RSS

Monthly Archives: มีนาคม 2018

ขอรับเลือด AB ด่วน! พีอาร์ สตช.แจ้ง ตำรวจโคราช ขอรับบริจาคเลือด หมู่เลือด AB ช่วยชีวิต ผู้หมวดถูกยิงบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่

23 มีนาคม 2561

ขอรับเลือด AB ด่วน! พีอาร์ สตช.แจ้ง ตำรวจโคราช ขอรับบริจาคเลือด หมู่เลือด AB ช่วยชีวิต ผู้หมวดถูกยิง ได้รับบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่

ภายหลัง ร.ต.ต.เศวต บุญประสม ตำรวจ สภ.คง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง ในการเข้าระงับเหตุผู้ต้องหาข่มขู่และทำร้ายครอบครัว (เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561) เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา

ล่าสุด ในวันนี้(23 มีนาคม 2561) สตช.ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ขอรับบริจาคโลหิตเพิ่ม กรุ๊ป AB จำนวนมาก เนื่องจาก ร.ต.ต.เศวตฯ มีเกล็ดเลือดต่ำ ต้องให้เกล็ดเลือดจำนวนมาก เพื่อช่วยชีวิต จึงขอความช่วยเหลือจากท่านทีมีกรุ๊ปเลือด AB และมีความพร้อมของร่างกาย ติดต่อขอบริจาคเลือด กรุ๊ป AB ได้ที่ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา

สอบถามข้อมูล ..ที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมาโทรศัพท์ : 0-4423-5000

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 23, 2018 in ทั่วไป

 

แพทย์ผิวหนังชี้ โรคเพมฟิกัส “ไม่ใช่โรคติดต่อ”ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน สามารถสัมผัส-ใกล้ชิดผู้ป่วยได้ปกติ

โพสต์บล็อก : 22 มีนาคม พ.ศ.2560

แพทย์ผิวหนังชี้ โรคเพมฟิกัส “ไม่ใช่โรคติดต่อ”โรคเพมฟิกัสยังไม่ทราบสาเหตุของโรคที่ชัดเจน แต่ไม่ใช่โรคติดต่อสามารถสัมผัสและอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยได้ตามปกติ แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะวิธีดูแลป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีการเสนอข่าวชายวัย 68 ปีจากจังหวัดนครราชสีมา ป่วยเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีอาการผิวหนังพุพอง เลือดออก และคันทั้งตัว

ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสาธารณสุขอำเภอพร้อมด้วยสหวิชาชีพลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยรายดังกล่าวและนำเข้ารักษาที่โรงพยาบาลจักราช

จากข้อมูลในพื้นที่พบว่าผู้ป่วยมีอาการของโรคในกลุ่มตุ่มน้ำพองเรื้อรังซึ่งเกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้มีการสร้างแอนติบอดีมาทำลายการยึดเกาะของเซลล์ผิวหนัง ผิวหนังจึงหลุดลอกออกจากกันได้ง่าย

ประกอบกับปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมมีส่วนในการกระตุ้นโรคด้วย โรคนี้พบไม่บ่อยแต่จัดเป็นโรคผิวหนังที่มีความรุนแรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 50-60 ปี

โรคนี้เกิดได้กับทุกวัย รวมถึงในเด็ก เพศชายและหญิงมีโอกาสเกิดโรคเท่ากัน ที่สำคัญไม่ใช่ใรคติดต่อ สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนในครอบครัวหรือสังคมได้

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคผิวหนังในผู้ป่วยรายดังกล่าว พบว่าเป็นโรคเพมฟิกัส ซึ่งจะมีแผลถลอกเรื้อรังที่บริเวณเยื่อบุในปาก เหงือก กระพุ้งแก้ม และมีตุ่มพองหรือแผลถลอกบริเวณผิวหนัง ขยายออกกลายเป็นแผ่นใหญ่ มีอาการปวดแสบมาก แผลถลอกอาจมีสะเก็ดน้ำเหลือง หากมีการติดเชื้อแทรกซ้อน จะทำให้แผลลุกลามและควบคุมได้ยาก

ผู้ป่วยโรคเพมฟิกัสแต่ละรายมีความรุนแรงของโรคแตกต่างกัน การรักษาจะให้ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน โดยใช้ในขนาดสูง 0.5-1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคมาก หรือมีผื่นในบริเวณกว้าง จำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันร่วมด้วย

การรักษามีจุดประสงค์ในการลดการเกิด
ตุ่มน้ำใหม่และเร่งการสมานแผลให้เร็วที่สุด ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ แผลจะสมานหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน และหลังจากนั้น แพทย์จะปรับลดยา โดยใช้ยาที่น้อยที่สุดที่จะควบคุมโรคได้ ผู้ป่วยบางรายอาจเข้าสู่ระยะโรคสงบหลังรักษา 3 – 5 ปี โดยอาจมีอาการโรคกำเริบและสงบสลับกันไป

ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาด คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ควรทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ บริเวณที่เป็นแผลให้ใช้น้ำเกลือทำความสะอาด ไม่แกะเกาผื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ผู้ป่วยที่มีแผลในปาก ควรงดอาหารรสจัด งดรับประทานอาหารแข็ง เช่น ถั่ว ของขบเคี้ยว เนื่องจากอาจกระตุ้นการหลุดลอกของเยื่อบุในช่องปาก

หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ ไม่ควรใส่เสื้อผ้ารัดคับ เพื่อลดการถลอกที่ผิวหนัง หลีกเลี่ยงแสงแดด และความเครียด เป็นปัจจัยกระตุ้นโรคที่สำคัญ ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องมารักษาอย่างต่อเนื่อง ตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ อย่าลดหรือเพิ่มยาเอง การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไปไม่มีรอยโรคใหม่เกิดขึ้น