RSS

Tag Archives: แผ่นดินไหว

ผนึกกำลัง! กสทช.ถก ผวจ.ภูเก็ต ดึงวิทยุ 1 ปณ.FM 89.0 MHz เป็นวอร์รูมกระจายข่าวภัยพิบัติ

กสทช.หารือผู้ว่าฯภูเก็ต เตรียมใช้คลื่นวิทยุ1ปณ.รับมือภัยพิบัติ
และรับฟังปัญหาการสื่อสารในเหตุฉุกเฉิน

   cakbna.jpg

27 เม.ย.55– ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกอบด้วย ผศ.ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ พร้อมที่ปรึกษานายวิษณุ ตัณฑวิรุฬห์ นายทศพร ซิมตระกูล และนายวรรณะ เศรษฐพงค์ ผอ.สำนักงานกสทช.เขต 11 เข้าพบนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือถึงสถานการณ์การสื่อสารเตรียมความพร้อมในเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ กสทช.ธวัชชัย ได้นำเสนอคลื่นวิทยุกระจายเสียง 1 ปณ.ภูเก็ต เอฟเอ็ม 89.0 เมกะเฮิร์ท ให้ทางจังหวัดนำไปใช้เป็นช่องทางหนึ่งของสื่อสารกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกิดภัยพิบัติ ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนตอนนี้ รวมถึงใช้ในการสื่อสารข้อมูลประชาสัมพันธ์ต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะต่อไป ทั้งนี้ พร้อมนำเสนอให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องในการพัฒนาโครงการโทรทัศน์และวิทยุดิจิทัล

กสทช.ธวัชชัย กล่าวว่า คลื่น1 ปณ.ภูเก็ต เป็น 1 ใน 2 คลื่นที่ กสทช.สามารถเรียกคืนคลื่นวิทยุกลับมาอยู่ในความดูแลได้ รวมทั้งคลื่นเอฟเอ็ม 98.0 เมกะเฮิร์ท จ.กรุงเทพฯ  จึงคาดหวังว่าสถานีแห่งนี้น่าจะเป็นคลื่นวิทยุต้นแบบประเภทบริการสาธารณะ เพราะขณะนี้ กสทช.กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการกำหนดกติกาและเงื่อนไขต่างๆ ในการออกใบอนุญาต ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ กิจการประเภทสาธารณะ ประเภทธุรกิจ และประเภทชุมชน รวมทั้ง นอกจากนี้ ได้มีการพูดคุยถึงกรณีปัญหาระบบสื่อสารที่ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่กสทช.จะต้องไปหารือกับผู้ให้บริการว่าจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ทาง กสทช.จะอำนวยความสะดวกให้ทางจังหวัดใช้คลื่นวิทยุสำหรับการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ  ซึ่งในรายละเอียดนั้นคงจะต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดว่าจะดำเนินการได้อย่างไร รวมไปถึงการพัฒนาโครงการโทรทัศน์และวิทยุดิจิทัลในอนาคต ควรจะต้องมีการหารือกันอีกครั้งว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่

40syg.jpg

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 55   ที่ห้องใบเรือ โรงแรมโบ๊ทลากูนรีสอร์ท กสทช.สุภิญญา และกสทช.ธวัชชัย พร้อมคณะ เข้าร่วมเวทีประชุมการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อบริหารจัดการภัยพิบัติจังหวัดภูเก็ต จัดโดยทางจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้าภูเก็ต และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่จากสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนที่จัดตั้งเป็นหน่วยการแพทย์ฉุกเฉินหรือ ทีม DMAT ,ทัพเรือภาคที่ 3 , ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ,ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ,ผู้แทนบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ตลอดจนอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ,มูลนิธิร่วมใจกู้ภัยภูเก็ต ประมาณ100 คน

            ซึ่งกสทช.สุภิญญา กล่าวว่า ในฐานะประธานอนุกรรมการภัยพิบัติในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นการส่งสัญญานเตือน และเป็นเหมือนการซ้อมใหญ่ ที่กสทช.เองถูกคาดหวังจากสังคมว่าจะต้องเตรียมความพร้อมหรือดูแลเกี่ยวกับช่องทางการสื่อสาร ซึ่งการมาร่วมประชุมครั้งนี้ ต้องการจะมารับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาของคนในพื้นที่ว่าต้องการให้ กสทช.สนับสนุนเรื่องไหนบ้าง เพราะหน้าที่หลักของ กสทช.คือการทำงานเชิงนโยบายที่จะออกประกาศต่างๆ และสร้างหลักประกันว่า เมื่อมีเหตุฉุกเฉินแล้วด้านกิจการวิทยุและโทรทัศน์ จะสามารถเป็นช่องทางให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนทันท่วงทีเช่นเดียวช่องทางด้านโทรคมนาคม จะต้องมีแผนสำรอง ในกรณีที่สัญญาณหลักของระบบสื่อสารล่ม หรือไม่สามารถใช้การได้ นอกจากนี้ กสทช.ธวัชชัย กสทช.สุภิญญา และคณะ ได้เดินทางไปยังสถานีวิทยุ 1 ปณ. บริเวณเขารัง ต.ตลาดใหญ่ และเดินทางไปตรวจเยี่ยมสำนักงานเขต 11 ภูเก็ต ด้วย

โฆษณา
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

กสทช.ขอความร่วมมือค่ายมือถือ-เครือข่ายวิทยุสื่อสาร เตรียมพร้อมรับมือเหตุแผ่นดินไหว

17 เม.ย.55 นายฐากร ตัณฑสิทธ์ เลขาธิการ กสทช. ได้แถลงข่าวว่า กรณีในระหว่างวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๖.๔๔ น. ได้เกิดแผ่นดินไหวบนบกขนาด ๔.๓ ริกเตอร์บริเวณตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้หลายพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต โดยได้มีการสั่นไหวต่อเนื่องอีกหลายครั้งและเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕ เวลา ๐๒.๐๒ น. ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด ๔.๐ ริกเตอร์อีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันยังได้เกิดแผ่นดินไหวในทะเลบริเวณตอนเหนือเกาะสุมาตราหลายครั้งมีขนาด ๕.๖-๕.๙ ริกเตอร์ หลายครั้ง ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาในการใช้งานระบบโทรคมนาคมของประชาชน รวมทั้งการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่  โดยทางระบบ SMS สถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยุโทรทัศน์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

สำนักงาน กสทช.  ขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการระบบโทรคมนาคม สมาคมวิทยุสมัครเล่น สถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยุโทรทัศน์ฯ ให้เตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหา และประชาสัมพันธ์ รวมทั้งการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนทราบโดยพลันต่อไปแล้ว

นอกจากนี้ศูนย์วิทยุสายลม (ศูนย์วิทยุสื่อสารของ สำนักงาน กสทช.) ได้ตรวจสอบความพร้อมของข่ายวิทยุสื่อสารสมัครเล่น โดยได้ประสานงานกับนักวิทยุสมัครเล่นทั่วประเทศให้พร้อมให้การช่วยเหลือตลอดเวลา  อนึ่ง ท่านสามารถแจ้งข่าวสารเหตุการณ์แผ่นดินไหว หรือเหตุภัยพิบัติ ได้ที่ สำนักงาน กสทช.  สายด่วน 1200 และสามารถแจ้งข่าวสารผ่านทางเครือข่ายนักวิทยุสมัครเล่นได้ที่ศูนย์สายลม

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

คำต่อคำ”เลขาฯทีวีพูล”แจงเหตุทำไม ไม่ถ่ายทอดสดแผ่นดินไหว และเตือนภัยสึนามิ

12 เม.ย.55-พล.ท.สบโชค ศรีสาคร เลขานุการบริหาร สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล) ให้สัมภาษณ์พิเศษว่า

ภาพ : ภัทราพร ตั๊นงาม @Pat_ThaiPBS

“ระหว่างที่เราจะถ่ายทอดงานพระราชพิธี ที่จะเริ่มในเวลา 16 นาฬิกาเศษ (16.15น.-18.35น.) มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้น และมีผลกระทบต่อประชาชนใน 6 จังหวัดภาคใต้ ทีวีพูล จึงได้ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ และฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ว่า ข้อมูลดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด โดยขอรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และเชื่อถือจากศูนย์เตือนภัยฯ

จากนั้นนำข้อมูลเหล่านี้ มาคุยกันในกลุ่มกรรมการผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ทั้งหมดว่าจะทำอย่างไรกัน ในระหว่างที่มีงานพระราชพิธีสำคัญและมีสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเกิดขึ้น

ซึ่งขั้นนตอนแรก ทีวีพูลได้ขอข้อมูลเพื่อเตรียมแจ้งเตือนอักษรวิ่งผ่านทีวีทุกช่อง ในที่สุดเราตัดสินใจขึ้นตัวอักษรวิ่งในทีวีทุกช่อง ระหว่างถ่ายทอดสดงานพระราชพิธี ซึ่งช่วงเวลาที่ส่งอักษรวิ่งรวมประมาณ 140 นาที ซึ่งอักษรวิ่งคิดเป็นร้อยละ 70 ของช่วงเวลาการถ่ายทอดสด เพื่อแจ้งเตือนประชาชน

ระหว่างนี้ เราก็มีแผนในการทำงานด้วยว่า จะดำรงสถานีโทรทัศน์สำหรับถ่ายทอดสดพระราชพิธีไว้ 3 สถานี ได้แก่ ช่อง 5 ช่อง3 และNBT ส่วนอีก 3 ช่องเรามีแผนชัดเจนว่า หากสถานการณ์ หรือข่าวสารที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อประชาชนมาก ก็ต้องถอดสัญญาณงานพระราชพิธีไปเกาะติดเหตุการณ์แทน

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นทีวีสาธารณะจำเป็นต้องรายงานข่าวให้ประชาชนทราบ ทางไทยพีบีเอส จึงได้แจ้งของดรับสัญญาณถ่ายทอดสดจากทีวีพูล เพื่อไปเกาะติดสถานการณ์แผ่นดินไหว แต่ระหว่างนั้นสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 และ โมเดิร์นไนน์ ก็อยู่ในขั้นเฝ้าดูสถานการณ์ และเตรียมพร้อมจะถอดสัญญาณทีวีพูลออกเช่นกัน แต่ขณะนั้นยังอยู่ในช่วงฝ้าดูสถานการณ์

แต่ระหว่าง ไทยพีบีเอส ออกอกาาศเกาะติดเหตุแผ่นดินไหว ทางทีวีพูล ก็ได้ทำอักษรข่าวตัววิ่ง ให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องแจ้งเตือนประชาชน ในช่วงที่ศูนย์เตือนภัยฯ แจ้งเตือนว่า คาดว่าจะเกิดความเสียหาย 20-30 จุด พร้อมขึ้นตัววิ่งชัดเจนว่า หากประชาชนต้องการทราบสถานการณ์เพิ่มเติม ให้ติดตามสถานการณ์ล่าสุดจากช่องไทยพีบีเอส ซึ่งขณะนั้นก็ขึ้นเป็นตัววิ่งในงานพระราชพิธี เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบ ถือว่าเราทำสมบูรณ์ที่สุดแล้ว และในความเห็นส่วนตัวของผม และมีแผนปฎบัติและแผนรับสถานการณ์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ทำตัววิ่ง ตามด้วยรายงานช่องหนึ่งถอดออกไป และแจ้งให้ประชาชนรับทราบ และเวลาต่อมาช่องโมเดิร์นไนน์ และช่อง 7 จึงงดสัญญาทีวีพูล และไปเกาะติดรายงานสถานการณ์เช่นกัน

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าการรายงานของสถานีข่าว มันยังไม่ใช่สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ตรงนั้น แต่เป็นการสัมภาษณ์ผู้มีประสบการณ์ หรือนักวิชาการ ที่คาดการณ์พื้นที่ที่จะเกิดเหตุ เพื่อแจ้งเตือนประชาชน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับทีวีพูล เรายังต้องทำหน้าที่ถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีต่อไป เพราะเป็นงานสำคัญของประเทศ แต่ในช่วงเวลาเดียวกันเราก็ได้รายงานข่าวพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งส่งที่เราทำ มีแผน มีขั้นตอน และหารือกันตลอดในการทำงาน ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะทำอะไรโดยพละการ เราหารือตลอด ผู้บริหารทุกท่าน ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง เกาะติดสถานการณ์ตลอด

ซึ่งศูนย์ถ่ายทอดสดที่นี่ (กองสลาก คอกวัว) ก็เอาคนที่ว่างจาการถ่ายทอดสดไปหาข้อมูลว่าอะไรเป็นข้อเท็จจริง เพื่อให้อักษรวิ่งที่ออกไปต้องน่าเชื่อถือและถูกต้อง ซึ่งคิดว่าการทำงานของเราน่าจะถูกต้องและรอบคอบที่สุดแล้ว

คนที่ตามข่าวอาจเข้าใจผิดคิดว่า เราไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ขอยืนยันว่า เราทำกันตลอดครับ และจากการทำงานครั้งนี้ จะเห็นว่าเราไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในระหว่างถ่ายทอดสดงานพระราชพิธี เราจะเอาสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานครั้งนี้รวมทั้งข้อขัดข้อง เอาไปเป็นบทเรียนและปรับปรุงการทำงานในอนาคต ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะเป็นข้อปฎิบัติร่วมกันในบรรดาสถานีโทรทัศน์ 6 ช่องที่ร่วมกันทำงาน

ผมว่าผมทำดีที่สุดแล้ว เพราะเราไม่ได้ทำคนเดียว ที่นี่เป็นศูนย์ถ่ายทอดสดพระราชพิธี เกี่ยวกับราชพิธี ไม่ใช่ศูนย์รายงานข่าว ซึ่งการดึงข่าว ดึงข้อมูล หรือจะเอาข่าวมาออกอากาศ ก็ต้องประสานทุกช่อง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้บริหารทุกช่อง ไม่ใช่เรื่องที่เราละเลย

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้สถานีโทรทัศน์แต่ละช่อง ตัดสินใจเปลี่ยนจากงานพระราชพิธีไปเกาะติดเหตุแผ่นดินไหว ก็คือข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ และเหตุการณ์อัพเดทจากผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแต่ละคนจะรายงานเข้ามาตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ และทางสถานีจะแจ้งเข้ามาที่ศูนย์แห่งนี้ โดยเฉพาะช่อง 11 ซึ่งเป็นข้อมูลของทางราชการ ซึ่งจะต้องดูว่าหากสถานกาณ์ตรงนั้น ใช่เลย คือเกิดอะไรขึ้นมาตามที่คาดกันแล้ว ไม่ต้องห่วงครับ เราถอดเหลือเพียง 2 ช่อง ทุกช่องจะลงไปเกาะติดหมดเพื่อช่วยเหลือประชาชน

แต่ตอนนั้นยังใช้คำว่า”คาดว่า” ระหว่างนั้นเราติดตามข้อมูลและสถานการณ์จากต่างประเทศไปด้วย แต่ประเมินว่าอาจมาไม่ถึงไทยแน่นอน แล้วก็เป็นเช่นนั้น ซึ่งทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเรานั่งคิดกันเอาเอง แต่เรามีนักวิชาการที่ทำงานร่วมกัน เราวิเคราะห์กันถึงว่า พื้นที่ที่กีดขวางทางสึนามิเป็นอย่างไร สินามิมีขนาดเท่าไร อยู่ตรงไหน เป็นอย่างไร จะมาถึงไทย ยังไง เราวิเคราะห์ เกาะติดข้อมูลกันตลอด และต้องมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ เราวางแผนกันไว้หมดทุกขั้นตอนครับ ครั้งนี้ก็ถือว่าทำได้ 90%

ระหว่างงานพระราชพิธี เราทำอักษรวิ่งออกเยอะมาก ซึ่งก็ต้องขอบคุณสำนักพระราชวัง ท่านก็เห็นด้วยและเป็นห่วงเป็นใยเรื่องที่เกิดมาก พอผมประสานไปตั้งแต่เริ่มต้นเหตุแผ่นดินไหวที่ศูนย์เตือนภัยฯ ท่านบอกว่า ทำอะไรก็ทำ ขอแต่อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน จะถอดกี่ช่องก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่ขอให้ประชาชนของท่านอย่าเดือดร้อน คือเป็นข้อห่วงใยของเบื้องบน จะถอดกี่ช่องก็ได้ ให้ทำเต็มที่ และจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ท่านให้อิสระเราในการคิดและทำงานเต็มที่ ซึ่งผมว่าก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะทำให้เรามีอิสระในการตัดสินใจของเรา ไม่มีความกดดันอะไรทั้งสิ้น ครั้งนี้ไม่มีการกดดันจากใคร ทุกฝ่าย ให้ความร่วมมือหมด จะถอดหรือจะทำกี่ช่องก็ได้

แต่การที่ไม่ถ่ายทอดเหตุแผ่นดินไหวทุกช่อง เพราะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับ และงานพระราชพิธีก็เป็นพิธีสำคัญมากของประเทศไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายตั้งใจทำงาน”

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,