RSS

Category Archives: กสทช.

11 ก.พ.58! NBTC Policy Watch เสวนา“บทบาท กสทช. ภายใต้เศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัล: ร่างกฎหมายดิจิทัลฯ ตอบโจทย์หรือไม่?” (กำหนดการ)

image

(โพสต์ 10 ก.พ.2558)

ขอเชิญร่วมงานเสวนาในหัวข้อ “บทบาท กสทช. ภายใต้เศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัล: ร่างกฎหมายดิจิทัลฯ ตอบโจทย์หรือไม่?”

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 13.00-16.00 น. ห้องบรรยายโครงการปริญญาเอกคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ชั้น 4 อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์

จัดโดย โครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม (NBTC Policy Watch) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และศูนย์ศึกษาสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  

13.00-13.30 น. ลงทะเบียน

13.30-13.50 น.  “ถอดประสบการณ์ต่างประเทศ: บทบาทขององค์กรอิสระด้านการสื่อสารภายใต้นโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล”  โดย วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง นักวิจัยประจำโครงการ NBTC Policy Watch

13.50-14.00 น.   พักรับประทานของว่าง  

14.00-15.30 น.  เสวนาในหัวข้อ “บทบาท กสทช. ภายใต้เศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัล: ร่างกฎหมายดิจิทัลฯ ตอบโจทย์หรือไม่?”
โดย

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

สฤณี อาชวานันทกุล ประธานมูลนิธิเพื่ออินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมพลเมือง(เครือข่ายพลเมืองเน็ต)

ดำเนินรายการโดย วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

15.30-16.00 น.  ถาม-ตอบข้อสงสัย และแลกเปลี่ยนความเห็น

 

กสทช. เผย10เดือน ยอดคนดูดิจิตอลทีวีช่องใหม่ 21 ช่อง 14.5 ล้านคน /โทรสอบถามสิทธิใช้คูปอง 2.6 แสนราย

image

กสทช. เผย10เดือน ยอดคนดูดิจิตอลทีวีช่องใหม่ 21 ช่องพุ่งประมาณ 14.5 ล้านคน  คอลล์เซ็นเตอร์ 1200 รับเรื่องสอบถามใช้สิทธิคูปอง 2.6 แสนราย ร้องเรียนแค่ 5สาย เตรียมแจกคูปองล็อตใหม่  10 กุมภาฯ นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยผลการศึกษาของสำนักงาน กสทช. ภายหลังการแพร่ภาพโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 (ดิจิตอลทีวี) อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2558 พบว่า ประชาชนรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา10เดือน  โดยเฉพาะภายหลังสำนักงานกสทช. แจกคูปองดิจิตอลทีวีให้ประชาชนนำไปแลกกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ ทำให้ยอดผู้รับชมดิจิตอลทีวีช่องใหม่ (21ช่อง) พุ่งสูงขึ้นจากเดิมเมื่อตอนเริ่มต้นออกอากาศเดือนเมษายน 2557 ที่มีผู้ชมอยู่ร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 24 ในเดือนมกราคม 2558 ซึ่งคิดเป็นยอดผู้รับชมช่องดิจิตอลทีวีใหม่ประมาณ 14.5 ล้านคน 

นายฐากร กล่าวว่า ผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจของบริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ระบุภายหลังจากที่มีการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลเมื่อเดือนเมษายน 2557 ความนิยมในการรับชมช่องรายการทางโทรทัศน์ระบบภาคพื้นดินเพิ่มขึ้นโดยในสิ้นปีความนิยมอยู่ที่ร้อยละ 78 ขณะที่ความนิยมในการรับชมช่องรายการทางเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมโดยสิ้นปีความนิยมอยู่ที่ร้อยละ 22 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยของแนวโน้มที่ดีจากการปรับผังรายการใหม่ที่มีนำละครและรายการสาระบันเทิงที่ผลิตใหม่และการนำรายการที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วมานำเสนอต่อประชาชน อาทิ ช่อง 23 (เวิร์คพอยท์ทีวี)
ช่อง 31 (จีเอ็มเอ็ม วัน เอชดี) , และ ช่อง 27 (ช่อง 8) โดยในผังรายการของช่องในปี 2558 ได้นำรายการที่ได้รับความนิยมจากช่องทีวีเดิมมาใส่ในผังรายการของช่องรายการดิจิตอลทีวีของบริษัทด้วย  

นายฐากร กล่าวว่า สำหรับการปรับผังรายการของเวิร์คพอยท์ ทีวี และจีเอ็มเอ็ม วัน เอชดี โดยนำรายการที่ได้รับความนิยมสูงจากผังรายการโทรทัศน์ระบบรายเดิมมาออกอากาศในช่องของตนเอง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความนิยมในการรับชมของทั้งสองช่องเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  สำหรับช่อง 27 (ช่อง 8) ช่อง 22 (เนชั่นแชนแนล)  ช่อง 21( วอยซ์ทีวี) ช่อง 19 (สปริงนิวส์) ซึ่งเป็นช่องที่มีประสบการณ์จากการออกอากาศผ่านระบบดาวเทียมสามารถรักษาความนิยมได้เป็นอย่างดี  

ทั้งนี้ช่อง 8 เป็นช่องที่สามารถเพิ่มฐานผู้ชมรายการได้อย่างรวดเร็วจากการผลิตรายการที่ตอบสนองความนิยมประชาชนในวงกว้าง อาทิ ละครหลังข่าวที่มีเนื้อหาเจาะตลาดประชาชนส่วนใหญ่ ในกลุ่มช่องรายการใหม่ อาทิ ช่อง29 (โมโน) ช่อง 32 (ไทยรัฐทีวี) ช่อง34 (อมรินทร์ทีวี) ช่อง 18 (นิวส์ทีวี) ในกลุ่มนี้ ช่อง 29  เป็นช่องที่มีความนิยมสูงที่สุดโดยการนำซีรี่ส์ละครที่เดิมต้องจากค่ารับชมในเคเบิลทีวีมาออกอากาศให้รับชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  ผลการศึกษาพบว่า การมีแผนการตลาดและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน รวมถึงการนำเอาเลขลำดับช่องรายการใส่ไว้ในชื่อช่องรายการเป็นปัจจัยที่มีผลส่งให้ช่องได้รับความนิยม

นายฐากร ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ผู้ชมโทรทัศน์เปลี่ยนพฤติกรรมการรับชมช่องรายการอย่างเห็นได้ชัดเจนจากการที่ช่องรายการโทรศัพท์ในระบบแอนะล็อกมีแนวโน้มจำนวนผู้ชมที่ลดลง  โดยส่วนแบ่งผู้ชมได้ย้ายมารับชมผ่านช่องดิจิตอลทีวีใหม่ทั้ง 21 ช่องรายการ จากข้อมูลของบริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัดพบว่าเมื่อเริ่มแพร่ภาพช่องดิจิตอลทีวีครั้งแรกในเดือนเมษายน 2557 มีจำนวนผู้รับชมร้อยละ 7 เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 24 ในช่วงกลางเดือนมกราคม 2558 เติบโตอย่างรวดเร็วถึงเกือบ 4 เท่าตัวในช่วงระยะเวลา10 เดือน   ขณะที่ช่องรายการโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อกเดิม (3, 5, 7, 9,11 และไทยพีบีเอส ) ส่วนแบ่งผู้ชมค่อยๆ ลดลงจากร้อยละ 93 ในเดือนเมษายน 2557 เหลือร้อยละ 76 ในช่วงกลางเดือน มกราคม 2558หรือ ลดลงร้อยละ 20 นับตั้งแต่ กสทช.เปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลทีวี

จากผลการศึกษาข้างต้น  สามารถสรุปได้ว่าประเทศไทยเป็นสังคมที่มีแนวโน้มการตอบรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจากการเติบโตของการรับชมดิจิตอลทีวีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการเปลี่ยนเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์จากระบบแอนะล็อกไปเป็นระบบดิจิตอลเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม2557 และการรับชมช่องรายการโทรทัศน์ผ่านกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์เพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้ (วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 10.00 น.) ทั่วประเทศมีการนำคูปองแลกซื้อทีวีดิจิตอลและกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์แล้วจำนวน 3,057,004 ครัวเรือน   

ทั้งนี้จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้ราคาค่าโฆษณาของช่องดิจิตอลทีวีในปี 2558 ในหลายช่องปรับตัวสูงขึ้น บางช่องนาทีละเกือบ 50,000 บาท ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโทรทัศน์ทั้งในด้านการลงทุนและเกิดการแข่งขันด้านเนื้อหาสาระของรายการ ทำให้มีรายการดีมากขึ้น เป็นทางเลือกในการรับชมของประชาชน  และแนวโน้มอุตสาหกรรมโทรทัศน์เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2558 นี้   

เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคูปองดิจิตอลทีวีทั่วประเทศระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม 2557 ถึง 31 มกราคม 2558 ของศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 พบว่ามีแนวโน้มการร้องเรียนลดน้อยลงมาก   โดยมีจำนวนผู้โทรสอบถามรวม 265,306 เรื่อง แบ่งเป็นการสอบถามเรื่องสิทธิในการได้รับคูปอง 160,230 เรื่อง โทรสอบถามเรื่องการแจก 64,643 เรื่อง สอบถามการได้รับคูปอง 4,934 เรื่อง สอบถามเรื่องการแลกคูปอง 23,531 เรื่อง สอบถามเกี่ยวกับบริการหลังการขาย 10,355 เรื่อง และโทรสอบถามเกี่ยวกับการขยายโครงข่าย 1,613 เรื่อง สำหรับเรื่องร้องเรียนมีผู้โทรเข้ามา 5 เรื่อง

นายฐากร กล่าวอีกว่า ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ สำนักงาน กสทช. เตรียมพร้อมแจกคูปองดิจิตอลทีวีรอบที่ 5 อีก 517,463 ฉบับ ในพื้นที่อำเภอที่มีสัญญาณครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 ใน 36 อำเภอ ของ 7 จังหวัด คือ จ.สกลนคร จ.นครพนม จ.ลำปาง จ.น่าน จ.เพชรบูรณ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.นครศรีธรรมราช จำนวน 517,463 ครัวเรือน  

ทั้งนี้นับตั้งแต่10ตุลาคม 2557 เป็นต้นมา สำนักงาน กสทช. แจกคูปองดิจิตอลทีวีทั้งสิ้น 5 ครั้งรวมยอดแจกทั้งหมด 8,197,679 ฉบับ

 สำหรับอำเภอที่จะแจกในรอบที่ 5 นี้ ได้แก่           

 1.จ.สกลนคร 15 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสกลนคร อ.กุสุมาลย์ อ.กุดบาก อ.พรรณานิคม อ.พังโคน อ.วาริชภูมิ อ.นิคมน้ำอูน อ.วานรนิวาส อ.ตำตากล้า อ.อากาศอำนาจ อ.สว่างดินแดง อ.ส่องดาว อ.โคกศรีสุพรรณ อ.เจริญศิลป์   และอ.โพนนาแก้ว

 2.จ.นครพนม 9 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครพนม อ.ปลาปาก อ.ท่าอุเทน อ.เรณูนคร อ.ศรีสงคราม อ.นาหว้า อ.โพนสวรรค์ อ.นาทม และอ.วังยาง

 3.จ.ลำปาง 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองลำปาง อ.เกาะคา อ.แม่ทะ  และอ.ห้างฉัตร

 4.จ.น่าน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองน่าน และอ.ภูเพียง

 5.จ.เพชรบูรณ์ 1 อำเภอ ได้แก่ อ.บึงสามพัน  

 6.ประจวบคีรีขันธ์ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ อ.หัวหิน

 7.จ.นครศรีธรรมราช 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ร่อนพิบูลย์ และอ.พรหมคีรี

 

น่าสน! 29 ม.ค.58 กสทช.จัดฟอรั่มเสวนา “ทรัพยากรคลื่นความถี่ และทิศทางการสื่อสารภายใต้ร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล” (กำหนดการ)

โพสต์ 26 มกราคม 2558

กสทช. จัดเวทีเสวนา NBTC Public Forum ๑/๒๕๕๘: “ทรัพยากรคลื่นความถี่และทิศทางการสื่อสารภายใต้ร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล”
จัดโดย ส่วนงานเลขานุการ กสทช. ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และส่วนงานเลขานุการ กสทช. สุภิญญา กลางณรงค์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
—————————————
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๘ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. 
ณ อาคารหอประชุมชั้น ๑ สำนักงาน กสทช. 
ถนนพหลโยธิน ซอย ๘ (ซอยสายลม) เขตพญาไท กรุงเทพฯ
 
๐๘.๐๐ – ๐๘.๔๕ น.      ลงทะเบียน

๐๘.๔๕ –๐๙.๐๐ น.       เปิดการเสวนาและกล่าวต้อนรับ
                             โดย กสทช. ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ/หรือ กสทช. สุภิญญา กลางณรงค์

๐๙.๐๐ – ๑๐.๐๐ น.      “แนวคิดและสาระสำคัญของร่างกฎหมายในชุดเศรษฐกิจดิจิตัล”
โดย นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)

๑๐.๐๐ – ๑๐.๓๐ น.      ถาม-ตอบ
(อาหารว่างเสริฟในที่ประชุม)

๑๐.๓๐ – ๑๒.๐๐ น.      เสวนา “อนาคตของการจัดสรรและใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่กับบทบาทหน้าที่ของกสทช. ที่จะปรับเปลี่ยนไป”

โดย  
– ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

–  ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการโครงการ Industrial Liaison Program คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

–   ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล**

ดำเนินรายการเสวนาโดย นางสาวกรรณิการ์ กิจติเวชกุล

๑๒.๐๐ – ๑๒.๓๐ น.   ถาม-ตอบและอภิปรายทั่วไป

๑๒.๓๐ – ๑๓.๓๐ น.      รับประทานอาหารกลางวัน
 
๑๓.๓๐ – ๑๕.๐๐ น.   เสวนา “ทิศทางการปฏิรูปสื่อและสิทธิเสรีภาพด้านการสื่อสารภายใต้ร่างกฎหมาย
เศรษฐกิจดิจิทัล”

โดย  –   ผศ.ดร.ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

–  รศ. ดร. นวลน้อย ตรีรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

–  นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network)

–   ผศ. ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาเอกคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ดำเนินรายการเสวนาโดย นางสาวกรรณิการ์ กิจติเวชกุล
 
๑๕.๐๐ – ๑๕.๑๕ น.      พักรับประทานอาหารว่าง

๑๕.๑๕ – ๑๖.๑๕ น.   ถาม-ตอบและอภิปรายทั่วไป

๑๖.๑๕-๑๖.๓๐ น.  ปิดการประชุม
โดย กสทช. ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ/หรือ กสทช. สุภิญญา กลางณรงค์

 

แถลงการณ์! ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน “ขอให้รัฐบาลเคารพ ปชช. -มติ สปช. ด้วยการ”ยกเลิก”การเปิดสัมปทานรอบที่ 21 ดังนี้

image

14 มกราคม 2558

แถลงการณ์  ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน เรื่อง ขอให้รัฐบาลเคารพเสียงประชาชนและมติ สปช. ด้วยการยกเลิกการเปิดสัมปทานรอบที่ 21

แถลงโดย นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ แกนนำขาหุ้นปฏิรูปพลังงานภาคใต้
“เป็นข่าวที่น่ายินดีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้มีมติเสียงข้างมาก 130 : 79 เสียง  ไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 และเสนอให้ใช้การจัดสรรผลประโยชน์ด้วยระบบแบ่งปันผลผลิตแทน เครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงานมีความยินดีอย่างยิ่งกับมติที่เหนือความคาดหมายดังกล่าว เสียงเรียกร้องจากภาคประชาชน นักวิชาการและขาหุ้นปฏิรูปพลังงานที่ได้เคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นในช่วงที่ผ่านมานั้น มีส่วนต่อการสร้างความเข้าใจต่อสังคมโดยรวม และความตื่นตัวของประชาชนนี่เองที่เป็นส่วนสำคัญในการที่มีมติท่วมท้นในการเลือกวิธีการจัดการทรัพยากรปิโตรเลียมด้วยการแบ่งปันผลผลิตแทนการให้สัมปทาน

ประเด็นที่น่าเป็นห่วงในการขับเคลื่อนให้การแบ่งปันผลผลิตเกิดขึ้นจริงในสังคมไทยให้จงได้ จึงตกไปอยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาล และขาหุ้นปฏิรูปพลังงานหวังว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะเคารพเสียงของประชาชนและเคารพมติของ สปช.ซึ่งสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความหวัง แต่ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานภาคใต้ก็ได้วิเคราะห์และมีความเห็นที่ตรงกันว่า “ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานไม่มีความเชื่อมั่นเลยว่า รัฐบาลจะกล้าตัดสินใจยกเลิกการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 และเลือกใช้วิธีการแบ่งปันผลผลิตแทนตามมติที่ สปช.ได้มีมติอย่างท่วมท้น แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ขอให้ สปช.ให้ความเห็นกับประเด็นนี้เองก็ตาม

ทั้งนี้เพราะไม่คิดว่ารัฐบาลจะสามารถสลัดอิทธิพลของกลุ่มทุนพลังงานทั้งในประเทศและทุนข้ามชาติที่เกาะแน่นและฝังลึกในระบบราชการและระบบโครงสร้างอำนาจของรัฐไทยไปได้”  
เนื่องจากปัจจุบันกระทรวงพลังงานได้ประกาศให้ภาคเอกชนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่สนใจในการขอสัมปทานรอบที่ 21 ยื่นขอสิทธิภายในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558  

ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงจุดยืนเดียวกับประชาชนและ สปช. ด้วยยกเลิกการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 ของกระทรวงพลังงานในทันที เพราะเป็นการเปิดการยื่นขอสิทธิสัมปทานที่ขัดต่อมติมหาชน ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน

จึงขอให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศและเครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงานที่กระจายอยู่ทุกจังหวัด ที่ต้องการให้มีการปฏิรูปพลังงานอย่างถึงราก ต้องการปลดปล่อยประเทศไทยจากการเป็นเมืองขึ้นของทุนพลังงาน ต้องการการเปลี่ยนให้พลังงานมีราคาที่เหมาะสมเพื่อคนไทยทั้งประเทศไม่ใช่เพื่อการทำกำไรของบริษัทนายทุน ต้องร่วมกันแสดงออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รัฐบาลยกเลิกการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 ให้จงได้
อย่าเพิ่งดีใจรอแต่ความหวัง เพราะทุนพลังงานอันทรงอิทธิพลจะไม่ยอมเสียผลประโยชน์อันมหาศาลอย่างแน่นอน

 

แค่โปรฯ เดียว! กสทช.สั่ง 5 ค่ายมือถือ ทำโปรฯ คิดเป็น”วินาที”ตามจริง/ “หมอลี่”ซัด เอกชนมีรายได้ คิดปัดเศษขึ้นเต็มนาที ปีละ 4-5หมื่นล้านบาท

image

7 มกราคม 2558

เคาะแล้ว! กสทช.สั่ง 5 ค่ายมือถือ ต้องมี โปรโมชั่น 1 โปรฯ ที่ต้อง คิดเป็น”วินาที”ตามจริง แทนการปัดเศษขึ้นเต็มนาที เพื่อให้เป็นทางเลือกให้ปชช.เริ่มใช้โปรฯ ใหม่  1มี.ค.2558/  ซึ่งการย้ายโปรฯ มีข้อตกลงว่า ปชช. ต้องไม่เสียค่าย้าย

ข้อสรุป กสทช. วันนี้ คือ  ถ้า ปชช. อยากใช้ตามจริง ก็ไปเปลี่ยนโปรโมชั่นซะ ตามที่เอกชน จัดมห้ ค่ายละ 1 โปรฯ วันที่ 1 มี.ค. 58 นี้  โดยเอกชน จะประกาศโปรฯ  ใหม่ออกมาให้ทราบหลังจากนี้ (ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ มากกว่านี้)

ส่วนใคร ยังไม่ย้ายโปรฯ ก็ต้องโดนคิดค่าโทรฯ แบบปัดเศษเต็มจำนวนเต็มนาทีเหมือนเดิม

ส่วน การบังคับใช้ ให้คิดค่าโทรฯ ทั้งระบบนั้น กสทช. บอกว่า เอกชน ทำได้แน่ๆ แต่ขอเวลาอย่างน้อย ดูด้านเทคนิค และ ซอร์ฟแวร์ ถึงจะตอบได้ ซึ่งอาจใช้เวลาอีก ราวๆ 6 เดือน ถึง 1 ปี จากนี้

image

image

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. บอกว่า “..จริงๆ เอกชน สามารถคิดแบบ วินาทีได้ทั้งระบบ และ ใช้เวลาเต็มที่ทางเทคนิค ไม่เกิน 2 เดือน

แต่เหตุผล ที่ ทำออกมาแค่ 1 โปรโมชั่นเท่านั้น ตอนนี้เพราะคิดว่า เอกชนคงกลัวเสียรายได้ จากการเก็บค่าเศษวินาที ที่ปชช. ต้องโดนปัดเศษ ใน 1 เดือน เฉลี่ย เอกชนได้รายได้จากการปัดเศษ 4-5 พันล้านบาท  หรือ 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี เค้าถึงยังไม่อยากทำ

ลองคิดดู ตอนนี้ ปชช. ใช้มือถือมีรวมกันในระบบ 100 ล้านเลขหมาย / ถ้า 1 คน เฉลี่ย โทร 2 ครั้งต่อวัน เศษ ที่โดนปัดขึ้นเต็มนาที จะคิดเป็นเท่าไหร่ แล้ว ต่อวัน และต่อเดือนจะโดนเท่าไหร่ หากรวมกัน 100 ล้านเบอร์ นั่นคือ รายได้ ที่เอกชนได้ไปจาก ปชช.

ผมหวังว่า สนง.กสทช. จะเดินหน้าต่อในการทำให้ได้ทั้งระบบ ตามที่ สปช. เสนอมา ไม่ใช่ ทำออกมาแค่โปรฯ เดียว แล้วบอกว่า ทำได้แล้ว อย่างนี้ไม่ได้เรียกว่า ทำแล้ว..”

 

พรุ่งนี้ 10โมง! กสทช. เชิญ Ais-Dtac-True ถกประเด็น คิดค่าบริการตามจริงเป็น”วินาที” / ประเด็นนี้ สำคัญอย่างไร –>

image

โพสต์ : 6 มกราคม 2558

เรื่องสำคัญของผู้ใช้มือถือ! พรุ่งนี้ 10โมง  “ฐากร”แจ้ง กสทช. เชิญ 3 ค่ายมือถือ Ais-Dtac-True หารือ ประเด็น  คิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาที @สนง.กสทช. หลังวันนี้ ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เห็นชอบรายงานพิจารณาศึกษาการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามระยะเวลาการใช้งานที่เป็นจริงโดยคิดเป็นวินาทีของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ด้วยคะแนน 211 ต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง

*****
ขออธิบายเพิ่มสั้นๆ นะคะ.. ประเด็นนี้ น่าสนใจที่ว่า นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา หนึ่ง ใน กก. กสทช. อธิบายว่า “..ปกติต่างประเทศ เวลาใช้งานโทรศัพท์ แล้ววางสาย.. เศษของนาทีนั้น จะถูกปัดขึ้น เป็น”นาที” เมื่อครบเดือน.. โทรๆๆๆ เท่าไหร่ .. แต่ ค่ายมือถือ จะปัดเศษขึ้นแค่ครั้งสุดท้ายเมื่อรวมยอดรายเดือนแล้ว..
แต่ ไทย.. การปัดเศษวินาที..ค่ายมือถือ จะปัดเศษเป็น”นาที” ทุกๆ ครั้ง ที่มีการวางสาย  เช่น วันนี้ โทร 5 ครั้ง ทุกครั้งที่วางสาย ก็จะถูกปัดเศษขึ้นไปเป็น ” นาที” เป็นแบบนี้มานานแล้ว
ในประเทศ เท่าที่พบ สำหรับการโทร จะเห็นว่า บ้านเรา มีการปัดเศษเพิ่มมากถึง 60 เท่า เช่น ถ้าโทรเกิน “1 วินาที”  เท่ากับ “1 นาที” หรือ เท่ากับ “60 วินาที” หรือ 60 เท่า

ส่วนอินเทอร์เน็ต มีการปัดเศษ 1024 เท่า เทียบจากการใช้เกิน 1 KB ..

ข้อเท็จจริง ห็เหมือนกับการซื้อของ เช่น ซื้อส้ม 1 กิโลฯ  กับ 1 ขีด ก็ควรคิดตามจริง เพราะคงไม่มีร้านไหน ที่คิดราคาส้ม เป็นราคา 2 กิโลฯ เต็ม ”

นี่เป็น หนึ่งในปัญหา ที่ หมอประวิทย์ และ สปช.ผลักดันกันลุล่วงในหลักการรายงานผลพิจารณาวันนี้ จริงๆ มีการผลักดัน ตั้งแต่สมัย “สารี อ๋องสมหวัง” ยังอยู่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแล้ว..

มองอีกมุม.. ประเด็น การกำกับดูแลผู้บริโภค ให้ได้รับบริการที่เป็นธรรม..
เป็นหน้าที่ของ กสทช. โดยตรง ..

ข้อเท็จจริง สำนักงาน เรียกประชุม 3 ค่ายได้ตลอดเวลา หากมีประเด็นที่จะต้องพิจารณา ..  ไม่น่าจะต้องรอให้ สปช. พูดที.. สนช.พูดที หรือ คสช. กระทุ้งที แล้วค่อยเรียกประชุม

แต่พรุ่งนี้ ก็น่าจับตา.. ต่อให้ประชุมกัน ระหว่าง กสทช. และ ค่ายมือถือ ก็ไม่ใช่ว่า จะทำได้ทันที หรือ โดยง่าย เพราะเอกชน ก็เวลามีเรื่องแบบนี้ เอกชนใช้สิทธิ์การทำธุรกิจ คือ ต้องขอกลับไปศึกษาแผนก่อนทุกครั้ง

*******

image

ขณะที่”บุญยืน ศิริธรรม” ปธ.สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ก็บอกว่า “..การทำหน้าที่ของ กสทช.ต่อมิติการคุ้มครองผู้บริโภค มีปัญหา ดูได้จากประมูล 3 จี เมื่อ 2 ปี ก่อน  /ช่วงนั้นหากใครจำได้  กสทช. ประกาศ ว่า มี 3 จีจะดียังไง.. ความเร็วเน็ตจะเร็วขึ้น ค่าบริการจะถูกลง 15% / โปรโมชั่นโทร ต้องไม่เกิน นาทีละ 99 สตางค์ / ระบบเติมเงินต้องเป็นแบบลงทะเบียนบุคคล เพื่อความปลอดภัย / การแก้ปัญหา sms ขยะ ทั้งชิงโชค ดูดวง พนันบอล  .. แต่ถามว่า วันนี้ ผ่านไปแล้ว 2 ปี ทุกคนคงได้สัมผัสกับ 3 จี ประเทศไทยแล้วว่า เป็นอย่างไร

การมี 4 จี ไม่ใช่ไม่ดี แต่กสทช. ควรเหลียวหลังก่อนแลหน้าไปด้วยกันด้วย ว่า วันนี้ กสทช. ทำอะไร..”

 

เปิดแผน 2558! กสทช. ประกาศ เดินหน้าจัดประมูล 4G คลื่น 1800 และ 900 MHz รอ คสช. เคาะแผน พร้อมจัดประมูล 3 แสนเลขหมาย

image

5 มกราคม 2558

สำนักงาน กสทช. แถลงผลงานรอบปี 2557 ที่ผ่านมา และ ทิศทางที่จะดำเนินการปี 2558 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า  แผนปีนี้ มีความชัดเจนว่า จะจัดให้ประมูล 4 จี แน่นอน ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. ทำหนังสือขออนุมัติ จาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพื่อขอจัดทำหลักเกณฑ์การเปิดประมูล โดยจัดประมูล 4 ใบอนุญาต ได้แก่  คลื่น 1800 เมกกะเฮิร์ต และ คลื่น 900 เมกกะเฮิร์ต 

โดยการเปิดประมูล คาดว่า จะเกิดในช่วงหลังจาก วันที่ หลัง 17 กรฏาคม 2558 หลังจาก ที่คสช. สั่งชะลอ เมื่อปีที่แล้ว  ซึ่งการจัดทำหลักเกณฑ์ต่างๆ คาดว่า จะใช้เวลา อย่างน้อยอีกราวๆ 5-6 เดือนจากนี้ ซึ่งรวมถึงการกำหนดเวทีประชาพิจารณ์ โดยกรอบแผนดำเนินการขณะนี้ รอ คสช. เห็นชอบแผนกสทช. ก่อน หากเดือน กุมภาพันธ์ เริ่มดำเนินการหลักเกณฑ์ ต่างๆ ได้ทันเดือนกรกรฏาคม ก็คาดว่า จะจัดประมูลได้ช่วงนั้น  แต่หาก คสช. ยังไม่อนุมัติ ก็ต้องขึ้นอยู่กับ คสช.

นอกจากนี้ สนง.กสทช. มีแผนจะเปิดประมูลเลขสวย จำนวน 300,000 เลขหมาย และจะนำเงินประมูลทั้งหมดส่ง กระทรวงการคลัง

แผนอีกเรื่องที่ดำเนินการ คือ หลังเปิดให้ลงทะเบียนบัตรเติมเงินแล้ว 1 ล้านกว่า ทาง สำนักงาน กสทช. จะทำเรื่องเสนอ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ เสนอครม. โดยจะเสนอรณรงค์ให้ประชาชน ลงทะเบียนบัตร เติมเงินให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน เนื่องจาก เป็นเรื่องความปลอดภัย และความมั่นคง และเป็นนโนบายรัฐบาล

ต่อจากจากนั้น จะทำโครงการ “ลงทะเบียนแสดงตัวตนใช้อินเติอร์เน็ต ผ่านไวไฟ” โดยผู้ใช้ต้องลงทะเบียนเลขโทรศัพท์ เวลาจะใช้อินเทอร์เน็ตด้วย ภายใน 2 เดือนนี้ โดยมั่นใจว่า จะทำให้เรื่องหมิ่นสถาบันลดลงได้ และลดปัญหาด้านความมั่นคง

ส่วนแผนด้านกิจการกระจายเสียง จะมีการอนุญาตทีวีช่องสาธารณะเพิ่มเติม 3 ช่อง

ส่วนแผนแจกคูปองทีวีดิจิตอล ขณะนี้ เกือบ 2.4 ล้านใบ หรือ 38% ของจำนวนยอดที่แจกไป 7 ล้านใบ ในปีนี้ ยังแจกอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณครอบคลุม 14.1 ล้านครัวเรือน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

ทิศทางกำกับดูแล ปี 2558 จะทำเข้มข้นกว่าปีที่แล้วแน่นอน เพราะ มีอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ จะเท่าทันกับเรื่องร้องเรียนของ ประชาชน ที่ร้องเข้ามา

รวมถึงแผนการประหยัดงบประมาณ ที่มีข้อสังเกตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2556 -2557 ทั้งที่ สื่อมวลชน และ ภาคส่วนต่างๆ เสนอมา เพื่อปรับปรุงสำนักงาน ก็จะใส่ใจในการรับข้อสังเกตของภาคประชาชน

 
 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 42,714 other followers