RSS

Tag Archives: ปปช.

ย้อนอดีตฉบับย่อ! “ปลัดคมนาคม”ลาออกก่อนปปช.สรุปสำนวนอีก 2 วัน กับปมปริศนา คดีโจรปล้นบ้าน

ย้อนอดีตฉบับย่อ! “ปลัดคมนาคม”ลาออกก่อนปปช.สรุปสำนวนอีก 2 วัน กับปมปริศนา คดีโจรปล้นบ้าน

603gaz.jpg

นายจารุพง์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า ขณะนี้ นายสุพจน์ ทรัพยล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งถูกโยกย้ายไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี  ได้ยื่นใบลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ก็เตรียมที่จะแต่งตั้งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่แล้ว พร้อมเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. นัดสรุปความเห็นในคดีปลัดกระทรวงคมนาคมร่ำรวยผิดปกติ ในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้  หรือในอีก 2 วันข้างหน้า

“ตอนท่านปลัดยื่นจดหมายลาออกมาที่กระทรวงคมนาคม แต่ช่วงนั้นผมไม่อยู่ไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรพอดี จึงยังไม่ได้คุยกัน ซึ่งปปช.จะชี้มูลอีก 2 วันข้างหน้า ผมว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะแม้จะออกจากราชการไปแล้ว แต่ปปช.ก็ยังต้องสอบต่อไป ส่วนเรืื่องตั้งปลัดคมนาคมคนใหม่ ยังไงก็ต้องตั้งอยู่แล้ว เพราะงานต้องเดินหน้า และต้องมีคนมาทำงานต่อ แต่คงระยะเวลาอีกสักระยะ”รมว.คมนาคม กล่าว

ย้อนอดีตไป คืนวันที่ 12 พฤศจิกายนปีที่แล้ว ระหว่างประเทศไทยประสบวิกฤตมหาอุทกภัย และวันนั้นนายสุพจน์ และครอบครัว ไปงานแต่งงานลูกสาว  ก็เกิดเหตุกลุ่มโจรปริศนา 6 คน เข้างัดบ้านที่ซอยลาดพร้าว64 เนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา กวาดเงินไป 200 ล้านบาท และสารภาพว่าพบเงินใส่ถุงอีก ไม่ต่ำกว่า 700-1,000 ล้านบาทอยู่ในบ้าน

ปมสำคัญ..คือ หนึ่งในคนร้ายทิ้งปริศนาที่ บอกกับแม่บ้านซึ่งที่ถูกจับมัดว่า

“ไม่ได้มาทำร้ายอะไร ที่มาเพราะเจ้านายให้มาเอาของที่เจ้านายเธอเอาไป”

 

ขณะที่นายสุพจน์ ยืนกรานจนถึงขณะนี้ ว่า เป็นสินสอดงานแต่งงานลูกสาว แต่ไม่แน่ใจในจำนวนเงินที่ถูกขโมย

ซึ่งคดีนี้ ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนเงินที่มากผิดปกติในบ้านพักของปลัดกระทรวงคมนาคม และทำให้คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติรับเรื่องไว้สอบสวน ขณะเดียวกันนายสุพจน์ ได้ถูกกระทรวงคมนาคม ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอีก 1 ชุดเมื่อปลายเดือนกันยายน 2554 เพื่อดูว่ามีมุลพอที่จะสอบสวนทางวินัยด้วยหรือไม่ โดยมีนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

นายสุพจน์ ได้รับแต่งตั้งจากตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม เมื่อเดือนตุลาคมปี 2552 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีนายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งหากไม่เกิดเหตุในคดีนี้ นายสุพจน์ จะสิ้นสุดอายุราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ในปี 2556

ภาพประกอบจาก ไทยรัฐ

สำหรับประวัติของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อายุ 58 ปี  เกิดเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2496 จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์(โยธา)จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี เริ่มทำงาน ปี 2520 เป็นเจ้าหน้าที่แรงงาน 3 กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ปี 2521 เป็นนายช่างโยธา 3 กรมชลประทาน ปี 2521-2541 ต่อมาย้ายข้ามไปกระทรวงคมนาคม เป็น วิศวกรออกแบบทาง กรมทางหลวง ระดับ 3-8 กองสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง และได้รับแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีกรมทางหลวงเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2551
  

ประวัติ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม
    ชื่อ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม
     อายุ 58 ปี
     เกิดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2496
การศึกษา
     โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา
     โรงเรียนเซนต์จอห์น
     วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 45
     นักบริหารระดับสูง นบส.1 รุ่นที่ 36 (ก.พ.)
     หลักสูตรผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง รุ่นที่ 16
     วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี

ตำแหน่งปัจจุบัน  
     ปลัดกระทรวงคมนาคม

ตำแหน่งอื่นในปัจจุบัน
     ประธานกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
     กรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย
     กรรมการบริษัท ขนส่ง จำกัด
     กรรมการการเคหะแห่งชาติ
     กรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย และ กรรมการผังเมือง

ประสบการณ์ทำงาน  
     อธิบดีกรมทางหลวง
     อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
     ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม (ผู้ตรวจราชการกระทรวง 10)
     รองอธิบดี (นักบริหาร 9) กรมทางหลวงชนบท
     ผู้ช่วยปลัดกระทรวงคมนาคม (นักบริหาร 9)
     คณะกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย

ความเชี่ยวชาญ  
     ด้านบริหารจัดการ บริหารธุรกิจ
     ด้านกลยุทธ์ การวางแผนพัฒนา
     ด้านคมนาคมและการสื่อสาร
     ด้านวิศวกรรม
หน่วยงานในสังกัด กระทรวงคมนาคม
สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม
กรมเจ้าท่า
กรมการขนส่งทางบก
กรมการบินพลเรือน
กรมทางหลวง
กรมทางหลวงชนบท
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
 
 
หน่วยรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงคมนาคม 
การรถไฟแห่งประเทศไทย
– บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด
การท่าเรือแห่งประเทศไทย
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
สถาบันการบินพลเรือน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัท ขนส่ง จำกัด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด
บริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด
บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด
บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด 

โฆษณา
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 22, 2012 in การเมือง, คมนาคม

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

“มัลลิกา”เตรียมจี้อสส. และปปช.สอบคืบหน้าทุจริตคดีกู้ 9 พันล้าน ธ.กรุงไทยเอื้อ”ทักษิณ-พานทองแท้”

“มัลลิกา”เตรียมจี้อสส. และปปช.สอบคืบหน้าทุจริตคดีกู้ 9 พันล้าน ธ.กรุงไทยเอื้อ”ทักษิณ-พานทองแท้”

                                                              ภาพ : เว็บข่าวสดออนไลน์

30 เมษายน 2555 น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์   แถลงว่า สำนักโฆษกของพรรคกับฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาเพื่อทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด และกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช.เพื่อขอทราบความคืบหน้าของสำนวนคดีที่คตส.เคยชี้มูลความผิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ 9,000 ล้านบาท ให้บริษัทเอกชนแล้วเกี่ยวพันถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่คตส.พบเส้นทางของเงินปากถุง 17 ล้านบาทที่ส่งผ่านทางบัญชีธนาคาร ล่าสุดทราบถึงขั้นตอนตั้งคณะทำงานตรวจสำนวนก่อนฟ้องศาลฎีกาฯเท่านั้น

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า บุคคลที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามสำนวนที่ปรากฏในชั้นไต่สวนของคตส.มีด้วยกัน 3 กลุ่มๅรวม 37 ราย คือ 1) กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี,นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ,นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร์ ด้วย เป็นผู้ถูกกล่าวหา 2) กลุ่มผู้ปล่อยกู้ คือ คณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารกรุงไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารเช่น นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย 3)บริษัทเอกชนผู้ขอกู้ 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท อาร์เค โปรเฟสชั่นนัล จำกัด, บริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเตรียล พาร์จ จำกัด และ บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากบริษัทเอกชนดังกล่าว เป็นผู้ถูกกล่าวหา

นางสาวมัลลิกา กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพวกร่วมกันหรือสนับสนุนในการกระทำความผิดทำให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารกรุงไทย ฯ ผู้ถือหุ้น และประชาชน มีหลักฐานระดับหนึ่งที่เกี่ยวกับการขอกู้เพื่อรีไฟแนนซ์ 4,000 ล้านบาท แต่ธนาคารกรุงไทยกลับอนุมัติวงเงินกู้ให้ถึง 8,000-9,000 ล้านบาท และมีข้อน่าสังเกตว่ามีการออกเช็คถึง 11 ฉบับแทนที่จะออกเช็คฉบับเดียว มีเงินบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ครั้งนี้โอนเข้าไปในบัญชีสำคัญจนนายพานทองแท้ ถูกคตส.ตั้งข้อกล่าวหาเรื่องรับของโจร ใช่หรือไม่

“เรื่องนี้เป็นคดีสำคัญและมีความเสียหายเกิดไปแล้ว การตั้งกรรมการร่วมระหว่างอัยการสูงสุดกับปปช.ก็ใช้เวลามากพอสมควรแล้ว เรื่องอื่นเป็นหน้าที่ของคนอื่นแต่เรื่องการส่งสำนวนขึ้นฟ้องที่ศาลหรือไม่เป็นหน้าที่ของอับการสูงสุดและปปช.ควรแจ้งให้ประชาชนทราบความคืบหน้าถ้าไม่แถลงก็จะทำหนังสือไปถามอย่างเป็นทางการ” นางสาวมัลลิกา กล่าว

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าสัปดาห์นี้จะมีการหารือกับฝ่ายกฏหมายแล้วลำดับความสำคัญติดตามตรวจสอบทุกคดีที่ค้างที่ทั้งปปช. อัยการสูงสุด และดีเอสไอ เช่นคดีทุจริต คดีก่อการร้าย คดีเผากรุงเทพ เป็นต้น

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,