RSS

Category Archives: ตรวจสอบ..ความโปร่งใส-ปมกังขา

70 ตำแหน่ง! หน.คสช.ใช้ ม.44 สั่ง ระงับปฏิบัติหน้าที่- ย้ายข้าราชการ-ปลัดอปท.-ผอ.สถานศึกษา

 

จดหมายเปิดผนึก! เครือข่ายนักวิชาการ นักศึกษา ศิลปิน และภาคประชาสังคม”ข้อเสนอแนะ ทางออก แก้วิกฤติชุมชนป้อมมหากาฬ”

 

พฤติกรรม..ก๊วนจีนปั่น like! คำบอกเล่า..จากผู้ให้คนจีนเช่าบ้าน คดีซิมโทรศัพท์ปริศนา 3.47 แสนเบอร์ ตัวการหลักยังหนีลอยนวล 

18 มิถุนายน 2560 

ผู้เขียน : ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าว”Thai PBS” 

พฤติกรรม..ก๊วนจีนปั่น like! คำบอกเล่า..จากผู้ให้คนจีนเช่าบ้าน คดีซิมของกลางปริศนา 3.47 แสนเบอร์ ตัวการหลักยังหนีลอยนวล เผยบ้านเช่าคนจีนใช้ไฟเดือนละ 4,500 บาท นอนกลางวัน ทำงานกลางคืน มีหญิงคนไทยจัดหาบ้านเช่าให้..ใช้เป็นฐานปฏิบัติการปั่นยอดวิว ..

ไทยพีบีเอส..พูดคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง..ดูแลหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่กลุ่มชาวจีนไปเช่าบ้านอยู่ ทีมข่าวสอบถามที่มาที่ไปของกลุ่มคนจีนเหล่านี้ 

– เริ่มเข้ามาเช่าได้อย่างไร ..? 

ตอบ : มีผู้หญิงไทย เป็นข้าราชการ ในจัดหวัดสระแก้ว สอบถามและว่าจะมีคนจีนมาเช่า ซึ่งปกติ ที่นี่ ก็ให้คนต่างชาติเช่าอยู่บ้าง เลยไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะเราทำตามกฎของ ตม.ชัดเจน ว่า ถ้ามีต่างชาติมาอยู่ ให้แจ้งภายใน 24 ชั่วโมง เอาหลักฐานพาสปอร์ต วีซ่า เดินทางไปแสดงให้ ตม.รับทราบ 

– เริ่มเข้าอยู่ในบ้านเมื่อไหร่ ..? 

ตอบ : เขาก็มากัน เดือนกุมภาพันธ์ 2560 คนจีน ตอนแรกมาคนเดียว ยังไม่มีเพื่อนคนจีน แล้วก็หญิงไทย ซึ่งทำงานแถวนี้ เราก็เอาบัตรปชช. ผู้หญิง แล้วก็พาสปอร์ตคนจีนมา เพราะเขาเป็นผู้เช่า ตอนมาก็เห็นว่า หิ้วกระเป๋ามาใบเดียว ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ  มีพักหลัง ที่มีเพื่อนชาวจีนเขามาเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้อะไรแจ้งตม. แล้วก็ไม่ได้สนใจ เพราะเขาอยู่บ้านเดียวกัน เขาพูดจีน เราสื่อสารไม่ได้ มีอะไรที่จะต้องติดต่อ ก็โทรผ่านผู้หญิงคนนี้ เขาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับคนจีน

– กำหนดสัญญาเช่าอย่างไรบ้าง เหมือนกับคนอื่นไหม

ตอบ : ปกติเราทำสัญญา 1 ปี ทั่วไปอยู่แล้ว แต่กรณีนี้ เขาเจรจา ขอเช่าอยู่ 6 เดือน มีต่อรองกัน เขาให้เหตุผลว่า จะอยู่ระยะสั้น แป๊ปเดียวเดี๋ยวจะย้ายไปที่อื่นแล้ว เราก็ตกลง ให้เช่าบ้าน เป็นบ้าน 2 ชั้น ราคาเดือนละ 15,000 บาท มัดจำล่วงหน้า 2 เดือน 

– พฤติกรรมการใช้ชีวิตของชาวจีนในบ้านเป็นอย่างไร

ตอบ : ก็เห็นและได้ยินคนในหมู่บ้าน ใกล้ๆ บ้านเขาบอกว่า นอนกันตอนกลางวัน และทำงานกันตอนกลางคืน แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า เขาทำอะไรกันในบ้าน จนวันที่ตำรวจไปจับ ถึงรู้ว่า มีซิมโทรศัพท์มากมาย และมีอุปกรณ์มือถือ เครื่องโทรศัพท์จำนวนมาก ก็เพิ่งมาเห็นตอนเป็นข่าวแล้ว อย่างที่บอก เราไม่ได้สนใจรายละเอียดในบ้านเขา ก็เหมือนผู้เช่ารายอื่น ที่เมื่อให้เช่าแล้ว เราก็ไม่ได้สนใจอะไร 

– เคยให้เขาส่งของ พัสดุ หรือ มีพัสดุ สิ่งของมาส่งบ้างหรือไม่ 

ตอบ : เคยเห็นค่ะ เป็นกล่องๆ มาส่งเป็นระยะ และช่วงแรกๆ เขายังมาขอชื่อและที่อยู่บ้านเราไปด้วย เพื่อให้เรารับของพัสดุแทนเขา รับมาก็เอาไปให้เขา 2 ครั้ง หลังจากนั้น ก็โทรบอกผู้หญิงไทยให้เขาทราบว่า เราจะไม่รับฝากของอีกแล้ว ไม่ใช่อะไร เราแค่รู้สึกว่า ไม่สบายใจ เพราะไม่รู้ว่า ของที่รับแทนมาเป็นอะไร 

ใจเราก็ไม่อยากยุ่งกับเรื่องแบบนี้แต่แรกแล้ว เพราะหนึ่งเขาเป็นต่างชาติ ยิ่งเป็นคนจีนพูดก็ไม่รู้เรื่องกันอยู่แล้ว เคยได้ยินมาเหมือนกันว่า คนจีนไปเช่าบ้านในประเทศไทย ทำโน่น..ทำนี่ แต่เราก็ไม่ได้คิดว่า บ้านเราที่ให้เช่าจะมีปัญหา

หลังจากนั้น ก็แจ้งผ่านผู้หญิงไทย ให้คนจีนติดต่อรับส่งพัสดุเอง เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น เราก็ไม่อยากไปมีส่วนร่วมรับผิดด้วย 

– ตอนรับพัสดุ..ได้สังเกตไหมว่าเป็นอย่างไร ส่งผ่านมาทางไหน 

ตอบ :  ไม่ได้สังเกตมากค่ะ แต่ตอนรับจะมีรถขนส่งสินค้าของเอกชนทั่วไปเป็นผู้ขนส่งมาให้ รับมาแล้ว ก็ไม่เคยเขย่า เพราะกลัวว่าของๆ เขาจะแตก หรือ เสียหาย เดาไม่ได้ด้วยว่า เป็นซิมโทรศัพท์หรือไม่ เพราะเป็นกล่องสีน้ำตาลทึบแบบกล่องใส่ของปกติ

– คนจีนเคยฝากส่งของไหม..?

ตอบ : ไม่เคยค่ะ 

–  อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ อื่นๆ เข้ามาอยู่ในบ้านคนจีนได้อย่างไร ..?  ( ตำรวจยึดของกลางคดีนี้ไว้ คดีแรกรวม 21 รายการ คดีสองรวม 17 รายการ รวมซิมมือถือกว่า 3.47 เบอร์) 

ตอบ : (หัวเราะ) ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ อย่างที่บอก เหมือนคนเช่าบ้านทั่วไป ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เราทำแค่ที่ ตม.บอก คือรายงานใน 24 ชม. เมื่อเขามาเช่สบ้านจากนั้นก็จบ ถ้าเขาไม่ได้ต้องการอะไร ก็ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับเขา  วันที่ตำรวจจับ เจอแผงโทรศัพท์ ก็ไม่ได้อยุ่ด้วย แต่ทางตำรวจโทรตามให้ไปช่วยชี้ตัว เอาจริงๆ นะยังตกใจเลยตอนเห็นข่าว เห็นภาพแผงมือถือ อุปกรณ์อะไรมากมายขนาดนั้น ก็ยังสงสัยว่า เขาไปขนเข้าบ้านกันมาตอนไหน


– บ้านหลังนี้ มีข้อมูลไหมว่า การจ่ายค่าไฟ คนจีนจ่ายค่าไฟเดือนละเท่าไหร่ ( ถามประเด็นนี้ เพราะเห็นจากแผงวางมือถือ ตามรูปนะคะ มีการชาร์ตไฟ..เสียบแบตกัน อุปกรณ์ไอทีทั้งนั้น ถ้าจะใช้งานแบบนี้ ค่าไฟน่าจะเป็นตัวบอกข้อมูลอะไรได้บ้าง) 
ตอบ : ทราบค่ะ ค่าไฟบ้านนี้พุ่งสูงกว่า บ้านหลังอื่นๆ ค่าไฟเฉลี่ยรวมก็ตกเดือนละ 4,000 บาท – 5,000 บาท ถ้าเปรียบเทียบกับค่าไฟบ้านหลังอื่นๆ ก็ประมาณ 1,000 บาท

– เหตุเกิดขณะนี้ เขาโดนจับกันแล้ว มีใครจ่ายค่าเช่าบ้านหรือยัง

ตอบ : โอ้ยยย ..ยังไม่จ่ายเลยค่ะ เขาติดค่าเช่าของเดือนพฤษภาคมอยู่งวดนึงด้วย ของมิถุนา เดือนนี้ ไม่ต้องคิดถึงเลย แต่ก็จะไม่ทวงนะ ไม่เอา ยอมปล่อยไม่อยากมีปัญหา 

– จากนี้ จะมีแนวทางให้คนต่างชาติเช่าบ้านอีกหรือไม่ 

ตอบ : (หัวเราะ) ไม่เอาแล้ว เข็ดแล้วค่ะ ชาติไหนก็ไม่เอาแล้ว ให้คนไทยเช่าดีกว่า อย่างน้อยก็ยังคุยสื่อสารกันรู้เรื่อง นี่ยังดีนะว่าไม่โดนไปด้วย แต่เราก็แสดงความบริสุทธิ์ใจแต่แรกแล้ว อย่างเขามาเช่า เราก็รีบบอก ตม. ไม่ได้ปกปิดอะไร ..ตำรวจถามอะไร ก็บอก ก็ให้ความร่วมมือ ..ขนาดนักข่าวมาถามเรายังบอกเลยนี่ ไม่อยากปิด ไม่มีประโยชน์อะไร 

 – คดีนี ตำรวจเชิญไปสอบปากคำอย่างไรบ้างแล้ว..?

ตอบ : ก็มีช่วงแรก อ่อแล้วก็เมื่อคืนนี้ ตำรวจโทรมาเชิญไปให้ปากคำเมื่อ 3 ทุ่ม และชี้ตัวบุคคลที่เป็นคนจีนอีกคนหนึ่ง เพราะตำรวจยังจับไม่ได้อีกคนหนึ่ง  ด้วยการดูรูปผ่านสำเนาพาสปอร์ตว่าตรงตัวกันหรือไม่ ก็ยืนยันไปว่าใช่ เพราะเป็นคนหลักที่มาขอเช่าบ้าน เป็นคนที่ยื่นพาสปอร์ตมาตอนเข้าอยู่ แต่ตอนนี้ ตำรวจว่ายังหลบหนีอยู่

************

หมายเหตุ : ..พูดคุยกันราวๆ เกือบ ครึ่งชั่วโมง ที่ศาลารอรถ ข้างทาง ใกล้ๆ หมู่บ้านที่เกิดเหตุ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว


 

อัพเดท 5 วันผ่าน..!  คดี ซิมโทรศัพท์ปริศนา 347,000 เบอร์ หลังจาก ตร.อรัญฯ สระแก้ว จับ 3 คนจีน พร้อมอุปกรณ์คอมพ์-ไอโฟน 500 เครื่อง

17 มิถุนายน พ.ศ.2560 
5 วันผ่าน!  คดี ซิมโทรศัพท์ปริศนา 347,000 เบอร์ หลังจาก ตร.อรัญฯ สระแก้ว จับ 3 คนจีน พร้อมอุปกรณ์คอมพ์-ไอโฟน 500 เครื่อง

…ขอสรุปคร่าวๆ นะคะในประเด็นเหล่านี้..

1.สรุปความคืบหน้า  

2.ผลตรวจสอบ 

3.ปมที่มา..พบซิมไทยส่วนหนึ่งมาจากกัมพูชา..?

4. กสทช.ยังไงต่อ..?

5. ตำรวจ..รออะไร..? 

6. เชื่อ-ไม่เชื่อ ปัญหาคาใจ? 

7. คนเราจะซื้อซิมจำนวนมากๆ ได้หรือไม่ ?


 1.สรุปความคืบหน้า

– ช่วงเวลานี้ 4-5 วันมานี้.. เป็นบรรยากาศแห่งการสแกนบาร์โค้ทของค่ายมือถือ ทั้ง AIS / Dtac และ True ที่ สถานีตำรวจ (สภ.อรัญประเทศ) ห่างชายแดน ราวๆ 5-6 กม. (โรงเกลือ- ปอยเปต) 

– วันๆ .. ก็จะได้ยินเสียง …ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด….ติ๊ดๆๆๆๆๆ ระรัว..มือเป็นระวิง..  ภายใต้ระยะเวลา ที่ต้องเร่งสแกนบาร์โค้ทซิมกว่า 347,000 ซิม.. ให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด



– AIS ระดมทีม 30 คน .. ใช้เวลา ..วันเดียวจบ สแกน 105,485 เบอร์ 

– Dtac มาวันแรกเมื่อ 2 วันก่อน..มาถึงก็ครึ่งบ่ายแล้ว งานไม่จบ.. สแกนได้ 16,000 เบอร์ … วันต่อมา (เมื่อวาน) เพิ่มคน..เพิ่มเครื่องสแกน เพิ่มคนช่วย เริ่มตั้งแต่เช้า จนถึง 5 ทุ่ม ปิดจ็อบสแกนสำเร็จ 104,439 เบอร์ วันนี้เจอทีมดีแทค ตาโหลไปตามๆ กัน

– Truemove จริงๆ มาถึง สภ.อรัญฯ ค่ายแรกช่วงหลังเกิดเหตุแรกๆ แต่ใช้วิธีสุ่มสแกนบาร์โค้ทซิม ทำไปได้ 7,000 เบอร์ แล้วทิ้งไป 2 วัน เข้าใจว่า .. ทาง ตำรวจ หรือ กสทช. แจ้งว่าการสแกนต้องทำทุกชิ้นที่เป็นของกลาง … 

มาวันนี้เลยงานงอก เพราะ อีก 2 ค่าย AIS กับ Dtac ทำเสร็จไปแล้ว .. แต่ True ยังต้องสแกนที่เหลืออีกนับแสนเบอร์ เพราะของ True โดนยึดเป็นของกลางมากที่สุด 131,000 เบอร์ วันนี้ จึงได้ยินเสียง ติ๊ดๆๆๆๆ ตั้งแต่เช้า 


– แล้วข้อกำหนด กสทช. คือ ทั้ง 3 ค่าย ต้องส่งรายงานเบอร์ ให้ กสทช. ทราบภายในวันนี้ … คือ ต้องทราบว่า ของกลางเหล่านี้.. ใช้เบอร์อะไร
– เพื่อ กสทช.จะสรุปรายงานส่งให้ตำรวจ

2. ผลตรวจสอบ (ยังไม่สรุป..แต่มีอัพเดท)

– การสแกนบาร์โค้ทซิมโทรศัพท์ ของทั้ง 2 ค่ายมือถือที่แล้วเสร็จไปแล้ว ทำให้ กสทช.ได้รับแจ้งเบื้องต้นว่า บางเบอร์ พบว่า มาจากกัมพูชา และภาคกลางของไทย

เบื้องต้น..บางซิมที่ตรวจสอบพบว่าถูกเปิดใช้งานแล้ว…. และลงทะเบียนซิม ..แต่ ยังไม่มีใครบอกได้ว่า… ลงทะเบียนโดยใคร  

3.ปมที่มา..พบซิมไทยส่วนหนึ่งมาจากกัมพูชา..?

– พูดคุยสอบถามกับแหล่งข่าวหลายคน สันนิษฐานคล้ายๆ กันว่า เป็นการใช้งานบริเวณชายแดน และบางส่วนเป็นข้อสันนิษฐานจาก กสทช. ว่า อาจมีกลุ่มทัวร์ ที่ไปเที่ยวในปอยเปตแล้ว แจกซิมฟรีของค่ายมือถือ รวมในแพคเกจท่องเที่ยว และแพคเกจเข้ากาสิโน 

– โดยคาดเดาว่า ผู้จัดแพคเกจ เป็นผู้จัดหาซิมฟรีของไทย จะจัดเตรียมไว้ให้ใช้ระยะสั้นๆ ในแพคเกจกิน-นอน-เที่ยว-โทร พอเข้าไปฝั่งปอยเปตได้  แต่ถ้าไม่มีใครใช้ ก็ทิ้งๆ ไป..ขายส่งแบบเหมาเข่ง หรือ เป็นถุง ก็มีความเป็นได้ แต่จะไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นล็อตของกลาง 3.47 แสนซิมแน่นอน

