RSS

Category Archives: เรื่องของเรื่อง – หลากเรื่องเล่า

ขอเล่าให้ฟังค่ะ…!! ว่าด้วยปัญหาการ #เผาไร่อ้อย #เผาอ้อย #เผา

  • เขียนบล็อก : 2 กุมภาพันธ์ 2563
  • ภัทราพร ตั๊นงาม

  • การเผาไร่อ้อยที่พูดๆ กันอยู่ทุกวันนี้ คือการเผาวัชพืช และ กาบใบอ้อย เพื่อให้เกิดความสะดวกก่อนตัดลำอ้อย (เผาก่อนตัด)
  • เมื่อกลางปี 2562 รัฐบาลบอกว่า จะใช้ “มาตรการทางกฎหมาย” กำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับซื้ออ้อยที่มาจากการ “เผาก่อนตัด” (อ้อยไฟไหม้) ได้ไม่เกินร้อยละ 30 ในปีการผลิต 2562/63

(ชาวไร่เริ่มตัดอ้อย และโรงงานน้ำตาลเปิดหีบเมื่อต้นเดือน ธ.ค.2562)

  • นั่นแปลว่า โรงงานน้ำตาล ต้องรับซื้อ อ้อยที่เก็บเกี่ยว (ตัดลำ) มาจากไร่ที่ไม่เผาไฟ (อ้อยสด) ร้อยละ 70
  • และแปลว่ายังคงยินยอมให้มีการเผาไร่อ้อยถึง 30% ซึ่งยังนับว่าไม่น้อย
  • แต่ก็ถือว่า เป็นความก้าวหน้าพอสมควร เพราะตลอดเวลายาวนานที่ผ่านมาโรงงานน้ำตาลประเทศไทยมีสัดส่วนการรับซื้ออ้อยไฟไหม้ (เผาก่อนตัด) มากกว่าอ้อยสด (ตัดโดยไม่เผาไร่)

  • อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันเปิดหีบ ประจำปีการผลิต 2562/63 ปรากฏว่า ด้วยพลังยื้อยุดของฝ่ายที่อ้างเหตุ”จำเป็นต้องเผา” ทำให้ มาตรการ 70:30 อ่อนแรงมาเป็น 50:50 หมายถึงลดหย่อนให้โรงงานน้ำตาลรับซื้ออ้อยไฟไหม้ (จากการเผาไร่) ได้ถึง 50 % โดยเพิ่มจาก 30% ที่บอกไว้เมื่อกลางปี 2562
  • ดังนั้น แปลว่า (ของแปลว่า) ปีการผลิตปัจจุบัน (2562/63 เริ่มเปิดหีบ ต้นเดือน ธค.62) ไร่อ้อยแห่งประเทศไทย จะลุกโชนโชติช่วงด้วยเปลวเพลิงถึง 50% เป็นอย่างน้อย
  • ที่พูดว่า”50% เป็นอย่างน้อย” เพราะยังไม่มีอะไรทำให้เชื่อได้สนิทใจว่าจะไม่มีการเผาเกิน 50%
  • ถ้ามี”อ้อยไฟไหม้” ไม่ต่ำกว่า 50% ย่อมหมายความว่า ต้องมีการเผาไร่อ้อยไม่น้อยกว่า 50%
  • ไร่อ้อยที่ต้องลุกโชนโชติช่วงด้วยเปลวเพลิง ในปีการผลิต 2562/63 (ซึ่งเริ่มต้นเปิดหีบ เมื่อต้นเดือน ธค.2562 ) จะเป็นเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล มโหฬาร ขนาดไหนกันล่ะ..?

  • ณ ปีการผลิต 2562/63 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล คาดว่าจะมีพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศ ราวๆเฉียด 12 ล้านไร่ (11,464,989 ไร่ /
    ขณะที่ปีการผลิต 2561/2562 มี 12, 236,074 ไร่)
  • นั่นแปลว่าอย่างน้อยๆ ปีการผลิตปัจจุบัน จะมีการเผาไร่อ้อยเป็น”พื้นที่” ถึง 6 ล้านไร่
  • พื้นที่ขนาด 6 ล้านไร่ มีความกว้างใหญ่ขนาดไหนละหนอ?
  • พื้นที่ 625 ไร่ เท่ากับ 1 ตารางกิโลเมตร ดังนั้นพื้นที่ 6 ล้านไร่ ก็ย่อมเท่ากับ 9,600 ตารางกิโลเมตร

  • พื้นที่ 9,600 ตารางกิโลเมตร กว้างใหญ่ขนาดไหนล่ะ?
  • กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ 1,568.737 ตารางกิโลเมตร ดังนั้น พื้นที่ 9,600 ตารางกิโลเมตร ก็เท่ากับพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลเป็น “6 เท่า” ของกรุงเทพมหานคร
  • หรือ จ.นครสวรรค์ มีพื้นที่ 9,597.677 ตารางกิโลเมตร และ จ.สกลนคร มีพื้นที่ 9,605.764 ตารางกิโลเมตร ดังนั้น 9,600 ตารางกิโลเมตร ก็ใกล้เคียงกับพื้นที่ จ.สกลนคร ทั้งจังหวัด หรือกว้างใหญ่กว่า พื้นที่ จ.นครสวรรค์ ทั้งจังหวัด
  • แปลว่า ในฤดูกาลตัดอ้อยปีนี้ (เริ่มจากเดือน ธค.62 ) ประเทศไทยจะเกิดการเผาไร่อ้อยเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ อย่างน้อยเท่ากับ พื้นที่ 6 เท่าของกรุงเทพมหานคร หรือราวๆพื้นที่ จ.สกลนคร ทั้งจังหวัด หรือกว้างใหญ่กว่า พื้นที่ จ.นครสวรรค์ทั้งจังหวัด

ย้ำ..!! ที่บอกว่า “เป็นอย่างน้อย” เพราะยังไม่มีอะไรทำให้เชื่อว่าจะไม่เผามากกว่านี้ และ ที่บอกว่า “เป็นอย่างน้อย” เพราะ ที่ฝ่ายต่างๆ พูดๆ เรื่องการเผาไร่อ้อยตลอดมานั้น (รวมถึงที่เขียนข้างต้นนี้) จำเพาะเจาะจงไปที่ การ “เผาก่อนตัด” เท่านั้น ยังไม่รวมถึงการ “เผาหลังตัด”

  • ดังนั้นจึงต้องตั้งคำถามต่อไปว่า “อ้อยสด” หรืออ้อยที่ไม่เผาไร่ ก่อนตัดลำนั้น ภายหลังการตัดลำอ้อยแล้ว ได้จัดการวัชพืชและกาบใบอ้อยกันอย่างไร

… มีกี่ไร… กี่แปลง ที่ฝังกลบเป็นปุ๋ย …

มีกี่ไร่ … กี่แปลง… นำกาบใบอ้อยไปใช้ประโยชน์อื่นใด

และมีกี่แปลง … กี่สิบ … กี่ร้อย … กี่พัน… กี่หมื่น … กี่แสน ไร่ ที่ลงเอยด้วยการเผา (ประเด็นนี้ค่อยว่ากันวาระต่อๆไป)


  • ตอนต่อไปจะว่าด้วยการเผาไร่อ้อย (ก่อนตัด) แต่ละปีนับจากอดีต และสืบสาวมาตรการแก้ (หรือไม่แก้) ปัญหา

ปล. ป้องกันลืม …

เมื่อกลางปี 2562 นอกจากรัฐบาลบอกว่าจะใช้ “มาตรการทางกฏหมาย” แก้ปัญหาการเผาไร่อ้อยตามที่กล่าวข้างต้น

รัฐบาลยังบอกว่าจะใช้ “มาตรการขอความร่วมมือด้านบริหารจัดการ” อีกด้วย โดยมีเป้าหมายให้ ปีการผลิต 2562/2563 (คือฤดูเปิดหีบ-ตัดอ้อย ปัจจุบัน) ไร่อ้อยใน 5 จังหวัด เป็นพื้นที่ต้นแบบ “ปลอดการเผาอ้อย” หรือเป็นพื้นที่ “ตัดอ้อยสด 100%” ประกอบด้วย

  1. จ.กาญจบุรี
  2. จ.ราชบุรี
  3. จ.อุตรดิตถ์
  4. จ.ชัยภูมิ
  5. จ.เลย

… แล้วติดตามกันดูต่อว่า..เกิดอะไรขึ้นบ้างใน 5 จังหวัดนี้

 

ป้ายกำกับ: , ,

สรุปประเด็น! “รมว.อนุทิน” FB live เล่ากลางดึก ชี้แจงสถานการณ์ #ไวรัสโคโรนา ย้ำ รบ.เดินหน้าเชิงรุก แบบไม่ตื่นตระหนก ขอปชช.มั่นใจสาธาณสุขไทยเก่ง

เขียนโพสต์ (00:50น. // 27 ม.ค.63)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ รมว.สธ. และในฐานะรองนายกฯ ที่กำดับดูแล ก.สธารณสุข / คมนาคม / และ ก.ท่องเที่ยวฯ ใช้ Facebook live ชี้แจงกลางดึก เกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่

ย้ำ..เดินหน้าเชิงรุก.. แบบไม่ตื่นตระหนก.. มั่นใจ จนท.-ระบบสาธาณสุขไทยเก่งมาก.. ขอให้ทุกคนเชื่อมั่น ยัน ยังไม่จำเป็นต้องปืดประเทศ..

****สรุปประเด็น****

  • วันนี้จำเป็นต้องมา Live เพราะในฐานะรับผิดชอบ ก.สาธาณสุข ถือเป็นปราการด่านแรก ที่จะป้องกันไม่ให้ไวรัสโคโรนาฯ เข้ามาที่บ้านของเรา
  • ตั้งแต่ เริ่มได้รับรายงานว่า มีโรคนี้อุบัติขึ้น เมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว กรมควบคุมโรค สธ. เริ่มปฏิบัติการทันที
  • ขอให้ ปชช. มั่นใจว่า กระทรวงสาธารณสุขของพวกท่านทุกคน มีประสบการณ์เป็นอย่างดี ในการรองรับ ควบคุม มีแผนการทุกๆ อย่าง ที่จะควบคุมสถานการณ์หากมีโรคระบาดใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น เราทำมาเป็น 10ปี ตั้งแต่โรคหวัดนก / ซาร์ส / เมอร์ส / อีโบล่า / ไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็ทำมาโดยตลอด

  • บางที ที่ผมพูดแล้วไม่แสดงอาการซีเรียสมาก เพราะอะไร ก็เพราะ ถัาผมซีเรียสอีกคน ตกใจไปอีกคน สติแตกไปอีกคน ทีมงานผมก็คงจะทำงานกันลำบาก และความตื่นตระหนกก็คงจะเกิดขึ้นอย่างโกลาหลในประเทศไทย

– แต่ที่ผมแสดงอาการชิวๆ ไม่ซีเรียส ขอเรียนว่า มันเป็นสิ่งที่ผมต้องแสดงว่าทุกอย่าง ยังอยู่ภายใต้การควบคุมที่ดี ..

  • สิ่งที่ผมได้รับไฟเขียวมาจาก “ท่านนายกฯ ประยุทธ์” ก็คือ อบ่าปิดบังข้อเท็จจริงทั้งหลายให้ปชช. มีอะไรต้องบอกให้ ปชช.ทราบ
  • เรามีการรายงานตลอด เมื่อมีเหตุปุ๊ปเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้วถ้าท่านจำได้ พวกเราไปที่สนบ.สุวรรณภูมิ ไปดูวิธีการตรวจโรคอย่างเต็มที่ คัดกรองคนอย่างไร / คนเดินออกจากเครื่องบินแล้วเป็นอย่างไร
  • ผมลองไปเช็คเครื่องตรวจด้วยตัวเอง อย่าง ผมไม่มีไข้อยู่แล้ว ก็ลองเอาน้ำร้อนที่ถืออยู่ในมือแล้วเดินผ่านเครื่อง..เครื่องก็เป็นสีแดงทันที ..พอเอาน้ำร้อนออกไป แล้วเดินผ่านเครื่อง..เครื่องก็ไม่มีสีแดง .. แสดงว่า ความไวของเครื่องก็ใช้ได้
  • เราคัดกรองผู้ป่วยได้ ..ซึ่งคนแรก เป็นชาวจีน และสั่งให้ สธ.ดูแลรักษาโดยไม่ต้องกังวลกับค้าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

  • ตอนนี้เรามาถึงจุดที่ โรคนี้..เป็นที่ตื่นตระหนกไปทั่วโลก ให้ความสำคัญ ..ในเมืองไทย มีคนจีนเดินทางเข้ามามหาศาล เข้ามาท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้บ้านเรา
  • บางทีที่คนบอกว่า ทำไม ไม่ปิดประเทศ ไม่ห้ามคนจีนเข้าประเทศ ณ จุดนี้ ยังทำไม่ได้ ยังไม่มีความจำเป็นถึงขนาดต้องทำเช่นนี้ แต่สิ่งที่ทำ และผมพูดได้ในฐานะ รมว.สาธารณะสุข เราคัดกรอง คัดแยกผู้ป่วยที่แสดงอาการ ว่า “มีไข้” ออกมาได้ 100%
  • ณ ตอนนี้เราคัดกรองออกมาและคอนเฟิร์มได้ว่า ผู้ป่วยรายใดไม่มีการติดเชื้อไวรัสฯ ก็รักษาแบบอาการผู้ป่วยทั่วไป แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาฯ เราก็ดูแลรักษาในห้องแยก ซึ่งปัจจุบันพบ 8 คน ที่คอนเฟิร์มว่า ติดเชื้อ .. ทั้ง 8 คนอยู่ในมือ ก.สธ แล้ว (รักษาหาย 5 ..เหลือเฝ้าดูอาการ 3)

  • เรื่องนี้รัฐบาลไทย ให้ความสำคัญมาก.. นายกรัฐมนตรีไทย ให้ความสำคัญมาก .. รมว.สาธาณสุข ถือว่า โรคนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในหัวมาตลอดตั้งแต่เช้า.. ตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน ..
  • มีการทำงานประสานกับ ปลัด สธ./ อธิบดีกรมควบคุมโรค / พูดคุยโทรศัพท์กับ Dr. Tedros ผอ.องค์การอนามัยโลก (WHO) ( Dr. Tedros Adhanom Ghebreyesus) พูดคุยกับ Dr.Daniel A.Kertesz ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอดเวลา / พูดคุยกับอธิบดีทุกกรมของ ก.สาธารณสุข / ผู้ตรวจราชการทั้ง 15 เขตของ ก.สาธารณสุข คอนเฟอเร้นท์กัน ทำงานกันตลอดเวลา
  • เราไม่ใช่ทำงานแบบเชิงรับ แต่เราเป็นเชิงรุก เป็นเชิงรุกแบบไม่ต้องการให้ตื่นตระหนก เพราะประสบการณ์ของ ก.สาธารณสุขเรามามีมาก จนสามารถรองรับสถานการณ์ด้วยความสุขุม รอบคอบได้ ..ปลัดกระทรวง สธ. ชื่อ “สุขุม” เราก็ทำงานแบบสุขุมรอบคอบได้

  • ขอให้เชื่อว่าเราเห็นความสำคัญเรื่องนี้ และไม่ได้นิ่งนอนใจ..ขอให้มั่นใจว่า ยังเราทำงานกันเต็มที่..
  • การเจอคนไข้ว่ามีเชื้อไวรัสฯ 8 ราย ในประเทศ..คือ ความสำเร็จของประสิทธิภาพของการทำงานระบบสาธารณะสุข ไม่เกี่ยวกับทำไมถึงปล่อยให้เกิดคนติดเชื้อ อยู่ในประเทศ ในคนละประเด็น.. เมื่อมีเชื้อแล้วตรวจพบ..นี่คือระบบคัดกรองตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ..

ตอนนี้ ..ไทยมี 5 ระดับขั้นตอน.. ที่ใช้เป็นเกณฑ์การติดตามสถานการณ์ไวรัสฯ คือ

  1. กรณีพบเจอคนไข้ที่เจอไวรัสฯ (ซึ่งตรวจเจอแล้ว 8 / หายแล้ว5 / เฝ้าดูอาการ 3)
  2. กรณีพบเจอคนไข้ที่มีไวรัสฯ แต่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ โรคที่สำแดง ไม่ได้อุบัติขึ้นจากในไทย
  3. กรณีเจอคนไทยติดเชื้อจากในปท. (ตรงนี้ยังไม่เกิดขึ้น)
  4. ติดต่อจากคนสู่คน ระหว่างในปท.
  5. ติดต่อจากคนสู่คน ระหว่างปท.

ถามว่า..วันนี้ เราอยู่ขั้นไหน.. ตอบ คือขั้น 1 เท่านั้น ..ยังเป็นช่วงจำกัดวงของการระบาดได้อยู่ .. แต่สิ่งที่ต้องตระหนัก คือ การติดต่อจากคนสู่คนได้ เพราะฉะนั้น ก็ต้องระวังกันเรื่องนี้

วันนี้ทดลองออกอากาศ .แบบไม่มีสคริป.. ลองมา Live เล่าดูว่า จะไหวกับการรายงานสถานการณ์แบบนี้หรือไม่ เพราะมีข่าวที่ไม่มีที่มาที่ไป…

ขอใหั ปชช. ฟังการแถลงข่าวของ สธ.เป็นสำคัญ เพื่อยืนยันข้อมูล แม้ว่าท่านจะรับข่าวสารจากช่องทางไหนก็ตาม

สั่งให้ ก.สาธารณสุขแถลงข่าวทุกวัน..เพื่อให้ข้อมูลกับ ปชช. มากที่สุด


ช่วงหนึ่งของการ Live – นายอนุทินระบุด้วยว่า.. วันนี้ตกใจมาก มีคนเข้ามาดู Live 200 กว่าคนแลัว..ไม่เคยมีใครเข้ามาดูผมมากเท่านี้มาก่อน ..เป็นครั้งแรกที่ Live แบบมีสาระ (ช่วงหนึ่งยอดชมขึ้นไปกว่า 1,500-1,600 )

ติดตาม Facebook live เต็มๆ ได้ที่ลิ้งค์นี้

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3009739825753872&id=100001536522818

 
ปิดความเห็น บน สรุปประเด็น! “รมว.อนุทิน” FB live เล่ากลางดึก ชี้แจงสถานการณ์ #ไวรัสโคโรนา ย้ำ รบ.เดินหน้าเชิงรุก แบบไม่ตื่นตระหนก ขอปชช.มั่นใจสาธาณสุขไทยเก่ง

Posted by บน มกราคม 27, 2020 in การเมือง, คมนาคม, ทั่วไป, สิ่งแวดล้อม-รอบตัวเรา, สุขภาพ-สาธารณสุข, เรื่องของเรื่อง - หลากเรื่องเล่า, แก้ปัญหาผู้บริโภค, แถลงการณ์-บทความพิเศษ-คำชี้แจง

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

รัฐมนตรี..ขอตรวจสอบ! ภาพเหล่านี้ “บิลลี่”ถ่ายไว้ก่อนเสียชีวิต เมื่อปี2557 แต่ปัจจุบันยังไร้คำตอบผลสอบจากกรมอุทยานฯ #ใครเลื่อยไม้ #ใครฆ่าบิลลี่

7 กันยายน 2562

รัฐมนตรี..ขอตรวจสอบ! ภาพถ่ายเหล่านี้ เป็นภาพที่นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ “บิลลี่” ถ่ายไว้ก่อนเสียชีวิต เมื่อปี 2557

– บิลลี่ ถ่ายจากกล้องถ่ายภาพ ไม่ใช่คลิปจากโทรศัพท์

– ภาพเซทนี้ บิลลี่ถ่าย หลังขัดแย้งกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยถูกกล่าวหาว่า กะเหรี่ยงตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งบิลลี่พยายามหาหลักฐานพิสูจน์ ว่า ต้นเหตุของการตัดไม้ทำลายป่าไม่ใช่ชาวกะเหรี่ยง

– สังเกตจากภาพ…จะพบว่า..ปรากฏภาพผู้ชาย สวมเสื้อที่มีข้อความว่า “กรมอุทยานแห่งชาติ” ถือเลื่อนยนต์ ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่

และยังปรากฎภาพคนสวม”ชุดลายพราง” ร่วมถือเลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ด้วยเช่นกัน

– และบางภาพ คนชุดลายพราง ยังยืนร่วมอยู่ในเหตุการณ์ตัดต้นใหญ่ด้วย

– ชุดลายพรางลักษณะนี้ เป็นชุดของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ไม่ใช่ชุดที่แจกจ่ายให้บุคคลทั่ว

– ภาพเหล่านี้ ถูกเผยแพร่เมื่อปี 2557 ก่อนบิลลี่ เสียชีวิต

– ภรรยาของบิลลี่ ได้นำภาพ มอบให้นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ

– จนนำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนของกรมอุทยานฯ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ในขณะนั้น

แต่จนถึงปัจจุบัน 2562 ยังไม่ปรากฎการสรุปผลสอบต่อสาธารณะ

– สอบถาม “วราวุธ ศิลปอาชา”รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าเคยเห็นภาพชุดเหล่านี้บ้างหรือไม่

– รมว.วราวุธ บอกว่า ยังไม่เคยเห็น

– ถาม รมว.วราวุธ ว่า กรมอุทยานฯ เคยตั้งกรรมการสอบแล้ว (โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3) เป็นไปในทิศทางที่เรียกว่า มีมูล.. แต่เมื่อส่งผลสอบเข้ามาที่กรมอุทยานฯ ส่วนกลางแล้ว ปรากฏว่า ผลการสอบเงียบไป ไม่ปรากฏต่อสาธารณะตั้งนั้น จนถึงขณะนี้

– รมว.วราวุธ บอกว่า จะให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ตรวจสอบ

– โทรหา “วิจารณ์ สิมาฉายา” ปลัดกระทรวงฯ เพื่อสอบถามความคืบหน้า แต่เมื่อวานนี้ ไม่สามมารถติดต่อได้..

– …รอความชัดเจน.. เรื่องนี้กันต่อไป..

*****************************

 

เมื่อต้องเข้าถ้ำหลวง..! ประสบการณ์.. ทำให้รู้ว่า.. ถ้าจะเข้า”ถ้ำน้ำ..” แบบ ถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ต้อง… #เรื่องเล่าถ้ำหลวง

เขียนบล็อก : 29 มิถุนายน 2562

ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าว ThaiPBS

เมื่อต้องเข้าถ้ำหลวง..! ประสบการณ์.. ทำให้รู้ว่า.. ถ้าจะเข้า”ถ้ำน้ำ..” แบบ ถ้ำหลวง และ ถ้ำทรายทอง ในวนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน หรือถ้าจะขึ้นเขาไปแถวจุดน้ำมุด.. ดูเส้นทางน้ำเหนือถ้ำ..จุดที่น้ำมุดลงสู่ถ้ำหลวง.. อ.แม่สาย จ.เชียงราย..

รองเท้า..แบบ..มีขายนี้แถวตลาดแม่สาย.. คู่ละ 140 -180 บาท (ขึ้นกับความสามารถในการเจรจาต่อราคา) เหมาะใส่เข้าไปทำข่าว..ภายในถ้ำมากที่สุด..ทำให้ทรงตัวดี..เกาะยึดพื้นที่มีสภาพเป็นน้ำ..โคลน.. หิน..ได้ดี..

“..ถ้ำน้ำ..” คือ ถ้ำที่นักสำรวจบอกว่าเป็นถ้ำที่ยังมีชีวิต.. มีระบบนิเวศน์สมบูรณ์ .. ทุกสรรพสิ่งเกื้อกูลกัน..ทั้งถ้ำ..น้ำ..สัตว์ถ้ำ.. และระบบนิเวศน์..

ถ้ำน้ำ..เป็นถ้ำที่มีน้ำไหลหลากในหน้าน้ำ..ตั้งแต่ปลายมิถุนายน / กรกฏาคมเป็นต้นไป..น้ำท่วมขังยาวนานจนข้ามปี และจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเข้าหน้าร้อน..

ส่วนหน้าร้อน..กว่าระดับน้ำจะลดลง..แต่ก็ยัง มีโคลนเคลือบผนังถ้ำ..น้ำขัง.. น้ำฉ่ำๆ แฉะๆ.. อย่างในช่วง เมษายน – พฤษภาคม ..

.. เราจึงเข้ากันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2562..พร้อมทีมสำรวจธรณี เป็นช่วงที่ไม่มีฝนตก.. อุณหภูมิข้างนอกถ้ำ ร้อนมาก..ร้อนระอุทะลุ 40 องศาฯ ด้วยซ้ำ …

แต่พอเข้ามาในตัวถ้ำหลวง.. เหมือนคนละโลก.. ความฉ่ำเย็น.. มีลมพัดเย็นสบายในหลายช่วง.. มีโครงสร้างธรณีที่น่าสนใจหลายประเด็น…

.. ThaiPBS..สำรวจจากปากถ้ำ.. ไปถึง “จุดพบเด็ก” 13 หมูป่า.. ตอนนี้ ได้คำตอบชัดเจนแล้วว่า จุดที่เด็กๆ อยู่กันเพื่อรอการช่วยเหลือ ไม่ใช่ “เนินนมสาว” ..แต่ผู้เชี่ยวชาญที่เคยสำรวจถ้ำหลวงมาหลายครั้งอย่าง “พี่รัก” กมล คุณงามความดี อดีต จนท.วนอุทยานถ้ำหลวงฯ เรียกว่า โซน “พัทยา บีช”

การสำรวจจุดนี้.. ทีมธรณีวัดระยะทางได้ 2,297 เมตร ห่างจากปากถ้ำ เกือบ 3 กิโลเมตร.. ซึ่งตามข่าวช่วงแรกๆ มีการสื่อสารกันว่า จุดที่เด็กติดถ้ำอยู่ห่างจากปากถ้ำ 6-7 กิโลเมตร .. บางแห่งบอกว่า กว่า 10 กิโลเมตร.. ตอนนี้ ได้ชุดข้อมูลที่ชัดเจนด้วยการวัดระยะทางโครงสร้างได้แน่ชัดแล้ว..

ทีมข่าว..เดินเลยจากจุดพบเด็ก..ออกไปอีกเพื่อติดตามทีมธรณีสำรวจต่อไปอีก.. แต่ไปไกลได้อีกแค่ราวๆ 700 เมตร ..ก็เจอแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ขวางตรงหน้า.. ทีมธรณีวางพิกัดสุดท้ายไว้ที่นี่…

ไปต่อไม่ได้แล้ว.. เพราะอุปสรรคน้ำขวางหน้า.. ก็ถอยมาสำรวจ เก็บข้อมูล ลงรายละเอียดมากขี้น..ในจุดที่สำรวจได้

เป้าหมาย … ผลิต “แผนที่ถ้ำหลวง”.. ฉบับทางการ..

โจทย์ใหญ่และโจทย์ยาก..จากเหตุการณ์เด็กติดถ้ำ.. ที่ไม่มีใครเคยรู้ว่า โครงสร้างถ้ำภายในที่แท้จริงเป็นอย่างไร.. งานนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรธรณี จึงจับมือทำงานร่วมกัน.. เพื่อเดินหน้าสู่การเรียนรู้ของสาธารณะ..

รออีก 3 เดือน..นับจากนี้การประมวลข้อมูลต่างๆ ของทีมธรณี หลังจากเก็บข้อมูลในถ้ำหลวง.. อาจได้เห็นความชัดเจนมากขึ้นอีก..

#เรื่องเล่าถ้ำหลวง

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

วิกฤตสุดๆ..วันฐานทัพแตก! หลายคนอาจไม่รู้ #เรื่องเล่าถ้ำหลวง ย้อนความทรงจำ 28 มิ.ย.61 วันน้ำถาโถมทะลักปากถ้ำ ช่วงค้นหา 13ชีวิตติดถ้ำ

เขียนบล็อก : 27 มิ.ย.2561

ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าว ThaiPBS

วิกฤตสุดๆ..วันฐานทัพแตก! เรื่องเล่า..ย้อนเหตุการณ์ถ้ำหลวง..หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ..ช่วงเวลาหนึ่ง.. ที่ทุกฝ่ายระดมกำลังค้นหาเด็กๆ กันเต็มกำลังภายในตัวถ้ำหลวง แต่มวลน้ำที่ไหลหลากถาโถมจากด้านในถ้ำทะลักมาถึง โถง 3 .. ฐานปฏิบัติการของซีลไทย จนทั้งซีล และทุกคนที่อยู่ในถ้ำขณะนั้นทั้งหมดต้องถอยออกมาจากถ้ำ.. และเรียกกันว่า “วันฐานทัพแตก” แต่ยังลุยปรับแผนงานการค้นหาและช่วยเหลือเด็กๆ กันรอบใหม่ โดยทุกฝ่ายไม่สิ้นความหวัง และไม่ละความพยายาม

****************************

คำถาม : เหตุการณ์ถ้ำหลวง ในช่วงนั้นยังต้องค้นหาเด็กๆ ทั้ง 13 ชีวิต.. อะไรคือช่วงความวิกฤตที่สุดในสถานการณ์ ที่พี่รักเผชิญคะ ?

ช่วงหนึ่ง ของการสัมภาษณ์ “พี่รัก”กมล คุณงามความดี ชายชุดแดง บัดดี้ข้างกาย มิสเตอร์ เวอร์นอน อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ..

พี่รัก : “… วันที่ 28 มิ.ย.2561 ครับ.. เวลาประมาณตีหนึ่งครึ่ง ย้อนไปตอนนั้นมีคุณจอห์น/ คุณริค / คุณโรเบิร์ต (นักดำน้ำถ้ำชาวอังกฤษ) มิสเตอร์เวอร์ ผม ทหารอีก 2 นาย … ผมจำนายทหารได้ว่าชื่อ พี่เกมส์กับน้องโอทั้งหมด 7 คน เราเข้าตัวถ้ำหลวงเวลาประมาณ 3 ทุ่มนะครับ นักดำน้ำต่างชาติเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำอังกฤษที่เชิญตัวมา

..วิกฤตที่สุดคือ คุณจอห์น/ คุณริค/ คุณโรเบิร์ต เริ่มดำจากจุด 900 เมตร เขาเรียกว่า “จุดลงรู” ถ้าผู้ปฏิบัติงานจะทราบดีว่า ความกว้างแค่ 2 ฟุต นะครับ เขาเริ่มดำผ่านไปประมาณซัก 2-3 ชั่วโมง ราวๆ เที่ยงคืนแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากเขาดำกลับมาพร้อมกับมวลน้ำมหาศาลที่ตามเขามาฟองอากาศบุ๋มๆๆ วันนั้นเป็นวันที่วิกฤตที่สุดคือน้ำขึ้น 10 นาที 1 ฟุต …. 10 นาทีฟุตนึง… 10 นาทีฟุตนึง…

พวกผมยอมรับว่าแบกถังออกซิเจนทุกคนน่ะ แบกถังออกซิเจนหนีออกมาหน้าปากถ้ำนะครับ จากจุด 900 เมตรเราไม่ได้วิ่งดุ่ยๆ เราต้องข้ามเขา..ข้ามเหว…ข้ามหินครับ เราวิ่งออกมาถึงปากถ้ำ วันนั้นน่ะถ้าผู้ปฏิบัติงานจะทราบ เค้าเรียกว่า “วันฐานทัพแตก”นะครับ ฐานทัพแตกข้างหน้านี่อยู่กันไม่ได้ มิสเตอร์เวอร์เตือนแล้ว คุณเวอร์เขาแจ้งแล้วว่าให้รีบออกไป ผมก็แจ้งต่อท่านทั้งหลายว่ามวลน้ำตามหลังผมมานะครับ ให้ท่านรีบเคลื่อนย้ายเพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าหน้าโถงท่วมแน่นอน มีโอกาสช็อตสูง

แล้วเป็นไปดังที่ผมแจ้ง และมิสเตอร์เวอร์แจ้ง ก็คือช่วงตีหนึ่งครึ่งถึงตีสองที่ผมออกมากันนะครับ วันนั้นเป็นวันที่วิกฤตที่สุดและผมได้รับบาดเจ็บ ก็คือผมล้มนะครับ ก่อนที่ผมจะแบกถังออกซิเจนเข้าไปดำน้ำกับทีมอังกฤษ ผมเพิ่งลงมาจากยอดเขาดอยจ้อง ลงมาปุ๊บผมก็มาสแตนด์บายรอ เพราะ มิสเตอร์เวอร์แจ้งแล้วว่า ทีมนักดำถ้ำชาวอังกฤษจะมาถึงแล้วนะรัก เดี๋ยวนำทีมอังกฤษเข้าไปนะ วันนั้นผมล้มนะครับตอนที่เข้าไปช่วยค้นหาเด็กๆ ด้วยใจเป็นห่วง ถึงขนาดต้องไปทำแผลที่คลินิกที่โรงพยาบาลนะครับ คือมันเป็นความรู้สึกที่แย่มากที่ว่าทำไมตัวผมถึงมีกำลังแค่นี้ที่จะช่วยเหลือเด็กนะผมพยามแล้วนะครับ..”

“.. หลังจากนั้น มีการถอนกำลังก่อนครับ หลังจากที่น้ำทะลุทะลักออกปากถ้ำ มีการถอนกำลังทั้งหมดถอดเครื่องมือทั้งหมดมาปรับเปลี่ยนรูปแบบแบบแผนใหม่ ซึ่งทางผบ.นรข. อันนี้ผมทราบข้อมูลมาแล้ว ก็คือท่านจะเริ่มวางถังออกซิเจนวางไกด์ไลน์วางอะไรคือท่านไม่ท้อครับ ผมแจ้งท่านแล้วว่าผมเห็นทุกอย่างตอนที่เค้ากำลังออกมา แม้แต่ทางคุณจอห์น คุณริคแล้วก็คุณโรเบิร์ตเองเขาก็ไม่ท้อครับ แม้ว่าน้ำทะลักออกมาแล้วนะ แต่วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็ดำน้ำต่อของเขา เขาก็ไปของเขา ไม่ต้องวางแผนเขาเข้าไปเลย นับถือใจท่านจริงๆ เลย ว่าท่านทำได้อย่างไรครับ เขาทำให้คนไทยทั้งโลกทราบแล้วว่าเขาสามารถดำน้ำไปจนพบเด็กๆ ได้ ท่านเก่งมากครับ..”

#เรื่องเล่าถ้ำหลวง

 

สาเหตุ..น้ำท่วม กทม.! ฝนตกหนักถึง 200มล.จากปกติตกเต็มที่ 70มล./น้ำทะเลหนุน +ขยะอุปสรรค ระบายช้า

สาเหตุ..น้ำท่วม กทม.! เช้านี้..สอบถามกับ นายจักกพันธุ์ ผิว งาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ เกี่ยวกับน้ำท่วมในกทม. กว่า 50 เส้นทาง 

***สรุปเบื้องต้น****

– พบข้อมูลฝนตกหนักตั้งแต่ 5 ทุ่มของวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ถึง ตี 5 ของวันนี้ (14ตุลา)  และ หยุดตกเมื่อช่วง 6 โมงเช้า

– ปริมาณน้ำฝนตกมากสุดเป็นประวัติการณ์ ในกทม. ประมาณ 203 มล. (รองจักกพันธุ์ จำไม่ได้ว่าในรอบกี่ปี)  ซึ่งแตกต่างจากปริมาณฝนที่ตกเต็มในกทม.แบบหนักเต็มที่อยู่ที่ประมาณ 60-70 มล. 

– เมื่อคืนช่วง ตี 3 – ตี 4 ยังเจอสถานการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตรเศษ ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า

– สภาพน้ำท่วมถนนในกทม. กว่า 50 เส้นทางในกรุงเทพเช้าวันนี้ รองผู้ว่าฯ บอกว่า ไม่เกี่ยวกับน้ำเหนือ จากอยุธยา ที่ไหลเข้า กทม. แต่มาจากฝนตกหนักมากเมื่อคืนต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง 

– สภาพคลอง..แม้ก่อนหน้านี้ขุดลอกคลองไปแล้ว.. แต่ขยะ ที่อยู่บนถนน..และท่อระบายน้ำ เป็นอุปสรรค ที่ทำให้น้ำระบายได้ช้า

– จะพยายามระบายน้ำท่วมหลายเส้นทางให้แห้งก่อน 12:00น.วันนี้  ยกเว้นเส้นทาง ถ.วิภาฯ และ ถ.รัชดา ยังไม่แน่ใจว่า จะระบายได้แห้งเมื่อได้ แต่จะพยายามให้เร็วที่สุด

(10:00)

 

โอ้ววว..! กรมวิทย์ฯ เผยทดสอบค่าแถบสีธงชาติไทย คัดเลือกธงต้นแบบจาก 3แหล่ง พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ/ พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย /ธงจากราชนาวี  ประกาศราชกิจจาแล้ว 30ก.ย.60 ให้หน่วยงานยึดเป็นเกณฑ์สีธงมาตรฐาน

เขียนบล็อก : 11 ตุลาคม 2560

ตามที่มติคณะกรรมการจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 100 ปี การประกาศใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานกรรมการ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ เป็นรองประธานกรรมการ ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการกำหนดมาตรฐานแถบสีธงชาติไทย เพื่อให้มีมาตรฐานสีและเป็นมาตรฐานสีตามหน่วยสากล โดยกำหนดในลักษณะของค่าแนะนำทางราชการ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้กำหนดจัดการประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 9 หน่วยงาน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เป็นหนึ่งในหน่วยงาน ที่สำนักนายกรัฐมนตรี เชิญให้เข้าร่วมประชุมหารือการพิจารณากำหนดมาตรฐานแถบสีธงชาติไทย ร่วมกับ  9 หน่วยงาน ได้แก่

กระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรม

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

กรมวิทยาศาสตร์บริการ

สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

สำนักงานกฎระเบียบกลาง

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

และหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง

เพื่อคัดเลือกธงต้นแบบ ที่จะกำหนดสี ด้วยวิธีการวัดสีธงต้นแบบ (แดง-ขาว-น้ำเงินแก่) จากแหล่งดังนี้

1.ธงชาติจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จากธง 2 ประเภท ได้แก่ ธงชัยเฉลิมพล และ ธงไตรรงค์

2.ธงชาติจากพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย

และ 3.ธงจากราชนาวี

โดยที่กรมวิทยาศาสตร์บริการได้รับมอบหมายให้พิจารณาคัดเลือกธงจากทั้ง 3 แหล่ง โดยดูจากลักษณะปรากฏ และการวัดค่าสีด้วยเครื่อง Colorimetric spectrophotometer แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อกำหนดค่าสีของธงต้นแบบ และได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 245 ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 ให้เป็นเกณฑ์ลักษณะของค่าแนะนำของธงชาติไทย

จากการทดสอบค่าแถบสีธงชาติไทย (สีน้ำเงินแก่ สีขาว และสีแดง) ด้วยเครื่อง Colorimetric spectrophotomete ซึ่งผลของการทดสอบที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมได้กำหนดค่า CIELAB D65 สีแดง ค่า L* = 36.4 , a* = 55.47 , b* = 25.42  สีขาว ค่า L* = 96.61 , a* = -0.15 , b* = -1.48 และสีน้ำเงิน ค่า L* = 18.63 , a* = 7.89 , b* = -19.45 โดยได้กำหนดค่า ∆E* (delta E) ไม่เกิน 1.5

และได้ประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 245 ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 ให้เป็นเกณฑ์ลักษณะของค่าแนะนำทางราชการ