RSS

Category Archives: กำหนดการ-หมายข่าว

​เคาะแล้ว! กสทช.ไทย-8 ประเทศอาเซียน จับมือเก็บภาษี Facebook- Youtube / คุมเนื้อหาไม่เหมาะสม

​เคาะแล้ว! กสทช.ไทย-8 ประเทศอาเซียน จับมือเดินหน้าเก็บภาษี Facebook / Youtube และ กลุ่ม OTT รายใหญ่-เล็ก ดึง ธปท.ร่วมทำกฏ กำหนดอัตราภาษี  ขณะที่แต่ละประเทศ เห็นด้วยคุมเนื้อหาออนไลน์เฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนของแต่ละชาติ


พฤ. 14 กันยายน 2560
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12-13 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติในหัวข้อ Over the Top (OTT) ซึ่งเกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ให้บริการภาพและเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต  โดยมีหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมจากประเทศสมาชิกอาเซียน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย กัมพูชา บรูไน ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในประเทศอาเซียน และผู้ให้บริการ OTT เข้าร่วม ภายหลังจากการประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือภายในสภาหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Telecommunications Regulators’ Council (ATRC) ถึงภาพรวมของบริการ OTT โอกาสในการดำเนินธุรกิจของผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม ความท้าท้าย ทิศทางและแนวโน้มในการกำกับดูแล และการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศอาเซียน ผลการประชุมได้ข้อสรุปเป็นหลักการในเบื้องต้นที่จะดำเนินการร่วมกันในการส่งเสริมและรองรับการให้บริการ OTT ในภูมิภาคอาเซียน 3 ประการ ได้แก่  

1. การส่งเสริมและกำกับดูแลระหว่างอุตสาหกรรมและระหว่างองค์กรกำกับดูแลเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งผลประโยชน์ของประเทศในด้านภาษี

2. การสร้างสภาวะการแข่งขันที่เหมาะสมและเท่าเทียมกันในการให้บริการ OTT ระหว่างผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมกับผู้ให้บริการ OTT และระหว่างผู้ให้บริการ OTT รายใหญ่กับรายเล็ก 
3. การส่งเสริมเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยี ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการเข้ากันได้ของระบบต่างๆ   จะเน้นเรื่องเนื้อหาที่นำมาให้บริการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย 

โดยหลังจากนี้จะนำหลักการดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม ATRC เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป ในระหว่างนี้ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถจะดำเนินการภายใต้หลักการดังกล่าว และกฎหมายของประเทศตัวเองได้

นายฐากร กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. จะนำหลักการดังกล่าวมาดำเนินการส่งเสริมและรองรับการให้บริการ OTT ของประเทศไทยใน 3 ประเด็นใหญ่ ดังนี้ 

 

1. นโยบายด้านภาษี โดย สำนักงาน กสทช. พร้อมเป็นหน่วยงานประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือเพื่อให้สินค้าและบริการ OTT ที่มีรายได้จากการให้บริการในประเทศไทยดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ หรือแนวปฏิบัติด้านภาษีอากรของประเทศไทย 
2. การคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนของการเผยแพร่ผ่านบริการ OTT ประเภทการสื่อสารผ่าน Social Network และการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามกฎหมายของประเทศไทย โดยจะใช้วิธีการขอความร่วมมือให้ผู้ให้บริการ OTT ออกแนวปฏิบัติ (Code of Conduct) ในเรื่องดังกล่าวให้สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศไทย 

และ 3. การส่งเสริมการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน อย่างกรณีผู้ให้บริการ OTT ที่มาลงทะเบียนกับผู้ให้บริการที่ไม่มาลงทะเบียน และกรณีของผู้ให้บริการโทรคมนาคมซึ่งถูกกำกับดูแลด้วยกฎระเบียบต่างๆ ในขณะที่ผู้ให้บริการ OTT ยังไม่ถูกกำกับดูแล โดยสำนักงาน กสทช. สนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการแข่งขันสำหรับการประกอบกิจการของผู้ให้บริการ OTT ในปัจจุบัน รวมถึงบริการ OTT ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมสามารถร่วมมือกับผู้ให้บริการ OTT หรือสามารถแข่งขันในการประกอบกิจการกับผู้ให้บริการ OTT บนกฎ กติกา เดียวกัน และให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้บริการที่หลากหลาย จะไม่มีการปิดกั้นบริการ OTT ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

“สำหรับหลักการดังกล่าวนี้ สำนักงาน กสทช. จะนำส่งให้คณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ Over The Top ที่มีรองประธาน กสทช. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ เป็นประธาน เพื่อนำไปประกอบการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเดือนตุลาคม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศสมาชิกอาเซียน ยังเห็นด้วยกับแนวทางการคุมคุมเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนและไม่เหมาะสม เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงปัจจุบัน  เนื้อหาบางลิ้งค์ URL  ที่ถูกนำเสนอผ่านช่องทาง

เฟสบุ๊ค / ยูทูป และกูเกิ้ล  ส่งผลกระทบต่อศีลธรรมและความมั่นคงของแต่ละประเทศ เช่น   

ประเทศมาเลเซีย พบการเผยแพร่ที่ส่งผลกระทบด้านศาสนาผ่านเกมส์เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่มีการเผยแพร่เกมส์ ด้วยการนำตัวการ์ตูนพระพุทธเจ้า กับ พระเยซู มาต่อสู้กัน

ประเทศเวียดนาม และสิงคโปร์ 

เกิดปัญหาการวิจารณ์การเมืองและรัฐบาลรุนแรง 

ส่วนประเทศไทย พบปัญหากรณีหมิ่นสถาบัน และเว็บไซด์ไม่เหมาะสม 

ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของแต่ละประเทศ แต่ผู้ให้บริการที่เป็นประเทศมหาอำนาจ

และมีความเสรี อาจไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของอาเซียน ซึ่งหลายครั้ง เมื่อขอให้ถอดลิ้งค์ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ  ทำให้กสทช.หลายประเทศยืนยันต้องควบคุมเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ โดยอาจพิจารณาเสนอที่ประชุมอาเซียนใหญ่เพื่อ ออกเป็นกฏบัตรอาเซียนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

Advertisements
 

ก.ดีอี แถลง 8 ก.พ.60 ความร่วมมือเข้าถึงแแหล่งทุนเพื่อขับเคลื่อน ศก.ดิจิทัลฯ มี รมว.- SME BANK -บสย.-ผู้บริหาร 5 ธนาคาร ร่วม

(โพสต์ ข้อมูล 1 ก.พ.60)

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอเรียนสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าว “งานความร่วมมือกับสถาบันการเงินพันธมิตรเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม” โดยร่วมมือกับสถาบันการเงินบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บสย.) , ธนาคารพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ( SME BANK ), ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน),ธนาคาร กรุงไทย จำกัด ( มหาชน), ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน ),ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ( มหาชน )และ ธนาคาร ออมสิน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมผู้ผลิตคิดค้นด้านเทคโนโลยี และส่งเสริมสินเชื่อจากสถาบันการเงินให้ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรม

ในวันพุธที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องออดิทอเรียม โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

โดยมีผู้เข้าร่วมงานดังนี้

ผู้ร่วมพิธีเปิดงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ประธานในการเปิดงาน

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ( SME BANK )

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ

สถาบันการเงินบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บสย.)

นายวิเชษฐ วรกุล รองผู้จัดการทั่วไป สายงานธุรกิจ

ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด

นายพิภวัตว์ ภัทรนาวิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญj

ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ( มหาชน )

นางสาวจันทร์เพ็ญ วิชชิจันทกรณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายธุรกิจรายย่อย

ธนาคาร ออมสิน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ

 

ปรับผังใหม่! มติ ทรท. ผู้ประกอบการทีวี –วิทยุ ปรับผังเข้ารายการปกติได้ หลังจบพระราชพิธี เคลื่อนขบวนพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 ค่ำนี้ ให้มีโฆษณาได้แต่คุมโทนสียึดช่อง NBT เป็นหลัก และเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดสดพิเศษ / เนื้อหาละคร – บันเทิง – กีฬา รอกรมประชาสัมพันธ์ เคาะอีกครั้ง / มอบ กสทช.คุมสื่ออนไลน์ – Facebooklike

14658329_1256932200994571_1022560430_n

14 ตุลาคม 2559

ปรับผังใหม่! มติ ทรท. ผู้ประกอบการทีวี – วิทยุ ปรับผังเข้ารายการปกติได้ หลังจบพระราชพิธี เคลื่อนขบวนพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 ค่ำนี้ ให้มีโฆษณาได้แต่คุมโทนสียึดช่อง NBT เป็นหลัก และเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดสดพิเศษ / เนื้อหาละคร – บันเทิง – กีฬา รอกรมประชาสัมพันธ์ เคาะอีกครั้ง / มอบ กสทช.คุมสื่ออนไลน์ – Facebooklike

เมื่อเวลา 12.30 น. พล.ท.สบโชค ศรีสาคร เลขานุการบริหารสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเผย (ทีวีพูล) เปิดเผยภายหลังการประชุมสมาชิกผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ (ทรท.) โดยมีพลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมประชุมด้วย โดยพล.ท.สบโชค ระบุว่า ทรท. ได้รับแนวปฏิบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการแผนงานการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุทุกสถานี ว่า ตั้งแต่เวลา 14.30 น.วันนี้ ทุกช่องจะร่วมกันลิ้งค์สัญญาณถ่ายทอดสดสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปในการเชิญพระบรมศพไปยังพระทีนั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง”

หลังจากนั้น เมื่อจบรายการถ่ายทอดสด ทางสถานีโทรทัศน์แต่ละช่อง สามารถปรับผังออกอากาศรายการได้ตามปกติ แต่อยู่ภายในเงื่อนไข การนำเสนอให้เป็นไปตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งยังเน้นการนำเสนอรายการเฉลิมพระเกียรติ สารคดีเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆ และให้เชื่อมลิ้งค์สัญญาณการถ่ายทอดสดของ ทรท. เมื่อมีพิธี/พระราชพิธีต่างๆ รวมทั้งพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในระยะนี้

สำหรับแนวปฏิบัติของ ทรท. และผู้ประกอบการโทรทัศน์จะขึ้นอยู่กับ แนวทางของสำนักพระราชวัง และนโยบายของนายกรัฐมนตรี เป็นหลัก เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติของผู้ประกอบการโทรทัศน์ และสถานีวิทยุ

“แนวทางเดิมที่รายการโทรทัศน์ , วิทยุ จะออกอากาศสารคดีเทิดพระเกียรติของ ทรท. ไปตลอด 30 วันนั้น ก็ปรับร่นให้เริ่มออกอากาศผังปกติได้ตั้งแต่หลังจบพระราชพิธี ค่ำวันนั้น สังเกตได้จากโลโก้ ทรท. จบ ก็เข้าผังรายการปกติได้ ซึ่งผู้ประกอบการทุกช่อง จะคิดเองได้ว่า อะไรเหมาะสม ไม่เหมาะสม ส่วนเรื่องการออกอากาศละคร, ความบันเทิง และการถ่ายทอดสดรายการกีฬา หรือ เนื้อหาที่มีความบันเทิง ทางกรมประชาสัมพันธ์จะไปประชุมกันอีกครั้ง เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นนโนบายชัดเจนอีกครั้ง แต่เบื้องต้น ให้ผู้ประกอบการแต่ละช่องยึดหลักความเหมาะสม” พล.ท.สบโชค กล่าว

ส่วนการออกอากาศ สปอตโฆษณา ของให้แต่ละช่อง คำนึงถึงความเหมาะสมของเนื้อหา ต้องไม่มีฉูดฉาดหรือปรากฎภาพหวือหวา ถ้าเป็นสปอตโฆษณาที่มีเนื้อหาธรรมดา สามารถออกอากาศได้ตามปกติ แต่ขอความร่วมมือให้ทุกช่อง ควบคุมโทนสีในการออกอากาศ โดยให้ยึดโทนสีของสถานีโทรทัศน์ NBT เป็นหลัก โดยการปรับผังเฉพาะกิจในช่วงนี้ ผู้ประกอบการไม่ต้องส่งผังให้ กสทช. ทราบล่วงหน้า จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
สำหรับการออกอากาศของสื่อใหม่ สื่อออนไลน์ (นิวมีเดีย) สำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม(กสทช.) จะรับผิดชอบ รวมถึงการดูแลการใช้ เฟสบุ๊คไลน์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ

ขณะที่วันนี้ สำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือแจ้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายให้ความร่วมมือเผยแพร่ข่าวสารตามแนวทางของรัฐบาล และระงับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสม ฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ตามที่ รัฐบาลขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกสังกัดที่มี Online TV เผยแพร่ข่าวสารและ รายการผ่านเว็บไซต์ หรือผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่าน Youtube Channel, Facebook Live และสื่อภาพและเสียงอื่นที่เผยแพร่สดทางสื่อออนไลน์ ให้เกาะสัญญาณภาพและเสียงของสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เป็นเวลา 30 วัน หรือจนกว่าจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ด้วย นั้น

ในวันนี้ (14 ต.ค. 2559) สำนักงาน กสทช. จึงได้มีหนังสือถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายให้ดำเนินการดังต่อไป นี้

1. ให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดๆ ผ่านเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์โดยเคร่งครัด

2. นอกจากการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลข้างต้นแล้ว ให้ติดตามและตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต และหากตรวจพบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสม ให้ดำเนินการระงับหรือยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวในทันที รวมทั้งประสานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น Facebook, Twitter, Youtube, Lineฯลฯ ให้ดำเนินการระงับหรือยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวในทันที ทั้งนี้ หากพบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดที่ไม่เหมาะสมแล้วไม่ดำเนินการระงับหรือยับยั้ง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวในทันทีแล้ว ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ กสทช. จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

3. ให้จัดตั้งหน่วยตรวจสอบขึ้นภายในองค์กรหรือหน่วยงานท่านเพื่อติดตามและตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดๆ ผ่านเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง และหากพบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดที่ไม่เหมาะสมแล้วให้ดำเนินการตาม 2. โดยทันที และให้แจ้งผลการดำเนินการให้สำนักงาน กสทช. ทราบโดยเร็ว
4. สำนักงาน กสทช. จะร่วมติดตามและตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดๆ ผ่านเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยหากพบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดที่ไม่เหมาะสม จะดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อผู้กระทำผิดโดยตรงกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ต่อไป ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้ประสานช่องทางการดำเนินการดังกล่าวกับ ปอท. ไว้แล้ว

ทั้งนี้ หากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใดไม่ปฏิบัติตามดังที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป

 

43 ปี 14 ตุลา 2516! ม.ธรรมศาสตร์ จัดปฐกถา“ใครเป็นผู้รับผิดชอบความรุนแรง?” ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 (แยกคอกวัว)

thumbnail_%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99-14-%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a5

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จัดกิจกรรมครบรอบ 43 ปี 14 ตุลา 2516 พร้อมฟัง ปาฐกถา 14 ตุลา ประจำปี 2559

หัวข้อ “ใครเป็นผู้รับผิดชอบความรุนแรง?”
โดย พระภิกษุณีธัมมนันทา (รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์)
วัตรทรงธรรมกัลยาณี (ทรงธรรมกัลยาณีภิกษุณีอาราม)

ในวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559เวลา 07.00- 12.00น.
ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 (แยกคอกวัว) ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร

กำหนดการสำหรับสื่อมวลชน

ภาคเช้า ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 (แยกคอกวัว) ถนนราชดำเนินกลาง
07.00 น. สื่อมวลชนลงทะเบียน
07.30 น.ตักบาตรพระสงฆ์ 14 รูป ด้านหน้าอาคารอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16
08.30 – 09.00 น.พิธีกรรม 3 ศาสนา
09.00 – 10.00 น.พิธีวางพวงมาลาและกล่าวสดุดี
โดย นายกรัฐมนตรี
ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้แทนญาติวีรชน 14 ตุลา ฯลฯ
หมายเหตุ: อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือผู้แทน วางพวงมาลา เวลา 09.00 น.

10.40 – 11.30 น.การแสดงปาฐกถา 14 ตุลา ประจำปี 2559 ในหัวข้อ “ใครเป็นผู้รับผิดชอบความรุนแรง?”
โดยพระภิกษุณีธัมมนันทา (รศ. ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์) เจ้าอาวาสวัตรทรงธรรมกัลยาณี
11.30 – 12.00 น.การกล่าวปัจฉิมกถา โดย นายสันติสุข โสภณสิริ กรรมการมูลนิธิ 14 ตุลา

 

(กำหนดการ) เสวนา “New Perspectives in Agricultural Trade and Investment” โดยสภาหอการค้าฯ 13 ก.ย.59

%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%97

โพสต์ : 12 กันยายน 2559

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถานเอกอัครทูตบราซิลประจำประเทศไทย กำหนดจัดงาน เสวนาในหัวข้อ “New Perspectives in Agricultural Trade and Investment” วันอังคารที่ 13 กันยายน 2559 เวลา 09.00 – 11.30 น. ณ ห้องดุสิตธานีฮออล์ โรงแรมดุสิตธานี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางด้านการเกษตรของทั้งสองประเทศ รวมทั้งมีการหารือโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งในเวลา 10.00 น. จะมีการแถลงข่าวโดย Mr.Blairo Borges Maggi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และอาหาร แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ณ ห้อง Library 1918

 

9 ก.ย.59 สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฯ จับมือมหาวิทยาลัย 15 แห่ง ลงนามความร่วมมือวิจัยและ พัฒนาด้านพลาสมา และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน 

โพสต์ : 7 กันยายน 2559 

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ หรือ สทน. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีกำหนดจะลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเครือข่ายการวิจัยและ พัฒนาด้านพลาสมาและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน ร่วมกับมหาวิทยาลัยในประทศจำนวน ๑๕ มหาวิทยาลัย 

การลงนามในบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ เป็นกิจกรรมการดำเนินงานภายใต้ โครงการการพัฒนากำลังคนทางด้านพลาสมาและพลังงานฟิวชันเพื่อรองรับการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาแห่งชาติ ภายใต้โครงการการศึกษาด้านสะเต็มและกำลังคนเพื่อสร้างความสามารถในการแข่ง ขัน  (STEM Workforce and Education for Competitiveness) ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการงานวิจัยและพัฒนาด้านพลาสมาและ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชันในประเทศไทย ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงและนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อใช้ ประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรมและทางการแพทย์ และการพัฒนาพลังงานในอนาคต รวมทั้งสนับสนุนการสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยให้สอดรับกับนโยบายการ พัฒนาประเทศและรอบรับความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์ในอนาคต

ในโอกาสนี้ สทน.ได้เรียนเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในการลงนามครั้งนี้ 

ดังนั้น สทน.จึงขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกท่าน เข้าร่วมเป็นเกียรติและเผยแพร่ข่าวสารการแถลงข่าวการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ครั้งนี้ 

ในวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๙ ณ ห้องแพลตตินั่ม ชั้น ๓ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน ถ.รัชดาภิเษก  กรุงเทพฯ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๒.๐๐ น.

 

(เสวนา) 24 ส.ค.59 คณะจิตวิทยา จุฬาฯ “การสร้างแรงจูงใจในการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี”

13393305_10204814365318794_179620508_n

กำหนดการ จัดการเสวนา เรื่อง “การสร้างแรงจูงใจในการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี”
วันพุธที่ 24 สิงหาคม 2559 เวลา 13.00-16.00 น.
ณ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ห้อง 613 ชั้น 6 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ

การเสวนานี้ มีวิทยากรซึ่งเป็นผู้วิจัยเจ้าของผลงานวิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับการสร้างแรงจูงใจในการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีให้แก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี การสร้างสัมพันธภาพระหว่างแพทย์ผู้ดูแลและผู้ติดเชื้อจำนวน 3 ท่าน คือ

1.นายแพทย์บัลลังค์ เหลืองวรานันท์…(วิทยานิพนธ์เรื่อง ความไว้วางใจของผู้ติดเชื้อเอชไอวีต่อแพทย์ผู้รักษา : การศึกษาเชิงคุณภาพ)

2.นางสาวจุรีรัตน์ นิลจันทึก (วิทยานิพนธ์เรื่อง ความหมายในชีวิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ : การศึกษาเชิงคุณภาพแบบทีมวิจัยเห็นชอบร่วมกัน)

3.นายภาณุ สหัสสานนท์ (วิทยานิพนธ์เรื่อง ผลของกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยมที่มีศิลปะเป็นสื่อต่อภาวะซึมเศร้าและความร่วมมือในการทานยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอชไอวี)

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการเสวนาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถสมัครผ่านทางระบบออนไลน์ https://form.jotform.me/61712732524451

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร . 02-218-1171 หรือ e-mail: wellness.chula@gmail.com