RSS

Category Archives: เยาวชน-การศึกษา

(กำหนดการ) 3 มิ.ย.59 สภาวิศวกร แถลง “เหตุการณ์เพลิงไหม้ สถานสงเคราะห์บ้านเด็กรวมใจ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย” @โกลเด้นทิวลิปฯ กทม.

(โพสต์ : 1 มิถุนายน 2559)

สภาวิศวกร ร่วมกับ สมาคมผู้ตรวจสอบและบริหารความปลอดภัยอาคาร

สนับสนุนโดย สถาบันป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NFPA)

จัดแถลง “เหตุการณ์เพลิงไหม้สถานสงเคราะห์บ้านเด็กรวมใจ

อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย”

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2559 เวลา 10.00 นาฬิกา

ณ ห้องวาสนา ชั้น 3 โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพมหานคร

**เริ่มลงทะเบียนเวลา 09.30 น.**

กำหนดการแถลงโดย

ดร.กมล ตรรกบุตร นายกสภาวิศวกร

กล่าวเปิดการแถลงข่าว

นายพิชญะ จันทรานุวัฒน์ ประธานคณะทํางานประสานงานภัยพิบัติด้านอัคคีภัย สภาวิศวกร – สรุปเหตุการณ์เพลิงไหม้

นายวสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ นายกสมาคมผตู้รวจสอบและบริหารความปลอดภัยอาคาร (BSA) – ชีวิตในหอพักกับที่พักอาศัยจะปลอดภัยอย่างไร

นายวิเชียร บุษยบัณฑูร กรรมการที่ปรึกษาสมาคมผู้ตรวจสอบและบริหารความปลอดภัยอาคาร (BSA) – ความเสี่ยงอัคคีภัยจากกระแสไฟฟ้า

ร้อยโทวโรดม สุจริตกุลผู้แทนประจําประเทศไทย สถาบันป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา

(National Fire Protection Association, NFPA)

– มาตรฐาน NFPA กับการแก้ปัญหาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยไทย

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , ,

แอพใหม่! นศ.พระจอมเกล้าฯ ธนบุรี สร้าง แอพฯ Dog Blood Donor สื่อกลาง ช่วยเหลือ-รับบริจาคเลือดให้ สุนัข

image

28 ธ.ค.2558

Dog Blood Donor แอพพลิเคชัน สื่อกลางในการติดต่อขอรับบริจาคเลือดสุนัข ไอเดีย 3 สาว เพ็ญรดี คลังสุนทรรังสี(บี) , ภัทราภรณ์ ด้วงสำรวย (วิว) และ วริศรา เอกศิริ (จอย) นักศึกษาจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)  
         จากประสบการณ์ตรงที่เห็นสุนัขของเพื่อนต้องตายลงเพราะหาเลือดสำหรับผ่าตัดไม่ทัน ทำให้ วิว คิดหาช่องทางในการสื่อสารอย่างคล่องตัว และอัพเดทที่สุด ในการหาทางช่วยเหลือสุนัขที่กำลังป่วยรอรับการช่วยเหลือ เธอบอกว่าแม้เฟสบุค (facebook)จะมีผู้ใช้อยู่มากมายมีศักยภาพในการกระจายข่าวอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว แต่เธอพบว่า เฟสบุคกลับมีข้อจำกัดเรื่องการอัพเดทของข้อมูล เมื่อโพสต์ข่าวจะถูกแชร์และเมื่อกระจายไปเรื่อยๆ ข่าวมักจะไม่ได้ถูกอัพเดท ให้เป็นปัจจุบัน ว่าสุนัขได้รับเลือดหรือยัง ได้รับเพียงพอไหม ต้องการเพิ่มอีกเท่าไหร่ พอข้ามวันคนที่อ่านก็อาจจะเริ่มคิดลังเลว่า อาจจะได้รับการช่วยเหลือไปแล้วหรือไม่
จึงเป็นที่มาของการทำ Dog Blood Donor เพื่อเป็นสื่อกลางในการติดต่อกันระหว่างเจ้าของสุนัขที่ต้องการขอรับบริจาคเลือดกับเจ้าของสุนัขที่ต้องการบริจาคเลือด โดยเริ่มต้นผู้ใช้จะต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพื่อระบุตัวตนเจ้าของสุนัขพร้อมกับน้องหมา เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับสมาชิกท่านๆ อื่นได้เห็นว่าในเครือข่ายมีสุนัขพันธุ์อะไร กี่ตัว หมู่เลือด น้ำหนัก แม้จะยังไม่ป่วยก็เข้ามาเป็นสมาชิกไว้ก่อนได้ เพราะนอกจากแอพฯ นี้จะเป็นสื่อกลางในการติดต่อขอรับบริจาคเลือดแล้ว ยังมีประกาศ และบทความดีๆ ที่เกี่ยวข้องมาลงให้อ่านกันอีกด้วย

image

 “กรณีที่เมื่อมีน้องหมาป่วยขึ้นมา สมาชิกที่เป็นเจ้าของน้องหมาก็สามารถเข้ามากดขอเลือด ซึ่งในการขอเลือดแต่ละครั้งก็จะมีฐานข้อมูลให้กรอกรายละเอียด เช่น ป่วยเป็นอะไร สถานที่ที่บริจาคได้ ที่สำคัญคือ กรุ๊ปเลือด และ ปริมาณเลือดที่ต้องการ ซึ่งคุณหมอที่ให้การรักษาจะเป็นผู้ประเมินมาแล้วว่า ต้องการกี่ซีซี จากนั้นโพสต์ประกาศ ข่าวประกาศก็จะปรากฏที่หน้าหลักของแอพฯ ทันที”

จอย กล่าวเสริมว่า หลังจากที่โพสต์ประกาศแล้ว แอพฯ นี้ยังมีระบบที่ช่วยคำนวณปริมาณเลือดที่ต้องการว่า จะต้องได้รับการบริจาคเลือดจากสุนัขตัวอื่นประมาณกี่ตัว เช่น หากหมอประเมินแล้วว่าต้องการเลือด 600 ซีซี ระบบก็จะสามารถคำนวณได้ทันทีว่าจะต้องมีสุนัขตัวอื่นมาบริจาคเลือดให้อย่างน้อย 2 ตัวถึงจะเพียงพอต่อความต้องการ

image

“เราคำนวณจากน้องหมาน้ำหนัก 17 กิโลกรัม เพราะเป็นน้ำหนักมาตรฐานที่สามารถบริจาคเลือดได้ โดยสุนัข 1 ตัว น้ำหนัก 17 กิโลกรัม จะสามารถบริจาคเลือดได้อย่างน้อย 300 ซีซี ต่อ 1 ครั้ง ดังนั้น หากมีสมาชิกแอพฯ เข้ามาโพสต์หรือกดบริจาคให้ 2 ครั้ง ถึงจะเป็นการบริจาคที่ครบสมบูรณ์ และผู้ประกาศก็จะเป็นผู้ปิดประกาศเอง”
นอกจากนี้ ยังมีระบบคำนวณวัน due date ว่า น้องหมาตัวดังกล่าวสามารถรอการรับบริจาคเลือดได้กี่วันโดยคุณหมอที่ให้การรักษาจะเป็นผู้บอกกับเจ้าของน้องหมา ถ้าสามารถรอได้ไม่เกิน 3 วัน ระบบจะจัดให้อยู่ในแถบ “ฉุกเฉิน”
แต่หากสามารถรอได้นานกว่านั้น ระบบก็จะติดแถบให้อยู่ในรูปแบบทั่วไป

วิว และบี ระบุว่า “ปัจจุบันยังไม่มีแอพฯ ที่จะมาช่วยเหลือระหว่างผู้เลี้ยงสุนัขด้วยกันแบบนี้ หากมีผู้เข้ามาใช้มากๆ ก็ทำให้เกิดสังคมแห่งการช่วยเหลือแบ่งปันในเรื่องดีๆ ได้ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการต่อยอดและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น”

 

กว่า 4,500 เล่ม ! กรมศิลป์ฯ เปิดให้บริการ “หอสมุดปิยมหาราชรฦก” ทุกวันพุธ-อาทิตย์ ศึกษาค้นคว้าพระราชประวัติ ร.5

image

17 ตุลาคม 2558

กรมศิลปากร โดย สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญเยาวชนและบุคคลทั่วไปเข้าใช้บริการหอสมุด ปิยมหาราชรฦก ศูนย์ข้อมูลการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เปิดให้บริการทุกวันพุธ ถึงวันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. ณ ตึกถาวรวัตถุ  ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ พุทธศักราช ๒๕๕๘

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ปรับปรุงพื้นที่ด้านทิศเหนือของตึกถาวรวัตถุ ซึ่งสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดเป็น “หอสมุดปิยมหาราชรฦก”  เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลสำหรับการศึกษา ค้นคว้า วิจัย พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในด้านต่างๆ เช่น การบริหารราชการแผ่นดิน ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ รวมทั้งการศึกษาประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิตไทย

image

ประกอบด้วยหนังสือพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หนังสือพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หนังสือที่เกี่ยวข้องกับจุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์ และหนังสือที่เกี่ยวข้องกับมหามกุฎราชสันตติวงศ์ แบ่งเป็น ๓ ห้องคือ ห้องบริการหนังสือใหม่ ให้บริการหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในทุกด้าน ทั้งที่เป็นพระราชนิพนธ์ และหนังสือที่เขียนขึ้นโดยบุคคลอื่น วิทยานิพนธ์ รวมทั้งภาพและแผนที่ ห้องบริการหนังสือหายาก ให้บริการหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นในรัชกาลที่ ๕ – ๗ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น พระราชนิพนธ์ที่จัดพิมพ์ครั้งแรก หนังสือของหอพระสมุดวชิรญาณ สมุดไทย ราชกิจจานุเบกษา และเอกสารการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ฯลฯ

ผู้ใช้บริการติดต่อขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าใช้บริการ ห้องบริการระบบสืบค้นข้อมูลและสื่อโสตทัศน์ ได้แก่ การให้บริการ D-Library การสืบค้นฐานข้อมูลห้องสมุดอัตโนมัติ และการสืบค้นฐานข้อมูลพระปิยมหาราช จากคอมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูล ซึ่งขณะนี้มีหนังสือให้บริการ รวม ๔,๕๐๐ เล่ม 

image

นอกจากนี้ ภายในตึกถาวรวัตถุ ยังได้จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาส ๑๐๐ ปี แห่งการสวรรคต เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ในการปฏิรูปประเทศทุกด้าน เพื่อให้ไทยรักษาเอกราชและความเป็นประเทศที่เจริญและทันสมัย ผู้สนใจเข้าใช้บริการหอสมุดปิยมหาราชรฦก ณ ตึกถาวรวัตถุ ได้ทุกวันพุธ ถึงวันอาทิตย์ (หยุด  วันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.     ๐ ๒๒๒๑ ๖๘๓๐

 

เพชรในเพลง! กรมศิลปากร จัดประกวดเพลง (เพชรในเพลง) หมดเขต ๓๑ มี.ค.๕๘ เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ รายละเอียด ดังนี้..

image

(โพสต์ : 18 ก.พ.2558)

การประกวดเพลง (เพชรในเพลง) เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๘    

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๘ เพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลงผู้มีผลงานดีเด่นด้านการใช้ภาษาไทย และสนับสนุนให้มีการสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีคุณภาพทั้งการประพันธ์คำร้องและผู้ขับร้อง ผู้สนใจส่งผลงานได้ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘   

การประกวดเพลง (เพชรในเพลง) เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๕๘ แบ่งออกเป็น ๔ ประเภท คือ
๑.รางวัลเชิดชูเกียรติผู้สร้างสรรค์เพลงดีเด่นในอดีตด้านการส่งเสริมเอกลักษณ์และค่านิยมไทย

๒.รางวัลผู้ประพันธ์เพลงที่ใช้ภาษาไทยดีเด่น เพลงไทยสากลและเพลงไทยลูกทุ่ง

๓.รางวัลผู้ประพันธ์เพลงส่งเสริมเอกลักษณ์และค่านิยมไทย

๔.รางวัลผู้ขับร้องที่ใช้ภาษาไทยดีเด่นเพลงไทยสากล ชาย-หญิง และเพลงไทยลูกทุ่ง ชาย-หญิง

ผู้มีสิทธิส่งเพลงเข้าประกวด ได้แก่

๑.ศิลปินเพลง หมายถึง นักร้อง นักแต่งเพลง

๒.หน่วยงานต้นสังกัด หมายถึง บริษัท  ค่ายเพลงหรือองค์กรที่เป็นต้นสังกัดของศิลปิน

๓.องค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย สมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย สถาบันการศึกษา ฯลฯ

๔.บุคคลทั่วไป โดยขอสงวนสิทธิ์สำหรับศิลปินที่ได้รับรางวัลชนะเลิศติดต่อกัน ๓ ปี ให้งดส่งผลงาน  ๒ ปี นับแต่ปีที่ได้รับรางวัลปีสุดท้าย

คุณสมบัติของเพลงที่ส่งเข้าประกวด ทั้งเพลงไทยสากล และเพลงไทยลูกทุ่ง ต้องเป็นเพลงที่ประพันธ์คำร้องขึ้นใหม่ และเผยแพร่สู่สาธารณชนระหว่างเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ – เดือนมีนาคม ๒๕๕๘ 

การส่งผลงานเพลงเข้าประกวด ค่ายเพลง สมาคม และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ส่งผลงานเพลงได้ไม่เกินประเภทละ ๓ เพลง

ศิลปินเพลงและบุคคลทั่วไป ส่งผลงานเพลงได้ไม่เกินประเภทละ ๓ เพลง

ประเภทการประพันธ์คำร้อง ส่งผลงานเพลง  (เนื้อเพลง) ชื่อผู้แต่งคำร้อง พร้อมซีดีผลงานเพลง  จำนวน ๒ ชุด

ประเภทผู้ขับร้อง ส่งผลงานเพลง (เนื้อเพลง)
ชื่อนักร้อง พร้อมซีดีผลงานเพลง จำนวน ๒ ชุด

สามารถส่งผลงานด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยระบุชื่อผู้ส่ง ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘

หรือส่งผลงานได้ที่สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ๘๑ /๑ อาคารกรมศิลปากร ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพ ฯ ๑๐๓๐๐                       

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร ๐ ๒๖๒๘ ๕๐๒๑ ต่อ ๕๒๒ หรือ ๕๐๗ และ        ๐ ๒๒๘๑ ๑๑๕๓

หรือทางเฟสบุ๊ก เพชรในเพลง กรมศิลปากร https://www.facebook.com/pechtnaipleng

 

แถลงการณ์! พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง  ซัด ธ.ไทยพาณิชย์ ไม่แจ้งเตือน-ไม่ให้ความร่วมมือ จนเกิดเหตุยักยอกเงินสถาบัน สูญพันล้าน

image

22 มกราคม 2558

แถลงการณ์! สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง  เรื่อง  ขอความร่วมมือจากสถาบันการเงิน 

จากกรณีคดียักยอกเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสืบสวนรูปคดีจากหลักฐานต่างๆ ส่งผลให้คดีมีความคืบหน้าไปมาก แต่ยังขาดเอกสารสำคัญคือ สลิปถอนเงิน  สำเนาการสอบสวนนายทรงกลด ศรีประสงค์ ขณะที่เป็นผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์
โดยขณะนี้สถาบันเห็นว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาให้ข่าวในทำนองว่าธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบต่อการถอนเงินของสถาบันโดยทุจริต

สถาบันจึงตั้งข้อสังเกต  ตลอดจนเรียกร้องขอความร่วมมือ ดังนี้

1. สถาบันขอให้ธนาคารมอบเอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมดแก่พนักงานสอบสวน  ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวจะเป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันการกระทำความผิดของนายทรงกลด ศรีประสงค์ และหาบุคคล กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกระทำผิด หรือแม้แต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นความผิดของทางธนาคารด้วยหรือไม่  ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้รับความร่วมมือ

2.  จากการที่ผู้บริหารของสถาบันเข้าพบผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสของธนาคารไทยพาณิชย์ทราบว่ากรณีการลาออกจากการเป็นพนักงานของธนาคารไทยพาณิชย์ของนายทรงกลด ศรีประสงค์ ผู้ต้องหาคนสำคัญของคดี  สืบเนื่องจากธนาคารได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและผลการตรวจพบว่าบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการผิดขั้นตอนของการเบิกถอนเงินของสถาบันโดยมิได้มีลายมือชื่อของผู้บริหารสถาบันกำกับหรืออาจไม่มีใบถอนเงิน

ซึ่งเป็นการทำผิดวินัยร้ายแรงด้านการเงิน
ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ส่อไปในทางทุจริตของลูกจ้างธนาคารแต่ธนาคารกลับมิได้แจ้งความผิดปกติดังกล่าวให้สถาบันทราบ ซึ่งธนาคารควรจะต้องไล่นายทรงกลด ศรีประสงค์ ออกหรือดำเนินคดีกับนายทรงกลด ศรีประสงค์ธนาคารก็กลับใช้วิธีให้นายทรงกลด นำเอกสารการทำธุรกรรมมาให้ผู้บริหารลงนามให้ครบและให้ยื่นใบลาออกไป 
การแก้ปัญหาเช่นนี้ทำให้สถาบันขาดความน่าเชื่อถือต่อธนาคารอย่างยิ่ง ซึ่งสถาบันต้องการทราบว่า ผู้มีอำนาจลงนามเบิกจ่ายของสถาบัน ได้ลงนามย้อนหลังไปให้ธนาคารหรือไม่  เพราะปกติจะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีการถอนเงินโดยไม่ชอบไปแล้ว และในการปฏิบัติของสถาบันจะต้องแนบใบถอนมาพร้อมกับหนังสือขอคำสั่งอนุมัติ  ซึ่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดอยู่ที่ธนาคารต้องเอาออกมาแสดง

3.  การที่ธนาคารปฏิบัติเช่นนี้จึงนำมาซึ่งความเสียหายเป็นจำนวนเงินมหาศาลในเวลาต่อมานั้น  หากธนาคารมีระบบและการปฏิบัติงานของบุคคลที่เกี่ยวข้องได้มาตรฐานจริง  ธนาคารน่าจะทราบสัญญาณความผิดปกติดังกล่าวในบัญชีของสถาบันซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคาร และทำการตรวจสอบหรือแจ้งเตือนมายังสถาบัน หรือแจ้งรายงานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย  ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารมิได้ดำเนินการใดใด จนสถาบันเป็นฝ่ายตรวจพบ

4.  ข้อน่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือ เงินฝากของสถาบันที่ถูกทำการทุจริตไปครั้งนี้เป็นเงินฝากประจำ แต่มีการถอนไปก่อนกำหนดทั้งสิ้น และการเบิกถอนในแต่ละครั้งเป็นเงินจำนวนมาก เมื่อธนาคารตรวจสอบพบการปฏิบัติงานที่ผิดปกติของนายทรงกลดศรีประสงค์แล้ว ไม่แจ้งธุรกรรมที่น่าสงสัยนี้แก่ ปปง. ทราบ กลับปกปิดโดยให้นายทรงกลด ศรีประสงค์ลาออกไป ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้นายทรงกลด ศรีประสงค์ มีโอกาสไปเป็นผู้จัดการที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและทุจริตเงินของสถาบันได้อีก

5. สถาบันในฐานะที่เป็นผู้เสียหายโดยตรงจึงขาดความเชื่อมั่นในมาตรฐานการบริหารจัดการเงินฝาก และหลักธรรมาภิบาลของธนาคารไทยพาณิชย์  สถาบันจึงทบทวนการทำธุรกรรมทางการเงินทุกประเภทกับธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อการรักษาผลประโยชน์ของสถาบัน ตลอดจน เพื่อความปลอดภัยทางการเงินของบุคลากรและนักศึกษาของสถาบัน

อย่างไรก็ตาม สถาบันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คดีดังกล่าวจะสามารถหาผู้กระทำความผิดทั้งหมดมารับโทษตามกฎหมาย โดยหลักฐานจากธนาคารจะเป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้คดีนี้คลี่คลาย

ทั้งนี้สถาบัน มุ่งหวังให้กรณีดังกล่าวจะเป็นกรณีศึกษาให้กับประชาชน หน่วยงาน องค์กร ฯลฯ ให้มีความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารหรือหน่วยงานทางการเงินที่ได้มาตรฐานอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเช่นเดียวกับสถาบันที่ผ่านมา

 

สวทช. ประกาศผล 10 ข่าวดังด้านวิทยาศาสตร์ 23ธ.ค.57 พร้อมเปิดตัวงานวิจัย“เลนส์ทวิทรรศน์” (กำหนดการ)

image

( โพสต์ 18 ธ.ค.57)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเรียน เชิญสื่อมวลชนทุกท่านเข้าร่วม “งาน แถลงข่าวประกาศผล 10 ข่าวดังด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2557” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 21โดยมีวัตถุ ประสงค์เพื่อให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป มีความตระหนักและมีความเข้าใจในองค์ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยไม่หลงเชื่องมงายสิ่งที่เกิดขึ้นโดยปราศจากหลักการหรือบทพิสูจน์ บนพื้นฐานความเป็นจริง ซึ่งในปีนี้ ได้พิจารณาข่าวที่ได้รับการเผยแพร่จากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ในรอบปีที่ผ่านมาในหลากหลายแง่มุมทั้งใน ประเด็นข่าวที่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ข่าวความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และข่าวสารสาระองค์ความรู้ ความเชื่อต่างๆ ที่เป็นกระแสสังคม เป็นต้น

โดยภายในงานดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมเปิดตัวผลงานวิจัยสุดไฮเทคจากนักวิจัยไทยในผลงานที่มีชื่อว่า “เลนส์ทวิทรรศน์” แบบพกพาและเชื่อมต่อ สมาร์ทโฟนได้ มีคุณสมบัติพิเศษสามารถขยายได้ถึง 50 และ 100 เท่า เลยทีเดียว เพื่อมอบเป็นของขวัญแก่ผู้เข้าร่วมงานในโอกาส ขึ้นปีใหม่

 ****************

(ร่าง) กำหนดการแถลงข่าว ประกาศผลการจัดอันดับ ๑๐ ข่าวดังด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี ๒๕๕๗ พร้อมเปิดตัว “เลนส์ทวิทรรศน์” วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๓๐-๑๘.๐๐ น. ณ ห้องอินฟินิตี้ ๑ โรงแรมพลูแมน บางกอก คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ

************************* ๑๓.๓๐-๑๔.๑๕น. ลงทะเบียนและชมนิทรรศการ       

๑๔.๑๕-๑๔.๒๕ น. 
พิธีกรกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน       

๑๔.๒๕-๑๔.๓๕น. รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สมชาย เทียมบุญประเสริฐ)      กล่าวถึงที่มาโครงการสำรวจการจัดอันดับ ๑๐ ข่าวดังด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

๑๔.๓๕-๑๕.๐๕ น. 
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กล่าวถึงผล ๑๐ ข่าวดังด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี ๒๕๕๗

๑๕.๐๕-๑๕.๓๕ น. เปิดตัวผลงานวิจัย “ทวิทรรศน์ : เปลี่ยนกล้องมือถือให้กลายเป็นกล้องจุลทรรศน์”  ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)    

ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

๑๕.๓๕-๑๕.๕๐น. พิธีมอบรางวัลประกวดภาพถ่ายผลึกศาสตร์จำนวน ๗ รางวัล