RSS

แค่ 9 หน้า..ร้ายแรงกว่าที่คิด! วงวิชาการ-สื่อ ชำแหละ พร้อมยกตัวอย่างง่าย ๆ หาก ร่างฯ ประกาศกสทช.”คุมเนื้อหาสื่อ”

28 ส.ค.

ยุคมืด! มติ 4องค์กรสื่อฯ และอาจารย์ หลายสถาบัน ประกาศ คว่ำ ร่างฯ”กำกับเนื้อหาสื่อ”ซัด กสทช.ย้อนยุค สวมบทเป็น”กบว.” ลดเสรีภาพการนำเสนอสื่อ-ลดการรับรู้ของสังคม
สำหรับร่างประกาศฯ ฉบับนี้ มีชื่อเต็มๆ ว่า “ร่าง ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์การกกำกับดูแลเนื้อหารายการ ในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์” พ.ศ….

ร่างฯ นี้ เป็นที่มา ที่ทำให้ 4 องค์กรวิชาชีพสื่อสารมวลชน และ อาจารย์จากหลายสถานบันการศึกษา ที่สอนด้านนิเทศศาสตร์ ประกาศคว่่ำร่างฯ ฉบับนี้ ..ขณะที่องค์กรสื่อฯ ยืนยันว่า หากไม่ล้มร่างนี้ ก็จะเดินหน้าฟ้องศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ แน่นอน

ขณะที่ วันนี้ กลุ่มนักวิชาการ และนักสื่อสารมวลชน ประกอบด้วย ผศ.ปนัดดา ธนสถิตย์ อธิการบดี สถาบันกันตนา/ อาจารย์ธีระพล อันมัย อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
/ ผศ.พิจิตรา สึคาโมโต้ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/ รศ.ดร.สุเนตร ชุตินทรานนท์ ผอ.สถาบันเอเชียศึกษา/ ผศ.รุจน์ โกมลบุตร อาจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ /รศ.ดร.กฤษฎา เกิดดี อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต /คุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา / คุณปฎิวัติ วาสิกชาติ กรรมการสภาวิชาชีพสื่อวิทยุและโทรทัศน์ไทย /ดร.สุภาพร โพธิ์แก้ว อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมเสวนาโต๊ะกลม“๑๐ เหตุผลที่ไม่รับ (ร่าง) ประกาศ กสทช. กำกับสื่อ” ฉบับนี้

ร่างฯ นี้ กำหนดเนื้อหา ที่“ห้าม”ออกอากาศ คลอบคลุม 4 ด้าน คือ
-กระทบการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
-กระทบความมั่นคงของรัฐ
-กระทบความสงบเรียบร้อย /ศีลธรรมอันดี
-เข้าข่ายลามก อนาจาร/ ความเสื่อมทางจิตใจ

นิยาม ตามร่างประากศฯ คำว่า “เนื้อหารายการ” ตามประกาศ ฉบับนี้ คือ
“การแสดงออกโดยภาพ เสียง หรือ เครื่องหมายสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่าง ประกอบกัน ที่ได้แสดงออกในรายการ กระจายเสียง หรือ รายการโทรทัศน์ ไม่ว่าจะทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรายการ ซึ่งการแสดงออกดังกล่าว สามารถสื่อสารถึงผู้รับชมเกี่ยวกับ ความคิด ความเห็น แนวความคิด หรือ ทัศนคติ ในทางใดทางหนึ่ง ให้เข้าใจความหมายได้”

นักวิชาการ และนักสื่อสารมวลชน ร่วมกันกระเทาะ และสะท้อน ให้เห็นภาพ และตัวอย่างที่ชัดเจนขึ้นว่า ร่างฯ ฉบับนี้ ถูกจับตา ว่า จะทำให้ ย้อนยุคไปสู่อำนาจมืด ที่ รัฐครอบครองสื่อ และ ทำให้สื่อ มีภาพเป็นเสมือนเด็กๆ ที่ต้องเชื่อฟัง โดยมีรัฐเป็นผู้ปกครอง และมี “กสทช.”เป็นตัวละครใหม่ ที่กำกับสื่อ เสมือน “กบว.” และ”กรมประชาสัมพันธ์” ในอดีต

ร่างประกาศฯ นี้ ต้องการให้สื่อสารมวลชน เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ทำให้เรื่องของการเมืองหลุดพ้นออกไปจากกรอบเนื้อหา ร่างนี้ ต้องการให้สื่อ เป็นนักพรตและกลัวการเมือง และต้องไม่แสดงความเห็นทางการเมือง ซึ่งเรื่องการเมือง ไม่ได้หมายถึงการเมืองของนักเลือกตั้งอย่างเดียว แต่หมายถึงการเมืองเรื่องต่างๆ ก็ต้องถูกห้ามพูดถึงด้วย

อาจทำให้วิพากย์วิจารณ์นโยบาย หรือการกระทำใดๆ ของรัฐบาลเพื่อนบ้าน หรือ รัฐบาลประเทศสมาชิก เออีซี ไม่ได้ เพราะอาจกระทบความมั่นคงระหว่างประเทศ

ส่วนความมั่นคงในประเทศ..เป็นเรื่องที่กว้างมาก .. และสื่ออาจเสนอข่าวสาร ที่เกี่่ยวกับการชุมนุม ทางการเมือง หรือ ชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ไม่ได้ เพราะ ไม่เป็นกลาง

หรือแม้กระทั่ง ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็อาจเสนอไม่ได้ เพราะ กระทบความมั่นคงของรัฐ

ร่างฯ นี้ อาจทำให้ การฉายหนังของ”ท่านมุ้ย”ทั้งสุริโยไท และสมเด็จพระนเรศวร ฉายไม่ได้อีก เพราะบางมุมเป็นเรื่องตัวละครสมมติและต้องใช้จินตนาการในการสร้าง และผลิต แม้กสทช.เขียนให้มีเงื่อนไขว่า ต้องแจ้งเตือนการออกอากาศถึงจุดประสงค์ แต่ก็บอกด้วยว่า ไม่ให้ออกอากาศเนื้อหาสาระที่ชัดเจน

หรือแม้แต่ รายการกีฬาฟุตบอล ต่อไปนี้ แม้เตะบอลกันได้ แต่ ผู้ประกาศ หรือ ผู้บรรยาย ห้าม เปิดเผย ผลคะแนน หรือ บอกว่า ลูกที่ยิงเข้าประตูเป็นของทีมไหน เพราะอาจสุ่มเสี่ยงว่า เป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนทำให้เกิดการพนัน หรือ ชิงโชค

นอกจากนี้ ข้อ 23 ที่พูดถึงเรื่องประวัติศาสตร์ ก็อาจทำให้คนไทย หรือ เด็กไทย ไม่มีโอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพราะ กสทช.ให้นำเสนอด้วยข้อเท็จจริง ซึ่งหลายครั้ง ที่ข้อสันนิษฐาน ของนักประวัติศาสตร์ ที่ถูกเหมารวมเป็นข้อเท็จจริง ทางประวัติศาสตร์ ไปด้วย อยู่ที่ว่า จะตีความแบบใด และเอาอะไรเป็นบรรทัดฐาน

การนำเสนอสารคดี ละคร ภาพยนต์ ไม่ได้มีแค่ข้อเท็จจริงและการตีความ แต่มันมีจินตนาการด้วย และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

แม้จะนักวิชาการจะเข้าใจว่า กสทช.มีเจตนาดีที่ทำร่างฯ นี้ออกในช่วงที่สื่อก็ถูกตั้งคำถามในการทำหน้าที่.. แต่เจตนาที่ดีต้องมาพร้อมกับความรู้และปัญญาด้วย หากไม่ใช่มันจะมีปัญหาตามมา

ในวงเสวนาฯ วันนี้ มองกันว่า การกำหนดข้อที่ 23 เรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เพราะ กสทช.อาจกลัวอะไรในประวัติศาสตร์ หรือกลัวการนำเสนอ ซึ่งประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงหลายร้อยปีก่อนอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เช่น 14 ตุลา หรือเหตุการณ์ ช่วงหลัง หากมีสถานการณ์ เพราะกลัวกระทบสำหรับบุคคลที่ยังมีลมหายใจอยู่

และหากพูดถึงสารคดี เช่น ของต่างประเทศ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ก็สร้างมาไม่เหมือนกัน ซึ่งอนาคตจะมีปัญหาเรื่องการปิดกันปัญญาอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ หากพิจารณาในหมวดที่ 1 โดยเฉพาะเรื่องปัญหาของประเทศ การเขียนหลายเรื่อง เป็นการพยายามสร้างอะไรบางอย่าง เพื่อให้ผู้มีอำนาจในการใช้ดุลพินิจตัดสินว่าจะเอาอย่างไร

ส่วนเรื่องสิทธิเสรีภาพ เทคโนโลยีใหม่ ทำให้พลเมืองเติบโต แต่หากรัฐปิดกั้น จะเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ ซึ่งตามวิถีระบอบประชาธิปไตย ต้องก่อให้เกิดการรับรู้การโต้เถียงอย่างทั่วถึงและหลากหลาย การทำให้ทุกๆ อย่างเหมือนกันหมด จะขัดกับธรรมชาติของมนุษย์

นอกจากนี้ ยังวิเคราะห์กันว่า ร่างฯ นี้ เป็นการควบคุมสิทธิเสรีภาพ มีความซ้ำซ้อนกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.คอมพ์พิวเตอร์ฯ และทำมาเพื่อย้ำเรื่องการควบคุมสิทธิเสรีภาพของสื่อ
ประกาศฉบับนี้ เป็นการละทิ้งอุดมการณ์การปฏิรูปสื่อสิ้นเชิง ซึ่งที่ผ่านมาสื่อมวลชน ต่างต่อสู้เพื่อเปิดหูเปิดตาให้สังคม แต่สุดท้าย ประกาศฉบับนี้จะทำให้เกิดการปิดหู ปิดตาประชาชน

ส่วนการนิยามความหมาย 3 คำ “กระทบความมั่นคงของรัฐ” “กระทบความสงบเรียบร้อย” “กระทบศีลธรรมอันดี” ยังคลุมเครือ และคร่ำครึ ร่างฯ มาเพื่อควบคุมเสรีภาพสื่อ คนคิดไม่ได้มีความคิดก้าวหน้า ซึ่งความมั่นคงของรัฐ ไม่เท่ากับความมั่นคงของประชาชน และร่างนี้ไมได้พูดถึงความมั่นคงของประชาชน

ดังนั้น การนิยมที่คลุมเครือ นำไปสู่การวินิจฉัยที่คลุมเครือด้วย ถามว่า กสทช.เป็นใคร จึงมาตีความและวินิฉัย

แม้มีบางประเด็นดี เช่น 8.1 เรื่องการดูหมิ่น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งอาจหมายถึง สีผิว ใบหน้า ด้วย แต่โดยภาพรวมแล้ว กสทช.กำลังลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เกินกว่าที่จะยอมรับได้
+++++++++++++++

ด้านล่าง …เป็นเนื้อหา ร่าง ประกาศฯ ฉบับนี้ มีด้วยกัน 9 หน้า แบ่งเป็น 3 หมวด รวมหน้า 27 ข้อ ดังนี้..

image

image

image

image

image

image

image

image

image

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: