RSS

Category Archives: สิ่งแวดล้อม-รอบตัวเรา

แถลงการณ์! มูลนิธิกระจกเงา ต่อ สตช. สืบเนื่องจากพบศพเด็กหญิง ถูกฆาตกรรมมัดถ่วงน้ำ จ.สมุทรปราการ 


แถลงการณ์! มูลนิธิกระจกเงา ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สืบเนื่องจากกรณี พบศพเด็กหญิงอายุประมาณช่วงวัยรุ่นตอนต้น ถูกฆาตกรรมมัดถ่วงน้ำในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จนถึงบัดนี้ยังไม่ทราบว่าเด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นใคร  มูลนิธิกระจกเงาในฐานะหน่วยงานรับแจ้งเหตุคนหาย มีข้อเรียนเสนอแนะต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรยกระดับศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม ให้มีโครงสร้างและผู้ปฏิบัติงาตประจำ ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลคนหาย วิเคราะห์ ประสานงาน ประชาสัมพันธ์ และติดตามคนหาย ในลักษณะกองบังคับการ ที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทั่วประเทศ

2.พัฒนาระบบการรับแจ้งเหตุคนหาย ให้มีฐานข้อมูลออนไลน์ได้ทั่วประเทศ เพื่อให้การรับแจ้งเหตุและรวบรวมข้อมูล ทำได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูล และช่วยเหลือคนหายได้อย่างทันท่วงที

3.สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มีทัศนคติที่ดีต่อการบริหารจัดการคนหายในแต่ละประเภท  โดยเฉพาะกลุ่มเด็กหายที่สมัครหนีออกจากบ้าน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในคนหายทุกประเภท เนื่องจากหลายกรณีพบว่า เด็กสมัครใจหนีออกจากบ้าน ถูกกระทำความรุนแรงหรือถูกก่ออาชญากรรมภายหลังหายออกจากบ้าน ซึ่งการช่วยเหลือติดตามอย่างทันท่วงที จะเป็นการลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ

4.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรออกหนังสือเวียนย้ำกับทุกสถานีตำรวจและประชาสัมพันธ์ต่อสังคม ว่า ปัจจุบันสามารถแจ้งความคนหายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้หายครบ 24 ชม.  

5.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรจัดให้มีการทบทวน และอบรมความรู้ในการสืบสวนติดตามคนหายประเภทต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน และสร้างความรู้ความเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันของปัญหาคนหาย  สำหรับการทำงานช่วยเหลือและป้องกันต่อไป  

ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา 

13 มิถุนายน 2560

 

คุณจะตาย..อายุเท่าไหร่? ว่ากันด้วยเรื่อง ความตาย-อายุ-เงินออม-ค่ายื้อชีวิต โดย นพ.วิทิต อรรถเวชกุล

18 ธันวาคม 2559

คุณจะตาย..อายุเท่าไหร่? วันอาทิตย์ที่ลมหนาวพัดโชยเย็นๆ อย่างเวลานี้ ขอว่ากันด้วยเรื่อง ความตาย-อายุ-เงินออม และค่ายื้อชีวิต

เมื่อวานนี้ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ข้าพเจ้าได้ฟัง นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มาบรรยาย..

คุณหมอ เริ่มต้นถามว่า.. เคยคิดไหม..ว่า คุณจะตายตอนอายุเท่าไหร่..? ฟังดูแล้วชวนให้ครุ่นคิดกับคำถามที่มีนัยยะน่าสนใจ

คุณหมอวิทิตเล่าว่า อายุขัย ค่าเฉลี่ยของคนไทยปัจจุบันนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 75-76 ปี ผู้ชายอยู่ที่ 75 และ ผู้หญิง 76 ปี 

คนไทย..อายุยืนกว่าสมัยคุณหมอเป็นนักศึกษา ซึ่งขณะนั้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60 ปี 

นั่นแปลว่า..ปัจจุบัน..คนไทยอายุยืนมากขึ้น

คุณหมออยู่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว มาประมาณ 20 ปี เริ่มจากปี 2530 ชีวิตนอกจากเป็นหมอแล้ว ยังคุ้นเคยและเป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ด้วยตลอด 20 ปีมานี้

ครั้งหนึ่ง..เมื่อกลับไปร่วมงานศพที่นั่น  พบว่า มีผู้เสียชีวิต 4  คน จาก 4 ครอบครัว ที่คุณหมอตระเวนไปร่วมงานศพ แต่ละคนที่เสียชีวิตนั้น มีข้อน่าสังเกตว่าอายุมากกว่า 90 ปี ทุกคน

มาถึงบรรทัดนี้..ตอนนี้…คุณผู้อ่าน…อายุเท่าไหร่คะ…. 20..30…40..50..60…หรือ มากกว่านั้น...

เคยคิดกันเล่นๆ หรือ คิดจริงจังไหม..ว่า เราจะตายตอนอายุเท่าไหร่..และคุณมีโอาสจะอายุยืนเกิน 100 ปี หรือไม่?

ถ้าอายุยืนเกิน 100 ปี จริงๆ จะใช้ชีวิตอย่างไร.. ?

กลับเข้าเรื่อง ที่คุณหมอวิทิต เล่ากันต่อ…

โลกความจริง คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะข้าราชการ ทำงาน จะเกษียณที่อายุ 60 ปี ..และมีการตั้งคำถามต่อว่า… จะได้บำนาญเท่าไหร่..?

ประเด็นสำคัญ..ที่ คุณหมอ ขีดเส้นใต้ คือ “เงินทองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคนวัยเกษียณ”

ถ้าคุณเกษียณแล้ว..อยู่ไปอีก 30 ปี ..จะอยู่อย่างไร โดยที่ไม่มี Productivity

… ในช่วงอายุ 60 ปี .. สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ 

– “เงินบำนาญ”..คืด เงินก้อนหนึ่ง..ได้มาแล้วเอาไปบริหารเอาเอง ถ้าบริหารไม่ดี จะลดลง และหมดลงในที่สุด… ต่างจาก”เงินเดือน”ขณะทำงานที่มีใช้ในทุกๆ เดือน 

– สุขภาพ…อวัยวะของร่างกายเสื่อมตามสภาพ 

– ถ้าจะเปลี่ยนอะไหล่ ก็ต้องใช้เงิน…และ ถ้าเปลี่ยนเรื่อยๆ ทั้งตัว ตามอาการเจ็บป่วย ทรุดโทรม ก็ต้องใช้เงิน

เช่น ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่า..จะเปลี่ยนข้อทั้งชุดบน และ ชุดล่าง ก็ต้องใช้เงินหลักแสนบาท และยิ่งถ้าใคร..มีน้ำหนักตัวเยอะๆ ก็ยิ่งทำให้ข้อเสื่อมตัวเร็ว ….

คุณหมอแนะนำว่า …ใครเริ่มมีอายุมาก..แนะนำให้ พยายามรักษาสรีระร่างกาย และน้ำหนักให้ผอม เหมือนยังเป็นช่วงวัยรุ่น 

– ในวัยหลังเกษียณ จะเริ่มต่อสู้กับ ธรรมชาติ 

– การจะเอาชีวิตไปฝากไว้ที่ ลูก หลาน หรือ ครอบครัว ให้มาช่วยดูแลคุณยามแก่ หรือ เจ็บป่วย นั่นคือ.. คุณกำลังเอาความหวังของคุณไปเสี่ยงมาก…และเป็นภาระต่อลูก..หลาน..และครอบครัวคุณ

คุณหมอ บอกว่า.. ถ้าหลังเกษียณแล้วตายเลย..ดูไม่น่ายากเท่าไหร่ ไม่ต้องวางแผนการใช้ชีวิต แต่โดยธรรมชาติของมนุษย์เรา ถ้าไม่ได้เป็นอะไร มันก็จะไม่ใช่เรื่องที่จะมาตายกันง่ายๆ 

แต่….แต่หากใครคิดว่า หลังเกษียณแล้ว จะมีชีวิตอยู่ต่อไป อีกสัก 30 ปี คือ อยู่ได้ถึง 90 ปี ก็ต้องมีเงินในช่วงนั้นไว้ใช้ได้ 3 ล้าน ถึง 5 ล้านบาท สำหรับปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ 

1.กิน 

2.ใช้ 

และ 3.รักษาโรค
“..เงินทองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคนวัยเกษียณ” 

นี่เป็นประโยคที่คุณหมอวิทิต ย้ำ

การออม..จึงเป็นสิ่งจำเป็น..

หากเริ่มออมตั้งแต่ อายุ 55 ปี ก็ไม่ทันแล้ว 

ออมตั้งแต่อายุ 45 ปี..

..ถ้าไม่วางแผนจะลำบาก..

ขอให้ออม…ออมแบบไหนก็ได้..แต่ขอให้ออม

คุณหมอทิ้งท้ายว่า..

คนไทย..มีค่าเฉลี่ยที่มีแนวโน้มว่า จะมีอายุยืนจริงๆ..

ยิ่งถ้าคุณ..ผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่า โชคดี หรือ โชคร้าย ถ้าคุณมีอายุอยู่เกิน 100 ปี แล้วไม่มีเงิน…คุณจะใช้ชีวิตอย่างไร..?

 

(เสวนา) 8 ส.ค.59 มูลนิธิสืบฯ-ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม จัดโต๊ะกลม”ทางออกในการใช้ทรัพยากรไม้ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

เธ—เธฒเธ‡เธญเธญเธเธเธฒเธฃเนƒเธŠเน‰เธ—เธฃเธฑเธžเธขเธฒเธเธฃเน„เธกเน‰เธญเธขเนˆเธฒเธ‡เธขเธฑเนˆเธ‡เธขเธทเธ™

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย จัด เสวนาโต๊ะกลม
“ทางออกในการใช้ทรัพยากรไม้ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”
ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สามเสน กรุงเทพฯ
วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2559 เวลา 10.00 น. – 15.00 น.
จัดโดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย

รูปแบบการเสวนา เป็นการเสวนาเชิง Technical hearing ที่ระดมความคิดเห็น ความรู้ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากผู้เสวนาหลักและผู้เข้าร่วมทุกท่าน เพื่อหาทางออกในการใช้ทรัพยากรไม้ของประเทศไทยอย่างเหมาะสมและยั่งยืน โดยใช้กรณี การใช้ไม้สักในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นประเด็นนำเสวนา

ผู้ร่วมเสนาหลักและผู้ดำเนินกระบวนการ

1. คุณธีรพล นิยม ประธานคณะผู้ออกแบบโครงการรัฐสภาแห่งใหม่

2. คุณพิพัฒน์ ชนินทยุทธวงศ์ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้(ออป.)

3. คุณบรรจง วงศ์ศรีสุนทร ผู้อำนวยการสำนักรับรองการป่าไม้ กรมป่าไม้

4. *ผู้แทนจากส่วนปลูกป่าภาคเอกชน สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้

5. คุณอุดมศักดิ์ อึ้งศรีวงษ์ ผู้แทนจากสหกรณ์สวนป่าภาคเอกชน

6. รศ.ดร. อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นักพัฒนาการเศรษฐกิจ NIDA

7. คุณระวี ถาวร กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และผู้ประสานภาคีความร่วมมือวนศาสตร์ชุมชน

8. คุณสันติ โอภาสปกรณ์กิจ ผู้ประสานงานกลุ่ม BIG TREE

9. อ. ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ดำเนินกระบวนการ

หมายเหตุ * อยู่ในช่วงประสานงาน

 

จี้นายกฯ ระงับคำสั่ง! แถลงการณ์ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน คัดค้านคำสั่ง คสช. แก้ กม.สิ่งแวดล้อม ชี้ทำลายหลักการป้องกันล่วงหน้า-คืนความสุขให้กลุ่มทุน

image

จี้นายกฯ ระงับคำสั่ง! แถลงการณ์ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน
เรื่อง คัดค้านคำสั่ง คสช.ที่ 9/2559 ทำลายหลักการป้องกันล่วงหน้า-คืนความสุขให้กลุ่มทุน

…………………..

