RSS

Category Archives: การเมือง

(กำหนดการ) 30 ต.ค.58 สมาคมธรณีวิทยาฯ จัดเสวนา“ร่วมกันมองอนาคต การพัฒนาทรัพยากรแร่ของไทย” 

โพสต์บล็อก 24 ต.ค.2558

กำหนดการ

สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย จัดเสวนา “ร่วมกันมองอนาคต การพัฒนาทรัพยากรแร่ของไทย” 

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558
เวลา 09.00 – 12.00 น.

ห้องบุหงา โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9 กรุงเทพฯ

image

image

 

แถลงทางการ! ตร.-คสช. แถลงผ่านทีวีพูล เหตุคุมผู้ต้องสงสัย โชว์หลักฐาน เอี่ยวบึ้มราชประสงค์-สาทร

image

image

29 สิงหาคม 2558

แถลงทางการ! เมื่อเวลา 18:00น. โฆษก สตช.-คสช. แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ พร้อมโชว์ภาพหลักฐานที่ตรวจค้นได้ ว่า

” วันนี้ตั้งแต่เวลาเช้า จนท. ตร. – ทหารสนธิกำลังกัน เข้าตรวจค้นตามเป้าหมายที่เราสงสัย และมีข้อมูลจากการสืบสวนตลอดเวลาที่ทำงานกับเหตุระเบิดมา ที่อพาร์ทเม้นท์หนึ่ง ใน ซ.เชื่อมสัมพันธ์ 11  ซึ่งทราบมาว่า มีผู้ต้องสงสัยเข้าไปพักอาศัย ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดราชประสงค์ และที่สาทร

image

ผลการตรวจค้น พบชายต้องสงสัย ที่ถูกจับกุมในฐานะที่มีวัตถุระเบิดในความครอบครอง เป็นชายชาวต่างชาติ อายุ 28 ปี พร้อมของกลางที่เป็นวัตถุระเบิด ชิ้นส่วนประกอบวัตถุระเบิด ได้แก่ เชื้อฝักแคระเบิด ชิ้นส่วนลูกปืนจักรยานยนต์ แพ็คเป็นสติ๊กเกอร์ติดอยู่ในแพ็ค เพื่อสะดวกในการประกอบระเบิด และ ท่อ ซึ่งเป็นคอนเทนเนอร์สำหรับบรรจุระเบิด ท่อหล็ก และมีฝาครอบท่อเหล็ก

image

ส่วนที่พบอีกอัน คือ  พาสปอร์ต ของประเทศๆ หนึ่งจำนวนมาก ขณะนี้ ได้ถูกจนท.ทหารจับกุมไปควบคุมไว้ โดยรายละเอียดจาการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า มีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดทั้ง 2 เหตุ ทั้งที่ ราชประสงค์ และ สาทร เชื่อว่า เป็นคนร้ายในกลุ่มเดียวกัน รายละเอียดจะนำเรียนให้ทราบต่อไป

ตอนนี้ จนท.เฝ้าระวัง จุดผ่านเข้าออกทั่วประเทศ และตามแนวชายแดน และ ผบ.ทบ. กำชับให้จนท.แนวชายแดนมีความเข้มข้นในเรื่องการเฝ้าระวัง นอกเหนือจากการปรับมาตรการรักษาความปลอดภัย จุดท่องเที่ยวและการรักษาความปลอดภัยจุดต่างๆ ”

#แถลงคุมกุมชายต้องสงสัย #เหตุระเบิดราชประสงค์

image

image

image

(18:00น.)

 

(กำหนดการ) 27 ส.ค.58 เครือข่ายแรงงาน เสวนา เรื่อง”อนาคตแยกประกันสังคม สำหรับผู้ประกันตนแรงงานข้ามชาติ ความจำเป็น และความเป็นไปได้”

เสวนา เรื่อง”อนาคตแยกประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนแรงงานข้ามชาติ ความจำเป็นและความเป็นไปได้” โดยจะจัดในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2558 เวลา 8.30-13.00น. ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น5คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

***********

ด้วยสำนักงานประกันสังคมกระทรวงแรงงานมีนโยบายจะพิจารณาแบ่งแยกการบริหารกองทุนประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติออกจากแรงงานไทยโดยมีเหตุผลเพื่อกำหนดแนวทางให้ความคุ้มครองผู้ประกันตนข้ามชาติเป็นการเฉพาะ หรือเป็นไปอย่างเหมาะสม เพราะประเทศไทยให้สิทธิประโยชน์ประกันสังคมมากกว่าหลายประเทศ และมีข่าวว่าสำนักงานประกันสังคมจะร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนประกันสังคมสำหรับแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้เห็นชอบต่อไป

ทำให้องค์กรเครือภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ มีความวิตกห่วงใยเป็นอย่างยิ่งว่า”จะนำไปสู่การเลือกปฏิบัติโดยลดหย่อนอัตราเงินสมทบและประโยชน์ทดแทนบางเรื่องของผู้ประกันตนข้ามชาติที่มีจำนวนมากกว่า 5 แสนคนในกองทุนประกันสังคมในอนาคต  จึงมีความจำเป็นต้องจัดสัมมนาขึ้นเพื่อทบทวนแนวคิด และนโยบายของกระทรวงแรงงานดังกล่าว
คณะผู้จัดฯประกอบด้วย ศูนย์บริการวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะทำงานพัฒนากลไกและกลยุทธ์การเข้าถึงนโยบายประกันสังคมที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) มูลนิธิอารมณ์พงษ์พงัน มูลนิธิเพื่อนหญิง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จึงมีความเห็นร่วมกันว่าต้องจัดเสวนา เรื่อง”อนาคตแยกประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนแรงงานข้ามชาติ ความจำเป็นและความเป็นไปได้”

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2558 เวลา 8.30-13.00น.

ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น5คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เลขที่ 2 ถ.ท่าพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

กำหนดการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง
อนาคตแยกกองทุนประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนข้ามชาติ: ความจำเป็นและความเป็นไปได้
                                                
08.30-09.00 น. ลงทะเบียนและรับเอกสาร

09.00-09.30 น. กล่าวนำและเปิดงานโดย ศ.ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

09.30-09.45 น. รับประทานอาหารว่าง

09.45-10.30 น. นำเสนอ “แนวทางการจัดตั้งกองทุนประกันสังคมสำหรับแรงงานข้ามชาติ” หรือ
“กองทุนประกันสังคมแรงงานข้ามชาติ: เพื่ออะไร? อย่างไร?” โดย นายโกวิท  สัจจวิเศษ  รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

10.30-13.00 น. ทัศนะข้อท้าทาย
”ความเป็นไปได้ในการแยกแรงงานข้ามชาติออกจากกองทุนประกันสังคม”

โดย
(1) ผศ.ดร.แก้วขวัญ ตั้งพิพงศ์กูล
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

(2) นางสาวสุนีย์ ไชยรส
อดีตรองประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.)

(3) นายนันท์  ออประเสริฐ
รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร

(4) นายบัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ
นักวิชาการด้านแรงงาน มูลนิธิอารมณ์ พงษ์พงัน

(5) นายมนัส โกศล
ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.)

(6) นายสาวิทย์  แก้วหวาน
เลขาธิการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และรองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

ดำเนินรายการโดย นายบัณฑิต แป้นวิเศษ หัวหน้าฝ่ายแรงงานหญิงฯมูลนิธิเพื่อนหญิง
พิธีกร

สรุปภาพรวมการเสวนา โดย อาจารย์ทรงพันธ์ ตันตระกูล คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

บันทึกและจัดทำเป็นข้อเสนอ โดย : นางสาวบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ นักวิชาการอิสสระด้านแรงงาน

หมายเหตุ: 1.กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม 

2. วิทยากรอยู่ระหว่างการประสานและยืนยัน 

3.อาหารว่างพร้อมเสริ์ฟในห้องประชุม

 

(กำหนดการ) 27 ส.ค.58 “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”ร่วมงาน กกร. ปาฐกถาพิเศษ”นโยบายเศรษฐกิจและทิศทางประเทศไทย”

ด้วย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้เรียนเชิญ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อปาฐกถาพิเศษและร่วมตอบข้อซักถาม ในประเด็น “นโยบายเศรษฐกิจและทิศทางประเทศไทย” ในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2558 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี 

ทั้งนี้ เพื่อให้ภาคเอกชนได้รับฟังนโยบายฯ และได้ติดตามงานอย่างใกล้ชิด                              

กำหนดการ

8.30 – 9.15 น.   ลงทะเบียน

9.15 – 9.30 น.   ผู้เข้าร่วมงาน พร้อมกัน ณ ห้องนภาลัย บอลรูม

9.30 – 9.45 น.   กล่าวต้อนรับ                   โดย ประธานกกร. (คุณบุญทักษ์ หวังเจริญ)

9.45 – 10.45 น.  ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง นโยบายเศรษฐกิจและทิศทางประเทศไทย     โดย รองนายกรัฐมนตรี  (ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์)

10.45 – 11.30 น.  ร่วมตอบข้อซักถาม   โดย รองนายกรัฐมนตรี (ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์)                   
                      
ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย

11.30 – 12.00 น. มอบของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกัน 

 

{บทวิเคราะห์} “ทีดีอาร์ไอ” เตือน รับมือเศรษฐกิจซบยาว‏ โดย ดร.นณริฏ พิศลยบุตร

ดร.นณริฏ พิศลยบุตร

(โพสต์บล็อก 20 กรกฎาคม 2558)

ทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังอยู่ในช่วงอ่อนแรง สิ้นปีอาจโตเพียง 2.75-3.25 และจะค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ในปีหน้า เหตุจากปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกือบทุกตัวมีปัญหา ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ แนะเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐช่วยค้ำยันเศรษฐกิจ สร้างความชัดเจน เร่งการเบิกจ่าย เยียวยารากหญ้า และเรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2558 โดยระบุว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในจุดต่ำสุดของวัฏจักรเศรษฐกิจน็น

เนื่องจากมีปัญหาทั้งภายในและภายนอกที่เข้ามากระทบเครื่องจักรทางเศรษฐกิจแทบจะทุกตัว ทั้งปัจจัย การบริโภคภายในประเทศ การลงทุนของภาคเอกชน ข้อจำกัดด้านรายจ่ายภาครัฐ และ ภาคการส่งออก ภาคการบริโภคมีปัญหาหนี้ครัวเรือนปรับตัวอยู่ในระดับสูงมากถึงร้อยละ 85-90 (ตามนิยามเดิม) และสูงสุดติดหนึ่งใน 15 ของโลก จนก่อให้เกิดความกังวลว่า หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวได้

ปัญหาดังกล่าว ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำและมีความเป็นไปได้ว่าจะตกต่ำยาวอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นจากราคาน้ำมันที่ตกลงและความต้องการสินค้าเกษตรที่ลดลงอันเนื่องมาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง

เช่นเดียวกันนี้เอง ภาคการส่งออกของไทยก็อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากและมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวต่อไป เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ประกอบกันปัญหาเชิงโครงสร้างภายในที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนหนีจากกิจกรรมการผลิตมูลค่าเพิ่มต่ำไปยังกิจกรรมการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มได้ดีเพียงพอ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังตกขบวนในการเจรจาการค้าต่างๆ เช่น FTA ไทย-ยุโรปที่ล่าช้า และการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement : TPP) ที่ไทยไม่ได้เข้าร่วมเจรจาด้วย ทำให้กรอบการใช้สิทธิ์ในระดับพหุภาคีของไทยยังมีไม่เต็มที่มากนัก โดยกรอบการเจรจาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการเปิดตลาดการค้าสินค้า บริการและการลงทุน ทำให้การสร้างความสอดคล้องในกฎระเบียบทางเศรษฐกิจลดลงไปด้วย

ขณะที่ในส่วนของสินค้าประเภทชิ้นส่วนยานยนต์ แม้ยังมีการเติบโตได้ดี แต่ต้องระวังเทคโนโลยีการผลิตหรือการออกแบบที่ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตไทยจึงต้องมองเกมให้กว้างด้วยการวางแผนการผลิตที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบโจทย์ตลาดให้มากยิ่งขึ้น

ทางด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เอกชนบางส่วนยังคงรอสัญญาณการผลักดันนโยบายที่แน่ชัดและมีผลประโยชน์ที่ดีจริงๆ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจคต่าง ๆ ที่ภาคเอกชนหรือนักลงทุนยังคงมีความไม่แน่ชัดในหลายๆด้าน ขึ้นกับว่าภาครัฐจะสามารถดำเนินโครงการได้ตามเป้าหมาย และโครงการดังกล่าวสามารถตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด ในส่วนรายจ่ายภาครัฐในส่วนของรายจ่ายประจำ ยังมีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณค่อนข้างมาก และไม่น่าจะสามารถเป็นกลจักรใหญ่ในการผลักดันเศรษฐกิจได้

ปัจจัยบวกด้านการท่องเที่ยว แม้ว่าจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ขนาดของผลกระทบยังหวังพึ่งให้เป็นกลจักรใหญ่ไม่ได้มากนัก

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการทีดีอาร์ไอได้ให้ข้อเสนอแนะว่า จากสถานการณ์ที่เครื่องจักรเกือบทุกตัวอยู่ในสภาวะที่ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ สิ่งที่ภาครัฐต้องคำนึงและดำเนินการคือควรใช้มาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคเกษตรอย่างเร่งด่วน แต่ต้องเล็งให้ตรงเป้าไม่ใช่การเยียวยาแบบหว่านอย่างที่ผ่านๆมา เพราะสถานการณ์ตอนนี้ภาคเกษตรกำลังน่าเป็นห่วงที่สุด

กล่าวโดยสรุป เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ โดยตัวเลขอัตราเจริญเติบโตที่เป็นบวก มาจากความโชคดีที่ปีที่แล้วอัตราเจริญเติบโตอยู่ในระดับต่ำมาก คือแค่ร้อยละ 0.7 เรียกได้ว่าเป็นความโตทางการคำนวณทางคณิตศาสตร์จากฐานที่ต่ำ มากกว่าจะเป็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

กลจักรสำคัญในปีนี้ จะขึ้นอยู่กับการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ ว่าสามารถทำได้ตามเป้าหมายมากน้อยเพียงใด และภาครัฐจะมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วนเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดคาดว่าอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้น่าจะอยู่ในช่วง 2.75-3.25 เปอร์เซ็นต์

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปีหน้าคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากหนี้ครัวเรือนซึ่งเกิดขึ้นจากนโยบายรถคันแรกน่าจะเริ่มครบกำหนด และการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ที่จะเข้ามาในขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ปัจจัยสำคัญที่ชี้บ่งอนาคตของเศรษฐกิจในปีหน้าต้องจับตาดูว่าการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์จะสามารถดึงดูดทำให้เกิดการลงทุนภาคเอกชนได้มากน้อยเพียงใด

 

พรุ่งนี้ 10โมง! ส.นักข่าวฯ-ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม จัดเสวนา”แบนประมงผิดกฎหมายเด็ดขาด..คนทั้งชาติยังมีปลากิน?” (กำหนดการ)

image

image

โพสต์บล็อก : 12 กรกฎาคม 2558

“แบนประมงผิดกฎหมายเด็ดขาด …คนทั้งชาติยังมีปลากิน?” พรุ่งนี้ 10โมง  ส.นักข่าวฯ-ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม-สถาบันอิศรา- มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดเสวนา  “แบนประมงผิดกฎหมายเด็ดขาด …คนทั้งชาติยังมีปลากิน?”
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2558 เวลา 10.00-12.30 น.

ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น3 (ตรงข้ามโรงพยาบาลวชิระ ถนนสามเสน)

09.30-10.00 น.     ลงทะเบียน

10.00-12.00 น.     งานเสวนาหัวข้อ “แบนประมงผิดกฎหมายเด็ดขาด …คนทั้งชาติยังมีปลากิน?”
             
• ศักยภาพทะเลไทย-ประมงทำลายล้าง
วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี กรรมการสมาคมรักษ์ทะเลไทย

                       
• ศักยภาพประมงพื้นบ้าน ขีดความสามารถที่แท้จริง
สะมะแอ เจะมูดอ นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย

• จากท้องทะเลถึงท้องของเรา
สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ ผู้จัดการโครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำ มูลนิธิสายใยแผ่นดิน
                                               
• ประมงพานิชย์-ประมงพื้นบ้าน ต้องแก้ไขทั้งระบบ
นิธิวัฒน์ ธีระนันทกุล ที่ปรึกษาสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย
 
• อนาคตทะเลไทย กฎหมายต้องเด็ดขาด
วรพงศ์ สาระรัตน์ ตัวแทนกรมประมง 

ดำเนินรายการโดย ณรรธราวุธ เมืองสุข บรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมกรีนนิวส์ และกรรมการชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม

12.00-12.30 น.     ผู้เข้าร่วมเสวนาอภิปราย-ซักถาม                                                                                 

 

แถลงการณ์! กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ “ไว้อาลัย ระบบหลักประกันสุขภาพ ยุค ม.๔๔”

แถลงการณ์
กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ
๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๘
ไว้อาลัย ระบบหลักประกันสุขภาพ ยุค ม.๔๔

“กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพขอไว้อาลัยต่อคำสั่งระงับการปฏิบัติงานในตำแหน่งชั่วคราว
โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือน ที่มีต่อเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) นับเป็นการใช้อำนาจของคนเพียงคนเดียวในยุคการยึดอำนาจรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์มาแต่ต้น ตำแหน่งเลขาธิการ สปสช.เป็นกลไกสำคัญของการดำเนินงานบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ทั้งนี้ การบริหารจัดการดังกล่าวเป็นไปตามมติของบอร์ดหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีกฎหมายรองรับมาโดยตลอด เลขาธิการคนปัจจุบันไม่ได้มีการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นการประพฤติมิชอบใดใด แม้จะมีการตรวจสอบการใช้เงินกองทุนโดยหน่วยงานหลายฝ่าย ซึ่งผลตรวจสอบเหมือนกันหมดว่าไม่ได้ทำผิด เพียงแต่ต้องมีการอธิบายและออกกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนภายใต้อำนาจบอร์ดและภายใต้กฎหมายที่ให้อำนาจไว้ โดยเฉพาะการใช้เงินสำหรับช่วยเหลือเยียวยาหมอ/พยาบาล/บุคลากรในโรงพยาบาลเมื่อได้รับความเสียหายจากการให้บริการกับประชาชน

และการทำความเข้าใจว่าเงินกองทุนเมื่อส่งให้โรงพยาบาลแล้วสามารถให้โรงพยาบาลของรัฐใช้เงินกองทุนสำหรับจัดจ้างพนักงานเพื่อทำงานในโรงพยาบาล เพราะค่าใช้จ่ายในการจัดบริการสาธารณสุขต้องรวมทั้งค่าแรงคนทำงาน ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่ายาเวชภัณฑ์ และค่าบริหารจัดการในโรงพยาบาลเพื่อให้เกิดการบริการรักษาที่ดีมีประสิทธิภาพได้คุณภาพต่อประชาชนทุกคน

ทั้งนี้ ระบบหลักประกันสุขภาพที่ดำเนินการมาสิบกว่าปีนั้น ได้ให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนการทำงานของภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม การตีความของกลุ่มผู้ตรวจสอบและการให้ข้อมูลของกลุ่มบุคลากรที่สูญเสียอำนาจการควบคุมระบบการรักษาที่พยายามตีความตามตัวอักษรในกฎหมายโดยละเลยเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มีเป้าหมายให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามีส่วนร่วมในการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพ การสร้างความตระหนักไว้วางใจและใส่ใจดูแลระบบ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการอภิบาลระบบ

การมีมติครม.ให้ระงับการสนับสนุนงบประมาณองค์กรเอกชน องค์กรประชาชน นับเป็นการทำลายการมีส่วนร่วมของการปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศ สิ่งที่ท่านกำลังทำนี้จะส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพหยุดอยู่กับที่ ทุกอย่างจะทำไปตามระบบราชการ ไม่มีใครกล้าคิด กล้าทำ เพราะเกรงกลัวต่อการตีความแบบแคบตามตัวอักษรในกฎหมาย
กลุ่มฯ ใคร่ขอให้นายกรัฐมนตรี ผู้ออกคำสั่ง ได้พิจารณาทบทวน และให้เหตุผลในการดำเนินการที่
ไม่เป็นธรรม ภายใต้อำนาจบริหารแบบเบ็ดเสร็จ รวมทั้งขอให้ท่านได้มีความมุ่งมั่นและตระหนักถึงสิ่งที่ต้องธำรงรักษาไว้ซึ่งระบบหลักประกันสุขภาพสำหรับประชาชนเพียงใด
การมีระบบหลักประกันสุขภาพที่มั่นคง เป็นการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตสำหรับทุกคนไม่ว่ายากดีมีจน ทุกคนมีหลักประกันว่าจะไม่ต้องล้มละลายจากการจ่ายค่ารักษาพยาบาล และเป็นการจัดสวัสดิการถ้วนหน้าเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทันที 

สิ่งที่ท่านควรกระทำคือการคุ้มครองระบบให้ก้าวหน้า การเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ ให้ระบบเดินหน้าต่อไป การลดความเหลื่อมล้ำระหว่างระบบ การจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อการดำเนินการ และให้ รมว.สธ. ซึ่งเป็น ครม.ของท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานบอร์ดหลักประกันสุขภาพได้อย่างราบรื่นเหมาะสม ไม่ต้องพะวักพะวนกับการไม่เคารพกันเองของผู้บริหารกระทรวง ที่ต้องการแย่งชิงการบริหารกองทุนกลับไปอยู่ภายใต้ระบบข้าราชการกระทรวงดังเดิม

โดยปัจจุบันระบบหลักประกันสุขภาพภายใต้หลักการแยกบทบาทผู้ให้บริการ(กระทรวงสาธารณสุข). และผู้ซื้อบริการแทนประชาชน(สปสช.)โดยสปสช.อยู่ในการกำกับของรัฐมนตรีด้วย  ได้ทำให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีและมีความสุข การทำให้ข้าราชการมีอำนาจ นี่ไม่ใช่การปฏิรูป สิ่งที่ท่านอ้างและยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อยึดอำนาจรัฐเพื่อปฏิรูปประเทศ การที่ท่านมุ่งมั่นเข้ามาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน จะไม่เป็นจริงหากขาดกลไกที่ขาดประสิทธิภาพและมีความสมดุลในการใช้อำนาจจึงขอเรียนมาเพื่อท่านโปรดพิจารณาทบทวนคำสั่งดังกล่าว”

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ

๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๘