RSS

Category Archives: วิทยุ ทีวี ดิจิตอล ดาวเทียม

เริ่มแล้ว ล็อต 2! กสทช. แจกคูปองรอบ2 กว่า 1.77 ล้านครัวเรือน ใน 100 อำเภอ 20จังหวัด ตามรายชื่อจังหวัด และ อำเภอ ดังนี้

image

image

27 พ.ย.2557

กสทช. แจกคูปองครั้งที่ 2 จำนวน 1,777,495 ฉบับ ใน 100 อำเภอของ 20 จังหวัด หลังที่มีสัญญาณดิจิตอลครอบคลุมเกินกว่า 80% ทางไปรษณีย์ตอบรับส่งตรงถึงบ้าน

พลอากาศเอกธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. แจกคูปองครั้งที่ 2 ในวันนี้ (27 พ.ย. 2557) จำนวน 1,777,495 ครัวเรือน ใน 100 อำเภอของ 20  จังหวัด หลังที่มีสัญญาณดิจิตอลครอบคลุมเกินกว่า 80% ผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับส่งตรงถึงบ้าน โดยอีก 196 อำเภอที่ยังไม่ได้รับแจกในรอบ 2 นี้ จะทยอยแจกหลังจากที่มีการขยายสัญญาณครอบคลุมในอำเภอนั้นเกินกว่า 80% แล้ว โดยจะแจกให้แล้วเสร็จไม่เกินเดือน ธ.ค. 2557 นี้

สำหรับคูปองมูลค่า 690 บาทที่จะแจกในครั้งนี้ประชาชนสามารถใช้คูปองได้จนถึงวันที่   31 ก.ค. 2558 โดยคูปองนี้สามารถนำคูปองไปใช้ได้ 3 แบบ คือ

1.ใช้แลกกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ที่มีราคา 690 บาท

2.ใช้เป็นส่วนลดในการซื้อกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ที่มีราคาสูงกว่า 690 และ

3.ใช้เป็นส่วนลดในการซื้อทีวีดิจิตอล ณ จุดให้บริการได้แก่ โลตัส, บิ๊กซี, เดอะมอลล์, แม็คโคร, โฮมโปร, เพาเวอร์บาย, ร้านอมรศูนย์รวมอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์, ไอทีซิตี้, เซเว่น อีเลฟเว่น, แฟมิลี่มาร์ท, ร้านหนังสือนายอินทร์, Index Living Mall, Tops,     บมจ. อสมท.(Mcot),Mega Home, บริษัท เจ ไอ บี คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท แอดไวซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป จำกัด, Mega market รวมถึงร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด โดยจุดรับแลกคูปองทุกแห่งจะมีสัญลักษณ์รับแลกคูปองแสดงอยู่หน้าร้าน

สำหรับเอกสารที่ใช้ในการแลกคูปอง ในกรณีเจ้าบ้านไปแลกด้วยตัวเองประกอบด้วย

1.คูปอง 2.บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน 3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน 4.ทะเบียนบ้านตัวจริง 5.สำเนาทะเบียนบ้านที่ถ่ายหน้าที่มีชื่อเจ้าบ้าน

ส่วนกรณีมอบฉันทะให้บุคคลอื่นไปแลกแทน ประกอบด้วย 1.คูปองที่เจ้าบ้านเซ็นต์มอบฉันทะ 2.บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน 3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน 4.ทะเบียนบ้านตัวจริง 5.สำเนาทะเบียนบ้านที่ถ่ายหน้าที่มีชื่อเจ้าบ้าน 6.บัตรประชาชนผู้รับมอบฉันทะ 7.สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบฉันทะ

image

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.)  กล่าวว่า สำหรับรายชื่อ 100 อำเภอที่จะแจกคูปองครั้งที่ 2 ในวันที่ 28 พ.ย. 2557 นี้ เฉพาะในอำเภอที่มีสัญญาณดิจิตอลครอบคลุมเกินกว่า 80% จำนวน 100 อำเภอก่อน ได้แก่

1.จ.อุบลราชธานี 15 อำเภอ ได้แก่ อ.กุดข้าวปุ้น อ.เขื่องใน อ.ดอนมดแดง อ.ตระการพืชผล อ.ตาลสุม อ.นาเยีย อ.พิบูลมังสาหาร อ.ม่วงสามสิบ อ.เมืองอุบลราชธานี อ.วารินชำราบ อ.ศรีเมืองใหม่ อ.สว่างวีระวงศ์ อ.สำโรง  อ.สิรินธร และอ.เหล่าเสือโก้ก 

2.จ.ลำพูน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านธิ อ.ป่าซาง อ.เมืองลำพูน และ อ.เวียงหนองล่อง 

3.จ.พิษณุโลก 4 อำเภอ ได้แก่ อ.บางกระทุ่ม อ.บางระกำ อ.พรหมพิราม และ อ.เมืองพิษณุโลก  

4.จ.สุราษฎร์ธานี 8 อำเภอ ได้แก่ อ.กาญจนดิษฐ์ อ.เคียนซา อ.ไชยา อ.ท่าฉาง อ.บ้านนาเดิม อ.บ้านนาสาร อ.พุนพิน และ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี 

5.จ.อำนาจเจริญ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.พนา อ.ลืออำนาจ และ อ.หัวตะพาน  

6.จ.ชลบุรี   6 อำเภอ ได้แก่ อ.เกาะจันทร์ อ.เกาะสีชัง อ.บ้านบึง อ.พนัสนิคม อ.พานทอง และ อ.เมืองชลบุรี 

7.จ.นครราชสีมา 14 อำเภอ ได้แก่ อ.ขามทะเลสอ อ.ขามสะแกแสง อ.จักราช อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.โชคชัย อ.ด่านขุนทด อ.โนนไทย อ.โนนสูง อ.ปักธงชัย อ.พระทองคำ อ.เมืองนครราชสีมา อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน และ อ.หนองบุญมาก  

8.จ.ขอนแก่น    9 อำเภอ ได้แก่ อ.กระนวน อ.เขาสวนกวาง อ.ซำสูง อ.น้ำพอง อ.บ้านฝาง อ.บ้านแฮด อ.พระยืน อ.เมืองขอนแก่น และ อ.อุบลรัตน์  

9.จ.ลพบุรี 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ท่าวุ้ง อ.บ้านหมี่ และ อ.เมืองลพบุรี  

10.จ.มหาสารคาม 6 อำเภอ ได้แก่ อ.กันทรวิชัย อ.กุดรัง อ.โกสุมพิสัย อ.ชื่นชม อ.เชียงยืน และ อ.เมืองมหาสารคาม

11.จ.เชียงใหม่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอยสะเก็ด อ.เมืองเชียงใหม่ อ.สันกำแพง อ.สันทราย อ.สันป่าตอง อ.สารภี และ อ.หางดง 

12.จ.จันทบุรี 3 อำเภอ ได้แก่ อ.นายายอาม อ.เมืองจันทบุรี และ อ.แหลมสิงห์  

13.จ.สระบุรี 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอนพุด อ.บ้านหมอ อ.วิหารแดง อ.เสาไห้ อ.หนองแค อ.หนองแซง และ อ.หนองโดน  

14.จ.เพชรบุรี 3 อำเภอ ได้แก่      อ.เขาย้อย อ.บ้านแหลม และ อ.เมืองเพชรบุรี 

15.จ.ปัตตานี 1 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปัตตานี  

16.จ.พิจิตร  2 อำเภอ ได้แก่ อ.วชิรบารมี และ อ.สามง่าม 

17.จ.กาญจนบุรี ได้แก่ อ.ท่ามะกา

18.จ.กำแพงเพชร 1 อำเภอ ได้แก่ อ.ลานกระบือ  

19.จ.กาฬสินธุ์ 1 อำเภอ ได้แก่ อ.ห้วยเม็ก 

20.จ.ปราจีนบุรี 2 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านสร้าง และ อ.ศรีมโหสถ 

สำหรับกรณีอำเภอที่ยังไม่ได้รับแจกในรอบ 2 นี้
จะทยอยแจกหลังจากที่มีการขยายสัญญาณครอบคลุมในอำเภอนั้นเกินกว่า 80% แล้ว โดยจะแจกให้แล้วเสร็จไม่เกินเดือน ธ.ค. 2557 นี้    

โฆษณา
 

ปิดจ๊อบ ส่งคูปอง! ปณท.ยันส่งคูปองทีวีดิจิตอล ครบทุกบ้านแล้ว แต่ไม่เจอเจ้าบ้าน กว่า 930,000 ครัวเรือน / แจงเรื่อง จนท.โดนร้องเรียน ตรวจสอบแล้วหลายเคส ดังนี้

image

21 ตุลาคม 2557

นายปิยะวัตร์ มหาเปารยะ รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทไปรษณีย์ไทย เปิดเผย ว่า ภาพรวม ณ 19 ตุลาคม 2557
ไปรษณีย์ได้นำคูปองทีวีดิจิตอล ของ กสทช.  ส่งไปตามบ้านเจ้าบ้านแล้ว  3,728,869 ครัวเรือน ในพื้นที่ 21 จังหวัดนำร่อง

และในจำนวนนี้ มี 930, 817 ครัวเรือน ที่ไปส่งถึงบ้านแล้ว แต่ไม่มีใครอยู่บ้าน หรือเซ็นรับ จึงออกใบแจ้งให้ไปรับได้ที่ ที่ทำการสาขาไปรษณีย์ใกล้บ้าน

ตามที่ ปณท. ตกลงกับ กสทช. คือ ปณท.จะเก็บคูปองไว้รอปชช. ไปรับ จนถึง 31 พฤษคม 2558 หากไม่มีใครไปรับ ก็จะส่งคืนให้ สนง.กสทช. 

สำหรับเรื่องร้องเรียน จาก กสทช. เกี่ยวกับ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย ขณะนี้มีรวม 20 เรื่อง โดยเรื่องที่ ปณท.ตรวจสอบแล้ว ตัวอย่างเช่น 

จ.อุดรธานี อ.เพ็ญ ตำบล นาภู่ กล่าวหาว่า มีการกองปณท.ไว้ที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ไม่พบปัญหาดังกล่าว 

จ.ฉะเชิงเทรา อ. พนมสารคาม ร้องเรียนว่า มี จนท.ปณท. ตั้งโต๊ะ และไปเรียกชาวบ้านให้ไปรับคูปอง ตรวจสอบแล้ว ยอมรับว่า เป็นความจริง เพราะเป็นพื้นที่ชนบท คนทำไร ไม่อยู่บ้าน ตอนกลางวัน จนท.นำจ่าย ไปไม่เจอใคร จึงประสานงานกับท้องที่นั้นๆ และตั้งโต๊ะในชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านมาแต่ แต่เมื่อ หน.ปณท.ในพื้นที่รับทราบ จึงสั่งให้หยุด และให้นำจ่ายทีละบ้าน 

กทม. เขตมีนบุรี หมู่บ้านเคซี มีพ่อค้าใช้รถประกาศตามเครื่องขยายเสียง ว่าให้ลงชื่อรับกล่องฯ เพราะ จนท.ปณท. ไม่เอาคูปองไปจ่ายตามบ้าน ทางพ่อค้าจึงให้ลงชื่อไว้ ตรวจสอบแล้วพบว่า จนท.ปณท.ไปจ่ายคูปองตามบ้านแล้ว 

จ.สุพรรณบุรี อำเภอ ด่านช้าง หมู่ 13 ตำบล มะค่าโมง ร้องว่า จนท.ปณท.เอาคูปองไปไว้ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และ จนท.ปณท. จะได้ค่าดำเนินการ 10 บาทต่อคูปอง ตรวจสอบแล้ว ข้อเท็จจริง คือ ผู้ใหญ่บ้าน แจ้งให้ประชาชนไปที่บ้านผู้ใหญ่ เพื่อให้ ปณท.นำจ่าย ที่จุดเดียว จะได้ตระเวนหลายๆ บ้าน จะได้หมดเร็วๆ 

จ.หนองคาย ต.นางิ้ว อ.สังคม ร้องเรียนว่า จนท.ปณท. เอาคูปองฯ ไปกองไว้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจาก จนท.นำจ่ายของปณท. เห็นว่าคูปองมีจำนวนมาก กลัวจ่ายไม่เสร็จทันเวลา จึงขอความร่วมมือผู้ใหญ่บ้าน ไปประกาศเสียงตามสายที่ หมู่ 8 โดยให้ไปรับคูปองที่ศาลาประชาคม ตรวจสอบแล้ว พบว่า แต่หน.ที่ทำการ บอกว่า ให้หยุด และให้ออกไปกระจายตามหมู่บ้าน 

จ.ปทุมธานี อ.ธัญญบุรี ร้องว่า จนท.ปณท. ไปนำจ่ายคูปองให้แม่ยายซึ่งเป็นเจ้าบ้าน และไปร้องว่า จนท.ปณท.ฉีกคูปอง ตรวจสอบแล้ว พบว่า ประธานหมู่บ้าน เป็นฝ่ายติดต่อขอคูปองต เพื่อจะแลกกล่องให้เอง ซึ่งพ้นหน้าที่ ของปณท.แล้ว แต่ลูกเขย ไปเจอคูปองไม่ครบสภาพ ก็ไปร้องเรียนกับ กสทช.ว่า นำคูปองไม่ครบสภาพมาให้ ตอนนี้เคลียร์กันและเข้าใจแล้ว

จ.สุพรรณบุรี อำเภอต่างๆ (ไม่แจ้งอำเภอ) มีปชช.ร้องว่า จนท.ปณท.จ่ายคูปองให้ผู้รับล่วงหน้าก่อนกำหนด ตรวจสอบแล้วพบว่า ท้องที่ทั้ง 10 อำเภอ ของจังหวัดสุพรรณ จนท.ปณท.ได้นำจ่ายให้วันแรก คือ 11 ตุลาคม กทม. ซอยลาดพร้าว 93 มีคนร้องเรียนกว่า เจ้าหน้าที่นำจ่าย ไม่ได้มอบให้เซ็นรับ แต่ไปทิ้งคูปองไว้ในตู้จดหมาย ปรากฏว่า น้องชายของเจ้าบ้านเซ็นรับแล้ว และนำคูปองไปไว้ในตู้จดหมายของพี่สาวแทน พอพี่สาวกลับเจอคูปองในตู้จดหมายโดยไม่เซ็นรับ ก็โวยว่า จนท.มาทิ้งไว้ได้อย่างไร ทำไมถึงไม่เซนรับ

 จ.นนทบุรี ท่าน้ำนนท์คอนโดพาร์ค ต.บางศรีเมือง อ.เมือง ร้องเรียนว่า จนท.ปณท.ไม่นำจ่ายคูปอง แต่ผลักภาระให้ไปรับเองที่ไปรษณีย์ ตรวจสอบพบว่า ทางคอนโดฯ จะมีมาตรการดูแลความปลอดภัย และไม่ยอมให้ บุรุษไปรษณีย์ไปจ่ายตามห้องพัก แต่จะให้ รปภ.เซนรับแทนก็ไม่ได้ จึงออกใบแจ้งให้ไปติดต่อที่ไปรณีย์สาขา และจะมีเบอร์โทรฯ ประสานให้เจ้าบ้านทราบว่า จะดำเนินการอย่างไร 

จ.ชัยนาท ต.ไพรนกยูง อ.หาญคา ร้องเรียนว่า จนท.ปณท.ขอรับคูปองคืนหลังจากที่จ่ายไปแล้ว โดยอ้างว่าผู้รับคูปองไม่ใช่เจ้าบ้าน และจนท.ขอให้มอบบัตรประจำตัว เพื่อ ให้จนท.ปณท.ไปรับกล่องให้เอง ตรวจสอบแล้ว พบว่า ปณท.ไปจ่ายให้เจ้าบ้าน และพ่อของเจ้าบ้าน เป็นคนรับแทน อยู่บ้านติดกัน แต่โดนร้องเรียนหาว่า ปณท.ไปหาผลประโยชน์ จึงมาขอคืน จากพ่อของเจ้าบ้าน

 จ.อุดรธานี ตำบลสร้างก่อ อ.กุดจับ ร้องเรียนว่า จนท.ปณท.แจ้งให้ ปชช.ไปรับที่สาขาเอง และต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 100 บาท ตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะเจ้าบ้านไปสอบเรื่องการติดตั้งเสาอากาศดิจิตอลทีวี จนท.นำจ่ายบอกว่า ข้อมูลทั่วๆ ไปทราบว่าการติดตั้งมีค่าบริการ 100 บาท ทำให้ผู้ร้องเข้าใจผิดว่า รับคูปองต้องเสียค่าธรรมเนียม 

 

ตอบ.. 10 คำถามยอดฮิต หลากประเด็น คาใจ “คูปองทีวีดิจิตอล” ..จากมุมมอง ผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง

image

18 ตุลาคม 2557

วันนี้..ขอประมวล คำถามยอดฮิตจากหลายๆ ท่าน ทั้งที่รู้จักกันส่วนตัว.. และ ไม่รู้จัก สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับ “คูปองทีวีดิจิตอล” โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้.. จึงคิดว่า ขออนุญาต รวมไว้ในบล็อกของข้าพเจ้า รอบเดียว เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับท่าน ที่แวะมาอ่านเจอนะคะ จากมุมมองคนทำข่าว เรื่องคูปองฯ คนหนึ่ง

เริ่มต้น..แนะนำให้อ่านข้อมูล.. จากเว็บ กสทช. โดยตรง ตามนี้นะคะ …

http://digitaltv.nbtc.go.th/sell.html

ส่วนล่างนี้..ขอตอบ..เฉพาะกรณี  กสทช.  แจกคูปองมูลค่า 690 บาท นำร่อง 21 จังหวัดแรก ตามรายชื่อด้านล่างนี้  รวม 4.64 ล้านครัวเรือน

image

1. ได้รับคูปองแล้ว..ต้องทำอย่างไร

ตอบ.. โปรดกอดเก็บคูปองไว้ให้นานที่สุด.. จนกว่าจะตัดสินใจ หรือ เคาะแล้วว่า เอาล่ะ…จะมุ่งมั่น..ฟันธง.. เลือกสินค้าที่ต้องการแน่ชัดแล้ว

เพราะท่านมีสิทธิ์กอดเก็บคูปองไดันานถึง 6เดือน ซึ่งอายุการนำคูปองไปใช้ล็อตแรกนี้ จะสิ้นสุด พ.ค.2558 

2. สินค้าอะไรบ้าง ที่คูปอง จะใช้ได้

ตอบ..
เครื่องทีวีรุ่นใหม่ ที่มีระบบดิจิตอลในตัว ราคาทีวี มีหลากหลายเป็นพันบาท หมื่นบาท หรือ แสนบาท แต่คูปอง จะใช้เป็นส่วนลดได้ 690 บาท

– ส่วนลด ซื้อ กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล (Set top box) สำหรับกล่องฯ ที่มีราคาแพงกว่ามูลค่าคูปอง … แพงกว่าเท่าใด.. ท่านก็จ่ายเพิ่มเท่านั้น

– แลก กล่องรับสัญญาณฯ ที่มีราคา 690 บาท เท่ากับ มูลค่าคูปอง

–  เสาอากาศทีวีดิจิตอล.. ข้อนี้ กสทช. เพิ่งกำหนดเพิ่มขึ้นมา ในวันดีเดย์ ปล่อยขบวนคาราวาน ปณท. แจกคูปอง เมื่อ 10 ตุลาคม 2557

3.  นำคูปองฯ ไปซื้อสินค้าได้ที่ไหน

ตอบ.. ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ กับ กสทช. ส่วนใหญ่เป็นห้างสรรพสินค้า , ร้านสะดวกซื้อ และ ศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ตอนนี้ มี 22 บริษัท ที่พร้อมวางขาย จากที่เข้าร่วมโครงการกับ กสทช. ทั้งหมด 42 บริษัท

อยู่จังหวัดไหน..นำหลักฐาน+ คูปอง ใช้ ในจังหวัด หรือ ข้ามจังหวัด ก็ได้ค่ะ

เริ่มวางขายวันแรก 20 ตุลาคมนี้ .. เป็นต้นไป .. ไม่ได้ขายแค่วันเดียว..ขายหลายเดือน ฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องรีบ.. ถ้ายังตัดสินใจในข้อมูลไม่ได้

ส่วนร้านค้า…ดูได้จากลิ้งค์นี้ ของ กสทช.

http://digitaltv.nbtc.go.th/sell.html

จากเดิม.. ตอนแรก กสทช. บอกว่า 17 ตุลาคม 2557 จะประกาศขึ้นเว็บฯ ว่า สถานที่ที่บริษัทวางขายมีที่ไหนบ้าง… อย่างน้อย 1 บริษัท ต้องประกาศสถานที่ 4 จุด… แต่เมื่อวาน กสทช. ก็ได้แค่ภาพรวมตามลิงค์

( “ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เลขากสทช. บอกว่า ไม่กำหนดรายละเอียดมากกว่านี้ เพราะกลัวประชาชนสับสน )

ข้าพเจ้า ขอแนะนำว่า ท่านใด จะไปซื้อ โปรดตรวจสอบกับ เบอร์โทร หรือ สายด่วน ของบริษัทแต่ละแห่งจะดีกว่า… เพื่อไม่ให้ไปถึงแล้วเสียเที่ยว.. เพราะคูปองจะนำไปใช้ได้เฉพาะบางสาขาเท่านั้น ไม่ใช่จะใช้คูปองได้ทุกร้าน..หรือทุกสาขา

4. ราคา + คุณภาพสินค้า จะแตกต่างกันอย่างไร

ตอบ… อยู่ที่คุณสมบัติ เพิ่มเติม…

เหมือนท่านทานข้าวราดแกง.. แล้วจะราดกับข้าวเพิ่มอีกกี่อย่าง ก็จ่ายเพิ่มไป ตามความพึงพอใจของท่าน  ร้านขายข้าวราดแกงตอนนี้มี 22 ร้าน..  ก็มีเวลาตระเวนดูไปเรื่อยๆ ในช่วง 6 เดือนนี้

5. วิธีใช้..คูปองฯ

ตอบ..เอกสาร + หลักฐานก่อนออกจากบ้าน ไปถึงร้านค้า ทางกสทช. กำหนด มี 2 แบบ คือ แบบมี่ท่านไปซื้อด้วยตัวเอง.. ใช้เท่านี้

image

และ แบบที่ 2 ไม่ว่าง.. ไม่สะดวกไปเอง..มอบหมายให้คนอื่น เช่น คนในบ้านที่ไม่ใช่เจ้าบ้าน จะเป็นลูก พ่อตา แม่ยาย / เพื่อนบ้าน / เพื่อนที่ทำงาน / ฝากผู้นำชุมชน ฯ จัดการซื้อให้แทน ก็ มอบฉันทะของท่าน ให้กับคนที่ไปจัดการแทน พร้อมกับ เอกสารประจำตัวของผู้รับมอบฉันทะด้วย..

ทำตามนี้ค่ะ

image

แต่เงื่อนไข คือ เจ้าบ้าน 1 คน.. รับฝากได้ ไม่เกิน 3 คูปองนะคะ.. ฉะนั้น หากมีกลุ่มใด..รวบรวมบัตร -เอกสารของท่านทั้งหมู่บ้าน หรือ ชุมชน ก็มีสิทธิ์ ทำแทนกันได้แค่ 3 คูปอง หรือ 3 บ้าน ( กสทช. เค้าว่า ล็อกระบบมาแล้วแบบนี้นะคะ เพราะคูปองต้องใช้สแกนเข้าระบบคอมพ์ ยังไม่แน่ใจว่ากสทช.จะป้องกันการรวบรวมบัตร-คูปองได้จริง มากน้อยแค่ไหน)

6.  เลือกซื้อสินค้า อย่างไร ถึงรู้ว่าได้มาตรฐาน

ตอบ… ต้องมี สติ๊กเกอร์สัญญลักษณ์ ทั้ง 3 อย่าง… แปะติดตัวสินค้า.. เพื่อสิทธิ์ของท่านเอง

– “น้องดูดี” ที่ กสทช. ใช้ทำประชาสัมพันธ์

– “ตราครุฑ กสทช.” แสดงว่า สินค้านั้นๆ ผ่านการรับรองมาตรการ การตรวจสอบจาก กสทช. แล้ว

– “ตราครุฑ กสทช. +เลขรหัสบาร์โค้ท” เพื่อเป็นหลักฐาน หากสินค้าท่านมีปัญหาหลังจากซื้อไปแล้ว

image

เฉพาะสติ๊กเกอร์ “ตราครุฑ กสทช. +เลขรหัสบาร์โค้ท” มีความสำคัญต่อท่านมากที่สุด และจะได้รับหลังซื้อสินค้า

เพราะ..หากขยายดูภาพด้านล่าง.. โปรดจำไว้ว่า… เมื่อเลือกสินค้าแล้ว ทางร้าน จะต้องแบ่งครึ่งสติ๊กเกอร์ให้ท่านด้วย ตามรอยเส้นประตามภาพ..

โดยครึ่งบน..ที่เป็นรูปตราครุฑ ทางร้านจะให้ท่านเก็บไว้ หรือ แปะไว้ที่ตัวสินค้าของท่าน..

image

ส่วนบาร์โค้ท…ท่อนครึ่งล่าง .. ทางร้าน จะแปะไว้บนตัวคูปองของท่าน.. ที่มอบให้กับร้าน.. เพื่อ ร้านค้านั้น จะนำคูปองนั้น ไปขึ้นเงินได้ กับ กสทช.  ซึ่งบาร์โค้ทนี้ จะถูกสแกน และบอกได้ว่า ใครเป็นผู้ซื้อสินค้า.. บริษัทไหนขายสินค้า ขายที่ไหน.. รายละเอียดอย่างไร ระบบคอมพิวเตอร์ จะเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด เพื่อตรวจสอบได้  ( ข้อมูล จาก เลขาฯ กสทช. บอกมาตามนี้นะคะ )

บาร์โค้ทนี้.. จะเป็นตัวการรันตีให้ท่านตัวว่า.. ท่านได้ซื้อสินค้าไปจริง จากร้านที่เข้าร่วมโครงการขาย กับ กสทช. ดังนั้น เวลาเครื่องเสีย โปรดนำบาร์โค้ทตัวนี้ พร้อมสินค้าที่ซื้อ มาแสดงกับร้าน เพราะตามเงื่อนไขที่กสทช. กำหนด จะเปลี่ยนได้ทันทีภายใน 1 เดือน และ สินค้า มีระยะเวลารับประกัน 2 ปี …

แนะนำว่า บริการหลังการขาย… ก่อนท่านตัดสินใจซื้อ โปรดสอบถามร้านค้าให้กระจ่างอีกครั้งค่ะ

7. ไม่อยากได้..ไม่อยากใช้ คูปอง..จะทำอย่างไร

ตอบ.. โปรด ส่งกลับคืนมาให้ สนง. กสทช. เพราะ กสทช. มีแนวทาง จะนำไปมอบให้กับบุคคล ที่ไม่มีชื่อ เป็นเจ้าบ้าน ตามทะเบียนราษฏร์ ของ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อต้องการกระจายให้คนเหล่านี้ มีโอกาสเข้าถึงการเปลี่ยนผ่านการรับชมทีวี ที่มีสัญญาณภาพ จากระบบอะนาล็อค ไปสู่ระบบดิจิตอล

8. ไม่อยากใช้คูปอง.. เอาไปขาย หรือ มีคนมาขอซื้อ ทำได้หรือไม่

ตอบ.. ทำไม่ได้ค่ะ กสทช. กำหนดว่า เป็นความผิดทางกฏหมาย

9. นิติบุคคล คอนโดฯ ขอสำเนาบัตรปชช. – ทะเบียนบ้าน โดยอ้างว่า คูปองอยู่ที่นิติบุคคลแล้ว ทำได้หรือไม่

ตอบ..เมื่อวานนี้ เลขาฯ กสทช. บอกว่า ทำได้แค่ขอเอาไปดูเพื่อแสดงตัวว่า ท่านเป็นเจ้าของห้องพัก คอนโดฯ นั้นๆ จริง…ยื่นให้ดูเฉยๆ ได้  เพื่อขอเอาคูปองมาเก็บไว้กับตัวท่าน / แต่นิติบุคคลไม่มีสิทธิ์เก็บสำเนา หรือ บัตรปชช.ของท่าน 100%   และไม่มีสิทธิ์ยึดคูปองของท่านไว้ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

10. ท่านที่ยังไม่ได้คูปองฯ ทำอย่างไร
ตอบ.. นายปิยะวัตร์ มหาเปารยะ
รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย บอกว่า อาจเป็นเพราะ

– ปณท. ไปส่งระหว่างท่านไม่อยู่บ้าน จึงขอให้ตรวจสอบไปที่ ไปรษณีย์สาขาในพื้นที่บ้านของท่านว่า ตกหล่น อย่างไรหรือไม่

– รายชื่อ อาจตกหล่น จากข้อมูล ที่กสทช. ส่งให้ ปณท.

– คูปองทั้งหมด.. 4.64 ล้านครัวเรือน ปณท.  นำส่งระหว่างวันที่ 11- 19 ตุลาคม และมั่นใจว่า จะส่งครบถึงบ้านทุกหลัง ก่อน 20 ตุลาคม 2557

– ผู้มีสิทธิได้คูปอง คือ  มีชื่อเป็น “เจ้าบ้าน” ตามกฏหมาย ตามทะเบียนบ้าน

เก็บตก..

ใครยังไม่ได้.. ให้ตรวจสอบ สายด่วน ปณท.  1545 ก่อนนะคะ

ส่วนใคร.. มีเรื่องร้องเรียน พบเห็นความผิดปกติ.. มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคูปอง.. เชิญที่สายด่วน กสทช. 1200 ตลอด 24 ชม.

แต่ช่วงนี้ รับแจ้งว่า.. โทรติดยาก ทั้ง 2 หน่วยงาน..

 

สรุปทามไลน์ 1 สัปดาห์! ปัญหา”กสทช. VS ช่อง 3″ กับคำสั่งทางปกครอง ถอดผังอะนาล็อค ออกจากช่องดาวเทียม-เคเบิลฯ 30ก.ย.57

image

เกิดอะไรบ้าง…??? สรุปทามไลน์ 1 สัปดาห์ ปัญหาระหว่าง “กสทช.- ช่อง 3”  กับคำสั่งทางปกครอง ถอดผังอะนาล็อค ออกจากช่องดาวเทียม-เคเบิลฯ  มีผลหน้าจอผู้ชม 30 กันยายน 2557

**********

จันทร์ 22 กันยายน 2557

– บอร์ด กสท.มีมติลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 4% ของรายได้จากการประมูล ให้ช่องดิจิตอล ที่ออกคู่ขนานอะนาล็อก+ดิจิตอล และ ลด 2% ให้ ช่องดิจิตอล ช่องใหม่ ที่ออกอากาศ ก่อน 10 ตุลาคม 57( 10 เป็นวันดีเดย์ แจกคูปองฯ 690บาท วันแรก)  เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลทั้งระบบ/  การลดครั้งนี้ ลดให้ 5ปี 

( มตินี้ กสท.หวังว่า ช่อง 3 จะสนใจ ข้อเสนอนี้ ด้วยการนำผังอะนาล็อค มาออกอากาศคู่ขนานในช่องดิจิตอล.. เพราะตอนนี้ มีช่อง 3 ช่องเดียว ไม่เข้าเงื่อนไขนี้ .. ส่วนช่องอื่นอีก 23 ช่อง อยู่ในเงื่อนไขนี้แล้ว)

image

************

อังคาร 23 กันยายน 2557

– บ่าย 2 ผู้ช่อง 3 มาร่วมประชุม กับ บอร์ด กสท. 5 คน / แต่ใช้เวลาคุยกัน ไม่ถึง 1ชม.

– ช่อง 3 โดยคุณฉัตรชัย แถลงว่า “ไม่ได้ข้อสรุป เพราะขอคำตอบเรื่องสถานะภาพทางกม. ประกาศชัด สถานะบริษัท ช่อง 3  เป็นคนละนิติบุคคล กับบริษัทที่ร่วมประมูล

เพราะชื่อบริษัท ที่ทำช่อง 3 และ ชื่อ บริษัท ที่รับใบอนุญาตประมูลทำช่องทีวีดิจิตอล ทั้ง 3 ช่อง เป็นคนละบริษัท และ ชื่อผู้บริหาร เป็นคนละคณะ ขัด ม.9 พรบ.ประกอบกิจการฯ 51  ที่กำหนดให้ ผู้รับใบอนุญาต  ต้องประกอบกิจการเอง

image

– ท่าที..จากบอร์ด 4คน -พล.ท.พีระพงษ์ – “ช่อง 3 ยังไม่สนใจคุยเรื่องชดเชย ถ้าข้อกม.ยังไม่ชัดเจน”

ธวัชชัย – “ช่อง 3 ยืนยันว่า ไม่ต้องการออกคู่ขนานอยู่แล้ว ตามแผนเค้าต้องการทำทีวีดาวเทียม แต่ถ้าทำต้องขอใบอนุญาตทำทีวีดาวเทียม”

สุภิญญา -” ปชช.ต้องเข้าใจว่า กสท. เสนอทางเลือกให้แล้ว แต่ช่อง 3 ไม่เลือกเอง จ่อรื้อย้อนดูใบอนุญาต เฉพาะช่อง 3 ดิจิตอล อีกทั้ง 3 ช่อง คลายปมข้อกฏหมายที่ช่อง 3 กังขา

นที -” กสท.ยังไม่ปิดทางเจรจาร่วม ช่อง 3  และขอให้ทุกคนลืมคำว่าออกอากาศคู่ขนานไปก่อน จึงมั่นใจว่าจะมีทางออก จบด้วยดีทุกฝ่ายก่อน 30ก.ย.ที่คำสั่งกสท.มีผลบังคับใช้”

*************

พุธ 24 กันยายน 2557

– เช้า..ดารา , ผู้จัดช่อง 3 ระดมโพสต์ IG ชวน ดูการแถลงของช่อง 3 ใน รายการเล่าข่าวช่วงเย็น

-“วิชิต” ผู้ประกอบการเคเบิ้ล บางราย ยื่นหนังสือ เลขากสทช. ขอขยายเวลาออกอากาศช่อง 3 ออกไปอย่างน้อย 30 วัน จนกว่า จะตระเวนติดตั้งหนวกุ้งให้ลูกค้าแล้วเสร็จ แล้ว กสท. ค่อยสั่งยุติผังอะนาล็อก พร้อมระบุว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการเคเบิ้ล กว่า 400 ราย กำลังทะยอยได้รับจม.คำสั่งทางปกครอง ถอดผัง จาก สนง.กสทช.แล้ว ที่ส่งมาถึงผู้ประกอบการ

– ปธ.ชมรมทีวีดาวเทียม ยืนยัน ช่องดาวเทียม พร้อม ถอดผังช่อง 3 เริ่ม 30ก.ย.57 หากระหว่าง 25-30ก.ย. ไม่มีคำสั่งใดใหม่ หรือเปลี่ยนแปลง จาก กสท.

พร้อมปรับแผน ผลิตหนวดกุ้งขาย ปชช. เพื่อเป็นทางออกให้คนได้ดูช่อง 3 ได้.. ย้ำ ถ้าช่องดาวเทียม ไม่มีช่อง 3 การแข่งขันของผู้ประกอบการก็ไม่ตาย เพราะจอดำพร้อมๆ กัน แต่ ต้องถามผู้ชม ว่า รู้สึกอะไรหรือไม่

– ช่วงเย็น ช่อง 3 โดย”คุณประวิทย์-ฉัตรชัย “แถลงผ่านรายการเรื่องเด่นฯ สรุปว่า ที่ออกอากาศคู่ขนานไม่ได้ เพราะผิดกฏหมาย เพราะชื่อบริษัท ที่ทำช่อง 3 และ ชื่อ บริษัท ที่รับใบอนุญาตประมูลทำช่องทีวีดิจิตอล ทั้ง 3 ช่อง เป็นคนละบริษัท และ ชื่อผู้บริหาร เป็นคนละคณะ ขัด ม.9 พรบ.ประกอบกิจการฯ 51  ที่กำหนดให้ ผู้รับใบอนุญาต  ต้องประกอบกิจการเอง

image

*************

พฤ. 25 กันยายน 2557

– บอร์ด กสท.นัดประชุมด่วน วาระพิเศษ นัดโดย กรรมการ 4 จากทั้งหมด 5 คน (พีระพงษ์-ธวัชชัย-สุภิญญา-ทวีศักดิ์)  บอก  คุยกันเรื่องช่อง 3 แต่ ยังไม่รู้จะคุยประเด็นไหนกัน

-อยู่ๆ ช่อง 3 มายื่น จม. ในนาม บ.บางกอกฯ  ถามว่า “หากออกอากาศคู่ขนาน ผิด กม. หรือไม่” (ก่อนบอร์ด กสท.เริ่มประชุม)

image

– บอร์ด กสท. มี 3 มติ –   1.ให้สนง.กสทช. ทำจม. ตอบช่อง 3 ว่า ต้องทำจม.ถามใหม่ ในมานาม บ.มัลติมีเดียฯ ที่เป็น บ.ที่ได้รับใบอนุญาตช่องดิจิตอล.. แต่ บ.บางกอก ที่ทำช่อง 3 อะนาล็อค ไม่ใช่ จึงยังตอบคำถามทางกม. ไม่ได้

2. มีมติให้ สนง.กสทช. นำผลวิเคราะห์ สมัยออกใบอนุญาตการประมูลทีวีดิจิตอล ให้ บ.บางกอก ตาม ข้อสงสัยของช่อง 3  ตาม ม. 9 (ผู้รับใบอนุญาตต้องประกอบกิจการเอง)

3. ให้ สนง.กสทช. เอาเอกสารช่วงการประมูลย้อนหลังทั้งหมด มาดูกลไก และการบริหารจัดการ

– บอร์ด กสท. นัดประชุมใหม่ 4 โมงเย็น พรุ่งนี้ (26ก.ย.)

****

หลังเลิกประชุม..มี ความเห็นกรรมการ 3 คน คือ “สุภิญญา-พีระพงษ์-ธวัชชัย” ขอให้ช่อง 3 ทำหนังสือมาให้ถูกต้องก่อน แล้วค่อยคุยกันประเด็นอื่นๆ กัน แต่ยืนยัน ทุกอย่างต้องทำตามกฏหมาย เป็นหลัก และมองว่า ช่อง 3 มาถูกทางแล้ว ที่ยื่นมาถามเรื่องขอออกอากาศแบบคู่ขนาน ซึ่งเรื่องนี้ ต้องการให้ ปชช. ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และ การแก้ปัญหาของ กสท. ต้องแก้ปัญหาแบบถูกกฏหมายด้วย

*****

จากนั้น.. พ.อ.นที ให้สัมภาษณ์ จะขอเสนอแก้บทเฉพาะกาล เพื่อให้ช่อง3 สามารถเช่าช่วงเวลาในช่องดิจิตอลออกอากาศได้ทั้ง 100% จากเดิม ที่ประกาศของกสท. กำหนดให้แบ่งเช่าช่วงเวลาออกอากาศสูงสุด ได้เต็มที่ 40% และระหว่างการแก้บทเฉพาะซึ่งอาจใช้เวลา 15 หรือ 30 วัน รวมถึง ก็จะพิจารณาให้ช่อง 3 ได้ขยายเวลาออกอากาศออกไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ ในฐานะ เป็น กรรมการ กสท.

image

********

ศุกร์ 26 กันยายน 2557

– เช้า.. ช่อง3 ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ขอให้มีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้ช่อง 3 อะนาล็อก แพร่ภาพผ่านระบบเคเบิลทีวี และดาวเทียมได้ต่อ หลังจาก กสท.มีมติออกคำสั่งทางปกครองให้โครงข่ายดาวเทียม และ เคเบิ้ลฯ ถอดผังรายการช่อง 3 ภายใน 15 วัน หลังได้รับหนังสือคำสั่งทางปกครอง   ซึ่งจะมีผลต่อหน้าจอผู้ชม 30ก.ย.57

ช่อง 3 ฟ้อง..จำเลยที่1 คือ สำนักงานกสทช. / จำเลยที่2 คณะกรรมการกสทช. /จำเลยที่3 คณะกรรมการกสท.

– 11 โมง ..ช่อง 3 ยื่น จม. ให้ กสท. ใหม่ ใช่ชื่อหัวจดหมาย บ. บีอีซี มัลติมีเดียฯ ถามถึงสถานะภาพทางกฏหมาย หากออกอากาศคู่ขนานจะมำได้หรือไม่.. ตามที่ กสท.แนะนำ หลัง เมื่อวานมายื่น แล้วถูกตีกลับ

– บอร์ด กสท. นัดประชุมวาระพิเศษ 4โมงเย็น คาดพิจารณาเรื่อง หนังสือช่อง 3 และ ประเด็นที่ “นที” ปธ.กสท. เสนอ แก้บทเฉพาะกาลฯ.. (ประเด็นนี้..ย้อนอ่านได้ข้างบนจากเหตุเมื่อวาน)

– บ่าย 2 ศาลปกครอง มีคำสั่งเรียกไต่สวนฉุกเฉิน ตามที่ ช่อง 3 ร้องขอ

image

– ใกล้บ่าย 3…มีกรรมการ กสท. 3คน (พีระพงษ์-สุภิญญา-ธวัชชัย) เดินทางมาฟังการไต่สวนด้วย

-ระหว่าง ไต่สวน บอร์ด กสท. เลื่อนประชุมหลัง 4 โมงเย็น และ อาจนัดประชุมต่อทันที ที่ทราบผลคำสั่งศาล

-ราว 19 :00 น. ศาลปกครองกลาง  มีคำสั่งทุเลาบังคับคำสั่ง กสท. ไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 57  เวลา 16:30น. และให้ทั้ง 2 ฝ่าย แจ้งความคืบหน้าผลดำเนินการให้ศาลทราบวันนั้นด้วย

( ขยายความจากคำสั่งนี้..คือ ส่งผลให้ช่อง 3 ขยายเวลาออนแอร์ในช่องดาวเทียม-เคเบิ้ลฯ ได้ต่อไปจนถึง วันที่ 11 ตุลาคม 57  เวลา 16:30น. หรือ  ประมาณ 15 วัน  จากที่ช่อง 3 ขอไว้ 30วัน)

โดยทั้ง 2 ฝ่าย (ช่อง 3 และ กสทช.) ได้ตกลงกันต่อหน้าศาลว่า จะไปคุยกันเอง เรื่องการออกอากาศคู่ขนาน

แต่หลังจากวันที่ 11 ตามเวลากำหนดแล้ว  หากช่อง 3 ไม่ออนแอร์ คู่ขนาน หรือ ออนแอร์ไม่ได้ ฝั่งกสท.บอกว่า ก็ให้ถือว่าคำสั่งถอดผัง ของ กสท. ยังมีผลบังคับใช้ )

image

– หลังทราบคำสั่ง บอร์ด กสท.(สุภิญญา-พีระพงษ์-ธวัชชัย” ให้สัมภาษณ์ บอกว่า จากนี้ ช่อง 3 ต้อง จัดการปัญหาภายในเพื่อให้ออกอากาศคู่ขนานได้ .. โดยช่อง 3 รับปากว่าจะออกอากาศคู่ขนาน และช่อง 3 จะสามารถบอกได้ ว่าจะออกคู่ขนานยังไง..โดยช่อง 3 ไม่ติดใจแล้ว เรื่องข้อกฏหมายที่กังวลก่อนนี้ เรื่อง สถานะภาพบริษัท ที่เป็นคนละนิติบุคคล

จากนี้.. กสทช. เป็นฝ่ายรอ การเสนอแผนออกอากาศ จาก ช่อง 3

– ฝ่ายช่อง 3 .. คุณสุรินท์ ผู้บริหาร พูดหลังจากนั้น สั้นๆ ว่า จากนี้ ก็ต้องกลับไปคุยกับ รวมถึง ข้อกม. เรื่อง สถานะคนละนิติบุคคล ก่อนหน้านี้ด้วย ที่ช่อง 3 ประกาศว่า กังวล.. ว่า จะทำยังไงกันต่อ..เพราะอยากมั่นใจว่า ถ้า ออนแอร์คู่ขนานก็ต้องทำถูกกม.

– บอร์ด กสท. แจ้ง ยกเลิกประชุมวาระพิเศษแล้ว และ แจ้งประชุมวาระปกติ จันทร์ 29 กันยายน 57

– คำสั่งศาลฯ .. มีรายละเอียด ดังนี้

image

image

image

image

image

*******
เสาร์ 27 กันยายน 2557 – ………..

*******

อาทิตย์ 28 กันยายน 2557 – ………..

*******

จันทร์ 29 กันยายน 2557

– กสท. ประชุมบอร์ด วาระปกติ.. แต่คาดว่า ต้องมีเรื่องช่อง 3 เข้าที่ประชุมด้วยแน่นอน

*******

อังคาร 30  กันยายน 2557

– บอร์ด กสทช.ชุดใหญ่ 11 คนนัดคุยกัน (เป็นกำหนดเดิม ก่อนมีคำสั่งศาล จนถึงขณะนี้ที่โพสต์ ยังไม่ จนท.แจ้งยกเลิก)

– วันแรก ที่หน้าจอทีวีดาวเทียม และ เคเบิ้ลฯ จะถอดผัง ช่อง 3 ออก ตามมติ กสท. (ก่อนมีคำสั่งศาล ทุเลา)

*******

เขียนโพสต์ ณ เสาร์ 27 กันยายน 2557
( อัพดท 12 : 00 น.)

 

เนื้อหา! คำสั่งคดีช่อง 3 ศาลปกครองกลาง ทุเลาคำสั่ง มติ กสท.ถอดผัง ให้ 2ฝ่ายไปคุยกันเอง ดังนี้.

26 กันยายน 2557

คำสั่ง ศาลปกครองกลาง คดี ช่อง 3  ตามรายละเอียด ดังนี้.

image

image

image

image

image

 

คำต่อคำ! บิ๊กบอส ช่อง 3″ประวิทย์ มาลีนนท์” ทำไมไม่ออกอากาศคู่ขนาน และ ทำไม ไม่ขอใบอนุญาตเพย์ทีวี ชี้กสทช.กลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก

image

13 กันยายน 2557

“..ผมขออนุญาตออกตัวก่อนว่า ไม่ได้มาในนามช่อง 3 แต่มาในฐานะส่วนตัว ผมอยากเริ่มแบบนี้ว่า ไม่แน่ใจว่าพวกเราทั้งหมดในวงการนี้ เราหลงทางหรือเปล่า เพราะตอนนี้โฟกัสมาอยู่ที่ กสท.กับช่อง 3 เป็นวิวาทะกัน ความจริงมันมีข้อขัดแย้งกันอยู่ เป็นประเด็นกฎหมาย ที่ไม่สามารถชี้ได้ว่าใครผิดใครถูก เพราะฉะนั้นขออนุญาตไปที่ศาล ผมขออนุญาตว่าไม่ให้ความเห็นอะไร แต่ส่วนตัวผมคิดว่ามันมีความขัดแย้งด้านแนวคิดเหมือนกัน ผมขออนุญาตยกแนวคิดของ ผอ.สมชัย (ไทยพีบีเอส) ที่เปรียบเทียบบอกว่า เราขึ้นไปชกมวย ขึ้นเวทีก็ลุยกันเลย ก็หมดแรง แต่จริงๆ คืออะไรรู้มั้ยครับ คนดูยังไม่เข้ามาเลย เราก็ชกกันก่อนหมดแรงกันก่อนไปแล้ว ผมเลยคิดว่าเรื่องแนวคิดนี่สำคัญ

ขอพูดเป็นส่วนตัวว่า เราติดกระดุมเม็ดแรกผิด เริ่มต้นในฐานะที่ กสทช.เป็นผู้กำหนดแนวทางของทีวี โทรทัศน์ในเมืองไทย เริ่มต้นเลย กสท.กำหนดเทคโนโลยีก่อน เอาเป็นว่า การส่งในระดับพื้นดิน คำถามผม คือ ทำไมไม่เป็นแบบดาวเทียมล่ะ ออนไลน์ล่ะ เทคโนฯ มีหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องไปอันใดอันหนึ่ง คุณพัชระ (สปริงส์) ได้พูดเรื่องโครงข่ายล่ม อันนี้จะเป็นปัญหาว่า หากเรามีระบบเดียว อันนั้น 2 สถานีเอง แต่ลองคิดดูว่าถ้าล่มทั้งประเทศ อะไรจะเกิดขึ้น ทำไมไม่ทำให้หลากหลายขึ้นมา

 
อีกอย่างที่เริ่มต้นก็ผิด คือ เราเริ่มประมูล และเร่งที่ผู้ประกอบการ คือเร่งคนที่จะทำงานมาแล้วก็ลุยกันเลย คนดูยังไม่มายังไม่เข้าเวทีเลย เพราะว่าโครงข่ายยังไม่ได้ทำ กล่องก็ยังไม่ได้แจกถึงบ้าน แต่ว่าเราทำงานไปก่อนแล้ว ปรากฏว่าเราทำงานไปฟรีแล้วครับ เงินทองเราก็ลงไปเยอะแยะแล้วสูญเปล่าเลย ทีนี้ผมขออนุญาตคิดบวกอย่างนี้ว่า หากเราลองเอาคนดูเป็นตัวตั้ง เอ๊ะทำไมคนดูยังไม่มา ความจริงผมยืนยันว่าวันนี้คนดู หรือพวกเราที่แข่งขันกันอยู่ จะเป็นอะนาล็อก ช่อง 3 หรือ ทีวีดิจิตอล 24 ช่อง อยู่บนแพลมฟอร์มเดียวกันแล้วทั้งดาวเทียม และเคเบิ้ล คนดูก็อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว อันนี้ไม่ทราบว่าจะมีใครโต้แย้งมั้ยครับ

แต่ปัญหาจะเกิด ก็คือว่า กสท.พยายามจะบังคับช่อง 3 ให้ออกจากทีวีดาวเทียม และเคเบิ้ลฯ ให้ผมไปออกคู่ขนาน ถ้าผลที่จะได้ตอนนี้ทันที คือผมกลับไปอยู่ที่เดิม เพียงแต่ว่าไปอยู่ที่ช่อง 43 ในโครงข่ายของดาวเทียมและเคเบิ้ลฯ แต่มันไม่ได้จบอยู่ตรงนั้น ที่จะให้ผมไป คือ บังคับให้ผมอยู่ในกล่องที่ กสท.จะแจกน่ะ เพราะหากผมไม่ไปอยู่ตรงนั้น แจกกล่องไม่ออก นั่นเป็นข้อเท็จจริง มีคนแนะนำผมบอกให้คิดบวกว่า หากจะขจัดปัญหาเรื่องการแจกกล่อง ให้รับอะนาล็อกได้ แต่ว่าตอนนี้ กสท.ไปบอกว่า คูปองที่แจก เอามาเป็นส่วนลดซื้อกล่องเฉพาะกล่องที่กำหนด ที่ไม่มีอะนาล็อค นี่เป็นปัญหาของกสท. เค้าบอกว่าไปเติมตรงนั้น 20-30 บาทเท่านั้นเอง

ประเด็นตอนนี้ กลายเป็นว่า ทุกคนจะมารุมผม แต่ว่าเราลืมสภาพข้อเท็จจริงไปหมด ผมว่าคิดบวกหน่อยได้มั้ยครับ ปัญหาที่เกิดมันมีวิธีแก้เยอะแยะ อย่างเรื่องกล่องที่จะแจกไม่ต้องมาบังคับผม มันมีขั้นตอนเยอะแย บอกได้มั้ยว่า คูปองฯ นำไปแลกกล่องอะไรก็ได้ แล้วให้ผู้ประกอบการเติมอะนาล็อกลงไป อันนี้เป็นแนวคิดนะครับ พอได้มั้ยครับ

ขออนุญาตตอบคำถามว่า ทำไมเราไม่เลิกอะนาล็อก ต้องขอตอบอย่างเห็นแก่ตัวเลยครับว่า เป็นสิทธิ์ของเรา แต่หมอบอกว่าผมจะอยู่ได้อีก 6 ปีอย่างสูง กำลังจะตายเพราะเทคโนฯ เก่า นั่นอย่างมาก แต่ผมจะตายวันตายพรุ่ง ผมไม่รู้ อาจตายก่อนนั้นก็ได้ อย่าไปสนใจอนาล็อกเลยครับ มันค่อยๆ ตายไปเอง จะดูทำยังไงให้คนดูไปอยู่ในแพลทฟอร์มเดียวกับทีวีดิจิตอลได้ และผมยืนยันว่านาทีนี้เราอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ผมเรียนกว่า ถ้าทีวีดิจิตอล ไม่มีอนาคต ไม่ทิ้งคนดู ผมถามว่าเดือนมิถุนายน กับกรกฏาคมที่ผ่านมา อาร์เอสจะเป็นที่หนึ่งได้อย่างไร ก็เป็นที่หนึ่งได้ครับ เพราะมีคนดู เพราะว่ามีฟุตบอลโลก เรื่องนี้ใครเถียงผมครับ และรายการฟุตบอลโลกเค้าอยู่หลังเที่ยงคืนเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำไป หากฟุตบอลโลกมาอยู่ช่วง 2 ทุ่ม ผมตายเลย มาตีละครยับ ฉะนั้นไม่ใช่ช่อง 3 ที่เป็นปัญหาครับ พวกเราต้องทำคอนเท้นท์ให้ดี
 

ผมเรียนว่า ช่อง 3 พัฒนามา ปีนี้เข้าปีที่ 45 แล้ว เรามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปีหนึ่งกว่าหมื่นล้านบาท ผมถามว่าทีวีดิจิตล 24 ช่อง มีช่องไหนที่ลงทุนเกินหมื่นล้านบาทบ้าง ถ้าลงทุนไม่ถึง คุณภาพรายการก็ไม่ถึง ก็เป็นปัญหาอีกว่าลงทุนไปแล้วไม่มีใครซื้อ มันเป็นลักษณะไก่กับไข่ ของผมก็เจอแบบนี้มาเหมือนกัน แรกๆ ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ตอนนี้ก็แข็งแรงขึ้น เรื่องปัญหาอะนาล้อกจบนะครับ

ผมขอตอบปัญหาอีก 2 ข้อว่า ทำไมเราไม่ขอใบอนุญาตเป็นเพย์ทีวี ผมเกิดมาเป็นฟรีทีวีตลอดครับ ถึงวันที่ กสท.จะออกกฏไม่ให้ผมเป็นทีวีเพื่อการทั่วไป ผมก็ยังเป็นฟรีทีวีอยู่ โทษทีผมเกิดมาเป็นผู้ชายนะครับ นาทีนี้ กสท.บอกว่า ผมไม่ใช่ผู้ชายแล้ว ให้ผมไปขอเปลี่ยนเป็นผู้หญิง และไปทำศัลยกรรมด้วย ถึงจะขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้ ถามว่ ผมไปขอใบอนุญาตเพย์ทีวีแล้ว ถามว่า ผมเป็นเพย์ทีวีจริงหรือเปล่า เพราะผมไม่ได้เก็บตังค์คนดูนะครับ และกสท.มีอำนาจอะไรที่จะให้ผมไปเปลี่ยนเพศ ไปแปลงเพศซะด้วยซ้ำไป

image

การที่จะขออนุญาตเป็นเพย์ทีวี จะเป็นธุรกิจใหม่ทันทีเลย ผมมีปัญหาที่ตามคือ ลิขสิทธิ์รายการทั้งหมดที่จะไปออกรายการ ต้องเสียใหม่ บางรายการที่เค้าขายให้เฉพาะเพย์ทีวีที่ช่อง 3 อาจมาออกที่เพย์ไม่ได้ เพราะเพย์ทีวีเค้าขายให้เจ้าอื่นไปแล้ว ผมต้องไปตั้งสถานที่ จัดคนเพื่อดำเนินงานช่องใหม่นี้ เพราะเป็นช่องใหม่เลย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ต้องตามมามหาศาล

อีกคำถามที่ต้องตอบคือ ทำไมเราไม่เปิดคู่ขนาน ขอตอบแบบทุบโต๊ะเลยครับว่า ผิด ผิดกฎเกณฑ์ของ กสท. เพราะกสท.บอกว่า คนที่ประมูลช่องดิจิตอลทีวีมา ต้องประกอบการเอง วันที่ กสท.อนุญาตให้ช่อง 7 และช่อง 9 ขึ้นไปออกอากาศคู่ขนาน ทาง กสท.ให้สัมภาษณ์เองว่า ช่อง 3 เนี่ยะ ไม่มีสิทธิ และไม่มีสิทธิ์อะไรเหมือนที่ช่อง 7 และช่อง 9 ทำ เพราะช่อง 3 กับบริษัทที่ไปประมูลดิจิตอลทีวี คนละนิติบุคคลกัน นาทีนี้ อยากให้ช่อง 3 ขึ้นไปคู่ขนานก็บอกว่าทำไมไม่า ผมไม่เคยคิดว่าจะขึ้นไปคู่ขนานเลยตั้งแต่ต้นนี่เป็นแผนธุรกิจของเรา ช่อง 3 มีแผนธุรกิจของตัวเองที่จะทำอะนาล็อคจนหมดอายุสัมปทาน ขณะที่ช่อง 33 คนที่ประมูลมาก็ต้องการพัฒนารายการของเค้า

 
แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไปคู่ขนาน แต่ว่ามีขั้นตอนเยอะแยะ เราต้องไปตกลงกันก่อนระหว่างช่อง 3 กับ ช่อง 33 และต้องไปตกลงกับ กสท.ก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่ เงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อกันจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอยากให้ดูด้านค่าใช้จ่ายผม ผมโดน 2 เด้งนะครับถ้าขึ้นคู่ขนาน เพราะต้องจ่ายสัมปทานให้ช่อง 9 ขณะเดียวกันผมต้องจ่ายสัมปทานของช่อง 33 ผมสองเด้ง ขึ้นไปผมก็เสียเปรียบท่านที่เป็นทีวีดิจิตอลแล้ว ที่บ่นว่าผมได้เปรียบ แต่ผมเสียเปรียบ รวมทั้งโครงข่าย (มักซ์) ที่ผมเช่ามา ผมไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยถ้าออกคู่ขนาน จะดูแลผมตรงนี้อย่างไร

image

ช่อง 33 ผมไม่มีแผนธุรกิจเหมือนช่องอื่น เช่น ช่อง 7 เค้าคู่ขนาน ไม่ต้องจ้างคน ไม่ต้องลงทุนสถานที่ ไม่ต้องจ้างคน ไม่ต้องสร้างรายการ แต่ผมมีสถานที่ ผมต้องจ้างคนมา ผมต้องไปผลิตรายการ ตรงนี้เป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่างทั้งนั้น ผมยกตัวอย่าง ช่อง 33 มีรายการของการ์ละแมร์อยู่ เราจ้างเค้าทำ ทันทีที่เอาสัญญาณของช่อง 3 มาทับ รายการนี้ก็หายไป ผมมีโอาสถูกฟ้องร้องนะครับ เพราะจ้างเค้ามาแล้ว เสร็จแล้วดึงเค้าออกไปทิ้งไว้ไหนครับ เค้าเสียหายเพราะลงทุน เช่าห้องส่งทำรายการ และมีข้อผูกพันกับเอเยนซี่โฆษณาด้วย พวกนี้เราไม่ผิด ผมบอกว่า เป็นไปได้ แต่ต้องกรุณาเคารพสิทธิ์ของเราด้วย และดูว่าเรามีปัญหาอะไรต่อๆไป ไม่ใช่ปิดทางนะครับ เราสามารถพูดคุยกันขอเปลี่ยนแผนงานธุรกิจได้ แต่ขั้นตอนจะเป็นอย่างไร อยู่กับว่า กสท.จะรับเรื่องนี้ไปอย่างไร

ผมไม่ได้ต้องการให้ผู้ชมจอดำ คิดดูแล้วกัน คนดูสะสมมา 40 กว่าปี อยู่ดีๆ จะเอาเค้าเป็นตัวประกันไปทำร้ายหรือครับ ขอฝากกว่าอะไรก็เป็นไปได้ แต่อย่ามาพูดกันด้านกฎหมาย ถ้าด้านกฎหมายให้เป็นเรื่องของศาล แต่ว่าการต่อรองหรืออะไรกัน เป็นไปได้ถ้ามีโอกาสได้คุยกัน..”

+++++++++++ 

หมายุเหตุ.. คุณประวิทย์ พูดประเด็นดังกล่าว ในขณะร่วมฟังในเวทีเสวนา “อยู่รอดอย่างรับผิดชอบ ในยุคทีวีดิจิตอล” จัดโดยสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ที่ รร.สุโกศล  

 

 

ล้วงลึก! อะไร..ยังไง..”โครงการ แจกคูปองส่วนลด 690 บาท กับ การเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอล 22.9 ล้าน ครัวเรือน”

image

5 กรฏาคม 2557

สัมภาษณ์พิเศษ : ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงาน กสทช. 

“โครงการแจกส่วนลดคูปอง 690บาท กับการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอล 22.9 ล้าน ครัวเรือน”
 

ถาม : ย้อนอดีต.. จุดเริ่มต้น คูปองส่วนลดทีวีดิจิตอล

“..เส้นทางคูปอง เริ่มจากบอร์ดกระจายเสียงฯ กสทช. นำเสนอ ขอกรอบวงเงินขั้นต่ำเพื่อแจกคูปอง ถ้าใช้เงินประมูลขั้นต่อ 15,800 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อค เป็นระบบดิจิตอล แต่หลังประมูลปรากฏว่า ได้มาก 5 หมื่นกว่าล้าน บอร์ดกระจายเสียงฯ จึงเสนอ บอร์ดบริหาร กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ว่าจะแจก 1,200 ล้านบาท ต่อครัวเรือน มีแนวคิดจะแลกได้ 4 อย่าง คือ แลกกล่องดาวเทียม / แลกกล่องเคเบิ้ล / แลกกล่องดิจิตอล และ ทำเป็นส่วนลดของทีวีดิจิตอล

หลังจากเสนอเข้าไปที่บอร์ด กทปส. ก็ได้พิจารณา และเชิญ บอร์ดกระจายเสียงฯ กสทช. ชี้แจง 2 ครั้ง และได้คุยกันเรื่องราคากลางว่า 1,200 บาท ราคาจะสูงเกินไปหรือไม่ ก็ทบทวนกันอีกครั้ง

บอร์ดกระจายเสียงฯ กสทช. ก็ทำกรอบใหม่ได้ราคากลางออกมาว่า ไม่น่าเกิน 1 พันบาท ก็เสนอที่ประชุม กทปส.อีกครั้ง จากนั้น กทปส.ตั้งคณะทำงาน ดูราคากลาง จากนั้นได้ผลศึกษา 1,019 บาท ไม่ว่าจะเป็นกล่องรับสัญญาณดาวเทียม หรือ เคเบิ้ล หรือ กล่องดิจิตอล พร้อมเสา ทาง บอร์ด กทปส.นำเสนอที่ประชุมบอร์ดใหญ่ กสทช. แต่ระหว่างที่กำลังพิจารณาประเด็นนี้ ก็เกิดการยึดอำอาจจาก คสช.
 

จากนั้น ทาง คสช. ขอพิจารณา และให้สำนักงาน กสทช.ไปชี้แจง หลังชี้แจงแล้ว คสช.ก็เห็นชอบให้แจกคูปองได้ แต่ต้องให้รับฟังความห็นสาธารณะ เนื่องจากว่า ในขณะนั้น มีหลายองค์กรยื่นเรื่องร้องเรียน กับ คสช. เช่น กระบวนการแจกฯ ราคาสูงไปหรือไม่ / แลกได้ ไม่กี่อย่าง ราคาสูงเกินไป ทาง คสช.จึงให้รับฟังความเห็นสาธารณะ ขณะที่ กสทช.จัดรับฟังความเห็นฯ ใน 5 ประเด็น คือ 1.มูลค่าคูปองที่จะแจก 2. คูปอง แลกอะไรได้บ้าง 3. จำนวนครัวเรือน ที่จะต้องแจก มีเท่าไหร่ 4. วิธีการแจกคูปอง อย่างไร และ 5. กระบวนการป้องกันการทุจริตต่างๆ จะดำเนินการอย่างไร
 

หลังจากรับฟังความเห็นสาธารณะแล้ว ก็สรุปเรื่องเข้าที่ประชุม บอร์ดใหญ่ กสทช. ก็หารือกันทุกประเด็น แต่วันนั้น มีหนังสือจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน มาด้วย คอมเม้นท์ถึงโครงการที่เกิดขึ้นด้วย
 
ฉะนั้น ประเด็นแรก จากที่รับฟังความเห็นสาธารณะ เรื่อง มูลค่าคูปอง แนวโน้มของประชาชน อยากได้ 1 พันบาท ไม่ใช่ 690 บาท แต่บอร์ด กสทช.เอง ได้พิจารณาแล้วว่า มูลค่าคูปองที่จะออกไป เราอิงอยู่บนพื้นฐานของราคาประมูลขั้นต่ำที่กำหนดไว้ คือ 15,800 ล้านบาท หารด้วย 22.9 ล้านครัวเรือน จะออกมา 690 ล้านบาท เป็นราคาที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเท่านั้น ไม่ใช่ราคาขายกล่อง หากอยากซื้อของดีกว่านั้น ก็เพิ่มเงินเองได้ไม่เป็นไร นี่คือมติของบอร์ด กสทช.
 

นอกจากนี้ จะไม่ได้ต้องไม่มีการถกกเถียงกันในปัญหาต่างๆ ว่า ราคากล่อง ออกมาเท่าไหร่ เพราะองค์กรมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ก็บอกว่า ราคา 500-600 บาท ก็ขายได้แล้ว จะออกมา 1 พันบาท ทำไม มติบอร์ด วันนั้น จึงฟันธงที่ราคา 690 บาท
 

ส่วนที่สอง ถามว่า คูปองจะนำไปแลกอะไรได้บ้าง บอร์ดได้อภิปรายกันว่า เงินนี้ มันเป็นเงินที่เกิดจากการประมูลทีวีดิจิตอล ดังนั้น การแลกควรแลกได้เฉพาะกล่อง ที่เปลี่ยนได้เฉพาะกล่องอนาล็อค ที่เปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิตอลเท่านั้น คือ แลกได้เฉพาะกล่องแปลงสัญญาณเท่านั้น ส่วนกล่องรับสัญญาณดาวเทียม และกล่องเคเบิ้ลทีวีแลกไม่ได้ และมติที่ประชุมกสทช. ให้นำคูปองไปเป็นส่วนลดซื้อเครื่องทีวีดิจิตอล
 

ส่วนที่สาม วิธีการแจก ทางบอร์ด กสทช.ได้คอมเม้นท์ว่า หลายฝ่ายบอกว่า อยากให้ประชาชนยืนยันสิทธิ์ก่อน ถึงจะถือว่ามีการแจกออกไป หากไม่ยืนยัน ก็ไม่ต้องแจก จะได้ไม่สิ้นเปลือง บอร์ดกสทช.ได้พิจารณากันประเด็นนี้ว่า หากให้ประชาชนไปยืนยันสิทธิ์ ระยะเวลาดำเนินการจะถูกลากออกไปให้ล่าช้าอีก 2-3 เดือน / เป็นการสร้างภาระให้ประชาชน เนื่องจาก การยืนยันสิทธิ์ ในต่างจังหวัดก็ต้องไปที่ว่าการอำเภอ, อบต, อบจ. ของแต่ละพื้นที่ จะสร้างความเดือดร้อน และมีค่าใช้จ่ายเกิดกับประชาชนแน่นอน
 

นอกจากนี้ บอร์ด กสทช.ได้ถกเถียงกัน คือ หากประชาชนไม่ไปยืนยันสิทธิ์ หาก กสทช.ตัดสิทธิ์ เราจะใช้ฐานอำนาจข้อไหน ไปตัดสิทธิ์เค้าได้ เช่น ประชาชน เค้าบอกว่า วันนั้นติดธุระขึ้นมาทำให้ไปยืนยันสิทธิ์ไม่ได้ แล้ววันนั้นไม่ส่งคูปองไปให้เค้า จะนำไปสู่กระบวนการฟ้องศาลปกครองหรือไม่ ว่า เค้าใช้สิทธิ์อยู่ แต่กสทช.ไม่แจกให้ จะทำให้กระบวนการแจกคูปองล่าช้าไปกว่าเดิมอีก

บอร์ด กสทช.ทุกคนได้อภิปราย และเห็นว่า ให้แจกออกไปก่อน เพราะจะมีเงื่อนไขระยะเวลาการใช้คูปองภายใน 6 เดือน หากประชาชนไม่ใช้ คูปองก็เป็นอันสิ้นผลไป เงินกลับมาที่กองทุน กทปส. และ สำนักงาน กสทช.ต้องนำส่งให้เป็นรายได้ของแผ่นดินอยู่แล้ว ซึ่งการจัดส่งจะต้องส่งไปไปรษณีย์ จำนวน ทั้งหมด 22.9 ล้านครัวเรือน
 

ประเด็นที่สี่ เรื่องป้องกันการทุจริต ซึ่งแต่เดิมเราได้วางฐานข้อมูล ที่จะต้องมีการลงทุนกว่า 900 ล้านบาท แต่บอร์ด กสทช.อภิปรายว่า ควรป้องกันการทุจริตฯ ระดับปานกลางก็พอ ไม่จำเป็นต้องป้องกันการทุจริตระดับ 100% เพราะงบประมาณในการวางฐานข้อมูลมันมากเกินควร จึงขอให้สำนักงาน กสทช.ไปดำเนินการขึ้นพิมพ์คูปอง ขอให้มีการปลอมแปลงได้ยากที่สุด

ส่วนตัวใบคูปอง จะต้องพิมพ์เลขบัตรประชาชนลงไปบนคูปอง เพื่อให้สอดคล้องกับเลขบัตรประชาชนที่ประชาชนมี โดยมาตรการนี้ ไม่ต้องจ่ายเงินถึง 900 กว่าล้านบาท โดยบอร์ด กสทช.มีมติ เห็นชอบ ให้สำนักงาน กสทช. พิมพ์คูปอง โดยจ้างหน่วยงานของรัฐ ที่กำหนดไว้ในขณะนี้ คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนวิธีการส่ง ทาง บริษัทไปรษณีย์ไทย จะรับผิดชอบในการจัดส่งไปถึงทุกครัวเรือน
 
ซึ่งแผนทั้งหมดนี้ สำนักงาน กสทช. ได้ส่งมอบให้ คสช. พิจารณาเมื่อวันนี้ ( 5สิงหาคม 2557)  รวมถึงแผนการใช้จ่ายเงิน ว่า หากอนุมัติออกมาทั้งหมด 22.9 ล้านครัวเรือน จะต้องใช้กรอบวงเงินทั้งสิ้น 15,800 ล้านบาท แต่ปีนี้ สำนักงาน กสทช. มี 11,000 ล้านบาท ขาด 4 พันกว่าล้าน ซึ่ง สำนักงาน กสทช. จะขอตัดเงินที่มาจากรายได้จากากรประมูลงวดหน้า ในปีหน้า 4 พันกว่าล้านบาท เข้าเป็นรายได้ของ กทปส. เพื่อนำไปแจกเป็นคูปองให้ประชาชนต่อไป..”
 
ถาม : ตามขั้นตอน หลัง คสช.อนุมัติแผนแล้ว กระบวนการแจกคูปองฯ เป็นอย่างไร

 “..ในระหว่างรอ คสช.อนุมัติ ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. ได้ แต่งตั้งคณะกรรมการ 4 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการพิมพ์คูปอง / คณะกรรมการ แจกคูปอง / คณะกรรมการกำกับดูแลในการแจกคูปอง ให้เกิดความเป็นธรรม และคณะกรรมการพิจารณาให้ผู้ประกอบการกล่องดิจิตอลเข้าร่วมโครงการว่า จะกำหนดคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. เตรียมการเบื้องต้น แล้ว รอเพียงการอนุมัติแผนทั้งหมด จากคสช. ตอนนี้ มีการประสานกองสลากเพื่อเตรียมจัดพิมพ์ และ บริษัทไปรษณีย์ไทยที่รับผิดชอบขนส่งแล้ว ในส่วนการออกคุณสมบัติ (TOR) ของผู้เข้าร่วมโครงการ ตอนนี้ อยู่ระหว่างการลิสต์รายชื่อบริษัท เพื่อออกหนังสือเชิญให้เค้าเข้าร่วมโครงการกับเรา ประมาณกว่า 70 บริษัท
 

คณะกรรมการที่จะป้องกันการทุจริตต่างๆ จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง โดยเป็นคนนอกเข้ามาร่วมด้วยในกรรมการทุกชุด และหน่วยงาที่เกี่ยวข้องจะต้องประสานการทำงานร่วมกัน เช่น เจ้าหน้าที่จากกรมการปกครอง หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค มาช่วยดูแลเรื่องการ ปลอมแปลง หรือ ใช้คูปองผิดประเภทด้วย..”
 

ถาม : เหลือเวลาอีก 1 เดือนเศษ ณ ตอนนี้ มีอะไรหนักใจบ้าง

“..ตอนนี้ถือว่าระยะเวลาบีบคั้นมาก แต่ผมหนักใจเฉพาะเรื่องการเฟ้นหาผู้เข้าร่วมโครงการกับเรา หากเปิดกว้างได้ทั้งหมดก็ยินดี แต่บริษัทที่เข้าร่วมจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับ สำนักงาน กสทช. ด้วย ถ้าเกิดขายกล่องให้ประชาชนไปแล้ว สมมติ 5 แสนเครื่อง แล้วทิ้งหนีไปอย่างนี้ ไม่ได้เลย มันจะมีปัญหากับสำนักงานกสทช.มาก เพราะเป็นฝ่ายรับผิดชอบตรง

ดังนั้น การออกทีโออาร์ตั้งแต่แรก จะต้องคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน และจุดบริการต่างๆ จะต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชน หลักประกันบางส่วนต้องมีให้เรา เพราะหากไม่มีหลักประกันเรื่อง จะทำให้บางบริษัทมายื่นเรื่อง แต่ไม่คุณสมบัติจะทำอะไรเลย ซึ่งแบบนี้ มันขัดกับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย ซึ่งทีโออาร์ จะน่าจะเสร็จได้เร็วๆนี้ และจะเสนอที่ประชุมบอร์ด กสทช.ที่อาจต้องเรียกประชมนัดพิเศษ หลังจาก คสช.ให้ความเห็นชอบแล้ว จึงจะเคาะเรื่องทีโอาร์ได้..”
 

ถาม : จุดเปลี่ยน สวนลด 1 พันบาท กับ 690 บาท ต่างกันอย่างไร

“..การคิดฐานตัวเลขราคาส่วนลดคูปอง 1 พันบาท ตามเดิม ที่ สำนักงาน กสทช. หรือ กทปส.คิดมานั้น มาจากราคาในตลาด ที่มีการจำเหน่าย ไม่เกิน 1 แสนกลอ่ง แต่ตอนนี้ หลายองค์กรบอกว่า หาก สำนักงาน กสทช. มีการซื้อครั้งละ 5 แสนกล่อง หรือ 1 ล้านกล่อง จะบอกว่า ราคากล่อง 1 พันบาท ก็ควรจะลดลงได้ ดังนั้น บอร์ด กสทช.จึงเห็นว่า ให้เป็นราคาตลาดแล้วกัน แต่ขอให้คูปองออกมาที่ 690 บาท ส่วนหากในตลาดจะขายมากกว่านี้ ก็ให้เป็นการแข่งขันกันในท้องตลาด
 

ราคาคูปอง 1 พันบาท ที่ลดมาเหลือ 690 บาท ส่วนหนึ่งมาจากผลรับฟังความเห็นสาธารณะ ที่ สำนักงาน กสทช. จัด และผู้ประกอบการ รวมถึง องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ที่เห็นว่า 690 บาท ก็มีความเหมาะสมแล้ว แต่การรับฟังความเห็น ประชาชน ก็อยากได้คูปองราคา 1 พันบาท แต่อยากให้แลกแล้วได้ กล่อง และเสาอากาศ
 
การทำให้ราคาถูกกว่า 690 บาท ก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งหลายบริษัท ก็สามารถทำราคากล่องในราคาเท่ากับคูปอง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะทำให้เกิดราคาขายกล่องดิจิตอลถูกลงได้ ซึ่งราคา 690 ก็ถือว่าเหมาะสมที่สุด..”

ถาม : ปัญหา เอกชนเก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน แลก กล่องดิจิตอล อ้างว่าได้สิทธิ์จาก กสทช. จะชี้แจงอย่างไร

“..ขณะนี้ พบปัญหาว่า บางบริษัท ไปเก็บบัตรประชาชนมานั้น ยืนยันว่า ทาง กสทช.ไม่มีการแต่งตั้งผู้แทนไปทำเช่นนั้น โดย สำนักงาน กสทช. จะส่งคูปองไปที่บ้านเลขที่ ตามทะเบียนราษฏร์ ทุกครัวเรือน จะส่งไปที่เจ้าบ้าน ส่วนผู้ดำเนินการถือว่ากระทำผิดกฎหมาย เราจะแบล็กลิสต์ ไม่ให้เข้าร่วมโครงการกับเรา ในส่วนที่ผิดกฎหมายอื่นๆ เราจะไปร้องทุกข์กับสถานีตำรวจในพื้นที่ต่อไป ตอนนี้แบล็กลิสต์ไปแล้ว เป็นมติบอร์ด กสทช. เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบ..”

 
ถาม : รูปแบบ คูปอง ที่จะแจกจ่ายให้ประชาชน เป็นอย่างไร

“..ตัวคูปอง ที่แจกจ่ายให้ประชาชน จะมีบ้านเลขที่ และเลข 13 หลักของเจ้าบ้าน อยู่บนคูปอง และจะนำไปใช้คู่กับบัตรประชาชน หากบ้านไหน จะมอบอำนาจ ก็ต้องนำบัตรประชาชนตัวจริงของเจ้าบ้านมาด้วย ไปที่ จุดแลกเปลี่ยน หรือ ศูนย์แต่ละจุด ที่บริษัทตั้งขึ้น โดยบริษัทเหล่านี้ จะต้องขึ้นทะเบียนร่วมโครงการขายกล่องกับกสทช. และเมื่อตรวจสอบคูปองผ่านแล้วว่าถูกต้อง บริษัท ก็จะให้ประชาชนเลือกกล่องได้ว่า จะเอากล่องประเภทรูปแบบไหน

ภายในกล่องนั้น จะมีสติ๊กเกอร์ 2 แบบ คือ สติ๊กเกอร์ติด กสทช. ว่าผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว ส่วนสติ๊กเกอร์อีกแบบ ยืนยันว่า บริษัทดังกล่าว เป็นบริษัท ที่เข้าร่วมโครงการกับ กสทช. และสติ๊กเกอร์นี้ จะติดอยู่บนคูปองด้วย เพื่อแสดงว่าประชาชนมีการใช้สิทธิ์ไปแล้ว และบริษัทจะนำคูปองที่ประชาชนนำมาให้ มาขึ้นเงินกับ กสทช. มีรหัสเลขหมายตามเลขที่ประจำกล่อง ที่ กสทช.อนุญาตให้ขายติดอยู่ด้วย ฉะนั้น กระบวนการขึ้นเงิน หรือ โกง จะยากพอสมควร

ถาม : หากประชาชน ได้คูปองไป จะขายแลกเป็นเงินแทนได้หรือไม่

“คูปองนี้ ไม่สามารถนำไปขายเป็นเงินสดได้ หากบริษัท ไปเก็บคูปองของประชาชนมาเอง ยังไงก็ตาม ก็ต้องมีสติ๊กเกอร์ของ กสทช.ที่มีลายน้ำพิเศษ ติดอยู่ด้วย ไม่มีทางปลอมแปลงได้อยู่แล้ว เพราะหากไม่มีสติ๊กเกอร์อยู่บนคูปอง จะไม่สามารถนำมาขึ้นเงินกับ กสทช.ได้แน่นอน ฉะนั้นบริษัทที่ไปรับมา จะขึ้นไม่ได้ และถือว่าบริษัท จะสูญเสียเงินให้ประชาชนโดยตรง..”

ถาม : ทำไม ถึงเลือกแจกคูปองฯ กสทช.เคยมีแนวทางอื่นพิจารณากันหรือไม่

“..เหตุผลที่แจกคูปองส่วนลดราคา เพราะจากเดิมคิดว่า จะแจกกล่องรับสัญญาณดิจิตอล แต่ บอร์ด กสทช.เคยคุยกันว่า อาจเอื้อให้เกิดการทุจริตในการประมูล หรือ จัดซื้อจัดจ้างได้มาก แต่หากแจกคูปอง ประชาชน จะยังมีทางเลือก หากเห็นว่า ยังไม่อยากได้กล่อง แต่อยากเป็นส่วนลดทีวี ก็สามรถทำได้ แต่หากมีทางเลือกเดียวคือ แจกกล่อง จะไม่มีโอกาสเป็นทางเลือกให้ประชาชน และเอื้อให้เกิดทุจริตด้วยซ้ำ ซึ่งการแจกคูปอง จะทำให้ช่วยทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแนวทางแจกคูปอง เห็นว่า เป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้ว และมีระยะเวลาการใช้งานคูปอง 6 เดือน..”

ถาม : คาดหวังไว้เท่าไร ว่า แจกคูปองฯ ไปแล้ว ประชาชนจะนำไปใช้ กี่เปอร์เซนต์

 “..ผมว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการประชาสัมพันธ์ของกสทช.ด้วย แต่เข้าใจว่าทุกคนคนตื่นตัวในการแจกคูปองอยู่แล้วจากกระแสที่ออกมาว่าอยากให้มีการแจกคูปอง และโครงการนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก ส่วนตัวผมคาดหวังว่า 70% จะมีการใช้คูปองแลกซื้อ ส่วนอีก 30% คิดว่า ไม่ใช้เพราะ เค้าอาจมีกล่อง หรือ เครื่องทีวีที่รับชมระบบดิจิตอล ได้อยู่ก่อนแล้ว..”