RSS

ฉบับทางการ! ศาลปกครอง..ออกคำชี้แจง กรณี ก.ศป.มีมติให้พักราชการ ประธานศาลปกครองสูงสุด / ให้ทำคำฟ้องโต้แย้งได้ใน 90 วัน รายละเอียดังนี้..

31 มี.ค.

wpid-screenshot_2015-03-29-12-56-03-1.png

(โพสต์ 31 มีนาคม 2558)

วันนี้ สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลปกครองเผยแพร่เอกสาร ดังนี้…

กรณี ก.ศป.มีมติให้พักราชการประธานศาลปกครองสูงสุด ก.ศป. มีมติสั่งพักราชการประธานศาลปกครองสูงสุดระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการสอบสวน ตามมาตรา ๒๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้ง
ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ครั้งที่ ๒๘/๒๕๕๘

คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) มีคำสั่งที่ ๘/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘ เรื่อง ให้พักราชการนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด

นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง ได้ลงนามในคำสั่ง ก.ศป. ที่ ๘/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘ ซึ่งมีเนื้อความดังนี้

ตามที่ ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ ๑๗๐-๕/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้พิจารณากรณีที่ตุลาการศาลปกครองได้เข้าชื่อกันเพื่อให้ ก.ศป.ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่า นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ได้จัดทำหนังสือจำนวน ๒ ฉบับ  ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามลำดับ โดยอ้างว่า นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด มีความประสงค์ที่จะสนับสนุน พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงกุล รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก ซึ่งเป็นเพื่อนกับหลานชายให้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับการแล้ว เห็นว่า หากเป็นความจริงดังที่นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ได้กล่าวอ้างไว้ในหนังสือทั้งสองฉบับดังกล่าว กรณีอาจเข้าข่ายตามที่กำหนดในข้อ ๓(๑) แห่งระเบียบ ก.ศป.
ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง

ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔ สมควรสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่า มีมูลความจริงดังที่นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ได้กล่าวอ้างไว้ในหนังสือทั้งสองฉบับดังกล่าวหรือไม่ จึงมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ประกอบด้วย นายนพดล เฮงเจริญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานกรรมการ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และนายวราวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ

ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ได้รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวต่อ ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ ๑๘๑-๒/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๘ ซึ่ง ก.ศป. ได้มีมติรับทราบ และมอบหมายให้สำนักงานศาลปกครอง ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ก.ศป. ขอข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากนั้น ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ ๑๘๒-๓/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ได้พิจารณารายงานผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักงานศาลปกครองได้นำเสนอต่อ ก.ศป.แล้ว ก.ศป.เสียงข้างมากเห็นพ้องด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฝ่ายข้างมาก โดยเห็นว่าเป็นกรณีมีมูลที่อาจเข้าข่ายตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓(๑) แห่งระเบียบ ก.ศป.ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง

ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔ และถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง จึงมีมติให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๕ วรรคสอง และข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งระเบียบ ก.ศป.ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔ และได้มีคำสั่ง ก.ศป. ลับ ที่ ๙/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๘ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว

ต่อมา ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ ๑๘๔-๕/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘ เสียงข้างมากเห็นว่า ปรากฏพยานหลักฐานเป็นที่ชัดแจ้งว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด

ซึ่งมีอำนาจหน้าที่บริหารงานของศาลปกครองและพิจารณาพิพากษาอรรถคดี การให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ย่อมเป็นการไม่เหมาะสม ทำให้ประชาชนเสื่อมความเชื่อถือและศรัทธา รวมทั้งเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของศาลปกครองซึ่งเป็นองค์กรตุลาการ การให้นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจึงเป็นการเสียหายแก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก.ศป. จึงมีมติให้พักราชการนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่า ก.ศป.
จะพิจารณากรณีที่นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ถูกกล่าวหาแล้วเสร็จ

หากนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อ
ศาลปกครองกลาง หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองกลาง ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนี้

อนึ่ง ก.ศป. มีมติให้ นายปิยะ ปะตังทา รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานศาลปกครองสูงสุด ในระหว่างที่นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ถูกสั่งพักราชการ

จึงเรียนเพื่อโปรดทราบ

สำนักงานศาลปกครอง
วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: