RSS

Category Archives: การเงิน-คลัง-หุ้น

(กำหนดการ) เสวนา “New Perspectives in Agricultural Trade and Investment” โดยสภาหอการค้าฯ 13 ก.ย.59

%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%97

โพสต์ : 12 กันยายน 2559

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถานเอกอัครทูตบราซิลประจำประเทศไทย กำหนดจัดงาน เสวนาในหัวข้อ “New Perspectives in Agricultural Trade and Investment” วันอังคารที่ 13 กันยายน 2559 เวลา 09.00 – 11.30 น. ณ ห้องดุสิตธานีฮออล์ โรงแรมดุสิตธานี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางด้านการเกษตรของทั้งสองประเทศ รวมทั้งมีการหารือโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งในเวลา 10.00 น. จะมีการแถลงข่าวโดย Mr.Blairo Borges Maggi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และอาหาร แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ณ ห้อง Library 1918

โฆษณา
 

[บทความพิเศษ]”ขโมยเงินออนไลน์ อันตรายผ่านมือถือ” โดย..ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.

25 สิงหาคม 2559

บทความพิเศษ! “ขโมยเงินออนไลน์ อันตรายผ่านมือถือ” 

โดย..นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

“..ข่าวมิจฉาชีพขโมยเงินเกือบล้านบาทออกจากบัญชีธนาคารของร้านขายอุปกรณ์ประดับยนต์ โดยการหลอกขอสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของร้าน แล้วไปติดต่อขอออกซิมการ์ดมือถือเลขหมายของเจ้าของร้าน เพื่อใช้มือถือไปสวมรอยขอรหัสเข้าระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งหรือธนาคารออนไลน์ของเจ้าของร้านอีกต่อหนึ่ง แล้วโอนเงินเกือบล้านบาทออกไปในเวลาอันรวดเร็ว เป็นข่าวที่สะเทือนขวัญและสร้างความกังวลแก่ผู้ใช้ระบบธนาคารออนไลน์ หรือผู้ที่กำลังจะขอใช้บริการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากไล่เรียงเหตุการณ์ตามข่าว เราจะพบประเด็นน่าสนใจซึ่งผู้บริโภคควรเท่าทันเพื่อป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ ได้แก่

๑. สำเนาหรือภาพถ่ายบัตรประชาชน แม้เราจะปกปิดเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักไว้แล้ว แต่หากไม่ปกปิดบาร์โค้ดทางซ้ายของบัตรก็ไม่มีประโยชน์ เพราะบาร์โค้ดนั้นสามารถใช้อุปกรณ์หรือโปรแกรมอ่านบาร์โค้ดเพื่อบอกเลขประจำตัว ๑๓ หลักได้อยู่ดี 

และในกรณีทั่วไป สำเนาหรือภาพถ่ายบัตรประชาชนควรมีการขีดฆ่าและเขียนวัตถุประสงค์กำกับไว้ เช่น ใช้เพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ใช้เพื่อสมัครบริการอะไร เป็นต้น โดยเขียนทับบนตำแหน่งของบัตร หากมีการทำสำเนาซ้ำ ก็จะปรากฏรอยขีดฆ่าและวัตถุประสงค์กำกับไปด้วย ทำให้การปลอมแปลงทำได้ยากขึ้น

๒. การรับโอนเงินไม่จำเป็นต้องสมัครอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เพราะบริการดังกล่าวใช้ตรวจสอบยอดและนำเงินออกจากบัญชีทางออนไลน์ เช่น โอนออก หรือชำระค่าบริการต่างๆ หากเราเปิดบัญชีเพื่อฝากถอนเงินตามปกติ ไม่ประสงค์จะถอนเงินทางออนไลน์ก็ไม่จำเป็นต้องสมัคร โดยลูกค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ก็สามารถโอนเงินออนไลน์เข้าบัญชีเราได้อยู่ดี แต่หากเราจะสมัครอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง มีคำแนะนำให้สมัครเฉพาะบัญชีที่มีวงเงินไม่สูงนัก หากเกิดปัญหาจะได้ไม่กระทบรุนแรง ส่วนบัญชีที่มีเงินจำนวนมาก หากไม่จำเป็นก็อย่านำไปผูกกับอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง

ในส่วนการสมัครพร้อมเพย์เพื่อความสะดวกในการรับเงินเข้าบัญชี หากเราไม่สมัครอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง มิจฉาชีพก็ไม่สามารถขโมยเงินเราทางออนไลน์ได้ กรณีที่เกิดนี้ จึงไม่เกี่ยวอะไรกับความน่าเชื่อถือของพร้อมเพย์

๓. กรณีมีการสวมรอยขอซิมการ์ดเลขหมายมือถือของเราสำเร็จ มือถือเราจะถูกระงับสัญญาณอัตโนมัติ ดังนั้น หากมือถือถูกระงับบริการ ให้สอบถามผู้ให้บริการในทันทีว่าเกิดจากสาเหตุใด อย่านิ่งนอนใจ เพราะหากปล่อยผ่านไป แม้เวลาไม่นานนัก ก็อาจเกิดการสวมรอยทำธุรกรรมผ่านมือถือได้ 

แต่โดยปกติหากผู้ให้บริการรอบคอบ การสวมรอยขอซิมใหม่ โดยใช้เพียงสำเนาบัตรประชาชนที่ปลอมแปลงมาจะทำไม่สำเร็จ เพราะในการขอซิมการ์ดจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อตรวจสอบด้วยเสมอ การปลอมแปลงบัตรนั้นทำได้ แต่ไม่ง่ายนัก และหากใช้เครื่องอ่านสมาร์ทการ์ด ก็สามารถตรวจสอบการปลอมแปลงบัตรได้ ในเบื้องต้น

๔. โดยปกติ การทำธุรกรรมอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ธนาคารจะส่งรหัส OTP (One Time Password) ทาง SMS ซึ่งการจะเข้าใช้งานระบบได้ต้องมีทั้งชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านด้วย การขโมยเงินออนไลน์จึงต้องรู้ข้อมูลทั้งหมด 

ในกรณีนี้มิจฉาชีพได้ขอตั้งรหัสผ่านใหม่ผ่าน call center และรู้ข้อมูลอื่นๆ ตามบัตรประชาชน รู้เลขบัญชีธนาคาร และรู้เลขหมายมือถือ ทำให้สวมรอยขอรหัสผ่านได้ แต่โดยปกติธนาคารมักจะไม่ส่งรหัสผ่านใหม่ทาง SMS เพราะจะเป็นช่องทางเดียวกันกับ OTP ทำให้คนที่ไม่ใช่เจ้าของบัญชีตัวจริงแต่เข้าถึงมือถือของเจ้าของบัญชีสามารถขโมยเงินได้โดยง่าย ธนาคารจึงมักส่งรหัสผ่านใหม่ผ่านทางอีเมล 

ดังนั้นหากมิจฉาชีพไม่รู้บัญชีอีเมลและรหัสผ่านเข้าอีเมลของเรา ก็ไม่สามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งได้ จึงสันนิษฐานได้ว่ามิจฉาชีพรายนี้อาจรู้ชื่อบัญชีอีเมลและรหัสผ่านอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากในปัจจุบันผู้ให้บริการอีเมลมักจะขอให้เราลงทะเบียนเลขหมายมือถือในการกู้บัญชีกรณีถูกแฮ็กบัญชีอีเมลด้วย 
ดังนั้นมิจฉาชีพที่มีซิมมือถือของเรา ก็สามารถขอรีเซตรหัสผ่านอีเมลได้เช่นกัน แล้วจึงไปขอรีเซ็ตรหัสอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งกับทางธนาคารซึ่งส่งมาทางอีเมลนี้ในภายหลังอีกทอดหนึ่ง ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ เราจึงควรใช้เลขหมายมือถือคนละเลขหมายกัน ในการรีเซ็ตรหัสผ่านเข้าอีเมล และในการรีเซ็ตรหัสผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง

๕. หากเราเปิดบริการอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ก็ควรตรวจสอบยอดเงินในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ หากมีการเคลื่อนไหวของบัญชีผิดปกติ เราจะรู้ปัญหาและแก้ไขได้โดยเร็ว

จะเห็นได้ว่ากรณีที่เป็นข่าว บางแง่มุมอาจเกิดจากการรู้ไม่เท่าทันของผู้บริโภค แต่หากธนาคารและค่ายมือถือมีระบบที่รัดกุม กรณีนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นเช่นกัน เราจึงควรหามาตรการจัดการปัญหาเชิงระบบด้วย ซึ่งกรณีนี้ได้ชี้ให้เห็นช่องโหว่ของระบบบริการได้เป็นอย่างดี 

อย่างไรก็ตาม การกำหนดมาตรการใหม่ควรจะมีการหารือร่วมกันจากทุกฝ่าย เพื่อประเมินความเป็นไปได้และภาระในการดำเนินการ เช่น กรณีการใช้ลายนิ้วมือในการลงทะเบียนซิมและขอซิมใหม่นั้น หากผู้ให้บริการไม่มีระบบตรวจสอบลายนิ้วมือออนไลน์ตามสาขาต่างๆ ก็ไม่สามารถป้องกันปัญหาการสวมรอยได้อยู่ดี แต่หากจะมีระบบตรวจสอบลายนิ้วมือออนไลน์ก็ต้องคำนึงถึงต้นทุนในการวางระบบให้ทั่วถึงด้วย และหากเกิดการแฮ็กฐานข้อมูลลายนิ้วมือจะแก้ไขอย่างไร 

เพราะแม้แต่ภายหลังการลงประชามติที่ผ่านมา เมื่อมีการโพสต์ภาพถ่ายนิ้วมือเปื้อนหมึกก็มีคำเตือนว่ามิจฉาชีพอาจปลอมแปลงลายนิ้วมือได้ แต่นี่คือลายนิ้วมือที่จัดเก็บทางอิเล็กทรอนิกส์ ยิ่งสะดวกต่อการนำไปก่อเหตุต่างๆ 

นอกจากนี้ ในกรณีเกิดการแฮ็กเลขบัตรเครดิต แฮ็ครหัสผ่านต่างๆ เราสามารถออกเลขบัตรเครดิตหรือรหัสผ่านใหม่ แต่คนเราไม่สามารถออกลายนิ้วมือใหม่ได้ แม้ในต่างประเทศก็พัฒนาเทคโนโลยี Biometrics ต่างๆ มาทดแทนลายนิ้วมือ เช่น Finger Vein Recognition เนื่องจากขบวนการมิจฉาชีพสามารถเจาะระบบความปลอดภัยของลายนิ้วมือได้แล้ว จึงควรต้องมีการหารือเกี่ยวกับข้อเสนอต่างๆ อย่างรอบคอบ ไม่เต้นไปตามกระแส

อย่างไรก็ตาม จุดที่ควรมีการปรับปรุง เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ ได้แก่

๑. การกำหนด Security Standard  ของโครงข่ายบริการและมีกระบวนการ Security Audit ทั้งของฝั่งธนาคารและฝั่งค่ายมือถือ เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบบริการ

๒. การปรับปรุงขั้นตอนการออกซิมใหม่ และการขอรหัสผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งใหม่ให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยต้องระลึกเสมอว่าผู้บริโภคมักเก็บข้อมูลทุกอย่างในโทรศัพท์มือถือ เราจึงต้องออกแบบระบบที่ป้องกันไม่ให้ใครก็ตามที่เข้าถึงหรือเก็บโทรศัพท์มือถือได้ สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ได้โดยที่เจ้าตัวมิได้รับรู้หรือยินยอม 

ดังเช่นกรณีของประเทศเอสโตเนีย ซึ่งพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทดแทนธุรกรรมบนกระดาษ จนแม้แต่การเลือกตั้งก็สามารถทำผ่านมือถือได้ ยังออกแบบการทำธุรกรรมออนไลน์ให้มี 2 ขั้นตอน คือการ Verification และการ Authentication 

โดยทั้งสองขั้นตอนไม่สามารถใช้รหัสที่เซฟไว้ในมือถือ หรือเม็มไว้ในเครื่องได้ เหมือนที่ผู้บริโภคทั่วไปมักเม็มชื่อบัญชีออนไลน์และรหัสผ่านไว้ในเครื่อง เพื่อใช้งานอัตโนมัติโดยไม่ต้องคอยจดจำและกรอกข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่จะใช้งาน แต่ระบบของเอสโตเนียบังคับให้เรากรอกข้อมูลใหม่ทุกครั้ง 

โดยขั้นตอนแรกจะส่งเป็น OTP ทาง SMS ทุกครั้งที่เราจะเข้าใช้งาน และในขั้นที่สอง หากตัดสินใจทำธุรกรรม  เราจะต้องกรอกรหัส PIN เหมือนรหัสเอทีเอ็มที่เรารู้อยู่คนเดียวโดยไม่สามารถเม็มไว้ในเครื่องได้ เสมือนเป็นการลงลายมือชื่อบนกระดาษ จะเห็นได้ว่า นี่เป็นการออกแบบระบบที่ใช้ต้นทุนต่ำแต่มีความปลอดภัยในระดับที่ยอมรับได้

๓. การกำหนดช่องทางรับแจ้งเหตุ และการกำหนดผู้รับผิดชอบและสัดส่วนความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดกับผู้บริโภคอย่างชัดเจน ทั้งในฝั่งธนาคารและค่ายมือถือ โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้บริโภคเที่ยวตระเวนออกสื่อเพื่อกดดันหาผู้รับผิดชอบอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว

๔. การให้ความรู้ คำเตือน ข้อควรระวัง หรือข้อควรปฏิบัติแก่ผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เท่าทันบริการและป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้

๕. การฝึกให้พนักงานมีความเท่าทันและปฏิบัติตามแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย อย่างในกรณีนี้หากพนักงานค่ายมือถือจะโทรไปยังเลขหมายมือถือที่มิจฉาชีพอ้างว่าหาย ก็จะทราบความจริงได้ในทันที เหมือนกรณีการแฮ็กอีเมล แล้วหลอกขอให้โอนเงินโดยอ้างว่า เจ้าของอีเมล์กระทำลำบากในต่างประเทศ และโทรศัพท์หายไม่สามารถติดต่อได้ หากคนได้รับอีเมลเฉลียวใจ ลองโทรไปสอบถามข่าวคราว ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้มุกโทรศัพท์หายเพื่อสวมรอยผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นมุกเก่าที่ใช้กันอยู่บ่อยๆ..”

 

(กำหนดการ) 18 ส.ค.59 สำนักเศรษฐกิจการคลัง จัดเสวนา “โลกเปลี่ยน คลังปรับ” -รมว.คลัง ปาฐกถาพิเศษ

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำหนดจัดงานสัมมนาวิชาการ สศค. ประจำปี 2559 (FPO Symposium 2016) ภายใต้หัวข้อ “โลกเปลี่ยน คลังปรับ” ในวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2559 เวลา 08.30 – 15.30 น.ณ ห้องคริสตัล ฮอลล์ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน กรุงเทพฯ

กำหนดการ

08.30 – 09.00 ลงทะเบียน

09.00 – 09.15 ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวรายงาน

09.15 – 09.45 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษ

10.10 – 11.30 การนำเสนอผลงานเรื่อง “โลกเปลี่ยน คลังปรับ: เจาะยุทธศาสตร์การคลังไทย” ผู้นำเสนอ : สำนักนโยบายการคลัง

11.30 – 12.00 การรับฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่าน ได้แก่

1.ดร. กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัยด้านการวิจัยและคำปรึกษาระหว่างประเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

2.ดร. สมประวิณ มันประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

13.30 – 15.30 การเสวนา เรื่อง “อนาคตการคลังไทยกับบริบทใหม่ที่เปลี่ยนแปลง” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ดังนี้

1.ดร. สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ

2.คุณปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

3.ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)

4.นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ผู้ดำเนินรายการ : นางสาวอรกันยา เตชะไพบูลย์ เศรษฐกรชำนาญการ สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
หมายเหตุ: กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

 

(เสวนา) 3ส.ค.59 กสทช.จัด “การเยียวยาความเสียหายของผู้บริโภค : กรณีผู้ประกอบการยกเลิกการให้บริการช่องรายการ/ทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ล”

13872625_1195573167130475_1944168749_n

เวทีเสวนา NBTC Public Forum 3/2559
“การเยียวยาความเสียหายของผู้บริโภค : กรณีผู้ประกอบการยกเลิกการให้บริการช่องรายการ/ทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ล”
วันพุธที่ 3 สิงหาคม 2559 เวลา 08.30 – 13.30 น.
ณ หอประชุมชั้น 1 สำนักงาน กสทช. (ซอยสายลม)

กำหนดการ

09.00 – 09.30 น. เปิดการเสวนาและกล่าวต้อนรับ โดย นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช.

09.30 – 12.00 น. เสวนา “ความรับผิดชอบต่อผู้เสียหายกรณียกเลิกการให้บริการช่องรายการ /ทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ล”
วิทยากร

• ชัยรัตน์ แสงอรุณ อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

• อำนาจ เนตยสุภา อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์

• นิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย)

• วิริยา ธรรมเรืองทอง นายกสมาคมเคเบิ้ลทีวีแห่งประเทศไทย

• รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

• วชิร พฤกษ์ไพบูลย์ ทนายความมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

• สุดารัตน์ ก้องประวัติ ตัวแทนผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ

• ภาคภูมิ ว่องสันตติวานิช ตัวแทนผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ

ผู้ดำเนินรายการ : กรรณิการ์ กิจติเวชกุล
12.00-12.30 น. สรุปการประชุมและแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคในประเด็นการยกเลิกกิจการสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวี และปิดการประชุม

 

(บทความพิเศษ) ตอบโจทย์ให้ตรงจุด: ลดอ้วน-หวานคนไทย ด้วยภาษี โดย นณริฏ พิศลยบุตร TDRI

นณริฏ พิศลยบุตร

บทความโดย นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

ภาษีเครื่องดื่มน้ำตาล เป็นความพยายามของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการบริโภคน้ำตาลที่เกินพอดี ซึ่งนำไปสู่ปัญหาทางด้านสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน เป็น 2 ใน 5 โรคฮิตที่คร่าชีวิตคนไทยสูงที่สุด การขึ้นภาษียังทำให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้น และมีส่วนช่วยในการลดต้นทุนรายจ่ายทางด้านสวัสดิการภาครัฐในการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาจากการบริโภคน้ำตาลดังกล่าว

ข้อโต้แย้งในการขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาล มีอยู่ด้วยกัน 2 ประการหลักๆ คือ หนึ่ง การขึ้นภาษีจะไม่ทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือ การขึ้นภาษีไม่อาจตอบโจทย์การควบคุมการบริโภคน้ำตาลได้ สอง กลุ่มผู้ค้าปลีก ซึ่งมักจะเป็นผู้ค้ารายย่อย อาจจะเป็นผู้แบกรับต้นทุน เนื่องจากมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าธุรกิจรายใหญ่ การขึ้นภาษีจึงอาจจะส่งผลเสียต่อธุรกิจขนาดกลางและย่อมทำให้ธุรกิจอยู่ได้ยากลำบากมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี บทเรียนจากต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลที่สนับสนุนการขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาล โดยมีงานศึกษาวิจัย เช่น การขึ้นภาษีของประเทศเม็กซิโกในปี 2556-57 ที่บ่งชี้ว่าการเก็บภาษีช่วยให้ผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลจริง โดยหลังจากการขึ้นภาษี พบว่า ปริมาณการผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมมีจำนวนที่ค่อนข้างจะคงที่ ในขณะที่การผลิตน้ำดื่มแบบขวดกลับมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างก้าวกระโดด ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากการบริโภคน้ำอัดลมมาเป็นน้ำดื่มแบบขวดแทน

pic ตัวอย่างเม็กซิโก

ในขณะเดียวกัน กรณีศึกษาของประเทศฝรั่งเศส ก็พบว่าภาระของภาษีก็ไม่ได้ตกกับผู้ค้าปลีก ที่มักจะมีอำนาจต่อรองต่ำกว่าผู้ผลิตและผู้บริโภค กลับเป็นผู้บริโภคที่จะได้รับผลของภาษีโดยตรง โดยพบว่าร้านค้าปลีกได้เพิ่มราคาสูงกว่าอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นเสียอีก ซึ่งเมื่อผู้บริโภคได้รับภาระทางภาษีที่เพิ่มขึ้น ก็จะมีส่วนทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ผู้เขียนมีความเห็นว่าการขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาล ควรที่จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบในหลายประเด็น ดังนี้

1. การขึ้นภาษีเฉพาะเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ตอบโจทย์การลดการบริโภคน้ำตาลที่ตรงเป้าหมายเสียทีเดียว เนื่องจาก ผู้บริโภคสามารถที่จะบริโภคน้ำตาลจากสินค้าชนิดอื่นนอกเหนือจากเครื่องดื่มได้ เช่น การบริโภคอาหาร ดังนั้น หากต้องการที่จะให้ตรงกับเป้าหมายอย่างแท้จริง อาจจะต้องพิจารณาเก็บเป็นภาษีจากการผลิตหรือขายน้ำตาลแทน อาจจะตรงกับโจทย์มากกว่า

2. บทเรียนจากต่างประเทศบ่งชี้ว่า ผู้ผลิตจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเช่นเดียวกัน ซึ่งหากเป็นการปรับเปลี่ยนไปผลิตเครื่องดื่มที่ปราศจากน้ำตาล หรือลดปริมาณน้ำตาลลงเพียงอย่างเดียว ก็น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายของนโยบายภาครัฐ แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน ที่ผู้ผลิตจะใช้สารแทนความหวานที่อาจจะเป็นภัยต่อผู้บริโภคแทน ดังนั้น การขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาลจะต้องพิจารณาล่วงหน้าไปถึงการควบคุมสารแทนความหวานชนิดอื่นๆที่อาจจะเป็นอันตรายด้วยเช่นกัน.

 

ฉบับ 2! ไทยพาณิชย์ ชี้แจงกรณีเหตุการณ์ ณ สำนักงานใหญ่ ดังนี้..

ฉบับ 2! ไทยพาณิชย์ ชี้แจงกรณีเหตุการณ์ ณ สำนักงานใหญ่ ดังนี้..

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงความคืบหน้า กรณีเกิดเหตุการณ์ ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน บริเวณชั้นใต้ดิน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 21.30 น. นั้น

ธนาคาร เรียนขอชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินงานปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัยเพิ่มเติม เพื่อให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น จากปัจจุบันที่ใช้ระบบก๊าซไพโรเจนเป็นสารตั้งต้นในการป้องกันอัคคีภัยมาเป็นระบบ Clean Agent ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ก๊าซไนโตรเจนในการดับเพลิง ซึ่งยังคงประสิทธิภาพในการป้องกันอัคคีภัยด้วยมาตรฐานระดับสากล
โดยได้มีการว่าจ้างบริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำกัด ให้เป็นผู้เข้ามาดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2559 ตามแผนที่ได้วางไว้

            จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 คนและได้รับบาดเจ็บจำนวน 7 คน ธนาคารขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดในครั้งนี้ และได้ให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีทางศาสนาแก่ผู้ที่เสียชีวิตรายละ 100,000 บาท สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น ผู้บริหารของธนาคาร ได้เข้าเยี่ยมทุกราย และได้มอบความช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 30,000 บาท
          
           
สำหรับการสืบสวนหาสาเหตุนั้น ในช่วงเช้าของวันนี้ (14 มีนาคม 2559) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยธนาคารให้การสนับสนุนด้านข้อมูล และพยานหลักฐานต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ให้สามารถหาข้อเท็จจริง และสรุปสาเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่คาดว่าจะสามารถสรุปได้ภายในสัปดาห์นี้
          
            ธนาคารรู้สึกซาบซึ้งและขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตจตุจักร พนักงานดับเพลิง และพนักงานอาสาสมัครที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ได้มาดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ พร้อมให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดีในคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา         

ทั้งนี้ ธนาคารขอยืนยันว่าเอกสารสำคัญ และทรัพย์สินต่างๆ ของลูกค้าและธนาคาร รวมถึงระบบปฏิบัติงานภายในและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และธนาคารยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

(18:35น. / 14 มี.ค.2559)

 

9 มี.ค.59! TDRI- สกว.จัดเสวนา “ดุลยพินิจรัฐไทย ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและประชาชน” (มีกำหนดการ)

image

9 มี.ค.59!  TDRI- สกว.จัดเสวนา “ดุลยพินิจรัฐไทย ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและประชาชน” เวลา 9.00 – 12.15 น. ณ ห้องซาลอน B ชั้น 2 โรงแรงสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด (รัชดาฯ)  

กำหนดการ

8.25 – 8.45 น.  ลงทะเบียน

8.45 – 9.00 น.  กล่าวเปิดงาน
โดย ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว.

9.00 – 9.30 น.  ช่วงที่ 1 รัฐในฐานะผู้อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และขั้นตอนทางราชการ: ใครดีขึ้น – ใครยังเฉย
ผลสำรวจ ความคืบหน้าการปรับปรุงขั้นตอนทางราชการตามรายงาน Ease of doing business ของธนาคารโลก
โดย คุณธิปไตร แสละวงศ์ นักวิจัย TDRI

9.30 – 10.00 น. ช่วงที่ 2 รัฐในฐานะผู้กำกับดูแลธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ
ผลลการศึกษา เรื่องธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบของหน่วยงานกำกับดูและ ธุรกิจโทรคมนาคมและพลังงานโดย ดร. เดือนเด่น นิคมบริรักษณ์ ผู้อำนวยการวิจัย TDRI

10.00 – 11.30 น. ช่วงที่ 3 เสวนา “ดุลยพินิจรัฐไทย ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและประชาชน”
ดำเนินรายการโดย คุณธิปไตร แสละวงศ์
ผู้เข้าร่วมเสวนา คุณวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ.ร.  คุณวิชัย อัศรัสกร รองประธานหอการค้าไทย
                                             

คุณสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ผศ.ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล โครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม (NBTC Policy Watch)

11.30 – 12.15 น.  ถาม – ตอบ

12.15 น.  สรุปการเสวนาและปิดเสวนา โดย ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย TDRI