RSS

Category Archives: สิ่งแวดล้อม-รอบตัวเรา

รัฐมนตรี..ขอตรวจสอบ! ภาพเหล่านี้ “บิลลี่”ถ่ายไว้ก่อนเสียชีวิต เมื่อปี2557 แต่ปัจจุบันยังไร้คำตอบผลสอบจากกรมอุทยานฯ #ใครเลื่อยไม้ #ใครฆ่าบิลลี่

7 กันยายน 2562

รัฐมนตรี..ขอตรวจสอบ! ภาพถ่ายเหล่านี้ เป็นภาพที่นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ “บิลลี่” ถ่ายไว้ก่อนเสียชีวิต เมื่อปี 2557

– บิลลี่ ถ่ายจากกล้องถ่ายภาพ ไม่ใช่คลิปจากโทรศัพท์

– ภาพเซทนี้ บิลลี่ถ่าย หลังขัดแย้งกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยถูกกล่าวหาว่า กะเหรี่ยงตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งบิลลี่พยายามหาหลักฐานพิสูจน์ ว่า ต้นเหตุของการตัดไม้ทำลายป่าไม่ใช่ชาวกะเหรี่ยง

– สังเกตจากภาพ…จะพบว่า..ปรากฏภาพผู้ชาย สวมเสื้อที่มีข้อความว่า “กรมอุทยานแห่งชาติ” ถือเลื่อนยนต์ ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่

และยังปรากฎภาพคนสวม”ชุดลายพราง” ร่วมถือเลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ด้วยเช่นกัน

– และบางภาพ คนชุดลายพราง ยังยืนร่วมอยู่ในเหตุการณ์ตัดต้นใหญ่ด้วย

– ชุดลายพรางลักษณะนี้ เป็นชุดของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ไม่ใช่ชุดที่แจกจ่ายให้บุคคลทั่ว

– ภาพเหล่านี้ ถูกเผยแพร่เมื่อปี 2557 ก่อนบิลลี่ เสียชีวิต

– ภรรยาของบิลลี่ ได้นำภาพ มอบให้นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ

– จนนำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนของกรมอุทยานฯ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ในขณะนั้น

แต่จนถึงปัจจุบัน 2562 ยังไม่ปรากฎการสรุปผลสอบต่อสาธารณะ

– สอบถาม “วราวุธ ศิลปอาชา”รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าเคยเห็นภาพชุดเหล่านี้บ้างหรือไม่

– รมว.วราวุธ บอกว่า ยังไม่เคยเห็น

– ถาม รมว.วราวุธ ว่า กรมอุทยานฯ เคยตั้งกรรมการสอบแล้ว (โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3) เป็นไปในทิศทางที่เรียกว่า มีมูล.. แต่เมื่อส่งผลสอบเข้ามาที่กรมอุทยานฯ ส่วนกลางแล้ว ปรากฏว่า ผลการสอบเงียบไป ไม่ปรากฏต่อสาธารณะตั้งนั้น จนถึงขณะนี้

– รมว.วราวุธ บอกว่า จะให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ตรวจสอบ

– โทรหา “วิจารณ์ สิมาฉายา” ปลัดกระทรวงฯ เพื่อสอบถามความคืบหน้า แต่เมื่อวานนี้ ไม่สามมารถติดต่อได้..

– …รอความชัดเจน.. เรื่องนี้กันต่อไป..

*****************************

 

ในหลวง มีพระราชกระแสให้นำสุนัขเกรตเดน 13 ตัวไปรับการรักษาที่รพ.สัตว์คณะสัตวแพทย์ ม.เกษตรฯ

21 สิงหาคม 2562

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่แผนกสัตวบาลในพระองค์มาดำเนินการรับสุนัขเกรตเดน 13 ตัวที่ถูกเจ้าของทิ้งให้อดอยากเพื่อนำไปรักษาและอภิบาลต่อที่โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้สั่งการให้ 2 รองอธิบดี คือ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ และนายสุรเดช สมิเปรม ดำเนินการย้ายสุนัขทั้งหมดจากสถานพยาบาลสัตว์ กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ กรมปศุสัตว์ไปยังโรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ ตามที่มีพระราชกระแสรับสั่งมายังผู้แทนพระองค์ขณะนี้สุนัข 10 ตัว มีอาการพ้นขีดอันตรายและปลอดภัยแล้ว กินข้าวกินน้ำได้เป็นปกติ แต่อีก 3 ตัวนั้นสัตวแพทย์ยังต้องดูแลอาการอย่างใกล้ชิด


นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดปทุมธานีไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีเพื่อดำเนินคดีเจ้าของสุนัขในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ต่อไป


“กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดด้านปศุสัตว์ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับข้อมูล หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายผ่านแอพพลิเคชั่น “DLD 4.0″ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที”

 

เมื่อต้องเข้าถ้ำหลวง..! ประสบการณ์.. ทำให้รู้ว่า.. ถ้าจะเข้า”ถ้ำน้ำ..” แบบ ถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ต้อง… #เรื่องเล่าถ้ำหลวง

เขียนบล็อก : 29 มิถุนายน 2562

ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าว ThaiPBS

เมื่อต้องเข้าถ้ำหลวง..! ประสบการณ์.. ทำให้รู้ว่า.. ถ้าจะเข้า”ถ้ำน้ำ..” แบบ ถ้ำหลวง และ ถ้ำทรายทอง ในวนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน หรือถ้าจะขึ้นเขาไปแถวจุดน้ำมุด.. ดูเส้นทางน้ำเหนือถ้ำ..จุดที่น้ำมุดลงสู่ถ้ำหลวง.. อ.แม่สาย จ.เชียงราย..

รองเท้า..แบบ..มีขายนี้แถวตลาดแม่สาย.. คู่ละ 140 -180 บาท (ขึ้นกับความสามารถในการเจรจาต่อราคา) เหมาะใส่เข้าไปทำข่าว..ภายในถ้ำมากที่สุด..ทำให้ทรงตัวดี..เกาะยึดพื้นที่มีสภาพเป็นน้ำ..โคลน.. หิน..ได้ดี..

“..ถ้ำน้ำ..” คือ ถ้ำที่นักสำรวจบอกว่าเป็นถ้ำที่ยังมีชีวิต.. มีระบบนิเวศน์สมบูรณ์ .. ทุกสรรพสิ่งเกื้อกูลกัน..ทั้งถ้ำ..น้ำ..สัตว์ถ้ำ.. และระบบนิเวศน์..

ถ้ำน้ำ..เป็นถ้ำที่มีน้ำไหลหลากในหน้าน้ำ..ตั้งแต่ปลายมิถุนายน / กรกฏาคมเป็นต้นไป..น้ำท่วมขังยาวนานจนข้ามปี และจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเข้าหน้าร้อน..

ส่วนหน้าร้อน..กว่าระดับน้ำจะลดลง..แต่ก็ยัง มีโคลนเคลือบผนังถ้ำ..น้ำขัง.. น้ำฉ่ำๆ แฉะๆ.. อย่างในช่วง เมษายน – พฤษภาคม ..

.. เราจึงเข้ากันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2562..พร้อมทีมสำรวจธรณี เป็นช่วงที่ไม่มีฝนตก.. อุณหภูมิข้างนอกถ้ำ ร้อนมาก..ร้อนระอุทะลุ 40 องศาฯ ด้วยซ้ำ …

แต่พอเข้ามาในตัวถ้ำหลวง.. เหมือนคนละโลก.. ความฉ่ำเย็น.. มีลมพัดเย็นสบายในหลายช่วง.. มีโครงสร้างธรณีที่น่าสนใจหลายประเด็น…

.. ThaiPBS..สำรวจจากปากถ้ำ.. ไปถึง “จุดพบเด็ก” 13 หมูป่า.. ตอนนี้ ได้คำตอบชัดเจนแล้วว่า จุดที่เด็กๆ อยู่กันเพื่อรอการช่วยเหลือ ไม่ใช่ “เนินนมสาว” ..แต่ผู้เชี่ยวชาญที่เคยสำรวจถ้ำหลวงมาหลายครั้งอย่าง “พี่รัก” กมล คุณงามความดี อดีต จนท.วนอุทยานถ้ำหลวงฯ เรียกว่า โซน “พัทยา บีช”

การสำรวจจุดนี้.. ทีมธรณีวัดระยะทางได้ 2,297 เมตร ห่างจากปากถ้ำ เกือบ 3 กิโลเมตร.. ซึ่งตามข่าวช่วงแรกๆ มีการสื่อสารกันว่า จุดที่เด็กติดถ้ำอยู่ห่างจากปากถ้ำ 6-7 กิโลเมตร .. บางแห่งบอกว่า กว่า 10 กิโลเมตร.. ตอนนี้ ได้ชุดข้อมูลที่ชัดเจนด้วยการวัดระยะทางโครงสร้างได้แน่ชัดแล้ว..

ทีมข่าว..เดินเลยจากจุดพบเด็ก..ออกไปอีกเพื่อติดตามทีมธรณีสำรวจต่อไปอีก.. แต่ไปไกลได้อีกแค่ราวๆ 700 เมตร ..ก็เจอแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ขวางตรงหน้า.. ทีมธรณีวางพิกัดสุดท้ายไว้ที่นี่…

ไปต่อไม่ได้แล้ว.. เพราะอุปสรรคน้ำขวางหน้า.. ก็ถอยมาสำรวจ เก็บข้อมูล ลงรายละเอียดมากขี้น..ในจุดที่สำรวจได้

เป้าหมาย … ผลิต “แผนที่ถ้ำหลวง”.. ฉบับทางการ..

โจทย์ใหญ่และโจทย์ยาก..จากเหตุการณ์เด็กติดถ้ำ.. ที่ไม่มีใครเคยรู้ว่า โครงสร้างถ้ำภายในที่แท้จริงเป็นอย่างไร.. งานนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรธรณี จึงจับมือทำงานร่วมกัน.. เพื่อเดินหน้าสู่การเรียนรู้ของสาธารณะ..

รออีก 3 เดือน..นับจากนี้การประมวลข้อมูลต่างๆ ของทีมธรณี หลังจากเก็บข้อมูลในถ้ำหลวง.. อาจได้เห็นความชัดเจนมากขึ้นอีก..

#เรื่องเล่าถ้ำหลวง

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

วิกฤตสุดๆ..วันฐานทัพแตก! หลายคนอาจไม่รู้ #เรื่องเล่าถ้ำหลวง ย้อนความทรงจำ 28 มิ.ย.61 วันน้ำถาโถมทะลักปากถ้ำ ช่วงค้นหา 13ชีวิตติดถ้ำ

เขียนบล็อก : 27 มิ.ย.2561

ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าว ThaiPBS

วิกฤตสุดๆ..วันฐานทัพแตก! เรื่องเล่า..ย้อนเหตุการณ์ถ้ำหลวง..หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ..ช่วงเวลาหนึ่ง.. ที่ทุกฝ่ายระดมกำลังค้นหาเด็กๆ กันเต็มกำลังภายในตัวถ้ำหลวง แต่มวลน้ำที่ไหลหลากถาโถมจากด้านในถ้ำทะลักมาถึง โถง 3 .. ฐานปฏิบัติการของซีลไทย จนทั้งซีล และทุกคนที่อยู่ในถ้ำขณะนั้นทั้งหมดต้องถอยออกมาจากถ้ำ.. และเรียกกันว่า “วันฐานทัพแตก” แต่ยังลุยปรับแผนงานการค้นหาและช่วยเหลือเด็กๆ กันรอบใหม่ โดยทุกฝ่ายไม่สิ้นความหวัง และไม่ละความพยายาม

****************************

คำถาม : เหตุการณ์ถ้ำหลวง ในช่วงนั้นยังต้องค้นหาเด็กๆ ทั้ง 13 ชีวิต.. อะไรคือช่วงความวิกฤตที่สุดในสถานการณ์ ที่พี่รักเผชิญคะ ?

ช่วงหนึ่ง ของการสัมภาษณ์ “พี่รัก”กมล คุณงามความดี ชายชุดแดง บัดดี้ข้างกาย มิสเตอร์ เวอร์นอน อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ..

พี่รัก : “… วันที่ 28 มิ.ย.2561 ครับ.. เวลาประมาณตีหนึ่งครึ่ง ย้อนไปตอนนั้นมีคุณจอห์น/ คุณริค / คุณโรเบิร์ต (นักดำน้ำถ้ำชาวอังกฤษ) มิสเตอร์เวอร์ ผม ทหารอีก 2 นาย … ผมจำนายทหารได้ว่าชื่อ พี่เกมส์กับน้องโอทั้งหมด 7 คน เราเข้าตัวถ้ำหลวงเวลาประมาณ 3 ทุ่มนะครับ นักดำน้ำต่างชาติเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำอังกฤษที่เชิญตัวมา

..วิกฤตที่สุดคือ คุณจอห์น/ คุณริค/ คุณโรเบิร์ต เริ่มดำจากจุด 900 เมตร เขาเรียกว่า “จุดลงรู” ถ้าผู้ปฏิบัติงานจะทราบดีว่า ความกว้างแค่ 2 ฟุต นะครับ เขาเริ่มดำผ่านไปประมาณซัก 2-3 ชั่วโมง ราวๆ เที่ยงคืนแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากเขาดำกลับมาพร้อมกับมวลน้ำมหาศาลที่ตามเขามาฟองอากาศบุ๋มๆๆ วันนั้นเป็นวันที่วิกฤตที่สุดคือน้ำขึ้น 10 นาที 1 ฟุต …. 10 นาทีฟุตนึง… 10 นาทีฟุตนึง…

พวกผมยอมรับว่าแบกถังออกซิเจนทุกคนน่ะ แบกถังออกซิเจนหนีออกมาหน้าปากถ้ำนะครับ จากจุด 900 เมตรเราไม่ได้วิ่งดุ่ยๆ เราต้องข้ามเขา..ข้ามเหว…ข้ามหินครับ เราวิ่งออกมาถึงปากถ้ำ วันนั้นน่ะถ้าผู้ปฏิบัติงานจะทราบ เค้าเรียกว่า “วันฐานทัพแตก”นะครับ ฐานทัพแตกข้างหน้านี่อยู่กันไม่ได้ มิสเตอร์เวอร์เตือนแล้ว คุณเวอร์เขาแจ้งแล้วว่าให้รีบออกไป ผมก็แจ้งต่อท่านทั้งหลายว่ามวลน้ำตามหลังผมมานะครับ ให้ท่านรีบเคลื่อนย้ายเพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าหน้าโถงท่วมแน่นอน มีโอกาสช็อตสูง

แล้วเป็นไปดังที่ผมแจ้ง และมิสเตอร์เวอร์แจ้ง ก็คือช่วงตีหนึ่งครึ่งถึงตีสองที่ผมออกมากันนะครับ วันนั้นเป็นวันที่วิกฤตที่สุดและผมได้รับบาดเจ็บ ก็คือผมล้มนะครับ ก่อนที่ผมจะแบกถังออกซิเจนเข้าไปดำน้ำกับทีมอังกฤษ ผมเพิ่งลงมาจากยอดเขาดอยจ้อง ลงมาปุ๊บผมก็มาสแตนด์บายรอ เพราะ มิสเตอร์เวอร์แจ้งแล้วว่า ทีมนักดำถ้ำชาวอังกฤษจะมาถึงแล้วนะรัก เดี๋ยวนำทีมอังกฤษเข้าไปนะ วันนั้นผมล้มนะครับตอนที่เข้าไปช่วยค้นหาเด็กๆ ด้วยใจเป็นห่วง ถึงขนาดต้องไปทำแผลที่คลินิกที่โรงพยาบาลนะครับ คือมันเป็นความรู้สึกที่แย่มากที่ว่าทำไมตัวผมถึงมีกำลังแค่นี้ที่จะช่วยเหลือเด็กนะผมพยามแล้วนะครับ..”

“.. หลังจากนั้น มีการถอนกำลังก่อนครับ หลังจากที่น้ำทะลุทะลักออกปากถ้ำ มีการถอนกำลังทั้งหมดถอดเครื่องมือทั้งหมดมาปรับเปลี่ยนรูปแบบแบบแผนใหม่ ซึ่งทางผบ.นรข. อันนี้ผมทราบข้อมูลมาแล้ว ก็คือท่านจะเริ่มวางถังออกซิเจนวางไกด์ไลน์วางอะไรคือท่านไม่ท้อครับ ผมแจ้งท่านแล้วว่าผมเห็นทุกอย่างตอนที่เค้ากำลังออกมา แม้แต่ทางคุณจอห์น คุณริคแล้วก็คุณโรเบิร์ตเองเขาก็ไม่ท้อครับ แม้ว่าน้ำทะลักออกมาแล้วนะ แต่วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็ดำน้ำต่อของเขา เขาก็ไปของเขา ไม่ต้องวางแผนเขาเข้าไปเลย นับถือใจท่านจริงๆ เลย ว่าท่านทำได้อย่างไรครับ เขาทำให้คนไทยทั้งโลกทราบแล้วว่าเขาสามารถดำน้ำไปจนพบเด็กๆ ได้ ท่านเก่งมากครับ..”

#เรื่องเล่าถ้ำหลวง

 

พบเต่าทะเลวางไข่ 79ฟอง! เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ / ชาวบ้านไม่พบเต่าวางไข่นานกว่า 30ปี

เขียนบล็อก : 3 เม.ย.2561

พบเต่าทะเลวางไข่ 79ฟอง! เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร พร้อมด้วยนายรุ่งโรจน์ อัศวกุลธารินท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้าตรวจสอบการวางไข่ของเต่าทะเล เมื่อวานนี้ (2 เม.ย.61) บริเวณหน้าโรงแรมบราเซีย บีช โฮเต็ล อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยได้รับแจ้งจากนายอิฐธิรัตน์ จันทร เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรสามร้อยยอด หลังจากเข้าตรวจสอบพบไข่เต่าทะเลจำนวน 79 ฟอง สภาพสมบูรณ์ถูกฝังในหลุมทรายลึก 1 ฟุต ขนาดความกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร ซึ่งไข่เต่าทะเลดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นไข่เต่าทะเลสายพันธ์ใด เนื่องจากต้องรอลูกเต่าฟักเป็นตัวก่อน

เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จึงได้ทำการขนย้ายไข่เต่าทะเลไปไว้บริเวณหาดแหลมศาลา บ้านบางปู อ.สามร้อยยอด ซึ่งเป็นเขตพื้นที่อุทยานฯ ด้วยการขุดหลุมทำร้วล้อมกั้นป้องกันอันตรายจากสัตว์ พร้อมได้จัดเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานดูแลตลอด 24 ชั่วโมงแทนการย้ายไข่เต่าไปฟักที่ศูนย์วิจัย จ.ชุมพร เนื่องจากต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัดอาจทำให้ไข่เต่ามีปัญหา

สำหรับไข่เต่าทะเลที่พบนั้น ยืนยันว่าระบบนิเวศชายฝั่งในพื้นที่ อ.สามร้อยยอดยังคงมีสภาพสมบูรณ์ หลังจากหลายหน่วยงานร่วมกันฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าไม่พบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่นานกว่า 30 ปี

 

ปุกาศ..! สาวญี่ปุ่นได้มือถือคืนแล้ว..19 วัน กับการตามหา..คนต่างชาติทำมือถือตกในรถแท็กซี่ไทย

14 สิงหาคม 2560

ปุกาศ..ปุกาศ..ตามหาเจ้าของเจอแล้วค่าาา..! 19 วัน..กับการตามหาเจ้าของโทรศัพท์..ต่างชาติ ทำมือถือตกในแท็กซี่

ยังจำได้ไหม.. ข้าพเจ้าเคยโพสต์..ประกาศ..ตามหาเจ้าของโทรศัพท์ที่ทำตกในรถแท็กซี่..

อัพเดท… ขณะนี้ เจอเจ้าของโทรศัพท์แล้วนะคะ เป็นชาวญี่ปุ่น นำเครื่องส่งมอบให้แล้ว  ผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย.. เมื่อ 27 ก.ค. 2560

*******************

สืบเนื่องจาก ข้าพเจ้าพบ โทรศัพท์มือถือ “ไอโฟน” ตกอยู่ในรถแท็กซี่ เมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม 2560  

– จากเหตุการณ์ เรียกรถจากหน้าสวนสัตว์ดุสิต กทม. เมื่อเวลาประมาณ 16:45น. เพื่อไปลงรถแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ราวๆ 17:00น.  แต่ระหว่างจ่ายค่าโดยสาร ข้าพเจ้าเจอโทรศัพท์ มือถือตกอยู่เบาะหลัง.. 

– สอบถามคนขับบอก ให้ข้อมูลว่า น่าจะเป็นของชาวต่างชาติ

ทำให้ข้าพเจ้า ได้โพสต์ประกาศผ่าน Facebook และ ทวิต @Pat_ThaiPBS เพื่อตามหาเจ้าของโทรศัพท์แทบจะทันที  โดยคาดว่า น่าจะยังอยู่ในกรุงเทพฯ แถวๆ นั้น  หรือ ในประเทศไทย ..และหวังว่า จะได้เจอเจ้าของ.. ตามนี้ 

************************

จากนี้  จะขอเล่าถึง..เส้นทางการตามหาเจ้าของโทรศัพท์…เครื่องนี้นะคะ..

***** เจอมือถือ วันที่ 8 ก.ค.60 ******

โจทย์ในใจมีข้อเดียว คือ  “ต้องการตามหาเจ้าของโทรศัพท์ให้เจอ” 

@ปัญหาอยู่ที่ว่า …

มือถือนี้เป็นของใคร … แล้วจะหาเจอกันได้อย่างไร

เย็น.. 8 ก.ค.60  เมื่อลงจากรถแท็กซี่ ได้เจอเจ้าหน้าที่นายหนึ่ง ข้าพเจ้าสอบถามว่า  จะส่งคืนที่นี่ และช่วยรับมือถือไปประสานติดตามหาเจ้าของให้ได้ไหม..? 

คำตอบคือ ให้ประสานเอง เพราะพี่เขายังติดภารกิจ (อันนี้เข้าใจได้) 

ช่วง 6 โมงเย็น.. ข้าพเจ้าเดินหาศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ของตำรวจท่องเที่ยว ตรงสนามหลวง – วัดพระแก้ว เพราะหน้าจอมือถือเป็นภาษาญี่ปุ่น และคิดว่าตร.ท่องเที่ยวจะประสานได้โดยตรง 

เดินไปถึงหลัง 6 โมงนิดๆ  จนท.หน่วยอื่นแถวๆ นั้นบอกว่า ตำรวจท่องเที่ยวกลับหมดแล้ว เพราะ หมดเวลาปฏิบัติภารกิจประจำวัน

..เป็นเรื่องที่เข้าใจได้..เป็นอันว่า ยังไม่ได้เจอกัน.. 

ค่ำแล้ว..กลับมาที่พัก..

ลองสืบจากหน้าจอนี่แหละ …

1. ตัวเครื่องเป็น “ไอโฟน”  (ข้าพเจ้า ไม่ใช้ไอโฟน)  เครื่องมีสีชมพูอ่อนๆ

2. หน้าจอล็อกรหัส.. (แน่นอนว่า โทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ผู้ใช้งานนิยมล็อกรหัสหน้าจอ)

3. ลองดูสัญญาณมือถือ (..คิดง่ายๆ ว่าเป็นนักข่าวสายกสทช. – ไอที อยู่ด้วย.. เผื่อจะประสานให้ กสทช. – ค่ายมือถือ ช่วยประสานไปทางค่ายมือถือญี่ปุ่น หรือช่วยส่งต่อข้อมูลกันให้ช่วยติดตามได้) 

4. แต่พบว่า หน้าจอถูกตั้งค่าเป็น “โหมดเครื่องบิน (ออฟไลน์)”  มีผลทำให้เจ้าตัว (เจ้าของเครื่อง) ไม่สามารถโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของตัวเองได้ 100%

5. ภาษาหน้าจอ..เป็นภาษาญี่ปุ่น .. ทำให้ข้าพเจ้ายากต่อการอ่าน และแปลด้วยแอพ GOOGLE  ซึ่งแทบช่วยอะไรไม่ได้มาก 

6. ระหว่างนั้น หน้าจอ แจ้งเตือน บันทึกตารางเวลาอะไรสักอย่าง เตือนกันทุกๆ 10 นาที

7.  ระหว่างนั้น มีข้อความ อินสตาแกรมเป็นภาษญี่ปุ่น เข้ามา …เอาล่ะ / ลองถ่ายรูปหน้าจอ..ส่งไลน์ให้พี่กุล พี่บก.ข่าว @Kultida Post ที่ออฟฟิศ ซึ่งคิดว่าน่าจะมีเพื่อนเป็นญี่ปุ่นช่วยแปลให้

ได้คำแปลประมาณว่า “ มีผู้ใช้อินสตาแกรม (ชื่อผู้ใช้) ไปกดชื่นชอบ ข้อความของเจ้าของเครื่อง”  

8. ข้าพเจ้า และพี่กุล – เพื่อนพี่กุล อินบ็อคไปหา คนๆนั้น พร้อมฝากข้อความพร้อมแนบไฟล์รูป ที่คนนั้นไปกด like เจ้าของ IG  ประมาณว่า “ถ้าคุณรู้จักเจ้าของ IG โปรดแจ้งทีว่า เขาทำโทรศัพท์มือถือตกในแท็กซี่ ที่ประเทศไทย”  
แต่จนถึงวันนี้ ..( 14 สิงหาคม 60 )  ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา… 

9. นอกจากโพสต์ผ่านFacebook  และ twitter แล้ว ..ข้าพเจ้ายังยังแจ้งที่

– ทีมเว็บข่าวออนไลน์ของ ThaiPBS 

–  จส.100  

– สวพ.91 

10. ช่องทางทวิตเตอร์ @Pat_ThaiPBS ขณะนั้นเริ่มมี   Follower หลายท่าน กรุณาช่วย RT แล้วแปลต่อเป็นภาษาญี่ปุ่นแจ้งต่อๆ กันด้วย 

11. ราว 5 ทุ่ม ทาง จส.100 โทรมา และขอให้โฟนอินออกอากาศ  เล่ารายละเอียดที่เจออีกครั้ง … 

******************

วันรุ่งขึ้น.. 9 ก.ค.   (หลังพบมือถือ 1 วัน) 

1. ข้าพเจ้า โทรสอบถามคนขับแท็กซี่ เพื่อสอบถามรายละเอียดอีกรอบ คนขับจำไม่ได้ชัดนัก บอกแต่ว่า น่าจะเป็นของคนต่างชาติ ไม่ได้สังเกตว่า ชาวต่างชาติใช้โทรศัพท์ในรถหรือไม่.. 

2.  วันนั้นหน้าจอมือถือ ปรากฏข้อมูลหุ้นนิเคอิ /การแจ้งเตือนปฏิทิน เป็นภาษาญี่ปุ่น.. 

3. ตกเย็น..ไปทานข้าวกับครอบครัว .. / พี่ชาย Preechakorn Tanngam ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์ แนะนำว่าลองสลับเพื่อดูเบอร์ (นั่นเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้านึกไม่ถึงในสถานการณ์เช่นนั้น)

4. เบอร์ที่ได้..เราพบว่า เป็นเบอร์จากต่างประเทศ ..

5. ข้าพเจ้ารีบจดเบอร์ไว้ .. พี่ชายบอกว่า เหมือนว่าเจ้าของเครื่องจะโรมมิ่งค่ายมือถือของไทยด้วย เพราะเห็นสัญญาณโชว์ขึ้นหน้าจอ…(บอกชื่อเครือข่ายมือถือ) 

6.. จากนั้น ..ก็สลับซิมกลับคืนใส่ไว้ที่เครื่องเดิม 

7. เมื่อแยกจากครอบครัว.. ข้าพเจ้า ติดต่อจนท.ค่ายมือถือไทย..ประสานขอให้ช่วยดูว่าโรมมิ่งมาชื่อใครหรือไม่ หรือ อย่างน้อยๆ เอาเบอร์ที่เราได้มา.. ช่วยประสานกับค่ายมือถือที่ญี่ปุ่นช่วยติดตามหาเจ้าของได้หรือไม่ 

จนท.บอกว่า จะไปประสานผู้ใหญ่แลัวจะติดต่อกลับ … 

******************* 

จันทร์ .. 10 ก.ค.60 

1. ตัดสินใจส่ง SMS หาเลขา กสทช.ฯ  เผื่อขอแรงรบกวนให้ช่วยประสานอีกทาง พร้อมรายละเอียดสั้นๆ 

– เลขาฯ ตอบกลับว่า อยู่ต่างประเทศ  (เลยไม่ได้ติดต่ออะไรอีก) 

2.  เริ่มนึกถึงสถานทูตญี่ปุ่นฯ คิดเองว่า ถ้าเผื่อคนญี่ปุ่นในไทยมีปัญหา เขาอาจแจ้งไปที่สถานทูตฯ หรือไม่ก็ ถ้าสถานทูตฯ รู้เบอร์โทร น่าจะช่วยประสานได้. 

3. ระหว่างนั้น..จนท.ค่ายมือถือไทย โทรมาบอกว่า เช็คให้ไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายบริษัท.. ถือเป็นความลับของลูกค้า ..  ( ก็พอจะเข้าใจได้) 

4. ระหว่างนั้น กำลังหาเบอร์สถานทูตฯ อยู่ที่  ThaiPBS “พี่หรีด” @Jingreed Slk โปรดิวเซอร์  เห็นเราโพสต์เฟสฯ ตามหาเจ้าของเครื่อง  และได้ยินเราเปรยๆ ว่า จะติดต่อไปที่สถานทูตญี่ปุ่นฯ / พี่หรีด ก็กุลีกุจอ ช่วยหาเบอร์มาให้ 

5. เราโทรไป..ที่สถานทูตฯ

มีผู้หญิง..พูดภาษาไทยสำเนียงภาษาญี่ปุ่นรับสาย.. เราแจ้งข้อมูลทั้งหมด.. และขอความกรุณาทางสถานทูต..ช่วยประสานไปที่ค่ายมือถือ ที่ประเทศญี่ปุ่น 

เจ้าหน้าที่ สถานทูตฯ บอกว่า จะพยายามติดต่อให้ แต่เธอไม่มั่นใจว่า จะเจอเจ้าของเบอร์ 

เราถามว่า จะนำไปฝากไว้ที่สถานทูตฯ ก่อนได้ไหม  เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เราเก็บไว้ก่อน

*****************

11 ก.ค.2560 

– ทางสถานทูตญี่ปุ่นฯ จนท.คนเดิม โทรกลับมาแจ้งว่า  .. ทางค่ายมือถือขอเวลาตรวจสอบ

****** ผ่านไป 1 สัปดาห์ เศษ  … มีแต่ความเงียบ******* 

ตัดฉับ…จาก 11 ก.ค. มาถึง วันที่ 27 ก.ค.2560  

– ได้รับโทรศัพท์ จากสถานทูตญี่ปุ่นฯ แจ้งข่าวดีให้ทราบว่า..เจอเจ้าของเครื่องแล้ว.. แต่เจ้าตัว บินกลับญี่ปุ่นแล้ว… มีแต่เจ้านายคนญี่ปุ่น ที่ยังอยู่ประเทศไทย 

เราสรุปนัดส่งมอบโทรศัพท์คืนให้ที่ สถานทูตญี่ปุ่น.. ก่อน 4 โมงเย็น..วันนั้น 

เมื่อไปถึง..ได้เจอคุณ Yoshiya เจ้านายของเจ้าของเครื่อง พูดภาษาอังกฤษได้ โค้งให้เราแล้วโค้งให้อีก .. เราก็โค้งกลับ..โค้งกันไปมาหลายรอบมากๆ 

และคุณเจ้าของเสียงที่ช่วยประสานงานกับทางสถานทูตมาให้ทุกๆ ครั้ง  คือคุณ “จุงโกะ วาดะ” Junko Wada เป็นผู้ช่วยกงศุล

*********************

..ทราบว่า เจ้าของเครื่อง ไม่ได้อยู่เมืองไทย / วันที่ทำโทรศัพท์หล่นในรถ.. ก็รู้ตัวเมื่อตอนลงรถแล้ว..แต่เห็นรถวิ่งออกไป ก็ทำอะไรต่อไม่ได้แล้ว จำรายละเอียดรถไม่ได้  นอกจากทำใจ

สอบถามว่า.. ได้ไปแจ้งความหรือไม่ ..ได้รับคำตอบว่า แจ้งความแล้ว..แต่จำชื่อ สน. ไม่ได้ .. 

วันที่เจ้าของเครื่อง ทำมือถือตกในรถ คือ วันที่ 8 ก.ค.60 ..และวันรุ่งขึ้น 9 ก.ค. ก็เดินทางกลับญี่ปุ่น .. 

ก่อนจากกัน..ข้าพเจ้าขอขอบคุณ คุณ “จุงโกะ วาดะ” Junko Wada ( ผู้ช่วยกงศุล ) อีกครั้ง เพราะถ้าสถานทูตฯ ไม่ช่วยติดตามให้ด้วยใจจริงๆ ก็คงไม่มีโอกาสได้คืนโทรศัพท์ให้เจ้าของ..

ก่อนจากกัน..เรา และ คุณ Yoshiya ขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระทึก..เอ้ย ระลึก เพื่อความสบายใจกันทุกฝ่าย 

คุณ Yoshiya ขออีเมล์ไว้ เพื่อส่งต่อให้ลูกน้อง ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่อง…ที่ต้องการติดต่อมาถึงเรา … 

แยกจากกัน.. ด้วยการโคังงามๆ อีกหลายรอบ.. เราก็ยกมือไหว้กันอีกหลายรอบเช่นกัน..

*************

ศุกร์ .. 28 .. ก.ค.60 

วันนั้น..ตั้งใจจะเรียบเรียง..เขียนโพสต์บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้.. แต่ติดภารกิจด่วน ลงพื้นที่ ทำข่าวน้ำท่วมอีสาน และเพิ่งกลับถึง กทม. ไม่กี่วันก่อน  เลยนำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้นะคะ

********

ปล. 1 เจ้านายของเจ้าของเครื่อง ให้ขนมมาด้วยกล่องหนึ่ง แม้ปฏิเสธหลายรอบ..แต่เขาก็ขอให้ด้วยความตั้งใจจริงๆ .. ณ วันนี้ ขนมได้หมดไปแล้ว..ตั้งช่วงไปทำข่าวน้ำท่วม แฮร่ๆ 

ปล. 2 เจ้าของเครื่อง คุณ เอริโกะ (Eriko) ได้อีเมลล์มาหา เพื่อขอบคุณ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2560 แล้วค่ะ เธอได้ถ่ายรูปพร้อมโชว์มือถือที่ได้รับคืนไปส่งมาให้ด้วย

เธอบอกว่า..เสียใจมากที่ทำไอโฟนหาย เพราะเวลาที่ทำของหายในต่างประเทศ มันยากที่จะได้คืน  แต่เธอโชคดีมากที่ได้ไอโฟนคืน เธอ..ซาบซึ้งมากและอยากกลับมาประเทศไทยอีกหลายๆ ครั้ง 

(^______^)

 

จดหมายเปิดผนึก! เครือข่ายนักวิชาการ นักศึกษา ศิลปิน และภาคประชาสังคม”ข้อเสนอแนะ ทางออก แก้วิกฤติชุมชนป้อมมหากาฬ”