RSS

กสทช.เตือน! ลูกค้า “ทรูมูฟ”และ”GSM 1800” เร่งย้ายค่าย ก่อน 17ก.ค.58 เลี่ยงเจอปัญหาซิมดับ / ขอเงินค้างในระบบเติมเงินคืนตามกม.

18 มิ.ย.

image

18 มิถุนายน 2558

กสทช.เตือน ผู้ใช้มือถืออีกกว่า 7แสนเบอร์ ค่าย”ทรูมูฟ”และ”จีเอสเอ็ม 1800″ เร่งย้ายออก ก่อน 17 กรกฎาคม 58  เลี่ยงเจอปัญหาซิมดับ แนะขอเงินที่ค้างในระบบเติมเงินคืนได้ตามกฎหมาย

นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการโทรคมนาคม เปิเผยว่า ขณะนี้ เหลือเวลาประมาณ 1 เดือน จะครบกำหนดการขยายเวลาประกาศมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนย่านความถี่ 1800 MHz หรือมาตรการเยียวยา ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 94/2557 ที่ระบุให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่มีคำสั่งให้ชะลอการจัดประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งคำสั่งจะครบกำหนดในวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 ที่จะถึงนี้

 
ทั้งนี้ คณะทำงานติดตามและกำกับดูแลการดำเนินการตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวฯ ของสำนักงาน กสทช. รายงานว่า ปัจจุบัน มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 2จี ของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ใช้สัญญาณ”ทรูมูฟ”  ค้างอยู่ในระบบกว่า 700,000 เลขหมาย  ส่วนผู้ใช้บริการของบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่าย “จีเอสเอ็ม 18000”  มีลูกค้าเหลืออยู่ประมาณ 2,700 เลขหมาย โดยมียอดเงินที่ค้างอยู่กับผู้ให้บริการรวมกันทั้งสิ้นกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งผู้ใช้บริการในส่วนนี้ หากไม่เร่งโอนย้ายออกจากระบบ พอถึงกำหนดก็จะประสบกับปัญหาซิมดับ หรือไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป

image

“อยากแจ้งให้ผู้ใช้บริการของทั้งสองบริษัทดังกล่าวทราบว่า หากประสงค์จะใช้บริการเบอร์เดิมได้อย่างต่อเนื่อง ก็ต้องเร่งดำเนินการโอนย้ายหมายเลขโทรศัพท์ออกจากระบบไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ก่อนสิ้นสุดกำหนดระยะเวลา

 สำหรับคนที่ต้องการใช้บริการคงสิทธิเลขหมาย หรือย้ายค่ายเบอร์เดิม สามารถเลือกผู้ให้บริการรายใหม่ได้ตามความพึงพอใจ ไม่จำกัดว่าต้องโอนย้ายไปอยู่กับผู้ให้บริการใหม่ในเครือบริษัทเดิมเท่านั้น โดยสามารถติดต่อศูนย์ให้บริการลูกค้าของผู้ให้บริการรายใหม่ที่เราต้องการโอนย้ายไปใช้บริการได้ทันที ซึ่งการโอนย้ายใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน ส่วน ผู้ยังไม่ได้ลงทะเบียนซิมการ์ด ก็จำเป็นต้องไปลงทะเบียนซิมการ์ดกับผู้ให้บริการรายเดิมเสียก่อน แล้วจึงสามารถติดต่อขอโอนย้ายเลขหมายได้” นายแพทย์ประวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการแต่ละรายมีขีดความสามารถในการให้บริการคงสิทธิเลขหมายได้ไม่เกิน 60,000 เลขหมายต่อวัน  จึงไม่ต้องการให้ผู้ใช้บริการนิ่งนอนใจจนถึงนาทีสุดท้าย และควรเผื่อเวลาไว้มากกว่า 3 วัน หรืออย่างช้าไม่ควรเกินวันที่ 11 หรือ 12 กรกฎาคม เพราะถ้าไปติดต่อขอโอนย้ายแบบกระชั้น ถึงแม้จะก่อนวันที่มาตรการเยียวยาสิ้นสุด แต่หากในช่วงเวลานั้นมีผู้ขอโอนย้ายเกินขีดจำกัดของผู้ให้บริการ ก็จะเกิดปัญหาซิมดับอยู่ดี

          ส่วนในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องการใช้งานหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวอีกต่อไป  ทางผู้ใช้บริการ สามารถแจ้งปิดบริการ และขอเงินที่ค้างอยู่ในระบบทั้งหมดคืนได้ โดยกฎหมายกำหนดไว้ว่า ผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องคืนเงินผู้ใช้บริการภายใน 30 วันต โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าผู้ใช้บริการต้องขอเงินคืนภายในระยะเวลาเท่าใด และผู้ใช้บริการสามารถแจ้งความประสงค์ให้คืนเป็นเงินสด เช็ค หรือโอนผ่านบัญชีธนาคารก็ได้

อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดข้อมูลของผู้ใช้บริการในการไปขอเงินคืน หรือไม่ไว้ใจบริษัทว่าหากไปขอเงินคืนภายหลังที่ซิมดับ แล้วบริษัทจะแจ้งข้อมูลไม่ตรงกับยอดเงินที่เหลืออยู่จริงในระบบนั้น  ผู้ใช้บริการสามารถใช้วิธีกดเช็คยอดเงินในคืนวันสุดท้ายก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์จะไม่สามารถใช้งานได้ และหาทางเก็บเป็นหลักฐานข้อมูลไว้แสดงกับบริษัท แต่ถ้าจะให้ดี ก็อยากแนะนำให้ไปปิดบริการล่วงหน้าอย่างน้อยสักวันหรือสองวัน โดยไปกดเช็กยอดเงินคงเหลือที่หน้าเคาน์เตอร์ของศูนย์บริการลูกค้าเลยก็ได้ หลังจากนั้นก็แสดงข้อมูลขอเงินคืนพร้อมกับปิดบริการ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการโต้แย้งกันเรื่องจำนวนเงิน

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: