RSS

Author Archives: PatNews

About PatNews

(ปัทม์) ภัทราพร ตั๊นงาม Hot News - Cool News ฝุ่น-ฟ้า-ฝน / บก-เรือ-อากาศ /เศรษฐกิจ-การเมือง /WAR & PEACE /RED - YELLOW

สาเหตุ..น้ำท่วม กทม.! ฝนตกหนักถึง 200มล.จากปกติตกเต็มที่ 70มล./น้ำทะเลหนุน +ขยะอุปสรรค ระบายช้า

สาเหตุ..น้ำท่วม กทม.! เช้านี้..สอบถามกับ นายจักกพันธุ์ ผิว งาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ เกี่ยวกับน้ำท่วมในกทม. กว่า 50 เส้นทาง 

***สรุปเบื้องต้น****

– พบข้อมูลฝนตกหนักตั้งแต่ 5 ทุ่มของวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ถึง ตี 5 ของวันนี้ (14ตุลา)  และ หยุดตกเมื่อช่วง 6 โมงเช้า

– ปริมาณน้ำฝนตกมากสุดเป็นประวัติการณ์ ในกทม. ประมาณ 203 มล. (รองจักกพันธุ์ จำไม่ได้ว่าในรอบกี่ปี)  ซึ่งแตกต่างจากปริมาณฝนที่ตกเต็มในกทม.แบบหนักเต็มที่อยู่ที่ประมาณ 60-70 มล. 

– เมื่อคืนช่วง ตี 3 – ตี 4 ยังเจอสถานการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตรเศษ ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า

– สภาพน้ำท่วมถนนในกทม. กว่า 50 เส้นทางในกรุงเทพเช้าวันนี้ รองผู้ว่าฯ บอกว่า ไม่เกี่ยวกับน้ำเหนือ จากอยุธยา ที่ไหลเข้า กทม. แต่มาจากฝนตกหนักมากเมื่อคืนต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง 

– สภาพคลอง..แม้ก่อนหน้านี้ขุดลอกคลองไปแล้ว.. แต่ขยะ ที่อยู่บนถนน..และท่อระบายน้ำ เป็นอุปสรรค ที่ทำให้น้ำระบายได้ช้า

– จะพยายามระบายน้ำท่วมหลายเส้นทางให้แห้งก่อน 12:00น.วันนี้  ยกเว้นเส้นทาง ถ.วิภาฯ และ ถ.รัชดา ยังไม่แน่ใจว่า จะระบายได้แห้งเมื่อได้ แต่จะพยายามให้เร็วที่สุด

(10:00)

Advertisements
 

เข็มที่ระลึก! สนง.ปลัดสำนักนายกฯ จำหน่ายรอบแรก 40,000 เข็ม เริ่มวันแรก 22ต.ค.2560  

(เขียนบล็อก : 12 ตุลาคม 2560)

เข็มที่ระลึก! พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จำหน่ายเข็มที่ระลึกราคาเข็มละ 300 บาท

วันแรก 22 ตุลาคม 2560 จำหน่ายรอบแรก 40,000 เข็ม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงาน ก.พ. (เดิม) ถนนพิษณุโลก กรุงเทพมหานคร (จำกัดคนละไม่เกิน 2 เข็ม)  

วันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2560 จำหน่ายที่ งานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ ท้องสนามหลวง (จำกัดคนละไม่เกิน 2 เข็ม)  

และยังเปิดให้สั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป โดยสั่งจองได้ที่   กองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล (ในเวลาราชการ) โทร. 022834301, 022834319-24

ส่วนภูมิภาค สั่งจองได้ที่ สำนักงานจังหวัดทุกจังหวัด

ทั้งนี้ สามารถรับเข็มได้ ณ สถานที่ที่สั่งจอง ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2561 เป็นต้นไป

สงสัย / สอบถามข้อมูล โทร. 022834301, 022834319-24 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 12, 2017 in ทั่วไป

 

10สาย! ขสมก.แจ้ง ปรับเส้นทาง 14-15 ต.ค.60 /มีปิดการจราจร ซักซ้อมริ้วขบวนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ  


(เขียนบล็อก : 12 ตุลาคม 2560)

ปรับเส้นทาง 10สาย! ขสมก.แจ้ง เนื่องจากมีการปิดการจราจร เพื่อซักซ้อมริ้วขบวนในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ในวันที่ 14 – 15 ตุลาคม 2560 จึงปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถบางเส้นทางตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 15 ตุลาคม 2560  โดยเส้นทางที่มีการปรับเปลี่ยนมี ดังนี้

1. สาย 53 (วนขวา) 

เที่ยวไป เดินรถตามปกติ เที่ยวกลับ จากเทเวศร์ ไปตามเส้นทางปกติถึงแยกปากคลองตลาด แยกขวาไปตามถนนอัษฎางค์ แยกขวาไปตามถนนพระพิทักษ์ แยกซ้ายไปตามถนนตรีเพชร ถนนตีทอง แยกขวาไปตามถนนบำรุงเมือง แยกซ้ายไปตาถนนจักรพรรดิพงษ์ ถึงแยก จปร.เข้าเส้นทางเดิม
2. สาย 2, 59, 503, A4 และรถ Shuttle Bus 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางอนุสาวรีย์ชัย ฯ – สนามหลวง และ เส้นทางฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต – สนามหลวง เดินรถป้ายสุดท้ายที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ แล้วตรงไปขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า กลับรถที่แยกอรุณอมรินทร์ และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เข้าเส้นทางปกติ
3. สาย 82  และรถ Shuttle Bus จำนวน 2 เส้นทาง คือ วงเวียนใหญ่ – สนามหลวง และ เซ็นทรัลพระราม 2 – สนามหลวง  วิ่งตามเส้นทางปกติถึงปากคลองตลาด แยกขวาไปตามถนนอัษฏางค์ แยกขวาไปตามถนนพระพิทักษ์ ต่อเนื่องถนนพาหุรัด กลับเข้าเส้นทางปกติ
4. สาย 15 

เที่ยวไป จากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ไปตามเส้นทางปกติ ถึงแยกผ่านฟ้าแยกขวาไปตามถนนพระสุเมรุ แยกซ้ายไปตามถนนสิบสามห้าง กลับรถวัดบวร ฯ

เที่ยวกลับ จากวัดบวรฯ แยกขวาไปตามถนนพระสุเมรุ แยกซ้ายเข้าถนนหลานหลวง เข้าเส้นทางเดิม
5. สาย 3, 65 จากต้นทางไปสนามหลวง เดินรถไปตามเส้นทางปกติ ถึงแยกนิวเวิลด์ แยกซ้ายไปตามถนนพระสุเมรุ แยกซ้ายไปตามถนนประชาธิปไตยแยกซ้ายไปตามถนนวิสุทธิกษัตริย์ แยกขวาเข้าถนนสามเสน เข้าเส้นทางเที่ยวกลับ จนถึงท่าต้นทาง
6. สาย 60 เดินรถตามเส้นทางปกติ ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกขวาไปตามถนนดินสอ แยกซ้ายไปตามถนนพระสุเมรุ แยกซ้ายไปตามถนนบวรนิเวศน์ ถนนตะนาว  แยกซ้ายไปตามถนนราชดำเนินกลางเข้าเส้นทางเที่ยวกลับ จนสุดเส้นทางที่สวนสยาม
7. สาย 1 

เที่ยวไป จากถนนตก เดินรถไปตามเส้นทางปกติสุดเส้นทางที่ พาหุรัด 

เที่ยวกลับ จากพาหุรัด แยกขวาไปตามถนนตรีเพชร แยกขวาไปตามถนนเจริญกรุง เข้าเส้นทางเดิมจนสุดเส้นทางที่ ถนนตก
8. สาย 12 

เที่ยวไป จากห้วยขวางไปตามเส้นทางปกติ ถึงถนนตีทอง สุดเส้นทางที่แยกเฉลิมกรุง 

เที่ยวกลับ จากแยกเฉลิมกรุง แยกขวาไปตามถนนเจริญกรุง แยกขวาไปตามถนนเฟื่อนคร แยกขวาไปตามถนนบำรุงเมือง แยกซ้ายไปตามถนนดินสอเข้าเส้นทางเดิมจนสุดเส้นทางที่ห้วยขวาง
9. สาย 47 และรถ Shuttle Bus หัวลำโพง – สนามหลวง

เที่ยวไป จากท่าเรือคลองเตย ไปตามเส้นทางปกติ ถึงถนนหลวงแยกซ้ายไปตามถนนวรจักร แยกต่อเนื่องถนนจักรวรรดิ แยกขวาไปตามถนนเยาวราช แยกขวาไปตามมหาไชย สุดเส้นทางที่แยกเมอร์รี่คิงส์

เที่ยวกลับ จากแยกเมอร์รี่คิงส์ แยกขวาไปตามถนนเจริญกรุง แยกซ้ายไปตามถนนวรจักร แยกขวาไปตามถนนบำรุงเมือง เข้าเส้นทางเดิมจนสุดเส้นทางที่ท่าเรือคลองเตย

10. รถ Shuttle Bus หัวลำโพง – สนามหลวง 

เที่ยวไป จากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปตามเส้นทางปกติ ถึงถนนหลวงแยกซ้ายไปตามถนนวรจักร แยกต่อเนื่องถนนจักรวรรดิ แยกขวาไปตามถนนเยาวราช แยกขวาไปตามมหาไชย สุดเส้นทางที่แยกเมอร์รี่คิงส์

เที่ยวกลับ จากแยกเมอร์รี่คิงส์ แยกขวาไปตามถนนเจริญกรุง แยกซ้ายไปตามถนนวรจักร แยกขวาไปตามถนนบำรุงเมือง เข้าเส้นทางเดิมจนสุดเส้นทางที่สถานีรถไฟหัวลำโพง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ขสมก. 1348

 

โอ้ววว..! กรมวิทย์ฯ เผยทดสอบค่าแถบสีธงชาติไทย คัดเลือกธงต้นแบบจาก 3แหล่ง พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ/ พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย /ธงจากราชนาวี  ประกาศราชกิจจาแล้ว 30ก.ย.60 ให้หน่วยงานยึดเป็นเกณฑ์สีธงมาตรฐาน

เขียนบล็อก : 11 ตุลาคม 2560

ตามที่มติคณะกรรมการจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 100 ปี การประกาศใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานกรรมการ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ เป็นรองประธานกรรมการ ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการกำหนดมาตรฐานแถบสีธงชาติไทย เพื่อให้มีมาตรฐานสีและเป็นมาตรฐานสีตามหน่วยสากล โดยกำหนดในลักษณะของค่าแนะนำทางราชการ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้กำหนดจัดการประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 9 หน่วยงาน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เป็นหนึ่งในหน่วยงาน ที่สำนักนายกรัฐมนตรี เชิญให้เข้าร่วมประชุมหารือการพิจารณากำหนดมาตรฐานแถบสีธงชาติไทย ร่วมกับ  9 หน่วยงาน ได้แก่

กระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรม

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

กรมวิทยาศาสตร์บริการ

สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

สำนักงานกฎระเบียบกลาง

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

และหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง

เพื่อคัดเลือกธงต้นแบบ ที่จะกำหนดสี ด้วยวิธีการวัดสีธงต้นแบบ (แดง-ขาว-น้ำเงินแก่) จากแหล่งดังนี้

1.ธงชาติจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จากธง 2 ประเภท ได้แก่ ธงชัยเฉลิมพล และ ธงไตรรงค์

2.ธงชาติจากพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย

และ 3.ธงจากราชนาวี

โดยที่กรมวิทยาศาสตร์บริการได้รับมอบหมายให้พิจารณาคัดเลือกธงจากทั้ง 3 แหล่ง โดยดูจากลักษณะปรากฏ และการวัดค่าสีด้วยเครื่อง Colorimetric spectrophotometer แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อกำหนดค่าสีของธงต้นแบบ และได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 245 ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 ให้เป็นเกณฑ์ลักษณะของค่าแนะนำของธงชาติไทย

จากการทดสอบค่าแถบสีธงชาติไทย (สีน้ำเงินแก่ สีขาว และสีแดง) ด้วยเครื่อง Colorimetric spectrophotomete ซึ่งผลของการทดสอบที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมได้กำหนดค่า CIELAB D65 สีแดง ค่า L* = 36.4 , a* = 55.47 , b* = 25.42  สีขาว ค่า L* = 96.61 , a* = -0.15 , b* = -1.48 และสีน้ำเงิน ค่า L* = 18.63 , a* = 7.89 , b* = -19.45 โดยได้กำหนดค่า ∆E* (delta E) ไม่เกิน 1.5

และได้ประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 245 ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 ให้เป็นเกณฑ์ลักษณะของค่าแนะนำทางราชการ

 

รวมเส้นทาง! ก.คมนาคมทาง รวมเส้นทาง-จุดบริการ ทางบก ราง น้ำ..อำนวยความสะดวกปชช.เดินทางร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ 


ข้อมูล 10 ตุลาคม 2560 


 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 10, 2017 in ทั่วไป

 

​เคาะแล้ว! กสทช.ไทย-8 ประเทศอาเซียน จับมือเก็บภาษี Facebook- Youtube / คุมเนื้อหาไม่เหมาะสม

​เคาะแล้ว! กสทช.ไทย-8 ประเทศอาเซียน จับมือเดินหน้าเก็บภาษี Facebook / Youtube และ กลุ่ม OTT รายใหญ่-เล็ก ดึง ธปท.ร่วมทำกฏ กำหนดอัตราภาษี  ขณะที่แต่ละประเทศ เห็นด้วยคุมเนื้อหาออนไลน์เฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนของแต่ละชาติ


พฤ. 14 กันยายน 2560
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12-13 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติในหัวข้อ Over the Top (OTT) ซึ่งเกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ให้บริการภาพและเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต  โดยมีหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมจากประเทศสมาชิกอาเซียน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย กัมพูชา บรูไน ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในประเทศอาเซียน และผู้ให้บริการ OTT เข้าร่วม ภายหลังจากการประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือภายในสภาหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Telecommunications Regulators’ Council (ATRC) ถึงภาพรวมของบริการ OTT โอกาสในการดำเนินธุรกิจของผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม ความท้าท้าย ทิศทางและแนวโน้มในการกำกับดูแล และการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศอาเซียน ผลการประชุมได้ข้อสรุปเป็นหลักการในเบื้องต้นที่จะดำเนินการร่วมกันในการส่งเสริมและรองรับการให้บริการ OTT ในภูมิภาคอาเซียน 3 ประการ ได้แก่  

1. การส่งเสริมและกำกับดูแลระหว่างอุตสาหกรรมและระหว่างองค์กรกำกับดูแลเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งผลประโยชน์ของประเทศในด้านภาษี

2. การสร้างสภาวะการแข่งขันที่เหมาะสมและเท่าเทียมกันในการให้บริการ OTT ระหว่างผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมกับผู้ให้บริการ OTT และระหว่างผู้ให้บริการ OTT รายใหญ่กับรายเล็ก 
3. การส่งเสริมเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยี ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการเข้ากันได้ของระบบต่างๆ   จะเน้นเรื่องเนื้อหาที่นำมาให้บริการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย 

โดยหลังจากนี้จะนำหลักการดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม ATRC เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป ในระหว่างนี้ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถจะดำเนินการภายใต้หลักการดังกล่าว และกฎหมายของประเทศตัวเองได้

นายฐากร กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. จะนำหลักการดังกล่าวมาดำเนินการส่งเสริมและรองรับการให้บริการ OTT ของประเทศไทยใน 3 ประเด็นใหญ่ ดังนี้ 

 

1. นโยบายด้านภาษี โดย สำนักงาน กสทช. พร้อมเป็นหน่วยงานประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือเพื่อให้สินค้าและบริการ OTT ที่มีรายได้จากการให้บริการในประเทศไทยดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ หรือแนวปฏิบัติด้านภาษีอากรของประเทศไทย 
2. การคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนของการเผยแพร่ผ่านบริการ OTT ประเภทการสื่อสารผ่าน Social Network และการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามกฎหมายของประเทศไทย โดยจะใช้วิธีการขอความร่วมมือให้ผู้ให้บริการ OTT ออกแนวปฏิบัติ (Code of Conduct) ในเรื่องดังกล่าวให้สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศไทย 

และ 3. การส่งเสริมการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน อย่างกรณีผู้ให้บริการ OTT ที่มาลงทะเบียนกับผู้ให้บริการที่ไม่มาลงทะเบียน และกรณีของผู้ให้บริการโทรคมนาคมซึ่งถูกกำกับดูแลด้วยกฎระเบียบต่างๆ ในขณะที่ผู้ให้บริการ OTT ยังไม่ถูกกำกับดูแล โดยสำนักงาน กสทช. สนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการแข่งขันสำหรับการประกอบกิจการของผู้ให้บริการ OTT ในปัจจุบัน รวมถึงบริการ OTT ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมสามารถร่วมมือกับผู้ให้บริการ OTT หรือสามารถแข่งขันในการประกอบกิจการกับผู้ให้บริการ OTT บนกฎ กติกา เดียวกัน และให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้บริการที่หลากหลาย จะไม่มีการปิดกั้นบริการ OTT ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

“สำหรับหลักการดังกล่าวนี้ สำนักงาน กสทช. จะนำส่งให้คณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ Over The Top ที่มีรองประธาน กสทช. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ เป็นประธาน เพื่อนำไปประกอบการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเดือนตุลาคม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศสมาชิกอาเซียน ยังเห็นด้วยกับแนวทางการคุมคุมเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนและไม่เหมาะสม เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงปัจจุบัน  เนื้อหาบางลิ้งค์ URL  ที่ถูกนำเสนอผ่านช่องทาง

เฟสบุ๊ค / ยูทูป และกูเกิ้ล  ส่งผลกระทบต่อศีลธรรมและความมั่นคงของแต่ละประเทศ เช่น   

ประเทศมาเลเซีย พบการเผยแพร่ที่ส่งผลกระทบด้านศาสนาผ่านเกมส์เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่มีการเผยแพร่เกมส์ ด้วยการนำตัวการ์ตูนพระพุทธเจ้า กับ พระเยซู มาต่อสู้กัน

ประเทศเวียดนาม และสิงคโปร์ 

เกิดปัญหาการวิจารณ์การเมืองและรัฐบาลรุนแรง 

ส่วนประเทศไทย พบปัญหากรณีหมิ่นสถาบัน และเว็บไซด์ไม่เหมาะสม 

ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของแต่ละประเทศ แต่ผู้ให้บริการที่เป็นประเทศมหาอำนาจ

และมีความเสรี อาจไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของอาเซียน ซึ่งหลายครั้ง เมื่อขอให้ถอดลิ้งค์ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ  ทำให้กสทช.หลายประเทศยืนยันต้องควบคุมเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ โดยอาจพิจารณาเสนอที่ประชุมอาเซียนใหญ่เพื่อ ออกเป็นกฏบัตรอาเซียนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

รวมพาดหัวข่าว..หนังสือพิมพ์ เช้าวันนี้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หลังหนีฟังคำพิพากษา #คดีจำนำข้าว