RSS

Monthly Archives: พฤศจิกายน 2012

บทความพิเศษ: ผลกระทบที่อาจเกิด จากคำสั่งศาลปกครองคดี 3G โดย ดร.สมเกียรติ TDRI

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคำสั่งของศาลปกครองในคดี 3G

โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์  ประธายสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

29 พ.ย.2555

“คาดกันว่า อีกไม่นาน ศาลปกครองน่าจะมีคำสั่งว่าจะให้การคุ้มครองชั่วคราวในคดีการประมูล 3G ตามคำขอของผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่  ผมได้แสดงความเห็นมาโดยตลอดว่า การประมูล 3G ครั้งนี้มีปัญหาร้ายแรงในการออกแบบการประมูล ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ไม่มีความจำเป็นต้องแข่งขันกันเพื่อให้ได้ใบอนุญาต เพราะเป็นการออกใบอนุญาต 3 ใบแก่ผู้ประกอบการ 3 ราย โดยแต่ละใบแทบไม่มีความแตกต่างกัน   

ดังนั้น แม้การประมูลครั้งนี้จะช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้นในการใช้บริการ 3G แต่ก็สร้างความเสียหายให้แก่รัฐและผู้เสียภาษีไปกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท และหากปล่อยให้ผ่านไป ก็จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดในการประมูลคลื่นอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งจะยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายมากขึ้นไปอีก  ผมจึงมีท่าทีมาโดยตลอดว่า ควรจะต้องมีผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้อ่านคำฟ้องของผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ผมมีความวิตกกังวลว่า หากศาลปกครองมีคำสั่งตามคำขอของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ระงับการออกใบอนุญาต 3G ไปก่อน  ในระหว่างที่ไต่สวนว่า ควรจะยกเลิกประกาศประมูล 3G ของ กสทช. หรือไม่  

สิ่งที่จะตามมาก็คือ สภาวะชะงักงันในการให้บริการ 3G ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการไม่มีทางเลือกในการรับบริการ ไปจนกว่าศาลจะพิจารณาคดีเสร็จ ซึ่งอาจนานเป็นปีขึ้นไป   การให้การคุ้มครองชั่วคราวในลักษณะดังกล่าวยังจะทำให้เกิดความเสียหายต่อการแข่งขัน เพราะผู้ประกอบการบางรายได้เปรียบผู้ประกอบการรายอื่นจากการให้บริการไปก่อนภายใต้สัญญาที่เต็มไปด้วยข้อสงสัย แต่ศาลปกครองไม่ได้สั่งระงับไว้

ผมจึงเห็นว่า ในกรณีที่ศาลปกครองเห็นว่า การประมูล 3G ของ กสทช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ศาลควรมีคำสั่งให้ยกเลิกการประมูลที่ผ่านมา และสั่งให้ กสทช. จัดการประมูลใหม่โดยเร็ว  แทนที่จะให้ระงับการออกใบอนุญาตไว้ก่อนตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องขอ   

ทั้งนี้ ในการสั่งให้ประมูลใหม่ ศาลควรสั่งให้กสทช. กำหนดหลักเกณฑ์ที่เอื้อให้การประมูลเกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง เช่น อนุญาตให้ผู้ประกอบการแต่ละรายถือครองคลื่นได้ไม่เท่ากัน  และกำหนดราคาตั้งต้นประมูลให้สูงขึ้น เพื่อไม่ให้รัฐและผู้เสียภาษีเกิดความเสียหายมาก

ในกรณีที่ไม่มีการแข่งขันในการประมูล   ในการตัดสินคดีการแปรรูปของ ปตท ที่ผ่านมา ผมเห็นว่า ศาลปกครองได้หาทางออกที่ดีให้แก่สังคม กล่าวคือไม่สร้างผลกระทบต่อการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของ ปตท. ในขณะที่ก็ยังสามารถรักษาผลประโยชน์สาธารณะจากการมีคำสั่งให้ส่งท่อก๊าซคืนให้แก่รัฐ  ซึ่งแตกต่างจากคำขอของผู้ฟ้องร้องในครั้งนั้น 

ผมหวังว่า จะได้เห็นความสมดุลที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในคดี 3G นี้อีกครั้ง โดยการมีคำสั่งในคดีนี้อย่างเหมาะสม และเร่งพิจารณาคดีสัญญา 3G ที่ค้างอยู่ให้เสร็จโดยเร็ว”

 

ป้ายกำกับ:

สถาบันอิศรา เปิดเวทีอภิปราย “NBTC Watch Forum :ประมูล 3G แพง โทรแพงจริงหรือ?” อาทิตย์ 25พ.ย.2555

ศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน สถาบันอิศราร่วมฟังการอภิปราย “NBTC Watch Forum :ประมูล 3G แพง โทรแพงจริงหรือ?”

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2555 เวลา 09.30 – 12.00 น.
ณ ห้องอิศราอมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

โดย คณะทำงานติดตามการทำงาน กสทช.และศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน สถาบันอิศรา

 

กำหนดการ

NBTC Watch Forum :ประมูล 3G แพง โทรแพงจริงหรือ?

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2555 เวลา 09.30 – 12.00 น.

ณ ห้องอิศราอมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

โดย คณะทำงานติดตามการทำงาน กสทช.

และศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน สถาบันอิศรา

 

09.30-10.00 น.                   ลงทะเบียน

10.00-12.00 น.          NBTC Watch Forum : ประมูล 3G แพง โทรแพงจริงหรือ?

วิทยากร         รศ.ดร.วรากรณ์  สามโกเศศ

อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์

อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดร.ดุษณี  เกศวยุธ

อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ดร.พรเทพ  เบญญาอภิกุล

อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้ดำเนินรายการ คุณโกศล สงเนียม

กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน

12.00 น.                  ปิดการเสวนา

 

 

ป้ายกำกับ:

ประกาศผล! SET Awards 2012 “สมประสงค์ บุญยะชัย”คว้าโล่ห์ CEO ยอดเยี่ยม ส่วน”บางจาก-KBANK-ปูนซีเมนต์”ซิวบริษัทครองรางวัล 5ปีซ้อน

สมประสงค์ บุญยะชัย และนพดล ตัณศลารักษ์  คว้ารางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม SET Awards 2012

 

SETAwards.JPG

วันนี้ (22 พ.ย.55) – นายกิตติรัตน์  ณ ระนอง  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล SET Awards ประจำปี 2555 แก่บริษัทและผู้บริหารสูงสุดในแวดวงตลาดทุน 36 บริษัท ซึ่งรางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม 2555 (Best CEO Awards) ได้แก่ นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ นายนพดล ตัณศลารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มาสเตอร์ แอด (MACO) จากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่ารางวัล SET Awards ในปีนี้มีผู้บริหารสูงสุดของบริษัทจดทะเบียนทั้งจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ  ได้รับรางวัล Best CEO Awards ประจำปี 2555 ได้แก่ นายสมประสงค์  บุญยะชัย  ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) และนายนพดล  ตัณศลารักษ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บมจ.มาสเตอร์ แอด (MACO)  ซึ่งทั้งสองคนนับเป็นผู้บริหารที่มีความเป็นเลิศของแต่ละตลาดในปีนี้ โดยมีความโดดเด่นทั้งในด้านความเป็นผู้นำที่นำพาองค์กรสู่การเติบโตและแข็งแกร่ง การยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การมีวิสัยทัศน์และความสามารถในเชิงกลยุทธ์ การทำประโยชน์ต่อธุรกิจและสังคม ตลอดจนการให้ความสำคัญแก่ผู้ลงทุน 

นอกจากการประกาศผลรางวัล SET Awards ในสาขาต่างๆ แล้ว ยังมีรางวัล SET Award of Honor หรือรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ที่สามารถรักษาความโดดเด่นในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป โดย 11 รางวัลในปีนี้ มาจาก 4 ประเภทรางวัล คือ รางวัลด้านการรายงานบรรษัทภิบาล รางวัลด้านความรับผิดชอบต่อสังคม รางวัลด้านนักลงทุนสัมพันธ์ และรางวัลด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนสถาบัน
 “เป็นที่น่ายินดีว่า ในปีนี้ มีรางวัล SET Award of Honor ถึง 11 รางวัล เป็นจำนวนสูงที่สุดตั้งแต่มีการมอบรางวัลประเภทนี้ในปี 2553 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทจดทะเบียนไทยพัฒนาอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็นหนึ่งในด้านต่างๆ และให้คงความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ซึ่งในจำนวนนี้ มีบริษัทที่มีความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่องถึง 5 ปี  ในด้านการรายงานบรรษัทภิบาล ได้แก่ บมจ. บางจากปิโตรเลียม และ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย และ อีก 2 บริษัท ที่มีความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่องถึง 5 ปี ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ บมจ. บางจากปิโตรเลียม และ บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย” นายจรัมพรกล่าว

นายสันติ  วิริยะรังสฤษฎ์  ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร กล่าวว่า “รางวัล SET Awards ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องถึง 9 ปี และจะครบ 1 ทศวรรษในปีหน้า ถือเป็นรางวัลที่มีมาตรฐานสูงเป็นที่ยอมรับ โดยผู้ที่ได้รับรางวัล SET Awards ในปีนี้ยังคงมีมาตรฐานคะแนนที่สูงขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ แม้ว่าภาคธุรกิจและตลาดทุนไทยประสบกับวิกฤตการณ์สำคัญทั้งจากในและต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงศักยภาพทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวรับความผันผวนได้อย่างดี”  

ดร.พนัส  สิมะเสถียร  ประธานคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินรางวัล SET Awards 2012 กล่าวถึงการประมวลผลรางวัลว่า “SET Awards เป็นรางวัลที่มีมาตรฐานระดับประเทศ เนื่องจากหลักเกณฑ์และกระบวนการตัดสินรางวัลมีแนวทางชัดเจนและโปร่งใส  มีหน่วยงานที่เป็นกลางทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและประมวลผล  มีการรวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้านทั้งข้อมูลที่เปิดเผยในเชิงสถิติและเชิงคุณภาพ  ข้อมูลจากแบบสอบถามที่ประเมินการทำงานตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้อง  และการเข้าพูดคุยสัมภาษณ์   ซึ่งกระบวนการคัดเลือกและตัดสินรางวัลที่เข้มข้นดังกล่าวแสดงได้ว่าผู้ที่ได้รับรางวัลล้วนมีความเป็นเลิศในแต่ละด้านสมควรแก่การยกย่องและประกาศเกียรติคุณ”

งาน SET Awards ปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สานโอกาสการลงทุน เพื่อคุณ เพื่อธุรกิจ” หรือ Matching Your Right Financial Opportunities  เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  โดยรางวัล SET Awards ในปีนี้มีผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 43 รางวัล จาก 36 บริษัท ครอบคลุมกิจกรรมหลักที่ตลาดทุนให้ความสำคัญ และในบางประเภทรางวัลได้แบ่งออกตามขนาดบริษัทและลักษณะการให้บริการด้วยเพื่อสะท้อนความหลากหลายและสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง

สำหรับผู้ได้รับรางวัล SET Awards 2012 แบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่

รางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ (SET Award of Honor): รางวัลที่มอบให้แก่บริษัทที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

บริษัทที่ได้รับรางวัลต่อเนื่อง ปี 2008-2012

·       ด้านการรายงานบรรษัทภิบาล:        บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP)

                                                      ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK)

·       ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม:        บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP)

                                                      บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC)

บริษัทที่ได้รับรางวัลต่อเนื่อง ปี 2009-2012

·       ด้านการรายงานบรรษัทภิบาล:        ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB)
                                                       บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (SAT)
                                                       บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) (SE-ED)

บริษัทที่ได้รับรางวัลต่อเนื่อง ปี 2010-2012

·       ด้านการรายงานบรรษัทภิบาล:        ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) (KK)
                                                       ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB)

·       ด้านนักลงทุนสัมพันธ์:                   ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK)

·       ด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนสถาบัน: บริษัทหลักทรัพย์ เครดิต สวิส (ประเทศไทย) จำกัด

รางวัลยอดเยี่ยม (SET Awards): รางวัลที่มอบให้แก่บริษัทที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่

1.  รางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม (Best CEO Award) แยกตามตลาดหลักทรัพย์

·       CEO ของบริษัทจดทะเบียนใน SET: คุณสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร

                                                         บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (INTUCH)

·       CEO ของบริษัทจดทะเบียนใน mai: คุณนพดล ตัณศลารักษ์   ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

                                                         บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) (MACO)

2.   รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม (Best Company Performance Awards)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 10,000 ล้านบาท: บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 1: บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) (LANNA)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 2: บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) (PM)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 3: บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) (SUSCO)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 4: บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน) (SCP)

·       บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai): บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) (MACO)

3.   รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านการรายงานบรรษัทภิบา ลดีเยี่ยม (Top Corporate Governance Report Awards)

·        บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET):

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT)

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY)

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) (BKI)

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN)

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO)

บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) (GRAMMY)

บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP)

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC)

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จากัด (มหาชน) (TISCO)

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP)

·        บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai): บริษัท ผลธัญญะ  จำกัด (มหาชน) (PHOL)

 

4.   รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Awards)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 10,000 ล้านบาท: บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 1: บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด  (มหาชน) (SAT)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 2: บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (SINGER)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 3: บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TOG)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 4: ไม่มีผู้ได้รับรางวัล

·       บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai): บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (JUBILE)

 

5.   รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านความรับผิดชอบต่อสังคมยอดเยี่ยม (Best Corporate Social Responsibility Awards)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 10,000 ล้านบาท:          

                   บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT)

                         บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 1: บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (SAT)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 2: บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) (SSSC)

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 3: ไม่มีผู้ได้รับรางวัล

·       มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 4: ไม่มีผู้ได้รับรางวัล

·       บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai): ไม่มีผู้ได้รับรางวัล

6.   รางวัลบริษัทหลักทรัพย์ยอดเยี่ยม (Best Securities Company Awards) แยกตามการให้บริการผลิตภัณฑ์และประเภทลูกค้า

·       ด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนสถาบัน: บริษัทหลักทรัพย์ แมคควอรี (ประเทศไทย) จำกัด

·       ด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนบุคคล            : บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด

·       ด้านการให้บริการอนุพันธ์ : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด

7.   รางวัลบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยอดเยี่ยม (Best Asset Management Company Award)

·        บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (BBLAM)

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 22, 2012 นิ้ว การเงิน-คลัง-หุ้น

 

อย่าแช่แข็งประเทศ! สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค เตือน กสทช. อย่าดันทุรังพา 3G สู่ทางตัน ซัดหากเอกชนสมประโยชน์ หวังให้ลดค่าบริการยาก

ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค เตือน กทค.อย่าแช่แข็งประเทศ โดยใช้ใบอนุญาตเป็นเครื่องมือบีบบังคับ  เสนอควรหันมากำหนดมาตรการการลดค่าบริการด้านเสียงและข้อมูลเป็นแนวทางที่ชัดเจนมากกว่า

22 พ.ย. 2555- นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค เปิดเผยว่า หลังจาก ได้ยื่นหนังสือให้กรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบ เรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบการฮั้วและธรรมาภิบาลในการประมูลใบอนุญาตใช้คลื่น ๒.๑ MHz เพื่อให้บริการ ๓G ว่าขณะนี้ กรรมาธิการได้ส่งเรื่องไปให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และปปช.ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวน โดยได้นัดผู้บริโภคไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม วันที่ ๓ ธันวาคมนี้ อย่างไรก็ตามบริการ ๓G เป็นบริการที่จะเกิดประโยชน์ทั้งกับผู้ใช้บริการทั่วไป  การแพทย์ในถิ่นห่างไกล และคนพิการ แต่ที่ผ่านมามีปัญหาให้สังคมคลางแคลงใจ เพราะการกำหนดเกณฑ์วิธีการประมูลของ กสทช. เอง ที่สร้างความกังขาให้กับสังคม

“ ย้ำเหมือนเดิมว่า เราเห็นว่ามีประโยชน์และอยากใช้บริการ แต่ กสทช.ไม่น่าดันทุรังพา ๓G ไปสู่ทางตัน เพราะการกำหนดเกณฑ์การประมูลของ กสทช. เอง ที่สร้างความกังขาให้สังคม ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ ทั้งผ่านวุฒิสภา องค์กรอิสระและศาล และทำให้ ๓Gต้องถูกแช่แข็งถอยไม่ได้ไปไม่เป็น ประเทศเสียประโยชน์ ทั้งที่ผู้บริโภคเรียกร้องให้ กสทช. จัดประมูลใหม่ บนเกณฑ์ที่ทำให้เกิดการแข่งขัน  แต่กสทช.ยังคงยืนยันว่าได้ดำเนินการถูกต้องแล้วเป็นการเอาแพ้ชนะ ทั้งที่หากยอมรับว่า มีความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้วแก้ไข ประชาชนก็พร้อมให้กำลังใจกสทช. ทำหน้าที่อย่างสง่างามต่อไป ”ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคกล่าว

นางสาวบุญยืน กล่าวถึงกรณีที่ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม ได้กำหนดเงื่อนไขในการให้ใบอนุญาต ๓G ว่า ต้องรอคำสั่งศาลปกครอง รอผลการสอบของคณะทำงานสอบฮั้วประมูล และมีแผนลดค่าบริการทั้งเสียงและข้อมูลของผู้ให้บริการก่อนว่า เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะสิ่งที่สังคมกังขาคือ วิธีการออกแบบการประมูลที่ไม่เอื้อให้เกิดการแข่งขันหรือทำให้เกิดการฮั้วประมูล ซึ่งผู้ที่ต้องถูกตรวจสอบคือ กสทช. ว่าได้กำหนดวิธีการประมูลได้ถูกต้องเหมาะสมและก่อให้เกิดการแข่งขันหรือไม่ แต่ขณะนี้ กสทช.กำลังใช้บริการ ๓G มาเป็นตัวประกันให้กับการถูกตรวจสอบของตัวเอง โดยมีผู้เสียหายคือผู้บริโภคและบริษัท

“ ใครกันแน่ที่แช่แข็งประเทศชาติจากบริการนี้ พอกทค.ถูกตรวจสอบก็สร้างเงื่อนไขว่าจะไม่ให้ใบอนุญาตจนกว่าศาลจะมีการตัดสินทั้งที่เป็นการสอบสวนเพื่อตัดสินเกี่ยวกับการดำเนินการของหน่วยงาน ไม่เกี่ยวกับบริษัท พอถูกกล่าวหาว่ากำหนดราคาการประมูลต่ำเกินไป ก็เอาเรื่องราคาค่าบริการมาเป็นเงื่อนไขซ้ำอีก โดยไปกำหนดให้บริษัททำแผนการลดราคามาเสนอก่อนไม่เช่นนั้นจะไม่ให้ใบอนุญาต ทั้งที่ กทค.เป็นหน่วยงานกำกับดูแล ไม่ใช่หน่วยงานสร้างเงื่อนไขการให้บริการ โดยเฉพาะเรื่องราคาค่าบริการนั้น เมื่อบริษัทสมประโยชน์แล้ว การให้ลดราคาให้เป็นเรื่องยาก เพราะใครทำธุรกิจสิ่งที่ต้องการชัดเจนก็คือ กำไร  กทค. จึงต้องกำหนดเป็นมาตรการในการกำกับราคาค่าบริการทั้งเสียงและข้อมูลออกมามากกว่า การมาบังคับให้บริษัททำแผนการลดราคาค่าบริการโดยใช้เรื่องการให้ใบอนุญาตคลื่นความถี่เป็นเครื่องมือ ” นางสาวบุญยืนกล่าว

 

ประมวลภาพ.. บรรยากาศ ภายในสโมสรตำรวจ ถ.วิภาฯ มีตร.มากกว่าปกติ ช่วงเที่ยงวัน

image

image

image

image

image

image

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 22, 2012 นิ้ว การเมือง, ทั่วไป

 

“ไม่พบ 3ค่ายมือถือ ฮั้วฯ”/ “..เราต้องมองความคุ้มทุนของเอกชนด้วย..”เสียงสะท้อน ปธ.สอบฮั้วประมูล 3G ชงส่งเลขากสทช.30พ.ย.55

กก.สอบฮั้ว 3จี ไม่พบพฤติกรรมเอกชนผิดกม. นัดทำร่างสรุปผล 23 พ.ย. พร้อมชงเลขากสทช.30 เดือนนี้ 

21 พ.ย.55- นายสุวิจักษณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการฮั้วประมูลเอกชนที่เข้าแข่งขันประมูลใบอนุญาต 3 จี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 เปิดเผยภายหลังประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลสอบสวนว่า  ขณะนี้คณะทำงานมีดราฟ ที่เตรียมจะสรุปผลสอบแล้วซึ่งจะนัดประชุมเพื่อทำรายงานสรุปเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ และจะเสนอนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. วันที่ 30 เดือนนี้

สำหรับประเด็นที่คณะทำงานพิจารณานั้น ดูเพียงประเด็นเดียว คือ ผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 3 ราย ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค และทรู  มีพฤติกรรมการฮั้วประมูลหรือ สมยอมราคาหรือไม่ โดยดูตั้งแต่ ก่อนการประมูล  /  ในระหว่างการประมูล และภายหลังการประมูล

“คณะทำงานตรวจสอบแล้ว  ไม่พบว่ามีเอกชนฮั้วประมูล เพราะเป็นการประมูลตามกติกาของ กสทช.ทุกขั้นตอน  ส่วนข้อสังเกตที่ว่า หลักเกณฑ์ของกสทช.นั้น ไม่เอื้อให้เอกชนเกิดแรงจูงใจในการแข่งขันราคานั้น  อำนาจของคณะทำงานไปไม่ถึงตรงนั้น อำนาจเราดูแค่พฤติกรรมการของเอกชน  ซึ่งพบว่าทั้ง 3 ราย สู้ราคากันตามปกติ ถูกต้องทุกขั้นตอน  และทำตามประกาศที่กสทช.กำหนดทุกอย่าง”

image

กรณี ที่ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง และนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิช ประธานสถาบันเพื่อการวิจัยและพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ปฏิเสธเข้าชี้แจง กับคณะทำงาน ที่เชิญมาก่อนหน้านี้  ก็คิดว่าจะไม่ส่งผลทำให้ความน่าเชื่อถือของคณะทำงานลดลง

ส่วนประเด็นที่ถูกมองว่า คณะทำงานชุดนี้ ถูกตั้งโดยกสทช. ทำให้ไม่มีความเป็นอิสระในการตรวจสอบนั้น นายสุวิจักษณ์ มองว่า คณะทำงาน ไม่เคยตั้งธงในการสอบสวน การพิจารณาได้ใช้กระบวนการทางข้อมูลทุกด้าน ที่เรามีอำนาจในการตรวจสอบ เพื่อวินิจฉัยในประเด็นเดียวว่า ทั้ง 3 รายฮั้วกันหรือไม่

“การสอบสวน ก็ต้องพิจารณาหลายมิติ ทั้งด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ ผลประโยชน์ของชาติ  ประโยชน์ประชาชน รวมถึงเอกชนในการลงทุนด้วย เพราะเอกชนต้องลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งการดำเนินการก็ต้องมีความคุ้มทุน และประเมินได้ว่าการดำเนินการต้องมีระยะเวลาที่กำหนด เค้าถึงกล้าเข้ามาประมูล ซึ่งเค้าต้อลงทุนมาประมูล รวมถึงต้องมองไปถึงการลงทุนการประมูลในอนาคตด้วย  ซึ่งในมุมของรัฐเราดูว่า จะได้ผลประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่  ส่วนประชาชนจะได้รับการบริการที่ดี ราคาที่เหมาะสม เป็นธรรมหรือไม่ 

ทั้งนี้ คณะทำงาน ขอขยายเวลาการสอบรวม 2 ครั้ง และจะสรุปภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้  ซึ่งต้องเร่งทำในเวลาที่เหมาะสม  เพราะการสอบของเราจะส่งผลกระทบกับเอกชนที่เค้าประมูลได้ เพราะมีการลงทุนไปแล้ว และเสียดอกเบี้ยรายเดือน และขณะนี้ยังเริ่มงานไม่ได้  หากสรุปผลได้เร็ว กสทช.ก็จะเร่งออกใบอนุญาตให้ได้ ซึ่งตามปกติ กสทช.ต้องออกใบอนุญาตให้เอกชนใน 7 วัน”

Photo

นายจิตต์นรา นวรัตน์ หนึ่งในคณะทำงานฯ  ระบุว่า การตรวจสอบข้อมูลวันนี ถือว่าครบถ้วนแล้ว ซี่งวันนี้ ได้เชิญสมาคมคารแห่งประเทศไทยมาชี้แจง  โดยได้รับคำยืนยันว่า ไม่มีการกีดกันในการออกสินเชื่อให้เอกชน โดยให้สินเชื่อเท่าเทียมกันทุกราย  ซึ่งประเด็นที่คณะทำงานสอบถามจะเกี่ยวกับวิธีการให้สินเชื่อเป็นอย่าไงร, มีใครมาขอบ้าง, มีรายไหนที่มาขอแล้วธนาคารไม่ให้บ้าง ซึ่งทราบว่ามีไปขอสินเชื่อแค่ 3 รายเท่านั้น แต่ไม่ได้ขอพร้อมกัน

“เราได้รับคำชี้แจงจากธนาคาร ในการพิจารณาให้สินเชื่อ ซึ่งจะดูว่า บริษัทที่มาขอมีความสามารถในการคืน หรือชำระหนี้หรือไม่,  มีประสบการณ์ด้านการทำโครงการในด้านโทรคมนาคมมาก่อนหรือไม่ รวมทั้ง การประกอบธุรกิจมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน” 

ทั้งนี้ แนวทางการสรุปผลสอบ จะแบ่งเป็น 3 ด้าน กลุ่มแรก คือผู้ประกอบการเอกชนทั้ง 3 ราย ที่มายื่นประมูล

กลุ่มที่ 2. เป็นกลุ่มที่มารับซอง แต่ไม่ได้เข้าร่วมประมูล ซึ่งมีหลายสาเหตุ เช่น มายื่นเผื่อไว้ก่อนเพราะกลัวบริษัทในเครือจะไม่ผ่านคุณสมบัติ, บาง

ส่วนเป็นบริษัทที่มีความสนใจ แต่เห็นว่าโครงการ 3 G มีขนาดใหญ่เกินไป แต่ไม่มีข้อมูลจึงมาขอรับซองข้อมูลไปศึกษาเผื่อการประกอบกิจการในอนาคต รวมถึงบางบริษัทใหม่ๆ ที่ไม่มีความพร้อมในการร่วมประมูลครั้งนี้

กลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มที่มีการกล่าวหาว่าการประมูลมีการกีดกัน แต่เมื่อสอบสวนแล้ว ก็ไม่พบว่ามี ซึ่งคณะทำงานพยายามดูให้ครบถ้วน และเชิญทั้ง รองปลัดกระทรวงคลัง และทีดีอาร์ไอ แต่ทั้งสองคนก็ไม่มา ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 21, 2012 นิ้ว กสทช., แก้ปัญหาผู้บริโภค

 

เดือด! “อธึก”ผู้บริหาร TRUE ทวงใบอนุญาต 3G “ทุกอย่างต้องแฟร์ ใบอนุญาตยังไม่ได้ กสทช.ต่อรองแบบนี้ มันไม่ถูกต้อง”

image

ก่อนหน้านี้ กสทช.กำหนว่า จะแจกใบอนุญาตให้เอกชนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ 3 ประเด็น ที่กสทช.ต้องการให้ได้ข้อสรุปก่อน ได้แก่ ผลคำสั่งศาลปกครองในคดีผู้ตรวจการยื่นฟ้อง เพิกถอนประกาศ กสทช.ระงับการจัดประมูล 3 จี ,2. ผลสรุปของคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการฮั้วประมูล ชุดที่ เลขาธิการ กสทช.แต่งตั้ง และ 3.รายงานสรุปอัตราค่าใช้บริการที่ต้องลดลง 15-20% จากอัตราปัจจุบัน ซึ่งกสทช.ขอความร่วมมือให้เอกชน ส่งแผนนี้ให้ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้นั้น

A8ijhx9cqaapysu

วันนี้ (20พ.ย.2555) นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะกลุ่มกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปเปอร์เรชั่น ระบุว่า ตามระเบียบแล้ว เมือเอกชนได้ลงนามยืนยันรับรองราคาประมูลสูงสุดว่าเป็นจำนวนเท่าไรแล้ว ก็ถือว่าการประมูลเสร็จสิ้น รวมทั้งเอกชนได้จ่ายค่าใบอนุญาต ในอัตรา 50% ของมูลค่าที่ประมูลใบอนุญาตได้ รวมถึงแบงค์การันตรีที่ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว  กสทช.ก็ต้องมีหน้าที่ ออกใบอนุญาตให้เอกชนทันที

“ที่ว่าต้องทันทีเพราะเป็นไปตามระเบียบราชการปกติ ในเมื่องเราทำเสร็จแล้ว คุณจะบ่ายเบี่ยงไม่ได้ ส่วนที่กสทช.บอกว่าจะต้องให้ใบอนุญาตภายใน 90 วัน นั่นคือ สิทธิ์ของเอกชนผู้เข้าประมูล จะต้องจ่ายเงินเมื่อไหร่ก็ได้ภายใน 90 วัน แต่นี่คือเราได้จ่ายเงินไปแล้วถูกต้อมตามหลักเกณฑ์ ซึ่งการที่เราต้องรีบจ่ายเงิน เพราะเป็นเรื่องของการแข่งขัน ใครทำโครงข่ายเสร็จก่อน คนนั้นก็มีสิทธิ์เปิดให้บริการ 3G ได้ก่อน และมีโอกาสได้ลูกค้าดีๆ มาก่อน

ทั้งนี้ วิธีเดียวที่จะให้โครงข่ายเสร็จก่อน คือ การได้ใบอนุญาตมาครอง ฉะนั้นเมื่อมีเอกชนรายหนึ่งไปชำระเงิน อีก 2 ราย ก็ต้องรีบตามไปชำระเงินเหมือนกัน ผมจึงขอทวงใบอนุญาตจากกสทช. ณ ที่ตรงนี้ด้วย

image

ส่วนเรื่องประกาศกำหนดอัตราเพดานขั้นสูง ที่กสทช.กำหนด และบังคับให้เอกชนลดราคาค่าบริการทางเสียง และข้อมูล (ดาต้า) ลง 15-20% จากอัตราปัจจุบัน สำหรับผู้ใช้โครงข่าย 3G นั้น ถือเป็นคนละเรื่องกัน และเรื่องนี้ก็ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขอะไรในการประมูลเลย แต่ไม่ได้บอกว่าทรู ทำตามที่ขอไม่ได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่กสทช.จะต้องมาบอกว่า เป็นเงื่อนไขที่ต้องให้เอกชนทำตาม เพราะสิ่งที่จะเกิดมันยังไม่เกิด แต่เรื่องใบอนุญาตที่ควรจะเกิดแต่ทำไมไม่ให้ซะที 

 

ผมได้ถาม กสทช.เหมือนกันว่าทำไมไม่ให้ใบอนุญาต  แต่เค้าก็เงียบๆ ไป และกสทช.ก็ไม่ค่อยฟังเสียงผู้ประกอบการ ซึ่งเงื่อนไขต่างๆ ตามกฎไม่ได้ระบุว่า ต้องรอผลศาลก่อน และตอนนี้ศาลก็ยังไม่ได้สั่งห้ามด้วยซ้ำไป เงื่อนไขอยู่ไหน อยู่ดีๆ กสทช.กลับมาสร้างเงื่อนไข แล้วอย่างนี้ มันก็จะต้องสร้างเงื่อนไขไปเรื่อยๆ หรือไม่ เช่น จะต้องรอให้ดาวหางมาก่อน แล้วจึงจะแจกใบอนุญาตหรือไม่

image

ตามกฎของกสทช. ก็คือ เมื่อเราทำทุกอย่างที่เอกชนจะต้องทำหลังจากเสร็จการประมูลแล้ว ก็ต้องให้ใบอนุญาตทันที แต่เรื่องนี้ ก็ยังไม่คิดจะฟ้องร้อง เพราะเห็นใจกสทช.ที่มีคดีเกิดขึ้นเยอะแล้ว  สิ่งที่ควรจะเกิดตอนนี้คือใบอนุญาตต้องมาอยู่กับเอกชนแล้ว หากใบอนุญาตไม่มา ตกลงพวกผมจะได้ทำหรือไม่ แล้วคุณมาสั่งให้ผมลงทุนทำไอ้โน่นไอ้นี่ต่อคือยังไง  มันต้องแฟร์ๆ คุณก็ออกใบอนุญาตให้ผม แล้วเงื่อนไขต่อไปที่กสทช.จะสั่งทำให้ทำอะไร ก็บอกมา ผมก็จะทำไปให้เรื่อยๆ แต่ตอนนี้ใบอนุญาตไม่ออก แล้วมาต่อรองกันแบบนี้ มันไม่ถูก”

image

นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค  ระบุว่า หากได้ใบอนุญาตโดยเร็วเท่าไหร่ จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะใบอนุญาตจะต้องนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในการนำเข้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับบริการ 3 จี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับใบอนุญาตโดยเร็ว ขณะนี้ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาต ดีแทคได้ดำเนินการโดยเร็วและคาดว่าจะเปิดให้บริการ 3 จี ให้ลูกค้าได้ภายใน ต้นไตรมาสที่ 2 ปีหน้า ขณะนี้ส่วนตัว กังวลในส่วนที่ว่ากระบวนการต่างๆ จะทำให้กระบวนใบอนุญาตล่าช้า และไม่สามารถเปิดให้บริการ 3 จี กับลูกค้าได้

