RSS

Monthly Archives: ตุลาคม 2019

สัญญาณเตือน..ภาวะหัวใจล้มเหลว! สถาบันโรคทรวงอก แนะสัญญาณเตือนผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว อย่าละเลยให้รีบมาพบแพทย์ทันที

19 ตุลาคม 2562

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นกลุ่มอาการการทำงานของหัวใจที่เกิดความผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ของหัวใจ ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถ สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายและรับเลือดกลับเข้าหัวใจได้ตามปกติ

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะหัวใจล้มเหลวเกิดจากความผิดปกติของ โรคเยื่อหุ้มหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคความดันโลหิตสูง โรคลิ้นหัวใจรูมาติก กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

รวมทั้งความผิดปกติ จากการติดเชื้อไวรัสโลหิตจางขั้นรุนแรงและภาวะไทรอยด์เป็นพิษอาการและสัญญาณเตือนของโรคผู้ป่วยจะมีอาการหายใจลำบาก ในขณะที่ออกแรงขณะนอนราบ อาการอ่อนเพลียทำให้ความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน และการออกกำลังกายลดลง

อาการบวมตามอวัยวะต่าง จากภาวะคั่งน้ำและเกลือ เช่น เท้าบวม ท้องบวม มีน้ำคั่งในปอดและอวัยวะภายใน

ภาวะเหล่านี้ผู้ป่วยต้องรีบเดินทางมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย หาแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้อาการแย่ลงเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้

*******************

นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวว่า แนวทางการวินิจฉัยของโรค ภาวะหัวใจล้มเหลวแพทย์จะซักประวัติจร่างกาย ประเมินภาวะสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกายและทำการตรวจ ห้องปฏิบัติการต่างๆ เช่น ตรวจเลือดและปัสสาวะ x-ray ทรวงอก ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจตรวจUltrasoundหัวใจ หากพบว่ามีอาการเข้าได้กับภาวะหัวใจล้มเหลว แพทย์จะรีบทำการรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วที่สุด

แนวทางการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวสามารถรักษาได้ด้วยการให้ยาการควบคุมปัจจัยเสี่ยง การใช้เครื่องกระตุกหัวใจ อัตโนมัติ/เครื่องกระตุกหัวใจแบบถาวร การผ่าตัดใส่เครื่องช่วยการสูบฉีดเลือดของหัวใจ การผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ/ การผ่าตัดลิ้นหัวใจรั่ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยและการวินิจฉัยของอายุรแพทย์หัวใจ

นอกจากนี้ ผู้ป่วยต้องรู้จักดูแล สุขภาพตนเองในภาวะหัวใจล้มเหลว ดังนี้ ควรชังน่้าหนักก่อนทานอาหารเช้าทุกวันหรือภายหลังเข้าห้องน้าขับถ่ายช่วงเช้า หากพบว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้น 1-1.5 กก. ภายใน 1 – 2 วันให้รีบมาพบแพทย์

หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม ควบคุม การรับประทานเกลือโซเดียม จำกัดปริมาณการดื่มนั้าตามแผนการรักษาของแพทย์หลีกเลี่ยงการเดินทางไกลคนเดียว ไม่เครียด งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ควรหักโหมจนเกินไป ตามคำแนะนำแพทย์ เช่น การเดินราบ หากมีอาการหอบเหนื่อยควรหยุดพักทันที และต้องรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งควรมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 19, 2019 นิ้ว ทั่วไป