารอรถ ข้างทาง ใกล้ๆ หมู่บ้านที่เกิดเหตุ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว


 

อัพเดท 5 วันผ่าน..!  คดี ซิมโทรศัพท์ปริศนา 347,000 เบอร์ หลังจาก ตร.อรัญฯ สระแก้ว จับ 3 คนจีน พร้อมอุปกรณ์คอมพ์-ไอโฟน 500 เครื่อง

17 มิถุนายน พ.ศ.2560 
5 วันผ่าน!  คดี ซิมโทรศัพท์ปริศนา 347,000 เบอร์ หลังจาก ตร.อรัญฯ สระแก้ว จับ 3 คนจีน พร้อมอุปกรณ์คอมพ์-ไอโฟน 500 เครื่อง

…ขอสรุปคร่าวๆ นะคะในประเด็นเหล่านี้..

1.สรุปความคืบหน้า  

2.ผลตรวจสอบ 

3.ปมที่มา..พบซิมไทยส่วนหนึ่งมาจากกัมพูชา..?

4. กสทช.ยังไงต่อ..?

5. ตำรวจ..รออะไร..? 

6. เชื่อ-ไม่เชื่อ ปัญหาคาใจ? 

7. คนเราจะซื้อซิมจำนวนมากๆ ได้หรือไม่ ?


 1.สรุปความคืบหน้า

– ช่วงเวลานี้ 4-5 วันมานี้.. เป็นบรรยากาศแห่งการสแกนบาร์โค้ทของค่ายมือถือ ทั้ง AIS / Dtac และ True ที่ สถานีตำรวจ (สภ.อรัญประเทศ) ห่างชายแดน ราวๆ 5-6 กม. (โรงเกลือ- ปอยเปต) 

– วันๆ .. ก็จะได้ยินเสียง …ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด….ติ๊ดๆๆๆๆๆ ระรัว..มือเป็นระวิง..  ภายใต้ระยะเวลา ที่ต้องเร่งสแกนบาร์โค้ทซิมกว่า 347,000 ซิม.. ให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด



– AIS ระดมทีม 30 คน .. ใช้เวลา ..วันเดียวจบ สแกน 105,485 เบอร์ 

– Dtac มาวันแรกเมื่อ 2 วันก่อน..มาถึงก็ครึ่งบ่ายแล้ว งานไม่จบ.. สแกนได้ 16,000 เบอร์ … วันต่อมา (เมื่อวาน) เพิ่มคน..เพิ่มเครื่องสแกน เพิ่มคนช่วย เริ่มตั้งแต่เช้า จนถึง 5 ทุ่ม ปิดจ็อบสแกนสำเร็จ 104,439 เบอร์ วันนี้เจอทีมดีแทค ตาโหลไปตามๆ กัน

– Truemove จริงๆ มาถึง สภ.อรัญฯ ค่ายแรกช่วงหลังเกิดเหตุแรกๆ แต่ใช้วิธีสุ่มสแกนบาร์โค้ทซิม ทำไปได้ 7,000 เบอร์ แล้วทิ้งไป 2 วัน เข้าใจว่า .. ทาง ตำรวจ หรือ กสทช. แจ้งว่าการสแกนต้องทำทุกชิ้นที่เป็นของกลาง … 

มาวันนี้เลยงานงอก เพราะ อีก 2 ค่าย AIS กับ Dtac ทำเสร็จไปแล้ว .. แต่ True ยังต้องสแกนที่เหลืออีกนับแสนเบอร์ เพราะของ True โดนยึดเป็นของกลางมากที่สุด 131,000 เบอร์ วันนี้ จึงได้ยินเสียง ติ๊ดๆๆๆๆ ตั้งแต่เช้า 


– แล้วข้อกำหนด กสทช. คือ ทั้ง 3 ค่าย ต้องส่งรายงานเบอร์ ให้ กสทช. ทราบภายในวันนี้ … คือ ต้องทราบว่า ของกลางเหล่านี้.. ใช้เบอร์อะไร
– เพื่อ กสทช.จะสรุปรายงานส่งให้ตำรวจ

2. ผลตรวจสอบ (ยังไม่สรุป..แต่มีอัพเดท)

– การสแกนบาร์โค้ทซิมโทรศัพท์ ของทั้ง 2 ค่ายมือถือที่แล้วเสร็จไปแล้ว ทำให้ กสทช.ได้รับแจ้งเบื้องต้นว่า บางเบอร์ พบว่า มาจากกัมพูชา และภาคกลางของไทย

เบื้องต้น..บางซิมที่ตรวจสอบพบว่าถูกเปิดใช้งานแล้ว…. และลงทะเบียนซิม ..แต่ ยังไม่มีใครบอกได้ว่า… ลงทะเบียนโดยใคร  

3.ปมที่มา..พบซิมไทยส่วนหนึ่งมาจากกัมพูชา..?

– พูดคุยสอบถามกับแหล่งข่าวหลายคน สันนิษฐานคล้ายๆ กันว่า เป็นการใช้งานบริเวณชายแดน และบางส่วนเป็นข้อสันนิษฐานจาก กสทช. ว่า อาจมีกลุ่มทัวร์ ที่ไปเที่ยวในปอยเปตแล้ว แจกซิมฟรีของค่ายมือถือ รวมในแพคเกจท่องเที่ยว และแพคเกจเข้ากาสิโน 

– โดยคาดเดาว่า ผู้จัดแพคเกจ เป็นผู้จัดหาซิมฟรีของไทย จะจัดเตรียมไว้ให้ใช้ระยะสั้นๆ ในแพคเกจกิน-นอน-เที่ยว-โทร พอเข้าไปฝั่งปอยเปตได้  แต่ถ้าไม่มีใครใช้ ก็ทิ้งๆ ไป..ขายส่งแบบเหมาเข่ง หรือ เป็นถุง ก็มีความเป็นได้ แต่จะไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นล็อตของกลาง 3.47 แสนซิมแน่นอน

4.กสทช.ยังไงต่อ..?
– นำไปสู่การรอตรวจสอบ..ของ 3 ค่ายมือถือที่จะรายงาน…หลังรู้เบอร์..ก็จะรู้แหล่งที่มาของซิม.. เมื่อรู้แหล่งที่มาแล้ว ..ที่มานั้นจะเป็นตัวบอกข้อมูลอะไรได้หลายๆ อย่างในตัวซิมมันเอง เช่น 

ซิมนี้มาจากภูมิภาคไหน / จังหวัด / เขต / อำเภออะไร / 

ลงทะเบียน..ด้วยบัตรประชาชน.. มีหรือไม่ 

ถ้าไม่…ค่ายมือถือก็งานเข้าเต็มๆ … (ต้องไปเจอคำสั่งลงโทษจาก กสทช.) 


แต่ถ้ามีลงทะเบียน..คือใคร .. เป็นคนไทย หรือ ต่างชาติ

การลงทะเบียนเป็นตัวบุคคล หรือ ในนามตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) 

– ข้อมูล จาก กสทช.เท่าที่เคยทำข่าว กสทช. มาหลายประเด็น ข้อมูลดิบๆ ภาพรวมเบอร์โทรฯ ในตลาดอุตสาหกรรมซิมโทรศัพท์ ขณะนี้มี 120 ล้านเบอร์ 

ในจำนวนนี้ เป็นเบอร์ระบบเติมเงิน 90% 

และมีประมาณ 20% ของจำนวนซิมทั้งหมด.. เป็นการลงทะเบียนในนามตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) 


5. ตำรวจ..รออะไร..? 
-หลังจากฝากขังผู้ต้องหา คนจีน 3 คนไปแล้ว … ตอนนี้ รอข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น…จาก ค่ายมือถือ และ กสทช. ซึ่งต้องสรุปเป็นเอกสารรายงานส่งให้ตำรวจ เพื่อนำมาขยายประเด็นการสอบสวน

6. เชื่อ-ไม่เชื่อ ปัญหาคาใจ? 
– ข้อกล่าวอ้างของคนจีน..เอาซิมกว่า 3.47 แสนซิมไป สมัครสมาชิกวีแชท 

– ด้วยการเอาซิม ใส่เครื่องอ่านเบอร์ (แอคซิม) โดยไม่หักเบอร์ออกมา คือ ไม่ได้ใช้งานโทรศัพท์ แต่อยากรู้เบอร์โทรอย่างเดียว เพื่อเอาเบอร์ไปลงทะเบียนสมัคร”วีแชท” แอพยอดฮิตของคนจีน (ฮิตแบบไหน.. ก็ฮิตแบบคนไทย เล่น Facebook อารมณ์ประมาณนั้น) 

– เพื่อเอาไอดี วีแชท ไปสมัคร เพจออนไลน์ของจีน เพื่อปั่นสินค้า ยอดวิว ยอดไลค์ ยอดแชร์

– ทำกันที่สระแก้ว แต่อ้างว่า บริษัทแม่ที่ประเทศจีน เป็นคนสั่ง และเป็นผู้จัดหาซิมมือถือมาให้ โดยมีการส่งกันในประเทศไทย ตร.บอก ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า มาเป็นกล่องบ้างๆ ลังบ้าง มาครั้งละมากๆ 

7. คนเราจะซื้อซิมจำนวนมากๆ ได้หรือไม่ ?

ได้ อยากซื้อเท่าไหร่ก็ได้…ไม่มีกฎหมายห้าม ..ต้องลงทะเบียนด้วยบัตร ปชช. 

ว่าแต่ว่า..คนๆ หนึ่ง… หรือ คน 3 คน..ถ้ามีซิม 3 แสน 4 หมื่น 7 พันเบอร์ อยู่ในครอบครอง… 

..เป็นคุณจะเอาซิมเหล่านี้..ไปทำอะไรได้บ้าง..?  

 

แถลงการณ์! มูลนิธิกระจกเงา ต่อ สตช. สืบเนื่องจากพบศพเด็กหญิง ถูกฆาตกรรมมัดถ่วงน้ำ จ.สมุทรปราการ 


แถลงการณ์! มูลนิธิกระจกเงา ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สืบเนื่องจากกรณี พบศพเด็กหญิงอายุประมาณช่วงวัยรุ่นตอนต้น ถูกฆาตกรรมมัดถ่วงน้ำในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จนถึงบัดนี้ยังไม่ทราบว่าเด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นใคร  มูลนิธิกระจกเงาในฐานะหน่วยงานรับแจ้งเหตุคนหาย มีข้อเรียนเสนอแนะต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรยกระดับศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม ให้มีโครงสร้างและผู้ปฏิบัติงาตประจำ ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลคนหาย วิเคราะห์ ประสานงาน ประชาสัมพันธ์ และติดตามคนหาย ในลักษณะกองบังคับการ ที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทั่วประเทศ

2.พัฒนาระบบการรับแจ้งเหตุคนหาย ให้มีฐานข้อมูลออนไลน์ได้ทั่วประเทศ เพื่อให้การรับแจ้งเหตุและรวบรวมข้อมูล ทำได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูล และช่วยเหลือคนหายได้อย่างทันท่วงที

3.สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มีทัศนคติที่ดีต่อการบริหารจัดการคนหายในแต่ละประเภท  โดยเฉพาะกลุ่มเด็กหายที่สมัครหนีออกจากบ้าน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในคนหายทุกประเภท เนื่องจากหลายกรณีพบว่า เด็กสมัครใจหนีออกจากบ้าน ถูกกระทำความรุนแรงหรือถูกก่ออาชญากรรมภายหลังหายออกจากบ้าน ซึ่งการช่วยเหลือติดตามอย่างทันท่วงที จะเป็นการลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ

4.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรออกหนังสือเวียนย้ำกับทุกสถานีตำรวจและประชาสัมพันธ์ต่อสังคม ว่า ปัจจุบันสามารถแจ้งความคนหายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้หายครบ 24 ชม.  

5.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรจัดให้มีการทบทวน และอบรมความรู้ในการสืบสวนติดตามคนหายประเภทต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน และสร้างความรู้ความเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันของปัญหาคนหาย  สำหรับการทำงานช่วยเหลือและป้องกันต่อไป  

ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา 

13 มิถุนายน 2560

 

​[บทความพิเศษ] “โลกยุค 5G และไอโอที อยู่อย่างไรให้ปลอดภัย” โดย :  ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.

2 เมษายน 2560

“โลกยุค 5G และไอโอที อยู่อย่างไรให้ปลอดภัย”

บทความพิเศษโดย :  ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) 

“..เทคโนโลยีนำมาซึ่งความสะดวกสบายในชีวิต เทคโนโลยีการสื่อสารทำให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกมุมโลก ทำให้คนที่แม้จะอยู่คนละทวีป พบปะและสื่อสารกันได้บนโลกออนไลน์ โดยไม่ต้องไปมาหาสู่กันจริงๆ ทำให้เราสามารถค้นหาสินค้าจากต่างประเทศและสั่งซื้อพร้อมชำระเงินออนไลน์ แล้วรอรับสินค้าที่จะถูกส่งมาถึงบ้าน ระบบอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อข้อมูลอย่างกว้างขวางนี้ จึงถูกขนานนามว่า อินเทอร์เน็ตของข้อมูลข่าวสาร และผู้ที่ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตก็คือคนเรานั่นเอง

หลายปีที่ผ่านมา นอกจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างคนกับคน เริ่มมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างคนกับสิ่งของ หรือสิ่งของกับสิ่งของ จนเรียกกันว่า อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งหรือไอโอที (Internet of Things) ตัวอย่างเช่น กล้องวงจรปิดหรือเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้านที่เราสามารถควบคุมทางไกลด้วยอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ หรือแม้แต่การขับเคลื่อนของรถยนต์ไร้คนขับ เป็นต้น

แต่ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายที่ยังมีข้อจำกัด ทำให้การเชื่อมต่อสิ่งของต่างๆ มักทำได้ดีเฉพาะการเชื่อมต่อเครื่องใช้ประจำที่ผ่านอินเทอร์เน็ตประจำที่ซึ่งวางสายเข้าสู่บ้านหรือสำนักงาน หากจะมีการเชื่อมต่อสิ่งของต่างๆ มากมายจริง เราต้องออกแบบโครงข่ายไร้สายให้รองรับปริมาณการสื่อสารขนาดมหาศาลและหนาแน่นในทุกพื้นที่ และต้องรองรับการตอบสนองได้ฉับไว เพราะการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนเราต้องการความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ

เทคโนโลยี 4G ไม่สามารถรองรับความต้องการลักษณะนี้ได้ แต่ 5G ที่กำลังจะมาถึง ได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว หากเราควบคุมรถยนต์ผ่านระบบ 4G ซึ่งมีความหน่วงในการตอบสนอง (Latency) จะเกิดอุบัติเหตุมากมายบนท้องถนน แต่ผลการทดลอง 5G ในปัจจุบันสามารถลดความหน่วงของสัญญาณไปกลับหนึ่งรอบเหลือเพียงสองในพันส่วนของวินาที ทำให้สามารถควบคุมอุปกรณ์ทางไกลได้ฉับไวเกือบเหมือนควบคุมด้วยมือของเราเอง การผ่าตัดทางไกล การกู้ภัยในพื้นที่อันตราย จะปลอดภัยยิ่งไปกว่าในปัจจุบัน

ดูเหมือนไอโอทีทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเรามีคุณภาพดียิ่งขึ้น เราจะมีระบบบ้านอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ จนหลายคนเฝ้ารอการมาถึง แต่ทุกเรื่องราวก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ที่ผ่านมาอินเทอร์เน็ตของข้อมูลทำให้เยาวชนเข้าถึงการพนันออนไลน์ แหล่งยาเสพติด และสื่อลามก ผู้ก่อการร้ายเข้าถึงความรู้ในการสร้างอาวุธทำลายล้างชีวิต คนบางกลุ่มใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างข่าวลวงหรือใส่ร้ายคนอื่น มิจฉาชีพสวมรอยเพื่อแฮ็กบัญชีธนาคารหรือบัญชีเครือข่ายสังคมออนไลน์ การหลอกลวงและการฉ้อโกงผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นข่าวที่พบได้ทุกวัน

แล้วในยุค 5G ไอโอที จะแย่ไปกว่าปัจจุบันได้ขนาดไหน จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนร้ายจะหลอกลวงอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย ไม่เพียงแต่หลอกลวงคนอย่างในปัจจุบัน

ในการประชุม Mobile World Congress 2017 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีการพูดถึงระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้บริหาร SoftBank เล่าว่า พนักงานของบริษัทคนหนึ่งนัดทานอาหารเที่ยงกับภรรยา ขณะนั่งรอภรรยาในร้านก็ใช้เวลาว่างทดสอบระบบรักษาความปลอดภัยของกล้องวงจรปิดสาธารณะ เพียงแค่ช่วงเวลาก่อนภรรยาเดินทางมาถึง เขาแฮ็กกล้องวงจรปิดได้หนึ่งล้านสองแสนตัว

และในการประชุมดังกล่าวได้มีการสาธิตการแฮ็ก BabyCam (กล้องวงจรปิดเฝ้าดูทารก) กาต้มน้ำ และเครื่องทำกาแฟ โดยใช้เวลาไม่กี่วินาที โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เราท์เตอร์อินเทอร์เน็ตตามบ้านหลายร้อยล้านเครื่องทั่วโลกถูกแฮ็กได้ง่ายมาก โดยเฉพาะเราท์เตอร์ที่ติดตั้งมานานและไม่มีการอัพเดทเฟิร์มแวร์เพื่ออุดช่องโหว่เรื่องความปลอดภัย ทำให้คนร้ายแฮ็กอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เชื่อมต่อได้ไม่ยาก

การแฮ็กโดยทั่วไปมีเป้าหมายสองกลุ่ม หนึ่งคือกลุ่มบุคคลสำคัญ มีชื่อเสียง หรือฐานะดี เพื่อล้วงความลับหรือเจาะข้อมูลลับต่างๆ หรือขโมยทรัพย์สินทางออนไลน์ อย่างเช่น กรณีวิกิลีกส์เผยแพร่ข้อมูลว่าหน่วยสืบราชการลับบางประเทศบันทึกเสียงสนทนาภายในบ้านของเหยื่อผ่านสมาร์ททีวีที่ปิดอยู่ และจริงๆ แล้วในกรณี BabyCam คนร้ายสามารถบันทึกวิดีโอได้ด้วย

เนื่องจากการแฮ็กแต่ละครั้งต้องใช้ทรัพยากรและเวลา คนร้ายจึงจะไม่เสียเวลาทำแบบนี้กับประชาชนทั่วไป เพราะประโยชน์ตอบแทนไม่คุ้มค่า แต่คนทั่วไปก็เป็นเป้าหมายกลุ่มที่สอง เพราะระบบรักษาความปลอดภัยมีช่องโหว่ โดยหลักแล้วคนร้ายจะแฮ็กอุปกรณ์อะไรก็ได้ชิ้นแรก แล้วใช้เป็นเกตเวย์ในการแฮ็กอุปกรณ์ที่เหลือทั้งหมดในบ้าน แล้วสร้างทราฟฟิคไปโจมตีเซิร์ฟเวอร์หรือเว็บไซต์เป้าหมายอีกชั้นหนึ่ง เรียกว่าการโจมตีแบบดีดอส (Distributed Denial of Service) ทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายพร้อมๆ กันจากอุปกรณ์ทั่วโลกหลายล้านชิ้น ยากต่อการหาต้นตอการโจมตี

แล้วใครต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ในอดีตเวลาเครื่องคอมพิวเตอร์ติดไวรัส เราจะโทษผู้ใช้งาน ไม่มีใครกล่าวโทษผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ หรือกล่าวโทษเจ้าของระบบปฏิบัติการ เพราะความเสี่ยงในการติดไวรัสมักจะมาจากพฤติกรรมการใช้งาน ผู้บริโภคต้องติดตั้งโปรแกรมตรวจฆ่าไวรัสเอง แต่ในกรณีเครื่องทำกาแฟอัจฉริยะหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ผู้บริโภคก็เพียงแต่ใช้งานตามคู่มือการใช้งานตามปกติ หรือรถยนต์ไร้คนขับ ผู้โดยสารก็นั่งเฉยๆ ไม่ได้ควบคุมรถ หรือมีพฤติกรรมแผลงๆ แต่อย่างใด จะให้เป็นผู้รับผิดแบบเดิมๆ ได้อย่างไร ดังนั้น ในโลกยุคไอโอที อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องถูกฝังระบบรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Security by Design) และกรณีที่พบช่องโหว่ต้องมีการออก patch หรืออัพเดทเฟิร์มแวร์อัตโนมัติ เพราะในอนาคตแต่ละบ้านอาจมีอุปกรณ์ไอโอทีนับร้อยชิ้น การจะให้ผู้บริโภคคอยอัพเดทเฟิร์มแวร์เองทุกชิ้นในแต่ละเดือน ก็คงไม่เหลือเวลาไปทำอะไรอื่นอีก นอกจากนี้ อาจต้องมีการทำประกันภัยที่เกิดจากการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ อีกด้วย และต้องวางแนวทางในการกำหนดผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเกี่ยวข้องกับหลายบริษัท เช่น ผู้ผลิตชิพ ผู้ผลิตตัวอุปกรณ์ ผู้ผลิตซอฟต์แวร์หรือแอพ ผู้รับผิดชอบระบบสื่อสาร และผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ เป็นต้น

ประเด็นที่ต้องคุ้มครองผู้บริโภคในยุคไอโอที ยังมีเรื่องการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล เพราะธุรกิจจะใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analysis) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทำให้สามารถวิเคราะห์โปรไฟล์ของผู้บริโภคแต่ละคน จนบางครั้งรู้ดีกว่าตัวผู้บริโภคคนนั้นเสียอีก และหากมีการรั่วไหลหรือลักลอบขายข้อมูล ก็จะเกิดผลเสียรุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ จึงต้องมีการออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการดูแลและใช้ประโยชน์ข้อมูลส่วนบุคคล และต้องยึดหลักการพื้นฐานว่า การใช้ประโยชน์อื่นใดจากข้อมูล ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเสมอ

ในส่วนประเด็นความเป็นส่วนตัว ต่อไปเราอาจพบเห็นโดรนบินเต็มท้องฟ้า หากไม่มีการกำกับดูแล โดรนจะสามารถรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของแต่ละบ้านได้ไม่ยาก และอุปกรณ์เซ็นเซอร์ต่างๆ ในบ้านที่เราติดตั้งเพื่อดูแลความปลอดภัย ก็ใช้เป็นเครื่องมือระบุว่ามีใครอยู่ในห้องไหนหรือบ้านไหนหรือไม่ กำลังนั่ง ยืน หรือนอนอยู่ หรือแม้แต่สมาร์ทมิเตอร์ก็อาจบอกได้ว่าในบ้านมีคนอยู่หรือไม่ ส่วนอุปกรณ์พกพาติดตัว (Wearable Device) ก็ใช้ระบุตำแหน่งผู้ใช้งานได้ คนร้ายจึงสามารถใช้ติดตามเรา หรือใช้ตัดสินใจบุกเข้าบ้านเราเวลาปลอดคนก็ได้

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า ผู้บริโภคไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย เพราะต่อให้ระบบรักษาความปลอดภัยดีเพียงใด แต่หากเราเป็นผู้มอบกุญแจ หรือเป็นผู้ไขประตูให้คนร้ายเข้ามาในระบบ ย่อมต้องรับผิดชอบตัวเอง สิ่งที่ผู้บริโภคต้องตระหนักคือการสร้างนิสัยในการใช้งานอย่างปลอดภัย และการไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญแก่ใครๆ ซึ่งในปัจจุบันคนร้ายนิยมใช้เทคนิค Social Engineering มากกว่าการแฮ็กข้อมูล เพราะการหลอกให้เราเปิดเผยข้อมูลนั้น ใช้หลักจิตวิทยาในการหลอกลวงโดยไม่ต้องเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเหมือนการแฮ็ก การส่งอีเมลหลอกลวง การสร้างหน้าเว็บปลอม การสวมรอยเป็นคนที่เรารู้จัก การสร้างข้อมูลข่าวสารเท็จ หรือแม้แต่การโทรมาหลอกแบบแก๊งค์คอลล์เซ็นเตอร์ คือรูปแบบต่างๆ ที่จะหลอกลวงให้เราเปิดเผยข้อมูลออกไปด้วยตัวเราเอง กรณีการเจาะภาพลับของดาราฮอลลีวู้ดที่เก็บบนระบบคลาวด์นั้น ส่วนใหญ่เกิดจาก Social Engineering ไม่ใช่การแฮ็กขั้นเทพแต่อย่างใด

ในยุค 5G และไอโอที ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมรับผิดชอบและร่วมมือกัน เพื่อให้การใช้งานเกิดความปลอดภัยมากที่สุด..”

 

ก.ดีอี แถลง 8 ก.พ.60 ความร่วมมือเข้าถึงแแหล่งทุนเพื่อขับเคลื่อน ศก.ดิจิทัลฯ มี รมว.- SME BANK -บสย.-ผู้บริหาร 5 ธนาคาร ร่วม

(โพสต์ ข้อมูล 1 ก.พ.60)

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอเรียนสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าว “งานความร่วมมือกับสถาบันการเงินพันธมิตรเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม” โดยร่วมมือกับสถาบันการเงินบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บสย.) , ธนาคารพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ( SME BANK ), ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน),ธนาคาร กรุงไทย จำกัด ( มหาชน), ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน ),ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ( มหาชน )และ ธนาคาร ออมสิน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมผู้ผลิตคิดค้นด้านเทคโนโลยี และส่งเสริมสินเชื่อจากสถาบันการเงินให้ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรม

ในวันพุธที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องออดิทอเรียม โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

โดยมีผู้เข้าร่วมงานดังนี้

ผู้ร่วมพิธีเปิดงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ประธานในการเปิดงาน

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ( SME BANK )

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ

สถาบันการเงินบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บสย.)

นายวิเชษฐ วรกุล รองผู้จัดการทั่วไป สายงานธุรกิจ

ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด

นายพิภวัตว์ ภัทรนาวิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญj

ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ( มหาชน )

นางสาวจันทร์เพ็ญ วิชชิจันทกรณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายธุรกิจรายย่อย

ธนาคาร ออมสิน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ

 

คุณจะตาย..อายุเท่าไหร่? ว่ากันด้วยเรื่อง ความตาย-อายุ-เงินออม-ค่ายื้อชีวิต โดย นพ.วิทิต อรรถเวชกุล

18 ธันวาคม 2559

คุณจะตาย..อายุเท่าไหร่? วันอาทิตย์ที่ลมหนาวพัดโชยเย็นๆ อย่างเวลานี้ ขอว่ากันด้วยเรื่อง ความตาย-อายุ-เงินออม และค่ายื้อชีวิต

เมื่อวานนี้ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ข้าพเจ้าได้ฟัง นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มาบรรยาย..

คุณหมอ เริ่มต้นถามว่า.. เคยคิดไหม..ว่า คุณจะตายตอนอายุเท่าไหร่..? ฟังดูแล้วชวนให้ครุ่นคิดกับคำถามที่มีนัยยะน่าสนใจ

คุณหมอวิทิตเล่าว่า อายุขัย ค่าเฉลี่ยของคนไทยปัจจุบันนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 75-76 ปี ผู้ชายอยู่ที่ 75 และ ผู้หญิง 76 ปี 

คนไทย..อายุยืนกว่าสมัยคุณหมอเป็นนักศึกษา ซึ่งขณะนั้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60 ปี 

นั่นแปลว่า..ปัจจุบัน..คนไทยอายุยืนมากขึ้น

คุณหมออยู่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว มาประมาณ 20 ปี เริ่มจากปี 2530 ชีวิตนอกจากเป็นหมอแล้ว ยังคุ้นเคยและเป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ด้วยตลอด 20 ปีมานี้

ครั้งหนึ่ง..เมื่อกลับไปร่วมงานศพที่นั่น  พบว่า มีผู้เสียชีวิต 4  คน จาก 4 ครอบครัว ที่คุณหมอตระเวนไปร่วมงานศพ แต่ละคนที่เสียชีวิตนั้น มีข้อน่าสังเกตว่าอายุมากกว่า 90 ปี ทุกคน

มาถึงบรรทัดนี้..ตอนนี้…คุณผู้อ่าน…อายุเท่าไหร่คะ…. 20..30…40..50..60…หรือ มากกว่านั้น...

เคยคิดกันเล่นๆ หรือ คิดจริงจังไหม..ว่า เราจะตายตอนอายุเท่าไหร่..และคุณมีโอาสจะอายุยืนเกิน 100 ปี หรือไม่?

ถ้าอายุยืนเกิน 100 ปี จริงๆ จะใช้ชีวิตอย่างไร.. ?

กลับเข้าเรื่อง ที่คุณหมอวิทิต เล่ากันต่อ…

โลกความจริง คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะข้าราชการ ทำงาน จะเกษียณที่อายุ 60 ปี ..และมีการตั้งคำถามต่อว่า… จะได้บำนาญเท่าไหร่..?

ประเด็นสำคัญ..ที่ คุณหมอ ขีดเส้นใต้ คือ “เงินทองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคนวัยเกษียณ”

ถ้าคุณเกษียณแล้ว..อยู่ไปอีก 30 ปี ..จะอยู่อย่างไร โดยที่ไม่มี Productivity

… ในช่วงอายุ 60 ปี .. สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ 

– “เงินบำนาญ”..คืด เงินก้อนหนึ่ง..ได้มาแล้วเอาไปบริหารเอาเอง ถ้าบริหารไม่ดี จะลดลง และหมดลงในที่สุด… ต่างจาก”เงินเดือน”ขณะทำงานที่มีใช้ในทุกๆ เดือน 

– สุขภาพ…อวัยวะของร่างกายเสื่อมตามสภาพ 

– ถ้าจะเปลี่ยนอะไหล่ ก็ต้องใช้เงิน…และ ถ้าเปลี่ยนเรื่อยๆ ทั้งตัว ตามอาการเจ็บป่วย ทรุดโทรม ก็ต้องใช้เงิน

เช่น ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่า..จะเปลี่ยนข้อทั้งชุดบน และ ชุดล่าง ก็ต้องใช้เงินหลักแสนบาท และยิ่งถ้าใคร..มีน้ำหนักตัวเยอะๆ ก็ยิ่งทำให้ข้อเสื่อมตัวเร็ว ….

คุณหมอแนะนำว่า …ใครเริ่มมีอายุมาก..แนะนำให้ พยายามรักษาสรีระร่างกาย และน้ำหนักให้ผอม เหมือนยังเป็นช่วงวัยรุ่น 

– ในวัยหลังเกษียณ จะเริ่มต่อสู้กับ ธรรมชาติ 

– การจะเอาชีวิตไปฝากไว้ที่ ลูก หลาน หรือ ครอบครัว ให้มาช่วยดูแลคุณยามแก่ หรือ เจ็บป่วย นั่นคือ.. คุณกำลังเอาความหวังของคุณไปเสี่ยงมาก…และเป็นภาระต่อลูก..หลาน..และครอบครัวคุณ

คุณหมอ บอกว่า.. ถ้าหลังเกษียณแล้วตายเลย..ดูไม่น่ายากเท่าไหร่ ไม่ต้องวางแผนการใช้ชีวิต แต่โดยธรรมชาติของมนุษย์เรา ถ้าไม่ได้เป็นอะไร มันก็จะไม่ใช่เรื่องที่จะมาตายกันง่ายๆ 

แต่….แต่หากใครคิดว่า หลังเกษียณแล้ว จะมีชีวิตอยู่ต่อไป อีกสัก 30 ปี คือ อยู่ได้ถึง 90 ปี ก็ต้องมีเงินในช่วงนั้นไว้ใช้ได้ 3 ล้าน ถึง 5 ล้านบาท สำหรับปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ 

1.กิน 

2.ใช้ 

และ 3.รักษาโรค
“..เงินทองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคนวัยเกษียณ” 

นี่เป็นประโยคที่คุณหมอวิทิต ย้ำ

การออม..จึงเป็นสิ่งจำเป็น..

หากเริ่มออมตั้งแต่ อายุ 55 ปี ก็ไม่ทันแล้ว 

ออมตั้งแต่อายุ 45 ปี..

..ถ้าไม่วางแผนจะลำบาก..

ขอให้ออม…ออมแบบไหนก็ได้..แต่ขอให้ออม

คุณหมอทิ้งท้ายว่า..

คนไทย..มีค่าเฉลี่ยที่มีแนวโน้มว่า จะมีอายุยืนจริงๆ..

ยิ่งถ้าคุณ..ผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่า โชคดี หรือ โชคร้าย ถ้าคุณมีอายุอยู่เกิน 100 ปี แล้วไม่มีเงิน…คุณจะใช้ชีวิตอย่างไร..?

 

ร.10 โปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษ เนื่องใน วโรกาส ขึ้นทรงราชย์