RSS

Monthly Archives: สิงหาคม 2013

หนังสือปกขาว! จาก ช่อง 9 อสมท. ค้านประมูลทีวีดิจิตอล (รายละเอียด 19 หน้า)

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

โฆษณา
 

กระอัก! Q2 “บินไทย”ขาดทุน 8,426 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 6,957ล้าน หรือ 573%

เครื่องบินไทย

14สิงหาคม 2556- ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) วันนี้ มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมีนายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม

นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่(ดีดี) การบินไทย เปิดเผยเรื่องผลประกอบการของบริษัทฯ ไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556

คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลประกอบการของบริษัทฯ ไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2556 การเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังชะลอตัวลง และส่งผลกระทบเป็นปัจจัยลบต่อการขนส่งสินค้าทางอากาศ และจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ของบริษัทฯ และการแข็งค่าของเงินบาท ได้ส่งผลกระทบในทางลบต่อราคาบัตรโดยสาร ขณะที่ในปี 2556 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนธุรกิจระยะยาวในการบริหารฝูงบินเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว และเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

(Asean Economic Community : AEC) โดยมีแผนรับมอบเครื่องบินใหม่ 17 ลำ และปลดระวางเครื่องบินเก่า 16 ลำ ซึ่งถือว่าเป็นปีที่บริษัทฯ รับมอบเครื่องบินจำนวนมากที่สุดทั้งในอดีตที่ผ่านมาและในอนาคต ทั้งนี้ เครื่องบินที่บริษัทฯ รับมอบใหม่ส่วนใหญ่มีความจุทั้งผู้โดยสารและพัสดุภัณฑ์มากกว่าเครื่องบินที่ปลดระวาง โดยในครึ่งปีแรกของปี 2556 รับมอบแล้ว 8 ลำ ทำให้ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 11.3 ถึงแม้บริษัทฯ จะสามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร ได้ถึงร้อยละ 4.5 และมีส่วนแบ่งการตลาดสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้อัตราการส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยลดลงจากร้อยละ 75.1 ในไตรมาส 2 ของปี 2555 เหลือร้อยละ 70.5 ในไตรมาส 2 ของปีนี้ แต่ก็ยังสูงกว่าอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยของช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวในรอบ 5 ปี ซึ่งเฉลี่ยประมาณร้อยละ 68.6 สำหรับการขนส่งสินค้าซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 และการแย่งชิงตลาดที่ ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ทำให้มีปริมาณการขนส่งพัสดุภัณฑ์ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.9
ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2556 (1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2556) บริษัทฯ และบริษัทย่อยขาดทุนสุทธิรวม 131 ล้านบาท เปรียบเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2555 ซึ่งมีกำไร 3,772 ล้านบาท โดยเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 156 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.07บาท ลดลงจากปีก่อนที่กำไร 1.69 บาท สาเหตุหลักเนื่องจากบริษัทฯ บันทึกขาดทุนด้อยค่าเครื่องบินเป็นเงิน จำนวน 3,592ล้านบาท เปรียบเทียบกับปีก่อนที่บันทึกขาดทุนด้อยค่าเครื่องบินเพียง 181 ล้านบาท บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) จำนวน 1,544 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 1,542ล้านบาท หรือร้อยละ 50.0 เป็นผลมาจากอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่าย โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแข็งค่าเงินบาททำให้รายได้จากการขายและให้บริการซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินตราต่างประเทศ เมื่อคิดเป็นเงินบาทลดลงมาก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายซึ่งมีสัดส่วนของเงินตราต่างประเทศน้อยกว่ารายได้เมื่อคิดเป็นเงินบาทจึงลดลงในจำนวนน้อยกว่า

สำหรับในไตรมาส 2 ปี 2556 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) บริษัทฯ และบริษัทย่อยขาดทุนจากการดำเนินงาน (Operating Loss) จำนวน 2,899 ล้านบาท ขาดทุนสูงขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 1,362ล้านบาท หรือร้อยละ 88.6 เนื่องจากการเติบโตของรายได้มีอัตราต่ำกว่าค่าใช้จ่าย โดยมีรายได้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากการขยายการผลิต แต่รายได้ค่าระวางขนส่งลดลงเนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเนื่องจากการขยายการผลิต รวมทั้ง ยังมีการปรับด้อยค่าเครื่องบินรอการขาย จำนวน 1,332 ล้านบาท เป็นผลให้ขาดทุนก่อนขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีเงินได้ มีจำนวน 4,681 ล้านบาท ขาดทุนสูงกว่าปีก่อน 1,943 ล้านบาท หรือร้อยละ 71.0

นอกจากนี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อย ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 4,202 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาสเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 1,316 ล้านบาท เป็นผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิ 8,426ล้านบาท ขาดทุนสูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 6,957 ล้านบาท โดยเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 8,439 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 3.87 บาท เปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน ซึ่งขาดทุนต่อหุ้น 0.70 บาท

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2556 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 324,103 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากวันที่ 31 ธันวาคม 2555 จำนวน 20,007 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.6 หนี้สินรวมเท่ากับ 256,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 จำนวน 22,082 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.4 และส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 67,743 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2555 จำนวน 2,075 ล้านบาท เป็นผลมาจากการจ่าย เงินปันผลจำนวน 1,226 ล้านบาท และผลกระทบจากการสูญเสียอำนาจควบคุมบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 721 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนกรกฎาคม 2556
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานด้านการขนส่งประจำเดือนกรกฎาคม 2556 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (Available Seat – Kilometer : ASK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 จากการรับมอบเครื่องบินใหม่และปรับเส้นทางบินให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสาร เป็นผลให้ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger-Kilometer : RPK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 ส่งผลให้มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) รวมทั้งระบบเฉลี่ย ร้อยละ 75.3 ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนซึ่งเฉลี่ยร้อยละ 79.7 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดเป็นจำนวนผู้โดยสาร มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.4
สำหรับหน่วยธุรกิจการบินไทยสมายล์ มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยทั้งระบบร้อยละ 71.3 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนที่เป็นเดือนแรกที่เปิดให้บริการเฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศ เส้นทางกรุงเทพฯ – มาเก๊า ซึ่งมีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 81.7 ในขณะที่เดือนกรกฎาคมปีนี้ มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยของเที่ยวบินระหว่างประเทศ และเที่ยวบินภายในประเทศ ร้อยละ 68.2 และ 74.0 ตามลำดับ

สำหรับการดำเนินงานด้านการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรง เป็นผลให้ปริมาณการผลิต (Available Dead Load Ton-Kilometers : ADTK) และปริมาณการขนส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์ (Revenue Freight Ton-Kilometers : RFTK) ในเดือนกรกฎาคม 2556 ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.4 และ 9.5 ตามลำดับ ส่งผลให้มีอัตราส่วนการบรรทุกสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยร้อยละ 47.8 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนที่เฉลี่ยร้อยละ 52.3

 

6ก.ย.56! องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น แถลงจัดงานวันต้านโกง และ ปมจัดซื้อรถเมล์ NGV

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กำหนดจัดงานแถลงข่าวเรื่อง การจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) วันที่ 6 กันยายน 2556 และการจัดซื้อจัดจ้างรถเมล์ NGV ขสมก. โดย คุณประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน และ นายวิชัย อัศรัสกร เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นผู้ให้ข้อมูล

ในโอกาสนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จึงขอเรียนเชิญท่านร่วมงานใน วันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2556 เวลา 14.00 น. (เริ่มแถลงข่าว 14.30 น.) ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์ เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบโดยทั่วถึงกัน

 

16 สิงหา 56 TDRI จัดเสวนา”คิดใหม่อนาคตข้าวไทย” 13 – 16 นาฬิกา

ด้วยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จะจัดกิจกรรมการเสวนาสาธารณะ เรื่อง “คิดใหม่อนาคตข้าวไทย” ในวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2556 เวลา 13.15-16.00 น. ณ ห้องประชุมขั้น 2 ทีดีอาร์ไอ

กำหนดการเสวนาสาธารณะ
เรื่อง “คิดใหม่อนาคตข้าวไทย”
จัดโดย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2556 เวลา 13.15 – 16.00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 2 มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

13.15 – 13.30 น. ลงทะเบียน

13.30 – 16.00 น. เสวนาสาธารณะ “คิดใหม่อนาคตข้าวไทย”

ผู้ร่วมอภิปราย: คุณยรรยง พวงราช
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

คุณชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ
อธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร
นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ

ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง
ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขและการเกษตร ทีดีอาร์ไอ

ดำเนินรายการโดย วีระพงษ์ ประภา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

ท่านผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ events@tdri.or.th ภายในวันพุธที่ 14 สิงหาคม 2556

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 10, 2013 in ทั่วไป

 

จดหมายเปิดผนึก! 4องค์กรวิชาชีพสื่อ กรณี ปอท. ชี้ คนกด LIKE – Share ต้องไม่มีความผิด ตามพ.ร.บ.คอมพ์ฯ

4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ออกจดหมายเปิดผนึก กรณี ปอท. ออกหมายเรียกบุคคลที่แสดงความคิดเห็นผ่านสังคมออนไลน์เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้วยค่ะ

9 สิงหาคม 2556

จดหมายเปิดผนึก กรณี ปอท. ออกหมายเรียกบุคคลที่แสดงความคิดเห็นผ่านสังคมออนไลน์เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (“ปอท”) ได้ออกหมายเรียกบุคคลที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้ที่โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก จำนวน 4 ราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวรวมถึงนายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการอาวุโสสายข่าวการเมืองและความมั่นคงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS นั้น
องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ร่วมกันพิจารณากรณีนี้แล้วเห็นว่าการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ของบุคคลดังกล่าว ถือเป็นเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลตามสิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองและให้ความคุ้มครองไว้ มิได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดความตื่นตระหนก หรือก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองแต่อย่างใด
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท) จึงควร ใช้ดุลยพินิจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 อย่างเป็นธรรม โดยการตีความบทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่ควรใช้ความเชื่อหรือแรงกดดันทางการเมืองในการใช้อำนาจเกินกว่าขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้ อันมีลักษณะเป็นการข่มขู่ให้เกิดความกลัวแก่ประชาชนทั่วไปในการสื่อสารแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาได้
นอกจากนี้องค์กรวิชาชีพสื่อทั้ง 4 องค์กร ยังเห็นว่าการกด like หรือ กด Share เป็นปรากฎการณ์ปกติและเป็นการสร้างปฎิสัมพันธ์ร่วมกันในสังคมออนไลน์ที่นิยมแสดงความคิดเห็นระหว่างกัน (Interactive) ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ควรตีความว่า การกด Like คือการร่วมลงชื่อรับรองข้อมูลอันเป็นความผิดดังกล่าว แม้มิได้เจตนาโดยตรงแต่เป็นเจตนาเล็งเห็นผลว่าการ Like นั้นให้ข้อมูลได้รับความเชื่อถือมากขึ้นย่อมเข้าองค์ประกอบความผิดในฐานะตัวการร่วมตามประมวลกฎหมายอาญา

ทั้งนี้การกด Like หรือกด Share ดังกล่าวต้องไม่เป็นการกระทำตามบทบัญญัติมาตรา 14 (5) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยเจตนาเล็งเห็นผล (ซึ่งอาจได้รับโทษฐานเป็นตัวการร่วมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83) กล่าวคือ ต้องไม่เป็นการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนหรือข้อมูล คอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญาหรือข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
อย่างไรก็ตามขอให้สื่อมวลชนที่แสดงความคิดเห็นผ่านสังคมออนไลน์พึงตระหนักว่าสื่อสังคมออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว แต่เป็นพื้นที่สาธารณะ ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นใดๆ จึงควรยึดถือแนวปฏิบัติสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เรื่อง การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของสื่อมวลชน พ.ศ.2553 เป็นสำคัญ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

สัมฯ พิเศษ! เปิดแผนทัพหน้า หน.รปภ.”กองทัพปชช.ฯ” กับแผนรปภ.มวลชน 750 คน พร้อมรับทุกสถานการณ์

image

6 สิงหาคม 2556 -นายสุทิน ธราทิน  หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย “กองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ” เปิดเผยถึงแผนการรักษาความปลอดภัย ตามคำแถลงการณ์ฉบับ 2 ยกระดับการชุมนุมเป็นระดับ”เข้มข้น” ว่า ขณะนี้จัดกำลังรักษาความปลอดภัยไว้ 5 กองร้อย หรือประมาณ 750คน  โดยใช้วิธีรับสมัครทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ”กองทัพประชาชนฯ” จะใช้ชื่อเป็นทางการว่า “กองกำลังพิทักษ์ชาติ” อยู่ในความรับผิดชอบของ พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ หนึ่งใน 7 แกนนำกองทัพประชาชนฯ เป็นผู้รับผิดชอบ  การทำงาน แบ่งเป็น 2 ผลัด รักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ชุมนุม ตลอด 24ชั่วโมง

image

การรับสมัคร จะลงทะเบียนฐานข้อมูล ประวัติ และสัมภาษณ์ มีการอบรม ปฐมนิเทศ เพื่อให้เข้าใจอุดมการณ์ ความวิกฤตหรือสถานการณ์เฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งวินัย ซึ่งกองกำลังพิทักษ์ชาติ แต่ละกลุ่มจะแยกย้ายประจำแต่ละจุด เฉลี่ยจุดละ จะแบ่งเฉลี่ยแยกกันละ 10-20คน ขึ้นอยู่กับ ความสำคัญของพื้นที่ ซึ่งมี 4 รูปแบบ หากเปรียบเป็นไข่ ได้แก่ พื้นที่รอบนอก /พื้นที่เปลือกไข่ / พื้นที่ไข่ขาว และไข่แดง สำคัญสุด โดยแต่ละจุดจะมีหน.ชุดต่างหาก                              

image

                    

การปฏิบัติงาน ได้กำชับให้ยึดแนวทาง 3 เรื่อง คือ อยู่ภายใต้กรอบกฏหมาย รัฐธรรมนูญ/ การชุมนุมโดยสงบ สันติ และการนำพามวลชนให้ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด หากมีการเคลื่อนขบวน

“การประเมินสถานการณ์ล่าสุด ในช่วงการชุมนุม ตั้งแต่ 4 สิงหาคม ถึงปัจจุบัน พบว่า ขณะนี้ มีกลุ่มคนแทรกซึมมาทางผู้สื่อข่าว โดยใช้ปลอกแขนสื่อมวลชนที่ทำโดย”บช.น.” พบว่า เป็นสายสืบ 1 คน และฝ่ายตรงข้าม 1 คน เมื่อการ์ดจับได้ ก็ขอความร่วมมือให้ออกนอกพื้นที่ชุมนุม ซึ่งการป้องกันกระบวนการตรวจสอบการแทรกซึมผ่านสื่อนั้น ขอความร่วมมือสื่อมวลชนแสดงตัว 4 รูปแบบ คือ  1.หากไม่มีปลอกแขนสื่อฯ ให้แสดงบัตรพนักงานของสำนักข่าวเพียงอย่างเดียว  2.ใส่ปลอกแขนสีเขียวตองอ่อน ที่ออกโดยสมาคมนักข่าวฯ มีโล้โก้ 2 องค์กรประทับตรา (สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์) และ 3. ปลอกสีเขียวแก่ แบบเก่า ออกโดยสมาคมฯ พร้อมให้แขวนบัตรพนักงานร่วมด้วย และ 4.ขอให้ยกเลิกการใช้ปลอกสื่อฯ ที่ออกให้โดย บช.น. และมีคำว่า”บช.น.” พิมอยู่ด้วย เนื่องจากอาจสร้างความเข้าใจผิด และเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการแทรกซึมจากบุคคลอื่นได้ง่าย  แต่หากจำเป็นต้องใช้ ก็ขอให้แสดงคู่กับบัตรที่สังกัดองค์กรสื่อฯ”       

image

สถานการณ์ขณะนี้ นายสุทิน ประเมินว่า หากมีการเคลื่อนขบวนไปรัฐสภาฯ หรือ ดาวกระจายไปที่อื่นในวันพรุ่งนี้ ก็มีความเป็นห่วว่าจะเกิดเหตุรุนแรงเช่นกัน เพราะฝ่ายรัฐ มีอำนาจ กำลังคน และอาวุธ พร้อมยอมรับว่า แม้วางกำลังนับร้อยคนในพื้นที่ชุมนุม ก็ยังมีจุดอ่อนและความเสี่ยงอยู่ แต่จะพยายามดูและรักษาความปลอดภัยให้มากที่สุด

ส่วนอารมณ์ของมวลชน ยอมรับว่า อาจควบคุมยากในบางคน แต่ขอให้ผู้ชุมนุมเชื่อฟังแกนนำเท่านั้น โดยหากเกิดเหตุอะไร เราจะใช้การสื่อสารผ่านเครื่องเสียงเวที หรือรถยายเสียง / โทรโข่ง และขอให้ผู้ชุมนุม ฟังและปฏิบัติตามกรอบที่แกนนำกำหนดเพื่อให้การเคลื่อนขบวนหรือ การชุมนุม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 6, 2013 in การเมือง, ทั่วไป

 

ค้างคืน! บรรยากาศยามค่ำ กองทัพปชช.ฯ บางส่วนค้างคืนสวนลุมฯ/ 20:30น. แถลง ท่าทีพรุ่งนี้

ค้างคืน! บรรยากาศ ผู้ชุมนุม กลุ่มกองทัพประชาชน  ณ เวลา 19-20 นาฬิกา บางส่วนจะค้างคืน @สวนลุมพินีคืนนี้ พื้นที่ ที่ผู้ชุมนุมใช้ชุมนุมคือ บริเวณ ลานพระบรมรูป ร.6 ตรงข้าม รพ. จุฬา  หลังอ่านแถลงการณ์ ฉ.1 เสร็จ และเน้นเนื้อหาปราศรัยมาตั้งแต่ เปิด เวทีเป็นทางการ เวลา 15 นาฬิกา ตอนนี้ เวที มีกิจกรรม ปราศรัย สลับ ดนตรีสไตล์เพลงปลุกใจ // ตลอดการชุมนุม เหตุการณ์ปกติ การดูแลความปลอดภัย ทางผู้ชุมนุม ตั้งอาสาสมัคร ดูแลกันเอง // แกนนำ เตรียมแถลงท่าที 20:30 น.

image

image

image

image

image

image

image

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 4, 2013 in การเมือง, ทั่วไป