RSS

Monthly Archives: ตุลาคม 2012

ถ้อยแถลงทางการ! จาก3 ค่ายมือถือ ประสานเสียงประมูล 3G โปร่งใส กสทช.ทำทุกอย่างถูกกฎหมาย

ถ้อยแถลงทางการ! จาก3 ค่ายมือถือ ประสานเสียงประมูล 3G โปร่งใส กสทช.ทำกฎทุกอย่างถูกต้อง

image

image

29 ตุลาคม 2555 – ผู้ประกอบการโทรคมนาคมทั้งสามราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด และ บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ร่วมแถลงข่าวชี้แจงประเด็นข้อสงสัยของการประมูล 3G ที่ผ่านมา ยืนยันโปร่งใส ยินดีให้ตรวจสอบได้ วอนมองประโยชน์และความต้องการลูกค้าประชาชนเป็นหลัก พร้อมเดินหน้าลงทุนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารเพื่อคนไทยทั่วประเทศ ชี้ทุกค่ายมีเหตุผลในการเลือกช่วงความถี่และเคาะราคาที่ต่างกัน มั่นใจการประมูล 3G ครั้งนี้สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ ประชาชนไทยและประเทศชาติ

ตามที่มีการแสดงความคิดเห็นหลากหลายเกี่ยวกับการประมูล 3G ที่ผ่านมานั้น โอเปอร์เรเตอร์ทั้งสามราย โดย นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ดร. ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และศาสตราจารย์พิเศษ อธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านกฎหมาย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (ทรูมูฟ)  ในฐานะที่เป็นเอกชนผู้เกี่ยวข้องและเข้าร่วมในเหตุการณ์การประมูล 3G คลื่นความถี่ 2.1 GHz มาตั้งแต่ต้น พร้อมใจกันชี้แจงข้อเท็จจริงต่อความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับเอกชนผู้เข้าร่วมการประมูลที่ยืนยันได้ว่ามีความโปร่งใส พร้อมแสดงเจตนารมณ์ในการร่วมพัฒนาการสื่อสารโทรคมนาคมของไทย โดยผู้ให้บริการทั้งสามรายมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้

 

image

 

เนื่องจากเทคโนโลยี 3G เป็นเทคโนโลยีทันสมัยที่จะช่วยยกระดับให้คนไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยีสื่อสารล้ำสมัยจะช่วยสนับสนุนความเจริญและการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาคเศรษฐกิจ สังคม อุตสาหกรรม และการศึกษา โดยผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย เป็นผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในวงการสื่อสารโทรคมนาคมมาเป็นเวลาหลายสิบปี และต่างมีความพร้อมที่จะร่วมยกระดับเทคโนโลยี เพื่อให้ประเทศมีความสามารถแข่งขันและมีศักยภาพเทียบนานาประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ การเข้าร่วมประมูล 3G ของโอเปอเรเตอร์ทั้งสามราย เป็นโอกาสที่จะได้สร้างสรรค์บริการเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงที่สัญญาสัมปทานกำลังจะสิ้นสุดลง ผู้ให้บริการจำเป็นต้องมีแนวทางในการดูแลลูกค้า เพื่อลดผลกระทบในการให้บริการหลังจากสัมปทานสิ้นสุดลง และให้ลูกค้าได้รับบริการที่มีคุณภาพและต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเข้าร่วมประมูล ขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ประกอบการแต่ละราย ทั้งในแง่แหล่งเงินทุน ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการให้บริการได้อย่างมีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของลูกค้า

image

ดังนั้น แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการประมูลในครั้งนี้เป็นการประมูลที่เอื้อเอกชนทั้งสามราย จะต้องมองถึงความพร้อมของเอกชนด้วย หากมีการเพิ่มราคาจากราคาตั้งต้นที่ 4,500 ล้านบาท ที่มีการเสนอในกรอบข้อสรุปข้อศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจมีผลต่อจำนวนผู้เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ โอเปอเรเตอร์ทั้งสามราย ยืนยันการประมูลเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน โดยเงินรายได้ที่เข้ารัฐจากการประมูลครั้งนี้ไม่ได้ต่ำกว่าราคาขั้นต่ำที่วางไว้ ซึ่งราคาประมูลที่เหมาะสมจะสะท้อนต้นทุนการให้บริการ ทำให้อัตราค่าบริการมีความเหมาะสมพอที่ประชาชนทุกกลุ่มจะเข้าถึงได้ง่าย ประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์จากการใช้ 3G ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

และที่สำคัญ คือ การที่ประเทศชาติมีการพัฒนาและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หากราคาประมูลแพง ค่าบริการก็จะแพง ประชาชนที่ได้ประโยชน์มีน้อย จะเป็นการสูญเสียของประเทศชาติมากกว่า การลงทุนของโอเปอเรเตอร์แต่ละราย มิใช่เพียงเงินค่าคลื่นที่ประมูลได้เท่านั้น แต่โอเปอเรเตอร์ยังต้องลงทุนในการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่และจำนวนประชากรตามเงื่อนไขที่ กสทช. กำหนด อีกทั้งยังต้องมีการลงทุนในการพัฒนาระบบการให้บริการลูกค้าเพื่อสามารถให้บริการประชาชนได้มากที่สุด ซึ่งสุดท้ายรายได้จะกลับสู่ภาครัฐและรัฐจะมีรายได้จากการลงทุนโครงข่ายและภาษีรายได้ของผู้ประกอบการ

สำหรับประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการฮั้วประมูล ทำให้ได้ราคาคลื่นความถี่ในราคาไม่สูงนั้น ขอชี้แจงว่า การเพิ่มเงินในการประมูลก็เพื่อให้ได้เลือกช่วงความถี่ที่ต้องการก่อน ซึ่งช่วงคลื่นที่เหลือก็ไม่ได้แตกต่างกันจนทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันมากนัก และผลการประมูลก็บรรลุเป้าหมายเพราะได้เงินประมูลสูงกว่าราคาตั้งต้น

image

 

image

image

 

ส่วนประเด็นการฮั้วประมูลนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะผู้ประกอบการทุกรายก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขการประมูลเดียวกัน หากมีการฮั้วกันก็จะถูกตัดสิทธิ์จากการประมูล อีกทั้งยังเสื่อมเสียชื่อเสียงในการประกอบธุรกิจต่อไป ดังนั้น ผู้เข้าร่วมการประมูลทั้ง 3 ราย ยืนยันมั่นใจว่าได้ปฎิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขและข้อปฏิบัติในการประมูลตามที่กสทช.กำหนดทุกประการ ที่สำคัญ โอเปอเรเตอร์ทั้งสามรายมีความเชื่อมั่นในการดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHzของ กสทช. ว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมาย รวมทั้งยังมั่นใจในหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในการจัดการประมูล ซึ่ง กสทช. ได้ศึกษาแนวทางการประมูลอย่างละเอียดรอบคอบ มีการวิจัย และมีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญในการประมูล

image

นอกจากนี้ ในวันจัดการประมูล ยังได้เชิญผู้สังเกตการณ์ที่เป็นกลาง ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย อีกทั้งการที่ กสทช. ได้ยื่นเอกสารการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz ให้กับ 4 องค์กรตรวจสอบหลักของประเทศ ประกอบด้วย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ย้ำชัดเจนถึงความบริสุทธิ์ใจและความมุ่งมั่นของกสทช.ที่ทำให้การประมูลมีความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน โอเปอเรเตอร์ทั้งสามราย ขอแสดงความชื่นชมต่อคณะกรรมการ กสทช. ทุกท่าน ที่ดำเนินการตามเป้าหมายการทำงานที่แท้จริง คือ การจัดสรรคลื่นความถี่ให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีดังกล่าว และสามารถผลักดันจนการประมูลเสร็จสิ้นลง นับว่า กสทช. ได้ถือเอาประโยชน์ของประชาชนและการพัฒนาประเทศเป็นที่ตั้ง แม้ว่าจะมีหลากหลายความคิดเห็นและข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อการประมูลดังกล่าว แต่โอเปอเรเตอร์ 3 รายต่างเชื่อมั่นว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกด้านจะได้ข้อสรุปที่กระจ่างแจ้งต่อประชาชนโดยเร็ว และคนไทยจะได้ใช้บริการ 3G ทัดเทียมกับคนในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

image

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 29, 2012 in กสทช.

 

เปิดเนื้อหา..หนังสือ”ด่วนที่สุด”กมธ.ตรวจสอบทุจริตฯ สว.ยื่น ปธ.ปปช.สอบ กสทช.จัดประมูล 3G ผิดกม.ฮั้วฯหรือไม่ ด้านปปช.ประชุมใหญ่พรุ่งนี้

image

image

image

image

image

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 24, 2012 in ทั่วไป

 

บรรยากาศ กสทช.หอบเอกสาร เตรียมเดินสายยื่นหน่วยตรวจสอบ ปปช.,สตง.,ผู้ตรวจการ,DSI, กมธ.สว.พรุ่งนี้

image

image

image

image

image

image

image

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 23, 2012 in ทั่วไป

 

กสทช.แจ้งหมายกลางดึก! นัดแถลง “วันหยุดราชการ” ไม่รอหน่วยตรวจสอบ เดินหน้าส่งเอกสารประมูล 3G ก่อนโดนเรียกสอบเอง

image

เมื่อเวลาประมาณ 23:54น. 22ต.ค.55 กลุ่มงานสื่อสารองค์กรสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐                                                                                                                                                                                            ๒๒  ตุลาคม ๒๕๕๕  เรื่อง      ขอเชิญทำข่าว เรื่อง  “ กสทช.ยืนยันความโปร่งใสการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz. ไม่รอตรวจสอบ       เดินหน้านำเอกสารพบ ปปช., สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  และผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภา    ด้วยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  กำหนดจัดการแถลงข่าว   เรื่อง“กสทช.ยืนยันความโปร่งใสการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz.  นำเอกสารการประมูลชี้แจงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  และผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภา ก่อนการตรวจสอบ”  ในวันอังคารที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๑.๓๐ น. ณ ห้องสื่อมวลชน ชั้น ๒ อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. กรุงเทพมหานคร  เพื่อนำเอกสารที่จะชี้แจงทั้ง 3 ส่วนในวันพุธที่ ๒๔ ตุลาคม นี้  ออกออกให้สื่อมวลชนรับชม              จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์การส่ง ผู้สื่อข่าว/ช่างภาพ เข้าร่วมการแถลงข่าววันอังคารที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๑.๓๐ น. ณ ห้องสื่อมวลชน ชั้น ๒ อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. กรุงเทพมหานคร  และขออภัยที่เรียนเชิญมาโดยเร่งด่วน  และขอขอบคุณในความร่วมมือที่ดียิ่งมา ณ โอกาสนี้ด้วย  ขอแสดงความนับถือ(นางสุวรรนีย์ เจียรานุชาติ)ผู้อำนวยการกลุ่มงานสื่อสารองค์กร  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 23, 2012 in ทั่วไป

 

อะไรจะเกิด! เมื่อ 5 บอร์ด กสทช. ฝั่งกระจายเสียง สวนหมัด ไม่รับรองผลประมูล 3G

 

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มี 5 คน


สุทธิพล ทวีชัยการ


พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ 

ประธานบอร์ด กทค.

ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์


พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร

น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา

(เสียงข้างน้อย เป็นส่วนใหญ่)

บอร์ด กทค.ทั้งคณะรับผิดชอบต่อการจัดทำหลักเกณฑ์ และกำหนดระเบียบ ประกาศ ที่เกี่ยวกับการจัดประมูลคลื่นความถี่ 3 จี เมื่อ 16 ต.ค.55  มีเพียงน.พ.ประวิทย์ ที่ได้ทักท้วงและทำคำสงวนไว้เกี่ยวกับราคาตั้งต้นที่ต่ำเกินไป  ตั้งแต่ก่อนการประมูล และภายหลังประมูล น.พ.ประวิทย์ ก็ยังยืนยันตามเดิม

.. ความเคลื่อนไหวของกรรมการฝั่งโทรคมนาคม ที่ถูกภาคประชาชน และนักวิชากร รวมถึงคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ตรวจสอบในขณะนี้ ส่งผลให้วันนี้ (22 ตุลาคม 2555) ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.ฝั่งกระจายเสียง (กสท.) อีก 5 คน มีมติเอกฉันท์ 5:0 ทำหนังสือถึงประธาน กสทช.

โดยนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ระบุว่า มติวันนี้ก็เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง รวมทั้งกระบวนการ และขั้นตอนการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าว เพื่อประกอบดุลพินิจในการรับรองผลการประมูลครั้งนี้ พร้อมเห็นว่า แม้เป็นอำนาจขาดที่คณะกรรมการทั้ง 2 ฝั่ง แบ่งหน้าที่กันทำงานชัดเจน แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง หรือสร้างความกังขาต่อสังคม กรรมการ กสทช. ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ก็มีสิทธิ์ร่วมรับรู้และตัดสินใจเช่นกัน และได้นัดประชุมเพื่อกำหนดท่าทีร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 29 ตุลาคมนี้

แหล่งข่าวจาก กสทช. ระบุว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประมูลเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 มีกรรมการ กสทช.หลายคนคุยกัน และตั้งข้อสังเกตต่อผลการประมูลที่เกิดขึ้น โดยพบว่าไม่มีการแข่งขันมากถึง 6 ช่วง หรือ 6 ใบอนุญาต

นอกจากนี้ ยังไถ่ถามกันว่า จำเป็นต้องนำเข้าให้ที่ประชุมกสทช.ชุดใหญ่ ทั้ง 11 คน ลงมติรับรองหรือไม่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว กสทช.ฟากโทรคมนาคม ต่างอ้างกฎหมายว่าให้อำนาจขาดในการตัดสิน จึงได้มีมติ 4:1 เสียง รับรองผลการประมูลที่เกิดขึ้นในวันที่ 18 ต.ค.55 โดยมีเพียงน.พ.ประวิทย์ ที่ลงมติไม่รับรอง และขอทำคำสงวนความเห็น

“ภายหลังการเสร็จการประมูล มีการประเมินว่า หากมีกระบวนการฟ้องร้องไปถึง ป.ป.ช. โดยเฉพาะการตีความว่าทำผิดกฎหมายป้องกันการฮั้วหรือไม่นั้น ทำให้กสทช.หลายคน ในฝั่งกระจายเสียงเริ่มไม่เห็นด้วยกับผลการประมูลที่ฝั่งโทรคมนาคม เริ่มมีการวิเคราะห์กันว่า หากเรื่องไปถึง ป.ป.ช. หากพิจารณาว่าเอกชนทำให้เกิดการฮั้วกัน เอกชนรายนั้นจะซวยถึงขั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาต แต่หากพบว่าการไม่แข่งขันด้านราคา เกิดจากเอกชนทำตามกติกา แต่กติกามันห่วยผู้ที่จะซวย ก็คือ กสทช.ทั้ง 11 คน ไม่ใช่แค่ บอร์ด กทค. ที่มี 5 คนเท่านั้น”แหล่งข่าวระบุ 

นอกจากนี้ หากประเมินท่าทีกันแล้ว ยังพบว่า หากบอร์ด กทค.นำเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดใหญ่ 11 เพื่อเป็นวาระ “แจ้งเพื่อทราบ” เท่านั้น ไม่ใช่”เพื่อพิจารณา” จะส่งผลให้ กรรมการฝั่งกระจายเสียง ลงมติ”รับทราบ” ด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ น.ส.สุภิญญา ก็เคยตั้งข้อสังเกตกับสื่อมวลชนว่า แค่เอาเรื่องมาแจ้งเพื่อทราบ ก็ต้องดูก่อนว่าจะลงมติ”ทราบ” ด้วยหรือไม่ หรือถ้า ทราบแล้ว จะมีผลทางกฎหมายอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ ถึงขั้นอาจต้องปรึกษาฝ่ายกฏหมายก่อนเพื่อขอความชัดเจน

ขณะที่ กรรมการ กสทช.คนอื่นๆ เช่น พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ กสทช. ก็เคยเปรยว่า จบงานนี้ อาจเกิดคดีอาญาตามมา ซึ่งหาก กทค.เสนอเข้าที่ประชุมจริงๆ  ก็มีความชัดเจนว่าจะขอโหวตสวนมติ

ส่วน นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กสทช.อีกเสียง ก็ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ว่า แม้ไม่ยินดีกับผลการประมูล แต่ก็เห็นว่าการประมูลที่ทำให้เกิดการแข่งขันกันนั้นยาก นอกจากนี้ ยังเคยไปเปรยกับกรรมการบางคนหลังเสร็จสิ้นการประมูลว่า กรรมการกทค.เคยบอกว่า ณ วันประมูลจะเกิดการแข่งขันกัน แต่เมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้ ก็เหมือนเอาส้วมมาให้

มีการประเมินว่า ถ้าบอร์ดกทค.นำเรื่องเข้าบอร์ดใหญ่ 11 คนจริง จะได้รับเสียงที่ไม่ได้คล้อยตามหรือสนับสนุนมากถึงครึี่ง หรืออาจเป็นครั้งแรกที่มากกว่าครึ่ง นับตั้งแต่ กสทช. ประชุมร่วมกันมา 1 ปี

เพราะหากพิจารณาดูจาก บอร์ด กทค.เอง ที่ก็คงประเมินได้ว่า เสียงตอบรับในบอร์ดใหญ่ไม่สู้ดี เพราะหากประเมินว่าเป็นบวกมากกว่าลบ ก็คงจะเร่งเอาเข้าบอร์ดเป็นวาระพิเศษได้นานแล้ว แต่ทั้งสัปดาห์นี้ ยังไม่มีแผนเสนอให้เรียกประชุมด้วยซ้ำ

ที่สำคัญ บอร์ดในกทค.บางคน พยายามออกสื่อ ให้ข่าวว่า เป็นอำนาจขาดของ 2 บอร์ดที่ใช้สิทธิ์ขาดกัน เรื่องเอาเข้าบอร์ดใหญ่ จึงรอเวลาเพื่อชงให้เป็นวาระ”แจ้งเพื่อทราบ”เท่านั้น ในเวลาที่ยังไม่มีความชัดเจน

นอกจากนี้  พันเอกนที ศุกลรัตน์ ประธานด้านกระจายเสียง ก็อาจลอยตัว เพราะโชคดีที่ไม่ได้อยู่ร่วมพิจารณามาตั้งแต่แรก  ส่วน น.ส.สุภิญญา ก็เป็นที่ชัดเจนว่า แสดงจุดยืน ร่วมกับ นพ.ประวิทย์ มาตั้งแต่แรก พร้อมทำคำสงวนมติไว้แต่แรกเช่นกัน แต่ครั้งนี้ ถ้าบอร์ด กสท.เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็น่าจะเป็นครั้งแรก ที่สุภิญญา อยู่ในกลุ่มเสียงข้างมาก ไม่ใช่เสียงข้างน้อยเหมือนทุกครั้ง

ส่วน พ.ต.อ.ทวีศักดิ์  งามสง่า กสทช.อีกคน ซึ่งเป็นตำรวจ ก็มีการประเมินว่า อาจต้องถอยเช่นกัน เพราะน่าจะเข้าใจดีกว่า กฎหมายฮั้ว มันเป็นข้อกฏหมายที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา

ส่วนคณะกรรมการ ฟาก กระจายเสียง (กสท.) มี 5 คน ดังนี้ 

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท.

สุภิญญา กลางณรงค์

ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์

พล.ท.พีรพงษ์ มานะกิจ

พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า

เท่ากับตอนนี้ เสียงที่ไม่เห็นด้วยกับผลการประมูล รวม เป็น 6 เสียง ซึ่งรวมถึง น.พ.ประวิทย์ ด้วย นั่นหมายถึงเป็น”เสียงข้างมาก” ในกสทช.

 

 พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี

ประธาน กสทช.

 
 

เปิดคำร้อง 7หน้า..! “สุริยะใส กตะศิลา”ยื่นปปช. สอบ กสทช. 11คน จัดประมูล 3จี ส่อ”ฮั้ว”

image

image

image

image

image

image

image

image

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 22, 2012 in ทั่วไป

 

(บทความพิเศษ) “Digital TV” จุดเปลี่ยนทีวีไทย…จริงหรือ? โดย..ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ&ธุรกิจ (EIC) ธ.ไทยพาณิชย์

(บทความพิเศษ) “Digital TV” จุดเปลี่ยนทีวีไทย…จริงหรือ?

โดย..ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ&ธุรกิจ (EIC) ธ.ไทยพาณิชย์

 

ดิจิตอลทีวี 48 ช่อง ที่จะเกิดภายในปี 2013 จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและแข่งขันในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลัก แต่อาจต้องใช้เวลาในการสร้างความนิยมให้แก่ผู้บริโภค เนื่องจากระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่านที่ใช้เวลานาน ประกอบกับการรับชมทางเลือกอื่นที่กำลังเติบโตได้ดี  โดยหน่วยงานภาครัฐจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกไปสู่ดิจิตอลได้ตามเป้าหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการในธุรกิจมีเดียและผู้บริโภคไทย

 

ดิจิตอลทีวีเป็นปัจจัยเอื้อต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค แต่การเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกในปัจจุบันนั้นอาจต้องใช้ระยะเวลานานถึง 8- 10 ปี กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ จึงอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวเกินไปสำหรับผู้บริโภคที่มีทางเลือกอื่น ทำให้รายจ่ายของผู้ประกอบการมีแนวโน้มสูงกว่ารายได้ในระยะแรก  ดิจิตอลทีวี สำหรับการออกอากาศโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (Terrestrial TV) ถูกคิดค้นมาแทนที่ระบบอนาล็อกเพื่อเพิ่มจำนวนช่องบริการและยกระดับคุณภาพสัญญาณให้คมชัดและไม่ถูกรบกวนได้ง่าย  และยังสามารถพัฒนาให้รับชมในระบบความคมชัดสูง (High Definition)  ระบบสามมิติ (3D)  และการรับชมขณะเคลื่อนที่ (TV-on-Mobile) เพื่อตอบสนองกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ในส่วนของผู้ประกอบการจะสามารถสร้างรายได้จากการให้บริการที่หลากหลายเพิ่มขึ้น เช่น บริการเสริมลักษณะโต้ตอบ (Interactive) เช่น VDO-on-Demand รวมถึงรายได้จากโฆษณาที่จะเพิ่มขึ้นจากการวัดเรตติ้งที่แม่นยำขึ้นผ่านระบบดิจิตอล ในด้านรายจ่ายผู้ประกอบการยังสามารถประหยัดพลังงานในการส่งสัญญาณได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับการส่งในระบบอนาล็อกเดิมอีกด้วย (รูปที่1) แต่ผู้ประกอบการอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านต้นทุนในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และวางโครงข่ายล่วงหน้า ในขณะที่ผู้บริโภคจะยังมีการใช้งานน้อยในช่วง 3 ปีแรก โดย กสทช. ได้สร้างแผนแม่บทในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 8-10 ปี ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกเป็นดิจิตอลของประเทศพัฒนาแล้วเช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เช่นกัน (รูปที่2)

 

ดิจิตอลทีวีจะทำให้เกิดการแตกตัวทางธุรกิจมีเดียให้มีความหลากหลายมากขึ้น แต่ด้วยต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ทำให้อาจมีเพียงผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลักที่สามารถเข้าร่วมลงทุน การออกอากาศในระบบอนาล็อกเดิมจะประกอบไปด้วยผู้เล่นสองส่วนหลักคือ ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ และช่องสถานีที่ทำการรวบรวมรายการและแพร่สัญญาณภาพ แต่ในระบบดิจิตอลจะมีการแตกตัวทางธุรกิจเพิ่มขึ้น   ช่องสถานีโทรทัศน์อาจไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของโครงข่ายและปัจจัยพื้นฐานเองทั้งหมด นอกจากนั้น อาจเกิดธุรกิจใหม่ๆ เช่น ผู้รวบรวมสัญญาณการแพร่ภาพ และผู้ผลิตบริการประยุกต์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับการออกอากาศ เป็นต้น (รูปที่3)  อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนระบบออกอากาศมาเป็นระบบดิจิตอลจะต้องลงทุนในอุปกรณ์เพิ่มเติม และยังต้องจ่ายค่าเช่าโครงข่ายหากไม่มีเป็นของตัวเอง และที่สำคัญ ยังต้องชำระค่าประมูลใบอนุญาตอีกด้วย  ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่อาจต้องใช้เงินลงทุนหลักพันล้านบาทสำหรับหนึ่งช่องสถานี  ซึ่งต่างจากการลงทุนทำช่องทีวีดาวเทียมที่ใช้เงินลงทุนเพียงหลักร้อยล้านบาท  ดังนั้น การลงทุนในดิจิตอลทีวีน่าจะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายใหญ่จากฝั่งบรอดแคสติ้งรายเดิม เช่น กลุ่มฟรีทีวีเดิม (BEC, BBTV และ MCOT เป็นต้น) ที่ต้องการรักษาฐานตลาด และกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวีขนาดใหญ่ (True, GMM และ RS เป็นต้น) ที่ต้องการขยายฐานลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มโทรคมนาคมขนาดใหญ่ที่สนใจเข้ามาลงทุนเช่นกัน โดยบริษัทเหล่านี้มีความได้เปรียบด้านเงินทุนและการมีโครงข่ายเป็นของตนเอง  ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กที่มีเงินลงทุนไม่สูงนัก คงจำต้องเน้นการลงทุนในช่องทีวีดาวเทียมหรือผลิตรายการให้กับเคเบิ้ลทีวีในรูปแบบเดิมไปก่อน

 

กสทช.และหน่วยงานของรัฐมีบทบาทสำคัญในการจัดการกับทั้งปัจจัยผลักดันและปัจจัยฉุดรั้ง เพื่อให้กระบวนการเกิดดิจิตอลทีวีดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้ไทยต้องเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกเป็นดิจิตอลทีวี เพราะภายในปี 2015  สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ได้กล่าวเตือนถึงการยกเลิกการผลิตอุปกรณ์ในระบบอนาล็อกเดิมแล้ว ซึ่งถ้าหากไทยไม่เริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่านภายในเวลา 3 ปีข้างหน้าก็จะมีความเสี่ยงในด้านอุปกรณ์การใช้งาน โดยปัจจัยฉุดรั้งสำคัญคือ ความล่าช้าของการจัดประมูลใบอนุญาต ที่จะมีผลกระทบทางอ้อมทำให้บริการเคเบิ้ลทีวีและทีวีดาวเทียมเติบโตได้ต่อเนื่อง และกลายเป็นคู่แข่งสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคขาดแรงจูงใจในการเปลี่ยนมาใช้ดิจิตอลทีวี   ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภคยังต้องลงทุนซื้อกล่องรับสัญญาณ (Set-top box) หรือซื้อโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่รองรับดิจิตอลทีวี ซึ่งปัจจัยฉุดรั้งเหล่านี้พบในกระบวนการเปลี่ยนผ่านในหลายประเทศ โดยหน่วยงานที่กำกับดูแลคล้ายคลึงกับ กสทช. ได้มีบทบาทกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเร็วขึ้น เช่น สหรัฐฯ ใช้วิธีกำหนดระยะเวลาและข้อห้ามในการขายอุปกรณ์ เพื่อบีบให้ผู้บริโภคที่ถึงรอบการเปลี่ยนอุปกรณ์ต้องซื้อในระบบดิจิตอล  ส่วนญี่ปุ่นใช้วิธีออกคูปองชดเชยผู้บริโภคในการเปลี่ยนอุปกรณ์ และอังกฤษเลือกถ่ายทอดรายการสำคัญ เช่น ฟุตบอลโลก และโอลิมปิกเกมส์ ผ่านระบบดิจิตอลเท่านั้น แต่ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านในแต่ละประเทศจะใช้เวลาเร็วช้าก็ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภค สำหรับไทยนั้น อาจใช้เวลาเร็วกว่า 8-10 ปีก็เป็นได้ ถ้าผู้ประกอบการสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์การรับชมที่ทันสมัย  และมีช่องรายการต่างๆ ที่น่าสนใจเพียงพอที่จะดึงดูดผู้บริโภค เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคไทยจะปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้รวดเร็ว  และยังนิยมรับชมโทรทัศน์เพื่อเข้าถึงสาระและความบันเทิงมากกว่าช่องทางอื่น

 

 

 

implication

  • หากดิจิตอลทีวีเกิดช้า จะส่งผลกระทบอย่างไร? 1. ผู้ให้บริการ-ผู้รับบริการมีความเสี่ยงที่จะไม่มีอุปกรณ์คุณภาพดีใช้งานภายหลังปี 2015 เนื่องจากทั่วโลกจะเริ่มยกเลิกการผลิตในระบบอนาล็อก ส่งผลให้อุปกรณ์มือสองจากทั่วโลกจะหลั่งไหลเข้ามาขายในไทยแต่อุปกรณ์มือหนึ่งจะหาได้ยากขึ้น
    2. ทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวีจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีการเข้าถึงผู้บริโภคได้ถึง 90% ของครัวเรือนไทยภายในปี 2015 จากปัจจุบันที่มีอัตราการเข้าถึงผู้บริโภคอยู่ที่ 50-60% ทำให้ดิจิตอลทีวีที่เกิดขึ้นในภายหลังอาจไม่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และลดความน่าสนใจลงทุน
    3. รายได้จากโฆษณากว่า 6 หมื่นล้านบาทจะยังคงกระจุกตัวอยู่กับฟรีทีวีเดิมทั้ง 6 ช่อง เนื่องจากไม่มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าแย่งส่วนแบ่งรายได้ค่าโฆษณา
  • เมื่อดิจิตอลทีวีเกิดขึ้น จะส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างไร ? 1. ภายใน 3-5 ปีแรกนับจากนี้ หากแผนแม่บทของ กสทช. เป็นไปตามเป้าหมาย จะมีครัวเรือนที่รับชมดิจิตอลทีวีตามเมืองใหญ่สูงถึง 80% ทำให้มียอดขายกล่องรับสัญญาณ (Set-top box) หรือการซื้อโทรทัศน์ใหม่ ที่รองรับระบบดิจิตอลเพิ่มขึ้นรวมกันอย่างน้อย 7.2 ล้านเครื่อง
    2. เกิดการแตกตัวทางธุรกิจแบบใหม่ อาทิ ผู้รวบรวมรายการ ผู้รวบรวมสัญญาณ และ ผู้ให้บริการเสริมต่างๆ เป็นต้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการกระจายตัวของรายได้ไปยังผู้ให้บริการในส่วนต่างๆ และเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น
    3. การวัดเรตติ้งโฆษณาจะมีความแม่นยำและเชื่อถือได้มากขึ้น ประกอบกับช่องรายการที่หลากหลายแต่แยกประเภทชัดเจนจะทำให้เจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถทุ่มงบประมาณโฆษณาได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
  • ใครเสียประโยชน์ เมื่อดิจิตอลทีวีเกิดขึ้น ?

    ผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์รายเดิมจะได้รับผลกระทบจากจำนวนคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น และการแตกตัวของห่วงโซ่อุปทานที่จะเกิดการแบ่งสรรรายได้ออกไป หากไม่สามารถลงทุนดำเนินกิจการได้เองตลอดทั้งห่วงโซ่ ในส่วนผู้ผลิตรายการเพื่อขายสถานีโทรทัศน์นั้น ก็จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากรายได้ของสถานีที่อาจลดลงจากการกระจายค่าโฆษณาไปยังจำนวนช่องที่เพิ่มขึ้น และต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพรายการที่รุนแรงขึ้น

 

 

 

 

รูปที่ 1: ดิจิตอลทีวีเป็นปัจจัยเอื้อต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค
ข้อดีของระบบดิจิตอลต่อผู้บริโภค ข้อดีของระบบดิจิตอลต่อผู้ประกอบการธุรกิจมีเดีย
  • รับชมรายการได้ชัดขึ้น 6 เท่า ไม่มีปัญหาเรื่องภาพเงาภาพซ้อน
  • ประหยัดพลังงานในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ได้ถึง 90%
  • รับชมรายการฟรีทีวีได้เพิ่มมากขึ้นเป็น 48 ช่อง
  • ไม่ต้องลงทุนเองตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานเพราะเกิดการแตกตัวทางธุรกิจ
  • สามารถรับชมโทรทัศน์ผ่านมือถือได้ (TV-on-Mobile)
  • สามารถสร้างรายได้เสริมจากบริการใหม่ๆ เช่น VDO-on-Demand
  • มีระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติอัตโนมัติผ่านโทรทัศน์
  • การวัดเรตติ้งทีวีทำได้แม่นยำมากขึ้น เพิ่มแรงดึงดูดการลงทุนในโฆษณา ทำให้รายได้ค่าโฆษณามีแนวโน้มสูงขึ้น
ที่มา: การวิเคราะห์โดย SCB EIC

 

 

รูปที่ 2 : กสทช. ได้วางกรอบแผนแม่บทในการเปลี่ยนผ่านระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอลให้เสร็จสมบูรณ์ภายในระยะเวลา 8-10 ปี
   ที่มา: กสทช.

 

 

รูปที่ 3 : ดิจิตอลทีวีจะทำให้เกิดการแตกตัวทางธุรกิจมีเดียให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ที่มา: กสทช.

 

ผู้เขียน:   ทับขวัญ หอมจำปา และ จาตุรนต์ อำไพ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 21, 2012 in กสทช., วิทยุ -TV

 

ป้ายกำกับ: