RSS

Monthly Archives: พฤษภาคม 2012

ตรวจคุณภาพ! ยังไม่แจกจริง”แท็บเล็ตป.1″ ถึงไทยแล้ว ส่งไปก.ไอซีทีบ่ายวันนี้

image

เอามาตรวจสอบ! แท็บเล็ตป.1 ถึงไทยวันนี้ ตรวจคุณภาพ เพื่อให้สโคป เดินสายพานผลิตจริง 23พ.ค.55- ในช่วงเช้าวันนี้ เครื่องแท็บเล็ตป.1 ถูกจัดส่งมาจากเมืองจีน เดินทางถึงไทยแล้ว โดยมีกระทรวงไอซีที และศึกษาธิการ ตรวจรับจำนวน 2พันชุด เครื่องแท็บเล็ตจำนวน 2พันชุดวันนี้ มีสายการบินขนส่งสินค้า”UPS” เป็นผู้นำส่ง โดยเดินทางออกจากประเทศจีน มาถึงไทยเวลาประมาณ 5นาฟิกา โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงไอซีที และศึกษาธิการเป็นผู้รับมอบ จากนั้นแท็บเล็ตจะถูกลำเลียงไปตามกระบวนการคลังสินค้า  โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ. และ กระทรวงไอซีที เป็นผู้ตรวจสอบและเซ็นรับสินค้า ก่อนนำมาที่กระทรวงไอซีที เพื่อตรวจเช็คสเปกของแท็บเล็ตอีกครั้งในเวลาประมาณ 13นาฬิกา โดยคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาตรวจสอบและลงนามไม่เกินวันที่ 27 พ.ค. 2555 ร  ทั้งนี้ แท็บเล็ต 2พันเครื่อง ยังไม่ใช่เครื่องที่จะส่งให้เด็กป.1 แต่เป็นเครื่องที่นำมาตรวจสอบคุณภาพว่าตรงตามเสป็คที่กำหนดหรือไม่ เพื่อจะอนุมัติให้สโคปผลิตต่อไป โดยการขนส่งจากนี้เพื่อให้ของกระจายไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 23, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

ย้อนอดีตฉบับย่อ! “ปลัดคมนาคม”ลาออกก่อนปปช.สรุปสำนวนอีก 2 วัน กับปมปริศนา คดีโจรปล้นบ้าน

ย้อนอดีตฉบับย่อ! “ปลัดคมนาคม”ลาออกก่อนปปช.สรุปสำนวนอีก 2 วัน กับปมปริศนา คดีโจรปล้นบ้าน

603gaz.jpg

นายจารุพง์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า ขณะนี้ นายสุพจน์ ทรัพยล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งถูกโยกย้ายไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี  ได้ยื่นใบลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ก็เตรียมที่จะแต่งตั้งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่แล้ว พร้อมเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. นัดสรุปความเห็นในคดีปลัดกระทรวงคมนาคมร่ำรวยผิดปกติ ในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้  หรือในอีก 2 วันข้างหน้า

“ตอนท่านปลัดยื่นจดหมายลาออกมาที่กระทรวงคมนาคม แต่ช่วงนั้นผมไม่อยู่ไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรพอดี จึงยังไม่ได้คุยกัน ซึ่งปปช.จะชี้มูลอีก 2 วันข้างหน้า ผมว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะแม้จะออกจากราชการไปแล้ว แต่ปปช.ก็ยังต้องสอบต่อไป ส่วนเรืื่องตั้งปลัดคมนาคมคนใหม่ ยังไงก็ต้องตั้งอยู่แล้ว เพราะงานต้องเดินหน้า และต้องมีคนมาทำงานต่อ แต่คงระยะเวลาอีกสักระยะ”รมว.คมนาคม กล่าว

ย้อนอดีตไป คืนวันที่ 12 พฤศจิกายนปีที่แล้ว ระหว่างประเทศไทยประสบวิกฤตมหาอุทกภัย และวันนั้นนายสุพจน์ และครอบครัว ไปงานแต่งงานลูกสาว  ก็เกิดเหตุกลุ่มโจรปริศนา 6 คน เข้างัดบ้านที่ซอยลาดพร้าว64 เนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา กวาดเงินไป 200 ล้านบาท และสารภาพว่าพบเงินใส่ถุงอีก ไม่ต่ำกว่า 700-1,000 ล้านบาทอยู่ในบ้าน

ปมสำคัญ..คือ หนึ่งในคนร้ายทิ้งปริศนาที่ บอกกับแม่บ้านซึ่งที่ถูกจับมัดว่า

“ไม่ได้มาทำร้ายอะไร ที่มาเพราะเจ้านายให้มาเอาของที่เจ้านายเธอเอาไป”

 

ขณะที่นายสุพจน์ ยืนกรานจนถึงขณะนี้ ว่า เป็นสินสอดงานแต่งงานลูกสาว แต่ไม่แน่ใจในจำนวนเงินที่ถูกขโมย

ซึ่งคดีนี้ ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนเงินที่มากผิดปกติในบ้านพักของปลัดกระทรวงคมนาคม และทำให้คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติรับเรื่องไว้สอบสวน ขณะเดียวกันนายสุพจน์ ได้ถูกกระทรวงคมนาคม ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอีก 1 ชุดเมื่อปลายเดือนกันยายน 2554 เพื่อดูว่ามีมุลพอที่จะสอบสวนทางวินัยด้วยหรือไม่ โดยมีนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

นายสุพจน์ ได้รับแต่งตั้งจากตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม เมื่อเดือนตุลาคมปี 2552 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีนายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งหากไม่เกิดเหตุในคดีนี้ นายสุพจน์ จะสิ้นสุดอายุราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ในปี 2556

ภาพประกอบจาก ไทยรัฐ

สำหรับประวัติของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อายุ 58 ปี  เกิดเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2496 จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์(โยธา)จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี เริ่มทำงาน ปี 2520 เป็นเจ้าหน้าที่แรงงาน 3 กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ปี 2521 เป็นนายช่างโยธา 3 กรมชลประทาน ปี 2521-2541 ต่อมาย้ายข้ามไปกระทรวงคมนาคม เป็น วิศวกรออกแบบทาง กรมทางหลวง ระดับ 3-8 กองสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง และได้รับแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีกรมทางหลวงเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2551
  

ประวัติ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม
    ชื่อ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม
     อายุ 58 ปี
     เกิดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2496
การศึกษา
     โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา
     โรงเรียนเซนต์จอห์น
     วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 45
     นักบริหารระดับสูง นบส.1 รุ่นที่ 36 (ก.พ.)
     หลักสูตรผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง รุ่นที่ 16
     วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี

ตำแหน่งปัจจุบัน  
     ปลัดกระทรวงคมนาคม

ตำแหน่งอื่นในปัจจุบัน
     ประธานกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
     กรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย
     กรรมการบริษัท ขนส่ง จำกัด
     กรรมการการเคหะแห่งชาติ
     กรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย และ กรรมการผังเมือง

ประสบการณ์ทำงาน  
     อธิบดีกรมทางหลวง
     อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
     ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม (ผู้ตรวจราชการกระทรวง 10)
     รองอธิบดี (นักบริหาร 9) กรมทางหลวงชนบท
     ผู้ช่วยปลัดกระทรวงคมนาคม (นักบริหาร 9)
     คณะกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย

ความเชี่ยวชาญ  
     ด้านบริหารจัดการ บริหารธุรกิจ
     ด้านกลยุทธ์ การวางแผนพัฒนา
     ด้านคมนาคมและการสื่อสาร
     ด้านวิศวกรรม
หน่วยงานในสังกัด กระทรวงคมนาคม
สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม
กรมเจ้าท่า
กรมการขนส่งทางบก
กรมการบินพลเรือน
กรมทางหลวง
กรมทางหลวงชนบท
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
 
 
หน่วยรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงคมนาคม 
การรถไฟแห่งประเทศไทย
– บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด
การท่าเรือแห่งประเทศไทย
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
สถาบันการบินพลเรือน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัท ขนส่ง จำกัด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด
บริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด
บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด
บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 22, 2012 in การเมือง, คมนาคม

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

รมว.คมนาคม ซัดสหภาพบินไทย เป็นเพื่อนร่วมรุ่นป้อง”ปิยสวัสดิ์” แจงปมเด้งDD เหตุซื้อฝูงบิน 38ลำ

รมว.คมนาคม ซัด สหภาพบินไทย เป็นเพื่อนร่วมรุ่น “ปิยสวัสดิ์” แจงปมเด้งดีดี ซื้อฝูงบิน 38 ลำ

7k9eb.jpg

22พ.ค.55 – นายจารุพงค์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกรณีการเลิกจ้างนายปิยสวัสดิ์  อัมระนันทน์ พ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ว่า เรื่องนี้อำนาจอยู่ที่บอร์ด และบอร์ดดำเนินการ ท่านอย่านำมาโยงกับเรื่องการเมือง บอร์ดสื่อสารกับดีดีไม่ตรงกัน เป็นเรื่องที่บอร์ดคุยกับดีดี เป็นเรื่องที่ตัดสินใจด้วยดีทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายการเมืองคงไม่ต้องพูดอะไร ที่มองกันว่าการเมืองสั่งนั้น ขอให้ฟังดีๆ นะว่า บอร์ดมี 12 คนที่ออกมติเลิกจ้าง แต่บอร์ดจำนวน 7 คน ตั้งมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว (พรรคประชาธิปัตย์) ซึ่งบอร์ดมีมติเอกฉันท์ทั้ง 12 คน

“การมีมติดังกล่าว บอร์ดต้องรับผิดชอบ ซึ่งบอร์ดได้วิเคราะห์และตัดสินใจเลือกทางเดินที่เหมาะสมแล้ว แต่ถามว่าจะห่วง ไม่ห่วง เปลี่ยนดีดี หรือไม่เปลี่ยน ผมก็ห่วงเหมือนกันทั้งหมด ก็ดูอยู่ ส่วนเรื่องสหภาพฯ บินไทยออกมาเคลื่อนไหวนั้น ท่านก็รู้ว่าสหภาพฯ กับดีดี (ปิยสวัสดิ์) นั้น เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน มาถามอะไรกัน เค้ารู้กันหมดแล้ว และสหภาพฯ บินไทยจริงๆ ทางกระทรวงแรงงานไม่ได้รับรอง“รมว.คมนาคม กล่าว

ส่วนการตรวจสอบฝูงบินใหม่ 38 ลำที่มีกระแสข่าวว่า นายปิยสวัสดิ์ไม่เห็นด้วยนั้น รมว.คมนาคม ระบุว่า  ตามแผนแล้วในปี 2018 เป็นต้นไป จะต้องมีแผนทั้งเช่า และซื้ออะไรก็แล้วแต่ แต่จะมีเครื่องบินทั้งหมด 75 ลำ ซึ่งการสื่อสารไม่ตรงกัน คือ ดีดีเห็นว่าการจะไปข้างหน้า เป็นอำนาจของบอร์ดและดีดีในการเสนอ ไม่ต้องขอเห็นชอบกับครม.อีก แต่บอร์ดบอกว่า เงินลงทุนอีกหลายแสนล้านในอนาคต จะไม่คุยกับครม.ได้อย่างไร นี่คือที่มาของคำว่า การสื่อสารไม่ตรงกัน เรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก หากการบินไทยจะเดินหน้าด้วยเงินเป็นแสนล้าน มันก็ต้องคุยกันบ้างสิ แล้วมันผิดมั้ยละ เรื่องนี้ต้องไปถามท่านกบ เคลียร์มั้ย จะได้เข้าใจกัน

 

ulsan.jpg

เมื่อเวลาประมาณ 16 นาฬิกา สหาภาพฯ การบินไทย นำโดยนางแจ่มศรี สุขโชติรัตน์ ประธานสหภาพ ออกจดหมายเปิดผนึกถึง นายอำพน กิตติอำพน ประธานบอร์ดบริษัท การบินไทย เพื่อขอให้ชี้แจงเหตุผลการเลิกจ้าง นายปิยสวัสดิ์ โดยระบุว่า ตามที่คณะกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีมติ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555  เลิกจ้างนายปิยสวัสดิ์  อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่  ด้วยเหตุผลว่าเนื่องจากปัญหาการสื่อสารไม่เป็นเอกภาพ  และได้ตกลงกับนายปิยสวัสดิ์ ฯ ในฐานะพี่น้องแล้วนั้น   สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยโดยมติของคณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ ใคร่ขอให้ท่านชี้แจงความจริงต่อพนักงานทั้งมวลถึงเหตุผลในการเลิกจ้าง  เนื่องจากเหตุผลดังกล่าวพนักงานไม่สามารถเข้าใจได้  เพราะจากข้อเท็จจริงที่พนักงานได้รับทราบจากกรรมการบริษัทฯคือ  ผลการประเมินกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดีมาก  ผลประกอบการของบริษัทฯในไตรมาสแรกมีกำไร    อยู่ในเกณฑ์ดี และที่ผ่านมาการมอบนโยบายต่างๆ เพื่อให้นำไปบริหารจัดการไม่เคยมีความขัดแย้ง 

บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นรัฐวิสาหกิจที่ต้องการความโปร่งใส   ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นควรมีคำตอบที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนผู้เป็นเจ้าของการบินไทยได้มั่นใจในการบริหารที่มีธรรมาภิบาล   สหภาพแรงงานฯ จึงใคร่ขอให้ท่านชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดให้พนักงานได้รับทราบ เพื่อให้ยุติความเคลือบแคลงสงสัยในประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น  โดยขอให้ท่านจัดประชุมชี้แจงพนักงานที่บริษัทฯ เป็นการเร่งด่วน

ฟังคลิป แจ่มศรี แถลงเรียกร้องประธานบอร์ด ตั้งเวทีสาธารณะชี้แจงพนักงานภายใน 7 วัน

http://www.youtube.com/watch?v=myqxAIUI17c&feature=g-upl

 

นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือ สรส. ระบุว่า รัฐวิสาหกิจแห่งนี้ หากดำเนินการไม่รอบคอบจะเกิดความเสียหายกับองค์กร และท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งสิ่งที่บอร์ดได้ออกเป็นมตินั้น ต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจชัดเจนว่า การสื่อสารไม่เข้าใจกันนี่คือเรื่องอะไร มีเหตุผลเพียงพอในการปรับออกหรือไม่ แม้สัญญาจะสามารถทำได้ แต่หลักศีลธรรมจรรยา ธรรมาภิบาลในองค์กรมันต้องมี ซึ่งการทำอะไรต้องเกิดความชัดเจนและโปร่งใส และมีเหตุผลเพียงพอในการดำเนินการหรือไม่อย่างไร

“หากผมตั้งข้อสังเกตไม่ผิดไปนัก นี่คือกระบวนการทำให้กระบวนการองค์กรรัฐวิสาหกิจมีปัญหา จนนำไปสู่การแปรรูปในวันข้างหน้า เหมือนที่การบินไทยเคยเจอมาก่อนหน้านี้เรื่องขายหุ้น 2 % แต่ในที่สุดก็ถูกต่อต้านจากพนังกงานและสหภาพฯ ทั้งนี้ การทำอะไร ก็ควรต้องรับฟังเสียงพนักานกว่า 2 หมื่นคนของการบินไทยและสหภาพฯด้วย ซึ่งการบินไทย เป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีพื้นฐาน มีต้นทุนมากมาย ซึ่งการทำไม่รอบคอบก็จะเกิดความเสียหาย ซึ่งรัฐวิสาหกิจไทยเสียหายมามากจากการเข้ามาแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง”

ขณะที่วันนี้ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ สำนักงานใหญ่ การบินไทย ตามปกติ

ย้อนฟัง ปมร้อนแรง..ข้อกังขา เหตุถูกเด้ง จาก”ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์” ทันทีที่รู้ตัวว่าถูกเด้ง พ้น ดีดีบินไทย

คลิป 1  http://www.youtube.com/watch?v=bcBk_mB9wLQ

คลิป 2  http://www.youtube.com/watch?v=KeWFFEDNqDc&feature=context-gau

คลิป จบ  http://www.youtube.com/watch?v=C6PD15kmTaU&feature=context-gau

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 22, 2012 in การเมือง, คมนาคม

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , ,

อยู่งานสัมมนาทั้งวัน! แหล่งข่าว วิทยากร น่าสนใจมาก“มองมุมใหม่ :ทีวีดาวเทียม และโมบายล์ทีวี” (กำหนดการ) ->

21 พ.ค.55 – วันนี้ มีงานสัมมนาน่าสนใจเรื่อง “มองมุมใหม่… ทีวีดาวเทียมและโมบายล์ทีวี”  ตั้งแต่เวลา 08.30–16.45 น. ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

กำหนดการ

08.30 – 09.00 ลงทะเบียน / พบผู้สื่อข่าว

09.00 – 09.10 กล่าวต้อนรับ โดย ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

09.10 – 09.35 Keynote Presentation: “บทบาท ITU ในการปิดช่องว่างดิจิตอลและกรณีศึกษาที่เด่น” โดย Eun-Ju Kim, Ph. D.ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ International Telecommunication Union (ITU)

09.35 – 10.00  ปาฐกถาหัวข้อ “Forward Looking Satellite TV in Digital Era – มุมมองของทีวีดาวเทียมเมื่อมีดิจิตอลทีวี”  โดย คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.ไทยคม จก. (มหาชน)
10.00 – 10.25 Keynote: “โอกาสของการยอมรับโมบายล์ทีวีในประเทศไทย”
โดย ดร.จิตรเกษม งามนิล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน)

10.25 –10.50 ปาฐกถาหัวข้อ “Cloud Computing และรูปแบบธุรกิจใหม่”
โดย คุณโฆษิต สุขสิงห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.ซี.ซี เทคโนโลยี จำกัด

10.50 – 11.05 Coffee Break

11.05 – 12.00 Dialog Talk หัวข้อ: “Shifting Platform … Satellite TV What’s next?” โดย
1. รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม คณบดี คณะนิติศาสตร์และประธานสถาบันวิชาการนโยบายสาธารณะกับธุรกิจและการกำกับดูแล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

2. คุณธีระพงศ์ โสดาศรี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

3. คุณเอกชัย ภัคดุรงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานกิจการองค์กร บ.ไทยคม จก. (มหาชน)

12.00 – 13.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน

Session I Panel Discussion: “Shifting Platform: Satellite TV”

13.00 – 14.00 ร่วมเสวนาโดย

1. คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บ. เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอรปอเรชั่น จก. (มหาชน)

2. คุณอารักษ์ ราษฎร์บริหาร บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ 1998 จำกัด (มหาชน) / Spring News

3. ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย)

4. คุณอมรภัทร ชมรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซ์ สเต็ป จำกัด

ดำเนินรายการ โดย รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม คณบดี คณะนิติศาสตร์และ ประธานสถาบันวิชาการนโยบายสาธารณะกับธุรกิจและการกำกับดูแล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

Session II New Business Mobile TV

14.00 – 14.40  Presentation ระบบ ISDB – ประเทศญี่ปุ่น
Mr.Toru Sano, Deputy Manager, Strategy Cross-Media Business Planning & Development, Programming Division
Nippon Television Network Corporation

14.40 – 15.10  Keynote: “ความรับผิดชอบของ กสทช. ในการดูแลผลประโยชน์ของประชาชน” โดย คุณสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

15.10 – 15.25 Coffee Break

15.25 – 16.25  Panel Discussion “ธุรกิจใหม่ Mobile TV กับผลกระทบหรือโอกาส”

1. คุณวิทวัส ชัยปาณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ. ครีเอทีฟจูซ จีวัน จก. และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย

2. คุณธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจบรอดแคสติ้ง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)

ดำเนินรายการ โดย รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม คณบดี คณะนิติศาสตร์และ ประธานสถาบันวิชาการนโยบายสาธารณะกับธุรกิจและการกำกับดูแล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

16.25 – 16.45 (20) Closing Speech: “วาระทางสังคมและการกำกับดูแล”
โดย ดร.ภูษณ ปรีย์มาโนช ประธานสถาบันนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ (ISEP)
*******************************************

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , ,

โอ้ว ปตท.! ไตรมาสแรก ปตท.แชมป์ฟันกำไรสูงสุด-ปตท.สผ.อันดับสอง-ปตท.เคมิคอล อันดับห้า กำไร3 บ.รวม 65,526 ลบ.

โอ้ว ปตท.! ไตรมาสแรก ปตท.แชมป์ฟันกำไรสูงสุด-ปตท.สผ.อันดับสอง-ปตท.เคมิคอล อันดับห้า กำไร3 บ.รวม 65,526 ลบ.

21พ.ค.55- บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำกำไรสุทธิงวดไตรมาส1 ปี 2555 รวม 212,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ของปี 2554 ที่ผ่านมา 197.33 % ซึ่งมีกำไรรวม 71,408 ล้านบาท โดยมียอดขายรวม 2,501,279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.27% โดยกำไรรวมลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 5.09% ที่มีกำไรสุทธิ 223,713 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรม 3 อันดับแรกที่มีกำไรสูงสุด คือ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มบริการ โดยมี PTT, PTTEP, CPF, SCB และ PTTGC เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 443 บริษัทหรือ 93.26% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 475 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่ม NC และ NPG ) ได้นำส่งผลการดำเนินงานงวดสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2555 แล้ว โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม คือกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มบริการ และกลุ่มทรัพยากร เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 22.25%

โดยในไตรมาส 1 ปี 2555 มียอดขายเติบโตเพิ่มสูงขึ้นในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเท่ากับ 2,501,279 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 18.64% และมีกำไรสุทธิรวม 212,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดไตรมาส 4 ปี2554 ถึง 197.33 % แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรลดลง 5.09 % โดยมีบริษัทที่มีกำไรสุทธิ 301 บริษัท คิดเป็น 67.34% ของบริษัทที่ส่งงบทั้งหมด ในด้านความสามารถในการทำกำไรเปรียบเทียบไตรมาส 1 ปี 2555 กับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่าอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 20.42% เป็น 17.85% และ 10.54% เป็น 8.48% ตามลำดับ และถ้าเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2554 พบว่าอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

“ยอดขายของบจ. งวดไตรมาส 1 ปี 2555 ได้เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน และงวดไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังประสบอุทกภัย ซึ่งยอดขายที่เพิ่มกระจายไปทุกหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น เช่น หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธนาคารพาณิชย์ วัสดุก่อสร้าง และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

นอกจากนี้ หมวดธุรกิจยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากยอดขายของไตรมาส 1 ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เรื่องที่ต้องคอยติดตามคือความสามารถในการทำกำไรของบจ. เพราะตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีที่ผ่านมาบจ. ส่วนใหญ่มีต้นทุนขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในไตรมาส 1 ของปีนี้ เริ่มเห็นความสามารถในการปรับตัวของบจ. ทั้งด้านยอดขายและต้นทุนที่ดีขึ้น โดยสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปี 2554 ที่ผ่านมา” นายจรัมพรกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บมจ.ปตท. (PTT) บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)
ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรม 3 อันดับแรกจาก 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสูงสุดในช่วงไตรมาสแรกของ ปี 2555 ได้แก่ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มบริการ

สำหรับหมวดธุรกิจที่มีกำไรรวมสูงสุด 3 อันดับแรก จาก 27 หมวดธุรกิจ ได้แก่ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดธนาคาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม โดยทั้ง 3 หมวดมีกำไรสุทธิรวม 138,968 ล้านบาท คิดเป็น 65.45 % ของกำไรสุทธิรวมทั้งหมด โดยยอดขายรวมของทั้ง 3 หมวดคิดเป็น 57.57% ของยอดขายรวมทั้งหมด

 
 

โอ้ว ปตท.! ไตรมาสแรก ปตท.แชมป์ฟันกำไรสูงสุด-ปตท.สผ.อันดับสอง-ปตท.เคมิคอล อันดับห้า กำไร3 บ.รวม 65,526 ลบ.

โอ้ว ปตท.! ไตรมาสแรก ปตท.แชมป์ฟันกำไรสูงสุด-ปตท.สผ.อันดับสอง-ปตท.เคมิคอล อันดับห้า กำไร3 บ.รวม 65,526 ลบ.

21พ.ค.55- บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำกำไรสุทธิงวดไตรมาส1 ปี 2555 รวม 212,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ของปี 2554 ที่ผ่านมา 197.33 % ซึ่งมีกำไรรวม 71,408 ล้านบาท โดยมียอดขายรวม 2,501,279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.27% โดยกำไรรวมลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 5.09% ที่มีกำไรสุทธิ 223,713 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรม 3 อันดับแรกที่มีกำไรสูงสุด คือ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มบริการ โดยมี PTT, PTTEP, CPF, SCB และ PTTGC เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก

 

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 443 บริษัทหรือ 93.26% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 475 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่ม NC และ NPG ) ได้นำส่งผลการดำเนินงานงวดสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2555 แล้ว โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม คือกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มบริการ และกลุ่มทรัพยากร เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 22.25%

โดยในไตรมาส 1 ปี 2555 มียอดขายเติบโตเพิ่มสูงขึ้นในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเท่ากับ 2,501,279 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 18.64% และมีกำไรสุทธิรวม 212,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดไตรมาส 4 ปี2554 ถึง 197.33 % แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรลดลง 5.09 % โดยมีบริษัทที่มีกำไรสุทธิ 301 บริษัท คิดเป็น 67.34% ของบริษัทที่ส่งงบทั้งหมด ในด้านความสามารถในการทำกำไรเปรียบเทียบไตรมาส 1 ปี 2555 กับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่าอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 20.42% เป็น 17.85% และ 10.54% เป็น 8.48% ตามลำดับ และถ้าเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2554 พบว่าอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

“ยอดขายของบจ. งวดไตรมาส 1 ปี 2555 ได้เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน และงวดไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังประสบอุทกภัย ซึ่งยอดขายที่เพิ่มกระจายไปทุกหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น เช่น หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธนาคารพาณิชย์ วัสดุก่อสร้าง และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นอกจากนี้ หมวดธุรกิจยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากยอดขายของไตรมาส 1 ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เรื่องที่ต้องคอยติดตามคือความสามารถในการทำกำไรของบจ. เพราะตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีที่ผ่านมาบจ. ส่วนใหญ่มีต้นทุนขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในไตรมาส 1 ของปีนี้ เริ่มเห็นความสามารถในการปรับตัวของบจ. ทั้งด้านยอดขายและต้นทุนที่ดีขึ้น โดยสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปี 2554 ที่ผ่านมา” นายจรัมพรกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บมจ.ปตท. (PTT) บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)
ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรม 3 อันดับแรกจาก 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสูงสุดในช่วงไตรมาสแรกของ ปี 2555 ได้แก่ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มบริการ

 

สำหรับหมวดธุรกิจที่มีกำไรรวมสูงสุด 3 อันดับแรก จาก 27 หมวดธุรกิจ ได้แก่ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดธนาคาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม โดยทั้ง 3 หมวดมีกำไรสุทธิรวม 138,968 ล้านบาท คิดเป็น 65.45 % ของกำไรสุทธิรวมทั้งหมด โดยยอดขายรวมของทั้ง 3 หมวดคิดเป็น 57.57% ของยอดขายรวมทั้งหมด

 
 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

ระวังน้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก! กรมอุตุฯ ประกาศฉ.10 เตือน 5 จังหวัด

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
ฉบับที่ 10 (108/2555)
เรื่อง ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย
——————–

หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณภาคกลางกำลังจะเคลื่อนลงสู่อ่าวมะตะบัน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนกระจายถึงเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลาง และภาคใต้ตอนบน

จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ในช่วงวันที่ 18-19 พฤษภาคม 2555

ส่วนทะเลอันดามันบริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย

ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ออกประกาศ เวลา 21.30 น.

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 18, 2012 in ภัยพิบัติ

 

ป้ายกำกับ: , , ,