RSS

Tag Archives: ไอซีที

เป๊ะ! ผลสุ่มตรวจแท็บเล็ตป. 1 ต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี

การตรวจสอบคุณภาพ”แท็บเล็ตป.1″ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสุ่มตรวจ 500 เครื่อง จาก 59,000 เครื่อง เพียงแค่ 2 วัน จากกำหนดเดิม 5 วัน พบต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี พร้อมส่งผลรายงานให้คณะกรรมการตรวจรับฟันธงเอาไว้ หรือ ส่งคืนทั้งล็อต ด้านสตง.ตั้งข้อสังเกตเร่งรัดสุ่มตรวจ เด็กๆได้ใช้เครื่องไม่มีคุณภาพ-รัฐสูญงบ ส่วนศธ.ประกาศเลื่อนส่งมอบ 45,000 เครื่อง จากกำหนดเดิมวันพรุ่งนี้ ออกไปไม่มีกำหนด


 
 
15ก.ค.55-  มีรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพแท็บเล็ตป.1 ที่เจ้าหน้าที่บริษัททีโอที ซึ่งเข้ามาช่วยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีสุ่มตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคเครื่องแท็บจำนวน 500 เครื่องจากจำนวนทั้งหมดที่ได้รับมอบมาแล้ว 5 หมื่น 9 พันเครื่องพบว่ามีจำนวน 7 เครื่องที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐานเกี่ยวกับตัวเครื่องเช่นหน้าจอมีระบบสัมผัสหรือทัชสกรีนช้าและเกิดปัญหาหน้าจอติดๆ

ดับๆ  ซึ่งผลการสุ่มตรวจพบว่า ต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า จากนี้ต้องดูว่าคณะกรรมการตรวจรับ ของไอซีที  ที่มีนายสมบูรณ์เมฆไพบูลย์วัฒนาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เป็นประธาน จะตัดสินใจอย่างไรว่า ยอมให้ผ่านไป หรือ ต้องส่งคืนทั้งหมดประมาณ 59,000 เครื่อง คืนให้บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ  ตามที่มีการสุ่มตรวจ 

ส่วนการตรวจสอบคุณภาพอุปกรณ์เสริมเช่นหูฟังและที่ชาร์ตแบตพบว่า มีไม่ได้มาตรฐาน 3 ชิ้น  ส่วนการสุ่มตรวจสอบล็อตสอง ยังไม่เริ่มต้นในขณะนี้ เพราะอยู่ระหว่างการรอส่งมอบล็อตให้ครบจำนวน 35,000 เครื่องก่อนจึงจะเริ่มสุ่มตรวจได้
 
เป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ร่นเวลาตรวจสอบเหลือแค่ 2 วันจากกำหนดเดิมที่ต้องใช้เวลา 5 วันและขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งรายงานสรุปผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการตรวจรับตังแต่วันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว
 

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รักษาการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งข้อสังเกตว่าการร่นเวลาสุ่มตรวจสอบเครื่องจะส่งผลให้เกิดโอกาสที่เครื่องที่ไม่มีคุณภาพจะหลุดรอดไปถึงมือเด็กๆได้ง่ายขึ้น เห็นว่าในการบริหารต้องการให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่หน่วยราชการจะได้รับ เพราะต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมากในการใช้จ่าย และทุกฝ่ายคาดหวังว่าจะต้องได้ขอที่มีคุณภาพตามคุณสมบัติตามที่พรรณากันไว้  หากไม่ตรวจรับให้เข้มงวด และปล่อยผ่านออกไปจะกลายเป็นภาระใหญ่มาก โดยเฉพาะการซ่อมบำรุงที่จะเกิดขึ้นมาภายหลัง เพราะหากใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ ก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียประโยชน์ ขาดประสิทธิภาพ สิ้นเปลืองงบประมาณเกินกว่าเหตุ ไม่จำเป็นต้องมีโครงการนี้ก็ได้
 
“การเร่งรัดเวลาอยากให้ทบทวนดูว่า หากเร่งไปแล้วได้ขอไม่มีคุณภาพ แต่ได้ของไปทันเวลาแล้วจะมีประโยชน์อะไรหากใช้ไม่ได้ อยากให้คำนึงถึงตรงนี้มากๆ โดยเฉพาะเจตนารมย์การใช้ประโยชน์เป็นสำคัญ เพราะโครงการนี้ไม่ใช่ถูกๆ ยิ่งต้องคำนึงว่าเป็นเงินภาษี เงินแผ่นดิน เงินของประชาชนทั้งประเทศ คนที่ดูแลโครงการนี้ต้องตระหนักกันให้มากๆ ซึ่งการเร่งรัดเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่เร่งรัดอยู่แล้ว การเร่งรัดก่อให้เกิดผลเสีย ความไม่สมบูรณ์ อยากให้ระวังอยู่เรื่องว่าการเร่งรัดแบบนี้ ทางฝ่ายราชการของเราไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร แต่ฝ่ายที่ได้ประโยชน์คือใคร และเค้าสมควรได้รับประโยชน์อย่างนี้หรือไม่ หากการเร่งรัดทำห้คนขายสินค้า ส่งมอบสินค้าได้ที่คุณภาพยังไม่พร้อม แต่ปล่อยให้การตรวจรับผ่านไปได้ แต่เอาไปใช้ก็เกิดปัญหาต้องส่งกลับมาซ่อมใหม่ มันเป็นความเสียหายที่ต้องคำนึงถึง อยากฝากทุกฝ่ายให้คำนึงถึงคุณภาพเป็นสำคัญ ถามว่ามันสำคัญอย่างไร ต้องส่งมอบกันวันที่ 16 ทำพิธีกันไปแล้ว แต่ของไม่ได้คุณภาพ มันควรจะรอบคอบกันก่อน หรือ เจตนารมย์เราต้องการให้ออกไปลวกๆ แบบนี้หรือไม่”นายพิศิษฐ์ กล่าว

 

นายพิศิษฐ์ กล่าวด้วยว่า แม้โครงการนี้จะมีเจตนาดีให้เยาวชนได้ใช้เครื่องมีที่มีความทันสมัย แต่ก็มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่ได้ศึกษาวิจัยแล้วว่า การนำเครื่องมาใช้กับเด็กป.1 นั้น ไม่เหมาะสม เท่ากับชั้นป.4 ซึ่งสตง.อยู่ระหว่างการทำข้อศึกษาเรื่องนี้ด้วยเพื่อเสนอแนะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีและผู้เกี่ยวข้องเร็วๆ นี้
 
 

มีความชัดเจนว่ากระบวนการตรวจรับเครื่องแท็บเล็ตป.1 ของกระทรวงไอซีทียังไม่เสร็จสิ้นตามขั้นตอนจึงส่งผลกระทรวงศึกษาธิการต้องเลื่อนส่งมอบเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรกจากกำหนดเดิมในวันพรุ่งนี้จำนวน 45,000 เครื่องไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสพป.ตามลำดับตัวอักษรได้แก่กระบี่ , กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, กาฬสินธิ์, กำแพงเพชรและขอนแก่นต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

สำหรับโครงการนี้ พรรคเพื่อไทยชูเป็นหนึ่งในนโยบายที่ใช้หาเสียงการเลือกตั้งปี 2554 และเริ่มต้นโครงการจริงจังเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เมื่อคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการแท็บเล็ตจำนวน 14 คน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีไอซีทีร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยให้ใช้วิธีดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐจัดหาจำนวน 9 แสนเครื่อง วงเงินงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ 1 พัน 900 ล้านบาท ตั้งเป้าส่งมอบให้เด็กๆ 8 แสนคนได้ทันในช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม 2555

แต่ต่อมา คณะกรรมการแท็บเล็ต ได้ตั้งคณะทำงานอีก 2 ชุดเพื่อพิจารณาคุณสมบัติเครื่องแท็บเล็ตให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ส่วนอีกชุดพิจารณาการจัดซื้อจัดหาโดยกระทรวงไอซีทีผู้รับผิดชอบ

ระหว่างนั้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวงและคณะกรรมการแท็บเล็ต ต่างไม่มีใครเปิดเผยรายละเอียดแบบเป็นทางการ เกี่ยวกับรายละเอียดโครงการ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ท่ามกลางกระแสข่าวปัญหาความไม่ลงรอยกันระหว่างรัฐมนตรีไอซีทีและศึกษาธิการ

 

 

(ภาพจาก คุณredfrog53 เว็บบอร์ดขบวนการเสรีไทย)

จนกระทั่ง ปลายเดือนปลายเดือน 21 มีนาคม 2555 คณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดภูเก็ต มีมติอนุมัติโครงการนี้อีกครั้ง โดยปรับเพิ่มการจัดซื้อจาก 9 แสนเครื่องเป็น 1 ล้านเครื่องและอนุมัติวงเงินจัดซื้อจาก 1 พัน 900 ล้านบาทเป็นไม่เกิน 3 พันล้านาท และให้กระทรวงไอซีทีเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการจัดซื้อ  โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การปรับเปลี่ยนจากจีทูจี มาเป็นเป็นจีทูจีในรูปแบบทำสัญญาโดยตรงกับบริษัทเสิ่นเจิ้นสโคปซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนรับรอง ซึ่งเอ็มโอยูแบบนี้ นายพิศิษฐ์ รักษาการผู้ว่าการสำนักตรวจเงินแผ่นดิน ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นวิธีที่แปลกประหลาด และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย

ส่วนแผนความคืบหน้าโครงการ หรือ รายละเอียดที่ชัดเจนต่างๆ นั้น ไอซีทีเปิดเผยแค่เรื่องการกำหนดคุณสมบัติหรือทีโออาร์เท่านั้น ส่วนรายละเอียดการทำสัญญาที่ชัดเจนนั้นแม้สื่อมวลชนได้เรียกร้องให้เปิดเผยแต่ก็ฝ่ายเกี่ยวข้องต่างก็ปฎิเสธต่อเนื่อง

โฆษณา
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 15, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

“แท็บเล็ตป.1″ล็อตแรก ยังตรวจรับไม่ได้ พรุ่งนี้”ไอซีที”ลงนามสโคปสั่งซื้อล็อต2 อีกกว่า 4 แสนเครื่อง

“แท็บเล็ตป.1″ล็อตแรก ยังตรวจรับไม่ได้ พรุ่งนี้”ไอซีที”ลงนามสโคปสั่งซื้อล็อต2 อีกกว่า 4 แสนเครื่อง

7gsl.jpg

 

8 ก.ค.55- ความล่าช้าที่กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบเนื้อหาในเครื่องแท็บเล็ตที่รัฐบาลจะใช้แจกให้เด็กนักเรียนชั้นป.1 ล่าช้า เป็นเหตุผลให้กระทรวงไอซีที อ้างว่า ทำให้เกิดความล่าช้า และยังไม่สามารถลงนามตรวจรับแท็บเล็ตได้จนถึงปัจจุบัน ในการรับมอบและตรวจรับเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรกไปด้วย ขณะเดียวกันวันพรุ่งนี้ กระทรวงไอซีที จะลงนามกับเอกชน เพื่อจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ตเพิ่มเติมอีก 4แสนเครื่องในล็อตที่สอง

7gsl.jpg

โดยวันพรุ่งนี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะลงนามสัญญาเพื่อจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือ แท็บเล็ต ป.1 เพิ่มเติมอีก จำนวน กว่า 403,941 เครื่อง ตามโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา ระหว่าง กระทรวงไอซีที กับ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลอปเมนต์ จำกัด โดยจะมีนาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีไอซีทีเป็นประธาน

7gsl.jpg

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดระทรวงไอซีที ระบุว่า การอนุมัติครั้งนี้ จะทำให้เครื่องแท็บเล็ตที่ประเทศไทยจัดซื้อ มีจำนวนเกือบ 9 แสนเครื่องแล้ว จากที่จัดซื้อล็อตแรกไปกว่า 4 แสนเครื่องเมื่อเดือนพฤษคมที่ผ่านมา

สำหรับเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรก ที่มาถึงประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม จนถึงปัจจุบันรวมประมาณ 3 หมื่นเครื่องนั้น ทางคณะกรรมกาตรวจรับฯ ที่มีนายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา เป็นประธาน ยังไม่สามารถตรวจรับได้เนื่องจาก จำนวนการส่งมอบขณะนี้ มีแค่ 3 หมื่นเครื่องเท่านั้น ซึ่งยังไม่ถึงจำนวนที่คณะกรรมการจะสามารถตรวจรับ จะลงนามตรวจรับได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ 35,000 เครื่อง

7gsl.jpg

ทั้งนี้การส่งมอบล็อตแรกจะทะยอยจนครบ 4 แสนเครื่องในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เนื่องจากติดปัญหาจากกระทรวงศึกษาธิการส่งคนไปตรวจเนื้อหาที่จะบรรจุในเครื่องแท็บเล็ตที่ประเทศจีนล่าช้า

สำหรับโครงการจัดหาแท็บเล็ตให้เด็กชั้นป.1 คณะรัฐมนตรี  อนุมัติโครงการจัดซื้อจำนวน 1 ล้านเครื่อง ไม่เกินวงเงิน 3 พันล้านบาท โดยใช้งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ และให้กระทรวงไอซีทีรับผิดชอบเครื่องคุณสมบัติ หรือ สเปค และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

สำหรับกระบวนการตรวจรับนั้น เมื่อกระทรวงไอซีทีส่งคนของกระทรวงศึกษาไปที่ประเทศจีน เมื่อตรวจเนื้อหา หรือ คอนเท้นท์ ที่จะบรรจุลงในเครื่องอย่างถูกต้องแล้ว เมื่อเครื่องมาถึงสนามบิน จะมีบริษัทไปรษณีย์ไทยจะขนส่งไปไว้ที่คลังคลองเตย จากนั้นกระทรวงไอซีที ส่งคนไปตรวจนับจำนวนเครื่องอีกครั้งว่าครบถ้วนหรือไม่ พร้อมๆ กับสุ่มเครื่องแท็บเล็ตไปตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานที่สำนักงานนวัตกรรม โดยใช้เจ้าหน้าที่จากบริษัท ทีโอที ตรวจสอบ จากนั้นจะส่งรายงานผลเข้าที่ประชุมคณะกรรมการตรวจรับฯ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 8, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

ตรวจคุณภาพ! ยังไม่แจกจริง”แท็บเล็ตป.1″ ถึงไทยแล้ว ส่งไปก.ไอซีทีบ่ายวันนี้

image

เอามาตรวจสอบ! แท็บเล็ตป.1 ถึงไทยวันนี้ ตรวจคุณภาพ เพื่อให้สโคป เดินสายพานผลิตจริง 23พ.ค.55- ในช่วงเช้าวันนี้ เครื่องแท็บเล็ตป.1 ถูกจัดส่งมาจากเมืองจีน เดินทางถึงไทยแล้ว โดยมีกระทรวงไอซีที และศึกษาธิการ ตรวจรับจำนวน 2พันชุด เครื่องแท็บเล็ตจำนวน 2พันชุดวันนี้ มีสายการบินขนส่งสินค้า”UPS” เป็นผู้นำส่ง โดยเดินทางออกจากประเทศจีน มาถึงไทยเวลาประมาณ 5นาฟิกา โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงไอซีที และศึกษาธิการเป็นผู้รับมอบ จากนั้นแท็บเล็ตจะถูกลำเลียงไปตามกระบวนการคลังสินค้า  โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ. และ กระทรวงไอซีที เป็นผู้ตรวจสอบและเซ็นรับสินค้า ก่อนนำมาที่กระทรวงไอซีที เพื่อตรวจเช็คสเปกของแท็บเล็ตอีกครั้งในเวลาประมาณ 13นาฬิกา โดยคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาตรวจสอบและลงนามไม่เกินวันที่ 27 พ.ค. 2555 ร  ทั้งนี้ แท็บเล็ต 2พันเครื่อง ยังไม่ใช่เครื่องที่จะส่งให้เด็กป.1 แต่เป็นเครื่องที่นำมาตรวจสอบคุณภาพว่าตรงตามเสป็คที่กำหนดหรือไม่ เพื่อจะอนุมัติให้สโคปผลิตต่อไป โดยการขนส่งจากนี้เพื่อให้ของกระจายไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 23, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

เปิดTOR-แผนดำเนินการ”แท็บเล็ตป.1″ ก.ICT-สโคปฯ เซ็นสัญญาแล้ว ล็อตแรก 4แสนเครื่อง

เปิดTOR-แผนดำเนินการ”แท็บเล็ตป.1″ ก.ICT-สโคปฯ เซ็นสัญญาแล้ว ล็อตแรก 4แสนเครื่อง

10พ.ค.55- นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยในการแถลงข่าว ภายหลังพิธีลงนามสัญญาจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ภายใต้โครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพาระหว่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กับ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลอปเมนต์ จำกัด (Shenzhen Scope Scientific Development Co.,Ltd) ว่า รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยความร่วมมือเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะดำเนินความร่วมมือในด้านต่างๆ รวมถึงการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรบุคคลในประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทผ่านการส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และอุปกรณ์การศึกษาที่ทันสมัย เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)

ขณะเดียวกันรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2554 โดยมีนโยบายหนึ่งที่จะเริ่มดำเนินการอย่างเร่งด่วนในปีแรก คือ การจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้แก่โรงเรียน โดยเริ่มทดลองดำเนินการในโรงเรียนนำร่องสำหรับระดับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา พ.ศ. 2555 ควบคู่กับการเร่งพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสม ตามหลักสูตรบรรจุลงในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต รวมทั้งจัดทำระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายตามมาตรฐานการให้บริการในสถานศึกษาที่กำหนดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมติเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 มอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นผู้ดำเนินการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) จัดวางระบบเครือข่าย Wi – Fi จัดทำระบบบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ และการวางระบบความปลอดภัยในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน การพัฒนาบุคลากร และสร้างความเข้าใจ เพื่อการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)

และภายหลังการดำเนินการจัดหา กระทรวงไอซีที ได้นำเสนอแนวทางการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 อนุมัติการจัดซื้อจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน บนพื้นฐานของบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนดังกล่าวข้างต้น โดยรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้แนะนำบริษัทผู้ส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ที่มีคุณภาพของประเทศจีน เพื่อให้ผู้ซื้อเลือกหนึ่งบริษัทจากกลุ่มบริษัทเหล่านี้ในการจัดหาและการส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)มายัง ประเทศไทย

“กระทรวงไอซีที ได้ตกลงที่จะจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) จากบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลอปเมนต์ จำกัด ซึ่งเป็น 1 ใน 4 บริษัทที่รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนแนะนำ ซึ่งการลงนามครั้งนี้มีเงื่อนไขที่จะสั่งซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) จำนวนทั้งสิ้น 400,000 ( สี่แสน) เครื่อง มูลค่าทั้งหมดจำนวน USD 32,800,000 (สามสิบสองล้านแปดแสนดอลลาร์สหรัฐ) มีกำหนดให้ส่งมอบภายใน 60 วัน และจะมีการซื้อเพิ่มเติม (Repeat order) โดยทำคำสั่งซื้อเพิ่มเติมสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) อีกจำนวนไม่เกิน 1,000,000 (หนึ่งล้าน) เครื่องต่อไป” นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ กล่าว

สำหรับคุณลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ที่ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ เสนอมานั้น คือ มีหน่วยประมวลผลกลางมีความเร็วสัญญาณนาฬิกา (Clock speed) 1.2 GHz มีหน่วยความจำหลัก (RAM) จำนวน 1 GB ใช้แบตเตอรี่ชนิด Lithium Polymer ขนาดความจุ 3600 mAh มีการรับประกันเป็นระยะเวลา 2 ปี

 

 

แผนการดำเนินงานโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

แผนการดำเนินงานโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา

๑. หลักการและเหตุผล
ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยมีนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรกข้อ ๑.๑๕ จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้แก่โรงเรียน โดยเริ่มทดลองดำเนินการในโรงเรียนนำร่องสำหรับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๕ ควบคู่กับการเร่งพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสม ตามหลักสูตรบรรจุลงในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต รวมทั้งจัดทำระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายตามมาตรฐานการให้บริการในสถานศึกษาที่กำหนดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นั้น

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ได้มอบหมายกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้ดำเนินการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) จัดวางระบบเครือข่าย Wi-Fi จัดทำระบบบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ และการวางระบบความปลอดภัยในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน การพัฒนาบุคลากร และสร้างความเข้าใจ เพื่อการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)

๒. วัตถุประสงค์
เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนที่เป็นสังกัดหน่วยงานภาครัฐ ที่ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา ตำรวจตระเวนชายแดน และโรงเรียนเอกชน ได้รับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต) ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนภายใต้วัตถุประสงค์หลักที่สำคัญคือ
๑) การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้เท่าเทียมและทั่วถึง โดยมุ่งพัฒนาและจัดหาระบบอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wi-Fi) ตามมาตรฐานการให้บริการในสถานศึกษาให้แก่สถานศึกษาที่จะกำหนดให้อยู่ภายใต้โครงการนำร่อง
๒) มุ่งเน้นการพัฒนาที่มีความต่อเนื่องเพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถใช้เครื่องพกพาในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

๓. เป้าหมายการดำเนินงาน
เพื่อให้เป็นตามนโยบายของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๘ แผนการการดำเนินโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา เป็นโครงการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้แก่โรงเรียนสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๕ ควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอนโดยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาเนื้อหาสาระของการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกำหนดเป็นหลักสูตรสำหรับบรรจุลงในคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) รวมทั้งการพัฒนาระบบเครือข่ายแบบไร้สาย (Wi-Fi) ให้แก่สถานศึกษาของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อมุ่งประสงค์ในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างรอบรู้และมีประสิทธิภาพ ตลอดจน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพของเด็กวัยเรียนให้มีความรู้ทางวิชาการ ทักษะสติปัญญาที่สามารถศึกษาหาความรู้และต่อยอดองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง รวมทั้ง สามารถปรับตัวให้รู้เท่าทันกับข่าวสารภายใต้บริบทแห่งการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาไปสู่ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตต่อไป

๔. แผนการดำเนินงาน
เพื่อให้การดำเนินงาน “โครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา”มีการบริหารการจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายการดำเนินงานของโครงการ จึงได้กำหนดให้มีแนวทางการดำเนินงานอย่างเป็นระบบที่ประกอบด้วยแผนงาน และกิจกรรมการดำเนินงานที่มีขั้นตอนการดำเนินงานโดยลำดับที่สามารถตรวจสอบ ตลอดจนติดตามประเมินผล ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถดำเนินได้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและภายในกำหนดเวลา โดยมีรายละเอียดแผนการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

๔.๑ แผนการจัดหาคอมพิวเตอร์พกพาที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี ๒๕๕๕
๔.๑.๑ การจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพาเป้าหมาย : จัดหาคอมพิวเตอร์พกพาให้แก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕

กิจกรรมการดำเนินงาน
• แต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)
• พิจารณากำหนดเงื่อนไขทั่วไปที่สอดคล้องกับการดำเนินงานตามระเบียบของทางราชการเพื่อทำให้ขอบเขตของการดำเนินงาน (Terms of Reference: TOR) มีความชัดเจน อาทิ ระยะเวลาการดำเนินงาน คุณสมบัติของผู้ดำเนินงาน ขั้นตอนการดำเนินงานให้เป็นไปตามสัญญา การรับประกัน ตลอดจนวิธีการปฏิบัติภายหลังส่งมอบงาน
• พิจารณาคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาอย่างเหมาะสมและเป็นไปได้ เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อ-จัดหาคอมพิวเตอร์พกพาอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
• ดำเนินการจัดหาผู้ดำเนินการผลิตคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อ-จัดจ้างที่เป็นธรรม และโปร่งใส รวมทั้ง เพื่อให้ถูกต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกระบวนการปฏิบัติสำหรับการจัดซื้อ-จัดจ้างของภาครัฐ
• การจัดหาคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) จะมีการเจรจาและดำเนินการโดยกระทรวงการต่างประเทศ ภายใต้การสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งนี้ จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องและเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
• การจัดเตรียมร่างสัญญาซื้อขายระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาลเสนอให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อนลงนามในสัญญา
๔.๑.๒ การควบคุมการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)
เป้าหมาย : การผลิตคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดยครบถ้วนและผู้ใช้สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์พกพาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กิจกรรมการดำเนินงาน
• ติดตามขั้นตอนการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ทั้ง Hardware และ Software ให้เป็นไปตามคุณสมบัติเฉพาะที่กำหนดไว้ ตั้งแต่ขั้นตอนการประกอบชิ้นส่วน การ Upload ข้อมูล การกำหนด MAC Address และ Serial Number การติดตั้ง GPS ไปจนถึงการบรรจุหีบห่อ (Packaging)
• นำเนื้อหา/หลักสูตรการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมบรรจุลงในคอมพิวเตอร์พกพาทั้งก่อนและหลังการผลิตเสร็จ
• จัดให้มี Applications ต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานเพื่อบรรจุลงในคอมพิวเตอร์พกพา
๔.๑.๓ การส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาจากผู้ผลิต
เป้าหมาย : ส่งมอบคอมพิวเตอร์พกพาจากผู้ผลิตได้ตามแผนการส่งมอบที่กำหนดไว้
กิจกรรมการดำเนินงาน
การขนส่งเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ๑๘๓ แห่ง ทั่วประเทศ
• การเตรียมการก่อนจัดส่งหลังจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้รับมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) จากคณะกรรมการตรวจรับ/นับของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแล้วจะดำเนินการบันทึกข้อมูล Serial Number และจัดสรรเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ตามจำนวนที่ได้กำหนดไว้ตามแผน
• การขนส่งเมื่อดำเนินการเตรียมการก่อนจัดส่งเรียบร้อยแล้ว บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะเริ่มทยอยจัดส่งเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ที่มีระยะทางไกลก่อน คือ ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง กทม. และปริมณฑล ตามลำดับ โดยได้กำหนดระยะเวลาในการจัดส่งในแต่ละรอบ (Lot) ไว้ (จำนวนรอบของการจัดส่งจะขึ้นอยู่กับจำนวนรอบในการรับมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) จากคณะกรรมการตรวจรับ/นับ)
• การส่งมอบเมื่อรถยนต์ขนส่งเดินทางไปถึงยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) คณะกรรมการส่งมอบของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ให้แก่คณะกรรมการรับมอบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ที่ได้แต่งตั้งไว้ก่อนล่วงหน้า ทั้งนี้ขั้นตอนการรับ-ส่งมอบจะดำเนินการในรูปของคณะกรรมการ โดยจะต้องลงนามและวันเดือนปีที่รับ – ส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ไว้ใบนำส่ง
• การรายงานผลการส่งมอบ ภายหลังจากคณะกรรมการส่งมอบของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ให้แก่คณะกรรมการรับมอบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เรียบร้อยแล้ว จะรายงานผลการส่งมอบให้ศูนย์ประสานงานการจัดส่งเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาทราบ พร้อมทั้งรายงานผลลงในระบบรายงานผลที่กำหนดไว้
๔.๒ แผนการจัดตั้งสำนักงานบริหารโครงการ Project Management Office
เป้าหมาย : มีองค์กรรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและบริหารโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงาน เพื่อให้การกำหนดแนวทางการทำงาน การสั่งการ การอำนวยการ และบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสอดคล้องเป็นเอกภาพ


กิจกรรมการดำเนินงาน
จัดทำร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยองค์กรมีหน้าที่ดังนี้
• การประสานงานกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและเนื้อหา โครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค การเข้าถึงเนื้อหา โครงข่าย การสนับสนุนการใช้งาน ผู้ใช้บริการ การพัฒนา การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ การประเมินผลและการบริหารโครงการ แผนงาน หรือการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับการบริหารโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา
• การบริหารแผนงานรวม ประสานการบริหาร และการปฏิบัติการตามแผนปฏิบัติการ
• การจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาให้เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน
• การกำกับ ดูแล และให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา
• การติดตามและเร่งรัดการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และประเมินผลความก้าวหน้าของการดำเนินการ
• การขอยืมตัวบุคคล วัสดุ อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ รวมตลอดทั้งขอใช้อสังหาริมทรัพย์จากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ตามความจำเป็น

๔.๓ แผนการพัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา
๔.๓.๑ การพัฒนาระบบโครงข่ายไร้สาย (Wi-Fi Network)
เป้าหมาย : ให้มีการพัฒนาระบบเครือข่ายไร้สายในโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานซึ่งสามารถรองรับการใช้งานของนักเรียนภายใต้โครงการฯ ให้เข้าถึงเครือข่ายได้อย่างทั่วถึง

กิจกรรมการดำเนินงานแบ่งเป็น ๒ ระยะ ดังนี้
ระยะที่ ๑ คัดเลือกเฉพาะโรงเรียนที่มีความพร้อมด้านระบบสื่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตเป็น Optical Fiber (IP-VPN) เท่านั้น มีการดำเนินการมีดังนี้
• โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ๗๑๙ โรงเรียน
• ติดตั้งอุปกรณ์ Wi-Fi Access Point (AP) สำหรับห้องเรียนชั้น ป.๑ เพื่อให้บริหารจัดการให้ง่าย ต่อการเรียนการสอนระหว่างครูกับกลุ่มนักเรียน
• ขยายความเร็วอินเตอร์เน็ต IP-VPN ให้อยู่ที่ระดับ ๔-๑๐ Mbps
• ขยายความเร็วอินเตอร์เน็ตเกตเวร์ (Internet Gateway)
• เก็บประวัติผู้ใช้อินเตอร์เน็ต (Log) ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พร้อมระบบตรวจสอบสิทธิการเข้าใช้อินเตอร์เน็ตถึงห้องเรียน ป.๑
• มีค่าบริการต่อเดือนเพิ่มขึ้นจากโครงการ MOENet ซึ่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จะต้องสนับสนุนงบประมาณของปี ๒๕๕๕ ระยะเวลา ๕ เดือน (พ.ค.-ก.ย. ๒๕๕๕) ต่อจากนั้นกระทรวงศึกษา โดยสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) จะต้องเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณของปี ๒๕๕๖ เป็นต้นไป

ระยะที่ ๒ โรงเรียนส่วนที่เหลือทั้งที่มีอินเตอร์เน็ตผ่าน ADSL, VPN, IPstar และยังไม่มีอินเตอร์เน็ต มีการดำเนินการดังนี้
• จัดหาอุปกรณ์ AP และ Smart gateway เพื่อนำมาติดตั้งทั้ง ๒๖,๕๑๗ โรงเรียน
• ปรับปรุงระบบสื่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตเดิมจาก ADSL, IPstar ให้เป็น IP VPN และ Winet หรือติดจาน IP star เพิ่ม
• ขยายความเร็วอินเตอร์เน็ตเกตเวร์ (Internet Gateway)
• เก็บประวัติผู้ใช้อินเตอร์เน็ต (Log) ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พร้อมระบบตรวจสอบสิทธิการเข้าใช้อินเตอร์เน็ตถึงห้องเรียน ป.๑
• ระยะเวลาการดำเนินการที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรับผิดชอบ ๑๑ เดือน
• ค่าบริการต่อเดือนเพิ่มขึ้นจากโครงการ Monet เดิมซึ่งทาง สพฐ. จะต้องตั้งงบประมาณ เพื่อสนันสนุนเป็นรายปีตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๗
๔.๓.๒ การพัฒนาศูนย์ควบคุม ติดตามประเมินผลในส่วนกลางเพื่อควบคุมและกำกับการใช้คอมพิวเตอร์พกพาของเด็กนักเรียน
เป้าหมาย : มีระบบบริหารจัดการกลางในการควบคุมและกำหนดนโยบายการใช้คอมพิวเตอร์พกพาที่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยี รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยี Cloud Computing เพื่อรองรับสื่อการเรียนการสอน
กิจกรรมการดำเนินงาน :
• จัดเตรียมระบบคลาวน์สำหรับโครงการ One Tablet PC per child ทำการออกแบบและวางโครงสร้างการเชื่อมต่อจากเครือข่ายที่อุปกรณ์แท๊บเล็ตมายังคลาวน์ของ สรอ ให้สามารถใช้งานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยการบริหารจัดการระบบคลาวน์ทั้งในเรื่อง ของการดูแลและการบำรุงรักษาทั้งอุปกรณ์คลาวน์ที่เกี่ยวข้องและเส้นทางการเชื่อมต่อจากส่วนต่างๆมายังคลาวน์ให้สามารถทำงานได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
• จัดเตรียมระบบจัดการความปลอดภัยเครื่องคอมพิวเตอร์แท๊บเล็ต จัดทำฐานข้อมูลในส่วนของการติดตามการใช้งานและสถานะของเครื่อง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเรื่องของการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงการใช้งาน การติดตั้งโปรแกรม ตลอดจนถึงการติดตามกรณีเครื่องศูนย์หาย หรือส่งซ่อม เป็นต้น
• จัดเตรียมระบบเพื่อรองรับการจัดการเนื้อหาสำหรับใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท๊บเล็ต) พัฒนาระบบสำหรับการจัดเก็บข้อมูลไฟล์สำหรับครู และนักเรียนผ่านทางระบบเครือข่าย และ พัฒนาระบบแอพพลิเคชันสำหรับเรียกใช้งานบนระบบคอมพิวเตอร์พกพา

caanq.jpg
รูปสถาปัตยกรรมระบบการให้บริการ
• ระบบบริหารจัดการโครงการ สำหรับการลงทะเบียนอุปกรณ์ที่ส่งมอบ สถานที่เก็บอุปกรณ์ ระบบการควบคุมติดตาม ระบบการแจ้งสถานะและประวัติการซ่อมของอุปกรณ์ สถานที่สำหรับซ่อมที่ใกล้เคียง สถานที่สำหรับเก็บอุปกรณ์เพื่อสำรองที่ใกล้เคียง ตลอดจนสถานะเรื่องการตรวจรับ ขบวนการทั้งหมดต้องรองรับการใช้งานร่วมกับระบบ Barcode และการบริหารจัดการแบบ online เพื่อให้สามารถต่อเชื่อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่หน้าที่ต่างกัน รวมถึงการต่อเชื่อมเข้ากับระบบ Call Center การบริการดำเนินการอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกของโครงการ เช่น การตรวจรับทางเทคนิค การติดตามรายงานผล การอบรมโปรแกรม และรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับระบบ CRM และขยายผลในปีต่อๆ ไป
๔.๓.๓ การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)
เป้าหมาย : เพื่อให้การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) มีความพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา และ เป็นไปตามกำหนดเวลา
กิจกรรมการดำเนินงาน
• การรับ – ส่งซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) เมื่อบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้รับแจ้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) เกิดปัญหาการใช้งานหรือเสียในและหลังระยะเวลารับประกันของผู้ผลิต ให้ผู้ประสานงานประจำที่ทำการไปรษณีย์ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบที่กำหนดไว้ ซึ่งมีรองรับอยู่ทั่วประเทศ ดำเนินการรับ-ส่งเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ไปยังศูนย์ซ่อมของผู้ผลิตที่ใกล้ที่สุดด้วยบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษรับประกัน
• จัดทำคู่มือสำหรับการดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตนเองโดยจัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง
• การบริหารจัดการเพื่อให้ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) เป็นช่องทางหลักในการให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับ “โครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา” ให้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ผ่านหมายเลข ๑๑๑๑ โดยให้บริการข้อมูลทั้งที่เกี่ยวกับโครงการฯ ข้อมูลสอบถามสถานการณ์จัดส่ง (Logistics) การให้คำแนะนำในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา และการใช้งานข้อมูล (Digital Content) การให้คำแนะนำเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้งาน (Helpdesk) พร้อมทั้งประสานงานการแก้ไขปัญหาด้านเครือข่ายที่ ทีโอที รับผิดชอบ รวมถึงการรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะ โดยดำเนินการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับการบันทึกข้อมูลการใช้บริการ และการสรุปรายงานผล การบริหารจัดการเพื่อเพิ่มจุดให้บริการเพื่อรองรับปริมาณสายเรียกเข้า และลักษณะของการใช้บริการ การบริหารจัดการฐานข้อมูล โดยบูรณาการข้อมูลจากส่วนงานที่เกี่ยวข้อง
๔.๓.๔ การสื่อสารและประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการ
เป้าหมาย : ดำเนินการจัดระบบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการดำเนินต่อสาธารณชนอย่างมีประสิทธิภาพ
กิจกรรมการดำเนินงาน
• การจัดทำสื่อในรูปแบบต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)
• การจัดทำรายการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ให้แก่ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป โดยผ่านทางสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีโทรคมนาคม เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ

๕. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
• โรงเรียนมีเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ที่มีประสิทธิภาพสำหรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระบบออนไลน์ และออฟไลน์
• โรงเรียนมีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายที่เพียงพอสามารถรองรับการจัดการเรียนการสอนได้โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)
• นักเรียนที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) มีผลการเรียนที่ดี
• นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามนโยบายของรัฐบาล
• รัฐบาลมีกลไกในการบริหารการจัดการและสนับสนุนการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข้อกำหนดของ TOR

Specific Requirements on the System
1. System Requirements
1.1 CPU and clock speed are not less than 1 GHz
1.2 Core memory unit is not less than 512 MB
2. Display System
2.1 not less than 7 – inch crosswise screen
2.2 not less than 1024 x 600 pixel resolution
2.3 Screen Scratch resistance
2.4 the tablet computers must support at least Thai and English languages
3. Data Recording Unit
– Internal mass storage in not less than 8 GB
4. Input / Output
4.1 Data Sync
4.2 Headset
5. Communication System
5.1 Drive for Micro SD
5.2 USB input/output (Micro SD 2.0 at least)
5.3 Wireless networking according to IEEE standard at 802.11 b/g/n or higher, using 2.4 GHz frequency wave
6. Built-in multimedia
6.1 Loudspeaker
6.2 Microphone
6.3 Driver for headset
7. Built-in Sensor System
brightness adjustment
axis movement
acceleration
GPS
8. Built-in input and control equipment
– Glass to glass touch screen
– capacitive multi touch
9. Power Supply System
9.1 Power adapter, applicable to Thailand standard electricity system, 220 volt, 50 Hz
9.2 Lithium polymer battery lasts not less than 6 hours per charge or not less than 3,000 mAh
10. OS Security Level
10.1 Preventive system for installation of not allowed operation systems on Flash, Storage
10.2 Displaying the logo specified by the Thai Government when turning on the tablet computers
10.3 The tablet computers must contain Mac Address, Barcode and serial No. with soft files
11. Operation System is Android 3.2 (Honeycomb), Linux Kernel 2.2.36 up
12. Others
12.1 The weight is not more than 500 grams
12.2 The screen is coated with film
12.3 Covered with a case and the base could be adjusted at least 1 level to suit the sight
12.4 Those tablet computers passing a drop test at not less than 50-centimetre height must be wrapped
บริษัท Shenzhen Scope Scientific Development ได้มีข้อเสนอที่ดีกว่า TOR ดังนี้

– หน่วยประมวลผลกลางมีความเร็วสัญญาณนาฬิกา (Clock speed) 1.2 GHz (TOR กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 1 GHz)
– หน่วยความจำหลัก (RAM) จำนวน 1 GB (TOR กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 512 MB)
– แบตเตอรี่ชนิด Lithium Polymer ขนาดความจุ 3600 mAh (TOR กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 3000 mAh)
– การรับประกันเป็นระยะเวลา ๒ ปี (TOR กำหนดไว้ ๑ ปี)

 

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ICT จับมือ ITU จัดสัมมนากิจการดาวเทียมไทย+14ชาติ อาเซียน24-27เม.ย.55

24เม.ย.55- นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศ เรื่อง “Satellite Launching and Monitoring”โดย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในฐานะหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีภารกิจในการกำหนดนโยบายและแนวทางในการพัฒนากิจการอวกาศของประเทศร่วมกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ(ITU) เป็นเจ้าภาพในการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศ เรื่อง“Satellite Launching and Monitoring” ขึ้น ระหว่างวันที่ 24 – 27 เมษายน 2555 ณ โรงแรมPullman Bangkok King Power กรุงเทพฯ 
การสัมมนาเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศฯ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจในการดำเนินงานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมตลอดจนสร้างความเข้าใจในกฎ ระเบียบและข้อบังคับของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ  ซึ่งเป็นองค์กรชำนาญพิเศษของสหประชาชาติและเป็นองค์กรสากลที่ทำหน้าที่ในการพัฒนามาตรฐานและกฎระเบียบสำหรับการสื่อสารวิทยุและโทรคมนาคมระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานด้านกิจการอวกาศที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับประเด็นการสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมของประเทศไทย ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบข้อบังคับของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เพื่อก่อให้เกิดความมีเอกภาพ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดโอกาสและการลงทุนในกิจการดาวเทียมสื่อสารในอนาคตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยการสัมมนาดังกล่าวมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการดาวเทียมของประเทศไทยITU และประเทศสมาชิก Asia Pacific Space Cooperation Organization (APSCO) เข้าร่วม 14 ประเทศ จำนวนประมาณ 30 คน และกระทรวงไอซีที ในฐานะเจ้าภาพจัดการสัมมนาฯ ได้เชิญบุคลากรและหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนพร้อมทั้งหน่วยงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับกิจการดาวเทียมของประเทศไทยประมาณ 60 คน เข้าร่วมในการสัมมนาครั้งนี้ด้วย โดยผู้เข้าร่วมการสัมมนานอกจากจะได้รับความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญของ ITU ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเข้าใจในขั้นตอนและการปฏิบัติอย่างถูกต้องแล้ว    ยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้จากประเทศต่างๆ ได้อย่างอิสระ
          สำหรับรูปแบบของงานจะมีทั้งการสัมมนา บรรยาย ฝึกปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และการศึกษาดูงาน ในหัวข้อต่างๆ อาทิ Satellite Communication Regulations, Satellite International Regulatory Framework, Satellite Filing and Procedures และ Satellite Monitoring and Equipment เป็นต้น

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 24, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , ,

“รมว.ไอซีที” โชว์แดง”แท็บเล็ต”ของ บ.สโคป ที่เตรียมแจกป.1 พร้อมแอพพลิเคชั่น ไม่มั่นใจเซ็นสัญญาทันก่อนสงกรานต์

 

11 เม.ย.2555- วันนี้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้นำตัวอย่างแท็บเล็ตตามโครงการจัดหาแท็บเล็ตเด็กป.1 หรือโครงการคอมพิวเตอร์มือถือสำหรับนักเรียน  (One Tablet PC Per Child) ที่บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ ได้รับคัดเลือกให้จัดหามาโชว์ พร้อมสาธิตแอปพลิเคชั่นที่เป็นสื่อการเรียนการสอน โดยมีหน้าจอขนาด 7 นิ้ว มีประสิทธิภาพการทำงานใกล้เคียงกับแท็บเล็ตที่จะแจกให้เด็กป.1 เนื่องจากแท็บเล็ตที่จะแจกเด็กป.1 จะใช้ชิปที่ดีกว่านี้ และตัวเครื่องแท็บเล็ตที่จะแจกให้มี 3 สีคือ แดง เมทัลลิค และฟ้า และด้านหลังของแท็บเล็ตจะมีตัวอักษร OTPC ซึ่งหมายถึง One Tablet PC Per Child

ส่วนความคืบหน้าโครงการจัดหาแท็บเล็ตป.1 วันนี้ รมว.ไอซีที ระบุว่า นับจากนี้ไป ปลัดกระทรวงไอซีที จะเป็นตัวแทนกระทรวงไอซีที ลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือ แทบเล็ต กับบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ประเทศจีน ตามคำแนะนำของสำนักอัยการสูงสุด ที่ให้ทำตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ พ.ศ.2535 ในการจัดซื้อแท็บเล็ตจาก แสนเครื่อง เพิ่มเป็น ล้านเครื่อง และงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อจากเดิม1,900 ล้านบาท เป็นวงเงินจัดซื้อไม่เกิน 3,000 ล้านบาท แต่ยังให้คงราคาเดิมต่อเครื่องที่  82 เหรียญ หรือประมาณ 2,400-2,600 บาท

สำหรับขั้นตอนการเซ็นสัญญา จะต้องรออัยการสูงสุดตรวจสอบเนื้อหาใหม่ทั้งฉบับ โดยไอซีทีส่งไปให้เมื่อวานนี้  และยังต้องรอบริษัท สโคป ส่งหนังสือรับรองด้านการเงิน(แบงก์การันตี) มาให้ก่อน หากไม่มีก็ยังเซ็นสัญญาไม่ได้  ส่วนจะเกิดความล่าช้าจาการส่งมอบสินค้าหรือไม่ จะต้องดูว่าเซ็นสัญญาเมื่อไหร่ หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว  60 วัน บริษัทจะต้องจัดส่งเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรกมาให้กระทรวงไอซีที

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า วันนี้ได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็นผู้รวบรวมจำนวนเงินที่แต่ละโรงเรียนจะใช้จัดซื้อแท็บเล็ตแล้วจัดส่งมาให้กระทรวงไอซีที โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ) สำนักงานกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) สำนักงานการศึกษาเอกชน(สช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กระทรวงมหาดไทย(ส่วนของโรงเรียนสังกัดท้องถิ่นต่างๆ) และกรุงเทพมหานครและพัทยา

 

นางจีราวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้ประสานทุกหน่วยงานให้เร่งดำเนินงานตามที่กรมบัญชีกลางระบุแล้ว โดยจะพยายามทำให้เร็วที่สุดแต่ต้องเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนการโอนเงิน เนื่องจากทุกหน่วยงานไม่อยากให้ผิดขั้นตอน ช้าตอนนี้ดีกว่าต้องไปเริ่มต้นใหม่ แต่อย่างไรก็ตามคาดหวังว่าเย็นนี้สำนักงานอัยการสูงสุดจะส่งร่างสัญญาจัดซื้อแท็บเล็ตกลับมาให้กระทรวงไอซีที

โครงการนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวาน มีมติอนุมัติให้กระทรวงไอซีที จัดซื้อเครื่องแท็บเล็ตเพิ่มเติมให้เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 / คุณครู และเพื่อเอาไว้ใช้จัดการเรียนการสอนเพิ่มเติม จากจำนวน 9 แสนเครื่อง เป็น 1 ล้านเครื่อง จากกรอบวงเงินเดิม 1 พัน 900 ล้านบาท ก็ปรับเพิ่มเป็นไม่เกิน 3 พันล้านบาท

สำหรับปัญหาที่จะส่งผลต่อการเซ็นสัญญา มี 3 ประเด็นที่ทำให้ยังไม่สามารถลงนามได้ และต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ว่าจะสำเร็จก่อนสงกรานต์หรือไม่ โดยเรื่องแรกเป็นเรื่อง งบประมาณจัดซื้อ โดยกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นเจ้าของงบฯ ต้องทำเรื่องโอนมาให้กระทรวงไอซีที ในฐานะเป็นผู้จัดซื้อ

สอง หลักประกันสัญญาของบริษัท สโคป ที่ต้องส่งมาให้กระทรวงไอซีที ซึ่งแต่เดิมบริษัทระบุว่าจะได้เมื่อวันที่ 9 เมษายน แต่จนถึงขณะนี้ ก็กระทรวงก็ยังไม่ได้รับ
และสุดท้าย การปรับเพิ่มจำนวนจัดซื้อเครื่อง 1 ล้านบาท ในวงเงินไม่เกิน 3 พันล้านบาท ทำให้ต้องปรับแก้ในเงื่อนไขสัญญา โดยระบุเนื้อหาว่า หากการจัดซื้อเกินกว่าที่ลงนามในสัญญา คณะรัฐมนตรีได้ให้กระทรวงไอซีที ทำการจัดซื้อสั่งซ้ำ หรือ รีพีท ออเดอร์ จากเอกชนรายเดิมต่อไป โดยการระบุเนื้อหาเช่น ต้องให้อัยการสูงสุดให้ความเห็นชอบก่อน

ทั้งนี้ ปลัดไอซีทีเห็นว่า การลงนามในสัญญาหากไม่เกินวันที่ 20 เมษายนนี้ อาจยังทำให้การส่งเครื่องแท็บเล็ตมาให้เด็กนักเรียนได้ใชัทันในช่วงเปิดเทอม 23 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้หลังจากลงนามสัญญาแล้ว กระทรวงไอซีที เตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นอีก 1 ชุด เพื่อตรวจรับของ โดยมีนายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงไอซีที เป็นประธาน

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 11, 2012 in การเมือง, ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , ,