RSS

Category Archives: การเมือง

รัฐมนตรี..ขอตรวจสอบ! ภาพเหล่านี้ “บิลลี่”ถ่ายไว้ก่อนเสียชีวิต เมื่อปี2557 แต่ปัจจุบันยังไร้คำตอบผลสอบจากกรมอุทยานฯ #ใครเลื่อยไม้ #ใครฆ่าบิลลี่

7 กันยายน 2562

รัฐมนตรี..ขอตรวจสอบ! ภาพถ่ายเหล่านี้ เป็นภาพที่นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ “บิลลี่” ถ่ายไว้ก่อนเสียชีวิต เมื่อปี 2557

– บิลลี่ ถ่ายจากกล้องถ่ายภาพ ไม่ใช่คลิปจากโทรศัพท์

– ภาพเซทนี้ บิลลี่ถ่าย หลังขัดแย้งกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยถูกกล่าวหาว่า กะเหรี่ยงตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งบิลลี่พยายามหาหลักฐานพิสูจน์ ว่า ต้นเหตุของการตัดไม้ทำลายป่าไม่ใช่ชาวกะเหรี่ยง

– สังเกตจากภาพ…จะพบว่า..ปรากฏภาพผู้ชาย สวมเสื้อที่มีข้อความว่า “กรมอุทยานแห่งชาติ” ถือเลื่อนยนต์ ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่

และยังปรากฎภาพคนสวม”ชุดลายพราง” ร่วมถือเลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ด้วยเช่นกัน

– และบางภาพ คนชุดลายพราง ยังยืนร่วมอยู่ในเหตุการณ์ตัดต้นใหญ่ด้วย

– ชุดลายพรางลักษณะนี้ เป็นชุดของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ไม่ใช่ชุดที่แจกจ่ายให้บุคคลทั่ว

– ภาพเหล่านี้ ถูกเผยแพร่เมื่อปี 2557 ก่อนบิลลี่ เสียชีวิต

– ภรรยาของบิลลี่ ได้นำภาพ มอบให้นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ

– จนนำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนของกรมอุทยานฯ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ในขณะนั้น

แต่จนถึงปัจจุบัน 2562 ยังไม่ปรากฎการสรุปผลสอบต่อสาธารณะ

– สอบถาม “วราวุธ ศิลปอาชา”รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าเคยเห็นภาพชุดเหล่านี้บ้างหรือไม่

– รมว.วราวุธ บอกว่า ยังไม่เคยเห็น

– ถาม รมว.วราวุธ ว่า กรมอุทยานฯ เคยตั้งกรรมการสอบแล้ว (โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3) เป็นไปในทิศทางที่เรียกว่า มีมูล.. แต่เมื่อส่งผลสอบเข้ามาที่กรมอุทยานฯ ส่วนกลางแล้ว ปรากฏว่า ผลการสอบเงียบไป ไม่ปรากฏต่อสาธารณะตั้งนั้น จนถึงขณะนี้

– รมว.วราวุธ บอกว่า จะให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ตรวจสอบ

– โทรหา “วิจารณ์ สิมาฉายา” ปลัดกระทรวงฯ เพื่อสอบถามความคืบหน้า แต่เมื่อวานนี้ ไม่สามมารถติดต่อได้..

– …รอความชัดเจน.. เรื่องนี้กันต่อไป..

*****************************

โฆษณา
 

บทความพิเศษ! ม. 44 เอื้อรัฐ เอื้อเอกชน หรือเอื้อประชาชน โดย”ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา” กรรมการ กสทช. #คลื่น700MHz #ทีวีดิจิทัล

22 เมษายน 2562

บทความพิเศษ! ม. 44 เอื้อรัฐ เอื้อเอกชน หรือเอื้อประชาชน

โดย: นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา
กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ

“.. คำสั่ง คสช. ที่ 4/2562 ก่อให้เกิดปฏิกิริยามากมาย ฝ่ายที่ได้รับประโยชน์ต่างออกมาสนับสนุน ส่วนฝ่ายที่เห็นว่าก่อความเสียหายต่อชาติก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ จนผู้คนทั่วไปพากันตั้งคำถามว่า สรุปแล้วคำสั่งฉบับนี้ดีหรือไม่ดี ในภาพรวมของคำสั่ง มีศูนย์กลางอยู่ที่การจัดสรรคลื่น 700 MHz ซึ่งปัจจุบันใช้ให้บริการทีวีดิจิทัล เพื่อเปลี่ยนมาเป็นบริการโทรคมนาคมยุค 5G เมื่อดึงคลื่น 700 MHz จากทีวีดิจิทัลมาก็หาแนวทางชดเชย เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และถือโอกาสนี้เปิดทางให้ช่องรายการทีวีดิจิทัลที่ไปต่อไม่ได้สามารถยุติกิจการได้ โดยให้ได้รับเงินค่าคลื่นคืนตามสัดส่วนระยะเวลาที่ดำเนินกิจการ

ในส่วนการจัดสรรคลื่น 700 MHz ให้กับบริการโทรคมนาคมยุค 5G ก็เกรงว่าค่ายมือถือต่างๆ จะไม่เข้าประมูล ด้วยยังมีภาระต้องจ่ายค่าคลื่น 900 MHz ที่ประมูลไปก่อนหน้านี้ จึงให้ผ่อนค่าคลื่น 900 MHz โดยไม่คิดดอกเบี้ย แต่กำหนดให้ต้องมารับการจัดสรรคลื่น 700 MHz ไปด้วย โดยไม่ต้องประมูล
และทั้งหมดนี้ให้อำนาจสิทธิขาดแก่สำนักงาน กสทช. ไม่ใช่ให้อำนาจกรรมการ กสทช. ดังเช่นกฎหมายปกติ ทั้งหมดนี้ฟังดูเหมือนดี แต่ทำไมมีคนไม่เห็นด้วย
จากการรวบรวมความเห็นอันหลากหลาย พอจะสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1. กรณียืดหนี้ให้ทีวีดิจิทัลตามคำสั่ง คสช. ที่ 76/2559 มีการคิดดอกเบี้ย แต่กรณียืดหนี้ค่าคลื่น 900 MHz ให้ฝั่งโทรคมนาคมกลับไม่มีการคิดดอกเบี้ยเลย ส่วนต่างดอกเบี้ยที่หายไปคือความเสียหายของประเทศหรือไม่ และทำไมจึงใช้มาตรฐานที่ต่างกัน

2. ทำไมสื่อมวลชนหลายฉบับลงข่าวล่วงหน้าในวันที่ 11 เมษายน ว่าลุ้น คสช. ออก ม.44 ได้ถูกต้อง เหมือนได้รับข้อมูลวงใน ทั้งที่คำสั่งออกจากองค์กรด้านความมั่นคง มีใครตรวจสอบการใช้ข้อมูลวงในนี้หาประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นหรือไม่ ถ้าพบว่ามีจะต่างอะไรกับการที่อดีตนักการเมืองใช้ข้อมูลวงในของการลอยตัวค่าเงินบาททำกำไรให้แก่ตัวเองเมื่อปี พ.ศ. 2540

3. การเปลี่ยนคลื่นทีวีเป็นคลื่นโทรคมนาคมในสหรัฐอเมริกา สามารถทำได้โดยไม่ต้องนำภาระค่าคลื่นเดิมมาผ่อนผันแม้แต่น้อย โดยทำการคืนคลื่นทีวีผ่านการประมูลแบบ Reverse Auction และนำคลื่นนั้นไปจัดสรรให้กับบริการโทรคมนาคมแบบ Forward Auction

4. การนำภาระค่าคลื่น 900 MHz ไปผูกกับการจัดสรรคลื่น 700 MHz โดยอ้างว่าต้องเร่งประมูล 5G ซึ่งจะสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในอีก 15 ปีข้างหน้าถึง 2.3 ล้านล้านบาท แต่จากรายงานของ GSMA ประมาณได้ว่า ผลที่ไทยจะได้รับอยู่ที่ 4 แสนล้านบาท ต่ำกว่ากันถึงเกือบ 6 เท่า และประโยชน์ที่ทั้งโลกจะได้รับอยู่ที่ 70 ล้านล้านบาท สัดส่วนขนาดเศรษฐกิจไทยต่อเศรษฐกิจโลกไม่ถึงร้อยละ 1 จึงไม่มีทางที่จะเป็น 2.3 ล้านล้านบาทตามที่อ้างกัน

5. จากรายงานของ GSMA ประเทศที่จัดสรรคลื่น 5G ได้เร็วไม่ตกยุคคือประเทศที่จัดสรรภายในปี ค.ศ. 2021 น่าจะเป็นเพราะสภาพความพร้อมของอุตสาหกรรมจะมาในปี ค.ศ. 2021 ทั้งในด้านอุปกรณ์ ด้านความพร้อมใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่น ส่วนในปัจจุบันแม้ไม่มี 5G ระบบอัตโนมัติและ IoT ก็เปิดให้บริการแล้ว ความเข้าใจที่ว่าถ้าไม่มี 5G จะไม่มีระบบการผลิตอัตโนมัติหรือไม่มี IoT ใช้งานเป็นความเข้าใจผิด หากไทยมี 5G ในปี ค.ศ. 2021 ก็ไม่ได้ทำให้เขตเศรษฐกิจพิเศษใดของไทยต้องล้มหายไป

6. การให้บริการ 5G ต้องใช้คลื่นทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง แต่ไทยยังไม่จัดทำแผนบูรณาการคลื่น 5G ทุกย่าน การเร่งจัดสรรคลื่น 700 MHz โดยไม่มีแผนการใช้คลื่นย่านอื่นประกอบทำให้เกิดความเสี่ยงทางธุรกิจ มากกว่าเกิดประโยชน์ และปัจจุบันมีเฉพาะทวีปยุโรปที่มุ่งใช้คลื่นย่าน 700 MHz แต่ยังไม่เปิดบริการและยังไม่มีอุปกรณ์ในท้องตลาด ส่วนอเมริกา จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ยังไม่ได้มุ่งใช้คลื่นย่านนี้

7. การเรียกคืนคลื่นจากทีวีดิจิทัลนั้น ต้องมีการทำแผนช่องสัญญาณออกอากาศใหม่ โดยใช้เวลาประสานแผนระหว่างโครงข่ายประมาณ 3 เดือน และใช้เวลาปรับอุปกรณ์อีกประมาณ 18 เดือน อย่างน้อยจึงต้องการเวลาอย่างต่ำ 20 เดือนนับจากวันเรียกคืน จึงจะสามารถนำคลื่น 700 MHz มาให้บริการโทรคมนาคมได้ การสร้างความเข้าใจผิดในการเร่งโอ่อวดเรื่อง 5G ของไทยในปี ค.ศ. 2019 นี้จะทำให้เกิดความสับสนกับสังคม หรือมิเช่นนั้นก็เป็นเพียงข้ออ้างในการเอื้อเอกชน

8. ด้วยความกังวลว่า หากให้ผ่อนค่าคลื่น 900 MHz เมื่อเอกชนได้ประโยชน์แล้ว แต่ไม่เข้าประมูล 5G จะทำให้เกิดค่าโง่ ในคำสั่งจึงกำหนดให้เอกชนต้องรับการจัดสรรคลื่น 700 MHz หากไม่รับการจัดสรรจะไม่สามารถผ่อนค่าคลื่น 900 MHz ดูเหมือนจะเป็นการบังคับ แต่เมื่อไม่ต้องใช้วิธีประมูล โดยให้สำนักงาน กสทช. เป็นผู้กำหนดราคาคลื่น หากกำหนดราคาต่ำไป ก็จะเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนได้ผ่อนค่าคลื่น 900 MHz ด้วย ได้รับคลื่น 700 MHz ในราคาถูกด้วย เป็นการผูกขาดตลาดโทรคมนาคมอย่างถาวร โดยผลของคำสั่ง คสช.

9. ปัญหานี้เกิดจากการไม่มีกลไกกำกับดูแลการจัดสรรคลื่นและการกำหนดราคาคลื่นให้เป็นธรรม ซึ่งในการชดเชย ทดแทน ชดใช้ จ่ายค่าตอบแทนฝั่งทีวีดิจิทัล คำสั่ง คสช. ได้มีการกำหนดให้มีคณะอนุกรรมการซึ่งมีองค์ประกอบจากหลายหน่วยงานร่วมพิจารณา แต่กลับมอบดุลพินิจที่ปราศจากการตรวจสอบถ่วงดุลให้กับสำนักงาน กสทช. ดังนั้น โอกาสที่รัฐจะเสียค่าโง่ในการจัดสรรคลื่น 700 MHz ยังเปิดกว้างอยู่ และทำให้ตอกย้ำคำถามเดิมว่า ทำไมกิจการสองด้าน คสช. จึงกำหนดมาตรฐานในการจัดการต่างกัน

10. ในส่วนผู้ได้รับผลกระทบจากการเรียกคืนคลื่น 700 MHz แบ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นเดิม (แต่ไม่ได้ระบุว่าช่องใด) และผู้ให้บริการโครงข่ายหรือ MUX การที่มีการตีขลุมว่าทุกช่องรายการได้รับผลกระทบนั้น อาจไม่ถูกต้อง เพราะในการออกอากาศทีวีดิจิทัล ช่องรายการเป็นผู้ส่งเนื้อหาให้ MUX แพร่ภาพ แม้ว่าจะมีการเรียกคืนคลื่น 700 MHz ช่องรายการก็ยังได้รับสิทธิแพร่ภาพด้วยคุณภาพสัญญาณระดับเดิมโดยไม่ได้รับผลกระทบ เพราะในระบบดิจิทัล 1 MUX ใช้เพียง 8 MHz ออกอากาศได้ 12 ช่องรายการ SD หรือ 4 ช่องรายการ HD เมื่อมีการประสานแผนช่องสัญญาณ แม้คลื่น 700 MHz บางส่วนจะหายไป ทุกช่องรายการในปัจจุบันก็ยังจะสามารถออกอากาศได้ตามสิทธิเดิมโดยไม่ผิดเพี้ยน การขยายความให้ผู้ไม่ได้รับผลกระทบไม่ชำระเงินงวดย่อมสร้างความเสียหายต่อรัฐและไม่เป็นไปตามคำสั่งนี้

11. สุดท้าย คำสั่งนี้คำนึงถึงทุนเป็นศูนย์กลาง มิใช่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง จึงมีมาตรการดูแลเจ้าของทุน แต่ไม่มีมาตรการดูแลประชาชน มีการตั้งคำถามว่า เอกชนได้ผ่อนค่าคลื่น ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ถูกลงด้วยหรือไม่ และในฝั่งทีวีดิจิทัล เดิมที กสทช. ได้กำหนดให้มีช่องรายการข่าวสารสาระ ช่องรายการเด็ก ซึ่งทั้งสองประเภทได้รับความนิยมน้อยกว่าช่องรายการบันเทิง การไม่กำหนดมาตรการดูแลที่ต่างกันระหว่างช่องรายการต่างประเภทกัน อาจทำให้ช่องรายการข่าวสารสาระและช่องรายการเด็กหายไปมากกว่าช่องรายการบันเทิง ประชาชนก็จะได้รับสัดส่วนรายการที่เป็นประโยชน์น้อยลงไป และผู้สื่อข่าวหรือผู้ผลิตรายการสำหรับเด็กก็จะล้มหายตายจากไปด้วยเช่นกัน หากผู้มีอำนาจหวนกลับมาคำนึงถึงประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังพอมีเวลาแก้ไขทัน..”

 

รวมความเคลื่อนไหว 28 ม.ค.62 #เกาะติดเลือกตั้ง2562

รวมความเคลื่อนไหว 28 ม.ค.62 #เกาะติดเลือกตั้ง2562

09:00 น. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อม กกต./ เลขาธิฯ กกต. ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ของกทม. เพื่อชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่และรัสบทราบบทบาท อำนาจ หน้าที่และอำนาจตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ห้องประชุมออดิทอเรียม โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

***************

10:00น. พรรคเพื่อไทยจัดสัมมนา เพื่อเตรียมการการเลือกตั้ง ที่พรรค

***************

10:30 น. คณะกรรมการการเลือกตั้งประชุม ณ ห้องประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชั้น 8 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

*****************
10:30 น. พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิกร จำนง กรรมการอำนวยการเลือกตั้งพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงปัญหาเกี่ยวกับหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้สมัคร /เสนอแก้ไขบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง/ แจ้งกำหนดการปฐมนิเทศว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคชาติไทยพัฒนา

****************

เวลา 13: 00 น. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประชุมร่วมระหว่าง สนง.คณะกรรมการการเลือกตั้ง กับ ผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อให้การสนับสนุนจัดสรรเวลาการออกอากาศให้แก่พรรคการเมือง ณ ห้องประชุม 704 ชั้น 7 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

*****************

13.00น. พรรคพลังท้องถิ่นไท
แถลงเปิดตัวสส. ภาคอีสาน และนโยบายพรรค โดยนายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทย , นายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ (ฟิล์ม) รองโฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท ร่วม ที่โรงแรมลายทอง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

*****************

15:00 น. พรรคประชาธิปัตย์ ประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาอนุมัติผู้สมัคร ส.ส. แบบเขต 350 คน และผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) 150 คน และจะพิจารณาอนุมัติบัญชีนายกรัฐมนตรี โดยจะมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ

******************

วันนี้เป็นวันแรก.. ที่กกต.เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตเลือกตั้ง/ ใช้สิทธินอกราชอาณาจักร ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง ไปจนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 โดยประชาชนดำเนินการได้ที่สำนักงานทะเบียนอำเภอ และผ่านทางออนไลน์

*****************

เป็นวันสุดท้าย ที่พรรคพลังประชารัฐประกาศเชิญชวนกรรมการบริหารพรรค/ กรรมการสาขาพรรคการเมือง / ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคการเมือง เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อคณะกรรมการบริหารพรรคฯ พลังประชารัฐ ณ ที่ทำการพรรค

 

“ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด”! ประโยคลงท้ายหนังสือ”ด่วนที่สุด”วันนี้ ที่กสทช.แจ้งเจ้าของTV – วิทยุ ระวังการนำเสนอเนื้อหาการ #เลือกตั้ง62 ต้องไม่ขัดต่อ ม.37 น่าสนใจไม่น้อย

25 มิ.ย.2562 : @Pat_ThaiPBS

“ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด”! ..เป็นประโยคลงท้าย ของหนังสือที่สำนักงาน กสทช. ลงนามโดย”ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เลขาฯ กสทช. ส่งหนังสือ”ด่วนที่สุด” แจ้งถึงผู้ประกอบกิจการ วิทยุและโทรทัศน์ ให้ระมัดระวังการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งต้องไม่ขัดต่อ ม.37 พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 / กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยว

*****************

#เกาะติดเลือกตั้ง2562 วันนี้ ว่ากันด้วย

“มาตรา 37”

มีรายละเอียด.. ตามเอกสารแผ่นแรก

หลายคนอาจสงสัยว่า

แล้วมาตรา 37 ของ กสทช. เกี่ยวอะไรกับการเลือกตั้ง..

ถ้าลองได้อ่านรายละเอียดเนื้อหา (ตามเอกสารข้างล่างนี้)..

จะเห็นว่าการเขียนเนื้อหานั้น จะว่ากว้าง..ก็กว้าง..จะว่า ครอบคลุม ก็ครอบคลุม .. แต่สำคัญ คือ การใช้”ดุลพินิจ” คณะกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการ”ของ กสทช. ผู้พิจารณาชี้เป็นชี้ตาย กับการออกอากาศ หากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาที่กสทช..

ว่ากันด้วยเรื่อง.. “มาตรา 37” ของกสทช. .. ในอดีต..ก็สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้ในระดับหนึ่ง ..เมื่อผู้ประกอบการนำเสนอเนื้อหา.. ที่เข้าข่ายขัด ม.37 .. เช่น รายการบันเทิง หรือ รายการข่าว หรือ การออกอากาศโฆษณา … หลายรายการ เจ้าของช่องโดนปรับเงินนับหลักหมื่นบาท หลักแสนบาท หลังออกอากาศเนื้อหาไม่เหมาะสม..

เจ้าของช่อง..หลายแห่งโดนปรับเงิน..เพราะนำเสนอ..เนื้อหาโฆษณาเกินจริง.. ขัด กฏหมาย อย. ซึ่งเป็นมิติคุ้มครองผู้บริโภค… กว่า จะใช้ ม.37 มากำกับและเอาผิดได้.. ถือว่า ช้าไปบ้าง หรือ ช้าไปมาก เพราะด้วยขั้นตอนระหว่างหน่วยงานในอดีต ทำให้ระบบการตรวจสอบช้า.. .. แต่ กสทช. ก็ทำ..เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และจะยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด.. ก็ตาม.. แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย..

หรือ อย่างเช่น รายการดังประกวดพรสวรรค์..ในอดีต..นำสาวเปลือยอกวาดภาพ / รายการที่มีดาราดัง..โฟนอินสด ผู้ปกครอง ออกอากาศ โดยตั้งคำถามเชิงลึกเหตุการณ์ที่ลูกสาวโดนข่มขืนและวิธีการโดนข่มขืน หรือ ละครที่มีฉากรุนแรง

เรื่องราวเหล่านี้.. ต้องมี “ผู้ร้องเรียน” จึงนำไปสู่การะจารณาโทษ ตาม ม.37 ของ กสทช. แต่ตอนหลัง.. กสทช. มีหน่วยมอนิเตอร์เอง และจับมือกับเครือข่ายภาคประชาชาชนมากขึ้น.. ทำให้การตรวจสอบหน้าจอของกสทช. ไม่จำเป็นต้องรอ..ให้มีผู้ร้องเรียน

……….

แต่สำหรับในช่วงที่การหาเสียงเลือกตั้งกำลังเริ่มเข้มข้น ก่อนถึงวันเลือก 24 มีนาคม2562

.. การใช้สื่อโทรทัศน์ และ วิทยุ.. แน่นอนว่า มีผลมากต่อการรับรู้.. เสพข้อมูล..ของคนดู

แน่นอนว่า “นักการเมือง” และ “พรรคการเมือง” ใช้ สื่อโทรทัศน์ และ วิทยุ เป็น “เครื่องมือ” หาเสียง ..

และแน่นอนว่า ที่ผ่านมา .. ม.37 ..กับ เหตุการณ์ทางการเมือง.. กสทช.มักถูกครหาจากบางฝ่าย ว่า “เลือกข้าง”ทางการเมือง ทำหน้าที่สนองตอบผู้มีอำนาจ ในการปิดสถานีโทรทัศน์ของบางฝ่าย ถึงแม้กสทช. ยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามข้อเท็จจริง โดยมีหลักฐานชัดเจน..

ดังนั้น จึงน่าจับตาว่า ในการหาเสียง ซึ่งแต่ละพรรคทั้งกลุ่มครองอำนาจปัจจุบัน/ กลุ่มเมืองเก่าและกลุ่มการเมืองใหม่.. ฟาดฟันกันเข้มข้นแน่นอน

กสทช. จะใช้ ม.37 อย่างไรให้เที่ยงธรรมและสง่าผ่าเผย..

 

ป้ายกำกับ: , , ,

​เคาะแล้ว! กสทช.ไทย-8 ประเทศอาเซียน จับมือเก็บภาษี Facebook- Youtube / คุมเนื้อหาไม่เหมาะสม

​เคาะแล้ว! กสทช.ไทย-8 ประเทศอาเซียน จับมือเดินหน้าเก็บภาษี Facebook / Youtube และ กลุ่ม OTT รายใหญ่-เล็ก ดึง ธปท.ร่วมทำกฏ กำหนดอัตราภาษี  ขณะที่แต่ละประเทศ เห็นด้วยคุมเนื้อหาออนไลน์เฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนของแต่ละชาติ


พฤ. 14 กันยายน 2560
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12-13 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติในหัวข้อ Over the Top (OTT) ซึ่งเกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ให้บริการภาพและเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต  โดยมีหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมจากประเทศสมาชิกอาเซียน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย กัมพูชา บรูไน ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในประเทศอาเซียน และผู้ให้บริการ OTT เข้าร่วม ภายหลังจากการประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือภายในสภาหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Telecommunications Regulators’ Council (ATRC) ถึงภาพรวมของบริการ OTT โอกาสในการดำเนินธุรกิจของผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม ความท้าท้าย ทิศทางและแนวโน้มในการกำกับดูแล และการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศอาเซียน ผลการประชุมได้ข้อสรุปเป็นหลักการในเบื้องต้นที่จะดำเนินการร่วมกันในการส่งเสริมและรองรับการให้บริการ OTT ในภูมิภาคอาเซียน 3 ประการ ได้แก่  

1. การส่งเสริมและกำกับดูแลระหว่างอุตสาหกรรมและระหว่างองค์กรกำกับดูแลเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งผลประโยชน์ของประเทศในด้านภาษี

2. การสร้างสภาวะการแข่งขันที่เหมาะสมและเท่าเทียมกันในการให้บริการ OTT ระหว่างผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมกับผู้ให้บริการ OTT และระหว่างผู้ให้บริการ OTT รายใหญ่กับรายเล็ก 
3. การส่งเสริมเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยี ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการเข้ากันได้ของระบบต่างๆ   จะเน้นเรื่องเนื้อหาที่นำมาให้บริการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย 

โดยหลังจากนี้จะนำหลักการดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม ATRC เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป ในระหว่างนี้ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถจะดำเนินการภายใต้หลักการดังกล่าว และกฎหมายของประเทศตัวเองได้

นายฐากร กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. จะนำหลักการดังกล่าวมาดำเนินการส่งเสริมและรองรับการให้บริการ OTT ของประเทศไทยใน 3 ประเด็นใหญ่ ดังนี้ 

 

1. นโยบายด้านภาษี โดย สำนักงาน กสทช. พร้อมเป็นหน่วยงานประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือเพื่อให้สินค้าและบริการ OTT ที่มีรายได้จากการให้บริการในประเทศไทยดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ หรือแนวปฏิบัติด้านภาษีอากรของประเทศไทย 
2. การคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนของการเผยแพร่ผ่านบริการ OTT ประเภทการสื่อสารผ่าน Social Network และการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามกฎหมายของประเทศไทย โดยจะใช้วิธีการขอความร่วมมือให้ผู้ให้บริการ OTT ออกแนวปฏิบัติ (Code of Conduct) ในเรื่องดังกล่าวให้สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศไทย 

และ 3. การส่งเสริมการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน อย่างกรณีผู้ให้บริการ OTT ที่มาลงทะเบียนกับผู้ให้บริการที่ไม่มาลงทะเบียน และกรณีของผู้ให้บริการโทรคมนาคมซึ่งถูกกำกับดูแลด้วยกฎระเบียบต่างๆ ในขณะที่ผู้ให้บริการ OTT ยังไม่ถูกกำกับดูแล โดยสำนักงาน กสทช. สนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการแข่งขันสำหรับการประกอบกิจการของผู้ให้บริการ OTT ในปัจจุบัน รวมถึงบริการ OTT ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมสามารถร่วมมือกับผู้ให้บริการ OTT หรือสามารถแข่งขันในการประกอบกิจการกับผู้ให้บริการ OTT บนกฎ กติกา เดียวกัน และให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้บริการที่หลากหลาย จะไม่มีการปิดกั้นบริการ OTT ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

“สำหรับหลักการดังกล่าวนี้ สำนักงาน กสทช. จะนำส่งให้คณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ Over The Top ที่มีรองประธาน กสทช. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ เป็นประธาน เพื่อนำไปประกอบการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเดือนตุลาคม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศสมาชิกอาเซียน ยังเห็นด้วยกับแนวทางการคุมคุมเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนและไม่เหมาะสม เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงปัจจุบัน  เนื้อหาบางลิ้งค์ URL  ที่ถูกนำเสนอผ่านช่องทาง

เฟสบุ๊ค / ยูทูป และกูเกิ้ล  ส่งผลกระทบต่อศีลธรรมและความมั่นคงของแต่ละประเทศ เช่น   

ประเทศมาเลเซีย พบการเผยแพร่ที่ส่งผลกระทบด้านศาสนาผ่านเกมส์เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่มีการเผยแพร่เกมส์ ด้วยการนำตัวการ์ตูนพระพุทธเจ้า กับ พระเยซู มาต่อสู้กัน

ประเทศเวียดนาม และสิงคโปร์ 

เกิดปัญหาการวิจารณ์การเมืองและรัฐบาลรุนแรง 

ส่วนประเทศไทย พบปัญหากรณีหมิ่นสถาบัน และเว็บไซด์ไม่เหมาะสม 

ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของแต่ละประเทศ แต่ผู้ให้บริการที่เป็นประเทศมหาอำนาจ

และมีความเสรี อาจไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของอาเซียน ซึ่งหลายครั้ง เมื่อขอให้ถอดลิ้งค์ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ  ทำให้กสทช.หลายประเทศยืนยันต้องควบคุมเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ โดยอาจพิจารณาเสนอที่ประชุมอาเซียนใหญ่เพื่อ ออกเป็นกฏบัตรอาเซียนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

รวมพาดหัวข่าว..หนังสือพิมพ์ เช้าวันนี้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หลังหนีฟังคำพิพากษา #คดีจำนำข้าว 

 

70 ตำแหน่ง! หน.คสช.ใช้ ม.44 สั่ง ระงับปฏิบัติหน้าที่- ย้ายข้าราชการ-ปลัดอปท.-ผอ.สถานศึกษา