RSS

มติ ตุลาการศาลปกครองทั่วประเทศ! เอกฉันท์ ไม่เห็นด้วย ร่างรธน. กำหนดให้การบังคับตามคำสั่ง และคำพิพากษา ศาลปกครอง ไปสังกัดศาลยุติธรรม ดังนี้

29 มี.ค.

image

๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ 

ที่ประชุมสัมมนาตุลาการศาลปกครองทั่วประเทศมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เห็นด้วยกับ ร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้การบังคับเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งและคำพิพากษาของ ศาลปกครอง ดำเนินการโดยหน่วยงานบังคับคดีที่อยู่ในสังกัดศาลยุติธรรม     

วันนี้ ( ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘) ที่ประชุมสัมมนาตุลาการศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครองชั้นต้นทั่วประเทศ มีมติเป็นเอกฉันท์  ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้การบังคับเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งและคำพิพากษาของศาลปกครอง ดำเนินการโดยหน่วยงานบังคับคดีที่อยู่ในสังกัดศาลยุติธรรม  

สืบเนื่องจากกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการประชุมครั้งที่ ๕๒ วันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา (๔/๑/๒) ๑ (๖) โดยกำหนดให้มีกลไกในการบังคับคดีทางแพ่งและคดีปกครอง ในสังกัดศาลยุติธรรม ทำหน้าที่บังคับให้เป็นไปตามคำสั่ง คำพิพากษาของศาลยุติธรรม และศาลปกครองตามที่กฎหมายบัญญัติ (ปรากฏตามเอกสารแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๔๗ วันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘)

ที่ประชุมสัมมนาตุลาการศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครองชั้นต้นทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๒๗ ถึงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ที่โรงแรมรอยัล พลา คลิฟบีช อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้ร่วมกันพิจารณาข้อมูลและเอกสารที่ใช้ประกอบการสัมมนาร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นที่กำหนดให้มีกลไกในการบังคับคดีทางแพ่งและคดีปกครอง ในสังกัดศาลยุติธรรม ทำหน้าที่บังคับให้เป็นไปตามคำสั่ง คำพิพากษาของศาลยุติธรรมและศาลปกครองแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เห็นพ้องกับการที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยกร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว   เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ บัญญัติให้มีการจัดตั้งศาลปกครองเป็นศาลคู่ แยกต่างหากจากศาลยุติธรรม เพื่อให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่มีข้อพิพาททางปกครอง

ทั้งนี้ เพราะหน่วยงานทางปกครองและประชาชนไม่มีความเท่าเทียมกันในการค้นหาพยานหลักฐานเพื่อประกอบการฟ้องหรือต่อสู้คดี ศาลปกครองจึงกำหนดวิธีพิจารณาโดยใช้ระบบไต่สวน โดยศาลหรือตุลาการศาลปกครองจะมีบทบาทสำคัญในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างสูงสุด

ด้วยเหตุนี้ การบังคับให้เป็นไปตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลปกครอง ทั้งในการบังคับคดีปกครองทั่วไปและการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของคู่กรณีฝ่ายที่แพ้คดี ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาคดีปกครองภายหลังจากที่ศาลได้คำพิพากษาแล้ว จึงสมควรที่จะต้องดำเนินการโดยหน่วยงานบังคับคดีที่อยู่ในศาลปกครอง มิใช่สังกัดศาลยุติธรรม ตามร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว

 นอกจากนี้ ในการบังคับคดีปกครองเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลปกครอง จำเป็นต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างตุลาการศาลปกครองและบุคลากรของศาลปกครอง ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็วและประโยชน์ของคู่กรณีในการบังคับคดีเป็นสำคัญ สำหรับในส่วนของบุคลากรของศาลปกครองที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการบังคับคดีปกครองตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของ ศาลปกครอง ก็จำต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับหลักกฎหมายมหาชนและวิธีพิจารณาคดีปกครองเป็นสำคัญ

ซึ่งในการนี้ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองได้มีการพัฒนาบุคลากรในเรื่องดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะอยู่แล้ว และในการดำเนินงานที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาข้อขัดข้องที่จะทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาในการบังคับคดีได้แต่อย่างใด ดังนั้น การกำหนดให้ใช้กลไกการบังคับคดีของศาลที่มีวิธีพิจารณาที่แตกต่างกันย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง  

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: