RSS

Tag Archives: patnews

เป๊ะ! ผลสุ่มตรวจแท็บเล็ตป. 1 ต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี

การตรวจสอบคุณภาพ”แท็บเล็ตป.1″ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสุ่มตรวจ 500 เครื่อง จาก 59,000 เครื่อง เพียงแค่ 2 วัน จากกำหนดเดิม 5 วัน พบต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี พร้อมส่งผลรายงานให้คณะกรรมการตรวจรับฟันธงเอาไว้ หรือ ส่งคืนทั้งล็อต ด้านสตง.ตั้งข้อสังเกตเร่งรัดสุ่มตรวจ เด็กๆได้ใช้เครื่องไม่มีคุณภาพ-รัฐสูญงบ ส่วนศธ.ประกาศเลื่อนส่งมอบ 45,000 เครื่อง จากกำหนดเดิมวันพรุ่งนี้ ออกไปไม่มีกำหนด


 
 
15ก.ค.55-  มีรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพแท็บเล็ตป.1 ที่เจ้าหน้าที่บริษัททีโอที ซึ่งเข้ามาช่วยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีสุ่มตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคเครื่องแท็บจำนวน 500 เครื่องจากจำนวนทั้งหมดที่ได้รับมอบมาแล้ว 5 หมื่น 9 พันเครื่องพบว่ามีจำนวน 7 เครื่องที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐานเกี่ยวกับตัวเครื่องเช่นหน้าจอมีระบบสัมผัสหรือทัชสกรีนช้าและเกิดปัญหาหน้าจอติดๆ

ดับๆ  ซึ่งผลการสุ่มตรวจพบว่า ต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า จากนี้ต้องดูว่าคณะกรรมการตรวจรับ ของไอซีที  ที่มีนายสมบูรณ์เมฆไพบูลย์วัฒนาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เป็นประธาน จะตัดสินใจอย่างไรว่า ยอมให้ผ่านไป หรือ ต้องส่งคืนทั้งหมดประมาณ 59,000 เครื่อง คืนให้บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ  ตามที่มีการสุ่มตรวจ 

ส่วนการตรวจสอบคุณภาพอุปกรณ์เสริมเช่นหูฟังและที่ชาร์ตแบตพบว่า มีไม่ได้มาตรฐาน 3 ชิ้น  ส่วนการสุ่มตรวจสอบล็อตสอง ยังไม่เริ่มต้นในขณะนี้ เพราะอยู่ระหว่างการรอส่งมอบล็อตให้ครบจำนวน 35,000 เครื่องก่อนจึงจะเริ่มสุ่มตรวจได้
 
เป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ร่นเวลาตรวจสอบเหลือแค่ 2 วันจากกำหนดเดิมที่ต้องใช้เวลา 5 วันและขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งรายงานสรุปผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการตรวจรับตังแต่วันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว
 

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รักษาการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งข้อสังเกตว่าการร่นเวลาสุ่มตรวจสอบเครื่องจะส่งผลให้เกิดโอกาสที่เครื่องที่ไม่มีคุณภาพจะหลุดรอดไปถึงมือเด็กๆได้ง่ายขึ้น เห็นว่าในการบริหารต้องการให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่หน่วยราชการจะได้รับ เพราะต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมากในการใช้จ่าย และทุกฝ่ายคาดหวังว่าจะต้องได้ขอที่มีคุณภาพตามคุณสมบัติตามที่พรรณากันไว้  หากไม่ตรวจรับให้เข้มงวด และปล่อยผ่านออกไปจะกลายเป็นภาระใหญ่มาก โดยเฉพาะการซ่อมบำรุงที่จะเกิดขึ้นมาภายหลัง เพราะหากใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ ก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียประโยชน์ ขาดประสิทธิภาพ สิ้นเปลืองงบประมาณเกินกว่าเหตุ ไม่จำเป็นต้องมีโครงการนี้ก็ได้
 
“การเร่งรัดเวลาอยากให้ทบทวนดูว่า หากเร่งไปแล้วได้ขอไม่มีคุณภาพ แต่ได้ของไปทันเวลาแล้วจะมีประโยชน์อะไรหากใช้ไม่ได้ อยากให้คำนึงถึงตรงนี้มากๆ โดยเฉพาะเจตนารมย์การใช้ประโยชน์เป็นสำคัญ เพราะโครงการนี้ไม่ใช่ถูกๆ ยิ่งต้องคำนึงว่าเป็นเงินภาษี เงินแผ่นดิน เงินของประชาชนทั้งประเทศ คนที่ดูแลโครงการนี้ต้องตระหนักกันให้มากๆ ซึ่งการเร่งรัดเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่เร่งรัดอยู่แล้ว การเร่งรัดก่อให้เกิดผลเสีย ความไม่สมบูรณ์ อยากให้ระวังอยู่เรื่องว่าการเร่งรัดแบบนี้ ทางฝ่ายราชการของเราไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร แต่ฝ่ายที่ได้ประโยชน์คือใคร และเค้าสมควรได้รับประโยชน์อย่างนี้หรือไม่ หากการเร่งรัดทำห้คนขายสินค้า ส่งมอบสินค้าได้ที่คุณภาพยังไม่พร้อม แต่ปล่อยให้การตรวจรับผ่านไปได้ แต่เอาไปใช้ก็เกิดปัญหาต้องส่งกลับมาซ่อมใหม่ มันเป็นความเสียหายที่ต้องคำนึงถึง อยากฝากทุกฝ่ายให้คำนึงถึงคุณภาพเป็นสำคัญ ถามว่ามันสำคัญอย่างไร ต้องส่งมอบกันวันที่ 16 ทำพิธีกันไปแล้ว แต่ของไม่ได้คุณภาพ มันควรจะรอบคอบกันก่อน หรือ เจตนารมย์เราต้องการให้ออกไปลวกๆ แบบนี้หรือไม่”นายพิศิษฐ์ กล่าว

 

นายพิศิษฐ์ กล่าวด้วยว่า แม้โครงการนี้จะมีเจตนาดีให้เยาวชนได้ใช้เครื่องมีที่มีความทันสมัย แต่ก็มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่ได้ศึกษาวิจัยแล้วว่า การนำเครื่องมาใช้กับเด็กป.1 นั้น ไม่เหมาะสม เท่ากับชั้นป.4 ซึ่งสตง.อยู่ระหว่างการทำข้อศึกษาเรื่องนี้ด้วยเพื่อเสนอแนะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีและผู้เกี่ยวข้องเร็วๆ นี้
 
 

มีความชัดเจนว่ากระบวนการตรวจรับเครื่องแท็บเล็ตป.1 ของกระทรวงไอซีทียังไม่เสร็จสิ้นตามขั้นตอนจึงส่งผลกระทรวงศึกษาธิการต้องเลื่อนส่งมอบเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรกจากกำหนดเดิมในวันพรุ่งนี้จำนวน 45,000 เครื่องไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสพป.ตามลำดับตัวอักษรได้แก่กระบี่ , กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, กาฬสินธิ์, กำแพงเพชรและขอนแก่นต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

สำหรับโครงการนี้ พรรคเพื่อไทยชูเป็นหนึ่งในนโยบายที่ใช้หาเสียงการเลือกตั้งปี 2554 และเริ่มต้นโครงการจริงจังเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เมื่อคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการแท็บเล็ตจำนวน 14 คน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีไอซีทีร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยให้ใช้วิธีดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐจัดหาจำนวน 9 แสนเครื่อง วงเงินงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ 1 พัน 900 ล้านบาท ตั้งเป้าส่งมอบให้เด็กๆ 8 แสนคนได้ทันในช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม 2555

แต่ต่อมา คณะกรรมการแท็บเล็ต ได้ตั้งคณะทำงานอีก 2 ชุดเพื่อพิจารณาคุณสมบัติเครื่องแท็บเล็ตให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ส่วนอีกชุดพิจารณาการจัดซื้อจัดหาโดยกระทรวงไอซีทีผู้รับผิดชอบ

ระหว่างนั้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวงและคณะกรรมการแท็บเล็ต ต่างไม่มีใครเปิดเผยรายละเอียดแบบเป็นทางการ เกี่ยวกับรายละเอียดโครงการ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ท่ามกลางกระแสข่าวปัญหาความไม่ลงรอยกันระหว่างรัฐมนตรีไอซีทีและศึกษาธิการ

 

 

(ภาพจาก คุณredfrog53 เว็บบอร์ดขบวนการเสรีไทย)

จนกระทั่ง ปลายเดือนปลายเดือน 21 มีนาคม 2555 คณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดภูเก็ต มีมติอนุมัติโครงการนี้อีกครั้ง โดยปรับเพิ่มการจัดซื้อจาก 9 แสนเครื่องเป็น 1 ล้านเครื่องและอนุมัติวงเงินจัดซื้อจาก 1 พัน 900 ล้านบาทเป็นไม่เกิน 3 พันล้านาท และให้กระทรวงไอซีทีเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการจัดซื้อ  โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การปรับเปลี่ยนจากจีทูจี มาเป็นเป็นจีทูจีในรูปแบบทำสัญญาโดยตรงกับบริษัทเสิ่นเจิ้นสโคปซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนรับรอง ซึ่งเอ็มโอยูแบบนี้ นายพิศิษฐ์ รักษาการผู้ว่าการสำนักตรวจเงินแผ่นดิน ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นวิธีที่แปลกประหลาด และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย

ส่วนแผนความคืบหน้าโครงการ หรือ รายละเอียดที่ชัดเจนต่างๆ นั้น ไอซีทีเปิดเผยแค่เรื่องการกำหนดคุณสมบัติหรือทีโออาร์เท่านั้น ส่วนรายละเอียดการทำสัญญาที่ชัดเจนนั้นแม้สื่อมวลชนได้เรียกร้องให้เปิดเผยแต่ก็ฝ่ายเกี่ยวข้องต่างก็ปฎิเสธต่อเนื่อง

โฆษณา
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 15, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

ใครใช้ บัตรทางด่วน”Easy Pass” โปรดอ่าน..การขอคืน เงินประกันบัตร

12ก.ค.2555- กทพ. แจ้งผู้ใช้ Easy Pass ที่ต้องการขอเงินประกันบัตรคืนผ่านบัญชีธนาคาร ให้แจ้งความประสงค์ ตั้งแต่ 14 ก.ค.55 – 30 ก.ย.55  
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม กำหนดยกเลิกเงินค่าประกันบัตร Easy Pass ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 14 กรกฎาคม 2555 โดยผู้ใช้บัตร Easy Pass เดิมที่จ่าย  ค่าประกันบัตรไปแล้ว กทพ. จะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ใช้บริการ หรือโอนเงินดังกล่าวเปลี่ยนเป็นเงินสำรองค่าผ่านทางในบัตร Easy Pass ทั้งนี้จะกำหนดให้ผู้ใช้ Easy Pass ที่มีความประสงค์  จะขอเงินประกันบัตรคืนผ่านบัญชีธนาคารให้ยื่นความประสงค์ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2555 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2555
โดยสามารถขอรับใบคำร้องขอคืนเงินประกันความชำรุดเสียหายของบัตร   Easy Pass เพื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารได้ที่อาคารด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ หรือดาวน์โหลดใบคำร้องที่ www.exat.co.th แล้วนำมายื่น พร้อมสำเนาบัญชีธนาคารของเจ้าของบัตรฯ ซึ่งหลังจากนี้หากผู้ใช้บัตร  ไม่แสดงความประสงค์จะขอเงินคืนผ่านบัญชีธนาคาร กทพ. จะโอนเงินประกันดังกล่าวของผู้ใช้บริการ   ทุกรายเปลี่ยนเข้าเป็นเงินสำรองผ่านทางในบัตรให้แทน ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ โทร. 1543 ตลอด 24 ชั่วโมง
(หมายเหตุ : การคืนเงินประกันบัตรเป็นไปตาม บอร์ด กทพ.ที่มีมติ”ยกเลิกเก็บเงินประกัน” แต่บัตร Easy Pass ประชาชนยังนำมาใช้ได้ตามปกติ) 
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

วิทยากรเพียบ! กสทช.จัดสัมมนา“จรรยาบรรณในการผลิตและเผยแพร่รายการเกมส์โชว์และเรียลลิตี้โชว์” 11ก.ค.55

8ก.ค.55- สำนักงาน กสทช. ร่วมกับ คณะอนุกรรมการส่งเสริมการกำกับดูแลกันเอง และนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.คุ้มครองผู้บริโภคในกิจการด้านกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จัดเสวนา ความร่วมมือไตรภาคีเพื่อกำกับดูแลกันเองในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ครั้งที่ ๑ เรื่อง “จรรยาบรรณในการผลิตและเผยแพร่รายการเกมส์โชว์และเรียลลิตี้โชว์” วันพุธที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๓.๓๐ น. ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสยามซิตี้ ถ.ศรีอยุธยา

๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียน / รับประทานอาหารว่าง

๐๙.๒๐ น. กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดเสวนาความร่วมมือไตรภาคี โดย กสทช.สุภิญญา กลางณรงค์

๐๙.๓๐ น. เปิดเวทีความร่วมมือไตรภาคีเพื่อกำกับดูแลกันเองฯ หัวข้อ “จรรยาบรรณในการผลิตและเผยแพร่รายการเกมส์โชว์และเรียลลิตี้โชว์”

– รศ.อรุณีประภา หอมเศรษฐี ประธานสภาวิชาชีพกิจการแพร่ภาพและการกระจายเสียง

– ผู้แทนจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓

– คุณเสน่ห์ ห้องสุวรรณ์ ผู้จัดการฝ่ายเซ็นเซอร์โฆษณา สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗

– คุณชลากร ปัญญาโฉม ผอ.ฝ่าย Satlellite และ Special Project บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) – คุณเศรษฐพร กนิษฐานนท์ บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด

– คุณอิฐบูรณ์ อ้นวงษา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

– คุณธาม เชื้อสถาปนศิริ สถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ ThaiPBS

 – นายคมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง มหาวิทยาลัยศิลปากร (เซฟหมีจากรายการครัวกากๆ บน Youtube)

– รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิทยากรดำเนินรายการ ดร.ประภัสสร จันทน์สถิตพร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๑๑.๐๐ น. เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน

๑๓.๓๐ น. ซัก – ถามปัญหา

๑๔.๓๐ น. สรุปและปิดการประชุม

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

“แท็บเล็ตป.1″ล็อตแรก ยังตรวจรับไม่ได้ พรุ่งนี้”ไอซีที”ลงนามสโคปสั่งซื้อล็อต2 อีกกว่า 4 แสนเครื่อง

“แท็บเล็ตป.1″ล็อตแรก ยังตรวจรับไม่ได้ พรุ่งนี้”ไอซีที”ลงนามสโคปสั่งซื้อล็อต2 อีกกว่า 4 แสนเครื่อง

7gsl.jpg

 

8 ก.ค.55- ความล่าช้าที่กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบเนื้อหาในเครื่องแท็บเล็ตที่รัฐบาลจะใช้แจกให้เด็กนักเรียนชั้นป.1 ล่าช้า เป็นเหตุผลให้กระทรวงไอซีที อ้างว่า ทำให้เกิดความล่าช้า และยังไม่สามารถลงนามตรวจรับแท็บเล็ตได้จนถึงปัจจุบัน ในการรับมอบและตรวจรับเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรกไปด้วย ขณะเดียวกันวันพรุ่งนี้ กระทรวงไอซีที จะลงนามกับเอกชน เพื่อจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ตเพิ่มเติมอีก 4แสนเครื่องในล็อตที่สอง

7gsl.jpg

โดยวันพรุ่งนี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะลงนามสัญญาเพื่อจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือ แท็บเล็ต ป.1 เพิ่มเติมอีก จำนวน กว่า 403,941 เครื่อง ตามโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา ระหว่าง กระทรวงไอซีที กับ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลอปเมนต์ จำกัด โดยจะมีนาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีไอซีทีเป็นประธาน

7gsl.jpg

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดระทรวงไอซีที ระบุว่า การอนุมัติครั้งนี้ จะทำให้เครื่องแท็บเล็ตที่ประเทศไทยจัดซื้อ มีจำนวนเกือบ 9 แสนเครื่องแล้ว จากที่จัดซื้อล็อตแรกไปกว่า 4 แสนเครื่องเมื่อเดือนพฤษคมที่ผ่านมา

สำหรับเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรก ที่มาถึงประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม จนถึงปัจจุบันรวมประมาณ 3 หมื่นเครื่องนั้น ทางคณะกรรมกาตรวจรับฯ ที่มีนายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา เป็นประธาน ยังไม่สามารถตรวจรับได้เนื่องจาก จำนวนการส่งมอบขณะนี้ มีแค่ 3 หมื่นเครื่องเท่านั้น ซึ่งยังไม่ถึงจำนวนที่คณะกรรมการจะสามารถตรวจรับ จะลงนามตรวจรับได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ 35,000 เครื่อง

7gsl.jpg

ทั้งนี้การส่งมอบล็อตแรกจะทะยอยจนครบ 4 แสนเครื่องในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เนื่องจากติดปัญหาจากกระทรวงศึกษาธิการส่งคนไปตรวจเนื้อหาที่จะบรรจุในเครื่องแท็บเล็ตที่ประเทศจีนล่าช้า

สำหรับโครงการจัดหาแท็บเล็ตให้เด็กชั้นป.1 คณะรัฐมนตรี  อนุมัติโครงการจัดซื้อจำนวน 1 ล้านเครื่อง ไม่เกินวงเงิน 3 พันล้านบาท โดยใช้งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ และให้กระทรวงไอซีทีรับผิดชอบเครื่องคุณสมบัติ หรือ สเปค และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

สำหรับกระบวนการตรวจรับนั้น เมื่อกระทรวงไอซีทีส่งคนของกระทรวงศึกษาไปที่ประเทศจีน เมื่อตรวจเนื้อหา หรือ คอนเท้นท์ ที่จะบรรจุลงในเครื่องอย่างถูกต้องแล้ว เมื่อเครื่องมาถึงสนามบิน จะมีบริษัทไปรษณีย์ไทยจะขนส่งไปไว้ที่คลังคลองเตย จากนั้นกระทรวงไอซีที ส่งคนไปตรวจนับจำนวนเครื่องอีกครั้งว่าครบถ้วนหรือไม่ พร้อมๆ กับสุ่มเครื่องแท็บเล็ตไปตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานที่สำนักงานนวัตกรรม โดยใช้เจ้าหน้าที่จากบริษัท ทีโอที ตรวจสอบ จากนั้นจะส่งรายงานผลเข้าที่ประชุมคณะกรรมการตรวจรับฯ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 8, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

กสทช.จัดเสวนาโต๊ะกลม เรื่อง“โอลิมปิกและบอลโลก: ทางออกเพื่อผู้บริโภคไม่ต้องชมจอดำ” 5ก.ค.55

กสทช.จัดเสวนาโต๊ะกลม
เรื่อง“โอลิมปิกและบอลโลก: ทางออกเพื่อผู้บริโภคไม่ต้องชมจอดำ”
วันพฤหัสบดีที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๔.๐๐ น.
ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ
—————————————————-
๐๙.๐๐ – ๐๙.๓๐ น.      ลงทะเบียน
๐๙.๓๐ – ๑๒.๓๐ น.      เสวนา เรื่อง ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคไม่ต้องชมจอดำในช่วงการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิกและฟุตบอลโลก ๒๐๑๔
                            
วิทยากรนำประเด็น โดย
–  นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์                                 กสทช.
–  ผู้แทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา                              วิทยากร
–  อาจารย์ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ  ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ / ลิขสิทธิ์รายการ         
วิทยากรผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย
– คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
– ผู้แทนบริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
– ผู้แทนบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)
– ผู้แทนสถานีวิทยุโทรทัศน์ (ฟรีทีวี) / โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
– ผู้แทนผู้ประกอบกิจการดาวเทียม เช่น PSI, DTV,IPMTV
– ผู้บริโภคสื่อโทรทัศน์
วิทยากรผู้ดำเนินรายการ โดยนางสาวกรรณิการ์ กิจติเวชกุล
๑๒.๓๐ – ๑๓.๓๐          รับประทานอาหารกลางวัน
หมายเหตุ – รับประทานอาหารว่าง เวลา ๑๐.๓๐ น.
 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

ผู้บริโภค ออกคำแถลงการณ์ “สังคมไทยไม่ต้องมีฟรีทีวีจอดำอีกต่อไป‏

ผู้บริโภค ออกคำแถลงการณ์ “สังคมไทยไม่ต้องมีฟรีทีวีจอดำอีกต่อไป‏

28มิ.ย.2555- ที่ศาลแพ่ง  เวลา 14.00 น. นางสาวสารี  อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ผู้ฟ้องคดี พร้อมด้วย นางสาวบุญยืน  ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค นางสาวเรณู  ภู่อาวรณ์  นายขวัญมนัส  พูลมิน และนายเฉลิมพงษ์  กลับดี เข้ายื่นฟ้องต่อศาลแพ่งรัชดา ยื่นเรื่องฟ้องบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1 กองทัพบก เป็นจำเลยที่ 2 บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 3 และบริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด เป็นจำเลยที่ 4 ออกคำแถลงการณ์ “สังคมไทยไม่ต้องมีฟรีทีวีจอดำอีกต่อไป” รายละเอียดดังนี้

 

๑.       ฟ้องคดีในฐานะส่วนตัว

                โจทก์ที่ ๑ เป็นเลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทยมานาน โจทก์ที่สองเป็นประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคซึ่งเป็นเครือข่ายขององค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศ โจทก์ที่สามเป็นหัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดสมุทรสงคราม โจทก์ที่สี่เป็นผู้ประสานงานศูนย์คุ้มครองสิทธิจังหวัดราชบุรี โจทก์ที่ห้าเป็นหัวหน้าทนายอาสาของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โจทก์ไม่ได้ต้องการฟ้องคดีในฐานะส่วนตัวและมีความต้องการให้มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคช่วยดำเนินคดีแทนผู้บริโภคจำนวน ๑๑ ล้านครัวเรือนที่ไม่สามารถดูฟรีทีวีในครั้งนี้ได้ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ ไม่ได้ให้อำนาจหรืออนุญาตให้มูลนิธิฯ ดำเนินการฟ้องคดีแทนผู้บริโภคได้ซึ่งแตกต่างจากคดีปกครองและพ.ร.บ. ความรับผิดต่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงจำเป็นต้องฟ้องคดีนี้ในฐานะส่วนตัวที่เป็นผู้เสียหาย

                การฟ้องครั้งนี้ขององค์กรผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงแค่การดูถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร แต่ในฐานะองค์กรที่ทำงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคเห็นว่าปรากฏการณ์จอดำครั้งนี้นับเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคมากกว่าครึ่งประเทศในการเข้าถึงบริการสาธารณะในการดูฟรีทีวี ซึ่งสถานีโทรทัศน์ในฐานะผู้รับใบอนุญาตให้บริการฟรีทีวีไม่ควรสมยอมกับเอกชนในการหยุดดำเนินการให้บริการสาธารณะกับผู้บริโภค และสัญญาใดที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยย่อมเป็นสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เอกชนย่อมกระทำไม่ได้

 

๒.      พฤติการณ์ของจำเลย

            บริษัทแกรมมี่ได้ร่วมกันกับช่อง ๓, ๕ และ ๙ สมคบกันทำธุรกิจละเมิดสิทธิและเอาเปรียบผู้บริโภคในการเข้าถึงบริการสาธารณะฟรีทีวีอันเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้บริโภค ด้วยการตัดสัญญาณการถ่ายทอดรายการฟรีทีวีผ่านจานรับสัญญาณดาวเทียม ทั้งๆที่รู้ดีว่า ผู้บริโภคและประชาชนชาวไทยในฐานะผู้บริโภคสื่อมากกว่า ๑๑ ล้านครัวเรือนทั่วประเทศใช้การดูฟรีทีวีด้วยอุปกรณ์จานดาวเทียมที่ในปัจจุบันมีราคาถูกกว่าเสาอากาศแบบเดิมและคุณภาพดีกว่าอุปกรณ์ประเภทอื่นๆ ด้วยเล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจกีดกันกันเข้าถึงสิทธิพื้นฐานของผู้บริโภคในการรับชมฟรีทีวีเพื่อให้ได้มาซึ่งการขยายฐานลูกค้าและช่องทางการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม GMMZ  ในราคาประมาณ ๑,๕๙๐ บาท ของตนเองได้ ทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อนเสียหายจากการปิดกั้นผู้บริโภคมิให้เข้าถึงฟรีทีวี โดยหวังประโยชน์ในการขายกล่องสัญญาณดาวเทียม GMMZ ซึ่งมียอดจำหน่ายไม่น้อยกว่า ๘๐๐,๐๐๐ กล่องในปัจจุบัน เป็นมูลค่าสูงถึง ๑,๒๗๒ ล้านบาท  ขณะที่ค่าธรรมเนียมกล่องสัญญาณรวมค่าภาษี เพียง ๒๑๔ บาทเท่านั้น นอกจากนี้ GMMZ ยังได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น สปอนเซอร์ ค่าโฆษณาสินค้าในรายการฟรีทีวี อีกมากมาย

                การอ้างการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่ได้มา มีเพียงข้อห้ามเรื่องการเผยแพร่และทำซ้ำ แต่ระบบลิขสิทธิ์มีขึ้นมาเพื่อสร้างสมดุลระหว่างความคุ้มครองเจ้าของสิทธิและผลประโยชน์สาธารณะและการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทั้งของไทยและต่างประเทศต่างกำหนดข้อยืดหยุ่นเพื่อไม่ให้การคุ้มครองสิทธิ  มารุกล้ำสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การศึกษาและประโยชน์ของสาธารณะ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีความพยายามในการแก้ไขเพื่อคุ้มครองเจ้าของสิทธิให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นภายใต้ข้อตกลงใหม่ (Anti Counterfeit Trade Agreement, ACTA) จนกระทบสิทธิผู้บริโภค ก็ยังไม่สามารถใช้บังคับได้ในประเทศไทยและแม้แต่สหภาพยุโรปซึ่งเป็นผู้ผลักดันการเจรจา ล่าสุดคณะกรรมาธิการค้าสหภาพยุโรปก็มีมติไม่เห็นด้วยกับความตกลงดังกล่าว เพราะเห็นว่าความตกลงใหม่นี้ละเมิดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ความรู้ของประชาชนผู้บริโภค

 

๓.      หน่วยงานที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องโดยตรงไม่สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้จริง

นับตั้งแต่วันที่ ๘ มิถุนายนจนถึงวันฟ้องคดี(วันที่ ๒๕ มิถุนายนที่ผ่านมา) โจทก์ได้มีบทบาทและดำเนินการเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องทั้งหลายแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณะ กรณีบริการฟรีทีวี(จอดำของฟุตบอลยูโร) ให้ทำงานตามกฎหมายและบทบาทของตนเองอย่างเต็มที่ เช่น การจัดประชุมองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศ ๓๐๒ องค์กรเพื่อพิจารณาเรื่องนี้และทำจดหมายถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) จำนวน ๒ ฉบับเพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหาจอดำ และมีคำสั่งทางปกครองกับช่อง ๓ , ๕ และ ๙ และบริษัทแกรมมี่เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้แต่ไม่สามารถดำเนินได้เพียงและกรรมการกสท.ที่เห็นด้วยกลับเป็นเพียงเสียงข้างน้อย พร้อมทั้งได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหากับคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคของสภาผู้แทนราษฎร การจัดประชุมร่วมกับนักวิชาการและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) การเข้าพบเพื่อขอความร่วมมือและหาทางออกเรื่องนี้กับผู้บริหารระดับสูงของสคบ.

การจัดเวทีด้วยตนเอง การมีส่วนร่วมกับการจัดเวทีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง การสื่อสารสาธารณะเท่าที่มีโอกาสและช่องทางเอื้ออำนวยในเรื่องนี้ และเมื่อเห็นว่าไม่มีความคืบหน้าใดๆในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ได้ดำเนินการร้องเรียนเพื่อให้มีการตรวจสอบการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของ กสท. ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ผลการตรวจสอบการละเลยการปฏิบัติหน้าที่อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิผู้บริโภคพื้นฐานในการเข้าถึงฟรีทีวีในครั้งนี้ได้ และยังมีผู้เสียหายสองกลุ่มที่เป็นผู้บริโภคทั่วไปได้ดำเนินการใช้สิทธิฟ้องคดี กสท.ต่อศาลปกครองกลาง แต่ไม่มีคำสั่งให้มีการคุ้มครองชั่วคราวให้แก้ปัญหาและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคได้

กลุ่มองค์กรผู้บริโภคโจทก์ทั้งห้าจึงได้มีมติดำเนินการสองเรื่องที่สำคัญคือ ๑. นำเรื่องมาฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้มีการคุ้มครองก่อนมีคำพิพากษา ๒. การบอยคอตสินค้าและบริการของบริษัทแกรมมี่ทั้งหมด

ซึ่งนั่นคงเป็นคำตอบได้อย่างดีว่า ทำไมถึงเพิ่งจะมาฟ้องเพราะฟุตบอลใกล้จะจบแล้ว เกือบสามอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้บริโภคหมดเวลาไปกับการกดดันให้กลไกหน่วยงานของรัฐทุกส่วนได้ทำหน้าที่ แต่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามกฎหมายหรือทำหน้าที่บกพร่อง ไม่มีประสิทธิภาพ มีเพียงกสท.เสียงข้างน้อยที่ต้องการให้มีการดำเนินการแก้ปัญหาการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคเท่านั้น ผู้บริโภคประชาชนจึงไม่มีที่พึ่งที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนจึงนำคดีมาสู่ศาลเพื่อให้คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคในเรื่องนี้

 

๔.      องค์กรผู้บริโภคต้องการอะไรในการฟ้องคดี

                เพื่อให้ศาลคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของผู้บริโภคในการดูฟรีทีวี และห้ามการกระทำละเมิดผู้บริโภคมากกว่า ๑๑ ล้านครัวเรือนในการดูฟรีทีวี ซึ่งมีมาก่อนการทำสัญญาบุคคลของแกรมมี่ จะล้มล้างไม่ได้ หรือสัญญาบุคคลจะละเมิดสิทธิของการคุ้มครองผู้บริโภค(มหาชน)ไม่ได้

                ชดเชยความเสียหายให้กับผู้บริโภคที่ฟ้องทั้งหมดคนละ ๑,๕๙๐ บาท ซึ่งต้องถือว่า เป็นความเสียหายที่น้อยมากเมื่อเทียบกับความเสียหายของผู้บริโภค ผลประโยชน์ที่ผู้ประกอบธุรกิจได้รับ สถานะทางการเงินของผู้ประกอบธุรกิจ

            ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเชิงลงโทษเนื่องจากบริษัทแกรมมี่และช่อง ๓,๕และ๙ ทราบดีว่า ผู้บริโภคไม่น้อยกว่า ๑๑ ล้านครัวเรือนใช้ดาวเทียมเป็นอุปกรณ์ในการดูฟรีทีวี แต่จงใจให้ผู้บริโภคเสียหายและไม่นำพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค ทั้งๆ ที่สามารถจัดการในทางเทคนิคต่อการแพร่ภาพที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้

                ขอให้มีคำแนะนำไปยังรัฐบาลให้เร่งผลักดันให้เกิดองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อเป็นกลไกเสริมให้สามารถคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคได้จริงในสังคมไทย

                สุดท้ายปัจจุบันธุรกิจการแพร่ภาพและกระจายเสียง  ผ่านเทคนิคต่างๆ หลากหลายช่องทาง และเป็นธุรกิจอนาคตที่สามารถทำกำไรสูง  ดังนั้นผู้บริโภคจึงหนีไม่พ้นการถูกละเมิดสิทธิจากธุรกิจด้านนี้มากขึ้น  การฟ้องคดีในครั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้ผู้ประกอบธุรกิจไปทำสัญญาเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่ละเมิดสิทธิพื้นฐานของประชนส่วนใหญ่ในประเทศอย่างเช่นปัจจุบัน   และเพื่อให้เกิดคำตัดสินที่เป็นบรรทัดฐานในการเข้าถึงบริการฟรีทีวีในอนาคต  หากไม่ดำเนินการในครั้งนี้ก็มิสามารถป้องกันการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้แบบซ้ำซากได้

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

หลายเรื่องร้อน! มติบอร์ด กสทช.วันนี้-แผนประมูล 3G,ร่างประกาศฯประเภทกิจการวิทยุ-โทรทัศน์,เปิดสัญญาสัมปทานสื่อ,ค่าปรับ”จอดำ”-โชว์เปลือยอก

หลายเรื่องร้อน! มติบอร์ด กสทช.วันนี้ ผ่านร่างประกาศกำหนดประเภทกิจการวิทยุ-โทรทัศน์ 4แบบ,เตรียมเปิดสัญญาสื่อที่ได้สัมปทาน ทำถูกกม.หรือไม่ พร้อมเวทีรับฟัง ตั้งกก.ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านโทรคมนาคม ระหว่างผู้บริโภค และผู้ให้บริการ ลดปัญหาฟ้องร้อง

27 มิถุนายน 2555- นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. มีมติอนุมัติร่างประกาศที่เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เรื่องกำหนดลักษณะและประเภทของกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยมีการระบุความหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น

การให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (Broadcasting Network Provider) คือ การให้บริการระบบการเชื่อมโยงของกลุ่มเครื่องส่งหรือถ่ายทอดสัญญาณหรือภาพที่ใช้ในการส่งข่าวสารสาธารณะ หรือ รายการจากสถานีไปยังเครื่องรับ ไม่ว่าจะด้วยสื่อตัวนำที่เป็นสาย คลื่นความถี่ แสง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ สื่อตัวนำอื่นใด

– การให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการะจายเสียงหรือโทรทัศน์ (Broadcasting Network Provider) คือ การให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน หรือ สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการให้บริการกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร เสา ระบบสาย หรือ ท่อ หรือสิ่งอื่นใดในทำนองเดียวกัน

– การให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (Broadcasting Service Provider) คือ การให้บริการการส่งข่าวสารสาธารณะ หรือรายการ ไปยังเครื่องรับที่สามารถรับชม หรือรับฟัง การให้บริการนั้นๆ ได้ ไม่ว่าจะส่งโดยผ่านระบบคลื่นความถี่ ระบบสาย ระบบแสง ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ ระบบอื่น ระบบใดระบบหนึ่ง หรือ หลายระบบรวมกัน หรือ การให้บริการอื่นทำนองเดียวกันที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

นอกจากนี้ มีการกำหนดลักษะประภทของกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 4ลักษณะ ประกอบด้วย การให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์, การให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์, การให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์, และการให้บริการแบบประยุกต์

การกำหนดการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ให้มี 2 รูปแบบ แบ่งเป็น การให้บริการที่ต้องขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่มี 3 ประเภท คือ บริการสาธารณะ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท, บริการชุมชน เป็นบริการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อบริการสาธารณะ แต่ต้องเป็นประโยชน์ตามความต้องการของชุมชนหรือท้องถิ่นที่รับบริการ

อีกประเภท คือ บริการทางธุรกิจ เป็นบริการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาสกำไรในทางธุรกิจ โดยแบ่งเป็น บริการทางธุรกิจระดับชาติ บริการทางธุรกิจระดับภูมิภาค และบริการทางธุรกิจระดับท้องถิ่น

ส่วนการให้บริการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ซึ่งไม่ต้องขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.กำหนดต่อไป โดยร่างประกาศฉบับนี้ จะนำไปประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป เพื่อให้มีผลบังคับใช้ จากนั้นจะเริ่มออกใบอนุญาตในกิจกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ต่อไป

 

อนุมัติ..เปิดสัญญาองค์กรสื่อวิทยุ-ทีวีที่ได้สัมปทาน เป็นไปตามกม.หรือไม่

คณะกรรมการ กสทช.ยังได้อนุมัติร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการอนุญาต สัมปทาน หรือ สัญญาในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553

โดยสาระสำคัญ คือการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการอนุญาต สัมปทาน หรือ สัญญา รวมถึงอายุสัญญาและค่าตอบแทน พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลและผลการตรวจสอบให้สาธารณชนทราบ โดยให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณารายละเอียดภายใน 30 วันหลังจากได้รับทราบข้อมูล จากนั้นจึงเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน และคณะกรรมการนำมาพิจารณาภายใน 60 วัน

จากนั้นให้สำนักงาน กสทช.มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบส่งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานอื่นของรัฐ และกระทรวงเจ้าสังกัด รวมทั้งกระทรวงการคลังภายใน 7 วัน และเผยแพร่ต่อสาธารณะชน โดยคณะกรรมการสามมารถระบุว่าการดำเนินการสัญญาเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ แต่ไม่สามารถลงโทษ หรือชี้ว่าสัญญาถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง และยกเลิกสัญญาได้ โดยจะมีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อให้คณะกรรมการ กสทช.พิจารณาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

“ร่างดังกล่าวมีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ว่ามีการดำเนินการด้านสัญญาสัมปทานอย่างถูกต้องด้วยกฏหมายหรือไม่ โดยให้ผู้ที่ถือครองคลื่นความถี่ต้องแจ้งคลื่นความถี่ที่ถือครองมายัง กสทช.ตามกฏหมาย เพื่อนำมาตรวจสอบการถือครองคลื่นความถี่และสัญญาสัมปทานว่าถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ ตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช.” เลขาธิการ กสทช. กล่าว

สำหรับสัมปทานสถานีโทรทัศน์ที่เข้าข่ายตามประกาศดังกล่าว ประกอบด้วย

สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ได้รับสัมปทานจากบริษัท อสมท. หมดอายุสัญญาสัมปทานปี 2553

ช่อง 7 ได้รับสัมปทานจากกองทัพบก หมดอายุสัญญาสัมปทานปี 2566

และทรูวิชั่นส์ ได้รับสัมปทานจาก บริษัท อสมท. ระยะเวลา 25 ปี หมดอายุสัญญาสัมปทานผ่านดาวเทียมวันที่ 30 กันยายน 2557 และบริการผ่านเคเบิล วันที่ 31 ธันวาคม 2562

ส่วนกิจการกระจายเสียง หรือ วิทยุ ปัจจุบันไม่มีสัญญาสัมปทานแล้ว เป็นเพียงสัญญาการเช่าเวลา หรือ สัญญาร่วมผลิตรายการ เช่น สำนักงาน กสทช.ให้บริษัท เอ-ไทม์ มีเดีย เครือแกรมมี่ เช่าเวลารายการกรีนเวฟ ทางสถานีวิทยุ 1 ปณ. FM.106.5 MHz ของสำนักงาน กสทช. ซึ่งไม่เข้าข่ายเรื่องนี้

 

ผ่านร่างหลักเกณฑ์ ประมูล 3จี 4ฉบับ

ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. เห็นชอบร่างประกาศหลักเกณฑ์ 4 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จี ได้แก่

1.ร่างประกาศ กสทช.หลักเกณฑ์เรื่องวิธีอนุญาตการให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลย่าน 2.1 กิ๊กกะเฮิร์ต

2.ร่างประกาศ กสทช.เรื่อง การใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันสำหรับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่

3. ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง การใช้บริการข้ามโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ

และ 4. ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน หรือ MVNO

จากนี้ จะนำทั้ง 4 ร่างนสนอบนเว็บไซต์ กสทช. ในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย. 55) เพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และนำมากลับเสนอต่อที่ประชุม กสทช.อีกครั้ง เพื่อขอความเห็นชอบหากมีการปรับเปลี่ยนจากการรับฟังความคิดเห็นและนำประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป เพื่อเข้าสู่กระบวนการในการเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จีในเดือนตุลาคมนี้

“หมอประวิทย์”กสทช.คนเดียว ทำคำสงวน ค้านราคาตั้งต้นประมูลใบอนุญาต 3 จี ควรเป็น 6 พันลบ.

ส่วนราคาของใบอนุญาต 3 จี ที่ประชุมเห็นชอบตามคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม ณ ราคา 4,500 ล้านบาท ต่อ 1 ใบอนุญาต (5 เมกกะเฮิร์ต) โดยแบ่งเป็น 9 ใบอนุญาต แต่ในการประชุมครั้งนี้ น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.คุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เป็นคนเดียว ที่ขอทำคำสงวนความเห็น ด้วยเห็นว่า ราคาตั้งต้นการประมูลควรอยู่ที่ 6,000 ล้านบาท ต่อ 1 ใบอนุญาต (5 เมกฯ)

 

 

 

เปิดทางผู้บริโภค ที่ไม่ได้รับความเป็น ไกล่เกลี่ยผู้ให้บริการ หวังแก้ปัญหารวดเร็ว 

ที่ประชุม กสทช. ยังเห็นชอบให้มีการเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เกี่ยวกับร่างระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ร้องเรียน เนื่องจากข้อพิพาทและเรื่องร้องเรียนจากบริการโทรคมนาคมมีจำนวนมากแต่การดำเนินงานยังล่าช้า จึงจำเป็นการหาแนวทางในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้รวดเร็วขึ้นและลดปัญหา ลดขั้นตอนการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

มีผลทันที ประกาศ กสทช.มาตรฐานคุณภาพการให้บริการโทรคมนาคม

ที่ประชุม กสทช.ยังเห็นชอบให้ ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานของคุณภาพการให้บริการโทรคมนาคม ประเภทข้อมูลสำหรับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีผลบังคับใช้ทันที เนื่องจากบริการโครงข่ายโทรศัพท์ปัจจุบันค่อนข้างมีปัญหา เพื่อใช้เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานของการให้บริการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 2 จีและ 3 จี

 

ลงนามทางการ สั่งปรับเงิน 5 แสนบ. ช่อง3 โชว์สาวเปลือยอก ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนท์

สำหรับ การสั่งปรับทางปกครอง การนำเสนอเนื้อหาไม่เหมาะสมในรายการไทยแลนด์ ก๊อต ทาเลนท์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 หลังจากคณะอนุกรรมการด้านเนื้อหาและผังรายการของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ได้มีมติให้ปรับรายการดังกล่าว 500,000 บาท เนื่องจากนำเสนอเนื้อหาไม่เหมาะสมนั้น ทางเลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามในช่วงบ่ายวันนี้  (27 มิ.ย. 55) เพื่อแจ้งปรับไปยังสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 อย่างเป็นทางการ  โดยซึ่งเงินค่าปรับจำนวน 500,000 บาท จะนำเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ รวมถึงค่าปรับ 2 หมื่นบาท จากบริษัททรูวิชั่นส์ กรณีปัญหา”จอดำ”บนช่องฟรีทีวีในจานทรูฯ ซึ่งทั้งทรูวิชั่นส์ และช่อง 3 ยังไมีสิทธิ์ยื่นคัดค้านได้

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,