RSS

Category Archives: สนามบิน

แถลงการณ์! “นกแอร์”แจง เหตุเครื่อง”นกมินิ”ไถล ที่ จ.อุดรธานี เมื่อเช้า เพราะเครื่องขัดข้อง ดังนี้

6 ต.ค.56 –สายการบินนกแอร์ ออกแถลงการณ์ ชี้แจงว่า  เครื่องบินแบบ SAAB 340B จำนวน 34 ที่นั่ง เที่ยวบินที่DD8610 ของสายการบินนกแอร์ซึ่งให้บริการด้วยการเช่าเหมาจากบริษัท สยาม เจนเนอรัล เอวิเอชั่น จำกัด หรือนกมินิ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานเชียงใหม่เมื่อเวลา 07.25 น. และกำหนดถึงท่าอากาศยานอุดรธานี เวลา 08.45 น. ขณะนำเครื่องลงแตะสนามบินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และวิ่งอยู่บนแท็กซี่เวย์เพื่อไปยังจุดจอดส่งผู้โดยสาร เกิดเหตุขัดข้องที่เครื่องยนต์ ทำให้ไถลออกจากแท็กซี่เวย์เคลื่อนตัวต่อไปยังจุดจอดไม่ได้ แต่กัปตันสามารถหยุดเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย ผู้โดยสารทั้งหมด 25 คนและลูกเรือ 3 คนปลอดภัย

 
ขณะนี้ เครื่องบินลำดังกล่าวกำลังรอรถดันเครื่องบินมาลากออกจากแท็กซี่เวย์ เพื่อรอการตรวจสอบและซ่อมบำรุงจนกว่าจะแล้วเสร็จ หลังจากได้รับรองเรื่องความปลอดภัยแล้ว จึงจะกลับมาทำการบินตามปกติอีกครั้งหนึ่ง แต่เครื่องบินไม่ได้ขัดขวางการให้บริการบินของเที่ยวบินอื่นๆ ที่จะทำการขึ้น-ลงที่ท่าอากาศยานอุดรธานีแต่อย่างใด

 

สำหรับผู้โดยสารของสายการบินนกแอร์ที่จะเดินทางเส้นทางอุดรธานีไปยังเชียงใหม่กับเที่ยวบินDD8611 ในวันนี้ จำนวนทั้งหมด 22 คนนั้น ทางสายการบินได้ให้บริการด้วยเที่ยวบินDD9211 ออกจากอุดรธานี 13.55 น. เพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง และเดินทางจากต่อไปยังเชียงใหม่ ด้วยเที่ยวบิน DD8318ซึ่งจะออกจากดอนเมือง 16.30 น. แทน ทางสายการบินต้องขออภัยในความไม่สะดวกในครั้งนี้

โฆษณา
 

รับคนไทยในอียิปต์! “บินไทย”แจ้ง จัดเที่ยวพิเศษ TG8477 จากดูไบกลับไทย เที่ยง19ส.ค. ไฟท์แรกรับได้ 365คน

เครื่องบินไทย

การบินไทยพร้อมจัดเที่ยวบินพิเศษรับคนไทยในอียิปต์กลับประเทศไทย

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เตรียมพร้อมจัดเที่ยวบินพิเศษเพื่อรับคนไทยในอียิปต์ เดินทางกลับประเทศไทย เนื่องจากกรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่รุนแรงในอียิปต์ โดยเที่ยวบินพิเศษของการบินไทยจะรับจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กลับประเทศไทย

ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศอียิปต์ ซึ่งขณะนี้ลุกลามและเพิ่มความรุนแรงขึ้น รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศมีความห่วงใยคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอียิปต์ กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ประสานการจัดเที่ยวบินพิเศษนำคนไทยอพยพออกจากอียิปต์มาส่งที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมอบหมายให้กองทัพอากาศและการบินไทยเตรียมความพร้อมร่วมจัดเที่ยวบินพิเศษเพื่อรับคนไทยที่ต้องอพยพออกจากประเทศอียิปต์ ณ จุดรับ-ส่ง ที่เมืองดูไบ เดินทางกลับสู่ประเทศไทย

สำหรับเที่ยวบินพิเศษของการบินไทยจะใช้เครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ทำการบิน ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้จำนวน 365 คน เที่ยวบินพิเศษ ทีจี 8476 จะออก
เดินทางจากกรุงเทพฯ ในวันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2556 ) เวลาประมาณ 20.00 น. และกลับถึงกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินพิเศษ ทีจี 8477 ในวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2556 เวลาประมาณ 11.45 น.

ทั้งนี้ การบินไทยจะมีการติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับแผนการบิน เพื่อที่จะสามารถปรับแผนการบินให้ทันต่อสถานการณ์และรองรับการอพยพคนไทยออกจากประเทศอียิปต์กลับสู่ประเทศไทยโดยเร็วที่สุด

 

แถลงการณ์…”นกแอร์” แจง ที่ล็อกล้อหัก เป็นเหตุล้อหลุดในลานจอด รอซ่อมเสร็จจะนำมาบินปกติ

30 พฤษภาคม 2556 – จากเหตุการณ์เครื่องบิน Boeing 737-800 สายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD8714ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยในเวลา 09.15 น.

หลังจากเครื่องบินได้ลงจอดเรียบร้อยแล้วและชะลอความเร็วเพื่อเข้าจอดที่อาคารผู้โดยสารนักบินได้รับการแจ้งว่าล้อหน้าด้านซ้ายหลุดเนื่องจากที่ล็อคล้อหักแต่สามารถนำเครื่องเข้าเทียบอาคารได้ตามปกติโดยผู้โดยสารทั้งหมด 162 คนและลูกเรือ 7 คนปลอดภัย

โดยขณะนี้สายการบินนกแอร์ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและสรุปสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวสำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางจากเชียงรายสู่กรุงเทพฯสายการบินนกแอร์ได้ประสานงานกับการบินไทยเพื่อโอนผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางตามกำหนดไปใช้บริการของการบินไทยแทนนอกจากนี้มีผู้โดยสารบางส่วนยืนยันที่จะเดินทางกับนกแอร์ในเที่ยวบินช่วงบ่ายและอีก 4 ท่านที่ไม่ประสงค์จะเดินทาง

ขณะนี้เครื่องบินลำดังกล่าวจอดอยู่ที่สนามบินเชียงรายเพื่อรอการตรวจสอบและซ่อมบำรุงจนกว่าจะแล้วเสร็จและเมื่อได้รับรองเรื่องความปลอดภัยแล้วจึงจะกลับมาทำการบินตามปกติ

สายการบินนกแอร์ขอเรียนชี้แจงเบื้องต้นว่า บริษัทฯให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องความปลอดภัยโดยปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดและได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการบินระดับนานาชาติเป็นผู้ตรวจสอบด้านความปลอดภัยทุกครั้งก่อนและหลังการทำการบิน

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 30, 2013 in คมนาคม, สนามบิน

 

10 พ.ค.56 ทอท.ลงนามจ้างที่ปรึกษา ออกแบบอาคารเทียบเครื่องบินรอง สุวรรณภูมิ (กำหนดการ)

ด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) จะจัดพิธีลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษาออกแบบงานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 งานส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ และระบบขนส่งผู้โดยสาร (APM) และงานระบบสาธารณูปโภคโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ปีงบประมาณ 2554-2560)

ในวันวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2556 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องบอลลูม บี และ ซี โรงแรมโนโวเทลสุวรรณภูมิ โดยมี นาวาอากาศตรี ศิธา ทิวารี ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี

 

รุกเฟส 2! สุวรรณภูมิ ประกวดราคาเม.ย.56 พร้อมจ่ายชดเชยทางเสียงแล้ว เกือบ 4,000 ล้านบาท

4 มกราคม 2556 – บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้สรุปผลการดำเนินงานด้านการให้บริการในปี 2555 (มกราคม 2555 – ธันวาคม 2555) มีปริมาณการจราจรทางอากาศสูงขึ้นจากปี 2554 โดยมีจำนวนผู้โดยสารรวม 74,261,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 และมีเที่ยวบินรวม 496,749 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5
 
นายสมชัย สวัสดีผล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง รักษาการ ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.เปิดเผยถึงแผนความคืบหน้าการพัฒนา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 ซึ่งดำเนินโครงการพัฒนาปีงบประมาณ 2554-2560 นั้นในเดือนมิถุนายน 2555 ทอท.ได้จ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการฯ ได้แก่ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา EPM Consortium โดยที่ปรึกษาได้จัดทำข้อกำหนดเงื่อนไขการประกวดราคาของงานออกแบบ และคาดว่าจะประกวดราคาได้ผู้ออกแบบภายในเดือนเมษายน 2556   จากนั้นจะใช้เวลา 10 เดือน ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2556 ถึงกุมภาพันธ์ 2557 เพื่องานออกแบบงาน 3 กลุ่มงาน ได้แก่
 
1) งานออกแบบกลุ่มงานอาคารเทียบเครื่องบินรอง หลังที่ 1 ซึ่งประกอบด้วย งานออกแบบอาคารเทียบเครื่องบินรอง หลังที่ 1 งานออกแบบลานจอดอากาศยานประชิดอาคาร และงานออกแบบและก่อสร้างส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้และระบบขนส่งผู้โดยสาร
 
2) กลุ่มงานอาคารผู้โดยสาร ซึ่งประกอบด้วย งานออกแบบส่วนขยายอาคารผู้โดยสารไปทางด้านทิศตะวันออก และงานออกแบบก่อสร้างอาคารสำนักงานและอาคารจอดรถ
 
และ 3) กลุ่มงานออกแบบระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และหลังจากนั้น ภายในปี 2557 จะเป็นการจัดทำข้อกำหนดจัดจ้างผู้ก่อสร้างและผู้ควบคุมงาน ซึ่งตามแผนงานจะได้ผู้ก่อสร้างและผู้ควบคุมงานในเดือนสิงหาคม 2557
 
 
สำหรับโครงการพัฒนา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ระหว่างปี 2553 – 2557 ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารจาก 6.5 ล้านคน เป็น 12.5 ล้านคนต่อปี ในปี 2555 ที่ผ่านมา ทอท.ได้เริ่มดำเนินงานก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์และลานเอนกประสงค์ อาคารสำนักงาน อาคารสำนักงานส่วนบำรุงรักษาและคลัง ทภก.รวมถึงงานก่อสร้างอาคารบริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (GSE) และอาคาร Operation & Maintenance (O&M) และงานก่อสร้างคลังสินค้า สำหรับปี 2556 จะเริ่มก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทางด้านการพัฒนา ทดม. ในปี 2556 ทอท.มีแผนที่จะปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร 2 อาคารเทียบเครื่องบิน 5 อาคารที่จอดรถยนต์ 7 ชั้น รวมทั้งปรับปรุงระบบสื่อสารและระบบสาธารณูปโภค ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้เป็น 27.5 ล้านคนต่อปีจนถึงปี 2570
 
 “สำหรับการปรับปรุงการให้บริการท่าอากาศยานในปี 2555 ทอท.ได้ดำเนินการในด้านต่างๆ โดยที่ ทสภ.ได้ดำเนินการปรับปรุงห้องสุขาภายในอาคารผู้โดยสาร และอาคารเทียบเครื่องบิน ทสภ. การประสานงานกับ ตม.เพื่อเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ ตม. และติดตั้งเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัติโนมัติ ซึ่งได้ช่วยลดระยะเวลาในการตรวจหนังสือเดินทางจากเดิม 45 วินาทีต่อคนให้เหลือเพียง 20 วินาที รวมทั้งได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ห้องโถงผู้โดยสารขาออก
 
 
สำหรับในปี 2556 ทอท.มีแผนที่จะย้ายเคาน์เตอร์ขายบัตรโดยสารทั้งหมดที่ ทสภ.ขึ้นไปอยู่ที่ชั้น 6 ของอาคารผู้โดยสาร และจะปรับปรุงพื้นที่ปัจจุบันในส่วนของผู้โดยสารขาออกดูโล่ง โปร่งตา และมีพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นอีก 1,000 ตารางเมตร ซึ่งจะให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น” นายสมชัย กล่าว
 
 
ทั้งนี้ ทอท.ยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเสียงจากการดำเนินงานของ ทสภ. ซึ่ง ทอท.ได้ชดเชยค่าเสียหายจากผลกระทบด้านเสียง โดยในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทางเสียงที่อาศัยในพื้นที่ NEF มากกว่า 40 ที่ก่อสร้างก่อนปี 2544 ปัจจุบัน ทอท.ได้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแล้ว 163 อาคาร และจ่ายเงินปรับปรุงอาคารเพื่อลดผลกระทบด้านเสียงไปแล้ว 416 อาคาร สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ NEF 30-40 ทอท.ได้จ่ายเงินค่าปรับปรุงอาคารแล้ว 13,129 อาคาร นอกจากนั้น ยังได้จ่ายค่าชดเชยเพื่อปรับปรุงสถานที่อ่อนไหวต่อผลกระทบด้านเสียง ได้แก่ สถานศึกษา สถานพยาบาล และศาสนสถาน รวมแล้ว 21 แห่ง ซึ่งรวมเงินชดเชยผลกระทบทางเสียงที่ ทอท.จ่ายแล้วรวมทั้งสิ้น 3,901,982,722.96 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 17 ธันวาคม 2555)
 
สำหรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ของประเทศไทยในปี 2558 ซึ่งประเทศไทยได้รับบทบาทให้เป็นผู้ประสานงานหลักสาขาท่องเที่ยวและการบินนั้น จะทำให้เกิดการแข่งขัน และมีการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศ และจะมีการเปิดน่านฟ้าเสรี และจัดตั้งตลาดการบินร่วม ดังนั้น ทอท.ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ได้เร่งรัดการปฏิรูปการบริหาร การจัดการองค์กร และพัฒนาการบริการเพื่อให้ท่าอากาศยานของ ทอท.สามารถรองรับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป
 
ส่วนผลการดำเนินงานด้านการให้บริการในปี 2555 (มกราคม 2555 – ธันวาคม 2555) ที่เพิ่งผ่านพ้นไป จากข้อมูลเบื้องต้น ปริมาณจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท.คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) มีผู้โดยสารรวมประมาณ 74,261,000 คน เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 11.9 เป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 46,012,000 คน ผู้โดยสารภายในประเทศ 28,249,000 คน สำหรับเที่ยวบินมีจำนวนรวมประมาณ 496,749เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 10.5 เป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 275,422เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 221,327 เที่ยวบิน
 
ซึ่งภาพรวมปริมาณการจราจรทางอากาศส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารของ ทสภ.ที่มีจำนวนถึง 51,462,000 คน และเที่ยวบิน 312,493 เที่ยวบิน รองลงมาคือ ทภก.มี 9,446,000 คน และมีเที่ยวบินใช้บริการประมาณ 60,457 เที่ยวบิน
 

ปธ.ธุรกิจการบิน มั่นใจหอบังคับการบินสุวรรณภูมิไร้ปัญหา ด้านบวท.ย้ำจะไม่เกิดปัญหาเรด้าร์ขัดข้องอีก

ปธ.ธุรกิจการบิน มั่นใจระบบหอบังคับการบินสุวรรณภูมิปลอดภัย ด้านบวท.ย้ำจะไม่เกิดปัญหาอีก

26 มิ.ย.55-  บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย แถลงผลการหารือร่วมกับคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน เกี่ยวกับผลกระทบต่อสายการบิน กรณีเหตุการณ์ระบบจ่ายไฟฟ้ากำลังต่อเนื่องหลัก หรือ UPS ที่จ่ายไฟฟ้ากำลังให้ระบบประมวลผลสัญญาณเรดาร์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขัดข้องเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2555

นาวาอากาศตรี ประจักษ์ สัจจโสภณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ระบุว่า เหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นส่งผลให้เที่ยวบินประสบปัญหาการล่าช้า หรือ ดีเลย์ เนื่องจากต้องชะลอการเข้าและออกของเครื่องบินทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ  เพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน ในการจัดการจราจร ทางอากาศในลักษณะ non-radar ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

ทั้งนี้ วิทยุการบินฯ ได้วิเคราะห์ระบบการควบคุมจราจรทางอากาศทั้งหมด และวางแผนรองรับไม่ให้เกิดเหตุการณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าต่อเนื่องอัตโนมัติ หรือ UPS ขัดข้องซ้ำอีก พร้อมมีมาตรการรองรับ โดยจะปรับปรุงระบบไฟฟ้ากำลัง โดยการติดตั้ง breaker เพิ่มเติม เพื่อแยก input UPS เพื่อป้องกันปัญหาในกรณีที่ UPS ตัวใดตัวหนึ่งเสียหาย แล้วจะไม่ส่งผลต่อระบบทั้งหมด โดยขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ ยังปรับปรุงระบบ monitor สถานะของระบบ UPS ให้สามารถส่งสัญญาณเสียงแจ้งเหตุขัดข้องเพิ่มเติม และเพิ่มระบบติดตั้ง UPS สำรองสำหรับระบบการเดินอากาศ ซึ่งจะแล้วเสร็จ ในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ

นางมาริสา พงษ์พัฒนพันธุ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน หรือ AOC  ระบุว่า การรับฟังคำชี้แจงจากวิทยุการบินฯ ทำให้สายการบินทราบถึงสาเหตุ และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทางสายการบินเข้าใจการปฎิบัติหน้าที่ของวิทยุการบิน  โดยเฉพาะในระหว่างที่มีการปรับปรุงรันเวย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ อยู่ในขณะนี้ ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาสายการบินต่าง ๆ ได้ประสานกันอย่างใกล้ชิดกับวิทยุการบินฯ

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้สายการบินเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็ยังคงไว้วางใจในความสามารถต่อการควบคุมจราจรทางอากาศ และการบริหารงานของวิทยุการบินฯ แต่ก็หวังว่า จะไม่เกิดปัญหาเช่นนี้อีก

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 26, 2012 in คมนาคม, สนามบิน

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

อาจกระทบบริการ! สุวรรณภูมิ ประกาศซ่อมรันเวย์ฝั่งตอ. 11มิ.ย.หลังบางส่วนรุดร่อน

สุวรรณภูมิ ประกาศซ่อมรันเวย์ฝั่งตอ. 11มิ.ย.-9ส.ค.55 หลังบางส่วนรุดร่อน เหตุใช้งานหนักมา 6ปี อาจกระทบการให้บริการหลายส่วนงาน พร้อมเตรียมแผนรองรับอุบัติเหตุ-เครื่องดีเลย์

8 มิ.ย.55 – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะซ่อมแซมทางวิ่งฝั่งตะวันออก ด้านทิศเหนือ ระยะทาง 1,620 เมตร ขณะซ่อมแซมยังคงให้บริการได้ตามปกติ  ว่าที่ ร.ท.อนิรุทธิ์ ถนอมกุลบุตร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ระบุว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เปิดให้บริการมาจะครบ 6 ปีในเดือนกันยายนที่จะถึง ซึ่งทางวิ่งของสนามบินผ่านการใช้งานอย่างหนัก รองรับเที่ยวบินมาแล้วกว่า 1,500,000 เที่ยวบิน

“แม้ว่าสนามบินจะมีส่วนงานเพื่อทำหน้าที่ ดูแลซ่อมบำรุงรักษาทางวิ่ง ทางขับและ ลานจอดเป็นประจำอยู่แล้ว แต่จากการใช้งานอย่างหนักมาเป็นระยะเวลานาน จึงทำให้พื้นผิวทางวิ่งบางส่วนมีการหลุดร่อน ซึ่งจะต้องทำการปรับปรุงใหญ่ขึ้น เพื่อให้ใช้งานทางวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ให้สามารถรองรับการขยายตัวของเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ การปรับปรุงทางวิ่ง ฝั่งตะวันออกในครั้งนี้ เป็นเพียงการซ่อมเฉพาะพื้นผิวของทางวิ่งด้านทิศเหนือ ระยะทาง 1,620 เมตรเท่านั้น โดยจะทำการซ่อมระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 9 สิงหาคม 2555 ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวจะส่งผลกระทบการให้บริการของหลายส่วนงาน  จึงได้ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการบินพลเรือน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด สายการบินต่าง ๆ เพื่อให้ทราบแผนการปรับปรุงรวมทั้งให้เตรียมแผนรองรับการให้บริการผู้โดยสารและเที่ยวบินในช่วงที่มีการปรับปรุงดังกล่าวแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า การปรับปรุงทางวิ่ง ฝั่งตะวันออกในครั้งนี้ จะทำการปรับปรุงทางด้านทิศเหนือ (Runway 19 L) เริ่มตั้งแต่บริเวณหัวทางวิ่งถึงบริเวณทางขับเชื่อม (Taxiway) B 6 รวมระยะทางประมาณ 1,620 เมตร ซึ่งวิธีการปรับปรุงจะทำโดยการเสริมผิวทางวิ่งหรือที่เรียกว่าการ Overlay ด้วยแอสฟัลต์ คอนกรีต หนา 10 ซม. ซึ่งจะแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ

– ระยะแรก จะทำการปิดพื้นที่บางส่วนของทางวิ่งฝั่งตะวันออก ด้านทิศเหนือ บริเวณทางขับเชื่อม B 6 จนถึงบริเวณหัวทางวิ่ง ซึ่งอยู่ตรงทางขับเชื่อม B 1 เป็นระยะทาง 1,620 เมตร เพื่อปรับปรุงพื้นผิวของทางวิ่งช่วงทางขับ B 6 – B 3 เป็นระยะทาง 870 เมตรก่อน โดยใช้เวลาประมาณ 40 วัน เมื่อปรับปรุงเสร็จจะเปิดให้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อใช้งานต่อ อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีการปิดพื้นที่ 1,620 เมตร ดังนั้นจึงเหลือพื้นที่ทางวิ่งที่สามารถใช้งานได้กว่า 2,000 เมตร เนื่องจากทางวิ่งฝั่งตะวันออกมีความยาว 4,000 เมตร ซึ่งเครื่องบินขนาดเล็กจนถึงเครื่องบิน A 320 สามารถบิขึ้นได้ตามปกติ

– ระยะที่ 2 จะดำเนินการในพื้นที่ส่วนที่เหลือ 750 เมตร ช่วงบริเวณทางขับเชื่อมB 3- บริเวณหัวทางวิ่ง ให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน  โดยในช่วงดังกล่าวจะมีพื้นที่ทางวิ่งที่สามารถใช้งานได้เพิ่มขึ้นกว่า 3,000 เมตร ซึ่งเครื่องบินทุกรุ่น (ยกเว้นเครื่องบิน A 380) สามารถบินขึ้นได้ตามปกติ ทั้งนี้คาดว่าการปรับปรุงทั้งหมดจะแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดภายใน 60 วัน

“ก่อนทำการปิดซ่อมทางวิ่ง ฝั่งตะวันออกนั้น ทางสนามบินได้เตรียมความพร้อมของทางวิ่งฝั่งตะวันตกไว้รองรับ เพื่อให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ อาทิ การซ่อมแซมพื้นผิวทางวิ่ง ทางขับ การซ่อมแซมระบบไฟฟ้า การทาสีเครื่องหมายบนทางวิ่งให้ชัดเจน การทำความสะอาดทางวิ่ง ด้วยการล้างคราบยาง รวมทั้งการขุดลอกคูคลองระบายน้ำโดยรอบ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

นอกจากนี้  ยังได้มีการประชุมชี้แจงในรายละเอียดของแผนการดำเนินงานต่าง ๆ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กรมการบินพลเรือน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) คณะกรรมการดำเนินงานด้านธุรกิจการบิน (Airport Operation Committee : AOC) , ผู้แทนสายการบิน, กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, กรมศุลกากร ได้รับทราบเป็นการล่วงหน้าแล้ว ซึ่งทุกหน่วยงานได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการเตรียมแผนการดำเนินงานของตนให้สอดคล้องกับแผนการปรับปรุงทางวิ่ง ฝั่งตะวันออกฯ ในครั้งนี้

รวมทั้งยังได้มีการเตรียมแผนฉุกเฉินรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ไว้แล้ว เช่นกัน อาทิ แผนฉุกเฉินรองรับเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุบนทางวิ่ง แผนการเคลื่อนย้ายอากาศยานที่ประสบอุบัติเหตุ แผนอำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่ตกค้าง เป็นต้น รวมทั้งได้มีการประสานงานกับท่าอากาศยานดอนเมือง และ ท่าอากาศยานอื่น ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. อาทิ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต รวมไปถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภา ให้เตรียมความพร้อมที่จะเป็นท่าอากาศยานสำรอง ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินมีเที่ยวบินจาก ทสภ.ย้ายไปลงที่ท่าอากาศยานต่าง ๆ ด้วย

น.ต.ประจักษ์ สัจจโสภณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่ บริษัท วิทยุการบินฯ เป็นหน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศของประเทศไทย และมีหน้าที่รับผิดชอบให้บริการจราจรทางอากาศที่ ทสภ. ทาง บริษัท วิทยุการบินฯ ได้มี การวางแผนและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในช่วงที่มีการดำเนินการปรับปรุงทางวิ่งฝั่งตะวันออก ด้านทิศเหนือ ของ ทสภ.

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการของวิทยุการบินฯ ซึ่งดูแลการจัดการจราจรทางอากาศจะใช้หลักการบริหารความคล่องตัวในการจัดจราจรทางอากาศ หรือ Air Traffic Flow Management มาใช้บริหารจัดการ ในการจัดสรรปริมาณเที่ยวบินในแต่ละช่วงเวลาให้เหมาะสมกับความสามารถในการรองรับเที่ยวบินของ ทสภ. โดยวิทยุการบินฯ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้มีการแจ้งข้อมูลล่วงหน้าให้สายการบินทราบถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น และขอความร่วมมือให้มีการปรับเวลาการบิน รวมทั้งปรับปริมาณเที่ยวบิน เพื่อเป็นการลดการสะสมของเครื่องบินที่จะส่งผลให้เกิดความล่าช้า และลดความเสี่ยงในการทำการบินไปลงที่ท่าอากาศยานสำรอง

นอกจากนี้ ได้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้ในการจัดลำดับการขึ้น-ลงของเครื่องบิน มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศในการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงานในช่วงที่มีการปรับปรุงทางวิ่ง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศเพิ่ม ในช่วงเวลาที่มีสภาพการจราจรคับคั่ง อย่างไรก็ตาม บริษัท วิทยุการบินฯ จะดำเนินการบริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการบินในภาพรวม ช่วยบริหารปัญหาความล่าช้า โดยยังคงคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ความสะดวกสบายในการเดินทางของผู้โดยสาร และผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นสำคัญ

คุณมาริสา พงษ์พัฒนพันธุ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน หรือ AOC กล่าวว่า การปรับปรุงทางวิ่งฝั่งตะวันออก สนามบินได้ประสานการดำเนินงานกับ AOC อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อปรับแผนของแต่ละหน่วยงานให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับระยะเวลา เพื่อให้กระทบต่อการบริการให้น้อยที่สุด สำหรับสายการบินต่าง ๆ ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจนแล้ว โดยแต่ละสายการบินได้มีการปรับแผนการดำเนินงาน รวมทั้งการเตรียมการรองรับหากเกิดกรณีเที่ยวบินล่าช้าแล้ว

อนึ่งการปรับปรุงทางวิ่งฝั่งตะวันออก ด้านทิศเหนือบางส่วนในครั้งนี้ ทสภ.ได้ว่าจ้างบริษัท ไทยสเลอรี่ซิล จำกัด เป็นผู้ดำเนินการในวงเงินว่าจ้าง 138.22 ล้านบาท โดยมีกำหนดเริ่มงานตั้งแต่ 9 มีนาคม 2555 โดยการทำงานในช่วงแรก จะเป็นช่วงระยะเวลาเตรียมงานล่วงหน้า 45 วัน คือในระหว่างวันที่ 9 มีนาคม.-22 เมษายน 2555 และจะเริ่มงานปรับปรุงพื้นที่ 60 วัน คือในระหว่างวันที่ 11 มิถุนายนถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2555

 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 8, 2012 in คมนาคม, สนามบิน

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,