 

ส่วนการลดค่าบริการ หวังว่าก่อน 30 พฤศจิกายนี้ ดีแทคจะพร้อมในการเสนอแนวคิดให้กสทช.รับทราบ โดยคิดว่าเมื่อเปิดให้บริการ และภาระการแข่งขันในตลาดที่มีความเข้มข้น แต่ประโยชน์สูงสุดจะอยู่ผู้บริโภค

 

 image

 

image

image

 

 

 

 

 

 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 20, 2012 นิ้ว กสทช., เรื่องราว 3G

 

เปิดชื่อ 10คนดัง! สว.เลือกเป็น”กก.ตรวจสอบ 11กสทช.”ตามกม.รอคัดเหลือ 5 “ประเสริฐ”รองเลขาฯกสทช.ผ่านเข้ารอบด้วย

 

19 พ.ย.55 – วันนี้ วุฒิสภา ได้ประชุมลับ เพื่อลงคะแนนเลือกผู้เหมาะสม ดำรงตำแหน่งเป็น“คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการผลการดำเนินการ และการบริหารงาน กสทช.” ตามตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ปี 2553 ในมาตรา 70

โดยการคัดเลือก จะเลือกจากผู้ผ่านคุณสมบัติรวม  67 คน จากทั้งหมดที่มาสมัคร 72 คน  ที่เปิดรับสมัครมาตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2555  โดยครั้งนี้ วุฒิสภาคัดเลือกรอบแรกให้เหลือ 10 คน หรือจำนวน 2 เท่า เพื่อนำไปสู่การสรุปคัดเลือกรายชื่อให้ได้จำนวน 5 คน ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ได้แก่

 

1. ด้านกิจการกระจายเสียง 1 คน

พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

นางสาวลักษมี ศรีสมเพช็ร กรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเชียงใหม่ หรือ กรอ.เชียงใหม่

 

2. ด้านกิจการโทรทัศน์

นายพิชัย อุตมาพินันท์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการกฎหมาย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีตที่ปรึกษากรรมการบริษัทกิจการโทรทัศน์กองทัพบก

 

3. ด้านกิจการโทรคมนาคม

นายอนันต์ วรธิติพงศ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา สรรหา

นายอมรเทพ จิรัฐิติเจริญ นักวิชาการ ม.เทคโนโลยีมหานคร

 

4.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค

นายพันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา อนุกรรมการกิจการกระจายเสียง บริการธุรกิจ

นายประเสริฐ อภิปุญญา ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสำนักงาน กสทช.

 

5. ด้านกิจการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

พล.อ.บุญยวัจน์ เครือหงส์ ผอ.สำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม

นายจเด็จ อินสว่าง อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

(ทั้งหมด วุฒิสภาจะคัดให้ได้ 5 คน 23พ.ย.55 โดยแต่ละด้าน จะต้องได้ 1 คน ตามกฎหมาย = 2 คน ชิงกันเอง)

 

อำนาจหน้าที่ “คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการผลการดำเนินการ และการบริหารงาน กสทช.”

ให้ติดตามการและเมินผลการปฏบัติงาน ของ กสทช. กสท. กทค. สำนักงานกสทช. และเลขาธิการกสทช. แล้วแจ้งผลให้กสทช.ทราบภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี และให้ กสทช.นำรายงานดังกล่าวเสนอต่อรัฐสภา

พร้อมรายงานผลการปฏบัติงานประจำปีของกสทช. ตามมาตร 76 และเปิดเผยรายงานดังกล่าวส ให้ประชาชนทราบทางระบบเครื่อข่ายสารสนเทศของสำนักงานกสทช. หรือวิธีการอื่นที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ การประเมิน จะต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง และต้องรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียประกอบด้วย

ซึ่งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบฯ อาจมอบหมายให้หน่วยงาน หรือองค์กร ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และประเมินผลเพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงาน  ซึ่งการรายงานผลจะต้องมีเนื้อหาผลการปฎิบัติงาน, รายงานข้อเท็จจริง หรือ ข้อสังเกต, รวมถึงข้อเสนอแนะด้วย

 

สำหรับรายชื่อ ผู้สมัคร ทั้ง 72 คนก่อนหน้านี้  หลายคนเคยลงสมัคร เป็น กรรมการ กสทช.  อีกหลายคนเป็นนายทหารเกษียณราชการ, สมาชิกวุฒิสภา, อดีตคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  และบางคนทำงานอยู่สำนักงานกสทช.ในปัจจุบัน  และเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้สมัครหลายราย มีอายุมากกว่า 50-70 ปี

 

 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 19, 2012 นิ้ว กสทช.

 

คำชี้แจงของ! “ดร.สมเกียรติ”ปธ.TDRI เรื่อง”ไม่ให้ข้อมูล กก.สอบฮั้วฯ 3G”

คำชี้แจงของ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

เรื่องการไม่ไปให้ข้อมูลแก่คณะทำงานตรวจสอบการประมูล 3G ของ กทค.

ตามที่ คณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือใบอนุญาต 3G  ที่แต่งตั้งโดย กทค. ได้ประสานงานให้ผมไปให้ข้อมูลนั้น  ผมขอแจ้งให้ทราบว่า ผมประสงค์ที่จะไม่ไปให้ข้อมูลแก่คณะทำงานดังกล่าว ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้

ประการที่หนึ่ง ผมเห็นว่า ขอบเขตของคณะทำงานดังกล่าวไม่ถูกต้อง ดังปรากฏในชื่อของคณะทำงาน เนื่องจากปัญหาใหญ่ที่สุดในการประมูลคลื่น 3G นั้น เกิดจากการออกแบบการประมูลโดย กทค. เอง มากกว่าเกิดจากพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล  ซึ่งย่อมต้องเสนอราคาต่ำที่สุดเพื่อประโยชน์ของตน   ทั้งนี้ การเสนอราคาต่ำดังกล่าว จะไม่สามารถทำได้ หาก กทค ไม่ออกกฎการประมูลจำกัดให้แต่ละรายถือได้คลื่นไม่เกิน 15 MHz ตั้งแต่แรก    การตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล จึงเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น ให้สังคมเข้าใจว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก กทค.

