RSS

เต็มๆ คำต่อคำ! “พล.ท.พีระพงษ์” กสทช. กรณี ตรวจสอบซี่รี่ย์ดัง “ฮอร์โมน” เสรีภาพ VS บทบาทของ กสทช.

28 ก.ค.

image

วันก่อน มีโอกาสเจอ พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับเนื้อหาและผังรายการ ในช่วงเวลาสั้นไ ไม่ถึง 10 นาที จึงขอสอบถาม เกี่ยวกับข่าวลวง ข่าวลือ ข่าวจริง ที่ว่า กสทช. จะตรวจสอบละคร”ฮอร์โมน วันว้าวุ่น”  และทั้งหมดนี่ คือ คำตอบ และคำอธิบาย ของพลโทพีระพงษ์

(คำถามแรก ตรงลง มีคนยื่นร้องเรียนมา หรือ กสทช.ใช้อำนาจตรวจสอบเอง)

“จุดเริ่มต้นที่กสทช.เชิญ ผู้ประกอบการ คือ บริษัทแกรมมี่ มาในวันที่ 5 สิงหาคม 2556 มาจากเครือข่ายผู้ชมผู้ฟังของ กสทช. ซึ่งเป็นทีมงานมอร์นิเตอร์ ละคร”ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น”  พอเค้าดูละครแล้วพบว่า มีเนื้อหาหมิ่นเหม่ต่อ การขัด มาตรา 37 (พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงฯ 2551 ) ประเด็นเฉพาะที่เกี่ยวกับเชิงสังคม คุณธรรมจริยธรรม ซึ่งการนำเสนอ อาจทำให้ผู้ชมตีความต่างๆ นานา ทางอนุฯ กรรมการ กสทช. จึงเชิญ ผู้รับใบอนุญาตมาชี้แจง แต่ก็ขอเลื่อน เราจึงนัดเป็นวันที่ 5 สิงหาคม 2556″ 

(ถามว่า เรื่องนี้หมิ่นเหม่ หรือมีฉากเจาะจงเข้าข่าย ม.37 ตรงไหน )

จริงๆ ละครเรื่องนี้มีมุมการสร้างที่ดี คือ ไม่เห็นเรื่องฉากโป๊เปลือย, หมิ่นเหม่ หรือ ลามกตรงๆ มันไม่มี แต่ละคร หรือ หนัง 1 เรื่อง ที่จะสะท้อนว่าผ่านการแสดงว่า มันเกิดอะไรขึ้นในสังคม เช่น เรื่องนี้ มีการสื่อว่า เด็กมัธยมมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ตอนเด็ก ละครเหมือนมีการบอกกล่าวทั่วไป มีฉากได้เสียกันในห้องทดลองวิทยาศาสตร์บ้าง ห้องน้ำบ้าง และมีการซื้อยาคุมกำเนิด

ซึ่งละครจะบอกถึง “วอท อิท อิส”ว่า เด็กรุ่นใหม่สมัยนี้เป็นแบบนี้ทั้งหมด เหมือนบอกว่า ให้เรายอมรับเสีย แต่ว่า ในบทบาทการกำกับของ กสทช. จะต้องมองไปถึงขั้น “วอท วอช ทู บี” ว่าสังคมควรจะเป็นอย่างไร สังคมไทยยอมรับกันได้หรือไม่ว่า เด็กในวัยเรียนโดยเฉพาะเด็กมัธยม มีเพศสัมพันธ์กันได้ หากเราไม่ติง หรือเตือนเลย ก็ไม่ใช่คนทำหน้าที่อย่างกสทช. ต้องเข้าใจด้วย

แต่การติงหรือเตือน ทำให้เราต้องเชิญบริษัทมา ให้ส่งเทปที่ฉายในจอ เพราะเราไม่แน่ใจว่า ฟิล์มที่ใช้ผลิต ตรงกับที่ฉายทางทีวี หรือ อินเทอร์เน็ตหรือไม่จากนั้นจะนำมาวิเคราะห์กัน.. เรื่องนี้เป็นนามธรรมสูง เป็นความคิด และปรัชญาทางสังคม คนบางกลุ่มอาจบอกว่า กสทช.กำลังใช้อำนาจมากเกินไปหรือไม่

image

แต่เราขอบอกว่า การพิจารณาเรื่องนี้ ต้องอยู่บนบริบทว่า สังคมควรเป็นอย่างไร การเรียกมาพบ ไม่ใช่เพื่อลงโทษ แต่เพื่อมาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น มีกระบวนการคัดเลือกละครอย่างไร หากย่อหย่อน หรือล่อแหลม ก็อาจหาทางร่วมกัน และผมเชื่อลึกๆ ว่าผู้ประกอบการเมืองไทย เค้าพร้อมรับ และทำงานคู่ไปกับเรา เพราะเราเป็นคนคุมเกณฑ์ ซึ่งหากมันเป็นอะไรขึ้นมา ผมว่าเค้าพร้อมจะรับฟังและอาจไปแก้ไข หรือเพิ่มในตอนต่อไป แต่หากหยุดไว้เฉยๆ มันเข้าข่าย”วอท อิท อิส” หรือบอกสังคมให้ยอมเถอะว่า เด็กสมัยนี้มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่เด็ก ผมว่าแค่นั้น อาจไม่พอ”

(แล้วสภาผู้ชมฯ ของกสทช.เป็นมาอย่างไร การตรวจสอบเนื้อหาเมื่อก่อนไม่เคยพูดถึงเครือข่ายนี้)

“เครือข่ายผู้ชมผู้ฟังของ กสทช. เป็นเครือข่ายที่เราเทรนนิ่งไว้ทั่วประเทศ แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยถูกพูดถึง ซึ่งอนาคตเครือข่ายเหล่านี้ จะช่วยเราทำงาน และนี่ก็เป็นเรื่องแรกที่เค้ามอร์นนิเตอร์ ยังไม่ได้ดูเรื่องอื่นๆ ร่วมด้วยเพราะ เครือข่ายนี้เพิ่งตั้ง”

image

(ถามว่า ก่อนหน้านี้ กสทช.เอง ก็มีแนวคิด ให้ผู้ประกอบการแต่ละช่องดูแลกันเอง อย่างเช่น กรณี ละคร “เหนือเมฆ2”.. ทางช่อง 3 ก็สั่งแบนเนื้อหาเอง โดย กสทช.(อนุฯ พีระพงษ์) ก็ไม่ได้เรียกสอบ (ครั้งนั้น คุณพีระพงษ์ ให้เหตุผลว่า ผู้ผลิตแบนเนื้อหาเอง เพราะเห็นว่ามีเนื้อหาไม่เหมาะสม และเมื่อเป็นเช่นนั้น ทาง กสทช.ก็ไม่ควรก้าวก่าย) จะแตกต่างกันอย่างไร ในการเข้ามาดูแลเนื้อหาละครฮอร์โมนฯ) 

“การให้ผู้ประกอบการดูแลกันเองก็ยังมี และการที่ กสทช.ต้องกำกับก็ยังต้องทำอยู่ เพราะระบบนี้เป็นโคเรคกูเรชั่น ไม่ได้ทำให้เสรีภาพของสื่อหายไปไหน ช่วยกันกำกับอยู่ดี ผมว่าหากได้พูดคุยกัน และเข้าใจปรัชญา วิธีคิดตรงกัน เค้าคงหาทางไปทำอะไรต่อ ซึ่งจริงๆ เค้าอาจจะทำอยู่แล้วก็ได้ ซึ่งจริงๆ เรื่องนี้ อนุกรรมการฯ บางคน ก็แย้งเรื่องเสรีภาพ เพราะเสรีภาพของสื่อก็มีระดับหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ก็อยู่ในใจของกสทช.อยู่แล้ว แต่ผลกระทบของการนำเรื่องราวใดๆ ก็ตามมาผลิตซ้ำทางความคิด นำมาฉายบนจอ ให้นึกถึงผลกระทบด้วย และเป็นหน้าที่ของเรา ไม่ได้หาคำตอบแค่ว่่าสังคมเป็นอะไร แต่ต้องมองและดีไซน์ร่วมกันว่า สังคมควรเป็นอย่างไรด้วย”

(สังคม อาจมองว่าเลือกปฏิบัติ หรือ กสทช. ไม่มีมาตรฐาน อยู่ๆ มาสอบประเด็นนี้)

“เรื่องนี้ก็ลำบาก เพราะการใช้อำนาจ อาจทำให้คนเห็นว่า อาจละเมิดเสรีภาพหรือไม่  วันที่ 5 สิงหาคม ต้องรอฟังทุกฝ่ายร่วมกันก่อน จึงจะตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรต่อไป

แต่ถ้าความเห็นส่วนตัว ผมมองว่า ถ้าวัยรุ่นดูละครเรื่องนี้ ก็อาจไม่ได้คิดอะไร อาจบอกว่า ให้คุณลุงให้ยอมรับซะเถอะ สังคมเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ผมในฐานะเป็นผู้เฒ่าอายุ 50 ปีกว่าแล้วเนี่ย ก็คิดว่า จะปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้หรือ ซึ่งละครมันสร้างจินตนาการ หากคุณสร้างละคร สร้างจินตนาการ ต้องสร้างทางที่บอกคนชมเสมอว่า สิ่งที่ควรจะเป็น เป็นอย่างไร เช่น หนังฝรั่ง เวลาโจรปล้น มักหนีตำรวจได้ แต่สุดท้ายเรื่องมันก็จะขมวดอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้สังคมยอมรับโจร และโจรต้องถูกลงโทษอย่างเดียว แต่ไม่ใช่รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเดียว และผมก็คิดไว้แล้วว่า เมื่อคณะทำงานรายงานเรื่องนี้มาให้พิจารณา ก็จะเจอกระแสสังคมทั้งด้านบวก และลบแน่นอน”

(ตกลงว่า สั่งขอดูเทปละครใช่หรือไม่ เทปจะมา วันที่ 5 สิงหาคม พร้อมคนชี้แจงด้วยเลยหรือไม่)

“ครับ ขอดูเทปครับ.. วันที่ 5 สิงหา น่าจะส่งมาให้พร้อมกับตัวแทนบริษัทที่จะต้องมาชี้แจง แต่ตอนนี้ ก็คิดว่าผู้ประกอบการคงเริ่มตื่นตัวแล้ว”

(จะเอาเทปมาดูว่าอะไรบ้าง)

” เรายืนยันว่า จะไม่ยุ่งเรื่องวิธีทำ แต่ว่ากระบวนการคัดเลือกนั้นคุณทำอย่างไร ตัดสินใจอย่างไร วิธีคิดอาจไม่ตรงกันได้ แต่ก็ปรับเข้าหากัน เรียกมาสอบถามว่า มีกระบวนการคิดอย่างไร แล้วจึงจะค่อยวินิจฉัยว่า ถูก หรือ ผิด หรืออย่างไร หรือต้องทำอะไรร่วมกัน อย่างไรบ้าง”  

(คำให้สัมภาษณ์ เมื่อ 24 กราฏาคม 2556)

โฆษณา
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: