RSS

Category Archives: ตรวจสอบ..ความโปร่งใส-ปมกังขา

รัฐมนตรี..ขอตรวจสอบ! ภาพเหล่านี้ “บิลลี่”ถ่ายไว้ก่อนเสียชีวิต เมื่อปี2557 แต่ปัจจุบันยังไร้คำตอบผลสอบจากกรมอุทยานฯ #ใครเลื่อยไม้ #ใครฆ่าบิลลี่

7 กันยายน 2562

รัฐมนตรี..ขอตรวจสอบ! ภาพถ่ายเหล่านี้ เป็นภาพที่นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ “บิลลี่” ถ่ายไว้ก่อนเสียชีวิต เมื่อปี 2557

– บิลลี่ ถ่ายจากกล้องถ่ายภาพ ไม่ใช่คลิปจากโทรศัพท์

– ภาพเซทนี้ บิลลี่ถ่าย หลังขัดแย้งกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยถูกกล่าวหาว่า กะเหรี่ยงตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งบิลลี่พยายามหาหลักฐานพิสูจน์ ว่า ต้นเหตุของการตัดไม้ทำลายป่าไม่ใช่ชาวกะเหรี่ยง

– สังเกตจากภาพ…จะพบว่า..ปรากฏภาพผู้ชาย สวมเสื้อที่มีข้อความว่า “กรมอุทยานแห่งชาติ” ถือเลื่อนยนต์ ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่

และยังปรากฎภาพคนสวม”ชุดลายพราง” ร่วมถือเลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ด้วยเช่นกัน

– และบางภาพ คนชุดลายพราง ยังยืนร่วมอยู่ในเหตุการณ์ตัดต้นใหญ่ด้วย

– ชุดลายพรางลักษณะนี้ เป็นชุดของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ไม่ใช่ชุดที่แจกจ่ายให้บุคคลทั่ว

– ภาพเหล่านี้ ถูกเผยแพร่เมื่อปี 2557 ก่อนบิลลี่ เสียชีวิต

– ภรรยาของบิลลี่ ได้นำภาพ มอบให้นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ

– จนนำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนของกรมอุทยานฯ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ในขณะนั้น

แต่จนถึงปัจจุบัน 2562 ยังไม่ปรากฎการสรุปผลสอบต่อสาธารณะ

– สอบถาม “วราวุธ ศิลปอาชา”รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าเคยเห็นภาพชุดเหล่านี้บ้างหรือไม่

– รมว.วราวุธ บอกว่า ยังไม่เคยเห็น

– ถาม รมว.วราวุธ ว่า กรมอุทยานฯ เคยตั้งกรรมการสอบแล้ว (โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3) เป็นไปในทิศทางที่เรียกว่า มีมูล.. แต่เมื่อส่งผลสอบเข้ามาที่กรมอุทยานฯ ส่วนกลางแล้ว ปรากฏว่า ผลการสอบเงียบไป ไม่ปรากฏต่อสาธารณะตั้งนั้น จนถึงขณะนี้

– รมว.วราวุธ บอกว่า จะให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ตรวจสอบ

– โทรหา “วิจารณ์ สิมาฉายา” ปลัดกระทรวงฯ เพื่อสอบถามความคืบหน้า แต่เมื่อวานนี้ ไม่สามมารถติดต่อได้..

– …รอความชัดเจน.. เรื่องนี้กันต่อไป..

*****************************

 

สถ.รับสมัครสอบบรรจุเป็นขรก.-พนักงานส่วนท้องถิ่น 9-31 พ.ค.62 / เข้มป้องกันข้อสอบรั่ว-ทุจริตการสอบ

23 เม.ย.2562

สถ.รับสมัครสอบบรรจุเป็นขรก.-พนักงานส่วนท้องถิ่น 9-31 พ.ค.62 / เข้มป้องกันข้อสอบรั่ว-ทุจริตการสอบ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้มีประกาศเรื่องรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2562 แล้ว ซึ่งจะมีการรับสมัครสอบระหว่างวันที่ 9 – 31 พฤษภาคม 2562 ทางเว็บไซด์ http://www.dlaapplicant2562.com

โดยให้ผู้สมัครเลือกตำแหน่งที่จะสมัครเพียง 1 ตำแหน่ง และเลือกกลุ่มภาค/เขต ที่สมัครสอบได้เพียง 1 กลุ่มภาค/เขต จาก 10 กลุ่มภาค/เขต (เพื่อประโยชน์ในการสมัครสอบแข่งขัน การขึ้นบัญชี และการบรรจุแต่งตั้ง) โดยให้ชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบ ได้ 2 ช่องทาง คือ การชำระเงินผ่านเครื่อง ATM (โดยการสแกนบาร์โค้ด หรือ QR Code) และการชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือ (Mobile Application) ในระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2562 เวลา 23.00 น. ทั้งนี้ การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว และได้ดำเนินการครบทุกขั้นตอนภายในวัน เวลา ที่กำหนด

ตำแหน่งที่รับสมัครสอบ จะประกอบด้วยตำแหน่งประเภทวิชาการ 22 ตำแหน่ง ตำแหน่งประเภททั่วไป 21 ตำแหน่ง และตำแหน่งครูผู้ช่วยและครูผู้ดูแลเด็ก 20 สาขาวิชาเอก สำหรับจำนวนอัตราว่างของตำแหน่งต่างๆ ในแต่ละกลุ่มภาค/เขตนั้น สามารถเข้าดูได้ในประกาศรับสมัครสอบที่ http://www.dla.go.th หรือ http://www.dlaapplicant2562.com

ในการรับสมัครสอบครั้งนี้ ผู้สมัครต้องอัพโหลดภาพถ่ายสีหน้าตรง ชุดสุภาพ ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ซึ่งถ่ายไม่เกิน 6 เดือน หรืออาจใช้ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือก็ได้ เพื่อใช้ติดในเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบด้วย และการสอบในครั้งนี้ จะมีการสอบข้อเขียนในภาค ก และภาค ข ก่อน ซึ่งจะมีเนื้อหาวิชาที่จะใช้ในการสอบในตำแหน่งต่าง ๆ ตามที่ได้มีการประกาศไว้ในประกาศรับสมัครสอบ และจะยังคงเหมือนการสอบครั้งที่ผ่านมา ที่จะนำคะแนนภาษาอังกฤษไปรวมกับวิชาอื่นในการสอบภาค ก หากได้ไม่ต่่ำกว่า 60% ก็ถือว่าผ่านการสอบภาค ก ดังนั้น ผู้สมัครสอบจึงควรดูและเตรียมตัวให้พร้อมกับการสอบในครั้งนี้ เพื่อให้ผ่านการสอบภาค ก และภาค ข แล้วจึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาค ค ต่อไป

สำหรับการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบภาค ก และภาค ข จะมีการประกาศในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 และจะประกาศ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ในวันที่ 11 มิถุนายน 2562 ก็ขอให้ผู้สนใจสมัครสอบ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในประกาศรับสมัครสอบทางเว็บไซด์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น http://www.dla.go.th หรือ http://www.dlaapplicant2562.com หรือโทร 06-3237-9888 หรือ 08-1174-3785

และขออย่าได้หลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างว่า สามารถช่วยเหลือผู้ที่จะสมัครสอบให้สามารถเป็นผู้ที่สอบได้ โดยวิธีการต่างๆ เช่น กล่าวอ้างว่ารู้จักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยผู้สมัครสอบให้สอบได้ มีข้อสอบที่ใช้ในการสอบให้ผู้ที่จะสมัครสอบใช้ในการอ่านและท่องจำก่อนสอบ รู้จักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยผู้สมัครสอบให้สอบได้ หรือสามารถส่งสัญญานโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ หรือช่วยผู้เข้าสอบในขณะสอบให้ทำข้อสอบได้ เพราะในการดำเนินการสอบของ กสถ. นั้น จะมีการเพิ่มเติมมาตรการในการป้องกันการทุจริตให้เข้มงวดและเคร่งครัดมาโดยตลอด เพื่อให้การสอบเป็นไปด้วย “ความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ได้คนดี มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม” อย่างแท้จริงมาปฏิบัติงานใน อปท. ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการออกข้อสอบ การคัดเลือกข้อสอบ การพิมพ์ข้อสอบ การจัดสถานที่สอบ การคุมสอบ และการตรวจข้อสอบด้วย และทาง กสถ. ยังได้มีประกาศเรื่อง การแจ้งเตือนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบแข่งขันซึ่งมีทั้งโทษตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดฐานฉ้อโกง ความผิดฐานเป็นตัวการ ความผิดฐานเป็นผู้ใช้ และความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน รวมถึงความรับผิดทางแพ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีเกิดความเสียหายจากการทุจริต ตลอดจนความผิดทางปกครอง

กรณีผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งจะต้องรับโทษทางวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ระดับโทษไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ และสำหรับผู้สมัครสอบ ที่ได้กระทำความผิดดังกล่าว ก็จะเข้าข่ายทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ ทำให้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติการเข้ารับราชการ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ และจะไม่มีสิทธิสมัครสอบเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก ไม่ว่าจะมีการรับสมัครสอบเมื่อใดก็ตาม

ดังนั้นหากพบเห็นหรือทราบพฤติการณ์ดังกล่าว ขอให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หมายเลขโทรศัพท์ 02-241-9000 ต่อ 2014 หรือ 08-1835-5918 หรือเว็บไซต์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น http://www.dla.go.th หรือที่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทุกจังหวัด โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด และดำเนินการทางวินัย (กรณีเป็นข้าราชการ หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น) ต่อผู้แอบอ้างนั้น

 

บทความพิเศษ! ม. 44 เอื้อรัฐ เอื้อเอกชน หรือเอื้อประชาชน โดย”ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา” กรรมการ กสทช. #คลื่น700MHz #ทีวีดิจิทัล

22 เมษายน 2562

บทความพิเศษ! ม. 44 เอื้อรัฐ เอื้อเอกชน หรือเอื้อประชาชน

โดย: นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา
กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ

“.. คำสั่ง คสช. ที่ 4/2562 ก่อให้เกิดปฏิกิริยามากมาย ฝ่ายที่ได้รับประโยชน์ต่างออกมาสนับสนุน ส่วนฝ่ายที่เห็นว่าก่อความเสียหายต่อชาติก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ จนผู้คนทั่วไปพากันตั้งคำถามว่า สรุปแล้วคำสั่งฉบับนี้ดีหรือไม่ดี ในภาพรวมของคำสั่ง มีศูนย์กลางอยู่ที่การจัดสรรคลื่น 700 MHz ซึ่งปัจจุบันใช้ให้บริการทีวีดิจิทัล เพื่อเปลี่ยนมาเป็นบริการโทรคมนาคมยุค 5G เมื่อดึงคลื่น 700 MHz จากทีวีดิจิทัลมาก็หาแนวทางชดเชย เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และถือโอกาสนี้เปิดทางให้ช่องรายการทีวีดิจิทัลที่ไปต่อไม่ได้สามารถยุติกิจการได้ โดยให้ได้รับเงินค่าคลื่นคืนตามสัดส่วนระยะเวลาที่ดำเนินกิจการ

ในส่วนการจัดสรรคลื่น 700 MHz ให้กับบริการโทรคมนาคมยุค 5G ก็เกรงว่าค่ายมือถือต่างๆ จะไม่เข้าประมูล ด้วยยังมีภาระต้องจ่ายค่าคลื่น 900 MHz ที่ประมูลไปก่อนหน้านี้ จึงให้ผ่อนค่าคลื่น 900 MHz โดยไม่คิดดอกเบี้ย แต่กำหนดให้ต้องมารับการจัดสรรคลื่น 700 MHz ไปด้วย โดยไม่ต้องประมูล
และทั้งหมดนี้ให้อำนาจสิทธิขาดแก่สำนักงาน กสทช. ไม่ใช่ให้อำนาจกรรมการ กสทช. ดังเช่นกฎหมายปกติ ทั้งหมดนี้ฟังดูเหมือนดี แต่ทำไมมีคนไม่เห็นด้วย
จากการรวบรวมความเห็นอันหลากหลาย พอจะสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1. กรณียืดหนี้ให้ทีวีดิจิทัลตามคำสั่ง คสช. ที่ 76/2559 มีการคิดดอกเบี้ย แต่กรณียืดหนี้ค่าคลื่น 900 MHz ให้ฝั่งโทรคมนาคมกลับไม่มีการคิดดอกเบี้ยเลย ส่วนต่างดอกเบี้ยที่หายไปคือความเสียหายของประเทศหรือไม่ และทำไมจึงใช้มาตรฐานที่ต่างกัน

2. ทำไมสื่อมวลชนหลายฉบับลงข่าวล่วงหน้าในวันที่ 11 เมษายน ว่าลุ้น คสช. ออก ม.44 ได้ถูกต้อง เหมือนได้รับข้อมูลวงใน ทั้งที่คำสั่งออกจากองค์กรด้านความมั่นคง มีใครตรวจสอบการใช้ข้อมูลวงในนี้หาประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นหรือไม่ ถ้าพบว่ามีจะต่างอะไรกับการที่อดีตนักการเมืองใช้ข้อมูลวงในของการลอยตัวค่าเงินบาททำกำไรให้แก่ตัวเองเมื่อปี พ.ศ. 2540

3. การเปลี่ยนคลื่นทีวีเป็นคลื่นโทรคมนาคมในสหรัฐอเมริกา สามารถทำได้โดยไม่ต้องนำภาระค่าคลื่นเดิมมาผ่อนผันแม้แต่น้อย โดยทำการคืนคลื่นทีวีผ่านการประมูลแบบ Reverse Auction และนำคลื่นนั้นไปจัดสรรให้กับบริการโทรคมนาคมแบบ Forward Auction

4. การนำภาระค่าคลื่น 900 MHz ไปผูกกับการจัดสรรคลื่น 700 MHz โดยอ้างว่าต้องเร่งประมูล 5G ซึ่งจะสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในอีก 15 ปีข้างหน้าถึง 2.3 ล้านล้านบาท แต่จากรายงานของ GSMA ประมาณได้ว่า ผลที่ไทยจะได้รับอยู่ที่ 4 แสนล้านบาท ต่ำกว่ากันถึงเกือบ 6 เท่า และประโยชน์ที่ทั้งโลกจะได้รับอยู่ที่ 70 ล้านล้านบาท สัดส่วนขนาดเศรษฐกิจไทยต่อเศรษฐกิจโลกไม่ถึงร้อยละ 1 จึงไม่มีทางที่จะเป็น 2.3 ล้านล้านบาทตามที่อ้างกัน

5. จากรายงานของ GSMA ประเทศที่จัดสรรคลื่น 5G ได้เร็วไม่ตกยุคคือประเทศที่จัดสรรภายในปี ค.ศ. 2021 น่าจะเป็นเพราะสภาพความพร้อมของอุตสาหกรรมจะมาในปี ค.ศ. 2021 ทั้งในด้านอุปกรณ์ ด้านความพร้อมใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่น ส่วนในปัจจุบันแม้ไม่มี 5G ระบบอัตโนมัติและ IoT ก็เปิดให้บริการแล้ว ความเข้าใจที่ว่าถ้าไม่มี 5G จะไม่มีระบบการผลิตอัตโนมัติหรือไม่มี IoT ใช้งานเป็นความเข้าใจผิด หากไทยมี 5G ในปี ค.ศ. 2021 ก็ไม่ได้ทำให้เขตเศรษฐกิจพิเศษใดของไทยต้องล้มหายไป

6. การให้บริการ 5G ต้องใช้คลื่นทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง แต่ไทยยังไม่จัดทำแผนบูรณาการคลื่น 5G ทุกย่าน การเร่งจัดสรรคลื่น 700 MHz โดยไม่มีแผนการใช้คลื่นย่านอื่นประกอบทำให้เกิดความเสี่ยงทางธุรกิจ มากกว่าเกิดประโยชน์ และปัจจุบันมีเฉพาะทวีปยุโรปที่มุ่งใช้คลื่นย่าน 700 MHz แต่ยังไม่เปิดบริการและยังไม่มีอุปกรณ์ในท้องตลาด ส่วนอเมริกา จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ยังไม่ได้มุ่งใช้คลื่นย่านนี้

7. การเรียกคืนคลื่นจากทีวีดิจิทัลนั้น ต้องมีการทำแผนช่องสัญญาณออกอากาศใหม่ โดยใช้เวลาประสานแผนระหว่างโครงข่ายประมาณ 3 เดือน และใช้เวลาปรับอุปกรณ์อีกประมาณ 18 เดือน อย่างน้อยจึงต้องการเวลาอย่างต่ำ 20 เดือนนับจากวันเรียกคืน จึงจะสามารถนำคลื่น 700 MHz มาให้บริการโทรคมนาคมได้ การสร้างความเข้าใจผิดในการเร่งโอ่อวดเรื่อง 5G ของไทยในปี ค.ศ. 2019 นี้จะทำให้เกิดความสับสนกับสังคม หรือมิเช่นนั้นก็เป็นเพียงข้ออ้างในการเอื้อเอกชน

8. ด้วยความกังวลว่า หากให้ผ่อนค่าคลื่น 900 MHz เมื่อเอกชนได้ประโยชน์แล้ว แต่ไม่เข้าประมูล 5G จะทำให้เกิดค่าโง่ ในคำสั่งจึงกำหนดให้เอกชนต้องรับการจัดสรรคลื่น 700 MHz หากไม่รับการจัดสรรจะไม่สามารถผ่อนค่าคลื่น 900 MHz ดูเหมือนจะเป็นการบังคับ แต่เมื่อไม่ต้องใช้วิธีประมูล โดยให้สำนักงาน กสทช. เป็นผู้กำหนดราคาคลื่น หากกำหนดราคาต่ำไป ก็จะเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนได้ผ่อนค่าคลื่น 900 MHz ด้วย ได้รับคลื่น 700 MHz ในราคาถูกด้วย เป็นการผูกขาดตลาดโทรคมนาคมอย่างถาวร โดยผลของคำสั่ง คสช.

9. ปัญหานี้เกิดจากการไม่มีกลไกกำกับดูแลการจัดสรรคลื่นและการกำหนดราคาคลื่นให้เป็นธรรม ซึ่งในการชดเชย ทดแทน ชดใช้ จ่ายค่าตอบแทนฝั่งทีวีดิจิทัล คำสั่ง คสช. ได้มีการกำหนดให้มีคณะอนุกรรมการซึ่งมีองค์ประกอบจากหลายหน่วยงานร่วมพิจารณา แต่กลับมอบดุลพินิจที่ปราศจากการตรวจสอบถ่วงดุลให้กับสำนักงาน กสทช. ดังนั้น โอกาสที่รัฐจะเสียค่าโง่ในการจัดสรรคลื่น 700 MHz ยังเปิดกว้างอยู่ และทำให้ตอกย้ำคำถามเดิมว่า ทำไมกิจการสองด้าน คสช. จึงกำหนดมาตรฐานในการจัดการต่างกัน

10. ในส่วนผู้ได้รับผลกระทบจากการเรียกคืนคลื่น 700 MHz แบ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นเดิม (แต่ไม่ได้ระบุว่าช่องใด) และผู้ให้บริการโครงข่ายหรือ MUX การที่มีการตีขลุมว่าทุกช่องรายการได้รับผลกระทบนั้น อาจไม่ถูกต้อง เพราะในการออกอากาศทีวีดิจิทัล ช่องรายการเป็นผู้ส่งเนื้อหาให้ MUX แพร่ภาพ แม้ว่าจะมีการเรียกคืนคลื่น 700 MHz ช่องรายการก็ยังได้รับสิทธิแพร่ภาพด้วยคุณภาพสัญญาณระดับเดิมโดยไม่ได้รับผลกระทบ เพราะในระบบดิจิทัล 1 MUX ใช้เพียง 8 MHz ออกอากาศได้ 12 ช่องรายการ SD หรือ 4 ช่องรายการ HD เมื่อมีการประสานแผนช่องสัญญาณ แม้คลื่น 700 MHz บางส่วนจะหายไป ทุกช่องรายการในปัจจุบันก็ยังจะสามารถออกอากาศได้ตามสิทธิเดิมโดยไม่ผิดเพี้ยน การขยายความให้ผู้ไม่ได้รับผลกระทบไม่ชำระเงินงวดย่อมสร้างความเสียหายต่อรัฐและไม่เป็นไปตามคำสั่งนี้

11. สุดท้าย คำสั่งนี้คำนึงถึงทุนเป็นศูนย์กลาง มิใช่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง จึงมีมาตรการดูแลเจ้าของทุน แต่ไม่มีมาตรการดูแลประชาชน มีการตั้งคำถามว่า เอกชนได้ผ่อนค่าคลื่น ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ถูกลงด้วยหรือไม่ และในฝั่งทีวีดิจิทัล เดิมที กสทช. ได้กำหนดให้มีช่องรายการข่าวสารสาระ ช่องรายการเด็ก ซึ่งทั้งสองประเภทได้รับความนิยมน้อยกว่าช่องรายการบันเทิง การไม่กำหนดมาตรการดูแลที่ต่างกันระหว่างช่องรายการต่างประเภทกัน อาจทำให้ช่องรายการข่าวสารสาระและช่องรายการเด็กหายไปมากกว่าช่องรายการบันเทิง ประชาชนก็จะได้รับสัดส่วนรายการที่เป็นประโยชน์น้อยลงไป และผู้สื่อข่าวหรือผู้ผลิตรายการสำหรับเด็กก็จะล้มหายตายจากไปด้วยเช่นกัน หากผู้มีอำนาจหวนกลับมาคำนึงถึงประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังพอมีเวลาแก้ไขทัน..”

 

70 ตำแหน่ง! หน.คสช.ใช้ ม.44 สั่ง ระงับปฏิบัติหน้าที่- ย้ายข้าราชการ-ปลัดอปท.-ผอ.สถานศึกษา

 

จดหมายเปิดผนึก! เครือข่ายนักวิชาการ นักศึกษา ศิลปิน และภาคประชาสังคม”ข้อเสนอแนะ ทางออก แก้วิกฤติชุมชนป้อมมหากาฬ”

 

พฤติกรรม..ก๊วนจีนปั่น like! คำบอกเล่า..จากผู้ให้คนจีนเช่าบ้าน คดีซิมโทรศัพท์ปริศนา 3.47 แสนเบอร์ ตัวการหลักยังหนีลอยนวล 

18 มิถุนายน 2560 

ผู้เขียน : ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าว”Thai PBS” 

พฤติกรรม..ก๊วนจีนปั่น like! คำบอกเล่า..จากผู้ให้คนจีนเช่าบ้าน คดีซิมของกลางปริศนา 3.47 แสนเบอร์ ตัวการหลักยังหนีลอยนวล เผยบ้านเช่าคนจีนใช้ไฟเดือนละ 4,500 บาท นอนกลางวัน ทำงานกลางคืน มีหญิงคนไทยจัดหาบ้านเช่าให้..ใช้เป็นฐานปฏิบัติการปั่นยอดวิว ..

ไทยพีบีเอส..พูดคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง..ดูแลหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่กลุ่มชาวจีนไปเช่าบ้านอยู่ ทีมข่าวสอบถามที่มาที่ไปของกลุ่มคนจีนเหล่านี้ 

– เริ่มเข้ามาเช่าได้อย่างไร ..? 

ตอบ : มีผู้หญิงไทย เป็นข้าราชการ ในจัดหวัดสระแก้ว สอบถามและว่าจะมีคนจีนมาเช่า ซึ่งปกติ ที่นี่ ก็ให้คนต่างชาติเช่าอยู่บ้าง เลยไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะเราทำตามกฎของ ตม.ชัดเจน ว่า ถ้ามีต่างชาติมาอยู่ ให้แจ้งภายใน 24 ชั่วโมง เอาหลักฐานพาสปอร์ต วีซ่า เดินทางไปแสดงให้ ตม.รับทราบ 

– เริ่มเข้าอยู่ในบ้านเมื่อไหร่ ..? 

ตอบ : เขาก็มากัน เดือนกุมภาพันธ์ 2560 คนจีน ตอนแรกมาคนเดียว ยังไม่มีเพื่อนคนจีน แล้วก็หญิงไทย ซึ่งทำงานแถวนี้ เราก็เอาบัตรปชช. ผู้หญิง แล้วก็พาสปอร์ตคนจีนมา เพราะเขาเป็นผู้เช่า ตอนมาก็เห็นว่า หิ้วกระเป๋ามาใบเดียว ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ  มีพักหลัง ที่มีเพื่อนชาวจีนเขามาเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้อะไรแจ้งตม. แล้วก็ไม่ได้สนใจ เพราะเขาอยู่บ้านเดียวกัน เขาพูดจีน เราสื่อสารไม่ได้ มีอะไรที่จะต้องติดต่อ ก็โทรผ่านผู้หญิงคนนี้ เขาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับคนจีน

– กำหนดสัญญาเช่าอย่างไรบ้าง เหมือนกับคนอื่นไหม

ตอบ : ปกติเราทำสัญญา 1 ปี ทั่วไปอยู่แล้ว แต่กรณีนี้ เขาเจรจา ขอเช่าอยู่ 6 เดือน มีต่อรองกัน เขาให้เหตุผลว่า จะอยู่ระยะสั้น แป๊ปเดียวเดี๋ยวจะย้ายไปที่อื่นแล้ว เราก็ตกลง ให้เช่าบ้าน เป็นบ้าน 2 ชั้น ราคาเดือนละ 15,000 บาท มัดจำล่วงหน้า 2 เดือน 

– พฤติกรรมการใช้ชีวิตของชาวจีนในบ้านเป็นอย่างไร

ตอบ : ก็เห็นและได้ยินคนในหมู่บ้าน ใกล้ๆ บ้านเขาบอกว่า นอนกันตอนกลางวัน และทำงานกันตอนกลางคืน แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า เขาทำอะไรกันในบ้าน จนวันที่ตำรวจไปจับ ถึงรู้ว่า มีซิมโทรศัพท์มากมาย และมีอุปกรณ์มือถือ เครื่องโทรศัพท์จำนวนมาก ก็เพิ่งมาเห็นตอนเป็นข่าวแล้ว อย่างที่บอก เราไม่ได้สนใจรายละเอียดในบ้านเขา ก็เหมือนผู้เช่ารายอื่น ที่เมื่อให้เช่าแล้ว เราก็ไม่ได้สนใจอะไร 

– เคยให้เขาส่งของ พัสดุ หรือ มีพัสดุ สิ่งของมาส่งบ้างหรือไม่ 

ตอบ : เคยเห็นค่ะ เป็นกล่องๆ มาส่งเป็นระยะ และช่วงแรกๆ เขายังมาขอชื่อและที่อยู่บ้านเราไปด้วย เพื่อให้เรารับของพัสดุแทนเขา รับมาก็เอาไปให้เขา 2 ครั้ง หลังจากนั้น ก็โทรบอกผู้หญิงไทยให้เขาทราบว่า เราจะไม่รับฝากของอีกแล้ว ไม่ใช่อะไร เราแค่รู้สึกว่า ไม่สบายใจ เพราะไม่รู้ว่า ของที่รับแทนมาเป็นอะไร 

ใจเราก็ไม่อยากยุ่งกับเรื่องแบบนี้แต่แรกแล้ว เพราะหนึ่งเขาเป็นต่างชาติ ยิ่งเป็นคนจีนพูดก็ไม่รู้เรื่องกันอยู่แล้ว เคยได้ยินมาเหมือนกันว่า คนจีนไปเช่าบ้านในประเทศไทย ทำโน่น..ทำนี่ แต่เราก็ไม่ได้คิดว่า บ้านเราที่ให้เช่าจะมีปัญหา

หลังจากนั้น ก็แจ้งผ่านผู้หญิงไทย ให้คนจีนติดต่อรับส่งพัสดุเอง เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น เราก็ไม่อยากไปมีส่วนร่วมรับผิดด้วย 

– ตอนรับพัสดุ..ได้สังเกตไหมว่าเป็นอย่างไร ส่งผ่านมาทางไหน 

ตอบ :  ไม่ได้สังเกตมากค่ะ แต่ตอนรับจะมีรถขนส่งสินค้าของเอกชนทั่วไปเป็นผู้ขนส่งมาให้ รับมาแล้ว ก็ไม่เคยเขย่า เพราะกลัวว่าของๆ เขาจะแตก หรือ เสียหาย เดาไม่ได้ด้วยว่า เป็นซิมโทรศัพท์หรือไม่ เพราะเป็นกล่องสีน้ำตาลทึบแบบกล่องใส่ของปกติ

– คนจีนเคยฝากส่งของไหม..?

ตอบ : ไม่เคยค่ะ 

–  อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ อื่นๆ เข้ามาอยู่ในบ้านคนจีนได้อย่างไร ..?  ( ตำรวจยึดของกลางคดีนี้ไว้ คดีแรกรวม 21 รายการ คดีสองรวม 17 รายการ รวมซิมมือถือกว่า 3.47 เบอร์) 

ตอบ : (หัวเราะ) ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ อย่างที่บอก เหมือนคนเช่าบ้านทั่วไป ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เราทำแค่ที่ ตม.บอก คือรายงานใน 24 ชม. เมื่อเขามาเช่สบ้านจากนั้นก็จบ ถ้าเขาไม่ได้ต้องการอะไร ก็ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับเขา  วันที่ตำรวจจับ เจอแผงโทรศัพท์ ก็ไม่ได้อยุ่ด้วย แต่ทางตำรวจโทรตามให้ไปช่วยชี้ตัว เอาจริงๆ นะยังตกใจเลยตอนเห็นข่าว เห็นภาพแผงมือถือ อุปกรณ์อะไรมากมายขนาดนั้น ก็ยังสงสัยว่า เขาไปขนเข้าบ้านกันมาตอนไหน


– บ้านหลังนี้ มีข้อมูลไหมว่า การจ่ายค่าไฟ คนจีนจ่ายค่าไฟเดือนละเท่าไหร่ ( ถามประเด็นนี้ เพราะเห็นจากแผงวางมือถือ ตามรูปนะคะ มีการชาร์ตไฟ..เสียบแบตกัน อุปกรณ์ไอทีทั้งนั้น ถ้าจะใช้งานแบบนี้ ค่าไฟน่าจะเป็นตัวบอกข้อมูลอะไรได้บ้าง) 
ตอบ : ทราบค่ะ ค่าไฟบ้านนี้พุ่งสูงกว่า บ้านหลังอื่นๆ ค่าไฟเฉลี่ยรวมก็ตกเดือนละ 4,000 บาท – 5,000 บาท ถ้าเปรียบเทียบกับค่าไฟบ้านหลังอื่นๆ ก็ประมาณ 1,000 บาท

– เหตุเกิดขณะนี้ เขาโดนจับกันแล้ว มีใครจ่ายค่าเช่าบ้านหรือยัง

ตอบ : โอ้ยยย ..ยังไม่จ่ายเลยค่ะ เขาติดค่าเช่าของเดือนพฤษภาคมอยู่งวดนึงด้วย ของมิถุนา เดือนนี้ ไม่ต้องคิดถึงเลย แต่ก็จะไม่ทวงนะ ไม่เอา ยอมปล่อยไม่อยากมีปัญหา 

– จากนี้ จะมีแนวทางให้คนต่างชาติเช่าบ้านอีกหรือไม่ 

ตอบ : (หัวเราะ) ไม่เอาแล้ว เข็ดแล้วค่ะ ชาติไหนก็ไม่เอาแล้ว ให้คนไทยเช่าดีกว่า อย่างน้อยก็ยังคุยสื่อสารกันรู้เรื่อง นี่ยังดีนะว่าไม่โดนไปด้วย แต่เราก็แสดงความบริสุทธิ์ใจแต่แรกแล้ว อย่างเขามาเช่า เราก็รีบบอก ตม. ไม่ได้ปกปิดอะไร ..ตำรวจถามอะไร ก็บอก ก็ให้ความร่วมมือ ..ขนาดนักข่าวมาถามเรายังบอกเลยนี่ ไม่อยากปิด ไม่มีประโยชน์อะไร 

 – คดีนี ตำรวจเชิญไปสอบปากคำอย่างไรบ้างแล้ว..?

ตอบ : ก็มีช่วงแรก อ่อแล้วก็เมื่อคืนนี้ ตำรวจโทรมาเชิญไปให้ปากคำเมื่อ 3 ทุ่ม และชี้ตัวบุคคลที่เป็นคนจีนอีกคนหนึ่ง เพราะตำรวจยังจับไม่ได้อีกคนหนึ่ง  ด้วยการดูรูปผ่านสำเนาพาสปอร์ตว่าตรงตัวกันหรือไม่ ก็ยืนยันไปว่าใช่ เพราะเป็นคนหลักที่มาขอเช่าบ้าน เป็นคนที่ยื่นพาสปอร์ตมาตอนเข้าอยู่ แต่ตอนนี้ ตำรวจว่ายังหลบหนีอยู่

************

หมายเหตุ : ..พูดคุยกันราวๆ เกือบ ครึ่งชั่วโมง ที่ศาลารอรถ ข้างทาง ใกล้ๆ หมู่บ้านที่เกิดเหตุ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว


 

อัพเดท 5 วันผ่าน..!  คดี ซิมโทรศัพท์ปริศนา 347,000 เบอร์ หลังจาก ตร.อรัญฯ สระแก้ว จับ 3 คนจีน พร้อมอุปกรณ์คอมพ์-ไอโฟน 500 เครื่อง

17 มิถุนายน พ.ศ.2560 
5 วันผ่าน!  คดี ซิมโทรศัพท์ปริศนา 347,000 เบอร์ หลังจาก ตร.อรัญฯ สระแก้ว จับ 3 คนจีน พร้อมอุปกรณ์คอมพ์-ไอโฟน 500 เครื่อง

…ขอสรุปคร่าวๆ นะคะในประเด็นเหล่านี้..

1.สรุปความคืบหน้า  

2.ผลตรวจสอบ 

3.ปมที่มา..พบซิมไทยส่วนหนึ่งมาจากกัมพูชา..?

4. กสทช.ยังไงต่อ..?

5. ตำรวจ..รออะไร..? 

6. เชื่อ-ไม่เชื่อ ปัญหาคาใจ? 

7. คนเราจะซื้อซิมจำนวนมากๆ ได้หรือไม่ ?


 1.สรุปความคืบหน้า

– ช่วงเวลานี้ 4-5 วันมานี้.. เป็นบรรยากาศแห่งการสแกนบาร์โค้ทของค่ายมือถือ ทั้ง AIS / Dtac และ True ที่ สถานีตำรวจ (สภ.อรัญประเทศ) ห่างชายแดน ราวๆ 5-6 กม. (โรงเกลือ- ปอยเปต) 

– วันๆ .. ก็จะได้ยินเสียง …ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด….ติ๊ดๆๆๆๆๆ ระรัว..มือเป็นระวิง..  ภายใต้ระยะเวลา ที่ต้องเร่งสแกนบาร์โค้ทซิมกว่า 347,000 ซิม.. ให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด



– AIS ระดมทีม 30 คน .. ใช้เวลา ..วันเดียวจบ สแกน 105,485 เบอร์ 

– Dtac มาวันแรกเมื่อ 2 วันก่อน..มาถึงก็ครึ่งบ่ายแล้ว งานไม่จบ.. สแกนได้ 16,000 เบอร์ … วันต่อมา (เมื่อวาน) เพิ่มคน..เพิ่มเครื่องสแกน เพิ่มคนช่วย เริ่มตั้งแต่เช้า จนถึง 5 ทุ่ม ปิดจ็อบสแกนสำเร็จ 104,439 เบอร์ วันนี้เจอทีมดีแทค ตาโหลไปตามๆ กัน

– Truemove จริงๆ มาถึง สภ.อรัญฯ ค่ายแรกช่วงหลังเกิดเหตุแรกๆ แต่ใช้วิธีสุ่มสแกนบาร์โค้ทซิม ทำไปได้ 7,000 เบอร์ แล้วทิ้งไป 2 วัน เข้าใจว่า .. ทาง ตำรวจ หรือ กสทช. แจ้งว่าการสแกนต้องทำทุกชิ้นที่เป็นของกลาง … 

มาวันนี้เลยงานงอก เพราะ อีก 2 ค่าย AIS กับ Dtac ทำเสร็จไปแล้ว .. แต่ True ยังต้องสแกนที่เหลืออีกนับแสนเบอร์ เพราะของ True โดนยึดเป็นของกลางมากที่สุด 131,000 เบอร์ วันนี้ จึงได้ยินเสียง ติ๊ดๆๆๆๆ ตั้งแต่เช้า 


– แล้วข้อกำหนด กสทช. คือ ทั้ง 3 ค่าย ต้องส่งรายงานเบอร์ ให้ กสทช. ทราบภายในวันนี้ … คือ ต้องทราบว่า ของกลางเหล่านี้.. ใช้เบอร์อะไร
– เพื่อ กสทช.จะสรุปรายงานส่งให้ตำรวจ

2. ผลตรวจสอบ (ยังไม่สรุป..แต่มีอัพเดท)

– การสแกนบาร์โค้ทซิมโทรศัพท์ ของทั้ง 2 ค่ายมือถือที่แล้วเสร็จไปแล้ว ทำให้ กสทช.ได้รับแจ้งเบื้องต้นว่า บางเบอร์ พบว่า มาจากกัมพูชา และภาคกลางของไทย

เบื้องต้น..บางซิมที่ตรวจสอบพบว่าถูกเปิดใช้งานแล้ว…. และลงทะเบียนซิม ..แต่ ยังไม่มีใครบอกได้ว่า… ลงทะเบียนโดยใคร  

3.ปมที่มา..พบซิมไทยส่วนหนึ่งมาจากกัมพูชา..?

– พูดคุยสอบถามกับแหล่งข่าวหลายคน สันนิษฐานคล้ายๆ กันว่า เป็นการใช้งานบริเวณชายแดน และบางส่วนเป็นข้อสันนิษฐานจาก กสทช. ว่า อาจมีกลุ่มทัวร์ ที่ไปเที่ยวในปอยเปตแล้ว แจกซิมฟรีของค่ายมือถือ รวมในแพคเกจท่องเที่ยว และแพคเกจเข้ากาสิโน 

– โดยคาดเดาว่า ผู้จัดแพคเกจ เป็นผู้จัดหาซิมฟรีของไทย จะจัดเตรียมไว้ให้ใช้ระยะสั้นๆ ในแพคเกจกิน-นอน-เที่ยว-โทร พอเข้าไปฝั่งปอยเปตได้  แต่ถ้าไม่มีใครใช้ ก็ทิ้งๆ ไป..ขายส่งแบบเหมาเข่ง หรือ เป็นถุง ก็มีความเป็นได้ แต่จะไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นล็อตของกลาง 3.47 แสนซิมแน่นอน

4.กสทช.ยังไงต่อ..?
– นำไปสู่การรอตรวจสอบ..ของ 3 ค่ายมือถือที่จะรายงาน…หลังรู้เบอร์..ก็จะรู้แหล่งที่มาของซิม.. เมื่อรู้แหล่งที่มาแล้ว ..ที่มานั้นจะเป็นตัวบอกข้อมูลอะไรได้หลายๆ อย่างในตัวซิมมันเอง เช่น 

ซิมนี้มาจากภูมิภาคไหน / จังหวัด / เขต / อำเภออะไร / 

ลงทะเบียน..ด้วยบัตรประชาชน.. มีหรือไม่ 

ถ้าไม่…ค่ายมือถือก็งานเข้าเต็มๆ … (ต้องไปเจอคำสั่งลงโทษจาก กสทช.) 


แต่ถ้ามีลงทะเบียน..คือใคร .. เป็นคนไทย หรือ ต่างชาติ

การลงทะเบียนเป็นตัวบุคคล หรือ ในนามตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) 

– ข้อมูล จาก กสทช.เท่าที่เคยทำข่าว กสทช. มาหลายประเด็น ข้อมูลดิบๆ ภาพรวมเบอร์โทรฯ ในตลาดอุตสาหกรรมซิมโทรศัพท์ ขณะนี้มี 120 ล้านเบอร์ 

ในจำนวนนี้ เป็นเบอร์ระบบเติมเงิน 90% 

และมีประมาณ 20% ของจำนวนซิมทั้งหมด.. เป็นการลงทะเบียนในนามตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) 


5. ตำรวจ..รออะไร..? 
-หลังจากฝากขังผู้ต้องหา คนจีน 3 คนไปแล้ว … ตอนนี้ รอข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น…จาก ค่ายมือถือ และ กสทช. ซึ่งต้องสรุปเป็นเอกสารรายงานส่งให้ตำรวจ เพื่อนำมาขยายประเด็นการสอบสวน

6. เชื่อ-ไม่เชื่อ ปัญหาคาใจ? 
– ข้อกล่าวอ้างของคนจีน..เอาซิมกว่า 3.47 แสนซิมไป สมัครสมาชิกวีแชท 

– ด้วยการเอาซิม ใส่เครื่องอ่านเบอร์ (แอคซิม) โดยไม่หักเบอร์ออกมา คือ ไม่ได้ใช้งานโทรศัพท์ แต่อยากรู้เบอร์โทรอย่างเดียว เพื่อเอาเบอร์ไปลงทะเบียนสมัคร”วีแชท” แอพยอดฮิตของคนจีน (ฮิตแบบไหน.. ก็ฮิตแบบคนไทย เล่น Facebook อารมณ์ประมาณนั้น) 

– เพื่อเอาไอดี วีแชท ไปสมัคร เพจออนไลน์ของจีน เพื่อปั่นสินค้า ยอดวิว ยอดไลค์ ยอดแชร์

– ทำกันที่สระแก้ว แต่อ้างว่า บริษัทแม่ที่ประเทศจีน เป็นคนสั่ง และเป็นผู้จัดหาซิมมือถือมาให้ โดยมีการส่งกันในประเทศไทย ตร.บอก ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า มาเป็นกล่องบ้างๆ ลังบ้าง มาครั้งละมากๆ 

7. คนเราจะซื้อซิมจำนวนมากๆ ได้หรือไม่ ?

ได้ อยากซื้อเท่าไหร่ก็ได้…ไม่มีกฎหมายห้าม ..ต้องลงทะเบียนด้วยบัตร ปชช. 

ว่าแต่ว่า..คนๆ หนึ่ง… หรือ คน 3 คน..ถ้ามีซิม 3 แสน 4 หมื่น 7 พันเบอร์ อยู่ในครอบครอง… 

..เป็นคุณจะเอาซิมเหล่านี้..ไปทำอะไรได้บ้าง..?