RSS

Category Archives: ทั่วไป

มีคำตอบ..ทำไม”ระบบขัดข้อง”..! จริงหรือไม่ ? “BTS เจอคลื่นไวไฟป่วน กระทบระบบเดินรถ”

เขียนบล็อก : 26 มิถุนายน 2560

มีคำตอบ..ทำไม”ระบบขัดข้อง”..! จริงหรือไม่ ? “BTS เจอคลื่นไวไฟป่วน กระทบระบบเดินรถ ..”

ตรวจสอบข้อมูลกับ แหล่งข่าวระดับสูงของ กสทช. ยืนยันว่า ..มีความเป็นไปได้มากที่ คลื่นสัญญาณไวไฟ จะป่วนแทรกกวนระบบสั่งการเดินรถไฟฟ้าของ BTS จริง .. เป็นไง ไปไง จะแก้ยังไง มีทางออกไหม จะประมวลที่คุยกับแหล่งข่าวเล่าให้ทุกท่านฟังค่ะ

@ทำไม สัญญาณไวไฟ ถึง ไปป่วนกวน BTS ได้ ?

ตอบ : เพราะ BTS ใช้คลื่น 2400 Mhz ควบคุมระบบเดินรถ และ สั่งการระหว่างกัน และ BTS ไม่ได้สร้างระบบป้องกันการโดนรบกวน

*****************

@ ไวไฟ ที่ไหน มากวน BTS

ตอบ : ต้องตรวจสอบว่า เป็นไวไฟของใคร มาจากแหล่งไหนกันบ้าง เพราะ ไวไฟ ย่าน 2400 หน่วยงานไหน คนทั่วไปก็ใช้กันได้ เพราะเป็นคลื่นที่ กสทช. ให้ใช้แบบสาธารณะได้อยู่แล้ว แต่หน่วยงาน / องค์กรนั้นๆ ต้องขออนุญาตการใช้ ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบัน ใครๆ ก็ใช้กันได้หลากหลาย

จึงมีความเป็นไปได้ว่า ระหว่างที่รถ BTS วิ่งผ่านจุดที่โดนกวน .. ทำให้ระบบการควบคุมและสั่งการไม่เสถียร ทาง BTS จึงจำเป็นต้องหยุดเดินรถบางสถานี หรือ แช่รถที่ชานชาลานานกว่าปกติ เพื่อตรวจสอบระบบการเดินรถ หรือ ปล่อยรถจนแน่ใจว่า ปลอดภัยจริงๆ จึงจะสั่งการได้

*************

@ แล้ว BTS รับรู้ปัญหานี้มาก่อนหรือไม่

คำตอบ : BTS รู้แน่นอน และ รู้มาก่อนแล้วด้วยว่า การใช้คลื่น 2400 MHz เพื่อควบคุมระบบสั่งการเดินรถ จะไม่ได้รับการคุ้มครองการใช้คลื่นย่านนี้จาก กสทช. เพราะ BTS เคยถาม กสทช. และ กสทช. มีหนังสือตอบกลับไปให้รับทราบแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ ซึ่ง BTS รู้ดีว่าความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

**************

@ ถ้า BTS รู้มาก่อน แล้วทำไมเขาจึงยังใช้คลื่นนี้อีก ประเมินอย่างไร

ตอบ : เรื่องนี้ต้องไปถามทาง BTS

*************

@ ศักยภาพของคลื่น 2400 MHz ที่ปล่อยสัญญาณให้คนทั่วไป / องค์กรใช้ มันไปไกลได้แค่ไหน

ตอบ : ถ้าเป็นห้อง ก็ทะลุได้ 2 ห้อง .. แต่กำแพงห้องที่ 3 นี่ ทะลุไม่ได้แล้ว

************

@ ทำไม ระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่เกิดการกวน

ตอบ : คลื่นไม่ลงไปถึงใต้ดิน เพราะคลื่นแต่ละคลื่นมีความเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน

******************

@ ทางออกของ BTS จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง

ตอบ : เขารับทราบมาก่อนอยู่แล้ว ว่า ปัญหาเขาคืออะไร รู้มานานแล้ว แต่ไม่ได้แก้จริงจัง จนทำให้ระบบคลื่นควบคุมรถโดนรบกวน ทางออกคือ ต้องสร้างระบบป้องกัน ไม่ให้คลื่นความถี่โดนรบกวน แต่การลงทุนแพง อยู่ที่ BTS จะกล้าลงทุนหรือไม่

******************

@ มีทางออกอื่นอีกไหม

ตอบ : มีอีกทาง คือ การขอเปลี่ยนย่านความถี่ ไปใช้ย่านอื่นที่ไม่ใช่ 2400MHz เพื่อควบคุมระบบเดินรถและสั่งการ

ซึ่งปัจจุบัน กสทช. กันคลื่น 5 เมกฯ ย่าน 800- 900 MHz ไว้ให้ใช้สำหรับ การควบคุมรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่กำลังจะก่อสร้างอยู่แล้ว BTS สามารถประสานมาขอใช้คลื่นนี่ได้ ใน 2 รูปแบบ

รูปแบบแรก คือ กทม. เป็นเจ้าของสัมปทาน กับ BTS ให้ กทม. ทำเรื่องขอมารับใบอนุญาตแทน BTS กสทช. มีย่านอื่นให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมอยู่แล้ว แค่ประสานมา

อีกทาง คือ กระทรวงคมนาคม เจ้าของโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ประสานมาขอใบอนุญาต เพื่ออนุญาตให้ BTS ใช้ร่วม แต่อาจต้องรอคอยช่วงปี 2562 ที่โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงน่าจะแล้วเสร็จ

ซึ่งการให้ กทม. หรือ ก.คมนาคม ขอใบอนุญาต เพราะเป็นหน่วยงานที่ต้องไปกำกับ BTS อีกทีหนึ่ง

แหล่งข่าว ยืนยันย้ำว่า.. จริงๆ ปัญหานี้ แก้ไม่ยาก.. ถ้า BTS รับฟังและพิจารณาจริงจัง

***************

สำหรับประเทศไทย การควบคุมการเดินรถไฟฟ้า เช่น บีทีเอส , รถไฟใต้ดิน (เอ็มอาร์ที) และ แอร์พอร์ตเรล ลิ้งค์ จะเน้นใช้ระบบแบบ Communication Based Train Control (CBTC) ที่ใช้สื่อสารในการปฏิบัติงานควบคุม กับรถไฟ และศูนย์ควบคุม ผ่านคลื่นความถี่ 2400 Mhz (WiFi ) หรือเทคโนโลยีแบย 5G หรืออาจจะไปใช้เครือข่าย GSM-R ซึ่งป็นที่นิยมของการควบคุมระบบรถไฟความเร็วสูงในหลายประเทศ หรือ คลื่นย่าน 900 Mhz

ส่วนคลื่นโทรศัพท์ที่ทั่วโลกและไทยนิยมใช้คือคลื่นย่าน 800 / 900/ 1800 และ 2100 Mhz

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 26, 2018 in ทั่วไป

 

อันตรายถึงตาย! “ยาฉีดสลายไขมัน” อย.เตือน อย่าหลงเชื่อโฆษณาทางสื่อหรือจากเน็ทไอดอล เสี่ยง ทำให้เกิดการแพ้ขั้นรุนแรง อันตรายถึงตายได้

อันตราย..อย่าหลงเชื่อ! “ยาฉีดสลายไขมัน” อย.เตือน อย่าหลงเชื่อโฆษณาทางสื่อหรือจากเน็ทไอดอล เสี่ยง ทำให้เกิดการแพ้ขั้นรุนแรง อันตรายถึงตายได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่เคยมีการขึ้นทะเบียนตำรับยาแต่อย่างใด และหากอ้างเป็นเครื่องสำอาง อย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด เพราะไม่เข้าข่ายเนื่องจากเป็นการใช้วิธีฉีดเข้าสู่ร่างกาย ไม่ได้ใช้บำรุงผิว คิดสักนิดก่อนตัดสินใจ

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับข้อมูลว่าพบการโฆษณาชวนเชื่อจากเน็ทไอดอลเชิญชวนสาว ๆ ฉีดสารบางชนิดเพื่อลดไขมัน นั้น อย. มีความห่วงใยคุณผู้หญิง เกรงจะได้รับอันตรายจากการใช้ เนื่องจาก อย. ไม่เคยรับขึ้นทะเบียนตำรับยาผลิตภัณฑ์ฉีดสลายไขมันใด ๆ ทั้งสิ้น

เทคนิคการสลายไขมันด้วยการฉีดเฉพาะจุด ยังไม่เคยมีการรับรองมาตรฐานหรือมีงานวิจัยทางการแพทย์ที่รองรับอย่างชัดเจนว่าได้ผลในการสลายไขมันแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ยาที่มีการนำมา ใช้ฉีดเพื่อสลายไขมันตามโฆษณาที่เรียกว่าการฉีดเมโสแฟต แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ ยากลุ่มสารสเตียรอยด์ ใช้สำหรับรักษาโรคที่มีการอักเสบภายในร่างกาย หากนำสารสเตียรอยด์มาฉีดเพื่อสลายไขมัน ถือว่านำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทำให้เกิดผลข้างเคียง และอันตราย เช่น เกิดผิวหนังบุ๋ม เกิดการติดเชื้อ หรือมีการบวมน้ำตามร่างกายได้

ส่วนยากลุ่มที่ 2 เป็นยาที่ใช้กันในต่างประเทศ ยังไม่ผ่านการรับรองเพื่อการฉีดจาก อย. ถือเป็นการฉีดที่ไม่ปลอดภัย หากวิธีการฉีดไม่สะอาดพอ ก็อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และอาจเกิดผลร้ายแรงตามมา หรือทำให้ผิวหนังเป็นลูกคลื่นจากการสลายไขมันเป็นหย่อม ๆ เนื่องจากเวลาฉีดไม่ได้ฉีดเพียงจุดเดียว อาจฉีดเป็นสิบหรือเป็นร้อยจุด ทั้งนี้ การฉีดสารใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย สารที่ฉีดต้องได้รับการรับรองจาก อย. และผู้ฉีดต้องเป็นแพทย์เท่านั้น

ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นการลักลอบนำเข้ามาใช้และนำมาโฆษณาขายและฉีดในราคาถูก ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงขอเตือนหญิงสาวที่รักสวยรักงามอย่าหลงเชื่อโฆษณา อวดสรรพคุณที่พบมากทางสื่อออนไลน์หรือจากพรีเซ็นเตอร์หรือเน็ทไอดอลเด็ดขาด ให้ศึกษาถึงผลดีผลเสียก่อน มิฉะนั้น นอกจากเสียเงินทองแล้ว อาจได้ของแถมเป็นรอยตำหนิ

หากรายใดที่ถูกฉีดไปแล้ว และเกิดผลข้างเคียง ขอให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาโดยด่วน ซึ่งวิธีที่ปลอดภัยและมีหุ่นสวยเพรียว ขอให้เน้นการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร

หากพบการโฆษณาฉีดสารสลายไขมันทางสื่อใด ๆ ก็ตาม ขอให้แจ้งร้องเรียนมายัง สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือ Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อเจ้าหน้าที่จะรีบตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 7, 2018 in ทั่วไป

 

อ่านกันค่ะ! สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ ก่อนตัดสินใจโพสต์รูปของลูกลง Social Media

โพสต์ : 25 พ.ค.2561

อ่านกันค่ะ! สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ ก่อนตัดสินใจโพสต์รูปของลูกลง Social Media:

– ขออนุญาตลูกก่อนโพสต์ เมื่อลูกโตพอที่จะบอกความรู้สึก หรือแสดงความคิดเห็นได้

– เลือกรูปที่ลูกใส่เสื้อผ้าปิดมิดชิด เหมาะสม

– ตั้งค่า social media เป็น privacy เห็นกันเฉพาะกลุ่ม

– ปิด location

– เขียนบรรยายภาพด้วยถ้อยคำที่ให้เกียรติลูก สุภาพ และเหมาะสม

– คุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของลูกให้เป็นความลับ

– ที่สำคัญคือ ทุกรูปที่โพสต์ลง social media ไปแล้วจะไม่สามารถเรียกคืน หรือควบคุมได้

– ทุกรูปที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียไปแล้วจะไม่สามารถเรียกคืนหรือควบคุมได้ ไม่ว่าพ่อแม่จะลบออกหน้าโซเชียลมีเดียของตัวเอง ก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าคนอื่นจะไม่ได้รูปของลูกเรา

– ดังนั้น พ่อแม่จะต้องคิดพิจารณาให้ดี ว่ารูปนี้จะเกิดโทษกับลูกในอนาคตหรือไม่ เช่น การโพสต์รูปของลูกที่อาจส่งผลให้ลูกอับอายในอนาคต หรือ คนอื่นนำรูปลูกเราไปโพสต์ต่อ ด้วยข้อความที่เป็นเท็จ และไม่เหมาะสม เป็นต้น

ที่มา : สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล

#ThePotential #พลังคนรุ่นใหม่พลังสังคม

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 25, 2018 in ทั่วไป

 

ภัยเงียบ..! สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เตือน “ มะเร็งหลังโพรงจมูก” ภัยเงียบที่ควรระวัง ตรวจพบได้ค่อนข้างยาก ถ้ารู้เร็วรักษาหายขาดได้

15 พ.ค.2561

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทยย กล่าวว่า โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก จัดเป็นมะเร็ง ที่พบบ่อยใน 10 อันดับของโรคมะเร็ง ประเทศไทยพบโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกในผู้หญิงมีสถิติ 1.6 ต่อประชากร 1 แสนคนต่อปี ในชาย 4.5 ต่อประชากร 1 แสนคนต่อปี

ทั้งนี้พบอุบัติการณ์ในผู้ชายสูงกว่าผู้หญิง ส่วนมาก อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 50 ปี ถึง 60 ปี ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคมะเร็งดังกล่าวจนกระทั่งมาพบแพทย์ในระยะที่มะเร็งลุกลามไปมากแล้ว

สาเหตุของโรคมะเร็งดังกล่าว เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและอาจมีปัจจัยเสี่ยง ในด้านพฤติกรรมร่วมด้วย เช่น รับประทานอาหารหมักดองมากเกินไป สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า มะเร็งหลังโพรงจมูก เป็นโรคมะเร็งชนิดที่ตรวจพบได้ค่อนข้างยาก ผู้ป่วยจะมีอาการคัดจมูก หรือเหมือนคนเป็นหวัดเรื้อรัง มีก้อนที่คอ มีเลือดกำเดาไหลเป็นประจำ มองเห็นภาพซ้อน หน้าชาด้านใดด้านหนึ่ง หูอื้อ

วิธีการรักษาจะใช้รังสีรักษา โดยถ้าเป็นในระยะเริ่มแรก จะรักษาโดยการฉายรังสีอย่างเดียว แต่ถ้าเป็นระยะลุกลาม การรักษาจะเป็นการฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดควบคู่กันไป

สำหรับการผ่าตัดไม่สามารถใช้วิธีนี้ในการรักษาโดยตรง เนื่องจากมะเร็งหลังโพรงจมูกมีขอบเขตใกล้กับอวัยวะที่สำคัญ อาทิ เส้นเลือดแดงใหญ่ที่เลี้ยงคอและสมอง เป็นต้น

โรคมะเร็งหลังโพรงจมูกหากตรวจพบเร็วจะสามารถรักษาให้หายเร็วและหายขาด

อย่านิ่งนอนใจกับอาการเตือนต่าง ๆ หมั่นตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมที่อาจเป็นสาเหตุของมะเร็งหลังโพรงจมูก เช่น อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน อาหารหมักดอง ควันเขม่าพิษ สารระเหยต่าง ๆ

ควรงดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ตลอดจนหากมีอาการเตือนดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอย่างไรแล้ว “การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษา”

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 15, 2018 in ทั่วไป

 

ชวนอ่าน..เรื่องใหม่..ต้องรู้! มีผลวันนี้แล้ว สำหรับ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

เขียนบล็อค : 14 พ.ค.2561

ชวนอ่าน..เรื่องใหม่..ต้องรู้! มีผลวันนี้แล้ว สำหรับ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ครอบคลุมการระดมทุนด้วยการออกโทเคนดิจิทัล และการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย

พรุ่งนี้ 10 โมง กระทรวงการคลัง กรมสรรพากรและ ก.ล.ต. จะแถลงที่กระทรวงการคลัง เกี่ยวกับรายละเอียดเกี่ยวกับพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561

ใครสนใจ… ทาง ก.ล.ต.ได้เผยแพร่รายละเอียด พ.ร.ก.ไว้ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการศึกษาและทำความเข้าใจบนเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต.

เพื่อวางกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม ส่งเสริมให้ผู้ที่ต้องการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลโดยสุจริตสามารถทำได้ ในขณะที่มีการคุ้มครองผู้ลงทุนโดยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกหรือเป็นเหยื่อของผู้ไม่สุจริต

ครอบคลุมการระดมทุนด้วยการออกโทเคนดิจิทัลและการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ขั้นตอนต่อไป ก.ล.ต จะเผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดรายละเอียดเกณฑ์ในเรื่องต่าง ๆ ตามที่พระราชกำหนดฯ ให้อำนาจไว้

จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อให้หลักเกณฑ์มีความเหมาะสมในทางปฏิบัติมากที่สุด โดยคาดว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการออกเป็นประกาศลูกจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

ก.ล.ต ได้เผยแพร่ข้อมูลเพื่อความเข้าใจพระราชกำหนดนี้ในรูปแบบต่าง ๆ ไว้บนเว็บไซต์ สามารถเข้าดูได้ที่ http://www.sec.or.th/digitalasset

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 14, 2018 in ทั่วไป

 

เสี่ยงเสียชีวิต! ก.สาธารณสุข เตือนผู้ปกครอง ระวังบุตรหลานป่วยมือ เท้า ปาก จากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71

เขียนบล็อก : 14 พ.ค 2561

เสี่ยงเสียชีวิตได้! ก.สาธารณสุข เตือนผู้ปกครอง ระวังบุตรหลานป่วยมือ เท้า ปาก จากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 หมั่นสังเกตอาการบุตรหลาน ไข้สูง ซึมลง เดินเซ เหนื่อยหอบ อาเจียนมาก หากมีอาการรุนแรงอาจหมดสติได้ ให้ไปพบแพทย์ทันทีและพักรักษาจนกว่าจะหายเป็นปกติ พร้อมแนะโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กทำความสะอาดของเล่น

– นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าโรค มือ เท้า ปาก ปกติจะไม่มีอาการรุนแรง แต่หากได้รับเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 หรือ อีวี 71 (EV 71) อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

– ผู้ปกครองสามารถสังเกตอาการของบุตรหลาน หากพบว่า มีไข้ขึ้นสูง ซึมลง เดินเซ ชัก เกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนมาก มีภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตต่ำ อัตราการเต้นหัวใจผิดปกติอาจ ช็อกหมดสติ

– เด็กอาจมีโอกาสหัวใจวายทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งในบางรายไม่พบผื่นที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ให้เห็นชัดเจน

– วิธีป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) ทำได้โดยสอนให้บุตรหลานรักษาความสะอาด อาทิ การล้างมือ ดูแลสุขอนามัยทั่วไป

ไม่พาเด็กไปสถานที่ที่มีคนเยอะ อากาศไม่ถ่ายเท เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ในช่วงที่มีการระบาด

– โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กควรดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสุขลักษณะของสถานที่อย่างสม่ำเสมอ เช่น ในห้องเรียน ห้องครัว ภาชนะใส่อาหาร รวมทั้งห้องน้ำ ห้องส้วม อาคารสถานที่ เครื่องเล่น หรืออุปกรณ์การเรียนการสอน ของเล่นต่างๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำ

– จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 6 พ.ค. 61 พบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปากจำนวน 11,326 ราย จาก 76 จังหวัด

– กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ อายุ 1 – 3 ปี ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ ภาคเหนือ 28.31 ต่อแสนประชากร ภาคกลาง 22.995 ต่อแสนประชากร ภาคใต้ 10.62 ต่อแสนประชากร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8.37 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ โดยจังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยคือจังหวัดอุดรธานี

– หากพบบุตรหลานมีอาการใกล้เคียงกับการรับเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 แนะนำให้พาไปพบแพทย์โดยทันที และควรแจ้งให้ทางโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กทราบ และหยุดอยู่บ้านจนอาการและแผลทุกแห่งหายเป็นปกติ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 14, 2018 in ทั่วไป

 

อย่ากิน! “ลีน”อาหารเสริมลดความอ้วน..อันตราย..หยุดกิน-หยุดซื้อ-หยุดขาย..เสี่ยงตายได้

เขียนบล็อก : 1 พฤษภาคม 2561

อย. เผยผลพิสูจน์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดความอ้วน “ลีน เอฟเอส-ทรี” และ“ลีน บล้อค เบิร์น เบรก บิวท์ ”ลักลอบใส่ยาแผนปัจจุบัน บิซาโคดิลและไซบูทรามีน เข้าข่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ อย่าซื้อมาบริโภคอาจได้รับผลข้างเคียงถึงขั้นเสียชีวิตได้

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่ากรณีของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Lyn ลีน” นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว

– โดยเจ้าหน้าที่ สสจ.ชลบุรีและตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี เข้าตรวจสอบพร้อมเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสถานที่จำหน่ายและแบ่งบรรจุอาหาร ณ บ้านเลขที่ 109/8-9 หมู่ที่ 3 ถนนพระยาสัจจา ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี

– ส่งตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี

– ฉลากผลิตภัณฑ์ระบุ “ลีน เอฟเอส-ทรี” (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) Lyn FS-Three (Dietary supplement product by Pim) เลขสารบบอาหาร 13-1-05459-5-0017

– ผลิตโดย Food Science Supply Service Co.Ltd. 99/29 หมู่ 2 ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี 12160

– จัดจำหน่ายโดย Lyn by Pim วันที่ผลิต 10/12/2017 วันหมดอายุ 10/12/2019

– ลักษณะแคปซูลสีเขียว ในแผงอลูมิเนียมพลาสติก แผงละ 10 แคปซูล ห่อด้วยซองอลูมิเนียมปิดผนึกบรรจุกล่องกระดาษ

– ผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ พบยาแผนปัจจุบัน บิซาโคดิล (Bisacodyl) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย

– และได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ “ลีน บล้อค เบิร์น เบรก บิวท์” Lyn Block Burn Break Build (Dietary supplement product) by Pim

– ฉลากระบุ เลขสารบบอาหาร 13-1-05459-5-0006 ผลิตโดย บริษัท ฟู้ด ซายน์ ซัพพลาย เซอร์วิส จำกัด 99/29 หมู่ 2 ต. สามโคก อ. สามโคก จ. ปทุมธานี

– จัดจำหน่ายโดย บริษัท เอกอัครินทร์ จำกัด 109/8 หมู่ 3 ถนนพระยาสัจจา ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี Lot.1801 MFG 05-01-18 EXP. 05-01-20

– ลักษณะแคปซูลสีขาวในแผงอลูมิเนียมพลาสติก แผงละ 10 แคปซูล ห่อด้วยซองอลูมิเนียมปิดผนึกบรรจุกล่องกระดาษ

– ผลการตรวจวิเคราะห์พบ ไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อการทำงานของสมองทำให้อยากอาหารลดลงและอิ่มเร็วขึ้น

– วันที่ 25 เมษายน 2561 อย. ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่อง ประกาศผลการตรวจพิสูจน์อาหาร เตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการซื้อและบริโภคอาหารดังกล่าวแล้ว

– ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รายการ เข้าข่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ และเป็นอาหารที่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรืออนามัยของประชาชน ผู้ใดผลิต จำหน่ายมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

– อย. ยังร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. เข้าตรวจสอบสถานที่ผลิตอาหาร บริษัท ฟู้ด ซายน์ ซัพพลาย เซอร์วิส จำกัด จ.ปทุมธานี โดยสุ่มเก็บตัวอย่างวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ทั้งสองรายการส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพ

– และเข้าตรวจสอบการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “Lyn ลีน” ณ บ้านเลขที่ 109/8 หมู่ 3 ถนนพระยาสัจจา ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ซ้ำ

– พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แสดงฉลากไม่ถูกต้อง

– เจ้าหน้าที่จึงยึดผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

– สำหรับกรณีที่เป็นข่าวเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 พบผู้ชายอายุ 47 ปี เสียชีวิตที่ จ.ปทุมธานี โดยพี่สาวผู้ตายให้การว่าผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว แต่ที่ผ่านมาได้กินยาลดความอ้วนมา 2 เดือน

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบผลิตภัณฑ์ Lyn DTOX fS3 (ลีนกล่องสีดำ) ฉลากระบุเลขสารบบอาหาร 13-1-05459-5-0017 Lot No.1801 วันที่ผลิต (Mfg.) 05-01-18 วันหมดอายุ (Exp.) 05-04-20

และผลิตภัณฑ์ Lyn BLOCK BURN BREAK BUILD (ลีนกล่องสีขาว) ระบุเลขสารบบอาหาร 13-1-05459-5-0006 Lot 1802 วันที่ผลิต (Mfg.) 10-01-2561 วันหมดอายุ (Exp.) 10-01-2563

จึงได้เก็บผลิตภัณฑ์ลีนทั้งสองรายการที่พบภายในห้องผู้ตายไปตรวจสอบว่ามีสารอันตรายหรือไม่

– สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่

– วันเดียวกันเจ้าหน้าที่จาก อย. สสจ.ปทุมธานี ทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้สนธิกำลังร่วมกันตรวจสอบ ณ สถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อหาข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม

– จากการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้าง ลดความอ้วนมักลักลอบใส่สารไซบูทรามีนซึ่งเป็นอันตรายและมีผลข้างเคียงร้ายแรง

– อย.ขอย้ำว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถลดความอ้วนได้ หากผู้บริโภคต้องการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและควบคุมอาหาร ไม่ทานอาหารพร่ำเพรื่อ

ควรเลือกรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารรส หวาน มัน เค็ม รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

หากผู้บริโภคต้องการใช้ยาลดความอ้วน จะต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ หรือเภสัชกรเท่านั้น

ไม่ควรหาซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจส่งผลกระทบกับสุขภาพและชีวิต

การใช้ยาลดความอ้วนไม่สามารถทำให้หายจากโรคอ้วนได้ เมื่อหยุดยาไประยะหนึ่งแล้ว จะทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มมากยิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่า YO – YO Effect

หากผู้บริโภคพบเห็นเบาะแสการโฆษณา การผลิต/จำหน่ายยาลดความอ้วนผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ รองเรียนผาน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดต่อไป