ตามที่หัวหน้า คสช. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 โดยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อให้การดำเนินโครงการหรือกิจการของรัฐในการจัดให้มีสาธารณูปโภคอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะสามารถดำเนินการได้โดยรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจและสังคม อาทิ โครงการหรือกิจการด้านการคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือที่อยู่อาศัย โดยในระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการ อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้นั้น

          สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนขอคัดการการใช้อำนาจที่เกินความจำเป็น อันขัดต่อเจตนารมณ์ของมาตรา 4 และ 5 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ประกอบ พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 โดยชัดแจ้ง เนื่องจากคำสั่งดังกล่าว ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ แต่อย่างใด

อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความขัดแย้งและแตกความสามัคคีของประชาชนในชาติ เพราะจะทำให้ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมทั่วประเทศออกมาคัดค้านกันอย่างมากมาย รวมทั้งเป็นการทำลาย “หลักการ” ของกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง ที่มุ่งเน้น “หลักการป้องกันไว้ล่วงหน้า” หรือ Precautionary Principle โดยการกำหนดให้โครงการหรือกิจกรรมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (36+11 ประเภท) จะต้องจัดทำ EIA/EHIA เพื่อให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเสียก่อนเท่านั้น

         
คำสั่ง คสช.ที่บัญญัติว่า “ระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการ อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้นั้น” จึงเป็นการทำลายหลักการหรือเจตนารมณ์ที่สำคัญของกฎหมายแห่งชาติ เป็นการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์หรือคืนความสุขให้กลุ่มทุนเท่านั้น และจะเป็นการบีบบังคับการทำหน้าที่ของ คชก. ให้จำต้องให้ความเห็นชอบรายงาน EIA/EHIA ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปก่อนล่วงหน้าแล้วเท่านั้น

         
สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงใคร่ขอเรียกร้องมายังหัวหน้า คสช. ได้โปรดทบทวนการออกคำสั่งที่เกินความจำเป็นดังกล่าวเสีย และหาก คสช.ยังเดินหน้าต่อคำสั่งนี้ สมาคมฯและเครือข่ายจะนำความนี้ขึ้นร้องเรียนต่อศาลปกครองสูงสุดและหรือศาลรัฐธรรมนูญตามความในมาตรา 5 ประกอบมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ต่อไป

นายศรีสุวรรณ  จรรยา

นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

(8 มีนาคม2559)

 

แถลงการณ์! ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้ เรื่อง “แก้ไขปัญหาชาวเล ปฏิรูปวางกติกาสังคมธรรม” ดังนี้

แถลงการณ์ ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้

เรื่อง “แก้ไขปัญหาชาวเล ปฏิรูปวางกติกาสังคมธรรม”

จากเหตุการณ์ความรุนแรงอันเกิดจากกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 100 คน เข้าทำร้ายชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ที่ผ่านมาและทำการปิดทางสาธารณะเข้าออกพื้นที่โดยใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่พร้อมรถไถเพื่อปิดทางและทำลายเครื่องมือประมง ทำให้ชาวชุมชนได้รับบาดเจ็บ เครื่องมือประมงได้รับความเสียหายจำนวนมาก นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในสังคม ที่สะท้อนความรุนแรงอันเกิดจากการสมรู้ร่วมคิดระหว่างอำนาจรัฐราชการและทุนที่มุ่งหวังกอบโกย แย่งชิงทรัพยากรทีดินชุมชนโดยมิชอบ รวมถึงการเพิกเฉยต่อการย่ำยีและการละเมิดสิทธิชาวชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานอย่างยาวนาน ซึ่งประจักษ์ชัดทั้งในแง่การศึกษาวิจัย และข้อมูลทางประวัติศาสตร์

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้ อันเกิดจากการรวมตัวของผู้นำ กลุ่ม/ องค์กรชุมชน นักวิชาการ นักพัฒนาเอกชนในภาคใต้ และได้ติดตามสถานการณ์มาอย่างใกล้ชิด เห็นว่าการกระทำอันอุกอาจ ท้าทายกฎหมาย และการพร้อมใช้ความรุนแรงโดยปราศจากมนุษยธรรมใดๆ ในครั้งนี้เป็นผลมาจากความย่ามใจในอำนาจ การรับใช้ระบบทุนนิยมของกลไกรัฐในท้องถิ่น รวมถึงการเผยให้ถึงโครงสร้างอันบิดเบี้ยวที่เอื้อประโยชน์แก่คนส่วนน้อยที่มีอภิสิทธิ์ในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหากปราศจากการดำเนินการใดๆในการยุติปัญหาอย่างชอบธรรม รักษาไว้ซึ่งสิทธิชุมชน ทั้งต่อสิทธิตามกฎหมายในประเทศ และสิทธิตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (CERD) และปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง เป็นต้น แล้วอาจเป็นการสั่งสม “ชัยชนะบนความ อยุติธรรม” ที่พร้อมนำไปสู่การใช้ความรุนแรงรอบใหม่ทั้งต่อชาวราไวย์และชาวชุมชนในพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและสังคมไทย ดังนี้

1. ดำเนินการตรวจสอบการความถูกต้องของการออกเอกสารสิทธิ์และเพิกถอนการออกเอกสารโดยมิชอบในพื้นที่ชุมชนชาวเลบ้านราไวย์โดยเร่งด่วน และดำเนินการตรวจสอบการความถูกต้องของการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ที่อื่นๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มประชาชนผู้ด้อยโอกาสอื่นในสังคม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคประชาสังคม และ/หรือองค์กรอิสระต่างๆ  

2. เร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์การใช้ความรุนแรง และฟื้นฟูวิถีชีวิต ขวัญและกำลังใจแก่ชาวชุมชนราไวย์ โดยคำนึงถึงความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิพลเมืองที่เท่าเทียมในสังคมไทย

3. ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้เผยให้เห็นเพียงการเสี้ยวส่วนของปัญหาอันเกิดจากความอยุติธรรมและไม่เป็นธรรมในสังคมไทย จึงขอเรียกร้องให้สังคมร่วมรณรงค์ปฏิรูปเพื่อสร้างกติกาการอยู่ร่วมกันโดยคำนึงถึงถึงหลักนิติรัฐ นิติธรรม และธรรมาภิบาล

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้ขอยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาของประชาชน คือความชอบธรรมอันพึงกระทำของรัฐบาล ระบบราชการ และการประกอบการทางธุรกิจ การกระทำการรุกรานใดๆ ที่ไร้มนุษยธรรม ส่งผลต่ออนาคตและความเป็นอยู่ของประชาชน จักต้องได้รับการปกป้องและร่วมปฏิบัติการอย่างแข็งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งการดำรงอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเสมอภาค เคารพเท่าเทียม และเป็นธรรม  

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้

2 กุมภาพันธ์ 2559

 

แอพใหม่! นศ.พระจอมเกล้าฯ ธนบุรี สร้าง แอพฯ Dog Blood Donor สื่อกลาง ช่วยเหลือ-รับบริจาคเลือดให้ สุนัข

image

28 ธ.ค.2558

Dog Blood Donor แอพพลิเคชัน สื่อกลางในการติดต่อขอรับบริจาคเลือดสุนัข ไอเดีย 3 สาว เพ็ญรดี คลังสุนทรรังสี(บี) , ภัทราภรณ์ ด้วงสำรวย (วิว) และ วริศรา เอกศิริ (จอย) นักศึกษาจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)  
         จากประสบการณ์ตรงที่เห็นสุนัขของเพื่อนต้องตายลงเพราะหาเลือดสำหรับผ่าตัดไม่ทัน ทำให้ วิว คิดหาช่องทางในการสื่อสารอย่างคล่องตัว และอัพเดทที่สุด ในการหาทางช่วยเหลือสุนัขที่กำลังป่วยรอรับการช่วยเหลือ เธอบอกว่าแม้เฟสบุค (facebook)จะมีผู้ใช้อยู่มากมายมีศักยภาพในการกระจายข่าวอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว แต่เธอพบว่า เฟสบุคกลับมีข้อจำกัดเรื่องการอัพเดทของข้อมูล เมื่อโพสต์ข่าวจะถูกแชร์และเมื่อกระจายไปเรื่อยๆ ข่าวมักจะไม่ได้ถูกอัพเดท ให้เป็นปัจจุบัน ว่าสุนัขได้รับเลือดหรือยัง ได้รับเพียงพอไหม ต้องการเพิ่มอีกเท่าไหร่ พอข้ามวันคนที่อ่านก็อาจจะเริ่มคิดลังเลว่า อาจจะได้รับการช่วยเหลือไปแล้วหรือไม่
จึงเป็นที่มาของการทำ Dog Blood Donor เพื่อเป็นสื่อกลางในการติดต่อกันระหว่างเจ้าของสุนัขที่ต้องการขอรับบริจาคเลือดกับเจ้าของสุนัขที่ต้องการบริจาคเลือด โดยเริ่มต้นผู้ใช้จะต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพื่อระบุตัวตนเจ้าของสุนัขพร้อมกับน้องหมา เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับสมาชิกท่านๆ อื่นได้เห็นว่าในเครือข่ายมีสุนัขพันธุ์อะไร กี่ตัว หมู่เลือด น้ำหนัก แม้จะยังไม่ป่วยก็เข้ามาเป็นสมาชิกไว้ก่อนได้ เพราะนอกจากแอพฯ นี้จะเป็นสื่อกลางในการติดต่อขอรับบริจาคเลือดแล้ว ยังมีประกาศ และบทความดีๆ ที่เกี่ยวข้องมาลงให้อ่านกันอีกด้วย

image

 “กรณีที่เมื่อมีน้องหมาป่วยขึ้นมา สมาชิกที่เป็นเจ้าของน้องหมาก็สามารถเข้ามากดขอเลือด ซึ่งในการขอเลือดแต่ละครั้งก็จะมีฐานข้อมูลให้กรอกรายละเอียด เช่น ป่วยเป็นอะไร สถานที่ที่บริจาคได้ ที่สำคัญคือ กรุ๊ปเลือด และ ปริมาณเลือดที่ต้องการ ซึ่งคุณหมอที่ให้การรักษาจะเป็นผู้ประเมินมาแล้วว่า ต้องการกี่ซีซี จากนั้นโพสต์ประกาศ ข่าวประกาศก็จะปรากฏที่หน้าหลักของแอพฯ ทันที”

จอย กล่าวเสริมว่า หลังจากที่โพสต์ประกาศแล้ว แอพฯ นี้ยังมีระบบที่ช่วยคำนวณปริมาณเลือดที่ต้องการว่า จะต้องได้รับการบริจาคเลือดจากสุนัขตัวอื่นประมาณกี่ตัว เช่น หากหมอประเมินแล้วว่าต้องการเลือด 600 ซีซี ระบบก็จะสามารถคำนวณได้ทันทีว่าจะต้องมีสุนัขตัวอื่นมาบริจาคเลือดให้อย่างน้อย 2 ตัวถึงจะเพียงพอต่อความต้องการ

image

“เราคำนวณจากน้องหมาน้ำหนัก 17 กิโลกรัม เพราะเป็นน้ำหนักมาตรฐานที่สามารถบริจาคเลือดได้ โดยสุนัข 1 ตัว น้ำหนัก 17 กิโลกรัม จะสามารถบริจาคเลือดได้อย่างน้อย 300 ซีซี ต่อ 1 ครั้ง ดังนั้น หากมีสมาชิกแอพฯ เข้ามาโพสต์หรือกดบริจาคให้ 2 ครั้ง ถึงจะเป็นการบริจาคที่ครบสมบูรณ์ และผู้ประกาศก็จะเป็นผู้ปิดประกาศเอง”
นอกจากนี้ ยังมีระบบคำนวณวัน due date ว่า น้องหมาตัวดังกล่าวสามารถรอการรับบริจาคเลือดได้กี่วันโดยคุณหมอที่ให้การรักษาจะเป็นผู้บอกกับเจ้าของน้องหมา ถ้าสามารถรอได้ไม่เกิน 3 วัน ระบบจะจัดให้อยู่ในแถบ “ฉุกเฉิน”
แต่หากสามารถรอได้นานกว่านั้น ระบบก็จะติดแถบให้อยู่ในรูปแบบทั่วไป

วิว และบี ระบุว่า “ปัจจุบันยังไม่มีแอพฯ ที่จะมาช่วยเหลือระหว่างผู้เลี้ยงสุนัขด้วยกันแบบนี้ หากมีผู้เข้ามาใช้มากๆ ก็ทำให้เกิดสังคมแห่งการช่วยเหลือแบ่งปันในเรื่องดีๆ ได้ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการต่อยอดและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น”

 

แถลงการณ์! กรรมการสิทธิฯ เรื่อง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยบริสุทธิ์ใจของเด็ก (กรณีเหมืองทองคำ)

แถลงการณ์! คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เรื่อง กรณีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยบริสุทธิ์ใจของเด็ก

            ตามที่ปรากฏข่าวผ่านสื่อมวลชน กรณีเด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นำเสนอการออกค่ายของกลุ่มเยาวชนฮักบ้านเกิดเจ้าของ ตอน นักสืบลำน้ำฮวยแท้ๆ แน๊ว ซึ่งรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในฐานะนักข่าวพลเมือง ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จนเป็นเหตุให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ  ซึ่งได้รับประทานบัตรทำเหมืองทองคำ อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย  อันอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน  ดำเนินคดีอาญาแก่เด็กในความผิดฐานหมิ่นประมาท นั้น  

            คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมและคุ้มครองเพื่อให้เกิดการเคารพสิทธิมนุษยชน รู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีอาญาแก่เด็ก ที่มีสาเหตุมาจากการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยหากปรากฏว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีจิตสำนึกที่รักชุมชนสังคม ดูแลและปกป้องชุมชนของตนเองในฐานะพลเมือง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เด็กมีความห่วงใยในผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรในชุมชนของตนถือเป็นสิ่งดีและควรสนับสนุน  อย่างไรก็ดี  การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอาจไม่รอบด้าน เพียงพอ และครอบคลุมทุกมิติในการนำเสนอข่าว  ประกอบกับข้อจำกัดทางวัยวุฒิและคุณวุฒิของเด็ก  ดังนั้น เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เคารพสิทธิมนุษยชน  กสม. มีความเห็นดังต่อไปนี้

            1.  ขอให้องค์กรหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่สร้างความเข้าใจต่อสังคม กรณีใช้สิทธิในการมีส่วนร่วม และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยและเป็นอิสระของเด็กต้องได้รับความคุ้มครอง ทั้งตามหลักรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child-CRC) ซึ่งประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแล้ว  อันมีสาระสำคัญและให้หลักประกันว่า
            “รัฐภาคีจะต้องให้หลักประกันแก่เด็กซึ่งสามารถมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นโดยเสรีในทุกๆ เรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็ก ทั้งนี้ ความคิดเห็นดังกล่าวของเด็กจะได้รับการพิจารณาตามสมควรแก่อายุและวุฒิภาวะของเด็กนั้น”… “เด็กมีสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก  สิทธินี้จะรวมเสรีภาพที่จะแสวงหา ได้รับ หรือถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร และความคิดทุกลักษณะโดยไม่ถูกจำกัดโดยเขตแดน…” แม้จะมีข้อจำกัดการใช้สิทธิบางประการในการใช้สิทธิ

            2.  ขอให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนนำหลักการสิทธิมนุษยชนสำหรับธุรกิจตามกรอบงานขององค์การสหประชาชาติในการคุ้มครอง เคารพ และเยียวยา เพื่อกำหนดให้องค์กรธุรกิจมีนโยบายและกระบวนการที่เหมาะสมกับขนาดและสภาพแวดล้อมขององค์กรธุรกิจ และนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินการใดๆ ทั้งนี้ เป็นไปตามความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

             3.  ขอให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ทบทวนการดำเนินคดีอาญาแก่เด็ก โดยให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ  ทั้งนี้  กสม. เห็นว่า  การดำเนินคดีอาญาแก่เด็ก จะไม่เกิดประโยชน์ใดแก่สังคม และทุกภาคส่วน  แต่กลับจะส่งผลกระทบต่อการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยและเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจของเด็ก  ทั้งยังอาจส่งผลต่อการศึกษาและพัฒนาการของเด็กโดยเฉพาะทางจิตใจ  ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงควรหาทางออกร่วมกัน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ
          อนึ่ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ใคร่ขอเรียนว่า หากผู้ใดพบเห็นหรือถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ขอให้ร้องเรียนไปยังสายด่วน 1377  เพื่อจะได้ดำเนินการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำไปสู่การสร้างสังคมสันติสุข ที่มีความเสมอภาค เท่าเทียมและเคารพสิทธิมนุษยชนต่อไป

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 
23 ธันวาคม 2558