RSS

Category Archives: เนื้อหารายการ วิทยุ-ทีวี

ฉบับเต็ม! “สุภิญญา”แจง ปชช.ต้องเข้าใจ กสทช.เสนอทางออกแล้ว แต่ Ch3 ไม่เลือกเอง/ จ่อรื้อดูใบอนุญาตช่อง 3 อีก 3ช่องดิจิตอล

image

23 กันยายน 2557

ภายหลังการหารือร่วม ระหว่าง ช่อง 3 และ บอร์ด กสท.กสทช. จากผลคำสั่งทางปกครองของ กสท. ที่ให้โครงข่ายดาวเทียมและ เคเบิ้ลฯ ถอดผังช่อง 3 อะนาล็อค ออกจากโครงข่าย ทำให้ไม่สามารถชมช่อง 3 อะนาล็อค ทางช่องเคเบิ้ล และช่องดาวเทียมได้

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. กสทช.

“ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ว่า เราขอให้ ช่อง 3 ทำจดหมายเป็นทางการเพื่อขอออกอากาศคู่ขนานได้ไหม แต่เค้าบอกว่า ทำไมเค้าต้องทำ ทำให้ไม่ให้ กสท.เป็นคนออกเอง เราก็บอกว่า คุณต้องทำมา อย่าถามลอยๆ ทำถามมา เราจะค่อยตอบเอง เพราะเค้ารู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของเราต้องทำ มันเลยจบยาก ถามว่าจริงๆ มันเป็นหน้าที่ของใครที่ต้องขอยื่นออกคู่ขนาน

บอร์ด กสท. ยังยืนยันมติของเราว่าเราไม่แก้ไขมติ ยังมีผล แต่วันนี้เรายื่นทางออกให้ช่อง 3 หากต้องการออกอากาศต่อได้ทุกระบบหลังสิ้นเดือนนี้ มีทางเลือก 2 ทาง คือ ขอออกคู่ขนานในช่องดจิตอล หรือ ขอใบอนุญาตเป็นทีวีดาวเทียม หน้าที่เรามีแค่นี้ ที่เหลือช่อง 3 ต้องตัดสินใจ ถ้าเค้าไม่ออกคู่ขนานก็ต้องมาขออนุญาตเป็นทีวีดาวเทียมก็จบ จะออกคู่ขนานหรือไม่ ช่อง 3 ควรทำจดหมายของมา เมื่อใดที่จดหมายขอมาว่าต้องการออกคู่ขนาน เราไม่ได้บอกว่าจะให้หรือไม่ให้คู่ขนาน ทำจดหมายมาก่อนจึงจะพิจารณา เรายินดีสนับสนุนการคู่ขนาน แต่ว่าคุณอย่าพูดลอยๆ คุณทำจดหมายมาถึงเราหรือยัง
 

เราเสนอทางเลือกเราเป็นผู้กำกับ และมีมติแล้ว ว่า คุณไม่มีสิทธิ์ออกบนเคเบิ้ลฯ และดาวเทียมฯ หลังจากเราไม่คุ้มครองคุณเป็นฟรีทีวี แต่ว่าเรามีมาตรการให้คุณเลือก 2 ทาง ให้คุณแสดงเจตจำนงค์ว่าจะเลือกทางไหน ไม่ใช่ให้เราไปบังคับคุณมันไม่ใช่แบบนั้น คุณก็เลือกมา มีสิทธิ์ยื่นจดหมายมา 2 แบบ คือ ออกอากาศคู่ขนาน หรือ ขอใบอนุญาตทีวีดาวเทียม เรามีหน้าที่รับพิจารณา เรายังสับสนอยู่ว่าเค้าจะเลือกทางไหน ก็ถ้าเค้าไม่รับก็เป็นเรื่องของเค้า เพราะเราเสนอทางเลือกแล้ว

ฝากไปยังประชาชนที่กังวลว่าจะเกิดปัญหาจอดำ ทาง กสทช.หาทางออกให้ช่อง 3 แล้วเพื่อจะได้ดูต่อ คือ มายื่นขอออกอากาศคู่ขนานในช่อง 33 HD หรือ 43 และ สอง ขอใบอนุญาตเป็นทีวีดาวเทียม หรือ เคเบิ้ล สิ่งที่จะต้องทำ คือ ช่อง 3 จะต้องมายื่น และค่อยเป็นหน้าที่ กสท.พิจารณา มี 2 ทางเลือก วันนี้ที่เชิญมาคือแจ้งให้ทราบ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วช่อง 3 ไม่เลือก ขอให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่า อันนั้นเป็นสิทธิของผู้ประกอบกิจการตามกติกา ไม่ใช่ว่า กสทช.ไม่ให้ เค้าต้องเลือกเอง เสนอเองว่า จะเลือกทางหนึ่ง หรือ สอง
 

สิทธิที่ช่อง3 จะฟ้องนั้น ถือว่าเป็นสิทธิของผู้ประกอบการอยู่แล้ว เราจะรับมาคิดต่อให้ทั้งๆ ที่ธุรกิจทั้งหมดของเค้า ต้องไปเคลียร์ของเค้าเอง แต่หากจะให้ กสท.ทำให้ชัด เราก็คิดทำเตรียมให้ไว้่ แต่ผู้ประกอบการก็ต้องแสดงเจตจำนงค์เองด้วย ถ้าผู้ประกอบการไม่แสดงเจตจำนงค์ แต่อยู่ๆ ผู้กำกับอย่างเราไปบอกว่าให้คุณออกนั่นออกนี่ เรามีหน้าที่เสนอแนะ แต่คุณก็ต้องเสนอมา รวมถึงประเด็นที่เค้ากังวลเรื่องข้อกฎหมายในการออกอากาศคู่ขนาน ทุกวันนี้เราก็รอช่อง 3 ทำจดหมายถามมาตลอด แต่ถามว่า ทำไมเค้าไม่ทำมา
 
ภาพรวมเรื่องการถอดผังช่อง 3 ตามคำสั่งทางปกครอง ของผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะอยู่ราววันที่ 30 กันยายน

ประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการด้วยตนเองเป็นหลักซึ่งจะเกี่ยวพันกับใบอนุญาตอนาล็อก และดิจิตอล ซึ่งจากนี้เราจะดูเป็นแพคเก็จไปเลย คือ ดูใบอนุญาต ช่อง 3 อะนาล็อก และใบอนุญาตของช่อง 3 ทั้ง 3 ช่อง / 3 ใบ จะดูว่าสุดท้ายทั้ง 4 ราย ประกอบกิจการด้วยตนเองหรือไม่ เพราะถ้าเค้าคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นปัญหา เราก็จะกลับไปดูทั้งแพคเกจ ว่ามันมีปัญหาจริงหรือเปล่า
 

เราพยายามเต็มที่ของเราแล้ว

แต่เราก็โยนกลับไปว่าจริงๆ มันเป็นหน้าที่ของเอกชนด้วย คุณที่ต้องพยายามที่จะทำตามกติกาให้ได้มากที่สุด คุณมี 2 ทางเลือก แต่ต้องยื่นกลับมา เรายังยืนอยู่จุดนี้ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเราด้วยว่าเราก็ให้ความเป็นธรรมกับช่อง 3 มากแล้ว เราก็พยายามจะแก้ปัญหาเพื่อคนดู แต่ถ้าสุดท้าย ช่อง 3 ยังยืนอยู่ที่จุดเดิมมันก็ยากเหมือนกัน คุณต้องพยายามบ้าง ที่พยายามเสนอมาว่าจะขอออกคู่ขนาน หรือทีวีดาวเทียม ส่วนข้อกฏหมายต่างๆ ที่ว่ามา เราจะไปคลี่ให้ดูว่า การขอรับใบอนุญาตช่อง 3 ทั้ง 4 รายนั้น สุดท้ายประกอบกิจการด้วยตัวเองหรือไม่ จะดูให้เป็นแพกเกจและจะนำมาสู่คำตอบให้ช่อง 3 ด้วย
ถ้าสองฝ่ายต่งทำการบ้านของตัวเอง

ก็ไม่น่าจะใช้เวลานาน เอกชนควรทำการบ้านด้วย อย่าผลักภาระให้เป็นหน้าที่ของเราอย่างเดียว เพราะไม่ใช่มีเคสช่อง 3 ที่ต้องดูแล ยังมีผู้ประกอบการอีกหลายร้อยรายที่เราต้องดูแล คุณก็ต้องช่วยแก้ปัญหาฝั่งคุณด้วย
 

เรื่องจอดำบอร์ดมีมติมีผลไปแล้ว

ซึ่งท้ายคนที่จะมาขอเพิกถอนมติเราคือศาลปกครองอย่างเดียว หากช่อง 3 จะขอขยายระยะเวลา มันไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะเรามีมติไปแล้ว และตอนนี้ก็ยังไม่มีใครยื่นหนังสือมาเพื่อขอผ่อนปรนด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่ช่องเคเบิ้ลเองก็พร้อมถอดผังตามคำสั่งทางปกครองของ กสท.
 

การรับชมช่อง3 ในระบบอะนาล็อก ประชาชนก็ยังสามรถรับชมได้ ผ่านหนวดกุ้ง และใช้กล่องทีวีดิจิตอล แต่จะไม่ชัด เพราะเป็นภาคพื้นดินเหมือนกัน แต่ภาพมันไม่ชัด เอาสายจากหนวดกุ้ง เสียบเข้ากล่องทีวีดิจิตอล และสวิซจากตัวทีวีไปเป็นกล่องก็จะดูได้ แต่อาจจะไม่ชัด”

 

ฉบับเต็ม! “ธวัชชัย”กสท. ยันแผนช่อง 3 ไม่อยากออกคู่ขนาน มุ่งทำทีวีดาวเทียม ชี้ต้องขอใบอนุญาตก่อน

image

23 กันยายน 2557

ภายหลังการหารือร่วม ระหว่าง ช่อง 3 และ บอร์ด กสท.กสทช. จากผลคำสั่งทางปกครองของ กสท. ที่ให้โครงข่ายดาวเทียมและ เคเบิ้ลฯ ถอดผังช่อง 3 อะนาล็อค ออกจากโครงข่าย ทำให้ไม่สามารถชมช่อง 3 อะนาล็อค ทางช่องเคเบิ้ล และช่องดาวเทียมได้

นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสท. กสทช.

..ช่อง 3 เค้าหวังจะเป็นทีวีดาวเทียมในอนาคต มีเจตจำนงค์แต่แรกอยู่แล้วว่า ไม่ได้ตั้งใจจะออกคู่ขนาน ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ เพียงแต่ว่าการออกเป็นทีวีดาวเทียม ก็ต้องทำในรูปแบบที่เรากำหนดเหมือนรายอื่น ส่วนตัวผมมองว่า ถ้าทำทีวีดาวเทียม ทำได้เร็วมันก็ดี ซึ่งก็ต้องทำเหมือนรายอื่น ทางเราหากเป็นไปได้อยากให้ออกคู่ขนาน เพราะจะได้ช่วยชาวบ้านที่ซื้อกล่องหรืออะไรไปดู ก็จะดูได้ จะราบรื่น แต่ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ประกอบการ แต่ท่าทีเค้ามีความต้องการที่จะเป็นทีวีดาวเทียม ไม่ได้ต้องการออกคู่ขนาน วันนี้ก็ยืนยันว่า ไม่ต้องการจะเป็นคู่ขนานตั้งแต่แรกอยู่แล้่ว

 
ทางกสท.ทำได้คือสนับสนุนเพื่อให้ออกคู่ขนาน แต่ถ้าสนับสนุนแล้วผู้ประกอบการไม่ประสงค์ ก็เป็นสิทธิของผู้ประกอบการ ซึ่งหากไม่ออกคู่ขนาน ก็ต้องมายื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการประเภท ทีวีดาวเทียม ทาง กสท.มีความปรารถนาให้ออกอากาศคู่ขนานระดับนึง แต่ก็มีข้อกฎหมายจำกัดเหมือนกัน ก็ต้องกลับไปดูกันอีกที ซึ่งช่อง 3 ตามแผนเค้าที่แจ้งมา คือ จะไม่ออกคู่ขนาน แต่จะให้เป็นทีวีดาวเทียมในอนาคต..”

 

ฉบับเต็ม! “พีระพงษ์ มานะกิจ” ยัน ช่อง 3 ยังเมินค่าเยียวยา ขอชี้สถานะภาพทางกม. หากฉลุยค่อยคุยเรื่องอื่น #ปมจอดำ

image

23 กันยายน 2557

ภายหลังการหารือร่วม ระหว่าง ช่อง 3 และ บอร์ด กสท.กสทช. จากผลคำสั่งทางปกครองของ กสท. ที่ให้โครงข่ายดาวเทียมและ เคเบิ้ลฯ ถอดผังช่อง 3 อะนาล็อค ออกจากโครงข่าย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดจอดำ

พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสท.กสทช.

“วันนี้ เป็นการมาคอนเฟิร์มว่า สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การคิดช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ หรือชดเชยเป็นด้านหลัก แต่เป็นปัญหาทางข้อกฎหมายทางสถานะภาพของเค้า เราต้องกลับไปคิดกันใหม่ ก็พูดอย่างตรงไปตรงมา ก็เป็นประเด็นที่คุยกันไปครั้งที่แล้วเหมือกัน ส่วนตัวผมเห็นว่า การเจรจาชัดเจนตรงที่เค้าไม่ได้คิดเรื่องค่าใช้จ่ายหรือชดเชยเป็นหลัก แต่เค้าคิดว่าสถานะภาพทางกฎหมายนั้น ต้องการให้ กสท.คอนเฟิร์มว่ามันถูกหรือผิดกฎหมาย

 
อีก 2-3 วัน ก็อาจต้องคุยกันเรื่องประเด็นข้อกฏหมายกัน และจะพยายามไม่ให้ชนกับช่วงเวลาที่สิ้นสุดการออกอากาศ เราอยากจะรีบทำ ซึ่งข้อเสนอเมื่อวาน (ลดหย่อนค่าธรรมเนียม) ก็คิดว่าเค้าจะพอใจหรือไม่พอใจ แต่กลายเป็นว่าเค้าก็ไม่ได้มองประเด็นนี้ เพราะห่วงเรื่องข้อกฎหมายมากว่า อันนี้ต้องให้เกียรติเค้า เพราะถ้าข้อกฎหมายผ่านแล้วค่อยมาฟังกันเรื่องอื่น

ส่วนตัว ผมหวังว่า เค้าจะยังมาคุยกันอีกหลังจากนี้ เรื่องการช่วยเหลือ หรือ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน เค้าก็มองว่ายังไม่ใช่ประเด็นใหญ่ของเค้า ผมหวังว่า ก่อนครบกำหนดวันจอดำ มันจะต้องมีทางออก เราจะพยายามเต็มที่..”

 

ฉบับเต็ม! ช่อง 3 ขอคำตอบทางกฎหมาย หวั่น”จอดำ”ปลายก.ย.นี้ กระทบคนดู 50ล้านคน/ ย้ำสถานะบริษัท เป็นคนละนิติบุคคล

image

23 กันยายน 2557

ภายหลังการหารือร่วม ระหว่าง ช่อง 3 และ บอร์ด กสท.กสทช. จากผลคำสั่งทางปกครองของ กสท. ที่ให้โครงข่ายดาวเทียมและ เคเบิ้ลฯ ถอดผังช่อง 3 อะนาล็อค ออกจากโครงข่าย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดจอดำ

ฉัตรชัย เทียมทอง ผอ.ฝ่ายการเงิน ช่อง 3

“..จริงๆ ไม่มีอะไรมาก มันไม่มีความคืบหน้าอะไร เพราะคำถามหลักของเราที่ถาม คือเรื่องกฎหมาย วันนี้เราทราบว่าเรื่องกฎหมายไม่ได้เป็นมติ และไม่มีอะไรคืบหน้า ก็คงมีเท่านี้ เราถามข้อกฎหมายว่า บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เป็นคนทำช่อง 3

แต่คนประมูลได้คือ บริษัทบีอีซีมัลติมีเดีย ถ้าเอาช่อง 3 ไปออกคู่ขนานในช่องดิจิตอลจะทำอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะไม่ให้ผิดกฎหมาย แต่วันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ..
 
(ส่วนเงื่อนไขลดค่าธรรมเนียม 4% ตามที่กสท.มีมตินั้น) เรื่องนั้น ยังไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลักคือความถูกต้อง ถ้าถูกต้องแล้วค่อยคุยเรื่องอื่นต่อ ถ้าไม่ถูกต้องเรื่องอื่นก็ไม่มีประโยชน์ที่จะคุย

เป็นที่ทราบกันว่า กสท.ออกคำสั่งทางปกครองว่าจะจอดำ 27-30 เป็นต้นไป หากไม่กรุณาผ่อนปรนให้ตรงนี้ คนดูจะดูไม่ได้ เจ้าของสินค้าได้แต่ถามว่าจะทำยังไง เราได้แต่บอกว่าถ้าคนดูไม่ได้เราก็ลดให้ แต่รายได้เราจะหาย และกำไรจะหาย เราก็หวังว่า ปัญหานี้คงไม่ใช่เรื้อรัง เพราะ กสท.ก็รับว่าจะไปดูให้เพราะท่านก็ไม่มีเจตนาจะสร้างความเสียหาย เราไม่ได้เร่งรัดท่าน แต่เราเตือนท่านว่าเวลามันเหลือน้อย เหลือน้อยลงไปทุกวัน เราก็ได้แต่หวังว่า จะจบได้ก่อนกำหนดวันจอดำ

มีการถามเรื่องผู้ถือหุ้นหรือสถานะการบริหาร จริงๆ มันก็ชัดเจนมาร่วม 20 ปีแล้ว เป็นคนละนิติบุคคล คนละกรรมการ ซึ่งประเด็นใหญ่ที่คุยกันคือเรื่องกฎหมายว่า ทำอย่างไรจึงจะให้ออกอากาศคู่ขนานได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ก็ให้เรามีความมั่นใจว่าช่อง 3 ออกอากาศคู่ขนานได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่จะทำอย่างไร ก็ให้ท่านช่วยชี้แนะ ประเด็นชดเชย หรือ ลดหน่อยค่าธรรมเนียม เรายังไม่ได้คุยกันถึงตรงนี้

ทางเลือกเรามีไม่มากแล้วนะครับ แต่การฟ้องศาลก็อาจไปฟ้องก่อนหน้าที่จะจอดำเพื่อขอคุ้มครอง กำลังหารือกับที่ปรึกษากฎหมายกันอยู่ จริงๆ เราไม่อยากไป เพราะมีคดีอยู่แล้ว ไม่อยากไปเพิ่มอีกคดี อยู่กับความเห็นของที่ปรึกษากฎหมาย และต้องให้เวลากสท.หาทางออกให้เรา หากท่านพร้อม ก็น่าจะนัดเรา เราเป็นคนปฏิบัติ เราไม่ได้ตั้งกฎ เราก็พูดเปิดอกกับ กสท.ว่า ปัญหาของเราอยู่ที่ไหน ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วว่า กสท.เป็นคนคุมกฎ สร้างกฎ ท่านก็ช่วยชีแนะแล้วกัน ว่าทำอย่างไร ถึงจะไม่ให้ผิดกฏ

เรื่อนิติบุคคล ก็เป็นข้อเท็จจริงชัดเจนแล้วว่า เป็นคนละนิติบุคคล และผู้มีอำนาจ ก็ชัดเจนว่าคณะกรรมการก็ไม่ใช่ชุดเดียวกัน วันนี้เรื่อนิติบุคคลไม่ได้มีการเตรียมเอกสารมาชี้แจง เราไม่ต้องยืนยันแล้ว เพราะมันเป็นข้อเท็จจริง เราไม่เคยทำอะไรผิดกฎ และจริงๆ เรื่องนี้ถูกตรวจสอบมาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่แค่ครั้งแรก

ภาพรวมหากต้องจอดำ จะกระทบ 16 ล้านครัวเรือน  / 50 ล้านคนดูช่อง 3 ผ่านดาวเทียม ซึ่งประเด็นที่จะยื่นศาล จะขอยื่นคุ้มครองชั่วคราวเพื่อให้ออกอากาศต่อไปได้ เป็นเรื่องเร่งด่วน คุ้มครองสิทธิคนดู 16 ล้านคน ที่ซื้อจานดาวเทียมไป ได้ใช้ประโยชน์จากที่เค้าลงทุนไป

เหตุการณ์ที่เกิดกับช่อง 3 ขณะนี้ ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่ช่อง 3 มากเกินสมควรด้วยซ้ำไป ตั้งแต่ช่อง 3 อยู่มา 44 ปีแล้ว เราใช้เวลา 44 ปี กว่าที่คนดู จะเป็นคนดูของเรา แต่คนดู 16 ล้านคน จะมีปัญหาในการรับชม แค่นี้ก็เสียหายมหาศาลแล้ว ต้องยอมรับว่า แผนรับมือเรามีค่อนข้างจำกัด เพราะเราต้องทำตามกฎ กติกา ส่วนแผนรับมือ ทาง กสท.บอกให้โทรไปเบอร์ 1200 (สายด่วน กสทช.)

ตอนนี้เรามองในแง่ดีว่า เรคกูเรเตอร์ (กสท.) คงไม่เอาคนดูเป็นตัวประกัน เพราะเห็นชัดว่าปัญหาอยู่ที่ไหน เราเชื่อว่า กรรมการ จะผ่อนผัน เรื่องเวลาการบังคับ แต่หากไม่ผ่อนผันท่านก็ทำได้ เพราะเป็นอำนาจของท่าน เหมือนที่เราได้ผ่อนผันจาก 30 วันเป็น 100 ต่อไปก็อีกสัก 30 วัน หรืออาจเป็น 100 วัน หรือ 300 วัน เราก็เสนอแนะท่าน เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้คนดูลำบาก เราบอกแค่ว่า ขอให้ท่านดูว่าถ้าเป็นไปได้อย่าไปทรมานคนดูเลย ทรมานเราคนเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับ กสท. เพราะเราไม่มีทางเลือกมาก

ในมุมธุรกิจเสียหายมาก อย่างที่คุณประวิทย์บอก มันเสียหายมาก จากกำไร จะกลายเป็นขาดทุนมหาศาล ปีทีแล้ว บีอีซี มีรายได้ประมาณ 15,000 ล้านบาท ถ้าเผื่อเราต้องคืนเงินให้ลูกค้า 70% ผมก็ไม่อยากคิด ถ้าเรื่องนี้ยืดยื้อไปเป็นปีก็เอา 365 วันไปหาร วันนี้ถือว่าการเจรจายังไม่จบ และหวังว่าจะคลี่คลายไปทางที่ดี

บรรยากาศในห้องประชุม ผมมอว่าผมกำลังใส่แว่นสีชมพู ก็มองว่าสดใสไว้ก่อน อย่างน้อยก็ปลอบใจตัวเอง เพราะท่านรับปากว่าจะไปดูให้ ประเด็นหลักๆ ประเด็นเดียวคือ กฎหมาย ขอให้มั่นใจว่าเราไม่ทำผิดกฎหมาย ก็จบไป 80-90% แล้ว เราขอความชัดเจนเรื่องกฎหมายอย่างเดียว

ตอนนี้ เปอร์เซนต์ที่ทำได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ กสท. เพราะเราพร้อม ตอนนี้ประเด็นหลักคือกฎหมาย ถ้าทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ ไปพูดเรื่องอื่นกันต่อก็ไม่มีประโยชน์..”
 

 

คำต่อคำ! บิ๊กบอส ช่อง 3″ประวิทย์ มาลีนนท์” ทำไมไม่ออกอากาศคู่ขนาน และ ทำไม ไม่ขอใบอนุญาตเพย์ทีวี ชี้กสทช.กลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก

image

13 กันยายน 2557

“..ผมขออนุญาตออกตัวก่อนว่า ไม่ได้มาในนามช่อง 3 แต่มาในฐานะส่วนตัว ผมอยากเริ่มแบบนี้ว่า ไม่แน่ใจว่าพวกเราทั้งหมดในวงการนี้ เราหลงทางหรือเปล่า เพราะตอนนี้โฟกัสมาอยู่ที่ กสท.กับช่อง 3 เป็นวิวาทะกัน ความจริงมันมีข้อขัดแย้งกันอยู่ เป็นประเด็นกฎหมาย ที่ไม่สามารถชี้ได้ว่าใครผิดใครถูก เพราะฉะนั้นขออนุญาตไปที่ศาล ผมขออนุญาตว่าไม่ให้ความเห็นอะไร แต่ส่วนตัวผมคิดว่ามันมีความขัดแย้งด้านแนวคิดเหมือนกัน ผมขออนุญาตยกแนวคิดของ ผอ.สมชัย (ไทยพีบีเอส) ที่เปรียบเทียบบอกว่า เราขึ้นไปชกมวย ขึ้นเวทีก็ลุยกันเลย ก็หมดแรง แต่จริงๆ คืออะไรรู้มั้ยครับ คนดูยังไม่เข้ามาเลย เราก็ชกกันก่อนหมดแรงกันก่อนไปแล้ว ผมเลยคิดว่าเรื่องแนวคิดนี่สำคัญ

ขอพูดเป็นส่วนตัวว่า เราติดกระดุมเม็ดแรกผิด เริ่มต้นในฐานะที่ กสทช.เป็นผู้กำหนดแนวทางของทีวี โทรทัศน์ในเมืองไทย เริ่มต้นเลย กสท.กำหนดเทคโนโลยีก่อน เอาเป็นว่า การส่งในระดับพื้นดิน คำถามผม คือ ทำไมไม่เป็นแบบดาวเทียมล่ะ ออนไลน์ล่ะ เทคโนฯ มีหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องไปอันใดอันหนึ่ง คุณพัชระ (สปริงส์) ได้พูดเรื่องโครงข่ายล่ม อันนี้จะเป็นปัญหาว่า หากเรามีระบบเดียว อันนั้น 2 สถานีเอง แต่ลองคิดดูว่าถ้าล่มทั้งประเทศ อะไรจะเกิดขึ้น ทำไมไม่ทำให้หลากหลายขึ้นมา

 
อีกอย่างที่เริ่มต้นก็ผิด คือ เราเริ่มประมูล และเร่งที่ผู้ประกอบการ คือเร่งคนที่จะทำงานมาแล้วก็ลุยกันเลย คนดูยังไม่มายังไม่เข้าเวทีเลย เพราะว่าโครงข่ายยังไม่ได้ทำ กล่องก็ยังไม่ได้แจกถึงบ้าน แต่ว่าเราทำงานไปก่อนแล้ว ปรากฏว่าเราทำงานไปฟรีแล้วครับ เงินทองเราก็ลงไปเยอะแยะแล้วสูญเปล่าเลย ทีนี้ผมขออนุญาตคิดบวกอย่างนี้ว่า หากเราลองเอาคนดูเป็นตัวตั้ง เอ๊ะทำไมคนดูยังไม่มา ความจริงผมยืนยันว่าวันนี้คนดู หรือพวกเราที่แข่งขันกันอยู่ จะเป็นอะนาล็อก ช่อง 3 หรือ ทีวีดิจิตอล 24 ช่อง อยู่บนแพลมฟอร์มเดียวกันแล้วทั้งดาวเทียม และเคเบิ้ล คนดูก็อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว อันนี้ไม่ทราบว่าจะมีใครโต้แย้งมั้ยครับ

แต่ปัญหาจะเกิด ก็คือว่า กสท.พยายามจะบังคับช่อง 3 ให้ออกจากทีวีดาวเทียม และเคเบิ้ลฯ ให้ผมไปออกคู่ขนาน ถ้าผลที่จะได้ตอนนี้ทันที คือผมกลับไปอยู่ที่เดิม เพียงแต่ว่าไปอยู่ที่ช่อง 43 ในโครงข่ายของดาวเทียมและเคเบิ้ลฯ แต่มันไม่ได้จบอยู่ตรงนั้น ที่จะให้ผมไป คือ บังคับให้ผมอยู่ในกล่องที่ กสท.จะแจกน่ะ เพราะหากผมไม่ไปอยู่ตรงนั้น แจกกล่องไม่ออก นั่นเป็นข้อเท็จจริง มีคนแนะนำผมบอกให้คิดบวกว่า หากจะขจัดปัญหาเรื่องการแจกกล่อง ให้รับอะนาล็อกได้ แต่ว่าตอนนี้ กสท.ไปบอกว่า คูปองที่แจก เอามาเป็นส่วนลดซื้อกล่องเฉพาะกล่องที่กำหนด ที่ไม่มีอะนาล็อค นี่เป็นปัญหาของกสท. เค้าบอกว่าไปเติมตรงนั้น 20-30 บาทเท่านั้นเอง

ประเด็นตอนนี้ กลายเป็นว่า ทุกคนจะมารุมผม แต่ว่าเราลืมสภาพข้อเท็จจริงไปหมด ผมว่าคิดบวกหน่อยได้มั้ยครับ ปัญหาที่เกิดมันมีวิธีแก้เยอะแยะ อย่างเรื่องกล่องที่จะแจกไม่ต้องมาบังคับผม มันมีขั้นตอนเยอะแย บอกได้มั้ยว่า คูปองฯ นำไปแลกกล่องอะไรก็ได้ แล้วให้ผู้ประกอบการเติมอะนาล็อกลงไป อันนี้เป็นแนวคิดนะครับ พอได้มั้ยครับ

ขออนุญาตตอบคำถามว่า ทำไมเราไม่เลิกอะนาล็อก ต้องขอตอบอย่างเห็นแก่ตัวเลยครับว่า เป็นสิทธิ์ของเรา แต่หมอบอกว่าผมจะอยู่ได้อีก 6 ปีอย่างสูง กำลังจะตายเพราะเทคโนฯ เก่า นั่นอย่างมาก แต่ผมจะตายวันตายพรุ่ง ผมไม่รู้ อาจตายก่อนนั้นก็ได้ อย่าไปสนใจอนาล็อกเลยครับ มันค่อยๆ ตายไปเอง จะดูทำยังไงให้คนดูไปอยู่ในแพลทฟอร์มเดียวกับทีวีดิจิตอลได้ และผมยืนยันว่านาทีนี้เราอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ผมเรียนกว่า ถ้าทีวีดิจิตอล ไม่มีอนาคต ไม่ทิ้งคนดู ผมถามว่าเดือนมิถุนายน กับกรกฏาคมที่ผ่านมา อาร์เอสจะเป็นที่หนึ่งได้อย่างไร ก็เป็นที่หนึ่งได้ครับ เพราะมีคนดู เพราะว่ามีฟุตบอลโลก เรื่องนี้ใครเถียงผมครับ และรายการฟุตบอลโลกเค้าอยู่หลังเที่ยงคืนเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำไป หากฟุตบอลโลกมาอยู่ช่วง 2 ทุ่ม ผมตายเลย มาตีละครยับ ฉะนั้นไม่ใช่ช่อง 3 ที่เป็นปัญหาครับ พวกเราต้องทำคอนเท้นท์ให้ดี
 

ผมเรียนว่า ช่อง 3 พัฒนามา ปีนี้เข้าปีที่ 45 แล้ว เรามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปีหนึ่งกว่าหมื่นล้านบาท ผมถามว่าทีวีดิจิตล 24 ช่อง มีช่องไหนที่ลงทุนเกินหมื่นล้านบาทบ้าง ถ้าลงทุนไม่ถึง คุณภาพรายการก็ไม่ถึง ก็เป็นปัญหาอีกว่าลงทุนไปแล้วไม่มีใครซื้อ มันเป็นลักษณะไก่กับไข่ ของผมก็เจอแบบนี้มาเหมือนกัน แรกๆ ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ตอนนี้ก็แข็งแรงขึ้น เรื่องปัญหาอะนาล้อกจบนะครับ

ผมขอตอบปัญหาอีก 2 ข้อว่า ทำไมเราไม่ขอใบอนุญาตเป็นเพย์ทีวี ผมเกิดมาเป็นฟรีทีวีตลอดครับ ถึงวันที่ กสท.จะออกกฏไม่ให้ผมเป็นทีวีเพื่อการทั่วไป ผมก็ยังเป็นฟรีทีวีอยู่ โทษทีผมเกิดมาเป็นผู้ชายนะครับ นาทีนี้ กสท.บอกว่า ผมไม่ใช่ผู้ชายแล้ว ให้ผมไปขอเปลี่ยนเป็นผู้หญิง และไปทำศัลยกรรมด้วย ถึงจะขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้ ถามว่ ผมไปขอใบอนุญาตเพย์ทีวีแล้ว ถามว่า ผมเป็นเพย์ทีวีจริงหรือเปล่า เพราะผมไม่ได้เก็บตังค์คนดูนะครับ และกสท.มีอำนาจอะไรที่จะให้ผมไปเปลี่ยนเพศ ไปแปลงเพศซะด้วยซ้ำไป

image

การที่จะขออนุญาตเป็นเพย์ทีวี จะเป็นธุรกิจใหม่ทันทีเลย ผมมีปัญหาที่ตามคือ ลิขสิทธิ์รายการทั้งหมดที่จะไปออกรายการ ต้องเสียใหม่ บางรายการที่เค้าขายให้เฉพาะเพย์ทีวีที่ช่อง 3 อาจมาออกที่เพย์ไม่ได้ เพราะเพย์ทีวีเค้าขายให้เจ้าอื่นไปแล้ว ผมต้องไปตั้งสถานที่ จัดคนเพื่อดำเนินงานช่องใหม่นี้ เพราะเป็นช่องใหม่เลย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ต้องตามมามหาศาล

อีกคำถามที่ต้องตอบคือ ทำไมเราไม่เปิดคู่ขนาน ขอตอบแบบทุบโต๊ะเลยครับว่า ผิด ผิดกฎเกณฑ์ของ กสท. เพราะกสท.บอกว่า คนที่ประมูลช่องดิจิตอลทีวีมา ต้องประกอบการเอง วันที่ กสท.อนุญาตให้ช่อง 7 และช่อง 9 ขึ้นไปออกอากาศคู่ขนาน ทาง กสท.ให้สัมภาษณ์เองว่า ช่อง 3 เนี่ยะ ไม่มีสิทธิ และไม่มีสิทธิ์อะไรเหมือนที่ช่อง 7 และช่อง 9 ทำ เพราะช่อง 3 กับบริษัทที่ไปประมูลดิจิตอลทีวี คนละนิติบุคคลกัน นาทีนี้ อยากให้ช่อง 3 ขึ้นไปคู่ขนานก็บอกว่าทำไมไม่า ผมไม่เคยคิดว่าจะขึ้นไปคู่ขนานเลยตั้งแต่ต้นนี่เป็นแผนธุรกิจของเรา ช่อง 3 มีแผนธุรกิจของตัวเองที่จะทำอะนาล็อคจนหมดอายุสัมปทาน ขณะที่ช่อง 33 คนที่ประมูลมาก็ต้องการพัฒนารายการของเค้า

 
แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไปคู่ขนาน แต่ว่ามีขั้นตอนเยอะแยะ เราต้องไปตกลงกันก่อนระหว่างช่อง 3 กับ ช่อง 33 และต้องไปตกลงกับ กสท.ก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่ เงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อกันจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอยากให้ดูด้านค่าใช้จ่ายผม ผมโดน 2 เด้งนะครับถ้าขึ้นคู่ขนาน เพราะต้องจ่ายสัมปทานให้ช่อง 9 ขณะเดียวกันผมต้องจ่ายสัมปทานของช่อง 33 ผมสองเด้ง ขึ้นไปผมก็เสียเปรียบท่านที่เป็นทีวีดิจิตอลแล้ว ที่บ่นว่าผมได้เปรียบ แต่ผมเสียเปรียบ รวมทั้งโครงข่าย (มักซ์) ที่ผมเช่ามา ผมไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยถ้าออกคู่ขนาน จะดูแลผมตรงนี้อย่างไร

image

ช่อง 33 ผมไม่มีแผนธุรกิจเหมือนช่องอื่น เช่น ช่อง 7 เค้าคู่ขนาน ไม่ต้องจ้างคน ไม่ต้องลงทุนสถานที่ ไม่ต้องจ้างคน ไม่ต้องสร้างรายการ แต่ผมมีสถานที่ ผมต้องจ้างคนมา ผมต้องไปผลิตรายการ ตรงนี้เป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่างทั้งนั้น ผมยกตัวอย่าง ช่อง 33 มีรายการของการ์ละแมร์อยู่ เราจ้างเค้าทำ ทันทีที่เอาสัญญาณของช่อง 3 มาทับ รายการนี้ก็หายไป ผมมีโอาสถูกฟ้องร้องนะครับ เพราะจ้างเค้ามาแล้ว เสร็จแล้วดึงเค้าออกไปทิ้งไว้ไหนครับ เค้าเสียหายเพราะลงทุน เช่าห้องส่งทำรายการ และมีข้อผูกพันกับเอเยนซี่โฆษณาด้วย พวกนี้เราไม่ผิด ผมบอกว่า เป็นไปได้ แต่ต้องกรุณาเคารพสิทธิ์ของเราด้วย และดูว่าเรามีปัญหาอะไรต่อๆไป ไม่ใช่ปิดทางนะครับ เราสามารถพูดคุยกันขอเปลี่ยนแผนงานธุรกิจได้ แต่ขั้นตอนจะเป็นอย่างไร อยู่กับว่า กสท.จะรับเรื่องนี้ไปอย่างไร

ผมไม่ได้ต้องการให้ผู้ชมจอดำ คิดดูแล้วกัน คนดูสะสมมา 40 กว่าปี อยู่ดีๆ จะเอาเค้าเป็นตัวประกันไปทำร้ายหรือครับ ขอฝากกว่าอะไรก็เป็นไปได้ แต่อย่ามาพูดกันด้านกฎหมาย ถ้าด้านกฎหมายให้เป็นเรื่องของศาล แต่ว่าการต่อรองหรืออะไรกัน เป็นไปได้ถ้ามีโอกาสได้คุยกัน..”

+++++++++++ 

หมายุเหตุ.. คุณประวิทย์ พูดประเด็นดังกล่าว ในขณะร่วมฟังในเวทีเสวนา “อยู่รอดอย่างรับผิดชอบ ในยุคทีวีดิจิตอล” จัดโดยสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ที่ รร.สุโกศล  

 

 

วันภาษาไทย! ก.วัฒฯ ยกย่อง 18 ปูชนียบุคคล, 7องค์กร ดีเด่น / 24 รางวัล”เพชรในเพลง” มีรายชื่อ-รายละเอียด ดังนี้..

28 กรกฏาคม 2557

วันพรุ่งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม  จัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๗  เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงแสดงความห่วงใยและพระราชทานแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยในโอกาสต่างๆ ด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชน ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง และการอนุรักษ์ภาษาไทยและภาษาท้องถิ่นอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงความเป็นมาและวัฒนธรรมอันยาวนาน ตลอดจนการสืบสานภาษาไทยให้คงอยู่ และถ่ายทอดสู่อนุชนรุ่นหลังสืบไป

กระทรวงวัฒนธรรม  ได้คัดเลือกปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น และผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย เพื่อเป็นแบบอย่างให้เยาวชน และประชาชน รวมทั้งยังได้ดำเนินการโครงการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) เพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลง  ที่มีผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย ได้แก่ นักประพันธ์เพลงที่มีความสามารถผสมผสานความรู้ทางภาษา วรรณศิลป์ คีตศิลป์และจินตนาการได้อย่างเหมาะสม และนักร้องที่ออกเสียงขับร้องเพลงได้อย่างชัดเจน ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี               

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลให้แก่บุคคลแบบอย่างด้านภาษาไทย เป็น ๔ ประเภท ได้แก่ 

๑.ด้านปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย เป็นผู้ที่มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่น เป็นที่ยอมรับของวงการภาษาไทย จำนวน ๑ ราย ได้แก่ รองศาสตราจารย์ประพนธ์  เรืองณรงค์

๒.ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น เป็นบุคคลที่มีผลงงานการสร้างสรรค์ภาษาไทย และสามารถใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม จำนวน ๙ คน ได้แก่

นางสาวเขมสรณ์ หนูขาว

นางเตือนใจ บัวคลี่

รองศาสตราจารย์นพดล จันทร์เพ็ญ

นางนันทพร ศานติเกษม (ปิยะพร ศักดิ์เกษม)

รองศาสตราจารย์นันทา ขุนภักดี

รองศาสตราจารย์ปิตินันธ์ สุทธสาร

รองศาสตราจารย์ไพบูลย์ ดวงจันทร์

ศาสตราจารย์อัจฉรา ชีวพันธ์

และรองศาสตราจารย์อัมพร สุขเกษม 

๓.ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น เป็นผู้ที่มีผลงานการสร้างสรรค์ภาษาไทยถิ่น และสามารถใช้ได้อย่างเหมาะสม จำนวน ๖ ราย ได้แก่

รองศาสตราจารย์เกษม ขนาบแก้ว

นายพญอม จันนิ่ม

นางพยอม ถิ่นถา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย ศรีสารคาม

ร้อยตรีวีระชัย ครองยุทธ

และนางสุพิน ฤทธิ์เพ็ญ

๔.ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย ซึ่งเป็นบุคคลหรือองค์กรที่มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย ประเภทบุคคล จำนวน ๒ ราย ได้แก่

รองศาสตราจารย์เรณู วิชาศิลป์

และ ศาสตราจารย์อนันต์ชัย เลาหะพันธุ

ประเภทองค์กร จำนวน ๗ แห่ง ได้แก่

กลุ่มวรรณกรรมสัญจร ชมรมวรรณศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

โครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยวัดไทยลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

ศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาและภาษาไทย วัดบุญญาราม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย 

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์ไท วัดท่ากระดาษ จังหวัดเชียงใหม่

สมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย

ส่วนกิจการสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

และสำนักกวีน้อยเมืองนคร              

************************
นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากร ได้ดำเนินการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้ประพันธ์ นักร้อง เพลงไทยสากล และลูกทุ่งที่ออกเสียงได้ถูกต้องตามอักขระภาษาไทย เพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลงที่มีผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย ทั้งนักประพันธ์เพลงที่มีความสามารถผสมผสานความรู้ด้านภาษา วรรณกรรม และนักร้องที่ร้องเพลงออกเสียงชัดเจน และถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาไทย โดยมีผู้ได้รับการประกาศยกย่องและมอบรางวัลทั้งประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง และเพลงไทยสากล ได้แก่ 

๑.รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษศิลปินผู้มีคุณปการต่อการสร้างสรรค์เพลง ได้แก่

นายมนตรี ตราโมท    

๒.รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษผู้มีคุณูปการต่อวงการเพลง ได้แก่

นายไพบูลย์ สำราญภูติ (คีตา พญาไท) 

๓.รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษเพลงชุดดีเด่นในอดีต ได้แก่

ชุดปริญญาชาวนา ผู้ประพันธ์ นายอาจินต์ ปัญจพรรค์ 

๔.รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษผู้จุดประกายวงการเพลงเด็ก ได้แก่

วงดนตรีสองวัย ผู้จัดการวง นางสาวปิยนุช บุญประคอง

๕.รางวัลเชิดชูเกียรติผู้ประพันธ์เพลงดีเด่นในอดีต จำนวน ๒ รางวัล คือ

ประเภทเพลงไทยสากล  ได้แก่ เพลงบ้านของเรา นายสติ สติฐิต (ครูเนรัญชรา)

และประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ เพลงแม่พิมพ์ของชาติ นายสุเทพ โชคสกุล 

๖.รางวัลการประพันธ์เพลงดีเด่นด้านภาษาไทยแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ

ประเภทการประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เพลงกอดแม่วงก์ นางจิระนันท์ พิตรปรีชา

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงค่าของคน นายยืนยง โอภากุล

และเพลงคนแรกที่รัก นายณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ (หมู มูซู)

ประเภทการประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เพลงสัญญานักสู้ นายสัญญารักษ์ ดอนศรีฐิติโชติ (สัญญารักษ์ ดอนศรี)

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงครูคือผู้ให้ นายพจน์ คีรีวรรณ

และเพลงนายฮ้อยแรงงาน นายวสุ ห้าวหาญ 

๗.รางวัลการขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย แบ่งเป็น ๔ ประเภท คือ

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย รางวัลชนะเลิศได้แก่ เพลงเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย นายปองศักดิ์ รัตนพงษ์ (ออฟ ปองศักดิ์)

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงรักแท้อยู่เหนือกาลเวลา นายจารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม (โดม จารุวัฒน์)

และเพลงค่าของคน นายยืนยัน โอภากุล

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เพลงเหนื่อยก็พัก ไม่รักก็พอ นางสาวหนึ่งธิดา โสภณ (หนูนา)

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงเมื่อไหร่ฟ้าจะมองที่ฉัน นางสาวณัทฐ์ฐิตา พิบูลภานุวัธน (พรีน)

และเพลงไม่เคยอยู่ในสายตา นางสาววรกาญจน์ โรจนวัชร (พันซ์ วรกาญจน์)

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เพลงรักจงรอ นายสุธิราช อุสุภะ (กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ อาร์สยาม)

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงสัญญาณรัก สัญญาณใจ นายสร่างศัลย์ เรืองศรี (หนู มิเตอร์ อาร์สยาม)

และเพลงฝืนใจหน่อยได้ไหม นายประยูร ศรีจันทร์ (ไผ่ พงศธร)

ประเภทขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เพลงนาทีเดียวเพื่อรัก ทั้งชีวิตเพื่อลืม นางสาวชลดา ทองจุลกลาง (ตั๊กแตน ชลดา) 

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงถ้าฉันจะลองเป็นของคนอื่น นางสาววลีรัตน์ สีนวลจันทร์ (ครีม อาร์สยาม)

และเพลงครูสู่เศรษฐกิจพอเพียง เด็กหญิงรัตนาภรณ์ ก้อนทอง             

ทั้งนี้ จะมีการจัดกิจกรรม และการมอบรางวัล ในงานวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๗ ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับรายละเอียดสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กระทรวงวัฒนธรรม โทร.๐ ๒๔๒๒ ๘๘๕๑-๘ หรือ สายด่วนวัฒนธรรม โทร. ๑๗๖๕

 

377 วิทยุชุมชน เตรียมเฮ! ชง คสช. ปลดล็อก ออกอากาศได้ หลัง กสทช. เข้าแจงเสนอขอปลดล็อก คลื่นถูก กม.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (25 มิ.ย. 57) เวลา 15.30 น. สำนักงาน กสทช. ได้เข้าชี้แจงต่อพล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้นำเสนอ คสช. ออกประกาศในการปลดล็อกให้สถานีวิทยุชุมชนดำเนินการออกอากาศได้

โดยมีเงื่อนไขในการที่จะออกอากาศ ดังนี้
1.เป็นสถานีที่ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง  

2. จะต้องผ่านการตรวจเครื่องส่ง สายอากาศ ให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. กำหนด คือ กำลังส่งไม่เกิน 500 วัตต์ ความสูงเสาไม่เกิน 60 เมตร และเมื่อออกอากาศแล้ว จะต้องมีรัศมีการให้บริการไม่เกิน 20 กิโลเมตร

3. หนึ่งนิติบุคคล ต่อหนึ่งใบอนุญาต

4. เนื้อหาในการออกอากาศจะต้องสอดคล้องกับประกาศของ คสช.

5.จะต้องมาทำ MOU ในการปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดกับทางสำนักงาน กสทช.    

หากประกาศ คสช. ที่ทางสำนักงานฯ ได้เข้าไปชี้แจงเมื่อวานได้สามารถประกาศได้ในสัปดาห์นี้ สำนักงาน กสทช. ก็จะสามารถเริ่มที่จะให้ สถานีที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้นทยอยออกอากาศได้ ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถออกอากาศได้ในทันที 377 สถานีก่อน

ส่วนสถานีอื่นที่จะต้องเข้ารับการตรวจเครื่องส่ง สายอากาศ สำนักงานฯ ได้ชี้แจงต่อหัวหน้าฝ่ายกฎหมายฯ คสช. แล้วว่าการดำเนินการตรวจสอบดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ ในการดำเนินการตรวจสอบด้านเทคนิค และด้านเนื้อหาที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ทางกองทัพภาคที่ 1-4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะร่วมกับสำนักงาน กสทช. ภูมิภาคทั้ง 14 เขต อำนวยความสะดวกให้กับสถานีวิทยุชุมชนในพื้นที่ด้วย

หากประกาศ คสช. ได้ประกาศปลดล็อกการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนแล้ว เรื่องนี้จะกลับมาอยู่ในความรับผิดชอบของ กสทช. ที่จะมีการพิจารณาให้สถานีวิทยุดังกล่าวทยอยออกอากาศต่อไป

 

แถลงการณ์! วิทยุชุมชนโลก ห่วงใยสถานการณ์วิทยุชุมชนไทย จี้ คสช.-กสทช.ให้เห็นความสำคัญวิทยุชุมชนต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ

image

19 มิถุนายน 2557

กาฐมาณฑุ-   สหพันธ์วิทยุชุมชนโลกภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค สำนักงานในประเทศเนปาล กระตุ้นเตือนคสช. -กสทช. ให้เห็นความสำคัญวิทยุชุมชนในกระบวนการสร้างสันติภาพ

วันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา สหพันธ์วิทยุชุมชนโลก หรือ AMARC(World Association of Community Radio Broadcaster) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ที่สนับสนุนการดำเนินการของวิทยุชุมชนมีองค์กรสมาชิกกว่า 4,000 แห่ง ใน 130 ประเทศทั่วโลก มีเป้าหมายในการให้ความสนับสนุนที่นำไปสู่การพัฒนาของชุมชนและวิทยุกระจายเสียง ให้ความสำคัญกับหลักการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับวิทยุชุมชน ตลอดจนสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในหลายครั้งทั่วทุกภูมิภาค แอฟริกา อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา – แคริเบียน เอเชีย – แปซฟิก และยุโรป ได้ออกแถลงการณ์ถึงความห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสถานีวิทยุชุมชน จากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งช่าติ(คสช.) ในช่วงที่ผ่านมา

Maica Lagman ประธานสหพันธ์วิทยุชุมชนโลกภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศไทย หลังมีประกาศคสช. ระงับการออกอากาศทางสถานีวิทยุที่ได้รับสิทธิทดลองออกอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่มีโฆษณานั้น ว่า
แม้ในขณะนี้วิทยุชุมชนที่ไม่มีโฆษณาจะได้กลับมาออกอากาศแล้วก็ตาม แต่การควบคุมเนื้อหาในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อาจทำให้ขาดความหลากหลายของรูปแบบรายการ ซึ่งเป็นลดทอนคุณค่าของวิทยุชุมชน ที่ต้องเป็นพื้นที่ของเสียงเล็กๆ ในสังคม วิทยุชุมชนในประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิค และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ได้เข้าไปมีบทบาทในกระบวนการสร้างสันติภาพ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมากมาย ประเทศไทยควรใช้ช่วงเวลานี้ เปิดโอกาสให้วิทยุชุมชน ได้ทำหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยและการสร้างความเข้าใจผ่านการแลกเปลี่ยนพูดคุย การปิดกั้นวิทยุชุมชนก็คือการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความเห็นของประชาชน และเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย

Maica Lagman ยังเน้นย้ำว่า เนื้อหาในรายการวิทยุชุมชนต้องมีความหลากหลาย การควบคุมเนื้อหาในช่วงการประกาศกฎอัยการศึกอาจทำให้เกิดบรรยากาศแห่งความกลัว คุณค่าของการเปลี่ยนเรียนรู้ในวิทยุชมชนอาจจะหายไปและถูกแทนที่ด้วยเนื้อหาที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก

สมาคมวิทยุชุมชนโลก (AMARC) จึงขอเรียกร้องให้คสช.และกสทช. ส่งเสริมวิทยุชุมชนที่ไม่แสวงหากำไร ให้ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ในกระบวนการสร้างความปรองดองในสังคม พื้นที่ของวิทยุชุมชนเกิดจากหลักการสิทธิมนุษยชน เสรีภาพการแสดงออก และเสรีภาพสื่อ ซึ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญในการสะท้อนความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย

 

RS และ PSI แจ้ง! รับคืนกล่องดูบอลโลก รวม แพคเกจชดเชย/ นัดส่งแผนที่ชัดเจนให้ กสทช. 16มิ.ย.57

image

13 มิถุนายน 2557 

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พร้อมด้วยอนุกรรมการฯ ได้เชิญตัวแทน บ.อาร์เอสฯ มาหารือแนวทางการชดเชยผู้บริโภคที่ได้ซื้อกล่องของอาร์เอส และแพคเกจบอลโลก 2014

นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และคณะ ได้เข้าร่วมประชุมพร้อมชี้แจงแก่คณะอนุกรรมการว่า ทางอาร์เอส ได้มีแนวทางการคืนเงินชดเชยสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก และช่องบอลโลกพิเศษ โดยผู้ที่ไม่ต้องการรับชมผ่านกล่องก็สามารถส่งกล่องคืน บ. ได้  และสามารถคืนเงินค่าแพคเกจเสริมบอลโลกได้ โดยวันจันทร์ที่ 16 มิ.ย. นี้ อาร์เอสจะสามารถส่งรายละเอียดความชัดเจน วิธีการคืน สถานที่ ระยะเวลาและราคากลาง ให้แก่คณะอนุกรรมการฯ ก่อนเข้าสู่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ  กสท. พิจารณาต่อไป 

ส่วนกรณี ของกล่อง PSI ได้เข้ามาชี้แจง พร้อมยินดีเปิดรับคืนกล่องเช่นกัน แต่ผู้บริโภคที่ซื้อกล่องมีหลายเหตุผลมากกว่ารับชมบอลโลก จึงต้องจำกัดเวลาคืนให้คนที่เพิ่งซื้อกล่องไม่นาน

“แม้ตัวเองจะไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติงบ 427 ล้านให้แก่ อาร์เอส  แต่ตนอยากเสนอให้สำนักงาน และกรรมการ กสทช. 6 ท่าน กลับมาทบทวนเพดานตัวเลข 427 ล้านบาทนี้ เพราะอาจมีความเสี่ยงในอนาคต พร้อมทั้งอยากให้สำนักงานเปิดเผยรายละเอียดวิธีคิดสูตรคำนวณที่มาของตัวเลข 427 ล้านบาทด้วย เพื่อความโปร่งใสและสังคมตรวจสอบได้”   

 

“สารี” จี้ RS คืนเงินค่ากล่องบอลโลก ให้ผู้บริโภค / ปรับ กม.ลิขสิทธิ์ให้สมดุล

image

13 มิถุนายน 2557

นางสาวสารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงกรณีถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ว่า ต้องมีทั้งคนดีใจและเสียใจ เมื่อศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามศาลปกครองกลางให้อาร์เอส ชนะคดีนี้ หมายความว่าคนไทยจะได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านทางฟรีทีวี 22 แม็ทช์ ตามแผนการตลาดเดิมของบริษัท อาร์เอส ส่วนผู้ที่ต้องการชมครบทั้ง 64 แม็ทช์ คงจะต้องไปชมผ่านทางกล่องรับสัญญาณต่างๆ ที่ถูกเข้ารหัสไว้ 

มีข้อเสนอให้ใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทสป.) จ่ายสมทบค่าใช้จ่ายให้กับอาร์เอส (RS) ให้ถ่ายทอดฟุตบอลโลกในสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 และช่อง 7 แต่มีคนคัดค้านกันมากว่า สมควรที่จะใช้เงินกองทุนฯ ในการจ่ายตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ให้ RS หรือไม่ ผลที่เกิดขึ้นก็มีพอควร นอกเหนือจากต้องตัดสินว่า เงินกองทุนฯสามารถใช้เพื่อจ่ายสมทบค่าลิขสิทธิ์ในครั้งนี้ได้หรือไม่ และหากบังคับให้ถ่ายทอดทั้งหมดในช่อง 5 และ 7 จะเกิดปัญหากับผู้บริโภคที่ซื้อกล่อง RS ไป ว่า จะขอเงินคืนได้จากใคร เพราะถึงไม่มีกล่องก็สามารถดูได้อยู่แล้ว                ข้อเสนอทางออกเรื่องนี้ที่พอจะเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในสายตาผู้บริโภค

1. ใช้งบโฆษณาที่ได้รับจากทั้งช่อง 5 และช่อง 7 จ่ายสมทบค่าลิขสิทธิให้กับ RS เพราะการถ่ายทอดสดที่เกิดขึ้น ย่อม มีผลประโยชน์เกิดขึ้น สัดส่วนของผลประโยชน์จะจัดสรรสมทบให้กับRS อย่างไร โดยไม่ต้องใช้เงินกองทุน ฯ 

2.RS รับผิดชอบคืนเงินค่ากล่องให้กับผู้บริโภคที่ต้องการเอาเงินคืน 

3. การหามาตรการป้องกันการทำสัญญาที่เกินเลยกฎหมายภายในประเทศ หรือ การจัดซื้อลิขสิทธิ์ร่วมกัน เหมือนอย่างที่เคยดำเนินการ 

4. การปรับแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิให้เกิดสมดุล ระหว่างการคุ้มครองเจ้าของสิทธิและการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทั้งของไทยและต่างประเทศในปัจจุบัน ต่างกำหนดข้อยึดหยุ่นเพื่อไม่ให้การคุ้มครองสิทธิมาลุกล้ำสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการศึกษาและประโยชน์ของสาธารณะ

5. พึงระวังในการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไม่ว่ากับทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา และ TPP ที่ต้องไม่เกินเลย WTO โดยเฉพาะ ไม่ให้การคุ้มครองความตกลงใหม่ ACTA (Anti Counterfeit Trade Agreement) เพราะละเมิดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารความรู้ของประชาชนผู้บริโภค

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของกองทุนวิจัยและพัฒนาฯ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ประกอบด้วย

1. ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างทั่วถึง ตลอดจนส่งเสริมชุมชนและสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชน ตามมาตรา 51

2. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรสื่อสาร การวิจัยและพัฒนาด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อเทคโนโลยีด้านการใช้คลื่นความถี่ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

3. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลาการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนการดำเนินการขององค์กรซึ่งทำหน้าที่จัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

4. สนับสนุน ส่งเสริม และคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

5. สนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยจัดสรรเงินให้แก่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์