RSS

Monthly Archives: กันยายน 2014

ฉบับเต็ม! “สุภิญญา”แจง ปชช.ต้องเข้าใจ กสทช.เสนอทางออกแล้ว แต่ Ch3 ไม่เลือกเอง/ จ่อรื้อดูใบอนุญาตช่อง 3 อีก 3ช่องดิจิตอล

image

23 กันยายน 2557

ภายหลังการหารือร่วม ระหว่าง ช่อง 3 และ บอร์ด กสท.กสทช. จากผลคำสั่งทางปกครองของ กสท. ที่ให้โครงข่ายดาวเทียมและ เคเบิ้ลฯ ถอดผังช่อง 3 อะนาล็อค ออกจากโครงข่าย ทำให้ไม่สามารถชมช่อง 3 อะนาล็อค ทางช่องเคเบิ้ล และช่องดาวเทียมได้

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. กสทช.

“ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ว่า เราขอให้ ช่อง 3 ทำจดหมายเป็นทางการเพื่อขอออกอากาศคู่ขนานได้ไหม แต่เค้าบอกว่า ทำไมเค้าต้องทำ ทำให้ไม่ให้ กสท.เป็นคนออกเอง เราก็บอกว่า คุณต้องทำมา อย่าถามลอยๆ ทำถามมา เราจะค่อยตอบเอง เพราะเค้ารู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของเราต้องทำ มันเลยจบยาก ถามว่าจริงๆ มันเป็นหน้าที่ของใครที่ต้องขอยื่นออกคู่ขนาน

บอร์ด กสท. ยังยืนยันมติของเราว่าเราไม่แก้ไขมติ ยังมีผล แต่วันนี้เรายื่นทางออกให้ช่อง 3 หากต้องการออกอากาศต่อได้ทุกระบบหลังสิ้นเดือนนี้ มีทางเลือก 2 ทาง คือ ขอออกคู่ขนานในช่องดจิตอล หรือ ขอใบอนุญาตเป็นทีวีดาวเทียม หน้าที่เรามีแค่นี้ ที่เหลือช่อง 3 ต้องตัดสินใจ ถ้าเค้าไม่ออกคู่ขนานก็ต้องมาขออนุญาตเป็นทีวีดาวเทียมก็จบ จะออกคู่ขนานหรือไม่ ช่อง 3 ควรทำจดหมายของมา เมื่อใดที่จดหมายขอมาว่าต้องการออกคู่ขนาน เราไม่ได้บอกว่าจะให้หรือไม่ให้คู่ขนาน ทำจดหมายมาก่อนจึงจะพิจารณา เรายินดีสนับสนุนการคู่ขนาน แต่ว่าคุณอย่าพูดลอยๆ คุณทำจดหมายมาถึงเราหรือยัง
 

เราเสนอทางเลือกเราเป็นผู้กำกับ และมีมติแล้ว ว่า คุณไม่มีสิทธิ์ออกบนเคเบิ้ลฯ และดาวเทียมฯ หลังจากเราไม่คุ้มครองคุณเป็นฟรีทีวี แต่ว่าเรามีมาตรการให้คุณเลือก 2 ทาง ให้คุณแสดงเจตจำนงค์ว่าจะเลือกทางไหน ไม่ใช่ให้เราไปบังคับคุณมันไม่ใช่แบบนั้น คุณก็เลือกมา มีสิทธิ์ยื่นจดหมายมา 2 แบบ คือ ออกอากาศคู่ขนาน หรือ ขอใบอนุญาตทีวีดาวเทียม เรามีหน้าที่รับพิจารณา เรายังสับสนอยู่ว่าเค้าจะเลือกทางไหน ก็ถ้าเค้าไม่รับก็เป็นเรื่องของเค้า เพราะเราเสนอทางเลือกแล้ว

ฝากไปยังประชาชนที่กังวลว่าจะเกิดปัญหาจอดำ ทาง กสทช.หาทางออกให้ช่อง 3 แล้วเพื่อจะได้ดูต่อ คือ มายื่นขอออกอากาศคู่ขนานในช่อง 33 HD หรือ 43 และ สอง ขอใบอนุญาตเป็นทีวีดาวเทียม หรือ เคเบิ้ล สิ่งที่จะต้องทำ คือ ช่อง 3 จะต้องมายื่น และค่อยเป็นหน้าที่ กสท.พิจารณา มี 2 ทางเลือก วันนี้ที่เชิญมาคือแจ้งให้ทราบ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วช่อง 3 ไม่เลือก ขอให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่า อันนั้นเป็นสิทธิของผู้ประกอบกิจการตามกติกา ไม่ใช่ว่า กสทช.ไม่ให้ เค้าต้องเลือกเอง เสนอเองว่า จะเลือกทางหนึ่ง หรือ สอง
 

สิทธิที่ช่อง3 จะฟ้องนั้น ถือว่าเป็นสิทธิของผู้ประกอบการอยู่แล้ว เราจะรับมาคิดต่อให้ทั้งๆ ที่ธุรกิจทั้งหมดของเค้า ต้องไปเคลียร์ของเค้าเอง แต่หากจะให้ กสท.ทำให้ชัด เราก็คิดทำเตรียมให้ไว้่ แต่ผู้ประกอบการก็ต้องแสดงเจตจำนงค์เองด้วย ถ้าผู้ประกอบการไม่แสดงเจตจำนงค์ แต่อยู่ๆ ผู้กำกับอย่างเราไปบอกว่าให้คุณออกนั่นออกนี่ เรามีหน้าที่เสนอแนะ แต่คุณก็ต้องเสนอมา รวมถึงประเด็นที่เค้ากังวลเรื่องข้อกฎหมายในการออกอากาศคู่ขนาน ทุกวันนี้เราก็รอช่อง 3 ทำจดหมายถามมาตลอด แต่ถามว่า ทำไมเค้าไม่ทำมา
 
ภาพรวมเรื่องการถอดผังช่อง 3 ตามคำสั่งทางปกครอง ของผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะอยู่ราววันที่ 30 กันยายน

ประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการด้วยตนเองเป็นหลักซึ่งจะเกี่ยวพันกับใบอนุญาตอนาล็อก และดิจิตอล ซึ่งจากนี้เราจะดูเป็นแพคเก็จไปเลย คือ ดูใบอนุญาต ช่อง 3 อะนาล็อก และใบอนุญาตของช่อง 3 ทั้ง 3 ช่อง / 3 ใบ จะดูว่าสุดท้ายทั้ง 4 ราย ประกอบกิจการด้วยตนเองหรือไม่ เพราะถ้าเค้าคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นปัญหา เราก็จะกลับไปดูทั้งแพคเกจ ว่ามันมีปัญหาจริงหรือเปล่า
 

เราพยายามเต็มที่ของเราแล้ว

แต่เราก็โยนกลับไปว่าจริงๆ มันเป็นหน้าที่ของเอกชนด้วย คุณที่ต้องพยายามที่จะทำตามกติกาให้ได้มากที่สุด คุณมี 2 ทางเลือก แต่ต้องยื่นกลับมา เรายังยืนอยู่จุดนี้ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเราด้วยว่าเราก็ให้ความเป็นธรรมกับช่อง 3 มากแล้ว เราก็พยายามจะแก้ปัญหาเพื่อคนดู แต่ถ้าสุดท้าย ช่อง 3 ยังยืนอยู่ที่จุดเดิมมันก็ยากเหมือนกัน คุณต้องพยายามบ้าง ที่พยายามเสนอมาว่าจะขอออกคู่ขนาน หรือทีวีดาวเทียม ส่วนข้อกฏหมายต่างๆ ที่ว่ามา เราจะไปคลี่ให้ดูว่า การขอรับใบอนุญาตช่อง 3 ทั้ง 4 รายนั้น สุดท้ายประกอบกิจการด้วยตัวเองหรือไม่ จะดูให้เป็นแพกเกจและจะนำมาสู่คำตอบให้ช่อง 3 ด้วย
ถ้าสองฝ่ายต่งทำการบ้านของตัวเอง

ก็ไม่น่าจะใช้เวลานาน เอกชนควรทำการบ้านด้วย อย่าผลักภาระให้เป็นหน้าที่ของเราอย่างเดียว เพราะไม่ใช่มีเคสช่อง 3 ที่ต้องดูแล ยังมีผู้ประกอบการอีกหลายร้อยรายที่เราต้องดูแล คุณก็ต้องช่วยแก้ปัญหาฝั่งคุณด้วย
 

เรื่องจอดำบอร์ดมีมติมีผลไปแล้ว

ซึ่งท้ายคนที่จะมาขอเพิกถอนมติเราคือศาลปกครองอย่างเดียว หากช่อง 3 จะขอขยายระยะเวลา มันไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะเรามีมติไปแล้ว และตอนนี้ก็ยังไม่มีใครยื่นหนังสือมาเพื่อขอผ่อนปรนด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่ช่องเคเบิ้ลเองก็พร้อมถอดผังตามคำสั่งทางปกครองของ กสท.
 

การรับชมช่อง3 ในระบบอะนาล็อก ประชาชนก็ยังสามรถรับชมได้ ผ่านหนวดกุ้ง และใช้กล่องทีวีดิจิตอล แต่จะไม่ชัด เพราะเป็นภาคพื้นดินเหมือนกัน แต่ภาพมันไม่ชัด เอาสายจากหนวดกุ้ง เสียบเข้ากล่องทีวีดิจิตอล และสวิซจากตัวทีวีไปเป็นกล่องก็จะดูได้ แต่อาจจะไม่ชัด”

โฆษณา
 

ฉบับเต็ม! “ธวัชชัย”กสท. ยันแผนช่อง 3 ไม่อยากออกคู่ขนาน มุ่งทำทีวีดาวเทียม ชี้ต้องขอใบอนุญาตก่อน

image

23 กันยายน 2557

ภายหลังการหารือร่วม ระหว่าง ช่อง 3 และ บอร์ด กสท.กสทช. จากผลคำสั่งทางปกครองของ กสท. ที่ให้โครงข่ายดาวเทียมและ เคเบิ้ลฯ ถอดผังช่อง 3 อะนาล็อค ออกจากโครงข่าย ทำให้ไม่สามารถชมช่อง 3 อะนาล็อค ทางช่องเคเบิ้ล และช่องดาวเทียมได้

นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสท. กสทช.

..ช่อง 3 เค้าหวังจะเป็นทีวีดาวเทียมในอนาคต มีเจตจำนงค์แต่แรกอยู่แล้วว่า ไม่ได้ตั้งใจจะออกคู่ขนาน ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ เพียงแต่ว่าการออกเป็นทีวีดาวเทียม ก็ต้องทำในรูปแบบที่เรากำหนดเหมือนรายอื่น ส่วนตัวผมมองว่า ถ้าทำทีวีดาวเทียม ทำได้เร็วมันก็ดี ซึ่งก็ต้องทำเหมือนรายอื่น ทางเราหากเป็นไปได้อยากให้ออกคู่ขนาน เพราะจะได้ช่วยชาวบ้านที่ซื้อกล่องหรืออะไรไปดู ก็จะดูได้ จะราบรื่น แต่ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ประกอบการ แต่ท่าทีเค้ามีความต้องการที่จะเป็นทีวีดาวเทียม ไม่ได้ต้องการออกคู่ขนาน วันนี้ก็ยืนยันว่า ไม่ต้องการจะเป็นคู่ขนานตั้งแต่แรกอยู่แล้่ว

 
ทางกสท.ทำได้คือสนับสนุนเพื่อให้ออกคู่ขนาน แต่ถ้าสนับสนุนแล้วผู้ประกอบการไม่ประสงค์ ก็เป็นสิทธิของผู้ประกอบการ ซึ่งหากไม่ออกคู่ขนาน ก็ต้องมายื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการประเภท ทีวีดาวเทียม ทาง กสท.มีความปรารถนาให้ออกอากาศคู่ขนานระดับนึง แต่ก็มีข้อกฎหมายจำกัดเหมือนกัน ก็ต้องกลับไปดูกันอีกที ซึ่งช่อง 3 ตามแผนเค้าที่แจ้งมา คือ จะไม่ออกคู่ขนาน แต่จะให้เป็นทีวีดาวเทียมในอนาคต..”

 

ฉบับเต็ม! “พีระพงษ์ มานะกิจ” ยัน ช่อง 3 ยังเมินค่าเยียวยา ขอชี้สถานะภาพทางกม. หากฉลุยค่อยคุยเรื่องอื่น #ปมจอดำ

image

23 กันยายน 2557

ภายหลังการหารือร่วม ระหว่าง ช่อง 3 และ บอร์ด กสท.กสทช. จากผลคำสั่งทางปกครองของ กสท. ที่ให้โครงข่ายดาวเทียมและ เคเบิ้ลฯ ถอดผังช่อง 3 อะนาล็อค ออกจากโครงข่าย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดจอดำ

พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสท.กสทช.

“วันนี้ เป็นการมาคอนเฟิร์มว่า สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การคิดช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ หรือชดเชยเป็นด้านหลัก แต่เป็นปัญหาทางข้อกฎหมายทางสถานะภาพของเค้า เราต้องกลับไปคิดกันใหม่ ก็พูดอย่างตรงไปตรงมา ก็เป็นประเด็นที่คุยกันไปครั้งที่แล้วเหมือกัน ส่วนตัวผมเห็นว่า การเจรจาชัดเจนตรงที่เค้าไม่ได้คิดเรื่องค่าใช้จ่ายหรือชดเชยเป็นหลัก แต่เค้าคิดว่าสถานะภาพทางกฎหมายนั้น ต้องการให้ กสท.คอนเฟิร์มว่ามันถูกหรือผิดกฎหมาย

 
อีก 2-3 วัน ก็อาจต้องคุยกันเรื่องประเด็นข้อกฏหมายกัน และจะพยายามไม่ให้ชนกับช่วงเวลาที่สิ้นสุดการออกอากาศ เราอยากจะรีบทำ ซึ่งข้อเสนอเมื่อวาน (ลดหย่อนค่าธรรมเนียม) ก็คิดว่าเค้าจะพอใจหรือไม่พอใจ แต่กลายเป็นว่าเค้าก็ไม่ได้มองประเด็นนี้ เพราะห่วงเรื่องข้อกฎหมายมากว่า อันนี้ต้องให้เกียรติเค้า เพราะถ้าข้อกฎหมายผ่านแล้วค่อยมาฟังกันเรื่องอื่น

ส่วนตัว ผมหวังว่า เค้าจะยังมาคุยกันอีกหลังจากนี้ เรื่องการช่วยเหลือ หรือ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน เค้าก็มองว่ายังไม่ใช่ประเด็นใหญ่ของเค้า ผมหวังว่า ก่อนครบกำหนดวันจอดำ มันจะต้องมีทางออก เราจะพยายามเต็มที่..”

 

ฉบับเต็ม! ช่อง 3 ขอคำตอบทางกฎหมาย หวั่น”จอดำ”ปลายก.ย.นี้ กระทบคนดู 50ล้านคน/ ย้ำสถานะบริษัท เป็นคนละนิติบุคคล

image

23 กันยายน 2557

ภายหลังการหารือร่วม ระหว่าง ช่อง 3 และ บอร์ด กสท.กสทช. จากผลคำสั่งทางปกครองของ กสท. ที่ให้โครงข่ายดาวเทียมและ เคเบิ้ลฯ ถอดผังช่อง 3 อะนาล็อค ออกจากโครงข่าย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดจอดำ

ฉัตรชัย เทียมทอง ผอ.ฝ่ายการเงิน ช่อง 3

“..จริงๆ ไม่มีอะไรมาก มันไม่มีความคืบหน้าอะไร เพราะคำถามหลักของเราที่ถาม คือเรื่องกฎหมาย วันนี้เราทราบว่าเรื่องกฎหมายไม่ได้เป็นมติ และไม่มีอะไรคืบหน้า ก็คงมีเท่านี้ เราถามข้อกฎหมายว่า บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เป็นคนทำช่อง 3

แต่คนประมูลได้คือ บริษัทบีอีซีมัลติมีเดีย ถ้าเอาช่อง 3 ไปออกคู่ขนานในช่องดิจิตอลจะทำอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะไม่ให้ผิดกฎหมาย แต่วันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ..
 
(ส่วนเงื่อนไขลดค่าธรรมเนียม 4% ตามที่กสท.มีมตินั้น) เรื่องนั้น ยังไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลักคือความถูกต้อง ถ้าถูกต้องแล้วค่อยคุยเรื่องอื่นต่อ ถ้าไม่ถูกต้องเรื่องอื่นก็ไม่มีประโยชน์ที่จะคุย

เป็นที่ทราบกันว่า กสท.ออกคำสั่งทางปกครองว่าจะจอดำ 27-30 เป็นต้นไป หากไม่กรุณาผ่อนปรนให้ตรงนี้ คนดูจะดูไม่ได้ เจ้าของสินค้าได้แต่ถามว่าจะทำยังไง เราได้แต่บอกว่าถ้าคนดูไม่ได้เราก็ลดให้ แต่รายได้เราจะหาย และกำไรจะหาย เราก็หวังว่า ปัญหานี้คงไม่ใช่เรื้อรัง เพราะ กสท.ก็รับว่าจะไปดูให้เพราะท่านก็ไม่มีเจตนาจะสร้างความเสียหาย เราไม่ได้เร่งรัดท่าน แต่เราเตือนท่านว่าเวลามันเหลือน้อย เหลือน้อยลงไปทุกวัน เราก็ได้แต่หวังว่า จะจบได้ก่อนกำหนดวันจอดำ

มีการถามเรื่องผู้ถือหุ้นหรือสถานะการบริหาร จริงๆ มันก็ชัดเจนมาร่วม 20 ปีแล้ว เป็นคนละนิติบุคคล คนละกรรมการ ซึ่งประเด็นใหญ่ที่คุยกันคือเรื่องกฎหมายว่า ทำอย่างไรจึงจะให้ออกอากาศคู่ขนานได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ก็ให้เรามีความมั่นใจว่าช่อง 3 ออกอากาศคู่ขนานได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่จะทำอย่างไร ก็ให้ท่านช่วยชี้แนะ ประเด็นชดเชย หรือ ลดหน่อยค่าธรรมเนียม เรายังไม่ได้คุยกันถึงตรงนี้

ทางเลือกเรามีไม่มากแล้วนะครับ แต่การฟ้องศาลก็อาจไปฟ้องก่อนหน้าที่จะจอดำเพื่อขอคุ้มครอง กำลังหารือกับที่ปรึกษากฎหมายกันอยู่ จริงๆ เราไม่อยากไป เพราะมีคดีอยู่แล้ว ไม่อยากไปเพิ่มอีกคดี อยู่กับความเห็นของที่ปรึกษากฎหมาย และต้องให้เวลากสท.หาทางออกให้เรา หากท่านพร้อม ก็น่าจะนัดเรา เราเป็นคนปฏิบัติ เราไม่ได้ตั้งกฎ เราก็พูดเปิดอกกับ กสท.ว่า ปัญหาของเราอยู่ที่ไหน ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วว่า กสท.เป็นคนคุมกฎ สร้างกฎ ท่านก็ช่วยชีแนะแล้วกัน ว่าทำอย่างไร ถึงจะไม่ให้ผิดกฏ

เรื่อนิติบุคคล ก็เป็นข้อเท็จจริงชัดเจนแล้วว่า เป็นคนละนิติบุคคล และผู้มีอำนาจ ก็ชัดเจนว่าคณะกรรมการก็ไม่ใช่ชุดเดียวกัน วันนี้เรื่อนิติบุคคลไม่ได้มีการเตรียมเอกสารมาชี้แจง เราไม่ต้องยืนยันแล้ว เพราะมันเป็นข้อเท็จจริง เราไม่เคยทำอะไรผิดกฎ และจริงๆ เรื่องนี้ถูกตรวจสอบมาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่แค่ครั้งแรก

ภาพรวมหากต้องจอดำ จะกระทบ 16 ล้านครัวเรือน  / 50 ล้านคนดูช่อง 3 ผ่านดาวเทียม ซึ่งประเด็นที่จะยื่นศาล จะขอยื่นคุ้มครองชั่วคราวเพื่อให้ออกอากาศต่อไปได้ เป็นเรื่องเร่งด่วน คุ้มครองสิทธิคนดู 16 ล้านคน ที่ซื้อจานดาวเทียมไป ได้ใช้ประโยชน์จากที่เค้าลงทุนไป

เหตุการณ์ที่เกิดกับช่อง 3 ขณะนี้ ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่ช่อง 3 มากเกินสมควรด้วยซ้ำไป ตั้งแต่ช่อง 3 อยู่มา 44 ปีแล้ว เราใช้เวลา 44 ปี กว่าที่คนดู จะเป็นคนดูของเรา แต่คนดู 16 ล้านคน จะมีปัญหาในการรับชม แค่นี้ก็เสียหายมหาศาลแล้ว ต้องยอมรับว่า แผนรับมือเรามีค่อนข้างจำกัด เพราะเราต้องทำตามกฎ กติกา ส่วนแผนรับมือ ทาง กสท.บอกให้โทรไปเบอร์ 1200 (สายด่วน กสทช.)

ตอนนี้เรามองในแง่ดีว่า เรคกูเรเตอร์ (กสท.) คงไม่เอาคนดูเป็นตัวประกัน เพราะเห็นชัดว่าปัญหาอยู่ที่ไหน เราเชื่อว่า กรรมการ จะผ่อนผัน เรื่องเวลาการบังคับ แต่หากไม่ผ่อนผันท่านก็ทำได้ เพราะเป็นอำนาจของท่าน เหมือนที่เราได้ผ่อนผันจาก 30 วันเป็น 100 ต่อไปก็อีกสัก 30 วัน หรืออาจเป็น 100 วัน หรือ 300 วัน เราก็เสนอแนะท่าน เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้คนดูลำบาก เราบอกแค่ว่า ขอให้ท่านดูว่าถ้าเป็นไปได้อย่าไปทรมานคนดูเลย ทรมานเราคนเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับ กสท. เพราะเราไม่มีทางเลือกมาก

ในมุมธุรกิจเสียหายมาก อย่างที่คุณประวิทย์บอก มันเสียหายมาก จากกำไร จะกลายเป็นขาดทุนมหาศาล ปีทีแล้ว บีอีซี มีรายได้ประมาณ 15,000 ล้านบาท ถ้าเผื่อเราต้องคืนเงินให้ลูกค้า 70% ผมก็ไม่อยากคิด ถ้าเรื่องนี้ยืดยื้อไปเป็นปีก็เอา 365 วันไปหาร วันนี้ถือว่าการเจรจายังไม่จบ และหวังว่าจะคลี่คลายไปทางที่ดี

บรรยากาศในห้องประชุม ผมมอว่าผมกำลังใส่แว่นสีชมพู ก็มองว่าสดใสไว้ก่อน อย่างน้อยก็ปลอบใจตัวเอง เพราะท่านรับปากว่าจะไปดูให้ ประเด็นหลักๆ ประเด็นเดียวคือ กฎหมาย ขอให้มั่นใจว่าเราไม่ทำผิดกฎหมาย ก็จบไป 80-90% แล้ว เราขอความชัดเจนเรื่องกฎหมายอย่างเดียว

ตอนนี้ เปอร์เซนต์ที่ทำได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ กสท. เพราะเราพร้อม ตอนนี้ประเด็นหลักคือกฎหมาย ถ้าทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ ไปพูดเรื่องอื่นกันต่อก็ไม่มีประโยชน์..”
 

 

เสียง..จากสลัมฯ! “ญาติวีรชน 35” โวย กสทช.ทิ้งชาวสลัม  2ล้านครัวเรือน เมินแจกคูปองทีวีดิจิตอลชุมชนแออัด

image

21 กันยายน 2557

เสียง..จากสลัมฯ! “ญาติวีรชน 35” โวย “กสทช.”  ทิ้งชาวสลัม  2 ล้านครัวเรือน  เมินแจกคูปองดิจิตอลชุมชนแออัด  ซัด  เลือกปฎิบัติทั้งที่เป็นคนไทยเหมือนกัน ยุ ฟ้ององค์กรผู้บริโภค ทวงสิทธิ์จาก “กสทช.”             

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา35 กล่าวว่า การที่กสทช.จะแจกคูปองรับสัญญาณทีวีดิจิตอล  แก่ครัวเรือน จำนวน 22.9ล้านครัวเรือน   โดยยึดข้อมูลตามฐานทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครองนั้น เท่ากับว่า กสทช.กำลังจะตัดสิทธิ์ประชาชน  2.4 ล้านครัวเรือนที่ไม่มีเจ้าบ้านหรือทะเบียนบ้าน ส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแออัด ทั่วประเทศ ซึ่งบุคคลเหล่านี้เขาก็คือประชาชนเจ้าของประเทศ จึงควรได้รับสิทธิ์ทัดเทียมกับคนอื่นๆ

ดังนั้นกสทช.จะต้องพิจารณาคืนสิทธิ์ให้เขาด้วย เพราะเป็นหน้าทีที่ต้องส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส

“ขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้ถูกตัดสิทธิ์ดังกล่าวได้ปรึกษาหารือกับองค์กรผู้บริโภคว่าจะรักษาสิทธิ์ของตัวเองอย่างไร ซึ่งองค์กรผู้บริโภคเคยมีประสบการณ์ในการเรียกร้องและพิสูจน์สิทธิ์บุคคลเหล่านี้เพื่อรับค่าเยียวยาเมื่อตอนน้ำท่วมปี2554 มาแล้ว โดยอาจจะให้นำหลักฐานที่มีการรับรองจากหน่วยงานและบุคคลที่น่าเชื่อถือว่าเป็นผู้อาศัยในครัวเรือนนั้นจริงเพื่อที่จะเรียกร้องให้ กสทช.คืนสิทธิ์อันชอบธรรมให้ และฝากให้คสช.เตือนกสทช.ด้วยว่าจะตัดสิทธิ์ประชาชน 2.4ล้านครัวเรือนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศไม่ได้”นายอดุลย์ กล่าว

 

ตะลึง! ลาดกระบัง กลับลำผลศึกษา ยอมรับคลื่นจากเสาส่งสัญญาณมือถือ มีความเสี่ยงก่อมะเร็ง-กระทบมนุษย์

image

19 กันยายน 2557

วิศวกรไฟฟ้า ด้านโทรคมนาคมกล่าวในเวทีเสวนา กสทช. ระบุ คลื่นจากเสาส่งสัญญาณมือถือมีความเสี่ยงก่อมะเร็งและผลกระทบต่อมนุษย์ในด้านชีวภาพ ส่วนนักวิชาการลาดกระบังยอมรับผลวิจัยที่เคยเผยแพร่เรื่องผลกระทบของการแผ่คลื่นคลาดเคลื่อน ชี้การศึกษาเป็นแค่การวัดคลื่น ไม่ครอบคลุมผลกระทบด้านสุขภาพ ดังนั้นไม่อาจสรุปได้ว่าคลื่นจากเสาส่งสัญญาณมือถือปลอดภัย

ดร.สุเมธ วงศ์พานิชเลิศ นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้าโทรคมนาคม กล่าวในงานเสวนา NBTC Public Forum ครั้งที่ 4/2557 เรื่อง “ปัญหาและทางออก กรณีผลกระทบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์” ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2557 ณ โรงแรมมิราเคิล กรุงเทพฯ ระบุถึงความเสี่ยงของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าว่า ความแตกต่างระหว่างผลกระทบจากการใช้โทรศัพท์มือถือกับการอยู่ใกล้เสาสัญญาณคือ ผู้ใช้โทรศัพท์ยังสามารถเลือกได้ว่าจะใช้งานนานมากน้อยแค่ไหน แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เสาสัญญาณไม่มีสิทธิเลือก และอยู่ในสภาพจำยอมต้องรับคลื่นตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการตั้งเสาสัญญาณจึงเข้าข่ายการละเมิดสิทธิ  

การศึกษาผลกระทบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีมานานแล้ว โดยมีการค้นพบว่ามีผลกระทบต่อระบบชีวภาพของมนุษย์ คือสามารถทำลายเซลล์สิ่งมีชีวิตให้ชำรุดได้ โดยทำให้สายพันธุกรรมแตกขาด ซึ่งถ้าได้รับในปริมาณมากหรือต่อเนื่อง ถ้าร่างกายซ่อมแซมไม่ทันหรือซ่อมแซมผิดจากที่ควรจะเป็น ก็จะทำให้เกิดมะเร็งและโรคอื่นๆ ได้
 “ผลกระทบจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อชีวภาพมนุษย์ นักวิชาการรู้กันมาตั้งแต่ปี 1998 ตั้งแต่สมัยที่การใช้โทรศัพท์มือถือยังไม่แพร่หลาย แต่ในระยะหลังๆ มีการค้นพบหลักฐานและงานวิจัยมากขึ้น และมีการตั้งข้อสงสัยว่าทำไมคนที่อยู่ใกล้เสามีจำนวนคนเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น”

นพ.พิบูล อิสสระพันธุ์ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการตั้งเสาสัญญาณมีความซับซ้อน เพราะมีประเด็นทางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากหลายกรณีขาดการสื่อสารกับชาวบ้านและการทำประชาพิจารณ์

ในส่วนของผลกระทบต่อสุขภาพ องค์การอนามัยโลกได้จัดให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นสารก่อมะเร็งประเภท 2B คือเป็นสารอาจก่อมะเร็ง

 “องค์การอนามัยยังไม่ยอมรับว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นสารก่อมะเร็ง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะในอนาคตหากมีข้อค้นพบมากขึ้น ก็จะปรับให้เป็นสารก่อมะเร็งได้ ดังนั้นคนที่อยู่ใกล้เสา ถ้าสมัครใจก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าชุมชนไหนไม่พอใจเสา ก็ควรพยายามต่อยอดองค์ความรู้จากองค์การอนามัยโลกโดยใช้หลักการป้องกันไว้ก่อน และคงต้องอาศัยการผลักดันทางการเมืองเพื่อให้เกิดการเจรจาและแก้ปัญหา”

สำหรับงานวิจัยที่สำนักงาน กสทช. ได้เคยจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังศึกษาถึงผลกระทบของการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสถานีฐาน ซึ่งได้มีการแถลงผลการศึกษาไปเมื่อ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสรุปว่า การแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสถานีฐานของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยอยู่ในระดับที่ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยเฉพาะจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการตั้งเสาสัญญาณ  

นายธัชชัย พุ่มพวง นักวิชาการของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวในฐานะนักวิจัยในโครงการดังกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการศึกษาเป็นเพียงการวัดระดับความแรงของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งพบว่าจากการวัดระดับความแรงของคลื่นจากสถานีฐานจำนวน 40 สถานี มีค่าต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ กสทช. กำหนด ส่วนผลกระทบทางด้านสุขภาพยังจำเป็นต้องมีการศึกษาให้ละเอียดยิ่งขึ้น งานศึกษาที่ทีมวิจัยทำเป็นเพียงงานวิจัยเชิงฟิสิกส์ ไม่ใช่งานวิจัยทางการแพทย์ จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าการแผ่คลื่นจากเสาสัญญาณมีความปลอดภัย เป็นเพียงการอนุมานได้ว่ามีความเสี่ยงต่ำ

 “ผมยอมรับว่าทุกคนมีความกลัว ในปัจจุบันถ้าชุมชนใดมีความกลัวความกังวลสูง ทุกฝ่ายก็ต้องใช้วิธีการหาทางออกร่วมกัน อะไรที่เป็นเรื่องความปลอดภัย ก็ควรมีการหาทางออกร่วมกัน”

  ส่วนประเด็นทางออกของปัญหาการตั้งเสาส่งสัญญาณ ดร.สุเมธ กล่าวว่า สิ่งที่ กสทช. ควรทำ คือทบทวนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ และหามาตรการลดความเสี่ยง โดยยึดหลักของสหประชาชาติเรื่องมาตรการป้องกันไว้ก่อน  

ดร.สุเมธ เสนอว่า ในพื้นที่ชนบทนอกเขตเทศบาลหรือชุมชนหนาแน่นควรให้ขีดจำกัดความหนาแน่นของกำลังคลื่นลดลงจากมาตรฐานปัจจุบัน 1,000 เท่า หรือในระดับไม่เกิน 10 มิลลิวัตต์/ตารางเมตร

ส่วนในเขตเทศบาลและชุมชนหนาแน่น ให้ลดลง 10,000 เท่า หรือในระดับไม่เกิน 1 มิลลิวัตต์/ตารางเมตร รวมทั้งไม่อนุญาตให้ติดตั้งเสาใกล้กับโรงเรียน สถานเลี้ยงเด็ก บ้านพักคนชรา โรงพยาบาล และที่อยู่อาศัยที่มีประชาชนอยู่หนาแน่น สำหรับแนวทางการขยายโครงข่ายในเขตเทศบาล อำเภอ จังหวัด ให้ใช้สถานีฐานแบบไมโครเซลล์หรือพิโคเซลล์ ซึ่งเป็นเสาส่งขนาดเล็ก และในชนบทที่ยังจำเป็นต้องใช้แมคโครเซลล์ ที่เป็นเสาส่งขนาดใหญ่ ก็จะต้องไม่ตั้งอยู่กลางชุมชนหรือในหมู่บ้าน

 

เคาะแล้ว! 21 จังหวัดนำร่อง กสทช. แจกคูปอง 690 บาท จำนวน 4.6 ล้านบ้าน ตามรายชื่อ ดังนี้

image

19 กันยายน 2557

กสทช. สรุปยอดคูปองเซ็ตท็อปบ็อกซ์ ที่จะแจกล็อตแรก 10 ต.ค.2557  จำนวน 4.645 ล้านฉบับ  

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรที่ได้รับจากกรมการปกครอง พบว่า จำนวนครัวเรือนทั้งหมดใน 21 จังหวัด ที่จะแจกคูปองล็อตแรกในวันที่ 10 ต.ค. 2557 นี้ มีครัวเรือนที่มีบ้านและมีเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านจำนวนทั้งสิ้น 4,645,175 ครัวเรือน โดยแยกเป็น

1.กรุงเทพมหานคร 1,345,821 ครัวเรือน
2.นนทบุรี 326,535 ครัวเรือน
3.นครปฐม 192,886 ครัวเรือน
4.ปทุมธานี 291,930 ครัวเรือน 5.สมุทรปราการ 300,405 ครัวเรือน

6.สมุทรสาคร 108,247 ครัวเรือน 7.พระนครศรีอยุธยา 193,629 ครัวเรือน 8.สิงห์บุรี  48,111 ครัวเรือน
9.อ่างทอง 66,670 ครัวเรือน
10.ระยอง 149,204 ครัวเรือน

11.สุพรรณบุรี 191,890 ครัวเรือน
12.หนองคาย 101,204 ครัวเรือน
13.สุโขทัย 138,453 ครัวเรือน
14.อุดรธานี 292,696 ครัวเรือน 15.ฉะเชิงเทรา 143,883 ครัวเรือน

16.สมุทรสงคราม 42,174 ครัวเรือน 17.พัทลุง 121,792 ครัวเรือน
18. สงขลา 276,937 ครัวเรือน
19.นครนายก 59,171 ครัวเรือน
20.ราชบุรี 171,291 ครัวเรือน
21.ชัยนาท 82,246 ครัวเรือน  

ทั้งนี้ รวมจำนวนคูปองที่จะแจกในล็อตแรกนี้  4,645,175 ฉบับ ( 1 ครัวเรือน ได้ 1 ฉบับ)

ซึ่งได้ส่งข้อมูลให้โรงพิมพ์ดำเนินการพิมพ์แล้วคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 6 ต.ค. 2557 และยืนยันพร้อมแจกในวันที่ 10 ต.ค. 2557 อย่างแน่นอน

ส่วนล็อตที่ 2 อีก 21 จังหวัด สำนักงาน กสทช. อยู่ในระหว่างการรวบรวมฐานข้อมูล คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ก.ย. นี้ และจะส่งให้โรงพิมพ์ดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดว่าจะแจกคูปองในล็อตที่ 2 ได้ภายในเดือน พ.ย. นี้         

พร้อมนี้ สำนักงาน กสทช. ได้จัดตั้งวอร์รูม (War Room) ณ อาคารไอทาวเวอร์1  
ติดตามตรวจสอบเรื่องการแจกคูปองเซ็ตท็อปบ็อกซ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการแจกคูปอง การรับคูปอง รวมถึงการร้องเรียนต่างๆ โดยเราจะมีการทำงานเชิงรุกเพื่อดูแลในเรื่องนี้