RSS

ฉบับเต็ม! ช่อง 3 ขอคำตอบทางกฎหมาย หวั่น”จอดำ”ปลายก.ย.นี้ กระทบคนดู 50ล้านคน/ ย้ำสถานะบริษัท เป็นคนละนิติบุคคล

23 ก.ย.

image

23 กันยายน 2557

ภายหลังการหารือร่วม ระหว่าง ช่อง 3 และ บอร์ด กสท.กสทช. จากผลคำสั่งทางปกครองของ กสท. ที่ให้โครงข่ายดาวเทียมและ เคเบิ้ลฯ ถอดผังช่อง 3 อะนาล็อค ออกจากโครงข่าย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดจอดำ

ฉัตรชัย เทียมทอง ผอ.ฝ่ายการเงิน ช่อง 3

“..จริงๆ ไม่มีอะไรมาก มันไม่มีความคืบหน้าอะไร เพราะคำถามหลักของเราที่ถาม คือเรื่องกฎหมาย วันนี้เราทราบว่าเรื่องกฎหมายไม่ได้เป็นมติ และไม่มีอะไรคืบหน้า ก็คงมีเท่านี้ เราถามข้อกฎหมายว่า บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เป็นคนทำช่อง 3

แต่คนประมูลได้คือ บริษัทบีอีซีมัลติมีเดีย ถ้าเอาช่อง 3 ไปออกคู่ขนานในช่องดิจิตอลจะทำอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะไม่ให้ผิดกฎหมาย แต่วันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ..
 
(ส่วนเงื่อนไขลดค่าธรรมเนียม 4% ตามที่กสท.มีมตินั้น) เรื่องนั้น ยังไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลักคือความถูกต้อง ถ้าถูกต้องแล้วค่อยคุยเรื่องอื่นต่อ ถ้าไม่ถูกต้องเรื่องอื่นก็ไม่มีประโยชน์ที่จะคุย

เป็นที่ทราบกันว่า กสท.ออกคำสั่งทางปกครองว่าจะจอดำ 27-30 เป็นต้นไป หากไม่กรุณาผ่อนปรนให้ตรงนี้ คนดูจะดูไม่ได้ เจ้าของสินค้าได้แต่ถามว่าจะทำยังไง เราได้แต่บอกว่าถ้าคนดูไม่ได้เราก็ลดให้ แต่รายได้เราจะหาย และกำไรจะหาย เราก็หวังว่า ปัญหานี้คงไม่ใช่เรื้อรัง เพราะ กสท.ก็รับว่าจะไปดูให้เพราะท่านก็ไม่มีเจตนาจะสร้างความเสียหาย เราไม่ได้เร่งรัดท่าน แต่เราเตือนท่านว่าเวลามันเหลือน้อย เหลือน้อยลงไปทุกวัน เราก็ได้แต่หวังว่า จะจบได้ก่อนกำหนดวันจอดำ

มีการถามเรื่องผู้ถือหุ้นหรือสถานะการบริหาร จริงๆ มันก็ชัดเจนมาร่วม 20 ปีแล้ว เป็นคนละนิติบุคคล คนละกรรมการ ซึ่งประเด็นใหญ่ที่คุยกันคือเรื่องกฎหมายว่า ทำอย่างไรจึงจะให้ออกอากาศคู่ขนานได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ก็ให้เรามีความมั่นใจว่าช่อง 3 ออกอากาศคู่ขนานได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่จะทำอย่างไร ก็ให้ท่านช่วยชี้แนะ ประเด็นชดเชย หรือ ลดหน่อยค่าธรรมเนียม เรายังไม่ได้คุยกันถึงตรงนี้

ทางเลือกเรามีไม่มากแล้วนะครับ แต่การฟ้องศาลก็อาจไปฟ้องก่อนหน้าที่จะจอดำเพื่อขอคุ้มครอง กำลังหารือกับที่ปรึกษากฎหมายกันอยู่ จริงๆ เราไม่อยากไป เพราะมีคดีอยู่แล้ว ไม่อยากไปเพิ่มอีกคดี อยู่กับความเห็นของที่ปรึกษากฎหมาย และต้องให้เวลากสท.หาทางออกให้เรา หากท่านพร้อม ก็น่าจะนัดเรา เราเป็นคนปฏิบัติ เราไม่ได้ตั้งกฎ เราก็พูดเปิดอกกับ กสท.ว่า ปัญหาของเราอยู่ที่ไหน ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วว่า กสท.เป็นคนคุมกฎ สร้างกฎ ท่านก็ช่วยชีแนะแล้วกัน ว่าทำอย่างไร ถึงจะไม่ให้ผิดกฏ

เรื่อนิติบุคคล ก็เป็นข้อเท็จจริงชัดเจนแล้วว่า เป็นคนละนิติบุคคล และผู้มีอำนาจ ก็ชัดเจนว่าคณะกรรมการก็ไม่ใช่ชุดเดียวกัน วันนี้เรื่อนิติบุคคลไม่ได้มีการเตรียมเอกสารมาชี้แจง เราไม่ต้องยืนยันแล้ว เพราะมันเป็นข้อเท็จจริง เราไม่เคยทำอะไรผิดกฎ และจริงๆ เรื่องนี้ถูกตรวจสอบมาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่แค่ครั้งแรก

ภาพรวมหากต้องจอดำ จะกระทบ 16 ล้านครัวเรือน  / 50 ล้านคนดูช่อง 3 ผ่านดาวเทียม ซึ่งประเด็นที่จะยื่นศาล จะขอยื่นคุ้มครองชั่วคราวเพื่อให้ออกอากาศต่อไปได้ เป็นเรื่องเร่งด่วน คุ้มครองสิทธิคนดู 16 ล้านคน ที่ซื้อจานดาวเทียมไป ได้ใช้ประโยชน์จากที่เค้าลงทุนไป

เหตุการณ์ที่เกิดกับช่อง 3 ขณะนี้ ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่ช่อง 3 มากเกินสมควรด้วยซ้ำไป ตั้งแต่ช่อง 3 อยู่มา 44 ปีแล้ว เราใช้เวลา 44 ปี กว่าที่คนดู จะเป็นคนดูของเรา แต่คนดู 16 ล้านคน จะมีปัญหาในการรับชม แค่นี้ก็เสียหายมหาศาลแล้ว ต้องยอมรับว่า แผนรับมือเรามีค่อนข้างจำกัด เพราะเราต้องทำตามกฎ กติกา ส่วนแผนรับมือ ทาง กสท.บอกให้โทรไปเบอร์ 1200 (สายด่วน กสทช.)

ตอนนี้เรามองในแง่ดีว่า เรคกูเรเตอร์ (กสท.) คงไม่เอาคนดูเป็นตัวประกัน เพราะเห็นชัดว่าปัญหาอยู่ที่ไหน เราเชื่อว่า กรรมการ จะผ่อนผัน เรื่องเวลาการบังคับ แต่หากไม่ผ่อนผันท่านก็ทำได้ เพราะเป็นอำนาจของท่าน เหมือนที่เราได้ผ่อนผันจาก 30 วันเป็น 100 ต่อไปก็อีกสัก 30 วัน หรืออาจเป็น 100 วัน หรือ 300 วัน เราก็เสนอแนะท่าน เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้คนดูลำบาก เราบอกแค่ว่า ขอให้ท่านดูว่าถ้าเป็นไปได้อย่าไปทรมานคนดูเลย ทรมานเราคนเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับ กสท. เพราะเราไม่มีทางเลือกมาก

ในมุมธุรกิจเสียหายมาก อย่างที่คุณประวิทย์บอก มันเสียหายมาก จากกำไร จะกลายเป็นขาดทุนมหาศาล ปีทีแล้ว บีอีซี มีรายได้ประมาณ 15,000 ล้านบาท ถ้าเผื่อเราต้องคืนเงินให้ลูกค้า 70% ผมก็ไม่อยากคิด ถ้าเรื่องนี้ยืดยื้อไปเป็นปีก็เอา 365 วันไปหาร วันนี้ถือว่าการเจรจายังไม่จบ และหวังว่าจะคลี่คลายไปทางที่ดี

บรรยากาศในห้องประชุม ผมมอว่าผมกำลังใส่แว่นสีชมพู ก็มองว่าสดใสไว้ก่อน อย่างน้อยก็ปลอบใจตัวเอง เพราะท่านรับปากว่าจะไปดูให้ ประเด็นหลักๆ ประเด็นเดียวคือ กฎหมาย ขอให้มั่นใจว่าเราไม่ทำผิดกฎหมาย ก็จบไป 80-90% แล้ว เราขอความชัดเจนเรื่องกฎหมายอย่างเดียว

ตอนนี้ เปอร์เซนต์ที่ทำได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ กสท. เพราะเราพร้อม ตอนนี้ประเด็นหลักคือกฎหมาย ถ้าทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ ไปพูดเรื่องอื่นกันต่อก็ไม่มีประโยชน์..”
 

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: