RSS

Category Archives: เรื่องของเรื่อง – หลากเรื่องเล่า

สาเหตุ..น้ำท่วม กทม.! ฝนตกหนักถึง 200มล.จากปกติตกเต็มที่ 70มล./น้ำทะเลหนุน +ขยะอุปสรรค ระบายช้า

สาเหตุ..น้ำท่วม กทม.! เช้านี้..สอบถามกับ นายจักกพันธุ์ ผิว งาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ เกี่ยวกับน้ำท่วมในกทม. กว่า 50 เส้นทาง 

***สรุปเบื้องต้น****

– พบข้อมูลฝนตกหนักตั้งแต่ 5 ทุ่มของวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ถึง ตี 5 ของวันนี้ (14ตุลา)  และ หยุดตกเมื่อช่วง 6 โมงเช้า

– ปริมาณน้ำฝนตกมากสุดเป็นประวัติการณ์ ในกทม. ประมาณ 203 มล. (รองจักกพันธุ์ จำไม่ได้ว่าในรอบกี่ปี)  ซึ่งแตกต่างจากปริมาณฝนที่ตกเต็มในกทม.แบบหนักเต็มที่อยู่ที่ประมาณ 60-70 มล. 

– เมื่อคืนช่วง ตี 3 – ตี 4 ยังเจอสถานการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตรเศษ ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า

– สภาพน้ำท่วมถนนในกทม. กว่า 50 เส้นทางในกรุงเทพเช้าวันนี้ รองผู้ว่าฯ บอกว่า ไม่เกี่ยวกับน้ำเหนือ จากอยุธยา ที่ไหลเข้า กทม. แต่มาจากฝนตกหนักมากเมื่อคืนต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง 

– สภาพคลอง..แม้ก่อนหน้านี้ขุดลอกคลองไปแล้ว.. แต่ขยะ ที่อยู่บนถนน..และท่อระบายน้ำ เป็นอุปสรรค ที่ทำให้น้ำระบายได้ช้า

– จะพยายามระบายน้ำท่วมหลายเส้นทางให้แห้งก่อน 12:00น.วันนี้  ยกเว้นเส้นทาง ถ.วิภาฯ และ ถ.รัชดา ยังไม่แน่ใจว่า จะระบายได้แห้งเมื่อได้ แต่จะพยายามให้เร็วที่สุด

(10:00)

Advertisements
 

โอ้ววว..! กรมวิทย์ฯ เผยทดสอบค่าแถบสีธงชาติไทย คัดเลือกธงต้นแบบจาก 3แหล่ง พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ/ พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย /ธงจากราชนาวี  ประกาศราชกิจจาแล้ว 30ก.ย.60 ให้หน่วยงานยึดเป็นเกณฑ์สีธงมาตรฐาน

เขียนบล็อก : 11 ตุลาคม 2560

ตามที่มติคณะกรรมการจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 100 ปี การประกาศใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานกรรมการ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ เป็นรองประธานกรรมการ ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการกำหนดมาตรฐานแถบสีธงชาติไทย เพื่อให้มีมาตรฐานสีและเป็นมาตรฐานสีตามหน่วยสากล โดยกำหนดในลักษณะของค่าแนะนำทางราชการ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้กำหนดจัดการประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 9 หน่วยงาน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เป็นหนึ่งในหน่วยงาน ที่สำนักนายกรัฐมนตรี เชิญให้เข้าร่วมประชุมหารือการพิจารณากำหนดมาตรฐานแถบสีธงชาติไทย ร่วมกับ  9 หน่วยงาน ได้แก่

กระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรม

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

กรมวิทยาศาสตร์บริการ

สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

สำนักงานกฎระเบียบกลาง

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

และหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง

เพื่อคัดเลือกธงต้นแบบ ที่จะกำหนดสี ด้วยวิธีการวัดสีธงต้นแบบ (แดง-ขาว-น้ำเงินแก่) จากแหล่งดังนี้

1.ธงชาติจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จากธง 2 ประเภท ได้แก่ ธงชัยเฉลิมพล และ ธงไตรรงค์

2.ธงชาติจากพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย

และ 3.ธงจากราชนาวี

โดยที่กรมวิทยาศาสตร์บริการได้รับมอบหมายให้พิจารณาคัดเลือกธงจากทั้ง 3 แหล่ง โดยดูจากลักษณะปรากฏ และการวัดค่าสีด้วยเครื่อง Colorimetric spectrophotometer แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อกำหนดค่าสีของธงต้นแบบ และได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 245 ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 ให้เป็นเกณฑ์ลักษณะของค่าแนะนำของธงชาติไทย

จากการทดสอบค่าแถบสีธงชาติไทย (สีน้ำเงินแก่ สีขาว และสีแดง) ด้วยเครื่อง Colorimetric spectrophotomete ซึ่งผลของการทดสอบที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมได้กำหนดค่า CIELAB D65 สีแดง ค่า L* = 36.4 , a* = 55.47 , b* = 25.42  สีขาว ค่า L* = 96.61 , a* = -0.15 , b* = -1.48 และสีน้ำเงิน ค่า L* = 18.63 , a* = 7.89 , b* = -19.45 โดยได้กำหนดค่า ∆E* (delta E) ไม่เกิน 1.5

และได้ประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 245 ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 ให้เป็นเกณฑ์ลักษณะของค่าแนะนำทางราชการ

 

ปุกาศ..! สาวญี่ปุ่นได้มือถือคืนแล้ว..19 วัน กับการตามหา..คนต่างชาติทำมือถือตกในรถแท็กซี่ไทย

14 สิงหาคม 2560

ปุกาศ..ปุกาศ..ตามหาเจ้าของเจอแล้วค่าาา..! 19 วัน..กับการตามหาเจ้าของโทรศัพท์..ต่างชาติ ทำมือถือตกในแท็กซี่

ยังจำได้ไหม.. ข้าพเจ้าเคยโพสต์..ประกาศ..ตามหาเจ้าของโทรศัพท์ที่ทำตกในรถแท็กซี่..

อัพเดท… ขณะนี้ เจอเจ้าของโทรศัพท์แล้วนะคะ เป็นชาวญี่ปุ่น นำเครื่องส่งมอบให้แล้ว  ผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย.. เมื่อ 27 ก.ค. 2560

*******************

สืบเนื่องจาก ข้าพเจ้าพบ โทรศัพท์มือถือ “ไอโฟน” ตกอยู่ในรถแท็กซี่ เมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม 2560  

– จากเหตุการณ์ เรียกรถจากหน้าสวนสัตว์ดุสิต กทม. เมื่อเวลาประมาณ 16:45น. เพื่อไปลงรถแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ราวๆ 17:00น.  แต่ระหว่างจ่ายค่าโดยสาร ข้าพเจ้าเจอโทรศัพท์ มือถือตกอยู่เบาะหลัง.. 

– สอบถามคนขับบอก ให้ข้อมูลว่า น่าจะเป็นของชาวต่างชาติ

ทำให้ข้าพเจ้า ได้โพสต์ประกาศผ่าน Facebook และ ทวิต @Pat_ThaiPBS เพื่อตามหาเจ้าของโทรศัพท์แทบจะทันที  โดยคาดว่า น่าจะยังอยู่ในกรุงเทพฯ แถวๆ นั้น  หรือ ในประเทศไทย ..และหวังว่า จะได้เจอเจ้าของ.. ตามนี้ 

************************

จากนี้  จะขอเล่าถึง..เส้นทางการตามหาเจ้าของโทรศัพท์…เครื่องนี้นะคะ..

***** เจอมือถือ วันที่ 8 ก.ค.60 ******

โจทย์ในใจมีข้อเดียว คือ  “ต้องการตามหาเจ้าของโทรศัพท์ให้เจอ” 

@ปัญหาอยู่ที่ว่า …

มือถือนี้เป็นของใคร … แล้วจะหาเจอกันได้อย่างไร

เย็น.. 8 ก.ค.60  เมื่อลงจากรถแท็กซี่ ได้เจอเจ้าหน้าที่นายหนึ่ง ข้าพเจ้าสอบถามว่า  จะส่งคืนที่นี่ และช่วยรับมือถือไปประสานติดตามหาเจ้าของให้ได้ไหม..? 

คำตอบคือ ให้ประสานเอง เพราะพี่เขายังติดภารกิจ (อันนี้เข้าใจได้) 

ช่วง 6 โมงเย็น.. ข้าพเจ้าเดินหาศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ของตำรวจท่องเที่ยว ตรงสนามหลวง – วัดพระแก้ว เพราะหน้าจอมือถือเป็นภาษาญี่ปุ่น และคิดว่าตร.ท่องเที่ยวจะประสานได้โดยตรง 

เดินไปถึงหลัง 6 โมงนิดๆ  จนท.หน่วยอื่นแถวๆ นั้นบอกว่า ตำรวจท่องเที่ยวกลับหมดแล้ว เพราะ หมดเวลาปฏิบัติภารกิจประจำวัน

..เป็นเรื่องที่เข้าใจได้..เป็นอันว่า ยังไม่ได้เจอกัน.. 

ค่ำแล้ว..กลับมาที่พัก..

ลองสืบจากหน้าจอนี่แหละ …

1. ตัวเครื่องเป็น “ไอโฟน”  (ข้าพเจ้า ไม่ใช้ไอโฟน)  เครื่องมีสีชมพูอ่อนๆ

2. หน้าจอล็อกรหัส.. (แน่นอนว่า โทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ผู้ใช้งานนิยมล็อกรหัสหน้าจอ)

3. ลองดูสัญญาณมือถือ (..คิดง่ายๆ ว่าเป็นนักข่าวสายกสทช. – ไอที อยู่ด้วย.. เผื่อจะประสานให้ กสทช. – ค่ายมือถือ ช่วยประสานไปทางค่ายมือถือญี่ปุ่น หรือช่วยส่งต่อข้อมูลกันให้ช่วยติดตามได้) 

4. แต่พบว่า หน้าจอถูกตั้งค่าเป็น “โหมดเครื่องบิน (ออฟไลน์)”  มีผลทำให้เจ้าตัว (เจ้าของเครื่อง) ไม่สามารถโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของตัวเองได้ 100%

5. ภาษาหน้าจอ..เป็นภาษาญี่ปุ่น .. ทำให้ข้าพเจ้ายากต่อการอ่าน และแปลด้วยแอพ GOOGLE  ซึ่งแทบช่วยอะไรไม่ได้มาก 

6. ระหว่างนั้น หน้าจอ แจ้งเตือน บันทึกตารางเวลาอะไรสักอย่าง เตือนกันทุกๆ 10 นาที

7.  ระหว่างนั้น มีข้อความ อินสตาแกรมเป็นภาษญี่ปุ่น เข้ามา …เอาล่ะ / ลองถ่ายรูปหน้าจอ..ส่งไลน์ให้พี่กุล พี่บก.ข่าว @Kultida Post ที่ออฟฟิศ ซึ่งคิดว่าน่าจะมีเพื่อนเป็นญี่ปุ่นช่วยแปลให้

ได้คำแปลประมาณว่า “ มีผู้ใช้อินสตาแกรม (ชื่อผู้ใช้) ไปกดชื่นชอบ ข้อความของเจ้าของเครื่อง”  

8. ข้าพเจ้า และพี่กุล – เพื่อนพี่กุล อินบ็อคไปหา คนๆนั้น พร้อมฝากข้อความพร้อมแนบไฟล์รูป ที่คนนั้นไปกด like เจ้าของ IG  ประมาณว่า “ถ้าคุณรู้จักเจ้าของ IG โปรดแจ้งทีว่า เขาทำโทรศัพท์มือถือตกในแท็กซี่ ที่ประเทศไทย”  
แต่จนถึงวันนี้ ..( 14 สิงหาคม 60 )  ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา… 

9. นอกจากโพสต์ผ่านFacebook  และ twitter แล้ว ..ข้าพเจ้ายังยังแจ้งที่

– ทีมเว็บข่าวออนไลน์ของ ThaiPBS 

–  จส.100  

– สวพ.91 

10. ช่องทางทวิตเตอร์ @Pat_ThaiPBS ขณะนั้นเริ่มมี   Follower หลายท่าน กรุณาช่วย RT แล้วแปลต่อเป็นภาษาญี่ปุ่นแจ้งต่อๆ กันด้วย 

11. ราว 5 ทุ่ม ทาง จส.100 โทรมา และขอให้โฟนอินออกอากาศ  เล่ารายละเอียดที่เจออีกครั้ง … 

******************

วันรุ่งขึ้น.. 9 ก.ค.   (หลังพบมือถือ 1 วัน) 

1. ข้าพเจ้า โทรสอบถามคนขับแท็กซี่ เพื่อสอบถามรายละเอียดอีกรอบ คนขับจำไม่ได้ชัดนัก บอกแต่ว่า น่าจะเป็นของคนต่างชาติ ไม่ได้สังเกตว่า ชาวต่างชาติใช้โทรศัพท์ในรถหรือไม่.. 

2.  วันนั้นหน้าจอมือถือ ปรากฏข้อมูลหุ้นนิเคอิ /การแจ้งเตือนปฏิทิน เป็นภาษาญี่ปุ่น.. 

3. ตกเย็น..ไปทานข้าวกับครอบครัว .. / พี่ชาย Preechakorn Tanngam ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์ แนะนำว่าลองสลับเพื่อดูเบอร์ (นั่นเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้านึกไม่ถึงในสถานการณ์เช่นนั้น)

4. เบอร์ที่ได้..เราพบว่า เป็นเบอร์จากต่างประเทศ ..

5. ข้าพเจ้ารีบจดเบอร์ไว้ .. พี่ชายบอกว่า เหมือนว่าเจ้าของเครื่องจะโรมมิ่งค่ายมือถือของไทยด้วย เพราะเห็นสัญญาณโชว์ขึ้นหน้าจอ…(บอกชื่อเครือข่ายมือถือ) 

6.. จากนั้น ..ก็สลับซิมกลับคืนใส่ไว้ที่เครื่องเดิม 

7. เมื่อแยกจากครอบครัว.. ข้าพเจ้า ติดต่อจนท.ค่ายมือถือไทย..ประสานขอให้ช่วยดูว่าโรมมิ่งมาชื่อใครหรือไม่ หรือ อย่างน้อยๆ เอาเบอร์ที่เราได้มา.. ช่วยประสานกับค่ายมือถือที่ญี่ปุ่นช่วยติดตามหาเจ้าของได้หรือไม่ 

จนท.บอกว่า จะไปประสานผู้ใหญ่แลัวจะติดต่อกลับ … 

******************* 

จันทร์ .. 10 ก.ค.60 

1. ตัดสินใจส่ง SMS หาเลขา กสทช.ฯ  เผื่อขอแรงรบกวนให้ช่วยประสานอีกทาง พร้อมรายละเอียดสั้นๆ 

– เลขาฯ ตอบกลับว่า อยู่ต่างประเทศ  (เลยไม่ได้ติดต่ออะไรอีก) 

2.  เริ่มนึกถึงสถานทูตญี่ปุ่นฯ คิดเองว่า ถ้าเผื่อคนญี่ปุ่นในไทยมีปัญหา เขาอาจแจ้งไปที่สถานทูตฯ หรือไม่ก็ ถ้าสถานทูตฯ รู้เบอร์โทร น่าจะช่วยประสานได้. 

3. ระหว่างนั้น..จนท.ค่ายมือถือไทย โทรมาบอกว่า เช็คให้ไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายบริษัท.. ถือเป็นความลับของลูกค้า ..  ( ก็พอจะเข้าใจได้) 

4. ระหว่างนั้น กำลังหาเบอร์สถานทูตฯ อยู่ที่  ThaiPBS “พี่หรีด” @Jingreed Slk โปรดิวเซอร์  เห็นเราโพสต์เฟสฯ ตามหาเจ้าของเครื่อง  และได้ยินเราเปรยๆ ว่า จะติดต่อไปที่สถานทูตญี่ปุ่นฯ / พี่หรีด ก็กุลีกุจอ ช่วยหาเบอร์มาให้ 

5. เราโทรไป..ที่สถานทูตฯ

มีผู้หญิง..พูดภาษาไทยสำเนียงภาษาญี่ปุ่นรับสาย.. เราแจ้งข้อมูลทั้งหมด.. และขอความกรุณาทางสถานทูต..ช่วยประสานไปที่ค่ายมือถือ ที่ประเทศญี่ปุ่น 

เจ้าหน้าที่ สถานทูตฯ บอกว่า จะพยายามติดต่อให้ แต่เธอไม่มั่นใจว่า จะเจอเจ้าของเบอร์ 

เราถามว่า จะนำไปฝากไว้ที่สถานทูตฯ ก่อนได้ไหม  เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เราเก็บไว้ก่อน

*****************

11 ก.ค.2560 

– ทางสถานทูตญี่ปุ่นฯ จนท.คนเดิม โทรกลับมาแจ้งว่า  .. ทางค่ายมือถือขอเวลาตรวจสอบ

****** ผ่านไป 1 สัปดาห์ เศษ  … มีแต่ความเงียบ******* 

ตัดฉับ…จาก 11 ก.ค. มาถึง วันที่ 27 ก.ค.2560  

– ได้รับโทรศัพท์ จากสถานทูตญี่ปุ่นฯ แจ้งข่าวดีให้ทราบว่า..เจอเจ้าของเครื่องแล้ว.. แต่เจ้าตัว บินกลับญี่ปุ่นแล้ว… มีแต่เจ้านายคนญี่ปุ่น ที่ยังอยู่ประเทศไทย 

เราสรุปนัดส่งมอบโทรศัพท์คืนให้ที่ สถานทูตญี่ปุ่น.. ก่อน 4 โมงเย็น..วันนั้น 

เมื่อไปถึง..ได้เจอคุณ Yoshiya เจ้านายของเจ้าของเครื่อง พูดภาษาอังกฤษได้ โค้งให้เราแล้วโค้งให้อีก .. เราก็โค้งกลับ..โค้งกันไปมาหลายรอบมากๆ 

และคุณเจ้าของเสียงที่ช่วยประสานงานกับทางสถานทูตมาให้ทุกๆ ครั้ง  คือคุณ “จุงโกะ วาดะ” Junko Wada เป็นผู้ช่วยกงศุล

*********************

..ทราบว่า เจ้าของเครื่อง ไม่ได้อยู่เมืองไทย / วันที่ทำโทรศัพท์หล่นในรถ.. ก็รู้ตัวเมื่อตอนลงรถแล้ว..แต่เห็นรถวิ่งออกไป ก็ทำอะไรต่อไม่ได้แล้ว จำรายละเอียดรถไม่ได้  นอกจากทำใจ

สอบถามว่า.. ได้ไปแจ้งความหรือไม่ ..ได้รับคำตอบว่า แจ้งความแล้ว..แต่จำชื่อ สน. ไม่ได้ .. 

วันที่เจ้าของเครื่อง ทำมือถือตกในรถ คือ วันที่ 8 ก.ค.60 ..และวันรุ่งขึ้น 9 ก.ค. ก็เดินทางกลับญี่ปุ่น .. 

ก่อนจากกัน..ข้าพเจ้าขอขอบคุณ คุณ “จุงโกะ วาดะ” Junko Wada ( ผู้ช่วยกงศุล ) อีกครั้ง เพราะถ้าสถานทูตฯ ไม่ช่วยติดตามให้ด้วยใจจริงๆ ก็คงไม่มีโอกาสได้คืนโทรศัพท์ให้เจ้าของ..

ก่อนจากกัน..เรา และ คุณ Yoshiya ขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระทึก..เอ้ย ระลึก เพื่อความสบายใจกันทุกฝ่าย 

คุณ Yoshiya ขออีเมล์ไว้ เพื่อส่งต่อให้ลูกน้อง ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่อง…ที่ต้องการติดต่อมาถึงเรา … 

แยกจากกัน.. ด้วยการโคังงามๆ อีกหลายรอบ.. เราก็ยกมือไหว้กันอีกหลายรอบเช่นกัน..

*************

ศุกร์ .. 28 .. ก.ค.60 

วันนั้น..ตั้งใจจะเรียบเรียง..เขียนโพสต์บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้.. แต่ติดภารกิจด่วน ลงพื้นที่ ทำข่าวน้ำท่วมอีสาน และเพิ่งกลับถึง กทม. ไม่กี่วันก่อน  เลยนำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้นะคะ

********

ปล. 1 เจ้านายของเจ้าของเครื่อง ให้ขนมมาด้วยกล่องหนึ่ง แม้ปฏิเสธหลายรอบ..แต่เขาก็ขอให้ด้วยความตั้งใจจริงๆ .. ณ วันนี้ ขนมได้หมดไปแล้ว..ตั้งช่วงไปทำข่าวน้ำท่วม แฮร่ๆ 

ปล. 2 เจ้าของเครื่อง คุณ เอริโกะ (Eriko) ได้อีเมลล์มาหา เพื่อขอบคุณ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2560 แล้วค่ะ เธอได้ถ่ายรูปพร้อมโชว์มือถือที่ได้รับคืนไปส่งมาให้ด้วย

เธอบอกว่า..เสียใจมากที่ทำไอโฟนหาย เพราะเวลาที่ทำของหายในต่างประเทศ มันยากที่จะได้คืน  แต่เธอโชคดีมากที่ได้ไอโฟนคืน เธอ..ซาบซึ้งมากและอยากกลับมาประเทศไทยอีกหลายๆ ครั้ง 

(^______^)

 

​ไปรษณีย์ไทย จับมือไปรษณีย์รัสเซีย จัดสร้างตราไปรษณียากรที่ระลึก “120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – รัสเซีย”

โพสต์บล็อก : 4 ก.ค.2560

​ไปรษณีย์ไทย จับมือไปรษณีย์รัสเซีย จัดสร้างตราไปรษณียากรที่ระลึกร่วมกัน ในชื่อชุด “120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – รัสเซีย”

นำเสนอภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงประทับนั่งเคียงข้างสมเด็จพระจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 ณ พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ ขณะเสด็จฯ ประพาสยุโรปในปี 2440 โดยออกจำหน่ายพร้อมกันทั้งสองประเทศ ซึ่งแสตมป์ไทยราคาดวงละ 3 บาท (เต็มแผ่น 10 ดวง) ซองวันแรกจำหน่าย 11 บาท ขณะที่แสตมป์รัสเซียราคาดวงละ 22 รูเบิล (ประมาณ 12.50 บาท)

ผู้สนใจสามารถหาซื้อแสตมป์ไทยได้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2831 3856 ไลน์ไอดี @stampinlove หรือ http://www.facebook.com/stampinlove2011

 

คุณจะตาย..อายุเท่าไหร่? ว่ากันด้วยเรื่อง ความตาย-อายุ-เงินออม-ค่ายื้อชีวิต โดย นพ.วิทิต อรรถเวชกุล

18 ธันวาคม 2559

คุณจะตาย..อายุเท่าไหร่? วันอาทิตย์ที่ลมหนาวพัดโชยเย็นๆ อย่างเวลานี้ ขอว่ากันด้วยเรื่อง ความตาย-อายุ-เงินออม และค่ายื้อชีวิต

เมื่อวานนี้ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ข้าพเจ้าได้ฟัง นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มาบรรยาย..

คุณหมอ เริ่มต้นถามว่า.. เคยคิดไหม..ว่า คุณจะตายตอนอายุเท่าไหร่..? ฟังดูแล้วชวนให้ครุ่นคิดกับคำถามที่มีนัยยะน่าสนใจ

คุณหมอวิทิตเล่าว่า อายุขัย ค่าเฉลี่ยของคนไทยปัจจุบันนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 75-76 ปี ผู้ชายอยู่ที่ 75 และ ผู้หญิง 76 ปี 

คนไทย..อายุยืนกว่าสมัยคุณหมอเป็นนักศึกษา ซึ่งขณะนั้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60 ปี 

นั่นแปลว่า..ปัจจุบัน..คนไทยอายุยืนมากขึ้น

คุณหมออยู่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว มาประมาณ 20 ปี เริ่มจากปี 2530 ชีวิตนอกจากเป็นหมอแล้ว ยังคุ้นเคยและเป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ด้วยตลอด 20 ปีมานี้

ครั้งหนึ่ง..เมื่อกลับไปร่วมงานศพที่นั่น  พบว่า มีผู้เสียชีวิต 4  คน จาก 4 ครอบครัว ที่คุณหมอตระเวนไปร่วมงานศพ แต่ละคนที่เสียชีวิตนั้น มีข้อน่าสังเกตว่าอายุมากกว่า 90 ปี ทุกคน

มาถึงบรรทัดนี้..ตอนนี้…คุณผู้อ่าน…อายุเท่าไหร่คะ…. 20..30…40..50..60…หรือ มากกว่านั้น...

เคยคิดกันเล่นๆ หรือ คิดจริงจังไหม..ว่า เราจะตายตอนอายุเท่าไหร่..และคุณมีโอาสจะอายุยืนเกิน 100 ปี หรือไม่?

ถ้าอายุยืนเกิน 100 ปี จริงๆ จะใช้ชีวิตอย่างไร.. ?

กลับเข้าเรื่อง ที่คุณหมอวิทิต เล่ากันต่อ…

โลกความจริง คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะข้าราชการ ทำงาน จะเกษียณที่อายุ 60 ปี ..และมีการตั้งคำถามต่อว่า… จะได้บำนาญเท่าไหร่..?

ประเด็นสำคัญ..ที่ คุณหมอ ขีดเส้นใต้ คือ “เงินทองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคนวัยเกษียณ”

ถ้าคุณเกษียณแล้ว..อยู่ไปอีก 30 ปี ..จะอยู่อย่างไร โดยที่ไม่มี Productivity

… ในช่วงอายุ 60 ปี .. สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ 

– “เงินบำนาญ”..คืด เงินก้อนหนึ่ง..ได้มาแล้วเอาไปบริหารเอาเอง ถ้าบริหารไม่ดี จะลดลง และหมดลงในที่สุด… ต่างจาก”เงินเดือน”ขณะทำงานที่มีใช้ในทุกๆ เดือน 

– สุขภาพ…อวัยวะของร่างกายเสื่อมตามสภาพ 

– ถ้าจะเปลี่ยนอะไหล่ ก็ต้องใช้เงิน…และ ถ้าเปลี่ยนเรื่อยๆ ทั้งตัว ตามอาการเจ็บป่วย ทรุดโทรม ก็ต้องใช้เงิน

เช่น ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่า..จะเปลี่ยนข้อทั้งชุดบน และ ชุดล่าง ก็ต้องใช้เงินหลักแสนบาท และยิ่งถ้าใคร..มีน้ำหนักตัวเยอะๆ ก็ยิ่งทำให้ข้อเสื่อมตัวเร็ว ….

คุณหมอแนะนำว่า …ใครเริ่มมีอายุมาก..แนะนำให้ พยายามรักษาสรีระร่างกาย และน้ำหนักให้ผอม เหมือนยังเป็นช่วงวัยรุ่น 

– ในวัยหลังเกษียณ จะเริ่มต่อสู้กับ ธรรมชาติ 

– การจะเอาชีวิตไปฝากไว้ที่ ลูก หลาน หรือ ครอบครัว ให้มาช่วยดูแลคุณยามแก่ หรือ เจ็บป่วย นั่นคือ.. คุณกำลังเอาความหวังของคุณไปเสี่ยงมาก…และเป็นภาระต่อลูก..หลาน..และครอบครัวคุณ

คุณหมอ บอกว่า.. ถ้าหลังเกษียณแล้วตายเลย..ดูไม่น่ายากเท่าไหร่ ไม่ต้องวางแผนการใช้ชีวิต แต่โดยธรรมชาติของมนุษย์เรา ถ้าไม่ได้เป็นอะไร มันก็จะไม่ใช่เรื่องที่จะมาตายกันง่ายๆ 

แต่….แต่หากใครคิดว่า หลังเกษียณแล้ว จะมีชีวิตอยู่ต่อไป อีกสัก 30 ปี คือ อยู่ได้ถึง 90 ปี ก็ต้องมีเงินในช่วงนั้นไว้ใช้ได้ 3 ล้าน ถึง 5 ล้านบาท สำหรับปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ 

1.กิน 

2.ใช้ 

และ 3.รักษาโรค
“..เงินทองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคนวัยเกษียณ” 

นี่เป็นประโยคที่คุณหมอวิทิต ย้ำ

การออม..จึงเป็นสิ่งจำเป็น..

หากเริ่มออมตั้งแต่ อายุ 55 ปี ก็ไม่ทันแล้ว 

ออมตั้งแต่อายุ 45 ปี..

..ถ้าไม่วางแผนจะลำบาก..

ขอให้ออม…ออมแบบไหนก็ได้..แต่ขอให้ออม

คุณหมอทิ้งท้ายว่า..

คนไทย..มีค่าเฉลี่ยที่มีแนวโน้มว่า จะมีอายุยืนจริงๆ..

ยิ่งถ้าคุณ..ผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่า โชคดี หรือ โชคร้าย ถ้าคุณมีอายุอยู่เกิน 100 ปี แล้วไม่มีเงิน…คุณจะใช้ชีวิตอย่างไร..?

 

คำต่อคำ..! ผู้เสียหาย วิงวอน “AIS” หาเบื้องหลัง พนง.ขโมยข้อมูล ส่วนตัวลูกค้า -ละเมิดสิทธิ์ ไม่ปลอดภัย

15 กันยายน 2559 

“AIS..ควรชี้แจงข้อมูลทั้งหมดว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นคนทำ ทำกันคนเดียว หรือขบวนการ มีคนสมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่..”

เสียงวิงวอนจาก “พล” มัณฑนากร วัย 41 ปี บอกกับทีมข่าว”ไทยพีบีเอส” ถึงสิ่งที่ต้องการให้
AIS แสดงความรับผิดชอบมากกว่า การให้ข้อมูลว่า ไล่ออกพนักงาน หรือ แสดงความเสียใจ ต่อกรณี ข้อมูลส่วนตัวของ “พล” ถูกพนักงานขโมยออกไปขายให้คนนอกองค์กร

วันนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับชายผู้นี้ ซึ่งดูจากภาษากายแล้ว มีความเครียด และ กังวลไม่น้อย..

ประเด็นที่เริ่มต้น คงเหมือนที่หลายคนสงสัย คือ “ได้เอกสารมาอย่างไร”

“พล” บอกว่า “ไม่ทราบว่าใครส่งมาให้ผม แต่ได้รับทรัมพ์ไดร์ ถูกวางไว้ในกล่องตู้รับจดหมายหน้าบ้าน พยายามสอบถามข้อมูลจาก รปภ.หมู่บ้าน ก็ไม่พบข้อมูลว่าใคร หรืออะไร”

คำถาม ที่สนใจเพิ่มเติมคือ “ในนั้น มีข้อมูลอะไรบ้าง”

คำตอบที่ได้คือ “ในทรัมพ์ไดร์ มีรายละเอียดไฟล์เอ็กเซล ระบุข้อมูลการโทรเข้า-ออกของเบอร์ผม รวมทั้งตำแหน่งโลเคชั่น เสาสัญญาณที่อยู่รอบๆ ตัว ทำให้รู้ว่าผมอยู่ที่ไหน กำลังจะเดินทางไหน
ทำให้รู้ว่าตอนนั้นใครโทรหาผม หรือ ผมโทรหาใคร”

ถาม: ในเอกสารพอจะเห็นรายละเอียดหรือไม่ว่า มีย้อนหลังนานแค่ไหน

“เท่าที่ดูมีข้อมูลเฉพาะเบอร์ของผมมีย้อนหลังไป 3-4 เดือน”

ถาม: ในไฟล์เอ็กซ์เซลนี้ มีเบอร์อื่นที่รู้จัก และไม่รู้จักหรือไม่

“ผมประเมินคร่าวๆ ด้วยสายตา ไม่ได้นับเป๊ะๆ ยังมีเบอร์โทรคนอื่นๆ ที่ผมไม่รู้จักในหลัก 100 เบอร์ ซึ่งย้อนหลังตั้งแต่ปี 2013 หรือ 2-3 ปีที่ผ่านมา”

ถาม: “ได้เห็นหรือไม่ว่า มีชื่อของใครในเอกสาร”

“ผมตรวจสอบข้อมูลในไฟล์เอกสารที่ไดัรับ พบว่ามีการะบุชื่อ พนักงานคนหนึ่ง (ชื่อพนักงาน) ระบุชื่อบริษัท ทุกไฟล์ที่มีข้อมูลย้อนหลังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถูกระบุเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่า
เป็นระดับไหนอย่างไร”

หลังจากได้รับเอกสาร… นี่คือสิ่งที่ “พล” บอกว่า เค้าติดตามสอบถามไปยังฝ่ายเกี่ยวข้อง

“ผมเริ่มโทรไปที่ เอไอเอส เซเรเนด ซึ่งเจ้าหน้าที่โทรกลับมาในวันเดียวกัน บอกว่า ไม่สามารถทำอะไรได้ แม้กระทั่งรับเรื่องไว้ตรวจสอบ หลังจากวางสายไปวันนั้นผมยังงงๆ ไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรต่อไป…
วันรุ่งขึ้น ผมไปพบผู้จัดการสาขา ที่ช็อปเอไอเอสแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผู้จัดการสาขา บอกว่า จะรับเรื่องส่งไปให้ และจะตามเรื่องให้ แต่ผมเองก็ตามเรื่องอยู่ทุกวัน แต่ก็ได้รับคำตอบว่า ได้ตามเรื่องให้อยู่

..ผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น..

จากนั้น ภรรยาผมจึงตัดสินใจโพสต์เว็บพันทิพ (ลิ้งค์นี้  http://m.pantip.com/topic/35589452? )

ซึ่งภรรยาเป็นเจ้าของเบอร์ ..แต่ผม เป็นผู้ใช้งาน..
หลังจากโพสต์ มีผู้บริหารติดต่อมาขอพบผมที่บ้าน แต่ผมไม่ต้องการให้ใครไปบ้าน จึงไปพบผู้บริหาร ที่สำนักงานใหญ่ บริษัทAIS (ปากซอยพหลโยธิน 8) ภายในห้องที่พบกัน มีฝั่งเอไอเอส 4 คน เป็นชาย 1 คนอยู่ฝ่ายกฏมาย อีก 3 คน เป็นผู้หญิง เค้าแนะนำตัว แต่ผมจำไม่ได้แน่ชัดว่า ฝ่ายอะไรบ้าง

ทาง AIS เริ่มต้นด้วยการกล่าวแสดงความเสียใจ และแจ้งว่าบริษัทได้ทำการสืบสวน และไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งบริษัทได้ไล่พนักงานออกไปแล้ว พร้อมอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับระบบการตรวจสอบ ว่า บริษัทมีการวางระบบป้องกันดีเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ผมก็ถามกลับว่า ถ้าระบบมันดีเยี่ยมอยู่แล้ว
แล้วข้อมูลหลุดมาได้อย่างไร

ผมฟังอยู๋ประมาณ ครึ่งชั่วโมง เห็นว่าไม่มีอะไรคืบหน้าแล้ว จึงขอตัวกลับ และจนถึงวันนี้ บริษัท ก็ไม่ได้ติดต่ออะไรมาอีก”

ถามว่า : จนถึงวันนี้ มีการแจ้งความแล้วหรือไม่

“ที่ผ่านมา ยังไม่ได้คิดแจ้งความ เพราะไม่คิดว่าจะมีเหตถุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเรา และอยากได้ความชัดเจนก่อนว่า มันเกิดอะไร และเป็นมายังไง แต่เมื่อยังไม่มีความกระจ่าง ก็จะเตรียมแจ้งความ
รวมถึงเข้าให้ข้อมูลกับ ทาง กสทช. ด้วย ก็พร้อมและยินดีให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลเช่นกัน”

ถามว่า: ต้องการให้ AIS แก้ปัญหา อย่างไร

“มาถึงขั้นนี้แล้ว เบอร์ผมหลุดออกมาแล้ว ก็ไม่รู้จะแก้อย่างไรได้ แต่อยากขอให้เอไอเอส ชี้แจงให้ชัดเจนว่า ทำไมพนักงานบางคนถึงได้เอาข้อมูลออกไปสู่ภายนอกบริษัท ต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน
เพราะดูจากเอกสารแล้วมันมีข้อมูลตั้งแต่ปี 2013 มันมีผลประโยชน์ตอบแทนกันอย่างไร และทำให้ผมสงสัยว่าแล้วพนักงานที่กำลังทำงานกันอยู่ ในขณะนี้ กำลังมีใครทำแบบนี้อยู่อีกหรือไม่ และการที่เรื่องมันเงียบไป หรือ ไม่ได้รับการติตต่ออีก ยิ่งทำให้สงสัยว่า ผู้บริหารมีส่วนเกี่ยวข้อง
หรือรู้เรื่อง หรือพยายามจะปกปิดหรือไม่..

ตอนนี้ ผมไม่เชื่อมั่นในระบบสักระบบ ไม่ว่าจะเป็นค่ายมือถืออื่นๆ เครือข่ายใดก็ตาม เพราะหากลองค้นดูกูเกิ้ล จะเห็นข้อมูลที่มีคนโพสต์ว่า รับจ้างสืบข้อมูลหลายราย อยากรู้ว่า คนเหล่านี้
เค้าประสานกับใคร และทำได้อย่างไร ถึงได้ข้อมูลลูกค้าเหล่านี้มาได้เพื่อตามสืบ..

ส่วนมาตรการเข้าถึงข้อมูลลูกค้านั้น เอไอเอสควรชี้แจงข้อมูลทั้งหมดว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นคนทำ ทำกันคนเดียว หรือขบวนการ มีคนสมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่ และอยากให้มีวิธีการที่ลูกค้าทั่วไปของเอไอเอสจะตรวจสอบได้
อยากรู้ว่ามีพนักงานคนไหนที่เข้ามาค้นหาข้อมูลเบอร์ของเราได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเท่าที่ติดตามข้อมูลตามสื่อต่างๆ เอไอเอส พยายามตอบกลับว่า ไม่มีข้อมูลหลุด แต่ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้..

อยากฝากถึงเอไอเอสว่า อย่าเงียบ และช่วยแอคชั่นอะไรออกมาให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้”


ถามว่า ..AIS ชี้แจงแล้วว่าจะปรับปรุงให้รัดกุม รอบคอบมากขึ้น เพิ่มคนเข้ารหัส 2 คน จากเดิมหนึ่งคน

“ผมไม่มั่นใจ เพราะกลายเป็นว่า คนว่าจ้างให้ขโมยข้อมูล แทนที่จะจ้างวานจ่ายให้คนเดียว ก็กลายเป็นจ่ายให้สองคนก็ได้ และหากหนึ่งในสองคนนี้ร่วมกันทุจริตขึ้นมา ก็อาจทำให้เพื่อนร่วมงานที่ไม่รู้เรื่องซวยไปด้วย

ส่วนการห้ามพนักงานนำโทรศัพท์มือถือ ทรัมพ์ไดร์ ยูเอสบี เข้าไปให้ห้องที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่เข้าถึงข้อมูลลูกค้านั้น ผมมองว่า หากจะห้ามแบบนั้น ก็ต้องห้ามเอากระดาษปากกา ดินสอเข้าไปด้วย
คนขโมยต้องใช้วิธีดูหน้าจอแล้วจำเอา อาจต้องใช้คนที่มีความสามารถมากหน่อย การแก้ปัญหาแบบนี้ ไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจมากนัก..

ผมเชื่อว่าที่ผ่านมา ภายในทำงานของเอไอเอส หละหลวมมาก เป็นที่ระบบของเอไอเอส ไม่เช่นนั้นจะตรวจพบแล้ว มีการนำข้อมูลออกมาเป็นระยะเวลาหลายปี ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่ผู้บริหารเอไอเอสชี้แจงว่า
มีระบบออดิด ตรวจสอบกันอยู่บ่อยๆ ตลอดเวลา แต่ผมบอกว่า มันไม่ใช่ เพราะไม่เช่นนั้น พนักกงานคนนี้จะถูกจับได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เป็นระบบที่ไร้การตรวจสอบสิ้นเชิง จากการที่เอไอเอสเงียบอยู่แบบนี้ ผมเชื่อว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ หรือ ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่เป็นระดับใหญ่โตมากกว่านั้นหรือไม่”

 

เคยมั้ยคะ..? รวม “10 ข้อกังขา” ยอดฮิต กับการเสียสิทธิ์ไม่รู้ตัว ในช่วง แจกกล่องฯ-คูปองทีวีดิจิทัล 690 บาท

image

โปรดทราบ! ท่านเคยอยู่ในบรรยากาศที่มีประโยคเหล่านี้กันไหมคะ ..??

เรื่องของเรื่อง..สืบเนื่องจาก ช่วงนี้ มีหลายคน..หลายพื้นที่..ในหลายจังหวัด แจ้งข้อมูลมาที่ข้าพเจ้าด้วยความสงสัยว่าถูกต้องหรือไม่… ทำได้หรือไม่ … ดังนั้น ขอประมวลสรุป ดังนี้นะคะ

1.  “..ได้รับแจกกล่องสัญญาณทีวีดิจิทัล..
โดยไม่ได้คูปองส่วนลด 690บาทไปที่บ้าน”

2. “..ไม่เคยเห็นหน้าตา คูปองเลย..แต่เค้าเรียกไปรับกล่อง”

3. “.. มีคนแจกกล่อง.. แต่ไม่ได้แจกคูปอง..”

4. “..เค้าแจกกล่อง แต่ให้ซื้อแผงเสาสัญญาณอีก เสา 200 -300 บาท  ถึงจะเอากล่องกลับไปได้”

5. “.. เป็นเจ้าบ้าน แต่ไม่มีคูปองไปที่บ้าน..”

6. “..เค้านัดไปรับ..ไปถึงก็ให้เซ็นๆ ในใบอะไรไม่รู้ แล้วก็ได้กล่องกลับมา..”

7. “..เค้าแจกกล่องมาให้ยี่ห้อเดียว.. รู้สึกไม่เป็นธรรมเลย ไม่ได้เลือก ในใจก็ไม่อยากได้หรอก แต่คนอื่นเค้าเอา ก็ต้องเอาด้วยตามๆ กัน..”

8. “.. เค้าสั่งให้เอาสำเนาบัตรปชช. + ทะเบียนบ้านด้วย”

9. “.. มีการตั้งโต๊ะที่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านบ้าง , ศาลาประชาคมบ้าน , จุดศูนย์รวมของหมู่บ้านบ้าง , วัดบ้าง ฯลฯ

10. “.. จะขอคูปองมาเก็บไว้กับตัวได้ไหม”

ฯลฯ

********

image

ท่านใด.. โดนโน้มน้าวจูงใจ  โดนสั่ง หรือ พาตัวเองไปเจอบรรยากาศเหล่านี้ .. ให้ทราบไว้เลยว่า ท่านกำลังถูกละเมิดสิทธิ์ เพราะหากท่านยังไม่ตัดสินใจ เลือกสินค้า…คนเหล่านั้น ไม่มีสิทธิ์ เก็บคูปองของท่านไป .. ให้ทวงคืนจากคนที่ถือคูปองอยู่ เพราะคูปองนี้ มีมูลค่า 690 บาท และเป็นสิทธิ์ที่”เจ้าบ้าน”ควรได้รับ

1. คูปอง ต้องส่งไปถึงบ้านท่านเท่านั้น ..คูปอง..ก็เหมือนใบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ท่านมีสิมธิ์ได้ โดย “จนท.ปณท.” ต้องนำส่งไปให้ถึงบ้าน จะไม่มีข้ออ้างให้ไปรับที่ไหน…

2. ยกเว้น กรณี จนท.ส่งไปแล้ว ท่านไม่อยู่บ้าน…จนท. จะออกใบแจ้งให้ไปรับ ณ “ที่ทำการ ปณท.สาขาใกล้บ้าน” เท่านั้น .. จนท.ไม่มีสิทธิ์แจ้งให้ท่านไปรับที่บ้านใคร หรือ สถานที่ไหนทั้งสิ้น

3. ใครจะเก็บสำเนาบัตรปชช. +ทะเบียนบ้าน เค้าไม่มีสิทธิ์เก็บ.. ไม่ว่าข้ออ้างใดๆ ก็ตาม

4. กล่องรับสัญญาณ ณ จุดที่ท่านไปรับ ควรมีให้ท่านเลือกมากกว่า 1 ยี่ห้อ.. ซึ่งหากท่านพอใจ ก็เป็นสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์ใจของท่าน… แต่หากไม่พอใจ แล้วมีความรู้สึกคล้ายถูก”มัดมือชก” / “ไหลตามคนอื่น” ท่านมีสิทธิ์ไม่รับกล่องนั้นกลับไป… และให้ท่านกลับบ้านไปเลือกซื้อที่อื่นๆ ได้ตามต้องการ ตราบใดที่คูปองยังอยู่กับตัวท่าน…. ก็ยังมีเวลา 6 เดือนเพื่อคิดว่า จะซื้ออะไร..ยังไง..

5.ขอย้ำว่า  กสทช. ไม่มีนโยบาย “แจกกล่อง” .. มีแต่นโยบายแจก”คูปอง” …. แต่มีกระบวนการ ที่ทำ-พูด ให้ ปชช.เข้าใจผิดว่า “แจกกล่อง” ยิ่งถ้าหากพื้นที่ที่ท่านได้รับแจก มี”ยี่ห้อเดียว” ให้ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการล็อคเสป็ค มัดมือท่านโดยไม่มีทางเลือก

6. เมื่อใดที่มีเสียงตามสายในหมู่บ้าน , การบอกกล่าวกันปากต่อปาก ฯลฯ ว่าให้เตรียมตัวไปเอากล่องแจก… วันโน้น วันนี้… ให้ท่านประเมินได้เลยว่า .. คูปองของท่าน อาจจะไปตกอยู่ในมือของคนใดคนหนึ่งที่มีหน้าที่ส่งมอบคูปองให้ท่าน…แต่กลับไม่ยอมส่งให้ นั่นหมายที่ท่านมีความเสี่ยงจะเสียคูปองไป 99.99%..

7. ถ้าท่านไปยังจุดที่ผู้นำ หรือ ใครนัดพบ แล้วได้รับกล่องสัญญาณทีวีดิจิทัลแจกกลับมาบ้านด้วยอาการยังมึนๆ งงๆ สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น.. ทำไมได้กล่อง  แทนที่จะได้คูปองกลับบ้าน.. เพื่อไปเลือกซื้อสินค้าอีกหลายรุ่น หลายแบบ… นั่นแปลว่า ท่านโดนหลอกใช้สิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว…

8. ถ้าท่านไปอยู่ในบรรยากาศที่โดนมัดมือชก โดนเก็บคูปอง โดนเรียกเก็บสำเนาบัตรปชช., ทะเบียนบ้าน ไม่ว่าจะสถานที่ไหน หากไม่เต็มใจโดนมัดมือชก.. (ถ้าเต็มใจก็แล้วไป)  ขอให้ใช้มือถือถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และข้อสำคัญ..โปรดเรียกขอคูปองจากผู้ที่ถือของท่านคืนมาเก็บไว้กับตัว…

และร้องเรียนไปที่ สายด่วน กสทช. 1200 ฟรี เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวท่านเอง..และพฤติกรรมเช่นนั้น กสทช.  ถือว่า เป็นความผิด

หรือเบื้องต้น สามารถส่งรูป+แจ้งข้อมูลให้ทีมข่าว ได้ที่กล่องข้อความเฟสบุ๊คข้าพเจ้า

https://m.facebook.com/phattraporn.tpbs?refsrc=https%3A%2F%2Fth-th.facebook.com%2Fphattraporn.tpbs

(ถ้าไม่สะดวกเปิดเผยตัวตน ก็จะปิดบังตัวตนให้ค่ะ)

*******

ส่วนลิ้งค์ล่างนี้… ข้าพเจ้าเคย รวบรวม
คำตอบ..จาก “10 คำถามยอดฮิต หลากประเด็น คาใจ “คูปองทีวีดิจิทัล” ที่มีคนสงสัยเกี่ยวกับ วิธีการนำคูปองไปใช้งาน..และสถานที่ที่จะนำคูปองไปใช้ ซึ่งเป็นข้อมูล จาก สำนักงาน กสทช.  ลองอ่านทบทวนกันได้ค่ะ..  

https://patnews.wordpress.com/2014/10/18/ตอบ-10-คำถามยอดฮิต-หลากประ/

“คูปองฯ ส่วนลด690 บาท” ..เป็นสิทธิ์ของท่านแล้ว…โปรดรักษา นำไปใช้ด้วยความเต็มใจ.. สุขใจ..และอย่ายอมให้ใครละเมิดสิทธิ์ท่านง่ายๆ นะคะ (^_____^)