RSS

Category Archives: ย้อนอดีต-ประวัติศาสตร์

โอ้ววว..! กรมวิทย์ฯ เผยทดสอบค่าแถบสีธงชาติไทย คัดเลือกธงต้นแบบจาก 3แหล่ง พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ/ พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย /ธงจากราชนาวี  ประกาศราชกิจจาแล้ว 30ก.ย.60 ให้หน่วยงานยึดเป็นเกณฑ์สีธงมาตรฐาน

เขียนบล็อก : 11 ตุลาคม 2560

ตามที่มติคณะกรรมการจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 100 ปี การประกาศใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานกรรมการ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ เป็นรองประธานกรรมการ ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการกำหนดมาตรฐานแถบสีธงชาติไทย เพื่อให้มีมาตรฐานสีและเป็นมาตรฐานสีตามหน่วยสากล โดยกำหนดในลักษณะของค่าแนะนำทางราชการ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้กำหนดจัดการประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 9 หน่วยงาน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เป็นหนึ่งในหน่วยงาน ที่สำนักนายกรัฐมนตรี เชิญให้เข้าร่วมประชุมหารือการพิจารณากำหนดมาตรฐานแถบสีธงชาติไทย ร่วมกับ  9 หน่วยงาน ได้แก่

กระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรม

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

กรมวิทยาศาสตร์บริการ

สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

สำนักงานกฎระเบียบกลาง

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

และหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง

เพื่อคัดเลือกธงต้นแบบ ที่จะกำหนดสี ด้วยวิธีการวัดสีธงต้นแบบ (แดง-ขาว-น้ำเงินแก่) จากแหล่งดังนี้

1.ธงชาติจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จากธง 2 ประเภท ได้แก่ ธงชัยเฉลิมพล และ ธงไตรรงค์

2.ธงชาติจากพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย

และ 3.ธงจากราชนาวี

โดยที่กรมวิทยาศาสตร์บริการได้รับมอบหมายให้พิจารณาคัดเลือกธงจากทั้ง 3 แหล่ง โดยดูจากลักษณะปรากฏ และการวัดค่าสีด้วยเครื่อง Colorimetric spectrophotometer แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อกำหนดค่าสีของธงต้นแบบ และได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 245 ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 ให้เป็นเกณฑ์ลักษณะของค่าแนะนำของธงชาติไทย

จากการทดสอบค่าแถบสีธงชาติไทย (สีน้ำเงินแก่ สีขาว และสีแดง) ด้วยเครื่อง Colorimetric spectrophotomete ซึ่งผลของการทดสอบที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมได้กำหนดค่า CIELAB D65 สีแดง ค่า L* = 36.4 , a* = 55.47 , b* = 25.42  สีขาว ค่า L* = 96.61 , a* = -0.15 , b* = -1.48 และสีน้ำเงิน ค่า L* = 18.63 , a* = 7.89 , b* = -19.45 โดยได้กำหนดค่า ∆E* (delta E) ไม่เกิน 1.5

และได้ประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 245 ง ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 ให้เป็นเกณฑ์ลักษณะของค่าแนะนำทางราชการ

Advertisements
 

แถลงการณ์! ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้ เรื่อง “แก้ไขปัญหาชาวเล ปฏิรูปวางกติกาสังคมธรรม” ดังนี้

แถลงการณ์ ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้

เรื่อง “แก้ไขปัญหาชาวเล ปฏิรูปวางกติกาสังคมธรรม”

จากเหตุการณ์ความรุนแรงอันเกิดจากกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 100 คน เข้าทำร้ายชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ที่ผ่านมาและทำการปิดทางสาธารณะเข้าออกพื้นที่โดยใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่พร้อมรถไถเพื่อปิดทางและทำลายเครื่องมือประมง ทำให้ชาวชุมชนได้รับบาดเจ็บ เครื่องมือประมงได้รับความเสียหายจำนวนมาก นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในสังคม ที่สะท้อนความรุนแรงอันเกิดจากการสมรู้ร่วมคิดระหว่างอำนาจรัฐราชการและทุนที่มุ่งหวังกอบโกย แย่งชิงทรัพยากรทีดินชุมชนโดยมิชอบ รวมถึงการเพิกเฉยต่อการย่ำยีและการละเมิดสิทธิชาวชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานอย่างยาวนาน ซึ่งประจักษ์ชัดทั้งในแง่การศึกษาวิจัย และข้อมูลทางประวัติศาสตร์

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้ อันเกิดจากการรวมตัวของผู้นำ กลุ่ม/ องค์กรชุมชน นักวิชาการ นักพัฒนาเอกชนในภาคใต้ และได้ติดตามสถานการณ์มาอย่างใกล้ชิด เห็นว่าการกระทำอันอุกอาจ ท้าทายกฎหมาย และการพร้อมใช้ความรุนแรงโดยปราศจากมนุษยธรรมใดๆ ในครั้งนี้เป็นผลมาจากความย่ามใจในอำนาจ การรับใช้ระบบทุนนิยมของกลไกรัฐในท้องถิ่น รวมถึงการเผยให้ถึงโครงสร้างอันบิดเบี้ยวที่เอื้อประโยชน์แก่คนส่วนน้อยที่มีอภิสิทธิ์ในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหากปราศจากการดำเนินการใดๆในการยุติปัญหาอย่างชอบธรรม รักษาไว้ซึ่งสิทธิชุมชน ทั้งต่อสิทธิตามกฎหมายในประเทศ และสิทธิตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (CERD) และปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง เป็นต้น แล้วอาจเป็นการสั่งสม “ชัยชนะบนความ อยุติธรรม” ที่พร้อมนำไปสู่การใช้ความรุนแรงรอบใหม่ทั้งต่อชาวราไวย์และชาวชุมชนในพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและสังคมไทย ดังนี้

1. ดำเนินการตรวจสอบการความถูกต้องของการออกเอกสารสิทธิ์และเพิกถอนการออกเอกสารโดยมิชอบในพื้นที่ชุมชนชาวเลบ้านราไวย์โดยเร่งด่วน และดำเนินการตรวจสอบการความถูกต้องของการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ที่อื่นๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มประชาชนผู้ด้อยโอกาสอื่นในสังคม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคประชาสังคม และ/หรือองค์กรอิสระต่างๆ  

2. เร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์การใช้ความรุนแรง และฟื้นฟูวิถีชีวิต ขวัญและกำลังใจแก่ชาวชุมชนราไวย์ โดยคำนึงถึงความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิพลเมืองที่เท่าเทียมในสังคมไทย

3. ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้เผยให้เห็นเพียงการเสี้ยวส่วนของปัญหาอันเกิดจากความอยุติธรรมและไม่เป็นธรรมในสังคมไทย จึงขอเรียกร้องให้สังคมร่วมรณรงค์ปฏิรูปเพื่อสร้างกติกาการอยู่ร่วมกันโดยคำนึงถึงถึงหลักนิติรัฐ นิติธรรม และธรรมาภิบาล

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้ขอยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาของประชาชน คือความชอบธรรมอันพึงกระทำของรัฐบาล ระบบราชการ และการประกอบการทางธุรกิจ การกระทำการรุกรานใดๆ ที่ไร้มนุษยธรรม ส่งผลต่ออนาคตและความเป็นอยู่ของประชาชน จักต้องได้รับการปกป้องและร่วมปฏิบัติการอย่างแข็งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งการดำรงอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเสมอภาค เคารพเท่าเทียม และเป็นธรรม  

ชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้

2 กุมภาพันธ์ 2559

 

ไม่รับฟ้อง! ศาลปค.สูงสุด มีคำสั่งไม่รับฟ้อง คดีพิพาท วัดกัลยาณมิตร ฟ้องกรมศิลปากร ขอเพิกถอนคำสั่งห้ามรื้ออาคาร ที่ถูกขึ้นเป็นโบราณสถาน (มีคำสั่งศาล)

18 มิถุนายน 2558

ไม่รับฟ้อง! วันนี้  ศาลปกครองสูงสุด  มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ในคดีคำร้องที่ 601/2556 คำสั่งที่ 118/2558 คดีพิพาทระหว่าง วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร กับ กรมศิลปากร  (กรณี กรมศิลปากร ออกคำสั่งที่ วธ 0403/1035 ลว.8 มี.ค.2555 เรื่อง ห้ามรื้อถอน ทำลาย โบราณสถานภายในวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร)

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุด พิจารณาเห็นว่า การที่ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องคดีนี้โดยอ้างว่า อาคารภายในเขตของผู้ฟ้องคดีจำนวน 3 หลัง ได้แก่ อาคารหมายเลข 20 ค 4/4 หมายเลข 20 ค 4/5 และหมายเลข 21 ตามแผนผังโบราณสถานวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร ที่จัดทำโดยกลุ่มวิชาการทะเบียนโบราณสถาน สำนักโบราณคดี ไม่ได้เป็นโบราณสถาน โดยอ้างเหตุผลในทำนองเดียวกับที่กล่าวอ้างในคดีหมายเลขดำที่ 90/2552 หมายเลขแดงที่ 2044/2553

และมีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีระงับการขึ้นทะเบียนผู้ฟ้องคดีเป็นโบราณสถานและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน จึงเป็นการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลปกครองชั้นต้นเกี่ยวกับประเด็นความเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ ของผู้ฟ้องคดีอันเป็นประเด็นแห่งคดีที่ศาลปกครองกลางได้เคยวินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว อันเป็นการขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ซึ่งต้องห้ามมิให้กระทำตามข้อ 96 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย 

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

 

พาไปรู้จัก! ทีมนักวิชาการ โต้โผช่วยพิสูจน์ ผลเลือด-สิ่งแวดล้อม ชาวบ้านรอบเหมืองทองคำ พิจิตร พบสารโลหะหนักในตัว 400คน / DNA ผิดปกติ 200

พาไปรู้จัก!.. #เรื่องของเรื่อง วันนี้.. ข้าพเจ้าขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับประเด็นคนรอบเหมืองที่มีสารโลหะหนักให้ฟังนะคะ และขอเปิดรายชื่อ ทีมนักวิชาการ กลุ่มนึง ที่ร่วมกันทำงานช่วยสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้น เผื่อใครต้องการทราบ โดยขอสรุปสั้นๆ ดังนี้ค่ะ..

เป็นกลุ่มนักวิชาการที่จับมือกัน ศึกษา เกี่ยวกับผลกระทบชุมชน ที่อยู่รอบเหมืองแร่ทองคำ จ.พิจิตร เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง และนำไปสู่การแก้ไข โดยไม่ได้สรุปว่าเป็นเพราะเหมืองหรือไม่.. แต่สะท้อนว่า มันมีข้อเท็จจริง ที่พิสูจน์ทางหลักวิทยาศาตร์ ว่า มันเกิดปัญหาเหล่านี้ กับชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่รอบเหมืองแร่ทองคำ..

นำทีมโดย

image

ดร.สมิทธ์ ตุงคะสมิต.  จากคณะ นวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานศึกษาชุมชนรอบเหมืองแร่ทองคำ

image

ดร.อรนันท์ พรหมมาโน จากคณะเทคนิคการแพทย์ ม.เกษตร

image

ดร.อาภา หวังเกียรติ จากคณะวิศวะฯ ม.รังสิต

ดร.ลักษณา เจริญใจ จากคณะ เภสัชฯ ม.รังสิต

ดร.สิตางศุ์ พิไลหล้า. จากคณะ วิศวะฯ ม.เกษตร

ดร.สุวัฒนา จิตตลดากร  จาก คณะวิศวะฯ ม.เกษตร

อ.ฑีฆวุฒิ พุทธภิรมย์ จาก คณะวิศวะฯ ม.เกษตร

image

อ.ศศิน เฉลิมลาภ  มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

อ. สมลักษณ์ หุตานุวัตร นักวิชาการอิสระ

อ.นิดา สังขปรีชา นักวิชาการอิสระ

นายณัฏฐ์ เวชรัชต์พิมล นักวิชาการอิสระ

image

image

image

image

image

*******

เรื่องของเรื่อง..

เริ่มจาก มีชาวบ้านร้องเรียนไปที่ คสช. ว่า มีชาวบ้านหชายคนที่อาศัยอยู่รอบเหมืองทอง เจ็บป่วยไม่ทราบสาเหตุ บางคนมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทางคสช. จึงสั่ง จังหวัด ตั้งคณะทำงานมาหาข้อเท็จจริง

ประเด็น : ดูทั้งด้านสุขภาพร่างกาย และดูด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน

คณะทำงานชุดนี้.  เก็บตัวอย่างเลือดชาวบ้านไปตรวจกัน โดยทีมแพทย์จาก คณะเทคนิคการแพทย์ ร่วมกับทีมนิติวิทยาศาสตร์ (นำโดยคุณหมอพรทิพย์)  เก็บตัวอย่างด้วยการเลือด และปัสสวะชาวบ้านไปตรวจ ตั้งแต่ปีที่แล้ว.. รวม 4 ครั้ง (สิงหาคม , กันยายน, ตุลาคม และพฤศจิกายน 2557)

มีการส่งผลไปตรวจที่ ร.พ.รามาธิบดี

จากนั้น ก็มอบผลตรวจให้ชาวบ้านเมื่อ 12 ม.ค.2558  และส่งรายงานการตรวจให้ ผวจ.พิจิตร วันเดียวกัน

image

โดยสรุป ว่า มีปชช. ตรวจทั้งหมด 731 ราย พบแมงกานีส และ สารหนูในร่างกาย “เกินค่าปกติ” จำนวน 400 ราย ในจำนวนนี้ มีเด็ก 50 ราย

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเซลล์ร่างกายชาวบ้านด้วย และพบว่า มีชาวบ้าน 200 คน ให้ผลค่า DNA ผิดปกติ (ที่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า  DNA ที่ผิดปกตินี้ จะนำไปสู่อะไรได้บ้าง)

แต่ข้อมูลหลักวิชาการ พบว่า DNA ที่ผิดปกติ จะพบในประชากร ไม่เกิน 5 คน ในประชากรทุก 1,000 คน  แต่ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรก ที่พบว่า พบผิดปกติ 200 คน จากการสุ่มตรวจ 650 คน

(… ประเด็นนี้  ก็คือ.  เรื่องราวเดินมาถึงสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว.. โปรดรอตามสถานการณ์ กันต่อว่า ฝ่ายเกี่ยวข้องจะเอายังไงกันต่อ)

***********
นอกจากศึกษาด้านสุขภาพร่างกายประชาชนแล้ว ยังแบ่งทีมทำงานด้านสิ่งแวดล้อมด้วย โดยการ เก็บตัวอย่าง น้ำ ดิน พืชสวนครัว รวมๆ กว่า 600 จุด   มีการทำงานโดยใช้การปักหมุน ดูแผนที่ ดูกูเกิ้ลแม็บ กันบนจอแท็บเล็ต, สมาร์ทโฟน  และลงสำรวจเก๋บตัวอย่างจากพื้นที่จริง

มีการวางแผนลงพื้นที่ เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบ ซึ่งมีทั้ง ห้องแลปส์ของ ม.รังสิต และ หน่วยงานราชการ เช่น ม.เกษตร หรือ ของกรมที่ดิน เพื่อให้ได้การยอมรับจากทุกฝ่ายว่า เป็นแลปส์ที่ได้มาตรฐาน

..มีการเก็บตัวอย่าง ไล่เลี่ยกับช่วงการสุ่มเจาะเลือด 
ตอนนี้ ผลตรวจเลือดจบแล้ว.. แต่ผลตรวจสิ่งแวดล้อม ยังต้องรอเวลา มีเพียงผลตรวจน้ำ ที่พบ แคสเมี่ยม กับ สารหนูปนเปื้อนอยู่ด้วย

ส่วนผลตรวจอื่นๆ ยังไม่ออก และ อ.สมิทธ์ คาดว่า ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ภาพรวมก็มีความคืบหน้าแล้ว 80%

*******

การทำงาน ผลทั้งหมด.. ถูกส่งต่อไปที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ( ส่งผลเลือดไปเมื่อ 12 ม.ค.58) เพื่อให้ ระดมฝ่ายเกี่ยวข้องหาทางแก้ปัญหา 

(แต่ขณะนี้ ทาง ผวจ. ก็ยังไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร..จนทำให้ชาวบ้าน จะไปยื่นหนังสือ ร้องนายกรัฐมนตรี พรุ่งนี้ เพื่อขอให้ กลุ่มนักวิช่การกลุ่มนี้ และ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เป็นหน่วยงานกลางมาแก้ปัญหา

ขณะเดียวกัน ก็จะขอให้ ทีมแพทย์ จาก ม.รังสิต ลงพื้นที่ไปเจาะเลือดชาวบ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่รอยต่อเหมืองแร่ เพื่อตรวจเพิ่มอีกประมาณ 6,000คน )

*****
ในเดือนกุมภาพันธ์ ทีมนักวิชาการ จะจัดเสวนา เพื่อเปิดตัว เพื่อเปิดเผยแนวทางการทำงานมาตลอด และประเด็นที่จะทำต่อๆ ไป ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การเดินหน้าลงพื้นที่ ทั้งเจาะเลือดและดูด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม ตามที่กลุ่มชาวบ้านร้องขอ

 

มรดกไทยคืนถิ่น! สหรัฐฯ มอบโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ 554 ชิ้น คืนไทย / กรมศิลปากร จ่อทำทะเบียน และจัดแสดง @บ้านเชียง

image

๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

วันนี้ เวลา ๑๕.๓๐ น. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบและรับมอบโบราณวัตถุ จากสหรัฐอเมริกาคืนสู่ไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ รัฐบาลไทย โดยกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับคืนโบราณวัตถุของไทย จำนวน ๕๕๔ ชิ้น จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยสำนักงานอัยการกลางแห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเดิมเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Bowers เมืองซานตา อานา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย มาเก็บรักษาไว้ ณ คลังกลาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ประกอบด้วย

image

เครื่องปั้นดินเผา ๒๒๒ รายการ เครื่องประดับสำริด ๑๙๗ รายการ เครื่องมือเครื่องใช้สำริด ๗๙ รายการ ลูกปัดทำด้วยวัสดุต่างๆ ๓๕ รายการ เครื่องมือหินและขวานหิน ๑๑ รายการ และแม่พิมพ์หินทราย ๑๐ รายการ

ส่วนมากเป็นโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ จากแหล่งโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะแหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียง และมาจากภาคกลางบางส่วน มีโบราณวัตถุสมัยประวัติศาสตร์อีกเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการซ่อมสงวนรักษาตามหลักวิชาการอนุรักษ์   

รมว.วัฒนธรรม ระบุว่า “ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ขอขอบคุณรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ได้มอบโบราณวัตถุ กลับคืนสู่มาตุภูมิ รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยที่ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกในการส่งมอบและรับมอบโบราณวัตถุครั้งนี้ ซึ่งโบราณวัตถุทั้งหมดเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและทรัพย์สินอันล้ำค่าของแผ่นดิน คงคุณค่าความสำคัญและประโยชน์ทางวิชาการโบราณคดี”

หลังจากนี้ กรมศิลปากรจะดำเนินการจัดทำบันทึกรายละเอียดโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ตามขั้นตอนและกระบวนการจัดทำทะเบียน เมื่อแล้วเสร็จจะพิจารณานำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุบางส่วน ไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานบ้านเชียง จ.อุดรธานี เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจและต้องการ ชื่นชมโบราณวัตถุดังกล่าว ในขณะที่บางส่วนจะนำไปจัดแสดงที่ ห้องเครื่องปั้นดินเผา คลังกลาง พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ จ.ปทุมธานี     

image

โดยพิธีส่งมอบและรับมอบโบราณวัตถุ จากสหรัฐอเมริกาคืนสู่ไทยครั้งนี้  มี อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย Mr. W. Patrick Murphy (นายดับเบิลยู แพทริค เมอร์ฟี่) ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย อธิบดีกรมสารนิเทศ (นายเสข วรรณเมธี) ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และอธิบดีกรมศิลปากร (นายบวรเวท รุ่งรุจี) ร่วมลงนามในเอกสารการส่งมอบและรับมอบโบราณวัตถุ  ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร