RSS

Category Archives: สิ่งแวดล้อม-รอบตัวเรา

ปุกาศ..! สาวญี่ปุ่นได้มือถือคืนแล้ว..19 วัน กับการตามหา..คนต่างชาติทำมือถือตกในรถแท็กซี่ไทย

14 สิงหาคม 2560

ปุกาศ..ปุกาศ..ตามหาเจ้าของเจอแล้วค่าาา..! 19 วัน..กับการตามหาเจ้าของโทรศัพท์..ต่างชาติ ทำมือถือตกในแท็กซี่

ยังจำได้ไหม.. ข้าพเจ้าเคยโพสต์..ประกาศ..ตามหาเจ้าของโทรศัพท์ที่ทำตกในรถแท็กซี่..

อัพเดท… ขณะนี้ เจอเจ้าของโทรศัพท์แล้วนะคะ เป็นชาวญี่ปุ่น นำเครื่องส่งมอบให้แล้ว  ผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย.. เมื่อ 27 ก.ค. 2560

*******************

สืบเนื่องจาก ข้าพเจ้าพบ โทรศัพท์มือถือ “ไอโฟน” ตกอยู่ในรถแท็กซี่ เมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม 2560  

– จากเหตุการณ์ เรียกรถจากหน้าสวนสัตว์ดุสิต กทม. เมื่อเวลาประมาณ 16:45น. เพื่อไปลงรถแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ราวๆ 17:00น.  แต่ระหว่างจ่ายค่าโดยสาร ข้าพเจ้าเจอโทรศัพท์ มือถือตกอยู่เบาะหลัง.. 

– สอบถามคนขับบอก ให้ข้อมูลว่า น่าจะเป็นของชาวต่างชาติ

ทำให้ข้าพเจ้า ได้โพสต์ประกาศผ่าน Facebook และ ทวิต @Pat_ThaiPBS เพื่อตามหาเจ้าของโทรศัพท์แทบจะทันที  โดยคาดว่า น่าจะยังอยู่ในกรุงเทพฯ แถวๆ นั้น  หรือ ในประเทศไทย ..และหวังว่า จะได้เจอเจ้าของ.. ตามนี้ 

************************

จากนี้  จะขอเล่าถึง..เส้นทางการตามหาเจ้าของโทรศัพท์…เครื่องนี้นะคะ..

***** เจอมือถือ วันที่ 8 ก.ค.60 ******

โจทย์ในใจมีข้อเดียว คือ  “ต้องการตามหาเจ้าของโทรศัพท์ให้เจอ” 

@ปัญหาอยู่ที่ว่า …

มือถือนี้เป็นของใคร … แล้วจะหาเจอกันได้อย่างไร

เย็น.. 8 ก.ค.60  เมื่อลงจากรถแท็กซี่ ได้เจอเจ้าหน้าที่นายหนึ่ง ข้าพเจ้าสอบถามว่า  จะส่งคืนที่นี่ และช่วยรับมือถือไปประสานติดตามหาเจ้าของให้ได้ไหม..? 

คำตอบคือ ให้ประสานเอง เพราะพี่เขายังติดภารกิจ (อันนี้เข้าใจได้) 

ช่วง 6 โมงเย็น.. ข้าพเจ้าเดินหาศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ของตำรวจท่องเที่ยว ตรงสนามหลวง – วัดพระแก้ว เพราะหน้าจอมือถือเป็นภาษาญี่ปุ่น และคิดว่าตร.ท่องเที่ยวจะประสานได้โดยตรง 

เดินไปถึงหลัง 6 โมงนิดๆ  จนท.หน่วยอื่นแถวๆ นั้นบอกว่า ตำรวจท่องเที่ยวกลับหมดแล้ว เพราะ หมดเวลาปฏิบัติภารกิจประจำวัน

..เป็นเรื่องที่เข้าใจได้..เป็นอันว่า ยังไม่ได้เจอกัน.. 

ค่ำแล้ว..กลับมาที่พัก..

ลองสืบจากหน้าจอนี่แหละ …

1. ตัวเครื่องเป็น “ไอโฟน”  (ข้าพเจ้า ไม่ใช้ไอโฟน)  เครื่องมีสีชมพูอ่อนๆ

2. หน้าจอล็อกรหัส.. (แน่นอนว่า โทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ผู้ใช้งานนิยมล็อกรหัสหน้าจอ)

3. ลองดูสัญญาณมือถือ (..คิดง่ายๆ ว่าเป็นนักข่าวสายกสทช. – ไอที อยู่ด้วย.. เผื่อจะประสานให้ กสทช. – ค่ายมือถือ ช่วยประสานไปทางค่ายมือถือญี่ปุ่น หรือช่วยส่งต่อข้อมูลกันให้ช่วยติดตามได้) 

4. แต่พบว่า หน้าจอถูกตั้งค่าเป็น “โหมดเครื่องบิน (ออฟไลน์)”  มีผลทำให้เจ้าตัว (เจ้าของเครื่อง) ไม่สามารถโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของตัวเองได้ 100%

5. ภาษาหน้าจอ..เป็นภาษาญี่ปุ่น .. ทำให้ข้าพเจ้ายากต่อการอ่าน และแปลด้วยแอพ GOOGLE  ซึ่งแทบช่วยอะไรไม่ได้มาก 

6. ระหว่างนั้น หน้าจอ แจ้งเตือน บันทึกตารางเวลาอะไรสักอย่าง เตือนกันทุกๆ 10 นาที

7.  ระหว่างนั้น มีข้อความ อินสตาแกรมเป็นภาษญี่ปุ่น เข้ามา …เอาล่ะ / ลองถ่ายรูปหน้าจอ..ส่งไลน์ให้พี่กุล พี่บก.ข่าว @Kultida Post ที่ออฟฟิศ ซึ่งคิดว่าน่าจะมีเพื่อนเป็นญี่ปุ่นช่วยแปลให้

ได้คำแปลประมาณว่า “ มีผู้ใช้อินสตาแกรม (ชื่อผู้ใช้) ไปกดชื่นชอบ ข้อความของเจ้าของเครื่อง”  

8. ข้าพเจ้า และพี่กุล – เพื่อนพี่กุล อินบ็อคไปหา คนๆนั้น พร้อมฝากข้อความพร้อมแนบไฟล์รูป ที่คนนั้นไปกด like เจ้าของ IG  ประมาณว่า “ถ้าคุณรู้จักเจ้าของ IG โปรดแจ้งทีว่า เขาทำโทรศัพท์มือถือตกในแท็กซี่ ที่ประเทศไทย”  
แต่จนถึงวันนี้ ..( 14 สิงหาคม 60 )  ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา… 

9. นอกจากโพสต์ผ่านFacebook  และ twitter แล้ว ..ข้าพเจ้ายังยังแจ้งที่

– ทีมเว็บข่าวออนไลน์ของ ThaiPBS 

–  จส.100  

– สวพ.91 

10. ช่องทางทวิตเตอร์ @Pat_ThaiPBS ขณะนั้นเริ่มมี   Follower หลายท่าน กรุณาช่วย RT แล้วแปลต่อเป็นภาษาญี่ปุ่นแจ้งต่อๆ กันด้วย 

11. ราว 5 ทุ่ม ทาง จส.100 โทรมา และขอให้โฟนอินออกอากาศ  เล่ารายละเอียดที่เจออีกครั้ง … 

******************

วันรุ่งขึ้น.. 9 ก.ค.   (หลังพบมือถือ 1 วัน) 

1. ข้าพเจ้า โทรสอบถามคนขับแท็กซี่ เพื่อสอบถามรายละเอียดอีกรอบ คนขับจำไม่ได้ชัดนัก บอกแต่ว่า น่าจะเป็นของคนต่างชาติ ไม่ได้สังเกตว่า ชาวต่างชาติใช้โทรศัพท์ในรถหรือไม่.. 

2.  วันนั้นหน้าจอมือถือ ปรากฏข้อมูลหุ้นนิเคอิ /การแจ้งเตือนปฏิทิน เป็นภาษาญี่ปุ่น.. 

3. ตกเย็น..ไปทานข้าวกับครอบครัว .. / พี่ชาย Preechakorn Tanngam ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์ แนะนำว่าลองสลับเพื่อดูเบอร์ (นั่นเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้านึกไม่ถึงในสถานการณ์เช่นนั้น)

4. เบอร์ที่ได้..เราพบว่า เป็นเบอร์จากต่างประเทศ ..

5. ข้าพเจ้ารีบจดเบอร์ไว้ .. พี่ชายบอกว่า เหมือนว่าเจ้าของเครื่องจะโรมมิ่งค่ายมือถือของไทยด้วย เพราะเห็นสัญญาณโชว์ขึ้นหน้าจอ…(บอกชื่อเครือข่ายมือถือ) 

6.. จากนั้น ..ก็สลับซิมกลับคืนใส่ไว้ที่เครื่องเดิม 

7. เมื่อแยกจากครอบครัว.. ข้าพเจ้า ติดต่อจนท.ค่ายมือถือไทย..ประสานขอให้ช่วยดูว่าโรมมิ่งมาชื่อใครหรือไม่ หรือ อย่างน้อยๆ เอาเบอร์ที่เราได้มา.. ช่วยประสานกับค่ายมือถือที่ญี่ปุ่นช่วยติดตามหาเจ้าของได้หรือไม่ 

จนท.บอกว่า จะไปประสานผู้ใหญ่แลัวจะติดต่อกลับ … 

******************* 

จันทร์ .. 10 ก.ค.60 

1. ตัดสินใจส่ง SMS หาเลขา กสทช.ฯ  เผื่อขอแรงรบกวนให้ช่วยประสานอีกทาง พร้อมรายละเอียดสั้นๆ 

– เลขาฯ ตอบกลับว่า อยู่ต่างประเทศ  (เลยไม่ได้ติดต่ออะไรอีก) 

2.  เริ่มนึกถึงสถานทูตญี่ปุ่นฯ คิดเองว่า ถ้าเผื่อคนญี่ปุ่นในไทยมีปัญหา เขาอาจแจ้งไปที่สถานทูตฯ หรือไม่ก็ ถ้าสถานทูตฯ รู้เบอร์โทร น่าจะช่วยประสานได้. 

3. ระหว่างนั้น..จนท.ค่ายมือถือไทย โทรมาบอกว่า เช็คให้ไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายบริษัท.. ถือเป็นความลับของลูกค้า ..  ( ก็พอจะเข้าใจได้) 

4. ระหว่างนั้น กำลังหาเบอร์สถานทูตฯ อยู่ที่  ThaiPBS “พี่หรีด” @Jingreed Slk โปรดิวเซอร์  เห็นเราโพสต์เฟสฯ ตามหาเจ้าของเครื่อง  และได้ยินเราเปรยๆ ว่า จะติดต่อไปที่สถานทูตญี่ปุ่นฯ / พี่หรีด ก็กุลีกุจอ ช่วยหาเบอร์มาให้ 

5. เราโทรไป..ที่สถานทูตฯ

มีผู้หญิง..พูดภาษาไทยสำเนียงภาษาญี่ปุ่นรับสาย.. เราแจ้งข้อมูลทั้งหมด.. และขอความกรุณาทางสถานทูต..ช่วยประสานไปที่ค่ายมือถือ ที่ประเทศญี่ปุ่น 

เจ้าหน้าที่ สถานทูตฯ บอกว่า จะพยายามติดต่อให้ แต่เธอไม่มั่นใจว่า จะเจอเจ้าของเบอร์ 

เราถามว่า จะนำไปฝากไว้ที่สถานทูตฯ ก่อนได้ไหม  เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เราเก็บไว้ก่อน

*****************

11 ก.ค.2560 

– ทางสถานทูตญี่ปุ่นฯ จนท.คนเดิม โทรกลับมาแจ้งว่า  .. ทางค่ายมือถือขอเวลาตรวจสอบ

****** ผ่านไป 1 สัปดาห์ เศษ  … มีแต่ความเงียบ******* 

ตัดฉับ…จาก 11 ก.ค. มาถึง วันที่ 27 ก.ค.2560  

– ได้รับโทรศัพท์ จากสถานทูตญี่ปุ่นฯ แจ้งข่าวดีให้ทราบว่า..เจอเจ้าของเครื่องแล้ว.. แต่เจ้าตัว บินกลับญี่ปุ่นแล้ว… มีแต่เจ้านายคนญี่ปุ่น ที่ยังอยู่ประเทศไทย 

เราสรุปนัดส่งมอบโทรศัพท์คืนให้ที่ สถานทูตญี่ปุ่น.. ก่อน 4 โมงเย็น..วันนั้น 

เมื่อไปถึง..ได้เจอคุณ Yoshiya เจ้านายของเจ้าของเครื่อง พูดภาษาอังกฤษได้ โค้งให้เราแล้วโค้งให้อีก .. เราก็โค้งกลับ..โค้งกันไปมาหลายรอบมากๆ 

และคุณเจ้าของเสียงที่ช่วยประสานงานกับทางสถานทูตมาให้ทุกๆ ครั้ง  คือคุณ “จุงโกะ วาดะ” Junko Wada เป็นผู้ช่วยกงศุล

*********************

..ทราบว่า เจ้าของเครื่อง ไม่ได้อยู่เมืองไทย / วันที่ทำโทรศัพท์หล่นในรถ.. ก็รู้ตัวเมื่อตอนลงรถแล้ว..แต่เห็นรถวิ่งออกไป ก็ทำอะไรต่อไม่ได้แล้ว จำรายละเอียดรถไม่ได้  นอกจากทำใจ

สอบถามว่า.. ได้ไปแจ้งความหรือไม่ ..ได้รับคำตอบว่า แจ้งความแล้ว..แต่จำชื่อ สน. ไม่ได้ .. 

วันที่เจ้าของเครื่อง ทำมือถือตกในรถ คือ วันที่ 8 ก.ค.60 ..และวันรุ่งขึ้น 9 ก.ค. ก็เดินทางกลับญี่ปุ่น .. 

ก่อนจากกัน..ข้าพเจ้าขอขอบคุณ คุณ “จุงโกะ วาดะ” Junko Wada ( ผู้ช่วยกงศุล ) อีกครั้ง เพราะถ้าสถานทูตฯ ไม่ช่วยติดตามให้ด้วยใจจริงๆ ก็คงไม่มีโอกาสได้คืนโทรศัพท์ให้เจ้าของ..

ก่อนจากกัน..เรา และ คุณ Yoshiya ขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระทึก..เอ้ย ระลึก เพื่อความสบายใจกันทุกฝ่าย 

คุณ Yoshiya ขออีเมล์ไว้ เพื่อส่งต่อให้ลูกน้อง ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่อง…ที่ต้องการติดต่อมาถึงเรา … 

แยกจากกัน.. ด้วยการโคังงามๆ อีกหลายรอบ.. เราก็ยกมือไหว้กันอีกหลายรอบเช่นกัน..

*************

ศุกร์ .. 28 .. ก.ค.60 

วันนั้น..ตั้งใจจะเรียบเรียง..เขียนโพสต์บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้.. แต่ติดภารกิจด่วน ลงพื้นที่ ทำข่าวน้ำท่วมอีสาน และเพิ่งกลับถึง กทม. ไม่กี่วันก่อน  เลยนำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้นะคะ

********

ปล. 1 เจ้านายของเจ้าของเครื่อง ให้ขนมมาด้วยกล่องหนึ่ง แม้ปฏิเสธหลายรอบ..แต่เขาก็ขอให้ด้วยความตั้งใจจริงๆ .. ณ วันนี้ ขนมได้หมดไปแล้ว..ตั้งช่วงไปทำข่าวน้ำท่วม แฮร่ๆ 

ปล. 2 เจ้าของเครื่อง คุณ เอริโกะ (Eriko) ได้อีเมลล์มาหา เพื่อขอบคุณ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2560 แล้วค่ะ เธอได้ถ่ายรูปพร้อมโชว์มือถือที่ได้รับคืนไปส่งมาให้ด้วย

เธอบอกว่า..เสียใจมากที่ทำไอโฟนหาย เพราะเวลาที่ทำของหายในต่างประเทศ มันยากที่จะได้คืน  แต่เธอโชคดีมากที่ได้ไอโฟนคืน เธอ..ซาบซึ้งมากและอยากกลับมาประเทศไทยอีกหลายๆ ครั้ง 

(^______^)

Advertisements
 

จดหมายเปิดผนึก! เครือข่ายนักวิชาการ นักศึกษา ศิลปิน และภาคประชาสังคม”ข้อเสนอแนะ ทางออก แก้วิกฤติชุมชนป้อมมหากาฬ”

 

แถลงการณ์! มูลนิธิกระจกเงา ต่อ สตช. สืบเนื่องจากพบศพเด็กหญิง ถูกฆาตกรรมมัดถ่วงน้ำ จ.สมุทรปราการ 


แถลงการณ์! มูลนิธิกระจกเงา ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สืบเนื่องจากกรณี พบศพเด็กหญิงอายุประมาณช่วงวัยรุ่นตอนต้น ถูกฆาตกรรมมัดถ่วงน้ำในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จนถึงบัดนี้ยังไม่ทราบว่าเด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นใคร  มูลนิธิกระจกเงาในฐานะหน่วยงานรับแจ้งเหตุคนหาย มีข้อเรียนเสนอแนะต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรยกระดับศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม ให้มีโครงสร้างและผู้ปฏิบัติงาตประจำ ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลคนหาย วิเคราะห์ ประสานงาน ประชาสัมพันธ์ และติดตามคนหาย ในลักษณะกองบังคับการ ที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทั่วประเทศ

2.พัฒนาระบบการรับแจ้งเหตุคนหาย ให้มีฐานข้อมูลออนไลน์ได้ทั่วประเทศ เพื่อให้การรับแจ้งเหตุและรวบรวมข้อมูล ทำได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูล และช่วยเหลือคนหายได้อย่างทันท่วงที

3.สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มีทัศนคติที่ดีต่อการบริหารจัดการคนหายในแต่ละประเภท  โดยเฉพาะกลุ่มเด็กหายที่สมัครหนีออกจากบ้าน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในคนหายทุกประเภท เนื่องจากหลายกรณีพบว่า เด็กสมัครใจหนีออกจากบ้าน ถูกกระทำความรุนแรงหรือถูกก่ออาชญากรรมภายหลังหายออกจากบ้าน ซึ่งการช่วยเหลือติดตามอย่างทันท่วงที จะเป็นการลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ

4.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรออกหนังสือเวียนย้ำกับทุกสถานีตำรวจและประชาสัมพันธ์ต่อสังคม ว่า ปัจจุบันสามารถแจ้งความคนหายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้หายครบ 24 ชม.  

5.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรจัดให้มีการทบทวน และอบรมความรู้ในการสืบสวนติดตามคนหายประเภทต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน และสร้างความรู้ความเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันของปัญหาคนหาย  สำหรับการทำงานช่วยเหลือและป้องกันต่อไป  

ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา 

13 มิถุนายน 2560

 

คุณจะตาย..อายุเท่าไหร่? ว่ากันด้วยเรื่อง ความตาย-อายุ-เงินออม-ค่ายื้อชีวิต โดย นพ.วิทิต อรรถเวชกุล

18 ธันวาคม 2559

คุณจะตาย..อายุเท่าไหร่? วันอาทิตย์ที่ลมหนาวพัดโชยเย็นๆ อย่างเวลานี้ ขอว่ากันด้วยเรื่อง ความตาย-อายุ-เงินออม และค่ายื้อชีวิต

เมื่อวานนี้ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ข้าพเจ้าได้ฟัง นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มาบรรยาย..

คุณหมอ เริ่มต้นถามว่า.. เคยคิดไหม..ว่า คุณจะตายตอนอายุเท่าไหร่..? ฟังดูแล้วชวนให้ครุ่นคิดกับคำถามที่มีนัยยะน่าสนใจ

คุณหมอวิทิตเล่าว่า อายุขัย ค่าเฉลี่ยของคนไทยปัจจุบันนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 75-76 ปี ผู้ชายอยู่ที่ 75 และ ผู้หญิง 76 ปี 

คนไทย..อายุยืนกว่าสมัยคุณหมอเป็นนักศึกษา ซึ่งขณะนั้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60 ปี 

นั่นแปลว่า..ปัจจุบัน..คนไทยอายุยืนมากขึ้น

คุณหมออยู่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว มาประมาณ 20 ปี เริ่มจากปี 2530 ชีวิตนอกจากเป็นหมอแล้ว ยังคุ้นเคยและเป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ด้วยตลอด 20 ปีมานี้

ครั้งหนึ่ง..เมื่อกลับไปร่วมงานศพที่นั่น  พบว่า มีผู้เสียชีวิต 4  คน จาก 4 ครอบครัว ที่คุณหมอตระเวนไปร่วมงานศพ แต่ละคนที่เสียชีวิตนั้น มีข้อน่าสังเกตว่าอายุมากกว่า 90 ปี ทุกคน

มาถึงบรรทัดนี้..ตอนนี้…คุณผู้อ่าน…อายุเท่าไหร่คะ…. 20..30…40..50..60…หรือ มากกว่านั้น...

เคยคิดกันเล่นๆ หรือ คิดจริงจังไหม..ว่า เราจะตายตอนอายุเท่าไหร่..และคุณมีโอาสจะอายุยืนเกิน 100 ปี หรือไม่?

ถ้าอายุยืนเกิน 100 ปี จริงๆ จะใช้ชีวิตอย่างไร.. ?

กลับเข้าเรื่อง ที่คุณหมอวิทิต เล่ากันต่อ…

โลกความจริง คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะข้าราชการ ทำงาน จะเกษียณที่อายุ 60 ปี ..และมีการตั้งคำถามต่อว่า… จะได้บำนาญเท่าไหร่..?

ประเด็นสำคัญ..ที่ คุณหมอ ขีดเส้นใต้ คือ “เงินทองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคนวัยเกษียณ”

ถ้าคุณเกษียณแล้ว..อยู่ไปอีก 30 ปี ..จะอยู่อย่างไร โดยที่ไม่มี Productivity

… ในช่วงอายุ 60 ปี .. สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ 

– “เงินบำนาญ”..คืด เงินก้อนหนึ่ง..ได้มาแล้วเอาไปบริหารเอาเอง ถ้าบริหารไม่ดี จะลดลง และหมดลงในที่สุด… ต่างจาก”เงินเดือน”ขณะทำงานที่มีใช้ในทุกๆ เดือน 

– สุขภาพ…อวัยวะของร่างกายเสื่อมตามสภาพ 

– ถ้าจะเปลี่ยนอะไหล่ ก็ต้องใช้เงิน…และ ถ้าเปลี่ยนเรื่อยๆ ทั้งตัว ตามอาการเจ็บป่วย ทรุดโทรม ก็ต้องใช้เงิน

เช่น ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่า..จะเปลี่ยนข้อทั้งชุดบน และ ชุดล่าง ก็ต้องใช้เงินหลักแสนบาท และยิ่งถ้าใคร..มีน้ำหนักตัวเยอะๆ ก็ยิ่งทำให้ข้อเสื่อมตัวเร็ว ….

คุณหมอแนะนำว่า …ใครเริ่มมีอายุมาก..แนะนำให้ พยายามรักษาสรีระร่างกาย และน้ำหนักให้ผอม เหมือนยังเป็นช่วงวัยรุ่น 

– ในวัยหลังเกษียณ จะเริ่มต่อสู้กับ ธรรมชาติ 

– การจะเอาชีวิตไปฝากไว้ที่ ลูก หลาน หรือ ครอบครัว ให้มาช่วยดูแลคุณยามแก่ หรือ เจ็บป่วย นั่นคือ.. คุณกำลังเอาความหวังของคุณไปเสี่ยงมาก…และเป็นภาระต่อลูก..หลาน..และครอบครัวคุณ

คุณหมอ บอกว่า.. ถ้าหลังเกษียณแล้วตายเลย..ดูไม่น่ายากเท่าไหร่ ไม่ต้องวางแผนการใช้ชีวิต แต่โดยธรรมชาติของมนุษย์เรา ถ้าไม่ได้เป็นอะไร มันก็จะไม่ใช่เรื่องที่จะมาตายกันง่ายๆ 

แต่….แต่หากใครคิดว่า หลังเกษียณแล้ว จะมีชีวิตอยู่ต่อไป อีกสัก 30 ปี คือ อยู่ได้ถึง 90 ปี ก็ต้องมีเงินในช่วงนั้นไว้ใช้ได้ 3 ล้าน ถึง 5 ล้านบาท สำหรับปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ 

1.กิน 

2.ใช้ 

และ 3.รักษาโรค
“..เงินทองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคนวัยเกษียณ” 

นี่เป็นประโยคที่คุณหมอวิทิต ย้ำ

การออม..จึงเป็นสิ่งจำเป็น..

หากเริ่มออมตั้งแต่ อายุ 55 ปี ก็ไม่ทันแล้ว 

ออมตั้งแต่อายุ 45 ปี..

..ถ้าไม่วางแผนจะลำบาก..

ขอให้ออม…ออมแบบไหนก็ได้..แต่ขอให้ออม

คุณหมอทิ้งท้ายว่า..

คนไทย..มีค่าเฉลี่ยที่มีแนวโน้มว่า จะมีอายุยืนจริงๆ..

ยิ่งถ้าคุณ..ผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่า โชคดี หรือ โชคร้าย ถ้าคุณมีอายุอยู่เกิน 100 ปี แล้วไม่มีเงิน…คุณจะใช้ชีวิตอย่างไร..?

 

(เสวนา) 8 ส.ค.59 มูลนิธิสืบฯ-ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม จัดโต๊ะกลม”ทางออกในการใช้ทรัพยากรไม้ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

เธ—เธฒเธ‡เธญเธญเธเธเธฒเธฃเนƒเธŠเน‰เธ—เธฃเธฑเธžเธขเธฒเธเธฃเน„เธกเน‰เธญเธขเนˆเธฒเธ‡เธขเธฑเนˆเธ‡เธขเธทเธ™

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย จัด เสวนาโต๊ะกลม
“ทางออกในการใช้ทรัพยากรไม้ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”
ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สามเสน กรุงเทพฯ
วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2559 เวลา 10.00 น. – 15.00 น.
จัดโดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย

รูปแบบการเสวนา เป็นการเสวนาเชิง Technical hearing ที่ระดมความคิดเห็น ความรู้ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากผู้เสวนาหลักและผู้เข้าร่วมทุกท่าน เพื่อหาทางออกในการใช้ทรัพยากรไม้ของประเทศไทยอย่างเหมาะสมและยั่งยืน โดยใช้กรณี การใช้ไม้สักในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นประเด็นนำเสวนา

ผู้ร่วมเสนาหลักและผู้ดำเนินกระบวนการ

1. คุณธีรพล นิยม ประธานคณะผู้ออกแบบโครงการรัฐสภาแห่งใหม่

2. คุณพิพัฒน์ ชนินทยุทธวงศ์ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้(ออป.)

3. คุณบรรจง วงศ์ศรีสุนทร ผู้อำนวยการสำนักรับรองการป่าไม้ กรมป่าไม้

4. *ผู้แทนจากส่วนปลูกป่าภาคเอกชน สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้

5. คุณอุดมศักดิ์ อึ้งศรีวงษ์ ผู้แทนจากสหกรณ์สวนป่าภาคเอกชน

6. รศ.ดร. อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นักพัฒนาการเศรษฐกิจ NIDA

7. คุณระวี ถาวร กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และผู้ประสานภาคีความร่วมมือวนศาสตร์ชุมชน

8. คุณสันติ โอภาสปกรณ์กิจ ผู้ประสานงานกลุ่ม BIG TREE

9. อ. ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ดำเนินกระบวนการ

หมายเหตุ * อยู่ในช่วงประสานงาน

 

จี้นายกฯ ระงับคำสั่ง! แถลงการณ์ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน คัดค้านคำสั่ง คสช. แก้ กม.สิ่งแวดล้อม ชี้ทำลายหลักการป้องกันล่วงหน้า-คืนความสุขให้กลุ่มทุน

image

จี้นายกฯ ระงับคำสั่ง! แถลงการณ์ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน
เรื่อง คัดค้านคำสั่ง คสช.ที่ 9/2559 ทำลายหลักการป้องกันล่วงหน้า-คืนความสุขให้กลุ่มทุน

…………………..

ตามที่หัวหน้า คสช. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 โดยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อให้การดำเนินโครงการหรือกิจการของรัฐในการจัดให้มีสาธารณูปโภคอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะสามารถดำเนินการได้โดยรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจและสังคม อาทิ โครงการหรือกิจการด้านการคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือที่อยู่อาศัย โดยในระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการ อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้นั้น

          สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนขอคัดการการใช้อำนาจที่เกินความจำเป็น อันขัดต่อเจตนารมณ์ของมาตรา 4 และ 5 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ประกอบ พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 โดยชัดแจ้ง เนื่องจากคำสั่งดังกล่าว ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ แต่อย่างใด

อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความขัดแย้งและแตกความสามัคคีของประชาชนในชาติ เพราะจะทำให้ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมทั่วประเทศออกมาคัดค้านกันอย่างมากมาย รวมทั้งเป็นการทำลาย “หลักการ” ของกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง ที่มุ่งเน้น “หลักการป้องกันไว้ล่วงหน้า” หรือ Precautionary Principle โดยการกำหนดให้โครงการหรือกิจกรรมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (36+11 ประเภท) จะต้องจัดทำ EIA/EHIA เพื่อให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเสียก่อนเท่านั้น

         
คำสั่ง คสช.ที่บัญญัติว่า “ระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการ อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้นั้น” จึงเป็นการทำลายหลักการหรือเจตนารมณ์ที่สำคัญของกฎหมายแห่งชาติ เป็นการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์หรือคืนความสุขให้กลุ่มทุนเท่านั้น และจะเป็นการบีบบังคับการทำหน้าที่ของ คชก. ให้จำต้องให้ความเห็นชอบรายงาน EIA/EHIA ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปก่อนล่วงหน้าแล้วเท่านั้น

         
สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงใคร่ขอเรียกร้องมายังหัวหน้า คสช. ได้โปรดทบทวนการออกคำสั่งที่เกินความจำเป็นดังกล่าวเสีย และหาก คสช.ยังเดินหน้าต่อคำสั่งนี้ สมาคมฯและเครือข่ายจะนำความนี้ขึ้นร้องเรียนต่อศาลปกครองสูงสุดและหรือศาลรัฐธรรมนูญตามความในมาตรา 5 ประกอบมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ต่อไป

นายศรีสุวรรณ  จรรยา

นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

(8 มีนาคม2559)

 

แถลงการณ์! ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้ เรื่อง “แก้ไขปัญหาชาวเล ปฏิรูปวางกติกาสังคมธรรม” ดังนี้

แถลงการณ์ ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้

เรื่อง “แก้ไขปัญหาชาวเล ปฏิรูปวางกติกาสังคมธรรม”

จากเหตุการณ์ความรุนแรงอันเกิดจากกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 100 คน เข้าทำร้ายชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ที่ผ่านมาและทำการปิดทางสาธารณะเข้าออกพื้นที่โดยใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่พร้อมรถไถเพื่อปิดทางและทำลายเครื่องมือประมง ทำให้ชาวชุมชนได้รับบาดเจ็บ เครื่องมือประมงได้รับความเสียหายจำนวนมาก นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในสังคม ที่สะท้อนความรุนแรงอันเกิดจากการสมรู้ร่วมคิดระหว่างอำนาจรัฐราชการและทุนที่มุ่งหวังกอบโกย แย่งชิงทรัพยากรทีดินชุมชนโดยมิชอบ รวมถึงการเพิกเฉยต่อการย่ำยีและการละเมิดสิทธิชาวชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานอย่างยาวนาน ซึ่งประจักษ์ชัดทั้งในแง่การศึกษาวิจัย และข้อมูลทางประวัติศาสตร์

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้ อันเกิดจากการรวมตัวของผู้นำ กลุ่ม/ องค์กรชุมชน นักวิชาการ นักพัฒนาเอกชนในภาคใต้ และได้ติดตามสถานการณ์มาอย่างใกล้ชิด เห็นว่าการกระทำอันอุกอาจ ท้าทายกฎหมาย และการพร้อมใช้ความรุนแรงโดยปราศจากมนุษยธรรมใดๆ ในครั้งนี้เป็นผลมาจากความย่ามใจในอำนาจ การรับใช้ระบบทุนนิยมของกลไกรัฐในท้องถิ่น รวมถึงการเผยให้ถึงโครงสร้างอันบิดเบี้ยวที่เอื้อประโยชน์แก่คนส่วนน้อยที่มีอภิสิทธิ์ในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหากปราศจากการดำเนินการใดๆในการยุติปัญหาอย่างชอบธรรม รักษาไว้ซึ่งสิทธิชุมชน ทั้งต่อสิทธิตามกฎหมายในประเทศ และสิทธิตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (CERD) และปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง เป็นต้น แล้วอาจเป็นการสั่งสม “ชัยชนะบนความ อยุติธรรม” ที่พร้อมนำไปสู่การใช้ความรุนแรงรอบใหม่ทั้งต่อชาวราไวย์และชาวชุมชนในพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและสังคมไทย ดังนี้

1. ดำเนินการตรวจสอบการความถูกต้องของการออกเอกสารสิทธิ์และเพิกถอนการออกเอกสารโดยมิชอบในพื้นที่ชุมชนชาวเลบ้านราไวย์โดยเร่งด่วน และดำเนินการตรวจสอบการความถูกต้องของการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ที่อื่นๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มประชาชนผู้ด้อยโอกาสอื่นในสังคม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคประชาสังคม และ/หรือองค์กรอิสระต่างๆ  

2. เร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์การใช้ความรุนแรง และฟื้นฟูวิถีชีวิต ขวัญและกำลังใจแก่ชาวชุมชนราไวย์ โดยคำนึงถึงความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิพลเมืองที่เท่าเทียมในสังคมไทย

3. ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้เผยให้เห็นเพียงการเสี้ยวส่วนของปัญหาอันเกิดจากความอยุติธรรมและไม่เป็นธรรมในสังคมไทย จึงขอเรียกร้องให้สังคมร่วมรณรงค์ปฏิรูปเพื่อสร้างกติกาการอยู่ร่วมกันโดยคำนึงถึงถึงหลักนิติรัฐ นิติธรรม และธรรมาภิบาล

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้ขอยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาของประชาชน คือความชอบธรรมอันพึงกระทำของรัฐบาล ระบบราชการ และการประกอบการทางธุรกิจ การกระทำการรุกรานใดๆ ที่ไร้มนุษยธรรม ส่งผลต่ออนาคตและความเป็นอยู่ของประชาชน จักต้องได้รับการปกป้องและร่วมปฏิบัติการอย่างแข็งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งการดำรงอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเสมอภาค เคารพเท่าเทียม และเป็นธรรม  

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้

2 กุมภาพันธ์ 2559