ประการที่สอง ผมเคยเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการของ กทค. บางชุด เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาประกอบกิจการด้านโทรคมนาคม และเห็นว่า กรรมการบางท่าน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ น่าจะไม่ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน  กรรมการรายเดียวกันนี้เองก็มีบทบาทสำคัญอยู่ในคณะทำงานตรวจสอบชุดนี้ ทำให้ผมไม่เชื่อมั่นในการทำงานของคณะทำงานชุดนี้

ประการที่สาม ที่ผ่านมา หลังการประมูล 3G ล้มเหลวและสร้างความกังขาแก่สังคม กทค. มักกล่าวอ้างว่า การตัดสินใจต่างๆ ของตนเกิดขึ้นจากการเสนอของคณะอนุกรรมการ 3G ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานของผม และนักวิชาการอื่นร่วมอยู่ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริง  การเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประมูลให้ผู้ประกอบการถือได้คลื่นไม่เกิน 15MHz ไม่ได้เป็นข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการของ กทค. เอง    ในครั้งนี้ ผมจึงเชื่อว่า หากผมไปให้ข้อมูล ชื่อของผมก็จะถูกนำไปอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมของผลการตรวจสอบของคณะทำงานดังกล่าวในลักษณะเดียวกันอีก

ผมเห็นว่า วิธีการที่ผมจะสามารถให้ข้อมูลแก่ กทค. โดยจะไม่ถูกนำไปแอบอ้างอย่างไม่เหมาะสมคือ การให้ข้อมูลแก่สาธารณะผ่านสื่อมวลชน ดังที่ได้เคยให้ความเห็นมาโดยตลอด  ในครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกัน หาก กทค. ประสงค์ที่จะได้รับข้อมูลจากผม ก็สามารถหาอ่านจากบทความที่ผมเคยเขียน และเคยให้สัมภาษณ์ ทางสื่อมวลชน หรือที่อยู่ในเว็บไซต์ของทีดีอาร์ไอ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 19, 2012 นิ้ว ทั่วไป

 

ฉบับเต็ม! รายละเอียด 5 เดือน 128 ล้านบาท “NBTC Watch”เปิดงบ กสทช.ใช้พีอาร์ เน้นประมูล 3G ภารกิจเพื่อชาติ

NBTC Watch เปิดงบพีอาร์ กสทช. 5 เดือน 128 ล้าน หว่านกระจายองค์กรสื่อ เชื่อส่งผลถูกตรวจสอบน้อยลง
16พ.ย.55 คณะทำงานติดตาม กสทช.หรือ NBTC Watch ได้เผยแพร่รายงานสาธารณะ เรื่อง “รายงานตรวจสอบการใช้งบประชาสัมพันธ์ กสทช.” มีใจความว่า

ตามที่ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช.และกรรมการ กทค.อ้าง ว่า เสียงวิจารณ์ก่อนและหลังการประมูล 3G เกิดจาก กสทช.ไม่ได้ทำประชาสัมพันธ์ให้สังคมเข้าใจถึงประเด็นที่มีความซับซ้อนอย่างการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz อย่างเพียงพอ คำสัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นการโยนปัญหาให้กับความไม่เข้าใจของสังคม และหลีกเลี่ยงการตอบข้อกังขาของสังคม เพราะเท่าที่ศึกษางบประมาณโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ปรากฏในเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงาน กสทช. จะพบว่าคำพูดของ ดร.สุทธิพลนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากสำนักงาน กสทช.ได้อนุมัติงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ระหว่างช่วงเดือน มิ.ย.2555 (นับตั้งแต่ กทค.เริ่มเตรียมการประมูล 3G ด้วยการกำหนดราคาตั้งต้น) จนถึง ต.ค.2555 รวมเป็นเงิน 128,663,324 ล้านบาท

โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ 1.งบซื้อพื้นที่เนื้อหาสื่อ 16,036,615 บาท 2.งบซื้อพื้นที่สื่อซึ่งไม่สามารถระบุได้ชัดว่าเป็นพื้นที่โฆษณาหรือเนื้อหา 73,060,604 บาท 3.งบจัดกิจกรรม (งานสัมมนาและนิทรรศการ) 34,734,365 บาท 4.งบซื้อสื่อสำหรับเผยแพร่ข้อมูลสำคัญให้กับผู้มีส่วนได้เสียและสาธารณะ 1,490,510 และ 5.งบผลิตสื่อ 3,341,230 บาท

รายงานดังกล่าวยังระบุว่า รายงานของคณะทำงานฯ ฉบับนี้มุ่งวิเคราะห์งบประมาณซื้อสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ของ สำนักงาน กสทช. โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการประมูล 3G โดยผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน กสทช. และผลกระทบต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของสื่อ ดังนี้
1.การซื้อเวลาและพื้นที่ในสื่อ การซื้อสื่อในกลุ่มนี้จะระบุไว้ชัดเจนว่าให้ประชาสัมพันธ์ผ่านเนื้อหาของรายการ และบางส่วนจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการซื้อพื้นที่เนื้อหาสื่อ ไม่ใช่พื้นที่โฆษณา ซึ่งสำนักงาน กสทช.ควรถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการซื้อเนื้อหาสื่อที่ถือเป็นการแทรกแซงองค์กรสื่อ ที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของ กสทช. นอกจากนั้น เนื้อหาที่ปรากฏในสื่อบางส่วนมีลักษณะเป็นการโฆษณาตัวบุคคล โดยเฉพาะการถ่ายภาพขึ้นปกของ ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน กทค. ในนิตยสารหลายฉบับในเครือ ARIP และส่วนมากมีลักษณะเป็นการให้ข้อมูลและข้อโต้แย้งที่สนับสนุนการตัดสินใจทางนโยบายของ กทค.เพียงด้านเดียว
2. การซื้อสื่อที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นพื้นที่โฆษณาหรือเนื้อหาในสื่อ แม้จะไม่สามารถตรวจสอบแน่ชัดว่าเป็นการใช้งบประมาณเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณาหรือเนื้อหาสื่อเหมือนเช่นกรณีแรก เนื่องจากในเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ระบุแน่ชัดถึงวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ และไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเป็นการซื้อพื้นที่สื่อไหนบ้างและช่วงเวลาใด รวมถึงมีการลงชื่อบริษัทที่รับจ้างซึ่งน่าจะผิดพลาดหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีข้อมูลชัดเจน ทว่างบประมาณที่ใช้ในส่วนนี้ ที่มีทั้งการจ้างบริษัทสื่อโดยตรงและผ่านบริษัทวางแผนสื่อ น่าจะส่งผลต่อการทำงานของสื่อต่อการตรวจสอบ กสทช. ดังที่ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา หนึ่งใน กทค. ที่ดูแลด้านผู้บริโภค ออกมาให้ข้อมูลว่า สำนักงาน กสทช. นำงบประมาณไปซื้อสื่อเพื่อหาโอกาสเข้าไปแทรกแซงกระบวนการบรรณาธิการข่าว เช่น สื่อบางฉบับถูกสั่งให้ไม่ลงข่าว กสทช. เสียงข้างน้อย สื่อวิทยุหรือโทรทัศน์บางแห่งถูกสั่งไม่ให้เชิญคนที่วิพากษ์วิจารณ์มาออกรายการ หรือมีการขอตรวจคำถามก่อนเข้ารายการ
จากการตรวจสอบงบประชาสัมพันธ์ส่วนนี้ ซึ่งเป็นก้อนใหญ่ที่สุด คณะทำงานฯ มีข้อสังเกตว่า นอกจากเป็นการอนุมัติงบให้กับบริษัทสื่อที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและ/หรือไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับงานในกิจกรรมของ กสทช. ตัวอย่างเช่นนิตยสาร The Police Variety ซึ่งเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับตำรวจไทย การอนุมัติงบก้อนใหญ่ให้กับบริษัทสื่อหลายแห่ง น่าจะส่งผลต่อการทำงานของสื่อ ดังที่คณะทำงานฯ ศึกษาตรวจสอบผลของการซื้อสื่อต่อการทำงานของสื่อ โดยเลือกสื่อในเครือมติชนที่ได้งบประชาสัมพันธ์จากสำนักงาน กสทช.มากกว่าบริษัทสื่ออื่นๆ คือได้รับถึง 13,289,660 บาท ซึ่งพบว่า หลังจากได้งบสื่อหลักของเครือมติชน ได้แก่หนังสือพิมพ์มติชน มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับ กสทช.รวม 93 ข่าว บทความ สกู๊ป และข้อเขียนอื่นๆ รวม 44 ชิ้น และภาพกิจกรรมอีก 8 ภาพ โดยมีข้อน่าสังเกตดังนี้
(1) กรณีข่าว แม้จะให้น้ำหนักและพื้นที่ตามประเด็นสำคัญในช่วงเวลานั้นๆ แต่ไม่ค่อยปรากฎข่าวเชิงตรวจสอบ กสทช.มากนัก และมักมีพาดหัวเชิงบวกต่อ กสทช.และเชิงลบต่อฝ่ายตรวจสอบ กสทช. โดยเฉพาะหลังการประมูล 3G อาทิ “กสทช. ฉะคลัง จุ้นประมูล 3จี” ”กทค. รับรองไม่ขัดรธน. ชี้ฝ่ายต้านใช้อารมณ์ล้วนๆ” “กสทช. เดินสายท้าสอบ ธาริตชี้เบื้องต้นไม่พบพิรุธ” “ฉุนทีดีอาร์ไอ ปธ.กทค.ยัวะ ไม่เคยร่วมเวทีคิด ชอบค้านตอนจบ”

และ (2) กรณีบทความ สกู๊ป และข้อเขียนอื่นๆ พบว่ามีหลายบทความที่โน้มเอียงไปทาง กสทช.หรือไม่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ตรวจสอบ กสทช. มีการเปิดพื้นที่ให้ฝ่าย กสทช.ได้ชี้แจงมากกว่าให้ฝ่ายตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังตอกย้ำวาทกรรมคล้ายๆ กัน คือควรปล่อยให้การประมูล 3G เดินหน้าต่อไป แล้ว กสทช.ค่อยไปกำกับดูแลเรื่องค่าบริการจะดีกว่า เวลาเดียวกันก็มีการใช้ถ้อยคำเชิงลบต่อฝ่ายตรวจสอบ กสทช.ในหลายบทความอย่างต่อเนื่อง อาทิ “ฝันเฟื่องที่ไร้เหตุผล” “กลับไปนุ่งใบไม้…ส่งสัญญาณควันอยู่ตามถ้ำ” “ขบวนการเหล่าคนดี๊ดี…สร้างเรื่องขยายข่าวที่ไม่เป็นจริงขึ้นมาเป็นอาวุธ”
3.การใช้งบประมาณเพื่อจัดกิจกรรม พบว่า กิจกรรมเกือบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการประมูล 3G โดยข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ การที่บริษัทสื่อเป็นผู้รับจัดกิจกรรมให้กับ กสทช. จะส่งผลกระทบต่อการรายงานเนื้อหามในสื่อของตนหรือไม่

4.งบประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารสำคัญให้กับสาธารณะ เช่น ประกาศของสำนักงาน กสทช.หรือการรับฟังความเห็นสาธารณะ ให้กับผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนได้รับทราบ ซึ่งถือเป็นหน้าที่อันพึงกระทำตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช. อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของคณะทำงานฯ พบว่า งบประชาสัมพันธ์ส่วนนี้กลับมีเพียง 1,490,000 บาท หรือไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของงบประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน กสทช.ทั้งหมด ในช่วงเวลาดังกล่าว และไม่ปรากฏงบประชาสัมพันธ์การรับฟังความเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ฯ 2.1 GHz แต่อย่างใด
รายงานดังกล่าวยังระบุว่า คณะทำงานฯ พบว่าการใช้งบประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน กสทช. โครงการใดที่มีมูลค่าเกิน 1,000,000 บาท จะใช้วิธีการ “พิเศษ” ทั้งหมด ซึ่งตามระเบียบ กทค.ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 วิธีการดังกล่าวจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นต้องดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์และมีระยะเวลาอันจำกัดเท่านั้น แต่ในกรณีอนุมัติงบก้อนใหญ่ให้กับองค์กรสื่อหรือบริษัทวางแผนสื่อเพื่อให้ลงประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องล่วงหน้า ไม่น่าจะใช้เป็นข้ออ้างได้ว่าเป็นกรณีที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน

“ปัญหาที่นำไปสู่การประมูลที่ล้มเหลวและการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมจึงน่าจะไม่ได้อยู่ที่การอ่อนประชาสัมพันธ์ของ กสทช. แต่อย่างไร ความผิดปกติในออกแบบและการจัดการประมูลต่างหากที่น่าจะเป็นปัญหาที่ตามหลอกหลอน กสทช. อยู่จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นไม่ว่าสำนักงาน กสทช. จะใช้งบกว้านซื้อใบบัวมาปิดช้างที่ตายทั้งตัวเพื่อลดข้อกังขาของสังคมอย่างไร ข้อสงสัยว่าการจัดประมูลทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์มหาศาล ในขณะที่รัฐและประชาชนเสียหายนั้น ก็จะยังคงมีต่อไป” รายงานของคณะทำงานติดตาม กสทช.ระบุ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 16, 2012 นิ้ว กสทช., เรื่องราว 3G

 

ป้ายกำกับ: