RSS

Category Archives: วิทยุ ทีวี ดิจิตอล ดาวเทียม

บทความพิเศษ! ม. 44 เอื้อรัฐ เอื้อเอกชน หรือเอื้อประชาชน โดย”ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา” กรรมการ กสทช. #คลื่น700MHz #ทีวีดิจิทัล

22 เมษายน 2562

บทความพิเศษ! ม. 44 เอื้อรัฐ เอื้อเอกชน หรือเอื้อประชาชน

โดย: นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา
กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ

“.. คำสั่ง คสช. ที่ 4/2562 ก่อให้เกิดปฏิกิริยามากมาย ฝ่ายที่ได้รับประโยชน์ต่างออกมาสนับสนุน ส่วนฝ่ายที่เห็นว่าก่อความเสียหายต่อชาติก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ จนผู้คนทั่วไปพากันตั้งคำถามว่า สรุปแล้วคำสั่งฉบับนี้ดีหรือไม่ดี ในภาพรวมของคำสั่ง มีศูนย์กลางอยู่ที่การจัดสรรคลื่น 700 MHz ซึ่งปัจจุบันใช้ให้บริการทีวีดิจิทัล เพื่อเปลี่ยนมาเป็นบริการโทรคมนาคมยุค 5G เมื่อดึงคลื่น 700 MHz จากทีวีดิจิทัลมาก็หาแนวทางชดเชย เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และถือโอกาสนี้เปิดทางให้ช่องรายการทีวีดิจิทัลที่ไปต่อไม่ได้สามารถยุติกิจการได้ โดยให้ได้รับเงินค่าคลื่นคืนตามสัดส่วนระยะเวลาที่ดำเนินกิจการ

ในส่วนการจัดสรรคลื่น 700 MHz ให้กับบริการโทรคมนาคมยุค 5G ก็เกรงว่าค่ายมือถือต่างๆ จะไม่เข้าประมูล ด้วยยังมีภาระต้องจ่ายค่าคลื่น 900 MHz ที่ประมูลไปก่อนหน้านี้ จึงให้ผ่อนค่าคลื่น 900 MHz โดยไม่คิดดอกเบี้ย แต่กำหนดให้ต้องมารับการจัดสรรคลื่น 700 MHz ไปด้วย โดยไม่ต้องประมูล
และทั้งหมดนี้ให้อำนาจสิทธิขาดแก่สำนักงาน กสทช. ไม่ใช่ให้อำนาจกรรมการ กสทช. ดังเช่นกฎหมายปกติ ทั้งหมดนี้ฟังดูเหมือนดี แต่ทำไมมีคนไม่เห็นด้วย
จากการรวบรวมความเห็นอันหลากหลาย พอจะสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1. กรณียืดหนี้ให้ทีวีดิจิทัลตามคำสั่ง คสช. ที่ 76/2559 มีการคิดดอกเบี้ย แต่กรณียืดหนี้ค่าคลื่น 900 MHz ให้ฝั่งโทรคมนาคมกลับไม่มีการคิดดอกเบี้ยเลย ส่วนต่างดอกเบี้ยที่หายไปคือความเสียหายของประเทศหรือไม่ และทำไมจึงใช้มาตรฐานที่ต่างกัน

2. ทำไมสื่อมวลชนหลายฉบับลงข่าวล่วงหน้าในวันที่ 11 เมษายน ว่าลุ้น คสช. ออก ม.44 ได้ถูกต้อง เหมือนได้รับข้อมูลวงใน ทั้งที่คำสั่งออกจากองค์กรด้านความมั่นคง มีใครตรวจสอบการใช้ข้อมูลวงในนี้หาประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นหรือไม่ ถ้าพบว่ามีจะต่างอะไรกับการที่อดีตนักการเมืองใช้ข้อมูลวงในของการลอยตัวค่าเงินบาททำกำไรให้แก่ตัวเองเมื่อปี พ.ศ. 2540

3. การเปลี่ยนคลื่นทีวีเป็นคลื่นโทรคมนาคมในสหรัฐอเมริกา สามารถทำได้โดยไม่ต้องนำภาระค่าคลื่นเดิมมาผ่อนผันแม้แต่น้อย โดยทำการคืนคลื่นทีวีผ่านการประมูลแบบ Reverse Auction และนำคลื่นนั้นไปจัดสรรให้กับบริการโทรคมนาคมแบบ Forward Auction

4. การนำภาระค่าคลื่น 900 MHz ไปผูกกับการจัดสรรคลื่น 700 MHz โดยอ้างว่าต้องเร่งประมูล 5G ซึ่งจะสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในอีก 15 ปีข้างหน้าถึง 2.3 ล้านล้านบาท แต่จากรายงานของ GSMA ประมาณได้ว่า ผลที่ไทยจะได้รับอยู่ที่ 4 แสนล้านบาท ต่ำกว่ากันถึงเกือบ 6 เท่า และประโยชน์ที่ทั้งโลกจะได้รับอยู่ที่ 70 ล้านล้านบาท สัดส่วนขนาดเศรษฐกิจไทยต่อเศรษฐกิจโลกไม่ถึงร้อยละ 1 จึงไม่มีทางที่จะเป็น 2.3 ล้านล้านบาทตามที่อ้างกัน

5. จากรายงานของ GSMA ประเทศที่จัดสรรคลื่น 5G ได้เร็วไม่ตกยุคคือประเทศที่จัดสรรภายในปี ค.ศ. 2021 น่าจะเป็นเพราะสภาพความพร้อมของอุตสาหกรรมจะมาในปี ค.ศ. 2021 ทั้งในด้านอุปกรณ์ ด้านความพร้อมใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่น ส่วนในปัจจุบันแม้ไม่มี 5G ระบบอัตโนมัติและ IoT ก็เปิดให้บริการแล้ว ความเข้าใจที่ว่าถ้าไม่มี 5G จะไม่มีระบบการผลิตอัตโนมัติหรือไม่มี IoT ใช้งานเป็นความเข้าใจผิด หากไทยมี 5G ในปี ค.ศ. 2021 ก็ไม่ได้ทำให้เขตเศรษฐกิจพิเศษใดของไทยต้องล้มหายไป

6. การให้บริการ 5G ต้องใช้คลื่นทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง แต่ไทยยังไม่จัดทำแผนบูรณาการคลื่น 5G ทุกย่าน การเร่งจัดสรรคลื่น 700 MHz โดยไม่มีแผนการใช้คลื่นย่านอื่นประกอบทำให้เกิดความเสี่ยงทางธุรกิจ มากกว่าเกิดประโยชน์ และปัจจุบันมีเฉพาะทวีปยุโรปที่มุ่งใช้คลื่นย่าน 700 MHz แต่ยังไม่เปิดบริการและยังไม่มีอุปกรณ์ในท้องตลาด ส่วนอเมริกา จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ยังไม่ได้มุ่งใช้คลื่นย่านนี้

7. การเรียกคืนคลื่นจากทีวีดิจิทัลนั้น ต้องมีการทำแผนช่องสัญญาณออกอากาศใหม่ โดยใช้เวลาประสานแผนระหว่างโครงข่ายประมาณ 3 เดือน และใช้เวลาปรับอุปกรณ์อีกประมาณ 18 เดือน อย่างน้อยจึงต้องการเวลาอย่างต่ำ 20 เดือนนับจากวันเรียกคืน จึงจะสามารถนำคลื่น 700 MHz มาให้บริการโทรคมนาคมได้ การสร้างความเข้าใจผิดในการเร่งโอ่อวดเรื่อง 5G ของไทยในปี ค.ศ. 2019 นี้จะทำให้เกิดความสับสนกับสังคม หรือมิเช่นนั้นก็เป็นเพียงข้ออ้างในการเอื้อเอกชน

8. ด้วยความกังวลว่า หากให้ผ่อนค่าคลื่น 900 MHz เมื่อเอกชนได้ประโยชน์แล้ว แต่ไม่เข้าประมูล 5G จะทำให้เกิดค่าโง่ ในคำสั่งจึงกำหนดให้เอกชนต้องรับการจัดสรรคลื่น 700 MHz หากไม่รับการจัดสรรจะไม่สามารถผ่อนค่าคลื่น 900 MHz ดูเหมือนจะเป็นการบังคับ แต่เมื่อไม่ต้องใช้วิธีประมูล โดยให้สำนักงาน กสทช. เป็นผู้กำหนดราคาคลื่น หากกำหนดราคาต่ำไป ก็จะเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนได้ผ่อนค่าคลื่น 900 MHz ด้วย ได้รับคลื่น 700 MHz ในราคาถูกด้วย เป็นการผูกขาดตลาดโทรคมนาคมอย่างถาวร โดยผลของคำสั่ง คสช.

9. ปัญหานี้เกิดจากการไม่มีกลไกกำกับดูแลการจัดสรรคลื่นและการกำหนดราคาคลื่นให้เป็นธรรม ซึ่งในการชดเชย ทดแทน ชดใช้ จ่ายค่าตอบแทนฝั่งทีวีดิจิทัล คำสั่ง คสช. ได้มีการกำหนดให้มีคณะอนุกรรมการซึ่งมีองค์ประกอบจากหลายหน่วยงานร่วมพิจารณา แต่กลับมอบดุลพินิจที่ปราศจากการตรวจสอบถ่วงดุลให้กับสำนักงาน กสทช. ดังนั้น โอกาสที่รัฐจะเสียค่าโง่ในการจัดสรรคลื่น 700 MHz ยังเปิดกว้างอยู่ และทำให้ตอกย้ำคำถามเดิมว่า ทำไมกิจการสองด้าน คสช. จึงกำหนดมาตรฐานในการจัดการต่างกัน

10. ในส่วนผู้ได้รับผลกระทบจากการเรียกคืนคลื่น 700 MHz แบ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นเดิม (แต่ไม่ได้ระบุว่าช่องใด) และผู้ให้บริการโครงข่ายหรือ MUX การที่มีการตีขลุมว่าทุกช่องรายการได้รับผลกระทบนั้น อาจไม่ถูกต้อง เพราะในการออกอากาศทีวีดิจิทัล ช่องรายการเป็นผู้ส่งเนื้อหาให้ MUX แพร่ภาพ แม้ว่าจะมีการเรียกคืนคลื่น 700 MHz ช่องรายการก็ยังได้รับสิทธิแพร่ภาพด้วยคุณภาพสัญญาณระดับเดิมโดยไม่ได้รับผลกระทบ เพราะในระบบดิจิทัล 1 MUX ใช้เพียง 8 MHz ออกอากาศได้ 12 ช่องรายการ SD หรือ 4 ช่องรายการ HD เมื่อมีการประสานแผนช่องสัญญาณ แม้คลื่น 700 MHz บางส่วนจะหายไป ทุกช่องรายการในปัจจุบันก็ยังจะสามารถออกอากาศได้ตามสิทธิเดิมโดยไม่ผิดเพี้ยน การขยายความให้ผู้ไม่ได้รับผลกระทบไม่ชำระเงินงวดย่อมสร้างความเสียหายต่อรัฐและไม่เป็นไปตามคำสั่งนี้

11. สุดท้าย คำสั่งนี้คำนึงถึงทุนเป็นศูนย์กลาง มิใช่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง จึงมีมาตรการดูแลเจ้าของทุน แต่ไม่มีมาตรการดูแลประชาชน มีการตั้งคำถามว่า เอกชนได้ผ่อนค่าคลื่น ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ถูกลงด้วยหรือไม่ และในฝั่งทีวีดิจิทัล เดิมที กสทช. ได้กำหนดให้มีช่องรายการข่าวสารสาระ ช่องรายการเด็ก ซึ่งทั้งสองประเภทได้รับความนิยมน้อยกว่าช่องรายการบันเทิง การไม่กำหนดมาตรการดูแลที่ต่างกันระหว่างช่องรายการต่างประเภทกัน อาจทำให้ช่องรายการข่าวสารสาระและช่องรายการเด็กหายไปมากกว่าช่องรายการบันเทิง ประชาชนก็จะได้รับสัดส่วนรายการที่เป็นประโยชน์น้อยลงไป และผู้สื่อข่าวหรือผู้ผลิตรายการสำหรับเด็กก็จะล้มหายตายจากไปด้วยเช่นกัน หากผู้มีอำนาจหวนกลับมาคำนึงถึงประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังพอมีเวลาแก้ไขทัน..”

โฆษณา
 

​เคาะแล้ว! กสทช.ไทย-8 ประเทศอาเซียน จับมือเก็บภาษี Facebook- Youtube / คุมเนื้อหาไม่เหมาะสม

​เคาะแล้ว! กสทช.ไทย-8 ประเทศอาเซียน จับมือเดินหน้าเก็บภาษี Facebook / Youtube และ กลุ่ม OTT รายใหญ่-เล็ก ดึง ธปท.ร่วมทำกฏ กำหนดอัตราภาษี  ขณะที่แต่ละประเทศ เห็นด้วยคุมเนื้อหาออนไลน์เฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนของแต่ละชาติ


พฤ. 14 กันยายน 2560
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12-13 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติในหัวข้อ Over the Top (OTT) ซึ่งเกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ให้บริการภาพและเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต  โดยมีหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมจากประเทศสมาชิกอาเซียน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย กัมพูชา บรูไน ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในประเทศอาเซียน และผู้ให้บริการ OTT เข้าร่วม ภายหลังจากการประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือภายในสภาหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Telecommunications Regulators’ Council (ATRC) ถึงภาพรวมของบริการ OTT โอกาสในการดำเนินธุรกิจของผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม ความท้าท้าย ทิศทางและแนวโน้มในการกำกับดูแล และการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศอาเซียน ผลการประชุมได้ข้อสรุปเป็นหลักการในเบื้องต้นที่จะดำเนินการร่วมกันในการส่งเสริมและรองรับการให้บริการ OTT ในภูมิภาคอาเซียน 3 ประการ ได้แก่  

1. การส่งเสริมและกำกับดูแลระหว่างอุตสาหกรรมและระหว่างองค์กรกำกับดูแลเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งผลประโยชน์ของประเทศในด้านภาษี

2. การสร้างสภาวะการแข่งขันที่เหมาะสมและเท่าเทียมกันในการให้บริการ OTT ระหว่างผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมกับผู้ให้บริการ OTT และระหว่างผู้ให้บริการ OTT รายใหญ่กับรายเล็ก 
3. การส่งเสริมเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยี ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการเข้ากันได้ของระบบต่างๆ   จะเน้นเรื่องเนื้อหาที่นำมาให้บริการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย 

โดยหลังจากนี้จะนำหลักการดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม ATRC เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป ในระหว่างนี้ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถจะดำเนินการภายใต้หลักการดังกล่าว และกฎหมายของประเทศตัวเองได้

นายฐากร กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. จะนำหลักการดังกล่าวมาดำเนินการส่งเสริมและรองรับการให้บริการ OTT ของประเทศไทยใน 3 ประเด็นใหญ่ ดังนี้ 

 

1. นโยบายด้านภาษี โดย สำนักงาน กสทช. พร้อมเป็นหน่วยงานประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือเพื่อให้สินค้าและบริการ OTT ที่มีรายได้จากการให้บริการในประเทศไทยดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ หรือแนวปฏิบัติด้านภาษีอากรของประเทศไทย 
2. การคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนของการเผยแพร่ผ่านบริการ OTT ประเภทการสื่อสารผ่าน Social Network และการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามกฎหมายของประเทศไทย โดยจะใช้วิธีการขอความร่วมมือให้ผู้ให้บริการ OTT ออกแนวปฏิบัติ (Code of Conduct) ในเรื่องดังกล่าวให้สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศไทย 

และ 3. การส่งเสริมการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน อย่างกรณีผู้ให้บริการ OTT ที่มาลงทะเบียนกับผู้ให้บริการที่ไม่มาลงทะเบียน และกรณีของผู้ให้บริการโทรคมนาคมซึ่งถูกกำกับดูแลด้วยกฎระเบียบต่างๆ ในขณะที่ผู้ให้บริการ OTT ยังไม่ถูกกำกับดูแล โดยสำนักงาน กสทช. สนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการแข่งขันสำหรับการประกอบกิจการของผู้ให้บริการ OTT ในปัจจุบัน รวมถึงบริการ OTT ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมสามารถร่วมมือกับผู้ให้บริการ OTT หรือสามารถแข่งขันในการประกอบกิจการกับผู้ให้บริการ OTT บนกฎ กติกา เดียวกัน และให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้บริการที่หลากหลาย จะไม่มีการปิดกั้นบริการ OTT ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

“สำหรับหลักการดังกล่าวนี้ สำนักงาน กสทช. จะนำส่งให้คณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ Over The Top ที่มีรองประธาน กสทช. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ เป็นประธาน เพื่อนำไปประกอบการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเดือนตุลาคม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศสมาชิกอาเซียน ยังเห็นด้วยกับแนวทางการคุมคุมเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนและไม่เหมาะสม เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงปัจจุบัน  เนื้อหาบางลิ้งค์ URL  ที่ถูกนำเสนอผ่านช่องทาง

เฟสบุ๊ค / ยูทูป และกูเกิ้ล  ส่งผลกระทบต่อศีลธรรมและความมั่นคงของแต่ละประเทศ เช่น   

ประเทศมาเลเซีย พบการเผยแพร่ที่ส่งผลกระทบด้านศาสนาผ่านเกมส์เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่มีการเผยแพร่เกมส์ ด้วยการนำตัวการ์ตูนพระพุทธเจ้า กับ พระเยซู มาต่อสู้กัน

ประเทศเวียดนาม และสิงคโปร์ 

เกิดปัญหาการวิจารณ์การเมืองและรัฐบาลรุนแรง 

ส่วนประเทศไทย พบปัญหากรณีหมิ่นสถาบัน และเว็บไซด์ไม่เหมาะสม 

ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของแต่ละประเทศ แต่ผู้ให้บริการที่เป็นประเทศมหาอำนาจ

และมีความเสรี อาจไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของอาเซียน ซึ่งหลายครั้ง เมื่อขอให้ถอดลิ้งค์ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ  ทำให้กสทช.หลายประเทศยืนยันต้องควบคุมเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ โดยอาจพิจารณาเสนอที่ประชุมอาเซียนใหญ่เพื่อ ออกเป็นกฏบัตรอาเซียนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

(เสวนา) 3ส.ค.59 กสทช.จัด “การเยียวยาความเสียหายของผู้บริโภค : กรณีผู้ประกอบการยกเลิกการให้บริการช่องรายการ/ทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ล”

13872625_1195573167130475_1944168749_n

เวทีเสวนา NBTC Public Forum 3/2559
“การเยียวยาความเสียหายของผู้บริโภค : กรณีผู้ประกอบการยกเลิกการให้บริการช่องรายการ/ทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ล”
วันพุธที่ 3 สิงหาคม 2559 เวลา 08.30 – 13.30 น.
ณ หอประชุมชั้น 1 สำนักงาน กสทช. (ซอยสายลม)

กำหนดการ

09.00 – 09.30 น. เปิดการเสวนาและกล่าวต้อนรับ โดย นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช.

09.30 – 12.00 น. เสวนา “ความรับผิดชอบต่อผู้เสียหายกรณียกเลิกการให้บริการช่องรายการ /ทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ล”
วิทยากร

• ชัยรัตน์ แสงอรุณ อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

• อำนาจ เนตยสุภา อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์

• นิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย)

• วิริยา ธรรมเรืองทอง นายกสมาคมเคเบิ้ลทีวีแห่งประเทศไทย

• รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

• วชิร พฤกษ์ไพบูลย์ ทนายความมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

• สุดารัตน์ ก้องประวัติ ตัวแทนผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ

• ภาคภูมิ ว่องสันตติวานิช ตัวแทนผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ

ผู้ดำเนินรายการ : กรรณิการ์ กิจติเวชกุล
12.00-12.30 น. สรุปการประชุมและแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคในประเด็นการยกเลิกกิจการสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวี และปิดการประชุม

 

เคยมั้ยคะ..? รวม “10 ข้อกังขา” ยอดฮิต กับการเสียสิทธิ์ไม่รู้ตัว ในช่วง แจกกล่องฯ-คูปองทีวีดิจิทัล 690 บาท

image

โปรดทราบ! ท่านเคยอยู่ในบรรยากาศที่มีประโยคเหล่านี้กันไหมคะ ..??

เรื่องของเรื่อง..สืบเนื่องจาก ช่วงนี้ มีหลายคน..หลายพื้นที่..ในหลายจังหวัด แจ้งข้อมูลมาที่ข้าพเจ้าด้วยความสงสัยว่าถูกต้องหรือไม่… ทำได้หรือไม่ … ดังนั้น ขอประมวลสรุป ดังนี้นะคะ

1.  “..ได้รับแจกกล่องสัญญาณทีวีดิจิทัล..
โดยไม่ได้คูปองส่วนลด 690บาทไปที่บ้าน”

2. “..ไม่เคยเห็นหน้าตา คูปองเลย..แต่เค้าเรียกไปรับกล่อง”

3. “.. มีคนแจกกล่อง.. แต่ไม่ได้แจกคูปอง..”

4. “..เค้าแจกกล่อง แต่ให้ซื้อแผงเสาสัญญาณอีก เสา 200 -300 บาท  ถึงจะเอากล่องกลับไปได้”

5. “.. เป็นเจ้าบ้าน แต่ไม่มีคูปองไปที่บ้าน..”

6. “..เค้านัดไปรับ..ไปถึงก็ให้เซ็นๆ ในใบอะไรไม่รู้ แล้วก็ได้กล่องกลับมา..”

7. “..เค้าแจกกล่องมาให้ยี่ห้อเดียว.. รู้สึกไม่เป็นธรรมเลย ไม่ได้เลือก ในใจก็ไม่อยากได้หรอก แต่คนอื่นเค้าเอา ก็ต้องเอาด้วยตามๆ กัน..”

8. “.. เค้าสั่งให้เอาสำเนาบัตรปชช. + ทะเบียนบ้านด้วย”

9. “.. มีการตั้งโต๊ะที่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านบ้าง , ศาลาประชาคมบ้าน , จุดศูนย์รวมของหมู่บ้านบ้าง , วัดบ้าง ฯลฯ

10. “.. จะขอคูปองมาเก็บไว้กับตัวได้ไหม”

ฯลฯ

********

image

ท่านใด.. โดนโน้มน้าวจูงใจ  โดนสั่ง หรือ พาตัวเองไปเจอบรรยากาศเหล่านี้ .. ให้ทราบไว้เลยว่า ท่านกำลังถูกละเมิดสิทธิ์ เพราะหากท่านยังไม่ตัดสินใจ เลือกสินค้า…คนเหล่านั้น ไม่มีสิทธิ์ เก็บคูปองของท่านไป .. ให้ทวงคืนจากคนที่ถือคูปองอยู่ เพราะคูปองนี้ มีมูลค่า 690 บาท และเป็นสิทธิ์ที่”เจ้าบ้าน”ควรได้รับ

1. คูปอง ต้องส่งไปถึงบ้านท่านเท่านั้น ..คูปอง..ก็เหมือนใบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ท่านมีสิมธิ์ได้ โดย “จนท.ปณท.” ต้องนำส่งไปให้ถึงบ้าน จะไม่มีข้ออ้างให้ไปรับที่ไหน…

2. ยกเว้น กรณี จนท.ส่งไปแล้ว ท่านไม่อยู่บ้าน…จนท. จะออกใบแจ้งให้ไปรับ ณ “ที่ทำการ ปณท.สาขาใกล้บ้าน” เท่านั้น .. จนท.ไม่มีสิทธิ์แจ้งให้ท่านไปรับที่บ้านใคร หรือ สถานที่ไหนทั้งสิ้น

3. ใครจะเก็บสำเนาบัตรปชช. +ทะเบียนบ้าน เค้าไม่มีสิทธิ์เก็บ.. ไม่ว่าข้ออ้างใดๆ ก็ตาม

4. กล่องรับสัญญาณ ณ จุดที่ท่านไปรับ ควรมีให้ท่านเลือกมากกว่า 1 ยี่ห้อ.. ซึ่งหากท่านพอใจ ก็เป็นสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์ใจของท่าน… แต่หากไม่พอใจ แล้วมีความรู้สึกคล้ายถูก”มัดมือชก” / “ไหลตามคนอื่น” ท่านมีสิทธิ์ไม่รับกล่องนั้นกลับไป… และให้ท่านกลับบ้านไปเลือกซื้อที่อื่นๆ ได้ตามต้องการ ตราบใดที่คูปองยังอยู่กับตัวท่าน…. ก็ยังมีเวลา 6 เดือนเพื่อคิดว่า จะซื้ออะไร..ยังไง..

5.ขอย้ำว่า  กสทช. ไม่มีนโยบาย “แจกกล่อง” .. มีแต่นโยบายแจก”คูปอง” …. แต่มีกระบวนการ ที่ทำ-พูด ให้ ปชช.เข้าใจผิดว่า “แจกกล่อง” ยิ่งถ้าหากพื้นที่ที่ท่านได้รับแจก มี”ยี่ห้อเดียว” ให้ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการล็อคเสป็ค มัดมือท่านโดยไม่มีทางเลือก

6. เมื่อใดที่มีเสียงตามสายในหมู่บ้าน , การบอกกล่าวกันปากต่อปาก ฯลฯ ว่าให้เตรียมตัวไปเอากล่องแจก… วันโน้น วันนี้… ให้ท่านประเมินได้เลยว่า .. คูปองของท่าน อาจจะไปตกอยู่ในมือของคนใดคนหนึ่งที่มีหน้าที่ส่งมอบคูปองให้ท่าน…แต่กลับไม่ยอมส่งให้ นั่นหมายที่ท่านมีความเสี่ยงจะเสียคูปองไป 99.99%..

7. ถ้าท่านไปยังจุดที่ผู้นำ หรือ ใครนัดพบ แล้วได้รับกล่องสัญญาณทีวีดิจิทัลแจกกลับมาบ้านด้วยอาการยังมึนๆ งงๆ สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น.. ทำไมได้กล่อง  แทนที่จะได้คูปองกลับบ้าน.. เพื่อไปเลือกซื้อสินค้าอีกหลายรุ่น หลายแบบ… นั่นแปลว่า ท่านโดนหลอกใช้สิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว…

8. ถ้าท่านไปอยู่ในบรรยากาศที่โดนมัดมือชก โดนเก็บคูปอง โดนเรียกเก็บสำเนาบัตรปชช., ทะเบียนบ้าน ไม่ว่าจะสถานที่ไหน หากไม่เต็มใจโดนมัดมือชก.. (ถ้าเต็มใจก็แล้วไป)  ขอให้ใช้มือถือถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และข้อสำคัญ..โปรดเรียกขอคูปองจากผู้ที่ถือของท่านคืนมาเก็บไว้กับตัว…

และร้องเรียนไปที่ สายด่วน กสทช. 1200 ฟรี เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวท่านเอง..และพฤติกรรมเช่นนั้น กสทช.  ถือว่า เป็นความผิด

หรือเบื้องต้น สามารถส่งรูป+แจ้งข้อมูลให้ทีมข่าว ได้ที่กล่องข้อความเฟสบุ๊คข้าพเจ้า

https://m.facebook.com/phattraporn.tpbs?refsrc=https%3A%2F%2Fth-th.facebook.com%2Fphattraporn.tpbs

(ถ้าไม่สะดวกเปิดเผยตัวตน ก็จะปิดบังตัวตนให้ค่ะ)

*******

ส่วนลิ้งค์ล่างนี้… ข้าพเจ้าเคย รวบรวม
คำตอบ..จาก “10 คำถามยอดฮิต หลากประเด็น คาใจ “คูปองทีวีดิจิทัล” ที่มีคนสงสัยเกี่ยวกับ วิธีการนำคูปองไปใช้งาน..และสถานที่ที่จะนำคูปองไปใช้ ซึ่งเป็นข้อมูล จาก สำนักงาน กสทช.  ลองอ่านทบทวนกันได้ค่ะ..  

https://patnews.wordpress.com/2014/10/18/ตอบ-10-คำถามยอดฮิต-หลากประ/

“คูปองฯ ส่วนลด690 บาท” ..เป็นสิทธิ์ของท่านแล้ว…โปรดรักษา นำไปใช้ด้วยความเต็มใจ.. สุขใจ..และอย่ายอมให้ใครละเมิดสิทธิ์ท่านง่ายๆ นะคะ (^_____^)

 

9 มี.ค.58! 9 โมง กมธ.สังคมฯ สนช. จัดสัมมนา “ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม : สังคมได้อะไร ?” @อาคารัฐสภา (มีกำหนดการ)

โพสต์ 6 มีนาคม 2558

สัมมนา “ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม : สังคมได้อะไร ?”

วันจันทร์ 9 มีนาคม 2558 09:00

ณ ห้องรับรอง 1 – 2 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2

จัดโดย คณะกรรมาธิการสังคมฯ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ร่วมอภิปรายโดย

เมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

สุรางคณา วายุภาพ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ดิสทัต โหตระกิตย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

สฤณี อาชวานันทกุล ประธานเครือข่ายพลเมืองเน็ตฯ

ดำเนินการอภิปรายโดย มณเฑียร บุญตัน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และรองประธานคณะกรรมาธิการสังคมฯ

 

11 ก.พ.58! NBTC Policy Watch เสวนา“บทบาท กสทช. ภายใต้เศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัล: ร่างกฎหมายดิจิทัลฯ ตอบโจทย์หรือไม่?” (กำหนดการ)

image

(โพสต์ 10 ก.พ.2558)

ขอเชิญร่วมงานเสวนาในหัวข้อ “บทบาท กสทช. ภายใต้เศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัล: ร่างกฎหมายดิจิทัลฯ ตอบโจทย์หรือไม่?”

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 13.00-16.00 น. ห้องบรรยายโครงการปริญญาเอกคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ชั้น 4 อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์

จัดโดย โครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม (NBTC Policy Watch) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และศูนย์ศึกษาสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  

13.00-13.30 น. ลงทะเบียน

13.30-13.50 น.  “ถอดประสบการณ์ต่างประเทศ: บทบาทขององค์กรอิสระด้านการสื่อสารภายใต้นโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล”  โดย วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง นักวิจัยประจำโครงการ NBTC Policy Watch

13.50-14.00 น.   พักรับประทานของว่าง  

14.00-15.30 น.  เสวนาในหัวข้อ “บทบาท กสทช. ภายใต้เศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัล: ร่างกฎหมายดิจิทัลฯ ตอบโจทย์หรือไม่?”
โดย

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

สฤณี อาชวานันทกุล ประธานมูลนิธิเพื่ออินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมพลเมือง(เครือข่ายพลเมืองเน็ต)

ดำเนินรายการโดย วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

15.30-16.00 น.  ถาม-ตอบข้อสงสัย และแลกเปลี่ยนความเห็น

 

น่าสน! 29 ม.ค.58 กสทช.จัดฟอรั่มเสวนา “ทรัพยากรคลื่นความถี่ และทิศทางการสื่อสารภายใต้ร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล” (กำหนดการ)

โพสต์ 26 มกราคม 2558

กสทช. จัดเวทีเสวนา NBTC Public Forum ๑/๒๕๕๘: “ทรัพยากรคลื่นความถี่และทิศทางการสื่อสารภายใต้ร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล”
จัดโดย ส่วนงานเลขานุการ กสทช. ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และส่วนงานเลขานุการ กสทช. สุภิญญา กลางณรงค์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
—————————————
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๘ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. 
ณ อาคารหอประชุมชั้น ๑ สำนักงาน กสทช. 
ถนนพหลโยธิน ซอย ๘ (ซอยสายลม) เขตพญาไท กรุงเทพฯ
 
๐๘.๐๐ – ๐๘.๔๕ น.      ลงทะเบียน

๐๘.๔๕ –๐๙.๐๐ น.       เปิดการเสวนาและกล่าวต้อนรับ
                             โดย กสทช. ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ/หรือ กสทช. สุภิญญา กลางณรงค์

๐๙.๐๐ – ๑๐.๐๐ น.      “แนวคิดและสาระสำคัญของร่างกฎหมายในชุดเศรษฐกิจดิจิตัล”
โดย นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)

๑๐.๐๐ – ๑๐.๓๐ น.      ถาม-ตอบ
(อาหารว่างเสริฟในที่ประชุม)

๑๐.๓๐ – ๑๒.๐๐ น.      เสวนา “อนาคตของการจัดสรรและใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่กับบทบาทหน้าที่ของกสทช. ที่จะปรับเปลี่ยนไป”

โดย  
– ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

–  ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการโครงการ Industrial Liaison Program คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

–   ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล**

ดำเนินรายการเสวนาโดย นางสาวกรรณิการ์ กิจติเวชกุล

๑๒.๐๐ – ๑๒.๓๐ น.   ถาม-ตอบและอภิปรายทั่วไป

๑๒.๓๐ – ๑๓.๓๐ น.      รับประทานอาหารกลางวัน
 
๑๓.๓๐ – ๑๕.๐๐ น.   เสวนา “ทิศทางการปฏิรูปสื่อและสิทธิเสรีภาพด้านการสื่อสารภายใต้ร่างกฎหมาย
เศรษฐกิจดิจิทัล”

โดย  –   ผศ.ดร.ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

–  รศ. ดร. นวลน้อย ตรีรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

–  นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network)

–   ผศ. ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาเอกคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ดำเนินรายการเสวนาโดย นางสาวกรรณิการ์ กิจติเวชกุล
 
๑๕.๐๐ – ๑๕.๑๕ น.      พักรับประทานอาหารว่าง

๑๕.๑๕ – ๑๖.๑๕ น.   ถาม-ตอบและอภิปรายทั่วไป

๑๖.๑๕-๑๖.๓๐ น.  ปิดการประชุม
โดย กสทช. ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ/หรือ กสทช. สุภิญญา กลางณรงค์