RSS

[บทความพิเศษ] : การปฏิรูปพลังงานอย่างยั่งยืน ต้องนำกิจการท่อก๊าซทั้งระบบ กลับมาเป็นสมบัติแผ่นดิน /รสนา โตสิตระกูล

25 ก.ย.

image

รสนา โตสิตระกูล
อดีต ส.ว กทม.
24 กันยายน 2557

การปฏิรูปพลังงานอย่างยั่งยืน ต้องนำกิจการท่อก๊าซทั้งระบบกลับมาเป็นสมบัติของแผ่นดิน

“..รายการเสวนาถามตอบเรื่องพลังงานวันนี้ (24 กันยายน) ที่สโมสรกองทัพบก ทางฝ่ายประชาชนได้เสนอข้อมูลที่สำคัญหลายประเด็น แม้จะถูกกีดกัน ตัดบท ไม่ให้เวลาในการอธิบายเพื่อให้ประชาชนคนฟังได้รับรู้ข้อมูลอย่างครบถ้วน หรือไม่ให้ทักท้วงเมื่อมีการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากอีกฝ่าย จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

และยิ่งมาอ่านข่าวออนไลน์ในข่าวของสำนักข่าวต่างๆ ก็ยิ่งประหลาดใจที่พบว่ามีการรายงานเฉพาะเนื้อหาของฝ่ายปตท.ฝ่ายเดียวอย่างชััดเจน บางฉบับถึงกับนำข้อมูลเก่าที่สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านั้นที่ไม่ได้อยู่ในการเสวนามาลงขยายความให้อีกด้วย ราวกับมีบ.ก กำหนดแนวการเขียนข่าวและแจกข่าวไปยังทุกสำนักพิมพ์ ส่วนข้อมูลของฝ่ายประชาชน ไม่มีการรายงานในส่วนที่เป็นสาระหลักให้ครบถ้วนเลยแม้แต่เรื่องเดียว

ยกตัวอย่างภาพกราฟฟิกที่ดิฉันนำมาแสดงในงานเสวนา ก็ไม่มีสำนักข่าวใดนำมารายงานข่าว ภาพดังกล่าว เป็นการคำนวณตัวเลขจากข้อมูลในรายงาน 56-1ของปตท.ที่ส่งตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2544-2556 จึงขอนำมาลงให้เพื่อนมิตรดู ภาพกราฟฟิกนี้เป็นการเปรียบเทียบ การเก็บเงินค่าผ่านท่อของปตท. เทียบกับค่าเช่าท่อก๊าซที่ปตท.จ่ายให้รัฐ จะเห็นความแตกต่างราวฟ้ากับเหว ท่อก๊าซที่สร้างจากภาษีของประชาชนเอาไว้ให้ปตท.เช่าถูกๆ แต่การเก็บค่าผ่านท่อจากประชาชนสูงเมื่อเทียบกับค่าเช่าที่รัฐได้สูงกว่ากันมากกว่า 7,000%ทีเดียว

เมื่อศาลปกครองสูงสูงได้ตัดสินให้ผู้ถูกร้องคือ คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และ บมจ.ปตท.ไปแบ่งแยกทรัพย์สินที่ได้มาโดยอำนาจมหาชน ซึ่งประกอบด้วยระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ อันรวมถึงระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติคืนให้รัฐ

แต่การคืนท่อก๊าซของปตท. คืนเพียงท่อบางส่วนบนบก ซึ่งสตง.ตรวจสอบแล้วพบว่าปตท.คืนท่อก๊าซเพียงประมาณ 30%ของท่อทั้งระบบที่สร้างก่อนปี2544 และใช้เงินก่อสร้างจากปตท.( สมัยที่ยังเป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นของรัฐ100%) จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเพื่อการใช้ร่วมกันของคนในชาติ  จึงต้องคืนมาทั้งหมด โดยส่วนที่ยังไม่ได้คืนอีก70% ประกอบด้วยท่อในทะเลและท่อบนบก ซึ่งปตท.ยังไม่ได้คืนให้รัฐตามคำพิพากษา

หลังคำพิพากษาของศาลฯ บมจ.ปตท.แบ่งแยกท่อก๊าซคืนมาประมาณ30% และจ่ายเงินค่าเช่าย้อนหลัง6ปี (2544-2550)ให้รัฐเฉพาะท่อส่วนที่คืนรัฐเพียง 1,597ล้านบาท แต่เก็บเงินค่าผ่านท่อ6ปีซึ่งรวมอยู่ในค่าก๊าซและค่าไฟฟ้าถึง 128,086ล้านบาทสูงกว่าค่าเช่าท่อถึง 7,920%

ถ้าคำนวณว่าท่อก๊าซที่คืนมาให้รัฐ 30% ก็ควรได้ค่าเช่าในสัดส่วน30%จากค่าผ่านท่อ128,086ล้านบาทที่เก็บจากประชาชน จึงควรเป็นเงินไม่ต่ำกว่า30,000ล้านบาท แต่รัฐกลับได้ค่าเช่าย้อนหลังเพียง1,597ล้านบาท

หลังจากนั้นปตท.จ่ายค่าเช่าให้รัฐสูงสุดเพียงปีละ 550ล้านบาท แต่เก็บค่าผ่านท่อจากประชาชนปีละ22,000 – 30,000ล้านบาทรวม12ปีหลังการแปรรูป ปตท.เก็บเงินจากค่าผ่านท่อรวมแล้ว 295,074ล้านบาท แต่รัฐได้รายได้ใน12ปีเพียง 4,897ล้านบาท

ท่อส่งก๊าซทั้งระบบเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ต้องคืนกลับมาเป็นของรัฐ เพราะเป็นทรัพย์สินที่ศาลปกครองสูงสุดระบุว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่ตกอยู่ภายใต้การบังคับคดี (คือถูกยึดทรัพย์ไม่ได้ตามกฎหมาย) จึงเป็นทรัพย์สินที่ต้องแบ่งแยกคืนให้รัฐ

การที่บมจ.ปตท.อ้างว่าท่อในทะเลเป็นของบมจ.ปตท.กลายเป็นว่าท่อก๊าซในทะเลเป็นทรัพย์สินที่ต้องถูกบังคับคดีได้ ใช่หรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง สมมติว่าบมจ.ปตท. เกิดล้มละลาย ท่อส่งก๊าซในทะเลก็สามารถถูกเจ้าหนี้ยึดทรัพย์ได้ ถ้าท่อในทะเลถูกยึดทรัพย์ได้ ท่อทั้งหมดบนบกก็เป็นอันใช้การไม่ได้ทั้งระบบ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ศาลปกครองสูงสุดได้ใช้คำว่า “ระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อซึ่งรวมระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ” เป็นทรัพย์สินที่เป็นสาธารณสมบัติ ไม่ตกอยู่ภายใต้การบังคับคดี ที่ต้องแบ่งแยกคืนให้กับรัฐทั้งระบบ

หากมีการปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเมื่อ 2กรกฎาคม 2544ก่อนการแปรรูปที่มีมติให้ ปตท.ในสมัยที่ยังเป็น”การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ100% ไปแบ่งแยกกิจการท่อส่งก๊าซธรรมชาติออกมากิจการจัดหาและจัดจำหน่ายก่อน
การแปรรูป  และให้การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.) ถือไว้ 100% หมายความว่าในเจตนาเดิมก่อนการแปรรูปปตท. รัฐเห็นว่า โครงข่ายท่อส่งก๊าซเป็นทรัพย์สินที่ขายหรือโอนให้เอกชนไม่ได้ เพราะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงต้องให้แบ่งแยกกิจการท่อส่งก๊าซออกมา และให้เป็นของรัฐ100% หากมีการปฏิบัติเช่นนั้นต้ังแต่ก่อนแปรรูป  กิจการก๊าซก็จะไม่ใช่กิจการมุ่งหากำไรสูงสุดอย่างในปัจจุบัน

ค่าผ่านท่อจะถูกลงมากกว่านี้ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงให้ราคาก๊าซและราคาค่าไฟถูกลง หรือถ้ารัฐเก็บในอัตราเท่าที่บมจ.ปตท.เก็บ รายได้เกือบ3แสนล้านบาทก็จะเป็นรายได้ของแผ่นดินทั้งหมด สามารถนำไปใช้เพื่อการสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆให้กับประชาชน..”

โฆษณา
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: