RSS

Category Archives: ทั่วไป

สถ.รับสมัครสอบบรรจุเป็นขรก.-พนักงานส่วนท้องถิ่น 9-31 พ.ค.62 / เข้มป้องกันข้อสอบรั่ว-ทุจริตการสอบ

23 เม.ย.2562

สถ.รับสมัครสอบบรรจุเป็นขรก.-พนักงานส่วนท้องถิ่น 9-31 พ.ค.62 / เข้มป้องกันข้อสอบรั่ว-ทุจริตการสอบ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้มีประกาศเรื่องรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2562 แล้ว ซึ่งจะมีการรับสมัครสอบระหว่างวันที่ 9 – 31 พฤษภาคม 2562 ทางเว็บไซด์ http://www.dlaapplicant2562.com

โดยให้ผู้สมัครเลือกตำแหน่งที่จะสมัครเพียง 1 ตำแหน่ง และเลือกกลุ่มภาค/เขต ที่สมัครสอบได้เพียง 1 กลุ่มภาค/เขต จาก 10 กลุ่มภาค/เขต (เพื่อประโยชน์ในการสมัครสอบแข่งขัน การขึ้นบัญชี และการบรรจุแต่งตั้ง) โดยให้ชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบ ได้ 2 ช่องทาง คือ การชำระเงินผ่านเครื่อง ATM (โดยการสแกนบาร์โค้ด หรือ QR Code) และการชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือ (Mobile Application) ในระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2562 เวลา 23.00 น. ทั้งนี้ การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว และได้ดำเนินการครบทุกขั้นตอนภายในวัน เวลา ที่กำหนด

ตำแหน่งที่รับสมัครสอบ จะประกอบด้วยตำแหน่งประเภทวิชาการ 22 ตำแหน่ง ตำแหน่งประเภททั่วไป 21 ตำแหน่ง และตำแหน่งครูผู้ช่วยและครูผู้ดูแลเด็ก 20 สาขาวิชาเอก สำหรับจำนวนอัตราว่างของตำแหน่งต่างๆ ในแต่ละกลุ่มภาค/เขตนั้น สามารถเข้าดูได้ในประกาศรับสมัครสอบที่ http://www.dla.go.th หรือ http://www.dlaapplicant2562.com

ในการรับสมัครสอบครั้งนี้ ผู้สมัครต้องอัพโหลดภาพถ่ายสีหน้าตรง ชุดสุภาพ ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ซึ่งถ่ายไม่เกิน 6 เดือน หรืออาจใช้ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือก็ได้ เพื่อใช้ติดในเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบด้วย และการสอบในครั้งนี้ จะมีการสอบข้อเขียนในภาค ก และภาค ข ก่อน ซึ่งจะมีเนื้อหาวิชาที่จะใช้ในการสอบในตำแหน่งต่าง ๆ ตามที่ได้มีการประกาศไว้ในประกาศรับสมัครสอบ และจะยังคงเหมือนการสอบครั้งที่ผ่านมา ที่จะนำคะแนนภาษาอังกฤษไปรวมกับวิชาอื่นในการสอบภาค ก หากได้ไม่ต่่ำกว่า 60% ก็ถือว่าผ่านการสอบภาค ก ดังนั้น ผู้สมัครสอบจึงควรดูและเตรียมตัวให้พร้อมกับการสอบในครั้งนี้ เพื่อให้ผ่านการสอบภาค ก และภาค ข แล้วจึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาค ค ต่อไป

สำหรับการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบภาค ก และภาค ข จะมีการประกาศในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 และจะประกาศ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ในวันที่ 11 มิถุนายน 2562 ก็ขอให้ผู้สนใจสมัครสอบ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในประกาศรับสมัครสอบทางเว็บไซด์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น http://www.dla.go.th หรือ http://www.dlaapplicant2562.com หรือโทร 06-3237-9888 หรือ 08-1174-3785

และขออย่าได้หลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างว่า สามารถช่วยเหลือผู้ที่จะสมัครสอบให้สามารถเป็นผู้ที่สอบได้ โดยวิธีการต่างๆ เช่น กล่าวอ้างว่ารู้จักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยผู้สมัครสอบให้สอบได้ มีข้อสอบที่ใช้ในการสอบให้ผู้ที่จะสมัครสอบใช้ในการอ่านและท่องจำก่อนสอบ รู้จักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยผู้สมัครสอบให้สอบได้ หรือสามารถส่งสัญญานโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ หรือช่วยผู้เข้าสอบในขณะสอบให้ทำข้อสอบได้ เพราะในการดำเนินการสอบของ กสถ. นั้น จะมีการเพิ่มเติมมาตรการในการป้องกันการทุจริตให้เข้มงวดและเคร่งครัดมาโดยตลอด เพื่อให้การสอบเป็นไปด้วย “ความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ได้คนดี มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม” อย่างแท้จริงมาปฏิบัติงานใน อปท. ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการออกข้อสอบ การคัดเลือกข้อสอบ การพิมพ์ข้อสอบ การจัดสถานที่สอบ การคุมสอบ และการตรวจข้อสอบด้วย และทาง กสถ. ยังได้มีประกาศเรื่อง การแจ้งเตือนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบแข่งขันซึ่งมีทั้งโทษตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดฐานฉ้อโกง ความผิดฐานเป็นตัวการ ความผิดฐานเป็นผู้ใช้ และความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน รวมถึงความรับผิดทางแพ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีเกิดความเสียหายจากการทุจริต ตลอดจนความผิดทางปกครอง

กรณีผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งจะต้องรับโทษทางวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ระดับโทษไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ และสำหรับผู้สมัครสอบ ที่ได้กระทำความผิดดังกล่าว ก็จะเข้าข่ายทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ ทำให้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติการเข้ารับราชการ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ และจะไม่มีสิทธิสมัครสอบเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก ไม่ว่าจะมีการรับสมัครสอบเมื่อใดก็ตาม

ดังนั้นหากพบเห็นหรือทราบพฤติการณ์ดังกล่าว ขอให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หมายเลขโทรศัพท์ 02-241-9000 ต่อ 2014 หรือ 08-1835-5918 หรือเว็บไซต์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น http://www.dla.go.th หรือที่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทุกจังหวัด โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด และดำเนินการทางวินัย (กรณีเป็นข้าราชการ หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น) ต่อผู้แอบอ้างนั้น

โฆษณา
 

เป็นเช่นนี้แล! ไม่ว่าใครก็ตาม..เส้นทางสู่.. “นายกรัฐมนตรี” ตาม รธน.2560 #เลือกตั้ง2562

( เขียนบล็อก : 28 มี.ค.2562)

เป็นเช่นนี้แล! เส้นทางสู่.. “นายกรัฐมนตรี” ตาม รธน.2560 #เลือกตั้ง2562

1. ที่มานายกรัฐมนตรี มาจาก มาตรา 159 และมาตรา 88

– มาตรา 159 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจากบุคคลที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ (ตาม มาตรา 88) จากบัญชีรายชื่อของพรรคที่ได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 5% ของ ส.ส.ทั้งหมด ( 5% ของ 500 = 25 คน)

– มาตรา 88 ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้พรรคฯที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง แจ้งชื่อบุคคลที่พรรคฯจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร ( สภา ส.ส.) โหวตให้เป็นนายกฯไม่เกิน 3 ชื่อ ต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (แต่พรรคการเมืองฯจะไม่เสนอชื่อบุคคลดังกล่าวก็ได้ ซึ่งแปลว่าพรรคฯนั้นไม่มีใครต้องการเป็นนายกฯ)

1.1 ลำดับขั้นตอนการโหวตเลือกรัฐมนตรี

1.1.1 ส.ส.ไม่น้อยกว่า 10% ของทั้งหมด ( 10% ของ 500 = 50 คน) รับรองรายชื่อ ตามมาตรา 88 (ของพรรคฯที่ได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 5%) ที่จะเสนอให้ สภาผู้แทนฯ (สภาฯ เฉพาะ ส.ส.) โหวตให้เป็นนายกฯ

1.1.2 สภาผู้แทนฯ (สภาฯเฉพาะ ส.ส.)โหวตเลือกนายกฯโดยเปิดเผย ด้วยคะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด (251 เสียงขึ้นไป)

1.2 อย่างไรก็ตาม นั่นคือบทปกติ (แม้แปลกๆ แต่ก็ยังเป็นบทปกติ) ที่สนุกกว่านั้นคือ ข้อกำหนดใน “บทเฉพาะกาล” และคำถามพ่วง (ที่ผ่านประชามติ) ตามมาตร 272

– มาตรา 272 ในระยะ5 ปีแรก นับจากมีรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ สมาชิกวฒิสภา (ส.ว.) ร่วมโหวตเลือกนายกฯ ด้วย และร่วมโหวตให้ ส.ส.เสนอชื่อบุคคลนอกบัญชีที่แจ้งไว้ (ตามมาตรา 88 )ได้ (ถ้าไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯ จากบุคคลตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด)

1.3 โดยลำดับขั้นตอนการเลือกนายกฯ (ตามบทเฉพาะกาล+คำถามพ่วง) เป็นดังนี้

1.3.1 ส.ส. ไม่น้อยกว่า 10% เสนอชื่อบุคคล ตามมาตรา 88 (ของพรรคที่ได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 5%) ให้รัฐสภา (ส.ส.+ส.ว.) โหวตเลือกเป็นนายกฯ

1.3.2.ส.ส.+ส.ว. โหวตเกินกึ่งหนี่ง (500+250 =750 ÷2 = 375 +1=376 เสียง) ได้นายกฯ

1.3.3.แต่ถ้าจนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯจากบุคคลตามมาตรา 88 ได้

1.3.4 ส.ส. + ส.ว. ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (ไม่น้อยกว่า 350 คน) เสนอต่อประธานรัฐสภา ขอยกเว้นไม่ต้องโหวตเลือกนายกฯจากบุคคลตามมาตรา 88

1.3.5 ส.ส.+ ส.ว.ประชุมร่วม โหวตไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ( 2 ใน 3 ของ 750 =500 ) ให้ยกเว้นการโหวตเลือกบุคคลเพื่อเป็นนายกฯจากบุคคลตามมาตรา 88 ได้ (แต่ถ้าเสียงไม่ถึงก็ยกเว้นไม่ได้)

1.3.6 ส.ส.ไม่น้อยกว่า 10% (50 คน) เสนอชื่อใครก็ได้ให้ รัฐสภา (ส.ส.+ ส.ว.) โหวตเลือกเป็นนายกฯ ( ต้องคะแนนเกินกึ่งหนึ่ง คือ 376 เสียงขึ้นไป)

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 28, 2019 in ทั่วไป

 

เป็นเช่นนี้แล! เส้นทางสู่.. “นายกรัฐมนตรี” ตาม รธน.2560 #เลือกตั้ง2562

( เขียนบล็อก : 28 มี.ค.2562)

เป็นเช่นนี้แล! เส้นทางสู่.. “นายกรัฐมนตรี” ตาม รธน.2560 #เลือกตั้ง2562

1. ที่มานายกรัฐมนตรี มาจาก มาตรา 159 และมาตรา 88

– มาตรา 159 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจากบุคคลที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ (ตาม มาตรา 88) จากบัญชีรายชื่อของพรรคที่ได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 5% ของ ส.ส.ทั้งหมด ( 5% ของ 500 = 25 คน)

– มาตรา 88 ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้พรรคฯที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง แจ้งชื่อบุคคลที่พรรคฯจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร ( สภา ส.ส.) โหวตให้เป็นนายกฯไม่เกิน 3 ชื่อ ต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (แต่พรรคการเมืองฯจะไม่เสนอชื่อบุคคลดังกล่าวก็ได้ ซึ่งแปลว่าพรรคฯนั้นไม่มีใครต้องการเป็นนายกฯ)

1.1 ลำดับขั้นตอนการโหวตเลือกรัฐมนตรี

1.1.1 ส.ส.ไม่น้อยกว่า 10% ของทั้งหมด ( 10% ของ 500 = 50 คน) รับรองรายชื่อ ตามมาตรา 88 (ของพรรคฯที่ได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 5%) ที่จะเสนอให้ สภาผู้แทนฯ (สภาฯ เฉพาะ ส.ส.) โหวตให้เป็นนายกฯ

1.1.2 สภาผู้แทนฯ (สภาฯเฉพาะ ส.ส.)โหวตเลือกนายกฯโดยเปิดเผย ด้วยคะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด (251 เสียงขึ้นไป)

1.2 อย่างไรก็ตาม นั่นคือบทปกติ (แม้แปลกๆ แต่ก็ยังเป็นบทปกติ) ที่สนุกกว่านั้นคือ ข้อกำหนดใน “บทเฉพาะกาล” และคำถามพ่วง (ที่ผ่านประชามติ) ตามมาตร 272

– มาตรา 272 ในระยะ5 ปีแรก นับจากมีรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ สมาชิกวฒิสภา (ส.ว.) ร่วมโหวตเลือกนายกฯ ด้วย และร่วมโหวตให้ ส.ส.เสนอชื่อบุคคลนอกบัญชีที่แจ้งไว้ (ตามมาตรา 88 )ได้ (ถ้าไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯ จากบุคคลตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด)

1.3 โดยลำดับขั้นตอนการเลือกนายกฯ (ตามบทเฉพาะกาล+คำถามพ่วง) เป็นดังนี้

1.3.1 ส.ส. ไม่น้อยกว่า 10% เสนอชื่อบุคคล ตามมาตรา 88 (ของพรรคที่ได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 5%) ให้รัฐสภา (ส.ส.+ส.ว.) โหวตเลือกเป็นนายกฯ

1.3.2.ส.ส.+ส.ว. โหวตเกินกึ่งหนี่ง (500+250 =750 ÷2 = 375 +1=376 เสียง) ได้นายกฯ

1.3.3.แต่ถ้าจนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯจากบุคคลตามมาตรา 88 ได้

1.3.4 ส.ส. + ส.ว. ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (ไม่น้อยกว่า 350 คน) เสนอต่อประธานรัฐสภา ขอยกเว้นไม่ต้องโหวตเลือกนายกฯจากบุคคลตามมาตรา 88

1.3.5 ส.ส.+ ส.ว.ประชุมร่วม โหวตไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ( 2 ใน 3 ของ 750 =500 ) ให้ยกเว้นการโหวตเลือกบุคคลเพื่อเป็นนายกฯจากบุคคลตามมาตรา 88 ได้ (แต่ถ้าเสียงไม่ถึงก็ยกเว้นไม่ได้)

1.3.6 ส.ส.ไม่น้อยกว่า 10% (50 คน) เสนอชื่อใครก็ได้ให้ รัฐสภา (ส.ส.+ ส.ว.) โหวตเลือกเป็นนายกฯ ( ต้องคะแนนเกินกึ่งหนึ่ง คือ 376 เสียงขึ้นไป)

นี่คืออำนาจหน้าที่สำคัญประการหนึ่งของ ส.ว.ตาม “บทเฉพาะกาล” ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 28, 2019 in ทั่วไป

 

6 พรรค! แถลงการณ์ร่วม การลงสัตยาบันเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. #เลือกตั้ง62

แถลงการณ์ร่วม
การลงสัตยาบันเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.

วันที่ 27 มีนาคม 2562

ตามที่ได้มีการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 และได้รับทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการไปแล้วนั้น
บัดนี้ พรรคการเมืองตามรายชื่อท้ายแถลงการณ์นี้ ซึ่งยืนยันว่าได้รวบรวมเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่า 255 เสียง ได้ลงสัตยาบันร่วมกันในการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.
จึงแสดงเจตนารมณ์ไว้ร่วมกัน

ลงชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
(พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์)

ลงชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
(นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ)

ลงชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย
(พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส)

ลงชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ
(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา)

ลงชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ
(นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์)

ลงชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย
(นายนิคม บุญวิเศษ)

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 27, 2019 in ทั่วไป

 

เลือกตั้งล่วงหน้า..วันพรุ่งนี้! ดูจำนวนผู้ใช้สิทธิ์-หน่วย ลต.ล่วงหน้า ทั่วปท. #เลือกตั้ง62

(โพสต์ : 16 มี.ค.62)

– กกต.แนะนำให้วางแผนการเดินทางไปใช้สิทธิ์.. เพราะ บางเขต..คนใช้สิทธิ์ มากกว่า 20,000 คน – บางเขตมีมากกว่า 60,000 คน

– ผู้ใช้สิทธิ์..พก “บัตรประจำตัวประชาชน” ไปใบเดียว.. ไปยื่นให้ จนท.ตรวจสอบรายชื่อในคอมพ์ฯ .. // ถ้าคอมจนท.พัง หรือ ไฟดับ ใช้คอมพ์ไม่ได้.. ให้ ผู้ใช้สิทธิ์.. โหลดแอพฯ “Smart Vote”ของ กกต. ( ใส่มือถือไว้ล่วงหน้าเผื่อไว้ก็ได้) ..เพื่อแสดงข้อมูลการลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าในเว็บกกต. แสดงให้เจ้าหน้าที่ดู

– ไปที่เต๊นท์หน่วยเลือกตั้ง.. ทางเจ้าหน้าที่จะคีย์ข้อมูล แล้วแจ้งเราว่า .. ต้องเดินแยกไปที่เต๊นท์ไหน..เพื่อเข้าคูหา .. (ขึ้นอยู่กับภูมิลำเนา จังหวัดนั้นๆ จนท.จะจัดเต๊นท์ ตามจังหวัดแยกไว้ )

– ขณะอยู่ในหน่วยเลือกตั้ง..สามารถเซลฟี่ได้.. แต่ห้ามถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง / ห้ามถ่ายรูปที่กาลงเลือกในบัตร / ห้ามถ่ายรูปที่กาแล้วโพสต์โซเชียล

– ถ้าจำผู้สมัครไม่ได้ . สามารถนำเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร เข้าคูหาได้ .. หรือ จดเบอร์ผู้สมัครใส่มือ..เดินเข้าคูหาได้..

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 16, 2019 in ทั่วไป

 

มีคำตอบ..ทำไม”ระบบขัดข้อง”..! จริงหรือไม่ ? “BTS เจอคลื่นไวไฟป่วน กระทบระบบเดินรถ”

เขียนบล็อก : 26 มิถุนายน 2560

มีคำตอบ..ทำไม”ระบบขัดข้อง”..! จริงหรือไม่ ? “BTS เจอคลื่นไวไฟป่วน กระทบระบบเดินรถ ..”

ตรวจสอบข้อมูลกับ แหล่งข่าวระดับสูงของ กสทช. ยืนยันว่า ..มีความเป็นไปได้มากที่ คลื่นสัญญาณไวไฟ จะป่วนแทรกกวนระบบสั่งการเดินรถไฟฟ้าของ BTS จริง .. เป็นไง ไปไง จะแก้ยังไง มีทางออกไหม จะประมวลที่คุยกับแหล่งข่าวเล่าให้ทุกท่านฟังค่ะ

@ทำไม สัญญาณไวไฟ ถึง ไปป่วนกวน BTS ได้ ?

ตอบ : เพราะ BTS ใช้คลื่น 2400 Mhz ควบคุมระบบเดินรถ และ สั่งการระหว่างกัน และ BTS ไม่ได้สร้างระบบป้องกันการโดนรบกวน

*****************

@ ไวไฟ ที่ไหน มากวน BTS

ตอบ : ต้องตรวจสอบว่า เป็นไวไฟของใคร มาจากแหล่งไหนกันบ้าง เพราะ ไวไฟ ย่าน 2400 หน่วยงานไหน คนทั่วไปก็ใช้กันได้ เพราะเป็นคลื่นที่ กสทช. ให้ใช้แบบสาธารณะได้อยู่แล้ว แต่หน่วยงาน / องค์กรนั้นๆ ต้องขออนุญาตการใช้ ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบัน ใครๆ ก็ใช้กันได้หลากหลาย

จึงมีความเป็นไปได้ว่า ระหว่างที่รถ BTS วิ่งผ่านจุดที่โดนกวน .. ทำให้ระบบการควบคุมและสั่งการไม่เสถียร ทาง BTS จึงจำเป็นต้องหยุดเดินรถบางสถานี หรือ แช่รถที่ชานชาลานานกว่าปกติ เพื่อตรวจสอบระบบการเดินรถ หรือ ปล่อยรถจนแน่ใจว่า ปลอดภัยจริงๆ จึงจะสั่งการได้

*************

@ แล้ว BTS รับรู้ปัญหานี้มาก่อนหรือไม่

คำตอบ : BTS รู้แน่นอน และ รู้มาก่อนแล้วด้วยว่า การใช้คลื่น 2400 MHz เพื่อควบคุมระบบสั่งการเดินรถ จะไม่ได้รับการคุ้มครองการใช้คลื่นย่านนี้จาก กสทช. เพราะ BTS เคยถาม กสทช. และ กสทช. มีหนังสือตอบกลับไปให้รับทราบแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ ซึ่ง BTS รู้ดีว่าความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

**************

@ ถ้า BTS รู้มาก่อน แล้วทำไมเขาจึงยังใช้คลื่นนี้อีก ประเมินอย่างไร

ตอบ : เรื่องนี้ต้องไปถามทาง BTS

*************

@ ศักยภาพของคลื่น 2400 MHz ที่ปล่อยสัญญาณให้คนทั่วไป / องค์กรใช้ มันไปไกลได้แค่ไหน

ตอบ : ถ้าเป็นห้อง ก็ทะลุได้ 2 ห้อง .. แต่กำแพงห้องที่ 3 นี่ ทะลุไม่ได้แล้ว

************

@ ทำไม ระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่เกิดการกวน

ตอบ : คลื่นไม่ลงไปถึงใต้ดิน เพราะคลื่นแต่ละคลื่นมีความเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน

******************

@ ทางออกของ BTS จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง

ตอบ : เขารับทราบมาก่อนอยู่แล้ว ว่า ปัญหาเขาคืออะไร รู้มานานแล้ว แต่ไม่ได้แก้จริงจัง จนทำให้ระบบคลื่นควบคุมรถโดนรบกวน ทางออกคือ ต้องสร้างระบบป้องกัน ไม่ให้คลื่นความถี่โดนรบกวน แต่การลงทุนแพง อยู่ที่ BTS จะกล้าลงทุนหรือไม่

******************

@ มีทางออกอื่นอีกไหม

ตอบ : มีอีกทาง คือ การขอเปลี่ยนย่านความถี่ ไปใช้ย่านอื่นที่ไม่ใช่ 2400MHz เพื่อควบคุมระบบเดินรถและสั่งการ

ซึ่งปัจจุบัน กสทช. กันคลื่น 5 เมกฯ ย่าน 800- 900 MHz ไว้ให้ใช้สำหรับ การควบคุมรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่กำลังจะก่อสร้างอยู่แล้ว BTS สามารถประสานมาขอใช้คลื่นนี่ได้ ใน 2 รูปแบบ

รูปแบบแรก คือ กทม. เป็นเจ้าของสัมปทาน กับ BTS ให้ กทม. ทำเรื่องขอมารับใบอนุญาตแทน BTS กสทช. มีย่านอื่นให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมอยู่แล้ว แค่ประสานมา

อีกทาง คือ กระทรวงคมนาคม เจ้าของโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ประสานมาขอใบอนุญาต เพื่ออนุญาตให้ BTS ใช้ร่วม แต่อาจต้องรอคอยช่วงปี 2562 ที่โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงน่าจะแล้วเสร็จ

ซึ่งการให้ กทม. หรือ ก.คมนาคม ขอใบอนุญาต เพราะเป็นหน่วยงานที่ต้องไปกำกับ BTS อีกทีหนึ่ง

แหล่งข่าว ยืนยันย้ำว่า.. จริงๆ ปัญหานี้ แก้ไม่ยาก.. ถ้า BTS รับฟังและพิจารณาจริงจัง

***************

สำหรับประเทศไทย การควบคุมการเดินรถไฟฟ้า เช่น บีทีเอส , รถไฟใต้ดิน (เอ็มอาร์ที) และ แอร์พอร์ตเรล ลิ้งค์ จะเน้นใช้ระบบแบบ Communication Based Train Control (CBTC) ที่ใช้สื่อสารในการปฏิบัติงานควบคุม กับรถไฟ และศูนย์ควบคุม ผ่านคลื่นความถี่ 2400 Mhz (WiFi ) หรือเทคโนโลยีแบย 5G หรืออาจจะไปใช้เครือข่าย GSM-R ซึ่งป็นที่นิยมของการควบคุมระบบรถไฟความเร็วสูงในหลายประเทศ หรือ คลื่นย่าน 900 Mhz

ส่วนคลื่นโทรศัพท์ที่ทั่วโลกและไทยนิยมใช้คือคลื่นย่าน 800 / 900/ 1800 และ 2100 Mhz

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 26, 2018 in ทั่วไป

 

อันตรายถึงตาย! “ยาฉีดสลายไขมัน” อย.เตือน อย่าหลงเชื่อโฆษณาทางสื่อหรือจากเน็ทไอดอล เสี่ยง ทำให้เกิดการแพ้ขั้นรุนแรง อันตรายถึงตายได้

อันตราย..อย่าหลงเชื่อ! “ยาฉีดสลายไขมัน” อย.เตือน อย่าหลงเชื่อโฆษณาทางสื่อหรือจากเน็ทไอดอล เสี่ยง ทำให้เกิดการแพ้ขั้นรุนแรง อันตรายถึงตายได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่เคยมีการขึ้นทะเบียนตำรับยาแต่อย่างใด และหากอ้างเป็นเครื่องสำอาง อย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด เพราะไม่เข้าข่ายเนื่องจากเป็นการใช้วิธีฉีดเข้าสู่ร่างกาย ไม่ได้ใช้บำรุงผิว คิดสักนิดก่อนตัดสินใจ

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับข้อมูลว่าพบการโฆษณาชวนเชื่อจากเน็ทไอดอลเชิญชวนสาว ๆ ฉีดสารบางชนิดเพื่อลดไขมัน นั้น อย. มีความห่วงใยคุณผู้หญิง เกรงจะได้รับอันตรายจากการใช้ เนื่องจาก อย. ไม่เคยรับขึ้นทะเบียนตำรับยาผลิตภัณฑ์ฉีดสลายไขมันใด ๆ ทั้งสิ้น

เทคนิคการสลายไขมันด้วยการฉีดเฉพาะจุด ยังไม่เคยมีการรับรองมาตรฐานหรือมีงานวิจัยทางการแพทย์ที่รองรับอย่างชัดเจนว่าได้ผลในการสลายไขมันแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ยาที่มีการนำมา ใช้ฉีดเพื่อสลายไขมันตามโฆษณาที่เรียกว่าการฉีดเมโสแฟต แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ ยากลุ่มสารสเตียรอยด์ ใช้สำหรับรักษาโรคที่มีการอักเสบภายในร่างกาย หากนำสารสเตียรอยด์มาฉีดเพื่อสลายไขมัน ถือว่านำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทำให้เกิดผลข้างเคียง และอันตราย เช่น เกิดผิวหนังบุ๋ม เกิดการติดเชื้อ หรือมีการบวมน้ำตามร่างกายได้

ส่วนยากลุ่มที่ 2 เป็นยาที่ใช้กันในต่างประเทศ ยังไม่ผ่านการรับรองเพื่อการฉีดจาก อย. ถือเป็นการฉีดที่ไม่ปลอดภัย หากวิธีการฉีดไม่สะอาดพอ ก็อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และอาจเกิดผลร้ายแรงตามมา หรือทำให้ผิวหนังเป็นลูกคลื่นจากการสลายไขมันเป็นหย่อม ๆ เนื่องจากเวลาฉีดไม่ได้ฉีดเพียงจุดเดียว อาจฉีดเป็นสิบหรือเป็นร้อยจุด ทั้งนี้ การฉีดสารใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย สารที่ฉีดต้องได้รับการรับรองจาก อย. และผู้ฉีดต้องเป็นแพทย์เท่านั้น

ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นการลักลอบนำเข้ามาใช้และนำมาโฆษณาขายและฉีดในราคาถูก ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงขอเตือนหญิงสาวที่รักสวยรักงามอย่าหลงเชื่อโฆษณา อวดสรรพคุณที่พบมากทางสื่อออนไลน์หรือจากพรีเซ็นเตอร์หรือเน็ทไอดอลเด็ดขาด ให้ศึกษาถึงผลดีผลเสียก่อน มิฉะนั้น นอกจากเสียเงินทองแล้ว อาจได้ของแถมเป็นรอยตำหนิ

หากรายใดที่ถูกฉีดไปแล้ว และเกิดผลข้างเคียง ขอให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาโดยด่วน ซึ่งวิธีที่ปลอดภัยและมีหุ่นสวยเพรียว ขอให้เน้นการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร

หากพบการโฆษณาฉีดสารสลายไขมันทางสื่อใด ๆ ก็ตาม ขอให้แจ้งร้องเรียนมายัง สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือ Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อเจ้าหน้าที่จะรีบตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 7, 2018 in ทั่วไป