RSS

ล้วงลึก! อะไร..ยังไง..”โครงการ แจกคูปองส่วนลด 690 บาท กับ การเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอล 22.9 ล้าน ครัวเรือน”

05 ส.ค.

image

5 กรฏาคม 2557

สัมภาษณ์พิเศษ : ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงาน กสทช. 

“โครงการแจกส่วนลดคูปอง 690บาท กับการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอล 22.9 ล้าน ครัวเรือน”
 

ถาม : ย้อนอดีต.. จุดเริ่มต้น คูปองส่วนลดทีวีดิจิตอล

“..เส้นทางคูปอง เริ่มจากบอร์ดกระจายเสียงฯ กสทช. นำเสนอ ขอกรอบวงเงินขั้นต่ำเพื่อแจกคูปอง ถ้าใช้เงินประมูลขั้นต่อ 15,800 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อค เป็นระบบดิจิตอล แต่หลังประมูลปรากฏว่า ได้มาก 5 หมื่นกว่าล้าน บอร์ดกระจายเสียงฯ จึงเสนอ บอร์ดบริหาร กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ว่าจะแจก 1,200 ล้านบาท ต่อครัวเรือน มีแนวคิดจะแลกได้ 4 อย่าง คือ แลกกล่องดาวเทียม / แลกกล่องเคเบิ้ล / แลกกล่องดิจิตอล และ ทำเป็นส่วนลดของทีวีดิจิตอล

หลังจากเสนอเข้าไปที่บอร์ด กทปส. ก็ได้พิจารณา และเชิญ บอร์ดกระจายเสียงฯ กสทช. ชี้แจง 2 ครั้ง และได้คุยกันเรื่องราคากลางว่า 1,200 บาท ราคาจะสูงเกินไปหรือไม่ ก็ทบทวนกันอีกครั้ง

บอร์ดกระจายเสียงฯ กสทช. ก็ทำกรอบใหม่ได้ราคากลางออกมาว่า ไม่น่าเกิน 1 พันบาท ก็เสนอที่ประชุม กทปส.อีกครั้ง จากนั้น กทปส.ตั้งคณะทำงาน ดูราคากลาง จากนั้นได้ผลศึกษา 1,019 บาท ไม่ว่าจะเป็นกล่องรับสัญญาณดาวเทียม หรือ เคเบิ้ล หรือ กล่องดิจิตอล พร้อมเสา ทาง บอร์ด กทปส.นำเสนอที่ประชุมบอร์ดใหญ่ กสทช. แต่ระหว่างที่กำลังพิจารณาประเด็นนี้ ก็เกิดการยึดอำอาจจาก คสช.
 

จากนั้น ทาง คสช. ขอพิจารณา และให้สำนักงาน กสทช.ไปชี้แจง หลังชี้แจงแล้ว คสช.ก็เห็นชอบให้แจกคูปองได้ แต่ต้องให้รับฟังความห็นสาธารณะ เนื่องจากว่า ในขณะนั้น มีหลายองค์กรยื่นเรื่องร้องเรียน กับ คสช. เช่น กระบวนการแจกฯ ราคาสูงไปหรือไม่ / แลกได้ ไม่กี่อย่าง ราคาสูงเกินไป ทาง คสช.จึงให้รับฟังความเห็นสาธารณะ ขณะที่ กสทช.จัดรับฟังความเห็นฯ ใน 5 ประเด็น คือ 1.มูลค่าคูปองที่จะแจก 2. คูปอง แลกอะไรได้บ้าง 3. จำนวนครัวเรือน ที่จะต้องแจก มีเท่าไหร่ 4. วิธีการแจกคูปอง อย่างไร และ 5. กระบวนการป้องกันการทุจริตต่างๆ จะดำเนินการอย่างไร
 

หลังจากรับฟังความเห็นสาธารณะแล้ว ก็สรุปเรื่องเข้าที่ประชุม บอร์ดใหญ่ กสทช. ก็หารือกันทุกประเด็น แต่วันนั้น มีหนังสือจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน มาด้วย คอมเม้นท์ถึงโครงการที่เกิดขึ้นด้วย
 
ฉะนั้น ประเด็นแรก จากที่รับฟังความเห็นสาธารณะ เรื่อง มูลค่าคูปอง แนวโน้มของประชาชน อยากได้ 1 พันบาท ไม่ใช่ 690 บาท แต่บอร์ด กสทช.เอง ได้พิจารณาแล้วว่า มูลค่าคูปองที่จะออกไป เราอิงอยู่บนพื้นฐานของราคาประมูลขั้นต่ำที่กำหนดไว้ คือ 15,800 ล้านบาท หารด้วย 22.9 ล้านครัวเรือน จะออกมา 690 ล้านบาท เป็นราคาที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเท่านั้น ไม่ใช่ราคาขายกล่อง หากอยากซื้อของดีกว่านั้น ก็เพิ่มเงินเองได้ไม่เป็นไร นี่คือมติของบอร์ด กสทช.
 

นอกจากนี้ จะไม่ได้ต้องไม่มีการถกกเถียงกันในปัญหาต่างๆ ว่า ราคากล่อง ออกมาเท่าไหร่ เพราะองค์กรมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ก็บอกว่า ราคา 500-600 บาท ก็ขายได้แล้ว จะออกมา 1 พันบาท ทำไม มติบอร์ด วันนั้น จึงฟันธงที่ราคา 690 บาท
 

ส่วนที่สอง ถามว่า คูปองจะนำไปแลกอะไรได้บ้าง บอร์ดได้อภิปรายกันว่า เงินนี้ มันเป็นเงินที่เกิดจากการประมูลทีวีดิจิตอล ดังนั้น การแลกควรแลกได้เฉพาะกล่อง ที่เปลี่ยนได้เฉพาะกล่องอนาล็อค ที่เปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิตอลเท่านั้น คือ แลกได้เฉพาะกล่องแปลงสัญญาณเท่านั้น ส่วนกล่องรับสัญญาณดาวเทียม และกล่องเคเบิ้ลทีวีแลกไม่ได้ และมติที่ประชุมกสทช. ให้นำคูปองไปเป็นส่วนลดซื้อเครื่องทีวีดิจิตอล
 

ส่วนที่สาม วิธีการแจก ทางบอร์ด กสทช.ได้คอมเม้นท์ว่า หลายฝ่ายบอกว่า อยากให้ประชาชนยืนยันสิทธิ์ก่อน ถึงจะถือว่ามีการแจกออกไป หากไม่ยืนยัน ก็ไม่ต้องแจก จะได้ไม่สิ้นเปลือง บอร์ดกสทช.ได้พิจารณากันประเด็นนี้ว่า หากให้ประชาชนไปยืนยันสิทธิ์ ระยะเวลาดำเนินการจะถูกลากออกไปให้ล่าช้าอีก 2-3 เดือน / เป็นการสร้างภาระให้ประชาชน เนื่องจาก การยืนยันสิทธิ์ ในต่างจังหวัดก็ต้องไปที่ว่าการอำเภอ, อบต, อบจ. ของแต่ละพื้นที่ จะสร้างความเดือดร้อน และมีค่าใช้จ่ายเกิดกับประชาชนแน่นอน
 

นอกจากนี้ บอร์ด กสทช.ได้ถกเถียงกัน คือ หากประชาชนไม่ไปยืนยันสิทธิ์ หาก กสทช.ตัดสิทธิ์ เราจะใช้ฐานอำนาจข้อไหน ไปตัดสิทธิ์เค้าได้ เช่น ประชาชน เค้าบอกว่า วันนั้นติดธุระขึ้นมาทำให้ไปยืนยันสิทธิ์ไม่ได้ แล้ววันนั้นไม่ส่งคูปองไปให้เค้า จะนำไปสู่กระบวนการฟ้องศาลปกครองหรือไม่ ว่า เค้าใช้สิทธิ์อยู่ แต่กสทช.ไม่แจกให้ จะทำให้กระบวนการแจกคูปองล่าช้าไปกว่าเดิมอีก

บอร์ด กสทช.ทุกคนได้อภิปราย และเห็นว่า ให้แจกออกไปก่อน เพราะจะมีเงื่อนไขระยะเวลาการใช้คูปองภายใน 6 เดือน หากประชาชนไม่ใช้ คูปองก็เป็นอันสิ้นผลไป เงินกลับมาที่กองทุน กทปส. และ สำนักงาน กสทช.ต้องนำส่งให้เป็นรายได้ของแผ่นดินอยู่แล้ว ซึ่งการจัดส่งจะต้องส่งไปไปรษณีย์ จำนวน ทั้งหมด 22.9 ล้านครัวเรือน
 

ประเด็นที่สี่ เรื่องป้องกันการทุจริต ซึ่งแต่เดิมเราได้วางฐานข้อมูล ที่จะต้องมีการลงทุนกว่า 900 ล้านบาท แต่บอร์ด กสทช.อภิปรายว่า ควรป้องกันการทุจริตฯ ระดับปานกลางก็พอ ไม่จำเป็นต้องป้องกันการทุจริตระดับ 100% เพราะงบประมาณในการวางฐานข้อมูลมันมากเกินควร จึงขอให้สำนักงาน กสทช.ไปดำเนินการขึ้นพิมพ์คูปอง ขอให้มีการปลอมแปลงได้ยากที่สุด

ส่วนตัวใบคูปอง จะต้องพิมพ์เลขบัตรประชาชนลงไปบนคูปอง เพื่อให้สอดคล้องกับเลขบัตรประชาชนที่ประชาชนมี โดยมาตรการนี้ ไม่ต้องจ่ายเงินถึง 900 กว่าล้านบาท โดยบอร์ด กสทช.มีมติ เห็นชอบ ให้สำนักงาน กสทช. พิมพ์คูปอง โดยจ้างหน่วยงานของรัฐ ที่กำหนดไว้ในขณะนี้ คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนวิธีการส่ง ทาง บริษัทไปรษณีย์ไทย จะรับผิดชอบในการจัดส่งไปถึงทุกครัวเรือน
 
ซึ่งแผนทั้งหมดนี้ สำนักงาน กสทช. ได้ส่งมอบให้ คสช. พิจารณาเมื่อวันนี้ ( 5สิงหาคม 2557)  รวมถึงแผนการใช้จ่ายเงิน ว่า หากอนุมัติออกมาทั้งหมด 22.9 ล้านครัวเรือน จะต้องใช้กรอบวงเงินทั้งสิ้น 15,800 ล้านบาท แต่ปีนี้ สำนักงาน กสทช. มี 11,000 ล้านบาท ขาด 4 พันกว่าล้าน ซึ่ง สำนักงาน กสทช. จะขอตัดเงินที่มาจากรายได้จากากรประมูลงวดหน้า ในปีหน้า 4 พันกว่าล้านบาท เข้าเป็นรายได้ของ กทปส. เพื่อนำไปแจกเป็นคูปองให้ประชาชนต่อไป..”
 
ถาม : ตามขั้นตอน หลัง คสช.อนุมัติแผนแล้ว กระบวนการแจกคูปองฯ เป็นอย่างไร

 “..ในระหว่างรอ คสช.อนุมัติ ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. ได้ แต่งตั้งคณะกรรมการ 4 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการพิมพ์คูปอง / คณะกรรมการ แจกคูปอง / คณะกรรมการกำกับดูแลในการแจกคูปอง ให้เกิดความเป็นธรรม และคณะกรรมการพิจารณาให้ผู้ประกอบการกล่องดิจิตอลเข้าร่วมโครงการว่า จะกำหนดคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. เตรียมการเบื้องต้น แล้ว รอเพียงการอนุมัติแผนทั้งหมด จากคสช. ตอนนี้ มีการประสานกองสลากเพื่อเตรียมจัดพิมพ์ และ บริษัทไปรษณีย์ไทยที่รับผิดชอบขนส่งแล้ว ในส่วนการออกคุณสมบัติ (TOR) ของผู้เข้าร่วมโครงการ ตอนนี้ อยู่ระหว่างการลิสต์รายชื่อบริษัท เพื่อออกหนังสือเชิญให้เค้าเข้าร่วมโครงการกับเรา ประมาณกว่า 70 บริษัท
 

คณะกรรมการที่จะป้องกันการทุจริตต่างๆ จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง โดยเป็นคนนอกเข้ามาร่วมด้วยในกรรมการทุกชุด และหน่วยงาที่เกี่ยวข้องจะต้องประสานการทำงานร่วมกัน เช่น เจ้าหน้าที่จากกรมการปกครอง หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค มาช่วยดูแลเรื่องการ ปลอมแปลง หรือ ใช้คูปองผิดประเภทด้วย..”
 

ถาม : เหลือเวลาอีก 1 เดือนเศษ ณ ตอนนี้ มีอะไรหนักใจบ้าง

“..ตอนนี้ถือว่าระยะเวลาบีบคั้นมาก แต่ผมหนักใจเฉพาะเรื่องการเฟ้นหาผู้เข้าร่วมโครงการกับเรา หากเปิดกว้างได้ทั้งหมดก็ยินดี แต่บริษัทที่เข้าร่วมจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับ สำนักงาน กสทช. ด้วย ถ้าเกิดขายกล่องให้ประชาชนไปแล้ว สมมติ 5 แสนเครื่อง แล้วทิ้งหนีไปอย่างนี้ ไม่ได้เลย มันจะมีปัญหากับสำนักงานกสทช.มาก เพราะเป็นฝ่ายรับผิดชอบตรง

ดังนั้น การออกทีโออาร์ตั้งแต่แรก จะต้องคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน และจุดบริการต่างๆ จะต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชน หลักประกันบางส่วนต้องมีให้เรา เพราะหากไม่มีหลักประกันเรื่อง จะทำให้บางบริษัทมายื่นเรื่อง แต่ไม่คุณสมบัติจะทำอะไรเลย ซึ่งแบบนี้ มันขัดกับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย ซึ่งทีโออาร์ จะน่าจะเสร็จได้เร็วๆนี้ และจะเสนอที่ประชุมบอร์ด กสทช.ที่อาจต้องเรียกประชมนัดพิเศษ หลังจาก คสช.ให้ความเห็นชอบแล้ว จึงจะเคาะเรื่องทีโอาร์ได้..”
 

ถาม : จุดเปลี่ยน สวนลด 1 พันบาท กับ 690 บาท ต่างกันอย่างไร

“..การคิดฐานตัวเลขราคาส่วนลดคูปอง 1 พันบาท ตามเดิม ที่ สำนักงาน กสทช. หรือ กทปส.คิดมานั้น มาจากราคาในตลาด ที่มีการจำเหน่าย ไม่เกิน 1 แสนกลอ่ง แต่ตอนนี้ หลายองค์กรบอกว่า หาก สำนักงาน กสทช. มีการซื้อครั้งละ 5 แสนกล่อง หรือ 1 ล้านกล่อง จะบอกว่า ราคากล่อง 1 พันบาท ก็ควรจะลดลงได้ ดังนั้น บอร์ด กสทช.จึงเห็นว่า ให้เป็นราคาตลาดแล้วกัน แต่ขอให้คูปองออกมาที่ 690 บาท ส่วนหากในตลาดจะขายมากกว่านี้ ก็ให้เป็นการแข่งขันกันในท้องตลาด
 

ราคาคูปอง 1 พันบาท ที่ลดมาเหลือ 690 บาท ส่วนหนึ่งมาจากผลรับฟังความเห็นสาธารณะ ที่ สำนักงาน กสทช. จัด และผู้ประกอบการ รวมถึง องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ที่เห็นว่า 690 บาท ก็มีความเหมาะสมแล้ว แต่การรับฟังความเห็น ประชาชน ก็อยากได้คูปองราคา 1 พันบาท แต่อยากให้แลกแล้วได้ กล่อง และเสาอากาศ
 
การทำให้ราคาถูกกว่า 690 บาท ก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งหลายบริษัท ก็สามารถทำราคากล่องในราคาเท่ากับคูปอง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะทำให้เกิดราคาขายกล่องดิจิตอลถูกลงได้ ซึ่งราคา 690 ก็ถือว่าเหมาะสมที่สุด..”

ถาม : ปัญหา เอกชนเก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน แลก กล่องดิจิตอล อ้างว่าได้สิทธิ์จาก กสทช. จะชี้แจงอย่างไร

“..ขณะนี้ พบปัญหาว่า บางบริษัท ไปเก็บบัตรประชาชนมานั้น ยืนยันว่า ทาง กสทช.ไม่มีการแต่งตั้งผู้แทนไปทำเช่นนั้น โดย สำนักงาน กสทช. จะส่งคูปองไปที่บ้านเลขที่ ตามทะเบียนราษฏร์ ทุกครัวเรือน จะส่งไปที่เจ้าบ้าน ส่วนผู้ดำเนินการถือว่ากระทำผิดกฎหมาย เราจะแบล็กลิสต์ ไม่ให้เข้าร่วมโครงการกับเรา ในส่วนที่ผิดกฎหมายอื่นๆ เราจะไปร้องทุกข์กับสถานีตำรวจในพื้นที่ต่อไป ตอนนี้แบล็กลิสต์ไปแล้ว เป็นมติบอร์ด กสทช. เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบ..”

 
ถาม : รูปแบบ คูปอง ที่จะแจกจ่ายให้ประชาชน เป็นอย่างไร

“..ตัวคูปอง ที่แจกจ่ายให้ประชาชน จะมีบ้านเลขที่ และเลข 13 หลักของเจ้าบ้าน อยู่บนคูปอง และจะนำไปใช้คู่กับบัตรประชาชน หากบ้านไหน จะมอบอำนาจ ก็ต้องนำบัตรประชาชนตัวจริงของเจ้าบ้านมาด้วย ไปที่ จุดแลกเปลี่ยน หรือ ศูนย์แต่ละจุด ที่บริษัทตั้งขึ้น โดยบริษัทเหล่านี้ จะต้องขึ้นทะเบียนร่วมโครงการขายกล่องกับกสทช. และเมื่อตรวจสอบคูปองผ่านแล้วว่าถูกต้อง บริษัท ก็จะให้ประชาชนเลือกกล่องได้ว่า จะเอากล่องประเภทรูปแบบไหน

ภายในกล่องนั้น จะมีสติ๊กเกอร์ 2 แบบ คือ สติ๊กเกอร์ติด กสทช. ว่าผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว ส่วนสติ๊กเกอร์อีกแบบ ยืนยันว่า บริษัทดังกล่าว เป็นบริษัท ที่เข้าร่วมโครงการกับ กสทช. และสติ๊กเกอร์นี้ จะติดอยู่บนคูปองด้วย เพื่อแสดงว่าประชาชนมีการใช้สิทธิ์ไปแล้ว และบริษัทจะนำคูปองที่ประชาชนนำมาให้ มาขึ้นเงินกับ กสทช. มีรหัสเลขหมายตามเลขที่ประจำกล่อง ที่ กสทช.อนุญาตให้ขายติดอยู่ด้วย ฉะนั้น กระบวนการขึ้นเงิน หรือ โกง จะยากพอสมควร

ถาม : หากประชาชน ได้คูปองไป จะขายแลกเป็นเงินแทนได้หรือไม่

“คูปองนี้ ไม่สามารถนำไปขายเป็นเงินสดได้ หากบริษัท ไปเก็บคูปองของประชาชนมาเอง ยังไงก็ตาม ก็ต้องมีสติ๊กเกอร์ของ กสทช.ที่มีลายน้ำพิเศษ ติดอยู่ด้วย ไม่มีทางปลอมแปลงได้อยู่แล้ว เพราะหากไม่มีสติ๊กเกอร์อยู่บนคูปอง จะไม่สามารถนำมาขึ้นเงินกับ กสทช.ได้แน่นอน ฉะนั้นบริษัทที่ไปรับมา จะขึ้นไม่ได้ และถือว่าบริษัท จะสูญเสียเงินให้ประชาชนโดยตรง..”

ถาม : ทำไม ถึงเลือกแจกคูปองฯ กสทช.เคยมีแนวทางอื่นพิจารณากันหรือไม่

“..เหตุผลที่แจกคูปองส่วนลดราคา เพราะจากเดิมคิดว่า จะแจกกล่องรับสัญญาณดิจิตอล แต่ บอร์ด กสทช.เคยคุยกันว่า อาจเอื้อให้เกิดการทุจริตในการประมูล หรือ จัดซื้อจัดจ้างได้มาก แต่หากแจกคูปอง ประชาชน จะยังมีทางเลือก หากเห็นว่า ยังไม่อยากได้กล่อง แต่อยากเป็นส่วนลดทีวี ก็สามรถทำได้ แต่หากมีทางเลือกเดียวคือ แจกกล่อง จะไม่มีโอกาสเป็นทางเลือกให้ประชาชน และเอื้อให้เกิดทุจริตด้วยซ้ำ ซึ่งการแจกคูปอง จะทำให้ช่วยทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแนวทางแจกคูปอง เห็นว่า เป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้ว และมีระยะเวลาการใช้งานคูปอง 6 เดือน..”

ถาม : คาดหวังไว้เท่าไร ว่า แจกคูปองฯ ไปแล้ว ประชาชนจะนำไปใช้ กี่เปอร์เซนต์

 “..ผมว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการประชาสัมพันธ์ของกสทช.ด้วย แต่เข้าใจว่าทุกคนคนตื่นตัวในการแจกคูปองอยู่แล้วจากกระแสที่ออกมาว่าอยากให้มีการแจกคูปอง และโครงการนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก ส่วนตัวผมคาดหวังว่า 70% จะมีการใช้คูปองแลกซื้อ ส่วนอีก 30% คิดว่า ไม่ใช้เพราะ เค้าอาจมีกล่อง หรือ เครื่องทีวีที่รับชมระบบดิจิตอล ได้อยู่ก่อนแล้ว..”

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: