RSS

Tag Archives: ภัทราพร

เป๊ะ! ผลสุ่มตรวจแท็บเล็ตป. 1 ต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี

การตรวจสอบคุณภาพ”แท็บเล็ตป.1″ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสุ่มตรวจ 500 เครื่อง จาก 59,000 เครื่อง เพียงแค่ 2 วัน จากกำหนดเดิม 5 วัน พบต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี พร้อมส่งผลรายงานให้คณะกรรมการตรวจรับฟันธงเอาไว้ หรือ ส่งคืนทั้งล็อต ด้านสตง.ตั้งข้อสังเกตเร่งรัดสุ่มตรวจ เด็กๆได้ใช้เครื่องไม่มีคุณภาพ-รัฐสูญงบ ส่วนศธ.ประกาศเลื่อนส่งมอบ 45,000 เครื่อง จากกำหนดเดิมวันพรุ่งนี้ ออกไปไม่มีกำหนด


 
 
15ก.ค.55-  มีรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพแท็บเล็ตป.1 ที่เจ้าหน้าที่บริษัททีโอที ซึ่งเข้ามาช่วยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีสุ่มตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคเครื่องแท็บจำนวน 500 เครื่องจากจำนวนทั้งหมดที่ได้รับมอบมาแล้ว 5 หมื่น 9 พันเครื่องพบว่ามีจำนวน 7 เครื่องที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐานเกี่ยวกับตัวเครื่องเช่นหน้าจอมีระบบสัมผัสหรือทัชสกรีนช้าและเกิดปัญหาหน้าจอติดๆ

ดับๆ  ซึ่งผลการสุ่มตรวจพบว่า ต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า จากนี้ต้องดูว่าคณะกรรมการตรวจรับ ของไอซีที  ที่มีนายสมบูรณ์เมฆไพบูลย์วัฒนาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เป็นประธาน จะตัดสินใจอย่างไรว่า ยอมให้ผ่านไป หรือ ต้องส่งคืนทั้งหมดประมาณ 59,000 เครื่อง คืนให้บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ  ตามที่มีการสุ่มตรวจ 

ส่วนการตรวจสอบคุณภาพอุปกรณ์เสริมเช่นหูฟังและที่ชาร์ตแบตพบว่า มีไม่ได้มาตรฐาน 3 ชิ้น  ส่วนการสุ่มตรวจสอบล็อตสอง ยังไม่เริ่มต้นในขณะนี้ เพราะอยู่ระหว่างการรอส่งมอบล็อตให้ครบจำนวน 35,000 เครื่องก่อนจึงจะเริ่มสุ่มตรวจได้
 
เป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ร่นเวลาตรวจสอบเหลือแค่ 2 วันจากกำหนดเดิมที่ต้องใช้เวลา 5 วันและขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งรายงานสรุปผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการตรวจรับตังแต่วันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว
 

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รักษาการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งข้อสังเกตว่าการร่นเวลาสุ่มตรวจสอบเครื่องจะส่งผลให้เกิดโอกาสที่เครื่องที่ไม่มีคุณภาพจะหลุดรอดไปถึงมือเด็กๆได้ง่ายขึ้น เห็นว่าในการบริหารต้องการให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่หน่วยราชการจะได้รับ เพราะต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมากในการใช้จ่าย และทุกฝ่ายคาดหวังว่าจะต้องได้ขอที่มีคุณภาพตามคุณสมบัติตามที่พรรณากันไว้  หากไม่ตรวจรับให้เข้มงวด และปล่อยผ่านออกไปจะกลายเป็นภาระใหญ่มาก โดยเฉพาะการซ่อมบำรุงที่จะเกิดขึ้นมาภายหลัง เพราะหากใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ ก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียประโยชน์ ขาดประสิทธิภาพ สิ้นเปลืองงบประมาณเกินกว่าเหตุ ไม่จำเป็นต้องมีโครงการนี้ก็ได้
 
“การเร่งรัดเวลาอยากให้ทบทวนดูว่า หากเร่งไปแล้วได้ขอไม่มีคุณภาพ แต่ได้ของไปทันเวลาแล้วจะมีประโยชน์อะไรหากใช้ไม่ได้ อยากให้คำนึงถึงตรงนี้มากๆ โดยเฉพาะเจตนารมย์การใช้ประโยชน์เป็นสำคัญ เพราะโครงการนี้ไม่ใช่ถูกๆ ยิ่งต้องคำนึงว่าเป็นเงินภาษี เงินแผ่นดิน เงินของประชาชนทั้งประเทศ คนที่ดูแลโครงการนี้ต้องตระหนักกันให้มากๆ ซึ่งการเร่งรัดเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่เร่งรัดอยู่แล้ว การเร่งรัดก่อให้เกิดผลเสีย ความไม่สมบูรณ์ อยากให้ระวังอยู่เรื่องว่าการเร่งรัดแบบนี้ ทางฝ่ายราชการของเราไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร แต่ฝ่ายที่ได้ประโยชน์คือใคร และเค้าสมควรได้รับประโยชน์อย่างนี้หรือไม่ หากการเร่งรัดทำห้คนขายสินค้า ส่งมอบสินค้าได้ที่คุณภาพยังไม่พร้อม แต่ปล่อยให้การตรวจรับผ่านไปได้ แต่เอาไปใช้ก็เกิดปัญหาต้องส่งกลับมาซ่อมใหม่ มันเป็นความเสียหายที่ต้องคำนึงถึง อยากฝากทุกฝ่ายให้คำนึงถึงคุณภาพเป็นสำคัญ ถามว่ามันสำคัญอย่างไร ต้องส่งมอบกันวันที่ 16 ทำพิธีกันไปแล้ว แต่ของไม่ได้คุณภาพ มันควรจะรอบคอบกันก่อน หรือ เจตนารมย์เราต้องการให้ออกไปลวกๆ แบบนี้หรือไม่”นายพิศิษฐ์ กล่าว

 

นายพิศิษฐ์ กล่าวด้วยว่า แม้โครงการนี้จะมีเจตนาดีให้เยาวชนได้ใช้เครื่องมีที่มีความทันสมัย แต่ก็มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่ได้ศึกษาวิจัยแล้วว่า การนำเครื่องมาใช้กับเด็กป.1 นั้น ไม่เหมาะสม เท่ากับชั้นป.4 ซึ่งสตง.อยู่ระหว่างการทำข้อศึกษาเรื่องนี้ด้วยเพื่อเสนอแนะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีและผู้เกี่ยวข้องเร็วๆ นี้
 
 

มีความชัดเจนว่ากระบวนการตรวจรับเครื่องแท็บเล็ตป.1 ของกระทรวงไอซีทียังไม่เสร็จสิ้นตามขั้นตอนจึงส่งผลกระทรวงศึกษาธิการต้องเลื่อนส่งมอบเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรกจากกำหนดเดิมในวันพรุ่งนี้จำนวน 45,000 เครื่องไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสพป.ตามลำดับตัวอักษรได้แก่กระบี่ , กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, กาฬสินธิ์, กำแพงเพชรและขอนแก่นต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

สำหรับโครงการนี้ พรรคเพื่อไทยชูเป็นหนึ่งในนโยบายที่ใช้หาเสียงการเลือกตั้งปี 2554 และเริ่มต้นโครงการจริงจังเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เมื่อคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการแท็บเล็ตจำนวน 14 คน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีไอซีทีร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยให้ใช้วิธีดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐจัดหาจำนวน 9 แสนเครื่อง วงเงินงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ 1 พัน 900 ล้านบาท ตั้งเป้าส่งมอบให้เด็กๆ 8 แสนคนได้ทันในช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม 2555

แต่ต่อมา คณะกรรมการแท็บเล็ต ได้ตั้งคณะทำงานอีก 2 ชุดเพื่อพิจารณาคุณสมบัติเครื่องแท็บเล็ตให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ส่วนอีกชุดพิจารณาการจัดซื้อจัดหาโดยกระทรวงไอซีทีผู้รับผิดชอบ

ระหว่างนั้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวงและคณะกรรมการแท็บเล็ต ต่างไม่มีใครเปิดเผยรายละเอียดแบบเป็นทางการ เกี่ยวกับรายละเอียดโครงการ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ท่ามกลางกระแสข่าวปัญหาความไม่ลงรอยกันระหว่างรัฐมนตรีไอซีทีและศึกษาธิการ

 

 

(ภาพจาก คุณredfrog53 เว็บบอร์ดขบวนการเสรีไทย)

จนกระทั่ง ปลายเดือนปลายเดือน 21 มีนาคม 2555 คณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดภูเก็ต มีมติอนุมัติโครงการนี้อีกครั้ง โดยปรับเพิ่มการจัดซื้อจาก 9 แสนเครื่องเป็น 1 ล้านเครื่องและอนุมัติวงเงินจัดซื้อจาก 1 พัน 900 ล้านบาทเป็นไม่เกิน 3 พันล้านาท และให้กระทรวงไอซีทีเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการจัดซื้อ  โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การปรับเปลี่ยนจากจีทูจี มาเป็นเป็นจีทูจีในรูปแบบทำสัญญาโดยตรงกับบริษัทเสิ่นเจิ้นสโคปซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนรับรอง ซึ่งเอ็มโอยูแบบนี้ นายพิศิษฐ์ รักษาการผู้ว่าการสำนักตรวจเงินแผ่นดิน ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นวิธีที่แปลกประหลาด และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย

ส่วนแผนความคืบหน้าโครงการ หรือ รายละเอียดที่ชัดเจนต่างๆ นั้น ไอซีทีเปิดเผยแค่เรื่องการกำหนดคุณสมบัติหรือทีโออาร์เท่านั้น ส่วนรายละเอียดการทำสัญญาที่ชัดเจนนั้นแม้สื่อมวลชนได้เรียกร้องให้เปิดเผยแต่ก็ฝ่ายเกี่ยวข้องต่างก็ปฎิเสธต่อเนื่อง

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 15, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

วิทยากรเพียบ! กสทช.จัดสัมมนา“จรรยาบรรณในการผลิตและเผยแพร่รายการเกมส์โชว์และเรียลลิตี้โชว์” 11ก.ค.55

8ก.ค.55- สำนักงาน กสทช. ร่วมกับ คณะอนุกรรมการส่งเสริมการกำกับดูแลกันเอง และนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.คุ้มครองผู้บริโภคในกิจการด้านกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จัดเสวนา ความร่วมมือไตรภาคีเพื่อกำกับดูแลกันเองในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ครั้งที่ ๑ เรื่อง “จรรยาบรรณในการผลิตและเผยแพร่รายการเกมส์โชว์และเรียลลิตี้โชว์” วันพุธที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๓.๓๐ น. ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสยามซิตี้ ถ.ศรีอยุธยา

๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียน / รับประทานอาหารว่าง

๐๙.๒๐ น. กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดเสวนาความร่วมมือไตรภาคี โดย กสทช.สุภิญญา กลางณรงค์

๐๙.๓๐ น. เปิดเวทีความร่วมมือไตรภาคีเพื่อกำกับดูแลกันเองฯ หัวข้อ “จรรยาบรรณในการผลิตและเผยแพร่รายการเกมส์โชว์และเรียลลิตี้โชว์”

– รศ.อรุณีประภา หอมเศรษฐี ประธานสภาวิชาชีพกิจการแพร่ภาพและการกระจายเสียง

– ผู้แทนจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓

– คุณเสน่ห์ ห้องสุวรรณ์ ผู้จัดการฝ่ายเซ็นเซอร์โฆษณา สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗

– คุณชลากร ปัญญาโฉม ผอ.ฝ่าย Satlellite และ Special Project บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) – คุณเศรษฐพร กนิษฐานนท์ บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด

– คุณอิฐบูรณ์ อ้นวงษา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

– คุณธาม เชื้อสถาปนศิริ สถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ ThaiPBS

 – นายคมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง มหาวิทยาลัยศิลปากร (เซฟหมีจากรายการครัวกากๆ บน Youtube)

– รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิทยากรดำเนินรายการ ดร.ประภัสสร จันทน์สถิตพร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๑๑.๐๐ น. เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน

๑๓.๓๐ น. ซัก – ถามปัญหา

๑๔.๓๐ น. สรุปและปิดการประชุม

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

“แท็บเล็ตป.1″ล็อตแรก ยังตรวจรับไม่ได้ พรุ่งนี้”ไอซีที”ลงนามสโคปสั่งซื้อล็อต2 อีกกว่า 4 แสนเครื่อง

“แท็บเล็ตป.1″ล็อตแรก ยังตรวจรับไม่ได้ พรุ่งนี้”ไอซีที”ลงนามสโคปสั่งซื้อล็อต2 อีกกว่า 4 แสนเครื่อง

7gsl.jpg

 

8 ก.ค.55- ความล่าช้าที่กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบเนื้อหาในเครื่องแท็บเล็ตที่รัฐบาลจะใช้แจกให้เด็กนักเรียนชั้นป.1 ล่าช้า เป็นเหตุผลให้กระทรวงไอซีที อ้างว่า ทำให้เกิดความล่าช้า และยังไม่สามารถลงนามตรวจรับแท็บเล็ตได้จนถึงปัจจุบัน ในการรับมอบและตรวจรับเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรกไปด้วย ขณะเดียวกันวันพรุ่งนี้ กระทรวงไอซีที จะลงนามกับเอกชน เพื่อจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ตเพิ่มเติมอีก 4แสนเครื่องในล็อตที่สอง

7gsl.jpg

โดยวันพรุ่งนี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะลงนามสัญญาเพื่อจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือ แท็บเล็ต ป.1 เพิ่มเติมอีก จำนวน กว่า 403,941 เครื่อง ตามโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา ระหว่าง กระทรวงไอซีที กับ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลอปเมนต์ จำกัด โดยจะมีนาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีไอซีทีเป็นประธาน

7gsl.jpg

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดระทรวงไอซีที ระบุว่า การอนุมัติครั้งนี้ จะทำให้เครื่องแท็บเล็ตที่ประเทศไทยจัดซื้อ มีจำนวนเกือบ 9 แสนเครื่องแล้ว จากที่จัดซื้อล็อตแรกไปกว่า 4 แสนเครื่องเมื่อเดือนพฤษคมที่ผ่านมา

สำหรับเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรก ที่มาถึงประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม จนถึงปัจจุบันรวมประมาณ 3 หมื่นเครื่องนั้น ทางคณะกรรมกาตรวจรับฯ ที่มีนายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา เป็นประธาน ยังไม่สามารถตรวจรับได้เนื่องจาก จำนวนการส่งมอบขณะนี้ มีแค่ 3 หมื่นเครื่องเท่านั้น ซึ่งยังไม่ถึงจำนวนที่คณะกรรมการจะสามารถตรวจรับ จะลงนามตรวจรับได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ 35,000 เครื่อง

7gsl.jpg

ทั้งนี้การส่งมอบล็อตแรกจะทะยอยจนครบ 4 แสนเครื่องในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เนื่องจากติดปัญหาจากกระทรวงศึกษาธิการส่งคนไปตรวจเนื้อหาที่จะบรรจุในเครื่องแท็บเล็ตที่ประเทศจีนล่าช้า

สำหรับโครงการจัดหาแท็บเล็ตให้เด็กชั้นป.1 คณะรัฐมนตรี  อนุมัติโครงการจัดซื้อจำนวน 1 ล้านเครื่อง ไม่เกินวงเงิน 3 พันล้านบาท โดยใช้งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ และให้กระทรวงไอซีทีรับผิดชอบเครื่องคุณสมบัติ หรือ สเปค และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

สำหรับกระบวนการตรวจรับนั้น เมื่อกระทรวงไอซีทีส่งคนของกระทรวงศึกษาไปที่ประเทศจีน เมื่อตรวจเนื้อหา หรือ คอนเท้นท์ ที่จะบรรจุลงในเครื่องอย่างถูกต้องแล้ว เมื่อเครื่องมาถึงสนามบิน จะมีบริษัทไปรษณีย์ไทยจะขนส่งไปไว้ที่คลังคลองเตย จากนั้นกระทรวงไอซีที ส่งคนไปตรวจนับจำนวนเครื่องอีกครั้งว่าครบถ้วนหรือไม่ พร้อมๆ กับสุ่มเครื่องแท็บเล็ตไปตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานที่สำนักงานนวัตกรรม โดยใช้เจ้าหน้าที่จากบริษัท ทีโอที ตรวจสอบ จากนั้นจะส่งรายงานผลเข้าที่ประชุมคณะกรรมการตรวจรับฯ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 8, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

คำต่อคำ..”ปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์น์” เปิดใจ อำลาตำแหน่ง “ดีดีการบินไทย” วันนี้ ห่วงธรรมาภิบาลองค์กร

20 มิ.ย.55- นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ส่งสารถึงพนักงานการบินไทยกว่า 25,000 คน ทางอีเมล์ก่อนจะพ้นวาระในวันนี้ (20 มิถุนายน 2555) หลังจากที่ได้มีคำสั่งล้มเลิกการชี้แจงกับพนักงานการบินไทยที่กำหนดจะมีขึ้นในช่วงบ่าย

 
นายปิยสวัสดิ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่มารับตำแหน่ง DD อยู่เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน 2 วัน ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่มีความสุขและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับพนักงานการบินไทยเก่งๆและที่เป็นคนดีจำนวนมาก แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยพอสมควรแต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้บริหารงานให้การบินไทยกลับมามีผลประกอบการที่ดี มีการบริหารแบบธรรมาภิบาล และที่สำคัญคือพนักงานการบินไทยได้ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย มั่นใจจากรากฐานที่ได้สร้างไว้ทำให้กำไรปีนี้สามารถได้ตามเป้า 6,000 ล้านบาท แต่เป็นห่วงเรื่องการแทรกแซงการบริหารงานจากคณะกรรมการบริษัทเช่นในอดีต


เป้าหมายกำไรสำหรับปี 2555 ที่ตั้งไว้ที่ 6,000 ล้านบาท น่าจะทำได้โดยไม่ยาก โดยเฉพาะอย่ายิ่งราคาน้ำมันลดลงสู่ระดับที่ต่ำกว่าต้นปีถึง 20-25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล นั่นหมายถึงถ้าราคาน้ำมันอยู่ในระดับปัจจุบันจนถึงสิ้นปี จะสามารถประหยัดค่าน้ำมันได้กว่าเดือนละ 800 ล้านบาทโดยเฉลี่ยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2555 เป็นต้นไปเทียบกับในช่วงต้นปี ฉะนั้นถ้าบริหารจัดการให้ดี น่าจะมีกำไรก่อนอัตราแลกเปลี่ยน 6,000 ล้านบาท โดยยังสามารถจ่ายโบนัสพนักงานได้ 3 เดือน

ซึ่งผลประกอบการไตรมาสแรกที่ประกาศออกมาแล้วคือการบินไทยมีกำไร 3,645 ล้านบาท (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำไรจากการดำเนินการ) และผลประกอบการเดือนเมษายน 2555 ก็ถือว่าอยู่ในระดับดีภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ยากลำบากอย่างยิ่งในการทำธุรกิจ ในขณะที่สายการบินชั้นนำหลายแห่งประสบภาวะขาดทุนในไตรมาสแรกของปี 2555 เช่น สิงคโปร์แอร์ไลน์ โคเรียนแอร์ ลุฟฮันซ่า เป็นต้น และแม้แต่สายการบินในประเทศจีนที่กำไรดีมาตลอดก็มีกำไรลดลงมาก และน้อยกว่าการบินไทยเสียอีก

สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่การบินไทยกลับมามีกำไรในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ก็คือมาตรการลดค่าใช้จ่ายทุกด้านที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพบริการ ในขณะเดียวกันก็ยังมีปัจจัยบวกอื่นๆ อาทิ จำนวนผู้โดยสารก็เพิ่มขึ้นมากดังจะเห็นได้ว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 9.4 เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราการขนส่งผู้โดยสาร หรือ Cabin Factor อยู่ในระดับเฉลี่ยร้อยละ 78.3 ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้และสูงถึง 71.7%. ในเดือนพฤษภาคม 2555 ซึ่งปรกติคือเดือนที่แย่ที่สุดของปี ส่วนในช่วง 17 วันแรกของเดือนมิถุนายนปีนี้จำนวนผู้โดยสารก็เพิ่มขึ้นถึง 20.3% เทียบกับในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จึงมั่นใจว่าในแง่จำนวนผู้โดยสารและ Cabin Factor แล้ว ไตรมาสสองของปีนี้จะเป็นไตรมาสสองที่ดีที่สุดในรอบ 5 ปี ทั้งๆ ที่การแข่งขันสูงมากและเศรษฐกิจยุโรปค่อนข้างซบเซา

ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างในบริษัทฯกำลังเดินไปได้ดีทีเดียว ฐานะการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้นมามาก จากผลประกอบการของบริษัทที่ขาดทุนกว่า 21,000 ล้านบาทในปี 2551 และในรอบ 9 เดือนของปีบัญชี 2552 ขาดทุนต่อเนื่องอีก 1,569 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้บริษัทจากที่มีหนี้สินต่อทุนสูงถึง 3 เท่ากว่า จนขณะนี้บริษัทมีหนี้สินต่อทุนเหลือเพียง 2 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากผลประกอบการที่ค่อนข้างดี การเพิ่มทุนในปี 2553 และการจัดหาเงินกู้อย่างเพียงพอในเงื่อนไขที่ต้องถือว่าดีมาก แม้ว่าในปี 2554 บริษัทจะขาดทุน ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 40 จากปี 2553 และปัญหาน้ำท่วมซึ่งถือว่าเป็นภัยพิบัติที่มีผลกระทบต่อบริษัทที่รุนแรงที่สุดที่เคยมีมา

“ในช่วงที่ผมอยู่การบินไทยเราได้จัดหาเครื่องบินใหม่ 52 ลำโดยทั้งการซื้อและการเช่าระยะยาว และยังมีการเช่าระยะสั้นอีก 6 ลำซึ่งทำให้คุณภาพผลิตภัณฑ์ของเราดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อรวมกับเครื่องบินที่มีการสั่งซื้อก่อนหน้านี้อีก 6 ลำ (คือ A380) จะทำให้เรามีเครื่องบินใหม่เข้ามาในฝูงบินของเราในช่วง 2555 – 60 ถึง 58 ลำ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ฝูงบินของเราจะเพิ่มขึ้น และอายุเฉลี่ยของฝูงบินจะลดลงจาก 11-12 ปีในช่วงสองปีที่ผ่านมา เหลือประมาณ 8 ปีในอีกห้าปีข้างหน้า ประสิทธิภาพของฝูงบินจะดีขึ้นมาก เพราะเครื่องบินใหม่มีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันดีกว่าเครื่องบินเก่าประมาณ 20% และน้ำมันคือ 40% ของต้นทุนของเรา ดังนั้นเครื่องบินใหม่จึงมีต้นทุนน้ำมันต่ำกว่าเครื่องบินเก่าประมาณ 8% เป็นอย่างน้อยในขณะที่ margin ของธุรกิจการบินอยู่ในระดับ 3% เท่านั้น”

เครื่องบินใหม่ที่ทยอยเข้ามานี้รวมถึงเครื่องบิน New Generation B787 ลำแรกในปี 2557 ในขณะเดียวกันการปรับปรุงที่นั่งและระบบ Inflight Entertainment (IFE) ในเครื่องบินเก่า 20 ลำซึ่งจะเสร็จเรียบร้อยทั้งหมดภายในปีนี้จะทำให้คุณภาพผลิตภัณฑ์ของเราอยู่ในระดับดีอย่างสม่ำเสมอภายในสิ้นปีนี้

โดยจากการตั้งเป้าของแผน TG 100 การบินไทยจะเป็นสายการบินอันดับ 1 ใน 5 ของโลกและ 1 ใน 3 ของเอเซีย ซึ่งก็ได้บรรลุเป้าหมายแรกแล้ว โดย Skytrax ปรับอันดับของการบินไทยขึ้นมาจากที่ 10 ในปี 2552 ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานในปี 2551 มาสู่อันดับที่ 9 ในปี 2553 และอันดับที่ 5 ในปี 2554 และนิตยสาร Business traveller ได้จัดลำดับเป็นที่ 2 ของโลกและเอเชีย การเป็นสายการบิน 5 ดาวจึงอยู่แค่เอื้อมมือ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ Skytrax แจ้งมาว่าจากการปลด DD ทำให้การพิจารณาการปรับอันดับเป็นสายการบิน 5 ดาวถูกเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด

นายปิยสวัสดิ์กล่าวต่อไปว่า “สิ่งที่เป็นห่วงการบินไทยอีกอย่างหลังจากนี้คือ ธรรมาภิบาลในการบริหารงาน เพราะในช่วงที่ผมเป็น DD ระบบการบริหารงานเปลี่ยนไปจากอดีตมากพอสมควร จากการที่คณะกรรมการบริษัท เคยเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการในหลายๆ เรื่อง แต่ในช่วงที่ผมเข้ามาเป็น DD ฝ่ายบริหารทำหน้าที่ในการบริหารงานอย่างแท้จริงเช่นเดียวกับบริษัทที่มีหลักธรรมาภิบาลที่ดีที่จดทะเบียนใน

ตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่กำหนดนโยบายและกลยุทธ์ ในกรณีการโยกย้ายแต่งตั้งก็เฉพาะระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (EVP) เท่านั้นที่ต้องเสนอคณะกรรมการบริษัทอนุมัติ อำนาจในการอนุมัติของฝ่ายบริหารเพิ่มขึ้นมาก มิฉะนั้นเรื่องจำนวนมากต้องนำเสนอ Board ซึ่งถ้า Board ตัดสินใจอะไรที่ผิด ผลก็ตกอยู่กับพนักงาน เช่น การซื้อ A345 หลายปีก่อนเป็นตัวอย่างที่ดี และการหาผู้โดยสารให้เพียงพอสำหรับ A380 ที่กำลังจะเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง แม้แต่สิงคโปร์แอร์ไลน์ก็มีปัญหาค่อนข้างมาก หากคณะกรรมการบริษัทจะเข้ามาล้วงลูกเหมือนในอดีต ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นจากมติ Board เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายว่าตั้งแต่ระดับ Director AA KK EA ต้องเข้า Board หมด ซึ่งเท่ากับว่าการบินไทยกำลังกลับไปสู่ยุคเดิมของการวิ่งเต้นอย่างที่สุดและการนั่งรอฟังคำสั่งจากข้างบน”

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 20, 2012 in คมนาคม, ทั่วไป

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ระทึก! กว่า 10ชีวิต..ฝ่าวิกฤตน้ำป่าหลาก จ.ระนอง (เรื่องจริง..ของพ่อนักข่าวกรมประชาฯ)

ระทึก! กว่า 10ชีวิต..ฝ่าวิกฤตน้ำป่าหลาก จ.ระนอง (เรื่องจริง..ของพ่อนักข่าวกรมประชาฯ)

..ช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2555 ขณะเสร็จสิ้นการทวีตข้อความผ่านทั้งทวิตเตอร์ และเฟสบุ๊ค ( FB) เพื่อแจ้งข้อมูลของศูนย์เตือนภัยให้ทราบว่า

จังหวะนั้น “น้องชมพู่” ผู้สื่อข่าว กรมประชาสัมพันธ์ สายไอที บอกผ่าน FB ข้าพเจ้าว่า พ่อเข้าไปดูสวน พอดี และยังไม่สามารถติดต่อได้ ..น้องเครียดมาก

..ตอนนั้น ยังบอกน้องว่า ใจเย็นๆ ไว้ก่อน ลองติดต่อคนอื่นๆ ที่ไปกับคุณพ่อดู เพื่อจะรู้ข้อมูล เพราะศูนย์เตือนภัยฯ แจ้งเตือนเท่านั้น ..ยังไม่ใช่เหตุการณ์จริง

ไม่กี่อึดใจถัดมา ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แจ้งว่า เวลา 12:49 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวบนบก 4 ริคเตอร์ ที่อำเภอเมือง จ.ระนอง รู้สึกสั่นไหวได้ เมื่อได้ทวีต และ FB อีกผ่านสาธารณะเสร็จ จึงได้แจ้งข้อความนี้ใน”วอทแอป”กลุ่มเพื่อนข้าพเจ้า

และไถ่ถามน้องในวอทแอปอีกครั้ง จึงทราบว่า ยังไม่สามารถติดต่อได้เหมือนเดิม สอบถามรายละเอียดคร่าวๆ ทราบว่า คุณพ่อน้องเข้าไปดูสวนพร้อมกับเพื่อนๆ อีกกว่า 10 คน ..สถานการณ์ขณะนั้น ยังไม่สามารถติดต่อใครได้ เพราะในพื้นที่ไม่มีสัญญาณสื่อสาร

ข้อมูลจากน้อง ทราบว่า เป็นเรื่องปกติ ที่พ่อเข้าป่า..จะติดต่อไม่ได้ราวๆ 3-4 วัน พ่อก็จะออกมา และการเข้าป่าเข้าสวนก่อนหน้านี้ ไม่ได้อยู่ในช่วงแจ้งเตือนภัย เหมือนครั้งนี้ ที่ไม่มีใครแน่ใจว่ารับทราบก่อนเข้าไปในพื้นที่หรือไม่

น้องชมพู่ โทรหาแม่.. ซึ่งรอยคอยพ่ออยู่ที่บ้าน ก็ได้ให้กำลังลูกสาว ว่าพ่อคงเอาตัวรอดได้ เพราะเข้าป่าบ่อยๆ และไปกันหลายคน ที่ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง เป็นที่ลาดเชิงเขา

 

………..
วันที่ 5 มิถุนายน มีคำเตือนจากศูนย์เตือนภัยพิบัติช่วงประมาณ 13 นาฬิกา แจ้งว่า…..
เราสนทนากันเรื่องสถานการณ์ข่าวไอที และอื่นๆ ..ไม่ได้ถามไถ่เรื่องพ่อของน้อง..

……….
วันที่ 6 มิถุนายน
ตอนเช้าราว 8 โมงเศษ น้องชมพู่แจ้งว่า ยังติดต่อพ่อและเพื่อนๆพ่อไม่ได้ ตามกำหนด พ่อควรกลับออกมาแล้ว แต่ถนน 2 เส้นตามข่าว ที่จะกลับมาสุราษฎร์ฯ ถูกน้ำป่าตัดขาด

และเมื่อเวลาสองทุ่มเศษ วันนี้ น้องเล่าให้ฟัง..

………………………….

…………………………

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 6, 2012 in ภัยพิบัติ

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

เสียงสะท้อน..จากวิศกรโยธา สนข. ผู้ทำข้อมูล ทำไมรถไฟไทย จึงตกรางบ่อยในช่วงนี้ และเสี่ยงตกรางถึงปี56

เสียงสะท้อน..จากวิศกรโยธา สนข. ผู้ทำข้อมูล ทำไมรถไฟไทย จึงตกรางบ่อยในช่วงนี้

3 มิถุนายน 2555- อุบัติเหตุขบวนรถไฟตกราง หลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดในช่วงนี้ และเกิดในลักษณะถี่มากขึ้นนั้น นายพิเชษฐ คุณาธรรมรักษ์ วิศวกรโยธาชำนาญการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม อธิบายว่า ปีนี้เป็นช่วงจังหวะเวลาที่รางรถไฟ และหัวรถจักร มีสภาพทรุดโทรมมากที่สุด เนื่องจากถูกใช้งานมายาวนานกว่า 30 ปี และจะส่งผลให้ในช่วงระหว่างปี 2555-2556  มีแนวโน้มเกิดเหตุรถไฟตกรางได้อีกต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นเรื่องที่สนข.และรัฐบาลก็ทราบมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว โดยสนข.เสนอรัฐบาลสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีทราบ  คณะรัฐมนตรีจึงอนุมัติงบประมาณกว่า 1.7 แสนล้านบาท ปรับปรุงรถไฟทั้งระบบตั้งแต่บูรณะสายทางเดิม, เพิ่มเติมหัวรถจักร,จุดตัดรถไฟ, ระบบอาณัติสัญญาณ ฯลฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี  ซึ่งงบประมาณที่ได้รับ 1.7 แสนล้านบาท ดูเหมือนจะมาก แต่ก็นับว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณที่หน่วยอื่นได้รับจัดสรร เช่น การก่อสร้างถนน ของกรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท

“ในปี 2555 เรียกว่ายังไม่ถึงจุดต่ำสุด เพราะรถไฟยังต้องเสนอสภาพที่แย่กว่านี้ ตกรางมากกว่านี้ แต่ทุกคนต้องช่วยกันก่อนที่ีจะได้ของใหม่ๆ มาทดแทนในปีหน้า  สนข.ได้สำรวจข้อมูลพบว่ารางรถไฟ และหัวรถจักรมีอายุเฉลี่ย 30-40 ปี ซึ่งเรารู้อยู่แล้ว และแผนการลงทุนเราเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่แผนการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดมันยังไม่สามารถทำได้รวดเร็วอย่งที่เราต้องการภายใน 1 วันหรือ 1 สัปดาห์ มันต้องใช้เวลาเป็นปีในการเปลี่ยนแปลงหัวรถจักรกว่าร้อยหัว ซึ่งในช่วง 2 ปีนนี้ คนของการรถไฟฯ ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ 2-3 เท่า ระมัดระวังเป็นเท่าทวีคูณ ก่อนที่จะได้หัวรถจักรใหม่ในปี 2 ปีนี้ วันนี้ทุกคนรู้ว่าของมันเก่า แต่ทุกคนก็ต้องใส่ใจให้มากขึ้นไปอีก”นายพิเชษฐ กล่าว 

ทั้งนี้ หากดูเรื่องบุคคลากร นอกจากจะขาดแคลนแล้ว คนที่มีความรู้ความสามารถเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับรถไฟฯ มีไม่มากนัก แทบไม่น่าเชื่อว่า การรถไฟฯ ทั้งองค์กร ในอดีตถึงไม่กี่ปีมานี้มีคนเป็นดอกเตอร์มาทำงานแค่คนเดียว แต่ปัจจุบันมีมากขึ้นแล้ว แต่ก็มีแค่ 3-4 คน หากเปรียบเทียบกับกรมทางหลวงนั้น มีผู้เป็นดอกเตอร์มากถึง 127 คน

แต่หากเปรียบเทียบกับ บริษัท เดินรถไฟฟ้า รฟท.จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เส้นทางพญาไท-สุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย น้องใหม่ล่าสุด กลับเห็นชัดเจนว่า เป็งองค์กรที่เป็นตัวอย่างที่ดี มีบุคคลที่มีลักษณะสมาร์ท เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานกันมาก แม้จะเป็นลูกหลานของคนรถไฟจริงๆ แต่ก็นับว่าผ่านการคัดเลือกมาจาก ศศินทร์ จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัยมาแล้ว

ซึ่งปัญหาของการรถไฟก่อนที่หัวรถจักรจะเข้ามา 1-2 ปีนี้ จำเป็นจริงๆ ที่พนักงานจะต้องให้ความใส่ใจกับขบวนรถไฟที่วิ่งกว่าวันละ 200 ขบวน เพราะหากจะนำรถออกวิ่งก็ไม่ได้ เพราะต้องให้บริการผู้โดยสาร ทุกคนต้องช่วยกันพยุงกันไปก่อน

(ตอนต่อไป โปรดติดตามการแก้ปัญหา และพัฒนารถไฟไทย)

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 3, 2012 in คมนาคม, ทั่วไป

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ตรวจคุณภาพ! ยังไม่แจกจริง”แท็บเล็ตป.1″ ถึงไทยแล้ว ส่งไปก.ไอซีทีบ่ายวันนี้

image

เอามาตรวจสอบ! แท็บเล็ตป.1 ถึงไทยวันนี้ ตรวจคุณภาพ เพื่อให้สโคป เดินสายพานผลิตจริง 23พ.ค.55- ในช่วงเช้าวันนี้ เครื่องแท็บเล็ตป.1 ถูกจัดส่งมาจากเมืองจีน เดินทางถึงไทยแล้ว โดยมีกระทรวงไอซีที และศึกษาธิการ ตรวจรับจำนวน 2พันชุด เครื่องแท็บเล็ตจำนวน 2พันชุดวันนี้ มีสายการบินขนส่งสินค้า”UPS” เป็นผู้นำส่ง โดยเดินทางออกจากประเทศจีน มาถึงไทยเวลาประมาณ 5นาฟิกา โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงไอซีที และศึกษาธิการเป็นผู้รับมอบ จากนั้นแท็บเล็ตจะถูกลำเลียงไปตามกระบวนการคลังสินค้า  โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ. และ กระทรวงไอซีที เป็นผู้ตรวจสอบและเซ็นรับสินค้า ก่อนนำมาที่กระทรวงไอซีที เพื่อตรวจเช็คสเปกของแท็บเล็ตอีกครั้งในเวลาประมาณ 13นาฬิกา โดยคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาตรวจสอบและลงนามไม่เกินวันที่ 27 พ.ค. 2555 ร  ทั้งนี้ แท็บเล็ต 2พันเครื่อง ยังไม่ใช่เครื่องที่จะส่งให้เด็กป.1 แต่เป็นเครื่องที่นำมาตรวจสอบคุณภาพว่าตรงตามเสป็คที่กำหนดหรือไม่ เพื่อจะอนุมัติให้สโคปผลิตต่อไป โดยการขนส่งจากนี้เพื่อให้ของกระจายไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 23, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,