RSS

Category Archives: พาไปเที่ยว

พาไปรู้จัก! “TV Home Shopping” เกาหลีใต้ มีกว่า 60ช่อง ขายของตลอด 24 ชม. มีรายได้ นับ 4 แสนล้านบาท ต่อปี

image

โพสต์ 14 ธันวาคม 2557

เรื่องของเรื่อง! .. เกาหลีใต้ .. มีฟรีทีวี 5 ช่อง .. มีเคเบิ้ลทีวีนับร้อยช่อง.. และ มีช่องขายสินค้าอย่างเดียว ที่เรียกว่า “TV Home Shopping” ประมาณ 60 ช่อง ออกอากาศ ตลอด 24 ชั่วโมง

จุดเด่นของ “TV Home Shopping” เกาหลีใต้ คือ ขายสินค้าอย่างเดียว.. เชิงวิชาการเรียกว่า ทีวีช่อง “ให้บริการข้อมูล”

เกาหลี..แยกกัน ระหว่าง รายการโฆษณาทั่วๆ ไป กับ “TV Shopping” แค่ละปี ความเป็น “TV Home Shopping” สร้างรายได้ ปีละกว่า 4 แสนล้านบาท

คนเลือกซื้อสินค้า ผ่าน “TV Home Shopping” ผ่านทาง สื่อทีวี และ สื่ออินเตอร์เน็ต

ปัจจุบัน.. เกาหลีใต้ มี 6  รายที่ทำ ที่ได้ ใบอนุญาต ..เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2001 (2543) แต่ในจำนวนนี้ มีช่องที่รัฐบาลสนับสนุน เพื่อให้เป็นช่องทางระบายสินค้าขนาดย่อม เช่น สินค้า เกษตร  หรือ SME เพื่อช่วยเหลือ เกษตกร และ ผู้ประกอบการรายเล็ก

ผู้ประกอบการ “TV Home Shopping”  ต้องขอใบอนุญาต จากหน่วยงานที่กำกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ..

“TV Home Shopping” ต่างจาก โฆษณาทั่วๆ ไป ที่เราเห็น.. ตรงที่ เป็นการผลิตรายการ เพื่อให้บริการข้อมูล หรือสินค้านั้นๆ นานกว่า ครึ่ง ชม. หรือ 1 ชม.   ..  แต่โฆษณา จะเป็นคลิปสั้นๆ ..  และโฆษณาไม่ต้องขอไล่เซ่นท์

image

“TV Home Shopping” .. ไม่มีออกอากาศ ในช่องฟรีทีวี … แต่รัฐบาลบังคับให้ออกอากาศ อยู่คั่นช่อง ฟรีทีวี.. เช่น ฟรีทีวี มี 5 ช่อง .. ก็ต้องจัดเลขช่องไว้ 10 ช่อง เพื่อให้ ช่อง..”TV Home Shopping” คั่นสลับๆ กับช่องทีวี…

“TV Home Shopping” ไม่ออกอากาศ ในช่องฟรีทีวี

มีโอกาสสอบถามชาวเกาหลี บางคน (ตามถนนข้างทาง แหล่งช็อปปิ้ง) .. บอกว่า การสั่งซื้อของผ่าน “TV Home Shopping” เป็นที่นิยมมาก โดยเฉพาะสั่งผ่านทางเน็ต เนื่องจาก ไม่ต้องเสียเวลาออกมาสั่งซื่อ..เดินหาของนอกบ้าน
เฉลี่ยการซื้อของบางคน ที่ถาม อยู่ที่ 2-3 แสนวอน

การสั่งซื้อ..ซื้อผ่าน”คอลเซนเตอร์” ของแต่ละบริษัท ที่มีคนนั่งรับสายให้บริการนับร้อยคู่สาย ตลอด 24 ชม.

image

สินค้า หลังจากสั่งเสร็จ..ก็จัดส่งให้ ภายใน 4วัน ถึง 1 สัปดาห์ .. ปัญหาส่วนใหญ่ไม่เกิด.. แทบไม่เจอเรื่องร้องเรียนให้น่ากังวลใจ และสบายใจได้ หากสินค้า มีปัญหา แค่โทรแจ้งไป ก็จะได้เปลี่ยนใน 1 สัปดาห์ และจะไม่มีอาการ  หรือ ทีท่า ไม่พอใจจากฝ่ายผู้ให้บริการ..และส่วนใหญ่แทบไม่เจอการวีน หรือ เหวี่ยงจากคอลเซนเตอร์..

ผู้ประกอบการ รายใหญ่ เบอร์1 และ 2 ที่ทำธุรกิจ “TV Home Shopping” บอกว่า .. สินค้าที่ขายกันผ่าน “TV Home Shopping” จะมีให้เลือกรายละ ประมาณ 2 ล้านชนิด ..

คนซื้อ… ดูสินค้า ผ่านทีวี ทางช่องเคเบิ้ลฯ .. ไม่มีออกอากาศ ผ่านทางฟรีทีวี เพราะค่าโฆษณาแพง..

คนเกาหลี 90% ดูทีวี ผ่านเคเบิ้ลฯ

สินค้าที่ได้รับความนิยม คือ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม / เสื้อผ้า และ อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน

ชาวเกาหลี 80% ใช้มือถือ

แต่มี 75% ที่ ดูทีวี และเล่นมือถือ ไปด้วย

การขาย..”TV Home Shopping” จึงนิยมขายผ่านเว็บ และ แอพ แชท… จะทำให้ติดต่อ ลุกค้าได้เร้ว

เฉลี่ยต่อเดือน มีลูกค้า 1.5 แสนราย

image

หัวใจสำคัญ ที่ทำให้ธุรกิจ “TV Home Shopping” อยู่ได้ คือ ..ความซื่อสัตย์ในคุณภาพสินค้า และ บริการระหว่างขาย และ หลังการขาย

ปล. ภาพเหล่านี้..เป็น ห้องส่ง สำหรับผลิตรายการ และควบคุมการออกอากาศ..

Advertisements
 

ฟรี! กทม.จัดแสดงหุ่นนานาชาติ 116 คณะ จาก 79 ประเทศ จนถึง 10 พ.ย.57 รอบเกาะรัตนโกสิทร์   

โพสต์ : 2 พ.ย.2557

กทม.จัดงานแสดงหุ่นนานาชาติ 116 คณะ จาก 79 ประเทศทั่วโลกในงานเทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพฯ 2014 ฟรีถึง 10 พ.ย. นี้             

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงานในพิธีเปิดงานเทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพฯ 2014 (Harmony World Puppet Carnival Bangkok 2014) โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด ณ เวทีใหญ่บริเวณสนามหลวง          กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) (TCEB) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน มูลนิธิหุ่นสายเสมา ศิลปะเพื่อสังคม สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และภาคเอกชน จัดงานเทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพฯ 2014 ระหว่างวันที่ 1 – 10 พ.ย. 57 กว่า10 แห่ง รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ได้แก่

– สนามหลวง
– โรงละครแห่งชาติโรงใหญ่และโรงเล็ก
– โรงละครวังหน้า พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
– หอศิลป์ร่วมสมัย ราชดำเนิน
– พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
– หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า (หอศิลป์เจ้าฟ้า)
– ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
– โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุง
– ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ถนนบรมราชชนนี
– ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงด้านศิลปวัฒนธรรมด้านการแสดงหุ่นของประเทศไทยต่อนานาประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประเทศ สนับสนุนความร่วมมือด้านวัฒนธรรมจากภาคพื้นยุโรปและอาเซียน สร้างความเป็นปึกแผ่นด้านศิลปวัฒนธรรมการแสดงหุ่นจากประเทศต่างๆ ทั้งยุโรป อเมริกา เอเชีย และอาเซียน และเป็นการสร้างกระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านศิลปะหุ่นโลกและหุ่นไทยให้เกิดการพัฒนา ต่อยอด ขยายผล และเผยแพร่สู่เด็กและเยาวชนสำหรับเทศกาลหุ่นโลก “World Puppet Festival” จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2551 ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเชค

ซึ่งในปีนี้มีคณะหุ่นนานาชาติ 116 คณะ จาก 79ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน โดยมีรูปแบบการแสดงที่หลากหลายทั้งการแสดงหุ่น ภาพยนตร์หุ่น วิดีโอหุ่น และการอบรมสัมมนา อาทิ คณะหุ่น Noisy Oyster ซอมเมอร์เซท สหราชอาณาจักร กลุ่มนักเต้น Masti – Makers Dance Group Pali Marwar ราชสถาน ประเทศอีนเดีย Inter Continental Theatre, Gnayaw Puppet Company ประเทศเม็กซิโก อินโดนีเซีย สเปน Theatre &Puppet Ensemble Glasio Bluo กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น Cantieri Teatrali KOREJA เมือง Lecceประเทศอิตาลี          

นอกจากนี้ มีคณะหุ่นและเครือข่ายหุ่นเยาวชนของไทย50 คณะจากทั่วประเทศ ทั้ง 3 ประเภท คือ หุ่นประเพณี หุ่นพื้นบ้าน และหุ่นร่วมสมัย เข้าร่วมงาน อีกทั้งมีการจัดกิจกรรมสำหรับเยาวชนและครอบครัว ที่หอศิลป์เจ้าฟ้า อาทิ ตุ๊กตาหุ่นไล่ฝน เพ้นท์เสื้อ ขนมแผ่เมตตา น้ำกระทะทองแดง หุ่นเปรตเปเปอร์มาเช่ ข้าวห่อกากบัว ว่าวกระดาษจิ๋ว ตำเมี่ยง หุ่นนิ้วกระดาษ ดาวติดยิ้ม สานปลาและนก หน้ากากศิลปะ หุ่นไล่กาฟางข้าว และของเล่นไม้ไผ่          

ผู้สนใจสำรองที่นั่งเข้าชมการแสดงหุ่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายทางเว็บไซต์www.harmonyworldpuppet.com หรือทางอีเมล์harmonyworldpuppet@hotmail.com หรือโทร.08 5148 3338 และ 0 2956 4180 ดูรายละเอียดการจัดงานทาง 

Facebook/harmonyworldpuppet

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กระทรวงวัฒนธรรม โทร. 1765และ TAT Call Center 1672 

ส่วนผู้ที่สนใจชมการแสดงที่แฟชั่นแกลอรี่ ชั้น 1 สยามพารากอน ในวันที่ 3 – 9 พ.ย.57 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 2610 8000              

 

กทม.ขู่เข้ม! เอาผิด รถยนต์จอดทับเลนจักรยาน 5 เส้นรอบเกาะรัตนโกสินทร์ หลังพบร้องเรียน / ประสาน ย้ายจุดจอดรถทัวร์ท่องเที่ยว ไปอยู่ที่อื่น

image

            
       ( ภาพประกอบ : ผู้จัดการออนไลน์)

31 ตุลาคม 2557

กทม.ลงพื้นที่ตรวจปัญหาเส้นทางจักรยานเดิม สั่งปรับปรุงให้เห็นชัดเจนและปลอดภัยมากขึ้น พร้อมประสาน บช.น. บังคับใช้กฎหมายจริงจัง 5 เส้นทาง

วันนี้ (31 ต.ค.57) นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและโฆษกกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางจักรยานรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนิน ถนนตะนาว กรมแผนที่ทหาร กระทรวงกลาโหม ถนนสนามไชย หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนสิ้นสุดบริเวณหน้ากองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร ถนนพระอาทิตย์

โดยมี คณะผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ผู้อำนวยการเขตพระนคร และผู้แทนจากชมรมผู้ใช้จักรยาน ร่วมสำรวจรองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า ปัจจุบันกทม.อยู่ระหว่างปรับปรุงเส้นทางจักรยานเดิม เป็นรูปแบบทางจักรยานเฉพาะ ระยะที่ 1 รวมระยะทาง8.5 กิโลเมตรบริเวณโดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้จักรยาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางที่เป็นจุดอ่อนและมีการร้องเรียนซึ่งเป็นถนนแคบและจำเป็นต้องใช้เส้นทางควบคู่ไปกับระบบขนส่งมวลชน โดยกทม.ได้สั่งการให้สำนักการจราจรและขนส่งร่วมกับสำนักการโยธาปรับปรุงถนนให้เรียบ และต้องมีความกว้างของเส้นทางสมดุลย์กับระยะห่างที่เหมาะสมของการขี่จักรยาน คือ 1.2-1.5 เมตร  ขีดสีตีเส้นให้เห็นชัดเจน รวมถึงแสดงป้ายเครื่องหมายและสัญลักษณ์เส้นทางจักรยานให้ชัดเจน
พร้อมทั้งออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น มีไฟฟ้าส่องสว่าง และหลีกเลี่ยงไม่ให้ทับเส้นทางขนส่งอื่นๆ ในส่วนของสำนักการระบายน้ำจะทำการเปลี่ยนฝาท่อเป็นแนวขวางไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการขี่จักรยาน ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ด้วยเส้นทางจักรยานเต็มรูปแบบ
รวมถึงพัฒนาการใช้จักรยานในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์เพื่อการเดินทาง นันทนาการ และการออกกำลังกาย โดยจะให้แล้วเสร็จก่อนปีใหม่เพื่อเป็นของขวัญให้แก่คนกรุงเทพฯ ในปี2558

ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายนั้นปัจจุบันมีเส้นทางจักรยาน 5 เส้นทางได้รับการรับรองตามกฎหมายภายใต้ข้อบังคับพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ.2522 ได้แก่ ทางจักรยานถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนราชินี ถนนพระอาทิตย์ และถนนพระสุเมรุ ซึ่งหากรถประเภทอื่นๆ เข้ามาใช้เส้นทางจักรยาน หรือจอดรถทับเส้นทางจักรยานดังกล่าวจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งกทม.จะประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อให้เส้นทางจักรยานใช้ได้จริงและมีความปลอดภัย

ในส่วนของปัญหารถบัสนักท่องเที่ยวที่จอดหมุนเวียนโดยรอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวงมีจำนวนกว่า 800-1,000 คันต่อวัน และบางคันจอดทับเส้นทางจักรยานนั้น กทม.อยู่ระหว่างหารือกับบริษัทขนส่ง และกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอใช้ที่จอดรถบริเวณสายใต้เก่าเป็นจุดจอดรถบัสนักท่องเที่ยวต่อไปปัจจุบัน

กทม.มีเส้นทางจักรยานที่ดำเนินการแล้ว 31 เส้นทาง รวมระยะทาง 132 กิโลเมตร และจะดำเนินการต่อไปอีก 39 เส้นทาง ระยะทาง 108กิโลเมตร โดยขณะนี้กทม.อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงเส้นทางจักรยานที่มีอยู่เดิม ให้เป็นรูปแบบทางจักรยานเฉพาะ ระยะที่ 1 ได้แก่ ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนราชินี ถนนพระอาทิตย์ ถนนพระสุเมรุ ถนนบวรนิเวศ ถนนตะนาว ถนนกัลยาณไมตรี ถนนมหาไชย ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช และถนนราชดำเนิน

 

หนี..โคมลอย! การบินไทย แจ้ง ยกเลิกเที่ยวบิน- ปรับตารางบิน 5-7พ.ย.57 เลี่ยงโคมลอย ช่วงลอยกระทง ดังนี้..

image

30 ตุลาคม 2557

การบินไทยแจ้ง ยกเลิกเที่ยวบิน- ปรับตารางบิน ในช่วงเทศกาลลอยกระทง-โคมลอย เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในการทำการบิน 

เรืออากาศเอกปรารถนา  พัฒนศิริ  ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคง และมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี   หลายจังหวัดทางภาคเหนือ ได้จัดให้มีการปล่อยโคมลอยในช่วงเทศกาลดังกล่าว             การปล่อยโคมลอยอาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการทำการบิน ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของการปฏิบัติการบิน บริษัทฯ จึงทำการปรับตารางการบินและยกเลิกบางเที่ยวบิน ในช่วงวันที่ 5 – 7 พฤศจิกายน 2557 ดังนี้  

1.      ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ในวันที่ 5 – 7พฤศจิกายน 2557 ได้แก่

1.1   ทีจี 120 เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่

1.2   ทีจี 121 เส้นทางเชียงใหม่ – กรุงเทพฯ

1.3   ทีจี 122 เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่

1.4   ทีจี 117 เส้นทางเชียงใหม่ – กรุงเทพฯ 

2.  ปรับเปลี่ยนเวลาบินในวันที่ 5 – 7พฤศจิกายน 2557 ดังนี้

2.1 ทีจี 116 เดิมออกจากกรุงเทพฯ เวลา 17.25 น.  ถึงเชียงใหม่เวลา18.35 น.ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็นออกจากกรุงเทพฯ เวลา 16.50 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 18.00 น. 

2.2 ทีจี 136 เดิมออกจากกรุงเทพฯ เวลา 18.30 น.  ถึงเชียงราย เวลา19.50  น.ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็นออกจากกรุงเทพฯ เวลา 15.55 น. ถึงเชียงราย เวลา 17.15น.  โดยจะทำการบินด้วยสายการบินไทยสไมล์  เที่ยวบินWE136 

2.3 ทีจี 137 เดิมออกจากเชียงราย เวลา 20.05 น.  ถึงกรุงเทพฯ เวลา21.25 น.ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็นออกจากเชียงรายเวลา 17.50น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 19.10 น.โดยจะทำการบินด้วยสายการบินไทยสไมล์  เที่ยวบิน WE137  

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตารางบินได้ที่หมายเลขโทรศัพท์0-2356-1111 หรือเว็บไซต์www.thaiairways.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง             

 

เปิดสวน 29แห่ง! ให้ปชช. ลอยกระทง 2557 กทม.จัดงาน 6พ.ย. /ห้ามจุดประทัด-ห้ามขายของในสวนฯ (ดูรายชื่อสวน..ดังนี้)

image

         
              (ภาพ : มติชนออนไลน์)

โพสต์ : 30 ตุลาคม 2557

กทม. เปิด 29 สวนสาธารณะ ให้ประชาชน ลอยกระทง 2557 รณรงค์ใช้วัสดุกระทงจากธรรมชาติ ห้ามจุดประทัด พลุ ดอกไม้เพลิง  และห้ามขายกระทง สินค้า อาหาร และอื่นๆ ตลอดจนเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ภายในสวนสาธารณะโดยเด็ดขาด

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  เปิดเผยว่า เทศกาลลอยกระทงในปี 2557 นี้ กทม. กำหนดจัดงานในวันที่ 6 พ.ย. 57 ณ บริเวณสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด

นอกจากนี้ ยังเปิดสวนสาธารณะเพิ่มเป็น 29 แห่งทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนลอยกระทงได้  ตั้งแต่เวลา 15.00–24.00 น. ได้แก่ 

1. สวนลุมพินี 
2.สวนจตุจักร 
3. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) 
4.สวนพระนคร 
5. สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 

6. สวนสราญรมย์ 
7.สวนรมณีนาถ 
8. สวนสันติชัยปราการ 
9. สวนนาคราภิรมย์ 
10. สวนธนบุรีรมย์ 

11. สวนเสรีไทย (บึงกุ่ม) 
12. สวนนวมินทร์ภิรมย์ 
13. สวนหนองจอก 
14. อุทยานเบญจสิริ 
15. สวนน้ำบึงกระเทียม 

16. สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) 
17. สวนสันติภาพ
18. สวนกีฬารามอินทรา 
19. สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน
20. สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร 

21. สวนวนธรรม
22. สวนทวีวนารมย์ 
23. สวนเบญจกิติ
24. สวนหลวงพระราม 8 25. สวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว 71 

26. สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ
27. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (บางกอกน้อย) 
28. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (สาทร) และ 
29. สวนวารีภิรมย์ (บึงสะแกงามสามเดือน)

กทม. ขอความร่วมมือใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติหรือย่อยสลายง่าย ห้ามจุดประทัด พลุ ดอกไม้เพลิง อีกทั้งห้ามขายกระทง สินค้า อาหาร และอื่นๆ ตลอดจนเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ภายในสวนสาธารณะโดยเด็ดขาด

พร้อม กำชับให้มีการเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่าง และตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของท่าน้ำที่สร้างขึ้นชั่วคราวภายในสวนสาธารณะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการลอยกระทง ให้มีความแข็งแรงเพียงพอในการรับน้ำหนัก

 

วันภาษาไทย! ก.วัฒฯ ยกย่อง 18 ปูชนียบุคคล, 7องค์กร ดีเด่น / 24 รางวัล”เพชรในเพลง” มีรายชื่อ-รายละเอียด ดังนี้..

28 กรกฏาคม 2557

วันพรุ่งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม  จัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๗  เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงแสดงความห่วงใยและพระราชทานแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยในโอกาสต่างๆ ด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชน ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง และการอนุรักษ์ภาษาไทยและภาษาท้องถิ่นอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงความเป็นมาและวัฒนธรรมอันยาวนาน ตลอดจนการสืบสานภาษาไทยให้คงอยู่ และถ่ายทอดสู่อนุชนรุ่นหลังสืบไป

กระทรวงวัฒนธรรม  ได้คัดเลือกปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น และผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย เพื่อเป็นแบบอย่างให้เยาวชน และประชาชน รวมทั้งยังได้ดำเนินการโครงการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) เพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลง  ที่มีผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย ได้แก่ นักประพันธ์เพลงที่มีความสามารถผสมผสานความรู้ทางภาษา วรรณศิลป์ คีตศิลป์และจินตนาการได้อย่างเหมาะสม และนักร้องที่ออกเสียงขับร้องเพลงได้อย่างชัดเจน ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี               

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลให้แก่บุคคลแบบอย่างด้านภาษาไทย เป็น ๔ ประเภท ได้แก่ 

๑.ด้านปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย เป็นผู้ที่มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่น เป็นที่ยอมรับของวงการภาษาไทย จำนวน ๑ ราย ได้แก่ รองศาสตราจารย์ประพนธ์  เรืองณรงค์

๒.ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น เป็นบุคคลที่มีผลงงานการสร้างสรรค์ภาษาไทย และสามารถใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม จำนวน ๙ คน ได้แก่

นางสาวเขมสรณ์ หนูขาว

นางเตือนใจ บัวคลี่

รองศาสตราจารย์นพดล จันทร์เพ็ญ

นางนันทพร ศานติเกษม (ปิยะพร ศักดิ์เกษม)

รองศาสตราจารย์นันทา ขุนภักดี

รองศาสตราจารย์ปิตินันธ์ สุทธสาร

รองศาสตราจารย์ไพบูลย์ ดวงจันทร์

ศาสตราจารย์อัจฉรา ชีวพันธ์

และรองศาสตราจารย์อัมพร สุขเกษม 

๓.ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น เป็นผู้ที่มีผลงานการสร้างสรรค์ภาษาไทยถิ่น และสามารถใช้ได้อย่างเหมาะสม จำนวน ๖ ราย ได้แก่

รองศาสตราจารย์เกษม ขนาบแก้ว

นายพญอม จันนิ่ม

นางพยอม ถิ่นถา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย ศรีสารคาม

ร้อยตรีวีระชัย ครองยุทธ

และนางสุพิน ฤทธิ์เพ็ญ

๔.ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย ซึ่งเป็นบุคคลหรือองค์กรที่มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย ประเภทบุคคล จำนวน ๒ ราย ได้แก่

รองศาสตราจารย์เรณู วิชาศิลป์

และ ศาสตราจารย์อนันต์ชัย เลาหะพันธุ

ประเภทองค์กร จำนวน ๗ แห่ง ได้แก่

กลุ่มวรรณกรรมสัญจร ชมรมวรรณศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

โครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยวัดไทยลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

ศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาและภาษาไทย วัดบุญญาราม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย 

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์ไท วัดท่ากระดาษ จังหวัดเชียงใหม่

สมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย

ส่วนกิจการสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

และสำนักกวีน้อยเมืองนคร              

************************
นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากร ได้ดำเนินการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้ประพันธ์ นักร้อง เพลงไทยสากล และลูกทุ่งที่ออกเสียงได้ถูกต้องตามอักขระภาษาไทย เพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลงที่มีผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย ทั้งนักประพันธ์เพลงที่มีความสามารถผสมผสานความรู้ด้านภาษา วรรณกรรม และนักร้องที่ร้องเพลงออกเสียงชัดเจน และถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาไทย โดยมีผู้ได้รับการประกาศยกย่องและมอบรางวัลทั้งประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง และเพลงไทยสากล ได้แก่ 

๑.รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษศิลปินผู้มีคุณปการต่อการสร้างสรรค์เพลง ได้แก่

นายมนตรี ตราโมท    

๒.รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษผู้มีคุณูปการต่อวงการเพลง ได้แก่

นายไพบูลย์ สำราญภูติ (คีตา พญาไท) 

๓.รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษเพลงชุดดีเด่นในอดีต ได้แก่

ชุดปริญญาชาวนา ผู้ประพันธ์ นายอาจินต์ ปัญจพรรค์ 

๔.รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษผู้จุดประกายวงการเพลงเด็ก ได้แก่

วงดนตรีสองวัย ผู้จัดการวง นางสาวปิยนุช บุญประคอง

๕.รางวัลเชิดชูเกียรติผู้ประพันธ์เพลงดีเด่นในอดีต จำนวน ๒ รางวัล คือ

ประเภทเพลงไทยสากล  ได้แก่ เพลงบ้านของเรา นายสติ สติฐิต (ครูเนรัญชรา)

และประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ เพลงแม่พิมพ์ของชาติ นายสุเทพ โชคสกุล 

๖.รางวัลการประพันธ์เพลงดีเด่นด้านภาษาไทยแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ

ประเภทการประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เพลงกอดแม่วงก์ นางจิระนันท์ พิตรปรีชา

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงค่าของคน นายยืนยง โอภากุล

และเพลงคนแรกที่รัก นายณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ (หมู มูซู)

ประเภทการประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เพลงสัญญานักสู้ นายสัญญารักษ์ ดอนศรีฐิติโชติ (สัญญารักษ์ ดอนศรี)

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงครูคือผู้ให้ นายพจน์ คีรีวรรณ

และเพลงนายฮ้อยแรงงาน นายวสุ ห้าวหาญ 

๗.รางวัลการขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย แบ่งเป็น ๔ ประเภท คือ

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย รางวัลชนะเลิศได้แก่ เพลงเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย นายปองศักดิ์ รัตนพงษ์ (ออฟ ปองศักดิ์)

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงรักแท้อยู่เหนือกาลเวลา นายจารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม (โดม จารุวัฒน์)

และเพลงค่าของคน นายยืนยัน โอภากุล

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เพลงเหนื่อยก็พัก ไม่รักก็พอ นางสาวหนึ่งธิดา โสภณ (หนูนา)

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงเมื่อไหร่ฟ้าจะมองที่ฉัน นางสาวณัทฐ์ฐิตา พิบูลภานุวัธน (พรีน)

และเพลงไม่เคยอยู่ในสายตา นางสาววรกาญจน์ โรจนวัชร (พันซ์ วรกาญจน์)

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เพลงรักจงรอ นายสุธิราช อุสุภะ (กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ อาร์สยาม)

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงสัญญาณรัก สัญญาณใจ นายสร่างศัลย์ เรืองศรี (หนู มิเตอร์ อาร์สยาม)

และเพลงฝืนใจหน่อยได้ไหม นายประยูร ศรีจันทร์ (ไผ่ พงศธร)

ประเภทขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เพลงนาทีเดียวเพื่อรัก ทั้งชีวิตเพื่อลืม นางสาวชลดา ทองจุลกลาง (ตั๊กแตน ชลดา) 

รางวัลชมเชย ได้แก่ เพลงถ้าฉันจะลองเป็นของคนอื่น นางสาววลีรัตน์ สีนวลจันทร์ (ครีม อาร์สยาม)

และเพลงครูสู่เศรษฐกิจพอเพียง เด็กหญิงรัตนาภรณ์ ก้อนทอง             

ทั้งนี้ จะมีการจัดกิจกรรม และการมอบรางวัล ในงานวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๗ ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับรายละเอียดสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กระทรวงวัฒนธรรม โทร.๐ ๒๔๒๒ ๘๘๕๑-๘ หรือ สายด่วนวัฒนธรรม โทร. ๑๗๖๕

 

เรื่องของเรื่อง.. อยากรู้ว่า นสพ. กัมพูชา เล่นข่าวประเด็นแรงงาน ที่ทะลักกลับ-เข้าไทย ยังไงบ้าง เลยซื้อ นสพ.มาดู..

image

2 ก.ค.2557

เรื่องของเรื่อง..  มาตามประเด็นแรงงาน  ที่สระแก้ว.. ด้วยความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัวว่า สื่อกัมพูชา เล่นประเด็นข่าว แรงงานกัมพูชายังไงบ้าง / เลยซื้อ หนังสือพิมพ์กัมพูชา 2-3 ฉบับ มาดู.. แล้วขอให้เพื่อนสื่อชาวกัมพูชา และ ชาวบ้านชาวกัมพูชาที่มาค้าขายละแวกนั้น ช่วยแปลเป็นภาษาไทยให้..

เพราะส่วนตัว..อ่านภาษากัมพูชาไม่ออก.. เห็นแต่ภาพนิ่งในหน้า นสพ.เท่านั้น (^_____^)

image

ในหน้าหนังสือพิมพ์ชื่อดังของบ้านเค้า อย่างน้อย 3 ฉบับ วันนี้ ( 2ก.ค.57)  ไม่มีข่าว แรงงานลงหน้า 1 .. แต่มีข่าวอยู่หน้าใน..

สรุปได้ว่า.. ส่วนใหญ่ เป็นการอธิบายขั้นตอนให้คนกัมพูชาเข้าใจ ว่า การจะกลับมาทำงานในประเทศไทย ต้องขึ้นทะเบีบนให้ถูกต้อง.. และจากตอนนี้ ที่กัมพูชา มีจุดให้ทำพาสปอร์ต และ บอร์เดอร์พาส (ใบผ่านแดน เพื่อเข้าไทย) อยู่ 2 จังหวัดเท่านั้น.. แต่ขณะนี้ ทางกัมพูชา กำลังพิจารณา ว่า จะขยายจุดทำพาสปอร์ตเพิ่มเติมเป็น 25 จังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวก และตั้งเป้าว่า จะทำบอร์เดอร์พาส และพาสปอร์ตให้ได้เฉลี่ยวันละ 1,000คน

ส่วนประเด็นที่ ที่ว่า “ฮุนเซน” ประกาศ ว่า คิดค่า ทำพาสปอร์ตตอนนี้ 4 ดอลล่าร์สหรัฐ ( ราวๆ 130 บาท) แต่ในข่าวที่นำเสนอ บอกว่า 4ดอลล่าฯ นั้น เป็นเพียงเฉพาะค่าถ่ายรูปเท่านั้น ส่วนค่าดำเนินการอื่นๆ ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

image

ในข่าวกัมพูชายังระบุด้วยว่า การเดินทางออกจากประเทศไทย ของแรงงานกัมพูชา มีราวๆ 2 แสนคน เป็นการเดินทางลักษณะไหลทะลักออกอย่างรวดเร็ว โดยทางการไทย ไม่มีการแจ้งกัมพูชาให้ทราบล่วงหน้า ว่าแรงงานกัมพูชา จะทะลักกลับประเทศ

***********