RSS

Monthly Archives: กันยายน 2014

ปิดสำนักงาน ฮ่องกง! “การบินไทย”แจ้ง เปิดบินเส้นฮ่องกงปกติ แต่”ปิด”สนง.ฮ่องกง 1-2 ต.ค.57 / วันนี้ เปิดถึงแค่ 4โมงเย็น

image

29 กันยายน 2557

บริษัท  การบินไทย จำกัด  (มหาชน)  ขอเรียนให้ทราบว่า ในวันจันทร์ที่  29  กันยายน  2557 สำนักงานการบินไทย ณ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน ตั้งอยู่ที่ 24A United Centre Building,95 Queensway Hong Kong   มีความจำเป็นต้องปิดสำนักงานก่อนเวลา คือในเวลา 16.00น. (เวลาท้องถิ่น) เนื่องจากมีการชุมนุม และ เกิดเหตุการณ์ไม่สงบภายในบริเวณที่ทำการรัฐบาลฯ  ซึ่งใกล้กับสำนักงานการบินไทย เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าที่มาติดต่อกับสำนักงานฯ และเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่  บริษัท การบินไทย สำนักงานฮ่องกง ยังคงให้บริการตามปกติ และ ผู้โดยสารสามารถ ติดต่อได้ที่ หมายเลข +852 – 2179- 7777 จนถึงเวลาดังกล่าวข้างต้น  อย่างไรก็ตาม การบินไทยยังคงให้บริการในเส้นทางไป – กลับ ระหว่าง กรุงเทพฯ – ฮ่องกง ตามปกติ

ผู้โดยสารสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ตารางการบินได้ที่โทรศัพท์หมายเลข  02-356-1111 และ หมายเลขสำนักงานการบินไทยที่สนามบินฮ่องกง +852-2769-7421 (เวลา 09.00-22.00 น. เวลาท้องถิ่น) หรือ http://www.thaiairways.com หรือ  http://www.thaiairways.com.hk

ทั้งนี้  สำนักงาน การบินไทย สำนักงานฮ่องกง  จะปิดทำการในวันพุธที่ 1 ตุลาคมและพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม 2557 เนื่องจากวันชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน  แต่การบินไทยยังคงให้บริการในเส้นทางไป – กลับ ระหว่าง กรุงเทพฯ – ฮ่องกง ตามปกติ   และสำนักงานการบินไทยที่สนามบินฮ่องกงยังคงให้บริการตามปกติ

Advertisements
 

สรุปทามไลน์ 1 สัปดาห์! ปัญหา”กสทช. VS ช่อง 3″ กับคำสั่งทางปกครอง ถอดผังอะนาล็อค ออกจากช่องดาวเทียม-เคเบิลฯ 30ก.ย.57

image

เกิดอะไรบ้าง…??? สรุปทามไลน์ 1 สัปดาห์ ปัญหาระหว่าง “กสทช.- ช่อง 3”  กับคำสั่งทางปกครอง ถอดผังอะนาล็อค ออกจากช่องดาวเทียม-เคเบิลฯ  มีผลหน้าจอผู้ชม 30 กันยายน 2557

**********

จันทร์ 22 กันยายน 2557

– บอร์ด กสท.มีมติลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 4% ของรายได้จากการประมูล ให้ช่องดิจิตอล ที่ออกคู่ขนานอะนาล็อก+ดิจิตอล และ ลด 2% ให้ ช่องดิจิตอล ช่องใหม่ ที่ออกอากาศ ก่อน 10 ตุลาคม 57( 10 เป็นวันดีเดย์ แจกคูปองฯ 690บาท วันแรก)  เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลทั้งระบบ/  การลดครั้งนี้ ลดให้ 5ปี 

( มตินี้ กสท.หวังว่า ช่อง 3 จะสนใจ ข้อเสนอนี้ ด้วยการนำผังอะนาล็อค มาออกอากาศคู่ขนานในช่องดิจิตอล.. เพราะตอนนี้ มีช่อง 3 ช่องเดียว ไม่เข้าเงื่อนไขนี้ .. ส่วนช่องอื่นอีก 23 ช่อง อยู่ในเงื่อนไขนี้แล้ว)

image

************

อังคาร 23 กันยายน 2557

– บ่าย 2 ผู้ช่อง 3 มาร่วมประชุม กับ บอร์ด กสท. 5 คน / แต่ใช้เวลาคุยกัน ไม่ถึง 1ชม.

– ช่อง 3 โดยคุณฉัตรชัย แถลงว่า “ไม่ได้ข้อสรุป เพราะขอคำตอบเรื่องสถานะภาพทางกม. ประกาศชัด สถานะบริษัท ช่อง 3  เป็นคนละนิติบุคคล กับบริษัทที่ร่วมประมูล

เพราะชื่อบริษัท ที่ทำช่อง 3 และ ชื่อ บริษัท ที่รับใบอนุญาตประมูลทำช่องทีวีดิจิตอล ทั้ง 3 ช่อง เป็นคนละบริษัท และ ชื่อผู้บริหาร เป็นคนละคณะ ขัด ม.9 พรบ.ประกอบกิจการฯ 51  ที่กำหนดให้ ผู้รับใบอนุญาต  ต้องประกอบกิจการเอง

image

– ท่าที..จากบอร์ด 4คน -พล.ท.พีระพงษ์ – “ช่อง 3 ยังไม่สนใจคุยเรื่องชดเชย ถ้าข้อกม.ยังไม่ชัดเจน”

ธวัชชัย – “ช่อง 3 ยืนยันว่า ไม่ต้องการออกคู่ขนานอยู่แล้ว ตามแผนเค้าต้องการทำทีวีดาวเทียม แต่ถ้าทำต้องขอใบอนุญาตทำทีวีดาวเทียม”

สุภิญญา -” ปชช.ต้องเข้าใจว่า กสท. เสนอทางเลือกให้แล้ว แต่ช่อง 3 ไม่เลือกเอง จ่อรื้อย้อนดูใบอนุญาต เฉพาะช่อง 3 ดิจิตอล อีกทั้ง 3 ช่อง คลายปมข้อกฏหมายที่ช่อง 3 กังขา

นที -” กสท.ยังไม่ปิดทางเจรจาร่วม ช่อง 3  และขอให้ทุกคนลืมคำว่าออกอากาศคู่ขนานไปก่อน จึงมั่นใจว่าจะมีทางออก จบด้วยดีทุกฝ่ายก่อน 30ก.ย.ที่คำสั่งกสท.มีผลบังคับใช้”

*************

พุธ 24 กันยายน 2557

– เช้า..ดารา , ผู้จัดช่อง 3 ระดมโพสต์ IG ชวน ดูการแถลงของช่อง 3 ใน รายการเล่าข่าวช่วงเย็น

-“วิชิต” ผู้ประกอบการเคเบิ้ล บางราย ยื่นหนังสือ เลขากสทช. ขอขยายเวลาออกอากาศช่อง 3 ออกไปอย่างน้อย 30 วัน จนกว่า จะตระเวนติดตั้งหนวกุ้งให้ลูกค้าแล้วเสร็จ แล้ว กสท. ค่อยสั่งยุติผังอะนาล็อก พร้อมระบุว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการเคเบิ้ล กว่า 400 ราย กำลังทะยอยได้รับจม.คำสั่งทางปกครอง ถอดผัง จาก สนง.กสทช.แล้ว ที่ส่งมาถึงผู้ประกอบการ

– ปธ.ชมรมทีวีดาวเทียม ยืนยัน ช่องดาวเทียม พร้อม ถอดผังช่อง 3 เริ่ม 30ก.ย.57 หากระหว่าง 25-30ก.ย. ไม่มีคำสั่งใดใหม่ หรือเปลี่ยนแปลง จาก กสท.

พร้อมปรับแผน ผลิตหนวดกุ้งขาย ปชช. เพื่อเป็นทางออกให้คนได้ดูช่อง 3 ได้.. ย้ำ ถ้าช่องดาวเทียม ไม่มีช่อง 3 การแข่งขันของผู้ประกอบการก็ไม่ตาย เพราะจอดำพร้อมๆ กัน แต่ ต้องถามผู้ชม ว่า รู้สึกอะไรหรือไม่

– ช่วงเย็น ช่อง 3 โดย”คุณประวิทย์-ฉัตรชัย “แถลงผ่านรายการเรื่องเด่นฯ สรุปว่า ที่ออกอากาศคู่ขนานไม่ได้ เพราะผิดกฏหมาย เพราะชื่อบริษัท ที่ทำช่อง 3 และ ชื่อ บริษัท ที่รับใบอนุญาตประมูลทำช่องทีวีดิจิตอล ทั้ง 3 ช่อง เป็นคนละบริษัท และ ชื่อผู้บริหาร เป็นคนละคณะ ขัด ม.9 พรบ.ประกอบกิจการฯ 51  ที่กำหนดให้ ผู้รับใบอนุญาต  ต้องประกอบกิจการเอง

image

*************

พฤ. 25 กันยายน 2557

– บอร์ด กสท.นัดประชุมด่วน วาระพิเศษ นัดโดย กรรมการ 4 จากทั้งหมด 5 คน (พีระพงษ์-ธวัชชัย-สุภิญญา-ทวีศักดิ์)  บอก  คุยกันเรื่องช่อง 3 แต่ ยังไม่รู้จะคุยประเด็นไหนกัน

-อยู่ๆ ช่อง 3 มายื่น จม. ในนาม บ.บางกอกฯ  ถามว่า “หากออกอากาศคู่ขนาน ผิด กม. หรือไม่” (ก่อนบอร์ด กสท.เริ่มประชุม)

image

– บอร์ด กสท. มี 3 มติ –   1.ให้สนง.กสทช. ทำจม. ตอบช่อง 3 ว่า ต้องทำจม.ถามใหม่ ในมานาม บ.มัลติมีเดียฯ ที่เป็น บ.ที่ได้รับใบอนุญาตช่องดิจิตอล.. แต่ บ.บางกอก ที่ทำช่อง 3 อะนาล็อค ไม่ใช่ จึงยังตอบคำถามทางกม. ไม่ได้

2. มีมติให้ สนง.กสทช. นำผลวิเคราะห์ สมัยออกใบอนุญาตการประมูลทีวีดิจิตอล ให้ บ.บางกอก ตาม ข้อสงสัยของช่อง 3  ตาม ม. 9 (ผู้รับใบอนุญาตต้องประกอบกิจการเอง)

3. ให้ สนง.กสทช. เอาเอกสารช่วงการประมูลย้อนหลังทั้งหมด มาดูกลไก และการบริหารจัดการ

– บอร์ด กสท. นัดประชุมใหม่ 4 โมงเย็น พรุ่งนี้ (26ก.ย.)

****

หลังเลิกประชุม..มี ความเห็นกรรมการ 3 คน คือ “สุภิญญา-พีระพงษ์-ธวัชชัย” ขอให้ช่อง 3 ทำหนังสือมาให้ถูกต้องก่อน แล้วค่อยคุยกันประเด็นอื่นๆ กัน แต่ยืนยัน ทุกอย่างต้องทำตามกฏหมาย เป็นหลัก และมองว่า ช่อง 3 มาถูกทางแล้ว ที่ยื่นมาถามเรื่องขอออกอากาศแบบคู่ขนาน ซึ่งเรื่องนี้ ต้องการให้ ปชช. ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และ การแก้ปัญหาของ กสท. ต้องแก้ปัญหาแบบถูกกฏหมายด้วย

*****

จากนั้น.. พ.อ.นที ให้สัมภาษณ์ จะขอเสนอแก้บทเฉพาะกาล เพื่อให้ช่อง3 สามารถเช่าช่วงเวลาในช่องดิจิตอลออกอากาศได้ทั้ง 100% จากเดิม ที่ประกาศของกสท. กำหนดให้แบ่งเช่าช่วงเวลาออกอากาศสูงสุด ได้เต็มที่ 40% และระหว่างการแก้บทเฉพาะซึ่งอาจใช้เวลา 15 หรือ 30 วัน รวมถึง ก็จะพิจารณาให้ช่อง 3 ได้ขยายเวลาออกอากาศออกไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ ในฐานะ เป็น กรรมการ กสท.

image

********

ศุกร์ 26 กันยายน 2557

– เช้า.. ช่อง3 ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ขอให้มีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้ช่อง 3 อะนาล็อก แพร่ภาพผ่านระบบเคเบิลทีวี และดาวเทียมได้ต่อ หลังจาก กสท.มีมติออกคำสั่งทางปกครองให้โครงข่ายดาวเทียม และ เคเบิ้ลฯ ถอดผังรายการช่อง 3 ภายใน 15 วัน หลังได้รับหนังสือคำสั่งทางปกครอง   ซึ่งจะมีผลต่อหน้าจอผู้ชม 30ก.ย.57

ช่อง 3 ฟ้อง..จำเลยที่1 คือ สำนักงานกสทช. / จำเลยที่2 คณะกรรมการกสทช. /จำเลยที่3 คณะกรรมการกสท.

– 11 โมง ..ช่อง 3 ยื่น จม. ให้ กสท. ใหม่ ใช่ชื่อหัวจดหมาย บ. บีอีซี มัลติมีเดียฯ ถามถึงสถานะภาพทางกฏหมาย หากออกอากาศคู่ขนานจะมำได้หรือไม่.. ตามที่ กสท.แนะนำ หลัง เมื่อวานมายื่น แล้วถูกตีกลับ

– บอร์ด กสท. นัดประชุมวาระพิเศษ 4โมงเย็น คาดพิจารณาเรื่อง หนังสือช่อง 3 และ ประเด็นที่ “นที” ปธ.กสท. เสนอ แก้บทเฉพาะกาลฯ.. (ประเด็นนี้..ย้อนอ่านได้ข้างบนจากเหตุเมื่อวาน)

– บ่าย 2 ศาลปกครอง มีคำสั่งเรียกไต่สวนฉุกเฉิน ตามที่ ช่อง 3 ร้องขอ

image

– ใกล้บ่าย 3…มีกรรมการ กสท. 3คน (พีระพงษ์-สุภิญญา-ธวัชชัย) เดินทางมาฟังการไต่สวนด้วย

-ระหว่าง ไต่สวน บอร์ด กสท. เลื่อนประชุมหลัง 4 โมงเย็น และ อาจนัดประชุมต่อทันที ที่ทราบผลคำสั่งศาล

-ราว 19 :00 น. ศาลปกครองกลาง  มีคำสั่งทุเลาบังคับคำสั่ง กสท. ไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 57  เวลา 16:30น. และให้ทั้ง 2 ฝ่าย แจ้งความคืบหน้าผลดำเนินการให้ศาลทราบวันนั้นด้วย

( ขยายความจากคำสั่งนี้..คือ ส่งผลให้ช่อง 3 ขยายเวลาออนแอร์ในช่องดาวเทียม-เคเบิ้ลฯ ได้ต่อไปจนถึง วันที่ 11 ตุลาคม 57  เวลา 16:30น. หรือ  ประมาณ 15 วัน  จากที่ช่อง 3 ขอไว้ 30วัน)

โดยทั้ง 2 ฝ่าย (ช่อง 3 และ กสทช.) ได้ตกลงกันต่อหน้าศาลว่า จะไปคุยกันเอง เรื่องการออกอากาศคู่ขนาน

แต่หลังจากวันที่ 11 ตามเวลากำหนดแล้ว  หากช่อง 3 ไม่ออนแอร์ คู่ขนาน หรือ ออนแอร์ไม่ได้ ฝั่งกสท.บอกว่า ก็ให้ถือว่าคำสั่งถอดผัง ของ กสท. ยังมีผลบังคับใช้ )

image

– หลังทราบคำสั่ง บอร์ด กสท.(สุภิญญา-พีระพงษ์-ธวัชชัย” ให้สัมภาษณ์ บอกว่า จากนี้ ช่อง 3 ต้อง จัดการปัญหาภายในเพื่อให้ออกอากาศคู่ขนานได้ .. โดยช่อง 3 รับปากว่าจะออกอากาศคู่ขนาน และช่อง 3 จะสามารถบอกได้ ว่าจะออกคู่ขนานยังไง..โดยช่อง 3 ไม่ติดใจแล้ว เรื่องข้อกฏหมายที่กังวลก่อนนี้ เรื่อง สถานะภาพบริษัท ที่เป็นคนละนิติบุคคล

จากนี้.. กสทช. เป็นฝ่ายรอ การเสนอแผนออกอากาศ จาก ช่อง 3

– ฝ่ายช่อง 3 .. คุณสุรินท์ ผู้บริหาร พูดหลังจากนั้น สั้นๆ ว่า จากนี้ ก็ต้องกลับไปคุยกับ รวมถึง ข้อกม. เรื่อง สถานะคนละนิติบุคคล ก่อนหน้านี้ด้วย ที่ช่อง 3 ประกาศว่า กังวล.. ว่า จะทำยังไงกันต่อ..เพราะอยากมั่นใจว่า ถ้า ออนแอร์คู่ขนานก็ต้องทำถูกกม.

– บอร์ด กสท. แจ้ง ยกเลิกประชุมวาระพิเศษแล้ว และ แจ้งประชุมวาระปกติ จันทร์ 29 กันยายน 57

– คำสั่งศาลฯ .. มีรายละเอียด ดังนี้

image

image

image

image

image

*******
เสาร์ 27 กันยายน 2557 – ………..

*******

อาทิตย์ 28 กันยายน 2557 – ………..

*******

จันทร์ 29 กันยายน 2557

– กสท. ประชุมบอร์ด วาระปกติ.. แต่คาดว่า ต้องมีเรื่องช่อง 3 เข้าที่ประชุมด้วยแน่นอน

*******

อังคาร 30  กันยายน 2557

– บอร์ด กสทช.ชุดใหญ่ 11 คนนัดคุยกัน (เป็นกำหนดเดิม ก่อนมีคำสั่งศาล จนถึงขณะนี้ที่โพสต์ ยังไม่ จนท.แจ้งยกเลิก)

– วันแรก ที่หน้าจอทีวีดาวเทียม และ เคเบิ้ลฯ จะถอดผัง ช่อง 3 ออก ตามมติ กสท. (ก่อนมีคำสั่งศาล ทุเลา)

*******

เขียนโพสต์ ณ เสาร์ 27 กันยายน 2557
( อัพดท 12 : 00 น.)

 

เนื้อหา! คำสั่งคดีช่อง 3 ศาลปกครองกลาง ทุเลาคำสั่ง มติ กสท.ถอดผัง ให้ 2ฝ่ายไปคุยกันเอง ดังนี้.

26 กันยายน 2557

คำสั่ง ศาลปกครองกลาง คดี ช่อง 3  ตามรายละเอียด ดังนี้.

image

image

image

image

image

 

ช่วยช่อง 3 -ช่วยรักษาสิทธิ์ ปชช.! เสียง..จาก ปธ.กสท. เสนอแก้บทเฉพาะ หนุนช่อง 3 ยกผังออนแอร์คู่ขนาน ชงขยายเวลาฉายต่อในดาวเทียม-เคเบิ้ล

image

25 กันยายน 2557

พ.อ.นที  ศุกรัตน์ ปธ.กสท.กสทช.

ให้สัมภาษณ์หลังช่อง 3 ยื่นหนังสือ สอบถามว่า หากออกอากาศอะนาล็อค คู่ขนานช่องดิจิตอลจะทำได้ตามกฏหมายหรือไม่

“..ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารทางช่อง 3 ซึ่งสิ่งที่่ช่อง 3 กังวล คือ ข้อกฎหมาย แต่ส่วนตัวผมเห็นว่าประเด็นข้อกฎหมาย เราสามารถใช้ช่องทางที่ไม่จำเป็นต้องไปตีความ เพราะในข้อกฎหมายพูดถึงเรื่องการต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง (มาตรา9 พรบ.ประกอบกิจกระจายเสียงฯ 2551 )  และบอกว่า หากไม่ประกอบกิจการด้วยตนเอง การแบ่งเวลาสามารถทำได้ตามกติกาที่ กสทช. กำหนด วันนี้ กติกาบอกว่า คนที่เป็นเจ้าของใบอนุญาต สามารถแบ่งเวลาให้คนสามารถเช่าเวลาร่วมได้ร้อยละ 40

แต่กรณีที่เราต้องสนับสนุนเรื่องการออกอากาศคู่ขนาน เราต้องปรับเรื่องบทเฉพาะกาลเพิ่มขึ้นว่า กรณีการออกอากาศคู่ขนาน ผู้ประกอบการรายเดิม สามารถแบ่งเวลาให้เช่าได้ 100%  เพื่อส่งเสริมในห้วงการเปลี่ยนผ่านตรงนี้ ซึ่งจะเป็นวิธีการแก้ไขปัญหา
 

เรื่องนี้ ผมคิดว่า กสท.มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เอกชน ในเมื่อเอกชนยินยอมพร้อมใจเข้าร่วมระบบดิจิตอล โดยที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ในฐานะเป็น กสท. จึงมีภาระกิจที่สำคัญที่ทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก และเรื่องเล็กต้องไม่มีปัญหา ทำให้ประชาชนรับชมช่อง 3 ด้วยกันทุกๆ คนผ่านระบบอะนาล็อก ดิจิตอล ดาวเทียม และเคเบิ้ลฯ ได้โดยไม่มีปัญหา 

แต่การประชุมครั้งนี้ มีกรรมการบางท่าน ตั้งประเด็นเรื่องหนังสือที่ช่อง 3 ส่งมา ว่าเป็นของบริษัทบางกอกฯ มันควรเป็น บีอีซี มัลติมีเดีย รวมถึง การตรวจสอบสัมปทานของช่อง 3 ก็จะเป็นอีกประเด็นที่ต้องว่ากันไป

 
แต่เรื่องนี้ ผมคิดว่าต้องพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน แม้จะยังไม่เรียบร้อย เพราะมีช่องทีวี 1 ช่อง ที่ประชาชนติดตามจำนวนมาก และอาจระงับการให้บริการได้ เราจึงต้องพิจารณาโดยเร่งด่วน และคำนึงถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์สาธารณะของประชาชน และกสท.นัดประชุมบอร์ดพรุ่งนี้ 4 โมงเย็น และเราพยายามจะทำให้เสร็จสิ้นและมีความชัดเจนโดยเร็ว ผมคิดว่า ไม่ต้องการให้สังคมมองว่า กสท.เป็นปัญหาส่วนหนึ่งของสังคม เราต้องการแก้ไขปัญหา วันพรุ่งนี้จะมีการพิจารณากันต่อ

 
วันนี้ต้องขอบคุณช่อง 3 อีกครั้ง ที่ลดราวาศอกจนหมดตัวแล้ว กสท.ก็ขอบคุณ เรื่องนี้ไม่ใช่การถอยทีละก้าว

สำหรับการแก้บทเฉพาะกาล ตามขั้นตอน ต้องแก้ประกาศ 2-3 บรรทัดเท่านั้น จากนั้นต้องรับฟังความเห็นสาธารณะ และกรณีเป็นประเด็นเร่งด่วนเราสามารถใช้เวลาสั้นลงได้ น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วันด้วยซ้ำ และในระหว่างการแก้ไขประกาศฉบับดังกล่าว เราสามารถใช้เรื่องการอนุญาตการให้บริการเป็นการทั่วไปต่ออีกระยะหนึ่ง  เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจอดำเกิดขึ้น ผมคิดว่าตอนนี้ใกล้เคียงมากที่จะแก้ปัญหา และหวังว่าจะเรียบร้อย

มีความเป็นไปได้ที่ระหว่างการแก้บทเฉพาะกาล เราอาจขยายระยะเวลาของการให้บริการเป็นการทั่วไปของช่องอะนาล็อกไปอีกระยะเวลานึง จนกว่าประกาศบทเฉพาะกาลจะเรียบร้อย เพื่อไม่ให้ปัญหาจอดำเกิดขึ้น เป็นภาระกิจที่สำคัญของ กสท. และผมคิดว่าเป็นสิ่งที่กรรมการทุกท่านมีอยู่ในหัวใจอยู่แล้วว่า เราจำเป็นต้องดูแลประโยชน์ของประชาชนทุกคน ประโยชน์สาธารณะ เป็นหน้าที่ของกรรมการทุกคน ไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง แต่ทั้งหมดต้องเป็นมติของ กสท. ไม่จำเป็นต้องเข้าบอร์ดใหญ่ กสทช. เป็น กสท.ปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ตามกฎหมายอยู่แล้ว

 
วันนี้ ที่ประชุมพูดกันเรื่องเอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบสัญญาต่างๆ ทำให้วันนี้ยังไม่สามารถยุติปัญหาต่างๆ ได้ และ ประเด็นที่พูดมาทั้งหมดยังไม่ได้หารือกับกรรมการท่านอื่นๆ  แต่ส่วนตัวเห็นว่าต้องมีวิธีการทำให้ประชาชนไม่ต้องเสียสิทธิ์ในช่วงของการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ผมคิดว่ามันเป็นการตอบโจทย์ทุกโจทย์ที่มีอยู่ ในเมื่อเราบอกว่า สามารถทำได้ตามช่องทางนี้ แต่มันอาจต้องใช้เวลา 15วัน หรือ 30 วัน แล้วในช่วงเวลานั้นจะทำอย่างไร เราต้องมีโจทย์ที่ต้องตอบ ก็คือ การขยายระยะเวลาซึ่งอยู่ในอำนาจของ กสท. ตามประกาศ มัสต์แครี่ ข้อ 5 เรื่องการกำหนดการให้บริการเป็นการทั่วไป ก็เป็นอำนาจของกสท.เช่นกัน

ที่ประชุมวันนี้ มีการโต้แย้งเรื่องเอกสาร ยังไม่ได้พิจารณาประเด็นหัวใจของเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวผม เห็นว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับประชาชน เป็นเรื่องที่กรรมการต้องมองปัญหาใหญ่ให้เป็นปัญหากลาง ปัญหากลางให้เป็นปัญหาเล็ก ปัญหาเล็กต้องไม่มี แต่เมื่อกรรมการหลายท่านติ และต้องการให้มีความครบถ้วน อันนั้นก็ว่ากันไป ผมคิดว่าวันนี้ ถ้าเราต้องการจะสร้างกลไกลการรับรองเรื่องกฎหมาย เราต้องใช้เวลา แต่แทนที่เราจะวิ่งไปบอกว่า กฎหมายเป็นอย่างนี้ หากเราใช้ทางออกอยู่แล้ว เราก็ใช้ทางออกกฎหมายตรงนั้น เพื่อไม่ต้องตีความกันอีก

 
ส่วนตัวผม ไม่ได้สงสัยเรื่องสัญญาสัมปทาน และเคยมีมติถูกต้องแล้ว จึงมีการออกใบอนุญาตให้กับ ช่อง 3 ไป และส่วนตัวไม่ได้สงสัยเรื่องสัญญาสัมปทาน..”

 

 

อยากให้จบสวยเหมือนละคร! เสียงจาก “ฉัตรชัย”ช่อง 3 ทำไง ไม่ให้กระทบคนดู-ถูกกม. และ ไม่เสียหายทางธุรกิจ

image

25 กันยายน 2557

ฉัตรชัย เทียมทอง ผอ.ฝ่ายการเงิน ช่อง 3 ให้สัมภาษณ์หลัง ยื่นหนังสือถาม ปธ.กสท. ว่า “การออกอากาศคู่ขนานของช่อง 3อะนาล็อค ทำได้ตามกฏหมายหรือไม่”

“ทำหนังสือมายื่นวันนี้ เป็นหนังสือที่ช่อง 3 สอบถามเรื่องออกคู่ขนาน ซึ่งเรายินดีให้ความร่วมมือกับ กสท. แต่ก็เตือนท่านด้วยในประเด็นที่เราเคยหารือกันมาในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เห็นว่ามันประเด็นปัญหาที่เห็นว่ายังเป็นปัญหาอุปสรรคของเราอยู่ ขอให้ กสท.ช่วยดู และไหนๆ มาถึงวันนี้แล้ว ใกล้จะจอดำ เลยขอให้ช่วยทบทวนมติที่กสท.เอามาบีบเรา อย่าทำให้คนดูประชาชนลำบากเลย

ความเร่งด่วนทุกคนเห็นกันอยู่ และไม่มีประโยชน์อะไรที่จะจับคนดูเป็นตัวประกันแบบนี้ ขอให้คำนึงถึงในส่วนของเราบ้าง พูดตรงๆ เราทำธุรกิจ ไม่ใช่กิจการการกุศล เราเป็นบริษัทมหาชน ต้องรับผิดชอบกับหลายภาคส่วน เรื่องกฎหมายก็เป็นอันดับหนึ่ง เรื่องออกอากาศทางเทคนิคไม่มีปัญหา เพราะรายการเป็นดิจิตอลอยู่แล้ว เตรียมมาระยะหนึ่ง 2-3 ปีแล้ว และตอนนั้นคิดว่า เราจะได้สิทธิ์คู่ขนาน เพราะทั้งโลกก็ทราบกันว่า การเริ่มใช้ระบบดิจิตอล ก็จะเริ่มจากการออกอากาศคู่ขนาน เสียแต่ว่า ของเราเป็นที่ทราบกัน ว่า กสท.ไม่มีนโยบายให้ออกอากาศคู่ขนานมาก่อน ยกเว้นบริการสาธารณะ แต่ประเด็นออกคู่ขนานกลายเป็นประเด็นใหญ่ เมื่อช่อง 7 ยื่นขอว่าจะออกอากาศคู่ขนานได้หรือไม่ และ กสท.ก็อนุญาต ตอนนั้นประมูลไปแล้ว เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

ตอนนี้อยู่ในความกรุณาของกสท.ว่า จะให้เราทำอะไรก็ช่วยพิจารณาให้เราว่า เราเป็นบริษัทมหาชน ต้องให้ความสำคัญเรื่องกฏหมายและธุรกิจ ค่าใช้จ่าย ความรับผิดชอบทางธุรกิจ ถ้าออกคู่ขนานได้ทั้งช่อง เรามีค่าเสียหายที่เคยบอกว่าผิดแผนธุรกิจที่เราจ้างคน ซื้ออุปกรณ์เครื่องมือเพื่อทำ 3 ช่อง จะกลายเป็นเครื่องมือล้น คนก็ล้น ต้องจ่ายชดเชย และการเสียค่าใช้จ่ายใบอนุญาต 2 เด้ง แต่บางส่วนเราต้องยอมรับสภาพเอง และบางส่วนเราต้องขอเยียวยา ขอให้เห็นใจว่าเราทำธุรกิจมันไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเราทำธุรกิจ

ตอนนี้รอให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนว่าเราทำได้หรือเปล่า ทำได้อย่างไร จะให้ทำอะไรก็ต้องไม่ผิดกฎหมาย และอย่าให้เสียหายต่อธุรกิจเราจนเกินไป จนทำให้ผู้บริหารเราไปตอบผู้ถือหุ้นไม่ได้

ส่วนค่าเยียวยา เราไม่เคยเจรจา แต่วันแรกที่เจอกัน กสท.ก็ถามว่ามีอุปสรรคอะไรบ้าง ก็เล่าให้ฟัง แต่ยังไม่ได้เจรจา เพราะบอกแล้วว่า ประเด็นแรกเรื่องข้อกฎหมายทำยังไงได้บ้าง แต่วันนี้ถ้าจะคุยเรื่องค่าเสียหายเยียวยาก็เชื่อว่าจะน้อยเต็มที

 
ผมอยากให้เรื่องนี้จบสวย เพราะละครของเราก็จบสวยเกือบทุกเรื่อง เรื่องนี้ก็อยากให้จบสวย และขอให้คำนึงถึงคนดูเป็นอันดับ เรื่องนี้เป็นอันดับรอง คืนความสุขให้คนดู ไม่ต้องสูยเงินหลายหมื่นล้านที่ไปซื้ออุปกรณ์ดาวเทียม เช่าเคเบิ้ลมาดู ขอให้เรื่องนี้เป็นประเด็นแรก ผมเริ่มเห็นตัววิ่งตังแต่เมื่อคืน เพราะหนังสือลงนามวันที่ 10 กันยายน แต่เมื่อคืน เห็นเครือข่ายใหญ๋บอกว่าจะยุติวันที่ 27 กันยายน ก็ตกใจว่าเวลาน้อยกว่าที่เราคาดว่า ตอนนี้ ทุกเวลา ทุกนาทีมีความหมาย อย่าว่าแต่เป็นวันเลย ทุกอย่างที่เราทำอยากให้ กสท.เห็นคนดูเป็นอันดับแรก เราไม่เคยคิดใช้คนดูเป็นตัวประกัน ให้อิสรภาพเค้าก่อน ส่วนปัญหาอะไร จะให้เราช่วยตรงไหน ก็ค่อยว่ากัน อย่าให้คนดูไปเกี่ยวข้องด้วย ”

 

 

[บทความพิเศษ] : การปฏิรูปพลังงานอย่างยั่งยืน ต้องนำกิจการท่อก๊าซทั้งระบบ กลับมาเป็นสมบัติแผ่นดิน /รสนา โตสิตระกูล

image

รสนา โตสิตระกูล
อดีต ส.ว กทม.
24 กันยายน 2557

การปฏิรูปพลังงานอย่างยั่งยืน ต้องนำกิจการท่อก๊าซทั้งระบบกลับมาเป็นสมบัติของแผ่นดิน

“..รายการเสวนาถามตอบเรื่องพลังงานวันนี้ (24 กันยายน) ที่สโมสรกองทัพบก ทางฝ่ายประชาชนได้เสนอข้อมูลที่สำคัญหลายประเด็น แม้จะถูกกีดกัน ตัดบท ไม่ให้เวลาในการอธิบายเพื่อให้ประชาชนคนฟังได้รับรู้ข้อมูลอย่างครบถ้วน หรือไม่ให้ทักท้วงเมื่อมีการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากอีกฝ่าย จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

และยิ่งมาอ่านข่าวออนไลน์ในข่าวของสำนักข่าวต่างๆ ก็ยิ่งประหลาดใจที่พบว่ามีการรายงานเฉพาะเนื้อหาของฝ่ายปตท.ฝ่ายเดียวอย่างชััดเจน บางฉบับถึงกับนำข้อมูลเก่าที่สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านั้นที่ไม่ได้อยู่ในการเสวนามาลงขยายความให้อีกด้วย ราวกับมีบ.ก กำหนดแนวการเขียนข่าวและแจกข่าวไปยังทุกสำนักพิมพ์ ส่วนข้อมูลของฝ่ายประชาชน ไม่มีการรายงานในส่วนที่เป็นสาระหลักให้ครบถ้วนเลยแม้แต่เรื่องเดียว

ยกตัวอย่างภาพกราฟฟิกที่ดิฉันนำมาแสดงในงานเสวนา ก็ไม่มีสำนักข่าวใดนำมารายงานข่าว ภาพดังกล่าว เป็นการคำนวณตัวเลขจากข้อมูลในรายงาน 56-1ของปตท.ที่ส่งตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2544-2556 จึงขอนำมาลงให้เพื่อนมิตรดู ภาพกราฟฟิกนี้เป็นการเปรียบเทียบ การเก็บเงินค่าผ่านท่อของปตท. เทียบกับค่าเช่าท่อก๊าซที่ปตท.จ่ายให้รัฐ จะเห็นความแตกต่างราวฟ้ากับเหว ท่อก๊าซที่สร้างจากภาษีของประชาชนเอาไว้ให้ปตท.เช่าถูกๆ แต่การเก็บค่าผ่านท่อจากประชาชนสูงเมื่อเทียบกับค่าเช่าที่รัฐได้สูงกว่ากันมากกว่า 7,000%ทีเดียว

เมื่อศาลปกครองสูงสูงได้ตัดสินให้ผู้ถูกร้องคือ คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และ บมจ.ปตท.ไปแบ่งแยกทรัพย์สินที่ได้มาโดยอำนาจมหาชน ซึ่งประกอบด้วยระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ อันรวมถึงระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติคืนให้รัฐ

แต่การคืนท่อก๊าซของปตท. คืนเพียงท่อบางส่วนบนบก ซึ่งสตง.ตรวจสอบแล้วพบว่าปตท.คืนท่อก๊าซเพียงประมาณ 30%ของท่อทั้งระบบที่สร้างก่อนปี2544 และใช้เงินก่อสร้างจากปตท.( สมัยที่ยังเป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นของรัฐ100%) จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเพื่อการใช้ร่วมกันของคนในชาติ  จึงต้องคืนมาทั้งหมด โดยส่วนที่ยังไม่ได้คืนอีก70% ประกอบด้วยท่อในทะเลและท่อบนบก ซึ่งปตท.ยังไม่ได้คืนให้รัฐตามคำพิพากษา

หลังคำพิพากษาของศาลฯ บมจ.ปตท.แบ่งแยกท่อก๊าซคืนมาประมาณ30% และจ่ายเงินค่าเช่าย้อนหลัง6ปี (2544-2550)ให้รัฐเฉพาะท่อส่วนที่คืนรัฐเพียง 1,597ล้านบาท แต่เก็บเงินค่าผ่านท่อ6ปีซึ่งรวมอยู่ในค่าก๊าซและค่าไฟฟ้าถึง 128,086ล้านบาทสูงกว่าค่าเช่าท่อถึง 7,920%

ถ้าคำนวณว่าท่อก๊าซที่คืนมาให้รัฐ 30% ก็ควรได้ค่าเช่าในสัดส่วน30%จากค่าผ่านท่อ128,086ล้านบาทที่เก็บจากประชาชน จึงควรเป็นเงินไม่ต่ำกว่า30,000ล้านบาท แต่รัฐกลับได้ค่าเช่าย้อนหลังเพียง1,597ล้านบาท

หลังจากนั้นปตท.จ่ายค่าเช่าให้รัฐสูงสุดเพียงปีละ 550ล้านบาท แต่เก็บค่าผ่านท่อจากประชาชนปีละ22,000 – 30,000ล้านบาทรวม12ปีหลังการแปรรูป ปตท.เก็บเงินจากค่าผ่านท่อรวมแล้ว 295,074ล้านบาท แต่รัฐได้รายได้ใน12ปีเพียง 4,897ล้านบาท

ท่อส่งก๊าซทั้งระบบเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ต้องคืนกลับมาเป็นของรัฐ เพราะเป็นทรัพย์สินที่ศาลปกครองสูงสุดระบุว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่ตกอยู่ภายใต้การบังคับคดี (คือถูกยึดทรัพย์ไม่ได้ตามกฎหมาย) จึงเป็นทรัพย์สินที่ต้องแบ่งแยกคืนให้รัฐ

การที่บมจ.ปตท.อ้างว่าท่อในทะเลเป็นของบมจ.ปตท.กลายเป็นว่าท่อก๊าซในทะเลเป็นทรัพย์สินที่ต้องถูกบังคับคดีได้ ใช่หรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง สมมติว่าบมจ.ปตท. เกิดล้มละลาย ท่อส่งก๊าซในทะเลก็สามารถถูกเจ้าหนี้ยึดทรัพย์ได้ ถ้าท่อในทะเลถูกยึดทรัพย์ได้ ท่อทั้งหมดบนบกก็เป็นอันใช้การไม่ได้ทั้งระบบ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ศาลปกครองสูงสุดได้ใช้คำว่า “ระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อซึ่งรวมระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ” เป็นทรัพย์สินที่เป็นสาธารณสมบัติ ไม่ตกอยู่ภายใต้การบังคับคดี ที่ต้องแบ่งแยกคืนให้กับรัฐทั้งระบบ

หากมีการปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเมื่อ 2กรกฎาคม 2544ก่อนการแปรรูปที่มีมติให้ ปตท.ในสมัยที่ยังเป็น”การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ100% ไปแบ่งแยกกิจการท่อส่งก๊าซธรรมชาติออกมากิจการจัดหาและจัดจำหน่ายก่อน
การแปรรูป  และให้การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.) ถือไว้ 100% หมายความว่าในเจตนาเดิมก่อนการแปรรูปปตท. รัฐเห็นว่า โครงข่ายท่อส่งก๊าซเป็นทรัพย์สินที่ขายหรือโอนให้เอกชนไม่ได้ เพราะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงต้องให้แบ่งแยกกิจการท่อส่งก๊าซออกมา และให้เป็นของรัฐ100% หากมีการปฏิบัติเช่นนั้นต้ังแต่ก่อนแปรรูป  กิจการก๊าซก็จะไม่ใช่กิจการมุ่งหากำไรสูงสุดอย่างในปัจจุบัน

ค่าผ่านท่อจะถูกลงมากกว่านี้ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงให้ราคาก๊าซและราคาค่าไฟถูกลง หรือถ้ารัฐเก็บในอัตราเท่าที่บมจ.ปตท.เก็บ รายได้เกือบ3แสนล้านบาทก็จะเป็นรายได้ของแผ่นดินทั้งหมด สามารถนำไปใช้เพื่อการสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆให้กับประชาชน..”

 

ฉบับเต็ม! “นที” ยัน ไม่ปิดทางเจรจาร่วม ช่อง 3 /มั่นใจ มีทางออก หวังจบดีกับทุกฝ่าย ก่อนมติสั่งถอดผัง มีผลปลาย ก.ย.57

image

23 กันยายน 2557

ภายหลังการหารือร่วม ระหว่าง ช่อง 3 และ บอร์ด กสท.กสทช. จากผลคำสั่งทางปกครองของ กสท. ที่ให้โครงข่ายดาวเทียมและ เคเบิ้ลฯ ถอดผังช่อง 3 อะนาล็อค ออกจากโครงข่าย ทำให้ไม่สามารถชมช่อง 3 อะนาล็อค ทางช่องเคเบิ้ล และช่องดาวเทียมได้

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท. กสทช.

 
“..วันนี้ที่ช่อง 3 มาพูดคุยกัน ทาง กสท.ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้น และขอเชิญชวนช่อง 3 ว่ายังมีข้อเสนอใดๆ ที่จะนำเสนอ ก็พร้อมยื่นได้ตลอดเวลา ทาง กสท.ก็พร้อมที่จะรับข้อเสนอ และเรากำลังพัฒนาวิธีการและแนวทาง เนื่องจากผมคิดว่าทุกคนมีเจตจำนงค์เดียวกัน คือ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาทานำไปสู่ประโยชน์ประชาชน การที่คนได้รับข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญ ในกระบวนการนี้เราต้องมองว่า ประชาชนจะได้อะไร และเสียอะไรเป็นหลักสำคัญที่สุด ท้ายที่สุดต้องทำให้เกิดวินวินให้ได้

ตอนนี้ ยังมีเวลาอยู่ ผมคิดว่ายังอยู่ในกระบวนการคิดอยู่ ท้ายสุดต้องหาทางออก และผมมีความคิดเป็นบวกอยู่ว่า ท้ายสุดจะแก้ปัญหานี้ได้ เราต้องหาวิธีการและกระบวนการนำไปสู่ทางออกที่ยอมรับได้ทุกฝ่ายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะ กสท.ในฐานะองค์กรกำกับดูแล เราต้องแสวงหาแนวทางเหล่านั้นให้ได้ เพราะเป็นผู้กำกับดูแล เป็นผู้ถือกฏ กติกา เรารู้เหลี่ยมรู้มุมอยู่ว่า ตรงไหนที่ไปไหน ตรงไหนไปไม่ได้ เราต้องหาเหลี่ยมหามุมตรงนั้นให้เจอ

เรื่องข้อกฎหมาย ผู้ประกอบการให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น แต่ส่วนตัวยังไม่ขอพูดกรณีนี้ แต่ท้ายสุด หากเราสามารถหากระบวนการที่ไม่ต้องตีความในกฎหมายได้ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ยังมีทางออกไม่ต้องกลัว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย และคิดว่าจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่ประชาชนจะเสียประโยชน์

ตราบใดก็ตามที่ยังอยู่แบบนี้ ประชาชนไม่เสียประโยชน์อะไร แต่เมื่อใดที่นำไปสู่จอดำ ประชาชนอาจถูกรอนสิทธิ์ เสียสิทธิ์ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ในฐานะองค์กรกำกับดูแลต้องยึดเรื่องนี้เป็นสำคัญ การจะทำให้ทีวี 1 ช่อง เป็นช่องที่ได้รับความนิยมจากประชาชนจำนวนมากเกิดปัญหา หรือ รับชมไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ผมยืนยันว่า ทุกคนต้องปฏิบัติตามกติกา กติกาเราถูกต้อง แต่กระบวนการที่เกิดขึ้นมันอาจเกิดความแตกต่างทางความคิดบ้าง แต่ท้ายสุดแล้วทุกคนจะมีเป้าหมายเดียวกัน

เรื่องการเจรจา ตอนนี้ยังไม่ปิดช่องทางใดๆ กันทั้ง 2 ฝ่ายระหว่างช่อง 3 กับ กสท. เรื่องการออกอากาศคู่ขนานนั้น เราเลิกพูดคำว่าคู่ขนานสักระยะนึง บางทีหากเราอยู่ในมุมเดิม หรืออยู่ในกรอบเดิม อาจไม่เป็นช่องทางในการแก้ปัญหา ขอให้คิดกันครบถ้วนรอบด้านทุกมิติ จากนั้นจะค้นพบวิธีการในการแก้ปัญหาเอง จริงๆ มันมี 2-3 ส่วน คือ องค์กรกำกับดูแล ผู้ประกอบกิจการ และประชาชน

ผมยืนยันว่า กระบวนการแก้ปัญหาไม่ควรนำไปสู่กระบวนการที่มีผลกระทบต่อประชาชนนี่เป็นหลักการสำคัญ ส่วนผู้ประกอบกิจการก็ต้องปฏิบัติตามกติกา แต่ว่าการบังคับใช้กติกา องค์กรกำกับดูแลอย่าง กสท.ต้องมีเทคนิค วิธีการ ในการนำไปสู่การบังคับใช้กติกาอย่างที่ทุกคนให้การยอมรับ

ทางออกตอนนี้ ยังไม่พูดไม่ได้ แต่ผมมั่นใจว่ายังมีทางออก หวังว่าจะไม่เกิดจอดำ ในฐานะเป็นประธาน กสท. ก็หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์นั้น เพราะไม่เป็นผลดีกับใครเลย และทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ผมพูดตั้งแต่แรกว่าผมไม่อยู่บนกระแสใดๆ ทั้งสิ้น ใครจะมีกระแสยังไงก็แล้วแต่ผมอยู่บนหลักการและความถูกต้องเท่านั้น และต้องยึดเสมอว่า ประชาชนต้องไม่ได้ผลกระทบจากการดำเนินงานของกสท. ต้องดีต่อกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิตอล การบังคับใช้กฎหมายทุกภาคส่วนควรได้รับความเป็นธรรมและดูแลอย่างเท่าเทียมกัน

ส่วนประเด็นช่อง 3 ขอขยายเวลาให้ออกอากาศได้ก่อนนั้น เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่อง 3 เสนอมาด้วยวันนี้ แต่ยังไม่ได้พูดในรายละเอียด แต่รายละเอียดบางประเด็นยังพูดไม่ได้จนกว่าจะได้ความชัดเจน ส่วนตัวเห็นว่า เมื่อใดเราพยายามตีกรอบการแก้ปัญหาไว้หนึ่ง หรือ สอง มันจะไม่สามารถคิดไป สาม สี่ ห้าได้ ฉะนั้น ช่องทางควรเปิดไว้เสมอ

ส่วนเรื่องที่ช่อง 3 อาจฟ้องศาลนั้น ในความเห็นผมมองว่า กรณีมีข้อโต้แย้งในชั้นศาล ทำให้ทางแก้ปัญหา มันจะลักษณะไม่อ่อนตัว หมายถึงมันจะไปซ้าย หรือ ขวา มีแต่ได้ กับไม่ได้เท่านั้น แต่จะไม่เกิดการต่อรอง หรือได้ผลลัพธ์ที่เป็นผลที่ดีที่สุด วิธีการที่ดีที่สุด คือทำอย่างไร ไม่ใช้กระบวนการศาล แต่ท้ายสุดหากเป็นวิธีที่จำเป็นก็ต้องจำเป็น แต่เบื้องต้น คิดว่าอาจยังไม่ต้องอาศัยกระบวนการนั้น แต่หากช่อง 3 จะฟ้องก็เป็นสิทธิ์ของเค้า

ทางบอร์ด กสท.อาจมีการนัดประชุมกันในวาระพิเศษ แต่ยังไม่ทราบว่าวันไหน ส่วนการเชิญช่อง 3 พูดคุยอีกนั้น หากมีข้อมูล หรือ หนทางใหม่ก็พร้อมคุยกับช่อง 3 อีก…”