4.กสทช.ยังไงต่อ..?
– นำไปสู่การรอตรวจสอบ..ของ 3 ค่ายมือถือที่จะรายงาน…หลังรู้เบอร์..ก็จะรู้แหล่งที่มาของซิม.. เมื่อรู้แหล่งที่มาแล้ว ..ที่มานั้นจะเป็นตัวบอกข้อมูลอะไรได้หลายๆ อย่างในตัวซิมมันเอง เช่น 

ซิมนี้มาจากภูมิภาคไหน / จังหวัด / เขต / อำเภออะไร / 

ลงทะเบียน..ด้วยบัตรประชาชน.. มีหรือไม่ 

ถ้าไม่…ค่ายมือถือก็งานเข้าเต็มๆ … (ต้องไปเจอคำสั่งลงโทษจาก กสทช.) 


แต่ถ้ามีลงทะเบียน..คือใคร .. เป็นคนไทย หรือ ต่างชาติ

การลงทะเบียนเป็นตัวบุคคล หรือ ในนามตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) 

– ข้อมูล จาก กสทช.เท่าที่เคยทำข่าว กสทช. มาหลายประเด็น ข้อมูลดิบๆ ภาพรวมเบอร์โทรฯ ในตลาดอุตสาหกรรมซิมโทรศัพท์ ขณะนี้มี 120 ล้านเบอร์ 

ในจำนวนนี้ เป็นเบอร์ระบบเติมเงิน 90% 

และมีประมาณ 20% ของจำนวนซิมทั้งหมด.. เป็นการลงทะเบียนในนามตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) 


5. ตำรวจ..รออะไร..? 
-หลังจากฝากขังผู้ต้องหา คนจีน 3 คนไปแล้ว … ตอนนี้ รอข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น…จาก ค่ายมือถือ และ กสทช. ซึ่งต้องสรุปเป็นเอกสารรายงานส่งให้ตำรวจ เพื่อนำมาขยายประเด็นการสอบสวน

6. เชื่อ-ไม่เชื่อ ปัญหาคาใจ? 
– ข้อกล่าวอ้างของคนจีน..เอาซิมกว่า 3.47 แสนซิมไป สมัครสมาชิกวีแชท 

– ด้วยการเอาซิม ใส่เครื่องอ่านเบอร์ (แอคซิม) โดยไม่หักเบอร์ออกมา คือ ไม่ได้ใช้งานโทรศัพท์ แต่อยากรู้เบอร์โทรอย่างเดียว เพื่อเอาเบอร์ไปลงทะเบียนสมัคร”วีแชท” แอพยอดฮิตของคนจีน (ฮิตแบบไหน.. ก็ฮิตแบบคนไทย เล่น Facebook อารมณ์ประมาณนั้น) 

– เพื่อเอาไอดี วีแชท ไปสมัคร เพจออนไลน์ของจีน เพื่อปั่นสินค้า ยอดวิว ยอดไลค์ ยอดแชร์

– ทำกันที่สระแก้ว แต่อ้างว่า บริษัทแม่ที่ประเทศจีน เป็นคนสั่ง และเป็นผู้จัดหาซิมมือถือมาให้ โดยมีการส่งกันในประเทศไทย ตร.บอก ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า มาเป็นกล่องบ้างๆ ลังบ้าง มาครั้งละมากๆ 

7. คนเราจะซื้อซิมจำนวนมากๆ ได้หรือไม่ ?

ได้ อยากซื้อเท่าไหร่ก็ได้…ไม่มีกฎหมายห้าม ..ต้องลงทะเบียนด้วยบัตร ปชช. 

ว่าแต่ว่า..คนๆ หนึ่ง… หรือ คน 3 คน..ถ้ามีซิม 3 แสน 4 หมื่น 7 พันเบอร์ อยู่ในครอบครอง… 

..เป็นคุณจะเอาซิมเหล่านี้..ไปทำอะไรได้บ้าง..?  

 

พิษ..ยาฝาแฝด! อันตรายใกล้ตัว“ยารูปพ้อง-มองคล้าย” มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค-ชมรมเภสัชชนบท เตือนผู้บริโภคเสี่ยงใช้ยาผิด อันตรายถึงชีวิต

9 ธันวาคม 2559 

พิษ..ยาฝาแฝด! อันตรายใกล้ตัว มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชมรมเภสัชชนบท เตือนผู้บริโภคเสี่ยงใช้ยาผิดอันตรายถึงชีวิต ได้รับยาซ้ำซ้อน ยาไม่ตรงกับโรค เรียกร้อง อย.จัดการด่วนทั้งระบบ ตั้งแต่ขึ้นทะเบียนยา จนถึงควบคุมตามกฎหมาย

วันนี้ (9 ธันวาคม 2559) ณ ห้องประชุมมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชมรมเภสัชชนบท ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ร่วมกันจัดแถลงข่าวเปิดเผยรายชื่อ “ยาฝาแฝด” ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการจัดการ โดยนำเสนอให้เห็นว่า ฉลากยาเป็นเครื่องมือที่กฎหมายกำหนดให้แสดงไว้ข้างภาชนะบรรจุยา วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้สั่งใช้ และผู้ที่จะต้องใช้ยา ได้อ่านเพื่อที่จะได้ใช้ยาอย่างถูกต้องปลอดภัย 

ทั้งนี้กฎหมายกำหนดให้ฉลากยาจะต้องมีรายละเอียดที่จำเป็นครบถ้วน ได้แก่ ชื่อสามัญทางยา  / ชื่อทางการค้า /  เลขทะเบียนยา  / สรรพคุณของยา / วันผลิตและวันหมดอายุ    

แต่บางครั้งพบว่าฉลากยาหลายรายการกลับมีรูปแบบที่ใกล้เคียงกันมาก มากจนอาจเรียกได้ว่าเป็น “ ยาฝาแฝด จนทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน  หรือเกิดความเสี่ยงในการใช้ยาอย่างผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ เภสัชกร จากชมรมเภสัชชนบท  ได้สำรวจและทำการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น จากความสับสนเหล่านี้ มีดังนี้

ตัวอย่างที่ 1

ภาพยาชนิดที่ 1 ภาพยาชนิดที่ 2 ภาพยาชนิดที่ 3 รายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความสับสน

  -ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทาน มีช่วงห่างของขนาดยาที่ให้ผลในการรักษาและการก่อให้เกิดพิษที่แคบ ยานี้จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด

ความคล้ายกันของบรรจุภัณฑ์

-แผงยาเป็นแบบบลิสเตอร์ (blister) สีเงิน  มีขนาดเท่ากันทั้งจำนวนเม็ดยาและขนาด

-การวางอักษรบนแผงยารูปแบบและตำแหน่งเหมือนกัน

ความแตกต่างของบรรจุภัณฑ์

-สีตัวอักษรแสดงขนาดยาต่างกัน คือ ขนาดยา 2 mg   สีส้ม , ขนาด 3 mg สีม่วง และขนาด 5 mg สีชมพู

ชื่อการค้า MAFORAN 2 mg ชื่อสามัญ Warfarin Sodium 2 mg ชื่อการค้า MAFORAN 3 mg ชื่อสามัญ Warfarin Sodium 3 mg ชื่อการค้า MAFORAN 5 mg 

ชื่อสามัญ Warfarin Sodium 3 mg

บริษัท เภสัชกรรมศรีประสิทธิ์ จำกัด บริษัท เภสัชกรรมศรีประสิทธิ์ จำกัด บริษัท เภสัชกรรมศรีประสิทธิ์ จำกัด

************

ตัวอย่างที่ 2

ภาพยาชนิดที่ 1  ภาพยาชนิดที่ 2

รายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความสับสน

-ยาทั้งสองชนิดเป็นยาฉีด ใช้เพื่อรักษาอาการจิตเภทหรือความผิดปกติทางอารมณ์ ความคิด

ความคล้ายกันของบรรจุภัณฑ์

-กล่องบรรจุหลอดยาสีขาวขนาดเท่ากัน หลอดยาภายในสีชาขนาดเท่ากัน

-แถบสีด้านล่างกล่องสีแดงและวางตำแหน่งเหมือนกัน

-ตัวอักษรบนกล่องยาสีดำเหมือนกัน

ความแตกต่างของบรรจุภัณฑ์

-ชื่อยา DECA 25mg/ml ขนาดหนาและเข้มแตกต่างจากชื่อยา HARIDOL-D

-หลอดยาภายในกล่อง DECA ตัวอักษรสีดำ ส่วนหลอดยา HARIDOL-D สีฟ้า ชื่อการค้า DECA 25mg/ml  ชื่อสามัญ Fluphenazine Decanoate 25mg/ml ชื่อยา HARIDOL-D Injection ชื่อสามัญ Haloperidol Decanoate  50mg/ml

บริษัท Atlantic Laboratories  Corporatuib Ktd., บริษัท Atlantic Laboratories  Corporatuib Ktd.,

**************

ตัวอย่างที่ 3

ภาพยาชนิดที่ 1 ภาพยาชนิดที่ 2

รายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความสับสน  

ชื่อการค้า Risperidone GPO 1 mg

 ชื่อสามัญ Risperidone 1 mg  บริษัท องค์การเภสัชกรรม (GPO)

 ชื่อการค้า Risperidone GPO 2 mg

 ชื่อสามัญ Risperidone 2 mg

 บริษัท องค์การเภสัชกรรม (GPO)

-เป็นยาสำรักษาโรคจิตเภทชนิดเฉียบพลันและเรื้อรังรวมทั้งโรคจิตอื่นๆ ที่มีกลุ่มอาการทางบวก และบรรเทาอาการต่างๆเช่นซึมเศร้า วิตกกังวล 

ความคล้ายกันของบรรจุภัณฑ์

-แผงยาเป็นแบบบลิสเตอร์ (blister) สีเงิน  มีขนาดเท่ากันทั้งจำนวนเม็ดยาและขนาด 

-การวางรายละเอียดตัวอักษรบนแผงยารูปแบบและตำแหน่งเหมือนกัน ตัวหนังสือขนาดเท่ากัน ใช้สีตัวอักษรโทนอ่อนเหมือนกัน

ความแตกต่างของบรรจุภัณฑ์

-สีตัวอักษรต่างกัน โดย Risperidone 1 mg ตัวอักษรมีสีม่วง ส่วนขนาด 2 mg ตัวอักษรสีส้ม

*****************

ตัวอย่างเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น

ผู้ป่วยชายไทย อายุ 41 ปี มารับยาจิตเภท (Schizophrenia) ตามนัด หลังจากเภสัชกรได้ตรวจสอบยาเดิมที่ผู้ป่วยนำติดตัวมา โดยผู้ป่วยรายนี้ได้รับยาชนิดเดียวกัน แต่ 2 ความแรง คือ Risperidone 1 mg และ Risperidone 2 mg

โดยเวลารับประทานยาทั้ง 2 เหมือนกันคือ ครั้งละ 1 เม็ด ก่อนนอน จากการสอบถามผู้ป่วยและญาติเข้าใจผิดคิดว่าอันเดียวกัน

เนื่องจากดูเหมือนๆกันจึงเก็บยาทั้ง 2 ความแรงไว้ในซองเดียวกัน โดยหยิบรับประทานครั้งละ 2 เม็ด ก่อนนอนและไม่ทราบว่าเป็นยาคนละความแรง

*ตัวอย่างยาฝาแฝดที่พบในโรงพยาบาล 

ภก.ภาณุโชติ ทองยัง ประธานชมรมเภสัชชนบท กล่าวถึงข้อเสนอในการแก้ปัญหาฉลากยาฝาแฝดว่า “ปัญหาจากกลุ่ม “ยาฝาแฝด” หรือ “ยารูปพ้อง-มองคล้าย” ต้องอาศัยการแก้ไขปัญหาร่วมกันจากทุกส่วน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายถึงผู้ใช้ยา 

นอกจากนี้ แม้ว่าโรงพยาบาลทุกแห่งจะมีมาตรการจัดการด้านยา “ชื่อพ้องมองคล้าย”อย่างจริงจังแล้วก็ตาม  ตัวผู้ใช้ยาหรือผู้ดูแลผู้ป่วยเอง ก็ต้องมีการทบทวนยาที่ตนใช้ให้ละเอียดรอบครอบทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด 

ที่สำคัญที่สุด คือ “การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุตั้งแต่การขอขึ้นทะเบียนยา” ควรกำหนดเกณฑ์การพิจารณาฉลากยาและบรรจุภัณฑ์ของยา( เช่น แผงยา ขวดยา หลอดยา ฯลฯ)ให้รัดกุมในการป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากอันตราย เช่น ไม่ให้มีฉลาก หรือบรรจุภัณฑ์ มีความเหมือน หรือคล้ายคลึงกับยาอื่น  นอกจากนี้  ไม่ควรอนุญาตให้ใช้ชื่อทางการค้าเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน  

โดยที่ส่วนประกอบของตำรับยาเป็นคนละชนิดกัน และไม่ควรอนุญาตให้ยาชนิดเดียวกัน  ที่มีความแรงของยาที่ไม่เท่ากัน ใช้ชื่อทางการค้าเดียวกัน 

“อย.ต้องกล้าแสดงตัวให้เห็นว่า ตนเลือกที่จะคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัย มากกว่าจะอ้างว่าระเบียบเป็นข้อจำกัด เพราะกฎระเบียบมันแก้ไขได้ หากแก้แล้วผู้บริโภคได้รับความปลอดภัย และต้องเริ่มทำทันทีเพราะรูปธรรมปัญหาที่ปรากฎชัดเจนแล้ว”  

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง บรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวเสริมว่า “จากการลงพื้นที่สำรวจตัวอย่างยาที่มีฉลากคล้ายกัน หรือยาฝาแฝดนั้น โดยทีมงานนิตยสารฉลาดซื้อนั้นเราพบว่า มีการขายยาอันตรายตามร้านชำทั่วไปหลายรายการ เช่น ยาแก้หวัดยี่ห้อ ทิฟฟี่เดย์ หรือยาอันตรายอื่นๆอีกหลายชนิด โดยผู้บริโภคและพ่อค้าเข้าใจว่าเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ซื้อขายได้ทั่วไป จึงขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมีมาตรการดูแลและจัดการโดยด่วนที่สุดด้วย” หากได้รับอันตรายจากการใช้ยาผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิได้

ด้านผศ.ภญ.ดร.นิยดา   เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมว่าส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากมียาที่ไม่เหมาะสม  จึงเสนอเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องฉลากยาฝาแฝด เป็น หนึ่งในหลายข้อเสนอเรื่องยาไม่เหมาะสม 
โดยให้มองทั้งระบบเริ่มตั้งแต่การขึ้นทะเบียน และยังเสนอให้เร่งการทบทวนทะเบียนตำรับยาที่มีส่วนผสมของยาต้านแบคทีเรียอย่างไม่เหมาะสม และเสนอให้มีจัดการตามกฎหมายโดยด่วน เนื่องจากยาต้านแบคทีเรียที่ไม่เหมาะสมนั้นก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ โรคติดเชื้อที่เป็นอยู่ไม่ได้รับการรักษา และเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา 
ทั้งนี้ กพย.ได้ส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559  จึงขอติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทยหาก

****************

*หมายเหตุ

ยาที่ไม่เหมาะสม หมายรวมถึง

(1) สูตรตำรับไม่เหมาะสม (ไม่มีประสิทธิผล ไม่ปลอดภัย ไม่มีที่ใช้ในทางวิชาการในปัจจุบัน ยาที่มีการถอนทะเบียนตำรับยาในต่างประเทศแล้วจากเหตุไม่ปลอดภัยหรือไม่มีประสิทธิภาพ (อย่างน้อย 5 ประเทศ ดูจากรายการ UN/WHO)
(2) รูปแบบยาไม่เหมาะสม ยาไม่คงตัว ก่อให้เกิดการเข้าใจผิด เกิดการใช้ยาอย่างไม่ถูกต้อง หรือก่อให้เกิดการดื้อยา เช่น ยาอมผสมยาปฏิชีวนะ/ยาต้านแบคทีเรีย  ยาผงบรรจุในซองกระดาษ ยาเคลือบน้ำตาลบางชนิดที่ทำให้ยาไม่คงตัวหรือไม่ละลายออกมา 

 

(3) บรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสม เสี่ยงต่อความเข้าใจผิด หรือเกิดความเสี่ยงในการใช้ เช่น ยาปฏิชีวนะผงในซองกระดาษ 

 

(4) ยาที่มีรูปคล้าย-เสียงพ้อง (Look-Alike, Sound-Alike (LASA), Look Twin Sound Twin (LTST))

 

(5) ข้อมูลของยาที่อนุญาตไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม เช่น ข้อบ่งใช้ คำเตือน อาการไม่พึงประสงค์ ขนาดยา ระยะเวลาการใช้ยา
สำหรับภาพตัวอย่างยาเหล่านี้ ถูกนำมาแสดงไว้ระหว่างแถลงข่าวที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

 

คำต่อคำ..! ผู้เสียหาย วิงวอน “AIS” หาเบื้องหลัง พนง.ขโมยข้อมูล ส่วนตัวลูกค้า -ละเมิดสิทธิ์ ไม่ปลอดภัย

15 กันยายน 2559 

“AIS..ควรชี้แจงข้อมูลทั้งหมดว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นคนทำ ทำกันคนเดียว หรือขบวนการ มีคนสมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่..”

เสียงวิงวอนจาก “พล” มัณฑนากร วัย 41 ปี บอกกับทีมข่าว”ไทยพีบีเอส” ถึงสิ่งที่ต้องการให้
AIS แสดงความรับผิดชอบมากกว่า การให้ข้อมูลว่า ไล่ออกพนักงาน หรือ แสดงความเสียใจ ต่อกรณี ข้อมูลส่วนตัวของ “พล” ถูกพนักงานขโมยออกไปขายให้คนนอกองค์กร

วันนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับชายผู้นี้ ซึ่งดูจากภาษากายแล้ว มีความเครียด และ กังวลไม่น้อย..

ประเด็นที่เริ่มต้น คงเหมือนที่หลายคนสงสัย คือ “ได้เอกสารมาอย่างไร”

“พล” บอกว่า “ไม่ทราบว่าใครส่งมาให้ผม แต่ได้รับทรัมพ์ไดร์ ถูกวางไว้ในกล่องตู้รับจดหมายหน้าบ้าน พยายามสอบถามข้อมูลจาก รปภ.หมู่บ้าน ก็ไม่พบข้อมูลว่าใคร หรืออะไร”

คำถาม ที่สนใจเพิ่มเติมคือ “ในนั้น มีข้อมูลอะไรบ้าง”

คำตอบที่ได้คือ “ในทรัมพ์ไดร์ มีรายละเอียดไฟล์เอ็กเซล ระบุข้อมูลการโทรเข้า-ออกของเบอร์ผม รวมทั้งตำแหน่งโลเคชั่น เสาสัญญาณที่อยู่รอบๆ ตัว ทำให้รู้ว่าผมอยู่ที่ไหน กำลังจะเดินทางไหน
ทำให้รู้ว่าตอนนั้นใครโทรหาผม หรือ ผมโทรหาใคร”

ถาม: ในเอกสารพอจะเห็นรายละเอียดหรือไม่ว่า มีย้อนหลังนานแค่ไหน

“เท่าที่ดูมีข้อมูลเฉพาะเบอร์ของผมมีย้อนหลังไป 3-4 เดือน”

ถาม: ในไฟล์เอ็กซ์เซลนี้ มีเบอร์อื่นที่รู้จัก และไม่รู้จักหรือไม่

“ผมประเมินคร่าวๆ ด้วยสายตา ไม่ได้นับเป๊ะๆ ยังมีเบอร์โทรคนอื่นๆ ที่ผมไม่รู้จักในหลัก 100 เบอร์ ซึ่งย้อนหลังตั้งแต่ปี 2013 หรือ 2-3 ปีที่ผ่านมา”

ถาม: “ได้เห็นหรือไม่ว่า มีชื่อของใครในเอกสาร”

“ผมตรวจสอบข้อมูลในไฟล์เอกสารที่ไดัรับ พบว่ามีการะบุชื่อ พนักงานคนหนึ่ง (ชื่อพนักงาน) ระบุชื่อบริษัท ทุกไฟล์ที่มีข้อมูลย้อนหลังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถูกระบุเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่า
เป็นระดับไหนอย่างไร”

หลังจากได้รับเอกสาร… นี่คือสิ่งที่ “พล” บอกว่า เค้าติดตามสอบถามไปยังฝ่ายเกี่ยวข้อง

“ผมเริ่มโทรไปที่ เอไอเอส เซเรเนด ซึ่งเจ้าหน้าที่โทรกลับมาในวันเดียวกัน บอกว่า ไม่สามารถทำอะไรได้ แม้กระทั่งรับเรื่องไว้ตรวจสอบ หลังจากวางสายไปวันนั้นผมยังงงๆ ไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรต่อไป…
วันรุ่งขึ้น ผมไปพบผู้จัดการสาขา ที่ช็อปเอไอเอสแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผู้จัดการสาขา บอกว่า จะรับเรื่องส่งไปให้ และจะตามเรื่องให้ แต่ผมเองก็ตามเรื่องอยู่ทุกวัน แต่ก็ได้รับคำตอบว่า ได้ตามเรื่องให้อยู่

..ผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น..

จากนั้น ภรรยาผมจึงตัดสินใจโพสต์เว็บพันทิพ (ลิ้งค์นี้  http://m.pantip.com/topic/35589452? )

ซึ่งภรรยาเป็นเจ้าของเบอร์ ..แต่ผม เป็นผู้ใช้งาน..
หลังจากโพสต์ มีผู้บริหารติดต่อมาขอพบผมที่บ้าน แต่ผมไม่ต้องการให้ใครไปบ้าน จึงไปพบผู้บริหาร ที่สำนักงานใหญ่ บริษัทAIS (ปากซอยพหลโยธิน 8) ภายในห้องที่พบกัน มีฝั่งเอไอเอส 4 คน เป็นชาย 1 คนอยู่ฝ่ายกฏมาย อีก 3 คน เป็นผู้หญิง เค้าแนะนำตัว แต่ผมจำไม่ได้แน่ชัดว่า ฝ่ายอะไรบ้าง

ทาง AIS เริ่มต้นด้วยการกล่าวแสดงความเสียใจ และแจ้งว่าบริษัทได้ทำการสืบสวน และไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งบริษัทได้ไล่พนักงานออกไปแล้ว พร้อมอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับระบบการตรวจสอบ ว่า บริษัทมีการวางระบบป้องกันดีเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ผมก็ถามกลับว่า ถ้าระบบมันดีเยี่ยมอยู่แล้ว
แล้วข้อมูลหลุดมาได้อย่างไร

ผมฟังอยู๋ประมาณ ครึ่งชั่วโมง เห็นว่าไม่มีอะไรคืบหน้าแล้ว จึงขอตัวกลับ และจนถึงวันนี้ บริษัท ก็ไม่ได้ติดต่ออะไรมาอีก”

ถามว่า : จนถึงวันนี้ มีการแจ้งความแล้วหรือไม่

“ที่ผ่านมา ยังไม่ได้คิดแจ้งความ เพราะไม่คิดว่าจะมีเหตถุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเรา และอยากได้ความชัดเจนก่อนว่า มันเกิดอะไร และเป็นมายังไง แต่เมื่อยังไม่มีความกระจ่าง ก็จะเตรียมแจ้งความ
รวมถึงเข้าให้ข้อมูลกับ ทาง กสทช. ด้วย ก็พร้อมและยินดีให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลเช่นกัน”

ถามว่า: ต้องการให้ AIS แก้ปัญหา อย่างไร

“มาถึงขั้นนี้แล้ว เบอร์ผมหลุดออกมาแล้ว ก็ไม่รู้จะแก้อย่างไรได้ แต่อยากขอให้เอไอเอส ชี้แจงให้ชัดเจนว่า ทำไมพนักงานบางคนถึงได้เอาข้อมูลออกไปสู่ภายนอกบริษัท ต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน
เพราะดูจากเอกสารแล้วมันมีข้อมูลตั้งแต่ปี 2013 มันมีผลประโยชน์ตอบแทนกันอย่างไร และทำให้ผมสงสัยว่าแล้วพนักงานที่กำลังทำงานกันอยู่ ในขณะนี้ กำลังมีใครทำแบบนี้อยู่อีกหรือไม่ และการที่เรื่องมันเงียบไป หรือ ไม่ได้รับการติตต่ออีก ยิ่งทำให้สงสัยว่า ผู้บริหารมีส่วนเกี่ยวข้อง
หรือรู้เรื่อง หรือพยายามจะปกปิดหรือไม่..

ตอนนี้ ผมไม่เชื่อมั่นในระบบสักระบบ ไม่ว่าจะเป็นค่ายมือถืออื่นๆ เครือข่ายใดก็ตาม เพราะหากลองค้นดูกูเกิ้ล จะเห็นข้อมูลที่มีคนโพสต์ว่า รับจ้างสืบข้อมูลหลายราย อยากรู้ว่า คนเหล่านี้
เค้าประสานกับใคร และทำได้อย่างไร ถึงได้ข้อมูลลูกค้าเหล่านี้มาได้เพื่อตามสืบ..

ส่วนมาตรการเข้าถึงข้อมูลลูกค้านั้น เอไอเอสควรชี้แจงข้อมูลทั้งหมดว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นคนทำ ทำกันคนเดียว หรือขบวนการ มีคนสมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่ และอยากให้มีวิธีการที่ลูกค้าทั่วไปของเอไอเอสจะตรวจสอบได้
อยากรู้ว่ามีพนักงานคนไหนที่เข้ามาค้นหาข้อมูลเบอร์ของเราได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเท่าที่ติดตามข้อมูลตามสื่อต่างๆ เอไอเอส พยายามตอบกลับว่า ไม่มีข้อมูลหลุด แต่ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้..

อยากฝากถึงเอไอเอสว่า อย่าเงียบ และช่วยแอคชั่นอะไรออกมาให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้”


ถามว่า ..AIS ชี้แจงแล้วว่าจะปรับปรุงให้รัดกุม รอบคอบมากขึ้น เพิ่มคนเข้ารหัส 2 คน จากเดิมหนึ่งคน

“ผมไม่มั่นใจ เพราะกลายเป็นว่า คนว่าจ้างให้ขโมยข้อมูล แทนที่จะจ้างวานจ่ายให้คนเดียว ก็กลายเป็นจ่ายให้สองคนก็ได้ และหากหนึ่งในสองคนนี้ร่วมกันทุจริตขึ้นมา ก็อาจทำให้เพื่อนร่วมงานที่ไม่รู้เรื่องซวยไปด้วย

ส่วนการห้ามพนักงานนำโทรศัพท์มือถือ ทรัมพ์ไดร์ ยูเอสบี เข้าไปให้ห้องที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่เข้าถึงข้อมูลลูกค้านั้น ผมมองว่า หากจะห้ามแบบนั้น ก็ต้องห้ามเอากระดาษปากกา ดินสอเข้าไปด้วย
คนขโมยต้องใช้วิธีดูหน้าจอแล้วจำเอา อาจต้องใช้คนที่มีความสามารถมากหน่อย การแก้ปัญหาแบบนี้ ไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจมากนัก..

ผมเชื่อว่าที่ผ่านมา ภายในทำงานของเอไอเอส หละหลวมมาก เป็นที่ระบบของเอไอเอส ไม่เช่นนั้นจะตรวจพบแล้ว มีการนำข้อมูลออกมาเป็นระยะเวลาหลายปี ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่ผู้บริหารเอไอเอสชี้แจงว่า
มีระบบออดิด ตรวจสอบกันอยู่บ่อยๆ ตลอดเวลา แต่ผมบอกว่า มันไม่ใช่ เพราะไม่เช่นนั้น พนักกงานคนนี้จะถูกจับได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เป็นระบบที่ไร้การตรวจสอบสิ้นเชิง จากการที่เอไอเอสเงียบอยู่แบบนี้ ผมเชื่อว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ หรือ ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่เป็นระดับใหญ่โตมากกว่านั้นหรือไม่”

 

ผลประชุมคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การเลื่อนตำแหน่ง-แต่งตั้ง โยกย้าย ข้าราชการอัยการ 7ก.ย.59

7 กันยายน 2559

ผลการประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)  วันพุธที่ 7 กันยายน 2559 เรื่อง การพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง และแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการ