RSS

ฉบับเต็ม! ปปช.มีมติ 7:0 ชี้มูล ถอดถอน”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เอี่ยวทุจริตโครงการจำนำข้าว ไม่ยับยั้ง ทั้งๆ รับทราบความเสียหายโครงการ กว่า 3 พันล้นบาท ดังนี้..

08 พ.ค.

image

8พฤษภาคม 2557 – ป.ป.ช.ชี้มูลเสนอถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรีกรณีจํานําข้าว

วันนี้ (8 พฤษภาคม 2557) เวลา 15.30 น. ณ ห้องนนทบุรี 2 สํานักงาน ป.ป.ช. นายปานเทพ  กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ศาสตราจารยพิเศษวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. และนายประสาท พงษศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. ได้แถลงข่าวว่า

ตามที่ประธานวุฒิสภาได้สงคําร้องขอให้วุฒิสภาถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร ออกจากตําแหนงนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีพฤติการณส่อว่าจงใจใชอํานาจหนาที่ขัดต่อ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย

ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจํานําข้าวและการระบายข้าวและเหตุมี เหตุควรสงสัยว่า นายกรัฐมนตรีเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นตามอํานาจหนาที่

โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนข้อเท็จจริงโดยให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวน นั้น

บัดนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะได้ดําเนินการไต่สวนขอเท็จจริงและมีมติด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 0 เสียง เห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหา มีมูลเป็นการส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 และเป็นการส่อวาจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนออกจาก ตําแหน่ง

จึงนําเสนอสํานวนดังกล่าวต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาในวันนี้

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแลวเห็นว่า การที่ผู้ถูกกล่าวหาดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี และอยู่ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาลซึ่งได้กําหนด นโยบายจํานําข้าวมาตั้งแต่ต้น และในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่มีอํานาจหนาที่ในการกําหนดนโยบาย และการมีส่วนรวมในการบริหารโครงการ ซึ่ง ป.ป.ช.ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง ผู้ถูกกล่าวหาถึงสองครั้งแล้วว่า โครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหา และความเสียหายอย่างยิ่ง ทั้งจะก่อให้เกิดการ ทุจริตในทุกขั้นตอนของกระบวนการรับจํานํา

นอกจากนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังรับทราบปัญหาในการดําเนินโครงการจาก การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งรายงานผลการดําเนินโครงการที่ผ่านมา ว่ามีผลขาดทุนสะสมสูงถึง สาม แสนกว่าล้านบาท

อีกทั้งหนังสือของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินแจงผลการตรวจสอบโครงการสรุปได้ว่าโครงการ มีจุดอ่อนหรือความเสี่ยงในทุกขั้นตอนตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกร จนถึงการระบายข้าว ซึ่งเป็นช่องทางนําไปสู่ การสวมสิทธิ์การจํานํา

และการทุจริตในโครงการ เกิดผลกระทบสร้างความเสียหายต่อเงินงบประมาณแผ่นดินทั้ง เกษตรกรและเสี่ยงต่อระบบการคลังของประเทศ ไม่เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

แม้ในชั้นนี้พยานหลักฐานยังไม่ปรากฏ ชัดเจนว่า ผู้ถูกกล่าวหามีส่วนรวมในการทุจริตหรือสมยอมให้เกิดการทุจริตหรือไม่ก็ตาม แต่การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อสภาผูแทนราษฎรว่าจะป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง

โดยยึดหลักความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี ทั้งไม่พิจารณาระงับยับยั้งโครงการตั้งแตเริ่มรับทราบความเสียหายอันรายแรงที่สุดของประเทศจากการ ดําเนินโครงการ

จึงมีมติ 7 ต่อ 0 เสียง ว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการส่อวาจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 178 และส่อวาจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดตอบทบัญญัติแห่งกฎหมายตาม พ.ร.บ. ระเบียบ บริหารราชการแผนดินฯ มาตรา 11 (1) อันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาออกจากตําแหนงตาม รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 270 จึงให้แยกสํานวนการถอดถอนส่งไปยังวุฒิสภา เพื่อดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป สวนคดีอาญานั้น ที่ประชุมมีมติใหดําเนินการไตสวนขอเท็จจริงตอไปจนกวาจะสิ้นกระแสความ ทั้งนี้โดยไมตัดพยาน ที่ผูถูกกลาวหาอางมาในคํารองขอนําสืบแกขอกลาวหาหลังสุด โดยใหนําไปพิจารณาในสํานวนคดีอาญาตอไป

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: